ขายห้องเช่า 1 ชั้น 70 ห้อง บนเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 70 ตรว. กว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร ห้องน้ำในตัว ปรับปรุงใหม่ ทำเลดี (เต็มทุกห้อง) เก็บค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมน้ำ+ไฟ พร้อมบ้านไม้ 2 ชั้น 1 หลัง ติดกับตลาดเปิดใหม่ ห่างถนนพุทธมณฑลสาย4 เพียง 500 เมตร ทำเล: ซอยสุขาภิบาล 2 พุทธมณฑลสาย4 อ้อมน้อย กระทุ่มแบน สมุทรสาคร ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ *** สนใจติดต่อ คุณนิธิภัทร (เก่ง) โทร. 087-807-2704, 099-145-9700, 02-888-5472 Website: *** Email: *** Facebook: *** รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ลานจอดรถใต้ดิน ลานจอดรถ สนามบาส สนามเด็กเล่น สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สวนสาธารณะ ฟิตเนส ห้องประชุม ห้องเล่นเกมส์ จากุชชี่ ซัก อบ รีด ห้องสมุด กล้องวงจรปิด สระว่ายน้ำ สโมสร อ่างแช่น้ำ สปา ห้องอบซาวน่า คาราโอเกะ คลับเฮ้าส์ เครื่องปรับอากาศ เคเบิ้ลทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านกาแฟ Hi-Speed อินเตอร์เน็ต
สมุทรสาคร,อ้อมน้อย,กระทุ่มแบน,พุทธมณฑลสาย4
10 ห้อง
1260 ตร.ม.
18,000,000 ฿
17/9/2016
เพิ่มเติมthaihomeonline.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับอีเมลอัปเดตการค้นหาของคุณ:
สมุทรสาคร, สุขาภิบาล, ขาย อพาร์ทเม้นท์
ขายอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น!! พร้อมกิจการ พร้อมผู้เช่า!! เหมาะสำหรับการลงทุน และต่อยอดกิจการ ยื่นกู้ฟรี!! พร้อมให้คำปรึกษา - ใกล้ เซ็นทรัลศาลายา - ใกล้ โลตัสศาลายา - ใกล้ แมคโครศาลายา - ใกล้ บิ๊กซีอ้อมใหญ่ สถานที่ตั้ง : อาคาร รัตนาเพลส เลขที่ 18/18 ม.9 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ซอย 3 (สุขาภิบาล 2 ) ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 74130 รายละเอียด : อาคาร 5 ชั้น ปลูกสร้างอยู่บนเนื้อที่ 100 ตรว. มีห้องทั้งหมด 44 ห้อง โดยแบ่งเป็น ห้องพักสำหรับเช่า 42 ห้อง ออฟฟิชสำนักงาน 1 ห้อง และห้องเก็บของ 1 ห้อง ห้องพักมีห้องน้ำในตัว และระเบียง มีพื้นที่ลานจอดรถประมาณ 110 ตรว. จอดรถยนต์ได้ 10 คัน พร้อมที่จอดรถจักรยานยนต์อีก 1 ล็อค ระบบป้องกันความปลอดภัย (keycard) และกล้องวงจรปิด สะอาด สะดวก ปลอดภัย บริการ WIFI ฟรี!! ขณะนี้มีผู้เช่าอยู่ 24 ห้อง สามารถดำเนินกิจการต่อได้เลย ราคาขาย 20 ล้าน ค่าโอนคนละครึ่ง สนใจชมสถานที่จริง ติดต่อ คุณนิริน 0825204249 *** ไม่รับนายหน้าทุกกรณี *** รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ลานจอดรถใต้ดิน ลานจอดรถ สนามบาส สนามเด็กเล่น สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สวนสาธารณะ ฟิตเนส ห้องประชุม ห้องเล่นเกมส์ จากุชชี่ ซัก อบ รีด ห้องสมุด กล้องวงจรปิด สระว่ายน้ำ สโมสร อ่างแช่น้ำ สปา ห้องอบซาวน่า คาราโอเกะ คลับเฮ้าส์ เครื่องปรับอากาศ เคเบิ้ลทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านกาแฟ Hi-Speed อินเตอร์เน็ต
สมุทรสาคร,อ้อมน้อย,กระทุ่มแบน,พุทธมณฑลสาย 4
10 ห้อง
20,000,000 ฿
19/6/2018
เพิ่มเติมthaihomeonline.com
EP.979 รีวิว บ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ สาทร-ราชพฤกษ์ Bangkok Boulevard Signature Sathorn-Ratchaphruek สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการบ้านเดี่ยวคุณภาพมาฝากกัน นั่นก็คือ โครงการ Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ จาก SC ASSET ตั้งอยู่บน ถ.บางแวก (จรัญฯ 13) แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. เดินทางสะดวกใกล้ ถ.ราชพฤกษ์, วงแหวนฝั่งตะวันตก และ ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก อยู่ใกล้แหล่ง Shopping ขนาดใหญ่ทั้ง เดอะมอลล์ บางแค, ซีคอน บางแค และ The Circle ราชพฤกษ์ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ สาทร-ราชพฤกษ์ มีเนื้อที่โครงการ 72-1-46 ไร่ จำนวน 134 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวหรูสูง 2 ชั้น สไตส์ Luxury Nordic บรรยากาศโครงการมี กลิ่นอายสถาปัตยกรรมเมือง Bourton on the water เมืองที่มีหมู่บ้านสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีธารน้ำรอบเมือง, สะพานหิน, สนามหญ้า และต้นไม้ ที่ให้บรรยากาศที่นี่เหมาะสำหรับการพักผ่อน กับฟังก์ชั่นขนาด 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 3-4 คัน พิเศษด้วยห้องน้ำในตัวห้องนอนทุกห้อง, Pantry, ครัวไทย ขนาดเริ่มต้นที่ 102.30 ตร.วา คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในเดือนธันวาคม ปี 2565 สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการมี คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่, ฟิตเนส, ห้องรับรองอเนกประสงค์, สนามเด็กเล่น ท่ามกลางสวนส่วนกลาง, มุมผ่อนคลายริมน้ำ, ลู่จ๊อกกิ้ง, สนามเทนนิส และสนามบาสเก็ตบอล แบบ Private Court ที่ใช้ร่วมกัน, ตัวบ้านติดตั้งสัญญาณกันขโมย 2 ระบบ แบบ Magnetic และ Shock Sensor, กล้อง CCTV ทั่วโครงการ, เข้า-ออกด้วยระบบ Access Control แบบ Easy Pass ราคาเริ่มต้นที่ 16 ล้านบาท โดยรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนบางแวก (จรัญฯ 13) แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. พิกัด : 13.737426, 100.434876 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนบางแวก ช่วงระหว่างถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.พุทธมณฑลสาย 1 ในฝั่งธนบุรี และอยู่ไม่ไกลจาก BTS สถานีบางหว้าค่ะ ภาพรวมของทำเลนี้จะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ที่ขยายตัวออกมาจากย่านวงเวียนใหญ่และจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าที่มีความหนาแน่นสูง ถึงแม้ว่าตัวโครงการจะอยู่ไกลออกมาจากจุดศูนย์กลาง แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากแหล่งสาธารณูปโภคต่างๆ และจะมีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีแผนการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้ามายังฝั่งธนฯอีกหลายสาย ซึ่งจุดนี้จะทำให้มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็น ทาวน์โฮม, บ้านเดี่ยว รวมถึง คอนโดมิเนียมทั้ง Low rise และ High rise ค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ จากแผนที่ข้างบนจะเห็นว่า จากตัวโครงการจะสามารถวิ่งเข้า-ออกจากถนนสายหลักได้ถึง 3 สายด้วยกันค่ะ ทั้งจาก ถ.ราชพฤกษ์ เพียง 1.4 กม. ถ.พุทธมณฑลสาย 1 เพียง 950 เมตร และ ถ.เพชรเกษม เข้าซ.เพชรเกษม 48 มา 3.3 กม. จากถ.บางแวกเองก็ยังสามารถวิ่งเชื่อมต่อไปยัง ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.พุทธมณฑลสาย 2 และ ถ.จรัญสนิทวงศ์ได้ง่าย อีกทั้งจากปากซอยถ.บางแวกตรงเส้นราชพฤกษ์ จะอยู่ไม่ไกลจากจุดกลับรถในระยะ 1.6 กม. และยังอยู่ไม่ไกลจากจุดตัดถนนใหญ่ๆจึงทำให้เดินทางสะดวก ส่วนการวิ่งเข้า-ออกเมืองก็ทำได้ง่ายค่ะ เพราะจากตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสะพานตากสินเพียง 10 กม. ข้ามสะพานไปก็เข้าสู่สาทรแล้ว ถ้าจากโครงการวิ่งผ่านจรัญฯ 13 หรือ ถ.พาณิชยการธนบุรี ไปทางวงเวียนใหญ่ข้ามสะพานพระปกเกล้าก็เพียง 8.9 กม. ถ้าจะออกไปฝั่งพุทธมณฑล, นครปฐม, สมุทรสาคร ก็ใช้ถ.เพชรเกษมเป็นหลัก ส่วนทางพระราม 2 และบางขุนเทียนก็วิ่งจากเส้นกาญจนาฯลงไปได้เลยค่ะ ทางด่วน ถ้าจะไปทางพระราม 9, บางนา หรือ ปากเกร็ด เรามีตัวช่วยในการเดินทางให้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยให้วิ่งขึ้นทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ซึ่งจุดขึ้นอยู่ห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 10.5 กม. ใช้เวลาราวๆ 17 นาทีถึงค่ะ แต่ถ้าเราจะขึ้นไปทางบางใหญ่ หรือทางบางปะอิน เราสามารถวิ่งขึ้นวงแหวนฝั่งตะวันตกตามกราฟฟิคข้างต้นได้เลย ส่วนทางไปพระราม 2 และบางขุนเทียน จุดขึ้นวงแหวนจะอยู่อีกฝั่งนึงค่ะ เพียง 6.5 กม.หรือ 12 นาทีเท่านั้น ความอุดมสมบูรณ์ ภาพรวมภายในถนนบางแวก ในระยะใกล้เคียงกับตัวโครงการก็ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัวเลยค่ะ เพราะเป็นย่านของบ้านพักอาศัย เลียบ 2 ฝั่งถนนจะเป็นอาคารพาณิชย์ มีทั้งร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านขายยา, ร้านเสริมสวย, ธนาคาร รวมถึงตลาดสดฉิมพลี ที่มีอาหารและขนมหวานขายเยอะมากๆ ระยะสามารถเดินจากตัวโครงการไปได้สะดวก นอกจากโครงการบ้านจัดสรรในแนวราบแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีคอนโดมิเนียม Low rise มาขึ้นให้เห็นอยู่ประปรายแล้วนะ มาดูในภาพที่กว้างมากขึ้นในระยะที่สามารถขับรถไปได้สะดวก ที่เด่นๆและใกล้กับตัวโครงการก็จะมี The Circle และ Food Villa บนเส้นราชพฤกษ์ มาที่เส้นเพชรเกษม ออกมาทางซ.เพชรเกษม 48 แล้วกลับรถก็จะมีทั้ง ซีคอน บางแค, ตลาดใหม่ บางแค, Tesco Lotus และ The Mall บางแค อยู่ในระยะใกล้ๆกันเลย ส่วนห้างเซ็นทรัลที่อยู่ใกล้ที่สุดก็จะมีอยู่ตรงถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้าค่ะ นอกจากนี้จากตัวโครงการก็ยังอยู่ใกล้กับสถานศึกษาชื่อดัง, โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญๆอีกหลายแห่ง ทั้ง ม.ธรรมศาสตร์, รร.สวนกุหลาบ, รร.อัสสัมชัญ, รร.เซ็นโยเซฟ คอนแวนต์, รพ.พญาไท 3, รพ.ศิริราช, วัดอรุณฯ, วัดโพธิ์, พระบรมมหาราชวัง และสนามหลวงอีกด้วย การเดินทางด้วยรถสาธารณะ จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากโครงข่ายรถไฟฟ้าด้วยนะคะ ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็น รถไฟฟ้า BTS สถานี บางหว้า อยู่ห่างจากตัวโครงการออกไป 3.7 กม. ถ้านั่งวินไป-มาก็สะดวกนะ เพราะภายในถ.บางแวกก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์, รถแท็กซี่ รวมถึงรถสองแถววิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งวันค่ะ ส่วนในอนาคตก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายจากสถานีบางหว้าวิ่งเลียบเส้นราชพฤกษ์ขึ้นไปสุดบริเวณทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือ สถานีบางเชือกหนัง ส่วนอีกสายนึงก็คือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือ สถานีเพชรเกษม 48 โดยคาดว่าจะได้ใช้งานในช่วงปี 2562 ค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถ.นครอินทร์ > แยกบางสีทอง >ถ.ราชพฤกษ์ > วงเวียน-ถ.ราชพฤกษ์ > ถ.บางแวก > Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ ในวันนี้ทางทีมงานจะเริ่มต้นการเดินทางจากถ.นครอินทร์ตรงช่วงแยกบางสีทองค่ะ โดยฝั่งซ้ายมือเราจะเห็น Tesco Lotus นครอินทร์เป็นจุดสังเกต โดยเราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีถึงตัวโครงการค่า เราขึ้นสะพานข้ามแยกบางสีทองมาแล้วให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆตามป้ายถ.ราชพฤกษ์นะ จากนั้นให้เราชิดซ้ายเพื่อออกสู่ทางคู่ขนานค่ะ ชิดซ้ายแล้วออกสู่ทางคู่ขนานเลย พอเราออกทางคู่ขนานมาแล้วให้รีบชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าถ.ราชพฤกษ์ค่ะ เข้าสู่ถนนราชพฤกษ์มาแล้วเราวิ่งตรงไปเรื่อยๆ ฝั่งซ้ายมือเราจะเห็น The Walk ราชพฤกษ์ บนเส้นนี้ก็จะยังมี The Crystal SB, HomeWork, The Circle และ Food Villa ซึ่งจะอยู่ทางฝั่งขวามือของเราค่ะ จากนั้นให้สังเกตป้ายถ.เพชรเกษมเอาไว้ วิ่งตรงตามป้ายไปเลย สักพักจะเห็นป้ายจรัญฯ 13 ให้เราเตรียมชิดซ้ายเพื่อออกสู่ทางคู่ขนาน ชิดซ้ายเอาไว้เลยค่ะ เราจะออกสู่ทางคู่ขนานข้างหน้านี้ จากทางคู่ขนานเราวิ่งตรงขึ้นไปสักพัก แล้วให้เราชิดขวาที่แยกเพื่อเลี้ยวเข้าถ.บางแวก เข้ามาในถ.บางแวกเป็นถนนขนาด 4 เลน ทั้ง 2 ฝั่งถนนส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์, ร้านค้า และร้านสะดวกซื้อค่ะ จาถ.ราชพฤกษ์ตรงเข้ามา 1.4 กม. ก็จะเห็นทางเข้าโครงการอยู่ทางด้านขวามือของเราแล้วค่า สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ ศาสนสถาน สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมภายในถ.บางแวก จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมดค่ะ ภายในมีทั้งบ้านพักอาศัยดั้งเดิม, โครงการบ้านจัดสรร, คอนโดมิเนียม, อพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก รวมถึงร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ตลาดสด และ ธนาคาร ทิศเหนือ ติดกับ ถ.บางเชือกหนัง และ ที่ดินเปล่า ทิศใต้ ติดกับ ถ.บางแวก, วัดพิกุล และ คลองบางเชือกหนัง ทิศตะวันออก ติดกับ หมู่บ้านธนทรัพย์ และ ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณโดยรอบตัวโครงการด้วยกันนะคะ มาเริ่มกันที่หน้าซุ้มทางเข้าโครงการกันเลย ฝั่งตรงข้ามกับโครงการตอนนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าค่ะ ยังไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีโครงการอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ มองไปทางฝั่งซ้ายมือ เราจะเดินมุ่งหน้าออกไปทางฝั่งถ.ราชพฤกษ์กันก่อนนะ ติดกับทางเข้าโครงการจะเป็นอพาร์ทเม้นท์สูง 4 ชั้นค่ะ ติดๆกันเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น เปิดเป็นร้าน Pet Shop เล็กๆ และร้านขายเสื้อผ้า อาคารพาณิชย์ตึกใกล้เคียงกันก็เปิดเป็นคลีนิกกายภาพบำบัด คลีนิกเวชกรรมก็มีค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถว มีร้านตัดผมชาย และ ก๋วยเตี๋ยวขาย ไม่ไกลกันบริเวณหน้าปากซอย 67 จะมีคิววินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ด้วยค่ะ กลับมาที่ฝั่งเดิม เดินเลยไปมีร้านขายข้าวหมูแดง-หมูกรอบด้วย ไม่ไกลกันจะมีร้านแผงลอยขายอยู่เป็นกลุ่มเลยค่ะ ตรงนี้มีขายหลายอย่างเลย ทั้งน้ำปั่น, อาหารตามสั่ง, ก๋วยเตี๋ยว, ราดหน้ายอดคะน้า, บุฟเฟ่ชาบู ปิ้งย่าง และสุกี้ เราเดินเลยมาถึงซอย 64 จะมีคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้นอยู่ค่ะ ด้านหน้าคอนโดมีคิววินมอเตอร์ไซค์อยู่อีก 1 คิว กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการ เราจะเดินไปทางขวามือ ฝั่งมุ่งหน้าไปยังถ.พุทธมณฑลสาย 1 กันต่อ พื้นที่ติดกับหน้าทางเข้าโครงการยังคงเป็นที่ดินเปล่าอยู่ ฝั่งตรงข้ามเราจะเห็นโครงการ Work Place ค่ะ เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง ไม่ไกลกันเราจะเจอโครงการ Lumpini Ville เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น ใต้อาคารด้านหน้ากำลังมี 7-Eleven มาเปิดใหม่ด้วย จากหน้าโครงการเดินมาเพียง 85 เมตรเท่านั้น ฝั่งตรงข้ามที่เราเห็นอยู่นี้ก็คือซอยเพชรเกษม 64 ที่สามารถทะลุออกเส้นเพชรเกษมได้ เลยมาอีกหน่อยเราจะเห็นทางเข้าวัดพิกุลค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามที่เป็นอาคารพาณิชย์ก็เปิดเป็นร้านรวงหลายอย่าง มีทั้งร้านขายของชำ, ธนาคาร, ร้าน Pizza Company, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้านหน้ามีร้านอาหารแผงลอยเปิดอยู่อีกหลายร้าน ข้างๆกันเป็นทางเข้าวัดชัยฉิมพลี และตลาดสดฉิมพลีค่ะ เห็นสถานีตำรวจของชุมชนวัดชัยฉิมพลีด้วย ระวังอย่าแหกโค้งนะคะ ฮ่าๆ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู สูง 2 ชั้น จำนวน 134 ยูนิต บนที่ดิน 72-1-46 ไร่ สไตล์ Luxury Nordic กลิ่นอายสถาปัตยกรรมเมือง Bourton on the water เมืองที่มีหมู่บ้านสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีธารน้ำรอบเมือง, สะพานหิน, สนามหญ้า และ ต้นไม้ ซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อน ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆ เพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางโครงการจะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Triple Security System ประตูโครงการแบบ D ouble gate ประกอบด้วย ซุ้มรปภ.พร้อมประตูรั้วอัตโนมัติ, ระบบ Access Control แบบ Easy Pass และกล้อง CCTV ล้อมรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรพร้อมเหล็กแหลม บ้านทุกหลังจะติดสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic และระบบ Shock Sensor ให้อีกด้วย เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว จะเจอสวนธารณะอยู่ใจกลางโครงการเลยค่ะ จะมีคลับเฮ้าส์, สนามบาสเก็ตบอล และสนามเทนนิสอยู่ข้างๆ สำนักงานขายจะอยู่ภายในซอยบ้านซอยที่ 2 พร้อมบ้านตัวอย่างอีก 3 หลังใกล้ๆกัน เนื่องจากโครงการเป็นโครงการขนาดเล็ก ลูกบ้านทุกหลังจึงสามารถเดินไปใช้งานส่วนกลางได้สะดวกและไม่ไกล ความพิเศษของการวางผังโครงการนี้ก็คือ เป็นโครงการขนาดเล็ก มีจำนวนยูนิตน้อย จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูงและไม่แออัด ใน 1 ซอยจะมีบ้านเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น อีกทั้งยังวางหน้าบ้านไปในแกนทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ตัวบ้านไม่ร้อน และสามารถรับลมได้ตลอดทั้งปีค่ะ :::: แบบบ้านของโครงการ :::: แบบบ้านของโครงการจะเป็นสไตล์ Luxury Nordic ดีไซน์เรียบง่ายแต่หรูหรา กับฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ เน้นความโปร่งโล่ง แต่ยังคงสัดเป็นส่วน ภายในบ้านติดระบบสัญญาณกันขโมยให้ทุกหลัง ทั้ง Magnetic System และ Shock Sensor ส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง Security Center และ Smartphone ของเจ้าของบ้านตลอด 24 ชม. ตอนนี้มีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ แบบบ้าน OSBORNE บ้านเดี่ยว ขนาด 356 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 3 ที่จอดรถ แบบบ้าน SANDRINGHAM บ้านเดี่ยว ขนาด 453 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 4 ที่จอดรถ แบบบ้าน WESTMINSTER บ้านเดี่ยว ขนาด 538 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 4 ที่จอดรถ :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เดี๋ยวเราจะเข้าไปสำรวจภายในโครงการด้วยกันนะคะ จากถ.บางแวกจะเป็นถนนทางเข้าโครงการตรงเข้าไประยะนึงก่อนค่ะ ทั้ง 2 ฝั่งของถนนปลูกซุ้มต้นไม้เรียงเข้าไปช่วงสร้างบรรยากาศ ถนนส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยสร้างระยะระหว่างบ้านภายในโครงการกับถนนสาธารณะ ซึ่งทำให้ภายในโครงการมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ตรงเข้ามาเราจะเจอซุ้มรปภ.ด่านแรกค่ะ การเข้า-ออกของที่นี่จะใช้ระบบ Access Control แบบ Easy Pass เพื่อเปิดประตูรั้ว และกล้อง CCTV ส่วน Visitor จะต้องทำการแลกบัตร พร้อมกับตรวจความปลอดภัยอีกชั้นนึงก่อน เครื่องจับสัญญาณบัตร Easy Pass และกล้อง CCTV 2 ตัวค่ะ มองย้อนกลับไปที่ซุ้มรปภ.ด่านแรก ผ่านซุ้มรปภ.ด่านแรกเข้ามาแล้ว ตรงไปเรื่อยๆผ่านซุ้มต้นไม้เข้าไป มาเจอซุ้มรปภ.ด่านที่ 2 ค่ะ ซึ่งการเข้า-ออกก็จะใช้ระบบเดียวกันกับด่านที่ 1 คือระบบ Easy Pass, กล้อง CCTV ส่วน Visitor จะต้องแลกบัตร และตรวจสอบความปลอดภัยก่อนค่ะ ป้ายโครงการบริเวณซุ้มทางเข้า เครื่องจับสัญญาณบัตร Easy Pass และกล้อง CCTV มองย้อนกลับไปที่ซุ้มรปภ.ด่านที่ 2ค่ะ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: พอเข้ามาภายในพื้นที่โครงการแล้ว จะเจอวงเวียนแรกเพื่อเบรคการจราจรก่อน ผ่านวงเวียนเข้ามาแล้วถนนจะแยกออกไป 2 ฝั่งโดยมีสวนสาธารณะอยู่ตรงกลาง เราตรงเข้ามาทางถนนฝั่งซ้ายมือ สวนสาธารณะจะอยู่ทางด้านขวามือของเรา ส่วนทางฝั่งซ้ายมือก็คือคลับเฮ้าส์ค่ะ รายละเอียดให้ติดตามในหัวข้อถัดไปนะ จากนั้นเราเลี้ยวขวาอีกทีค่ะ ตรงขึ้นไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างหน้านี้ เข้ามาแล้วเราจะเห็นสำนักงานขายอยู่ทางด้านขวามือเลยค่ะ ตรงเข้าไปฝั่งซ้ายและขวาก็จะเป็นบ้านตัวอย่างอีก 3 หลัง หลังแรกขนาดใหญ่ที่สุดคือ แบบบ้าน WESTMINSTER ขนาด 538 ตร.ม. ถัดมาหลังที่ 2 คือ แบบบ้าน SANDRINGHAM ขนาด 453 ตร.ม. และหลังสุดท้ายขนาดเล็กที่สุดคือ แบบบ้าน OSBORNE ขนาด 356 ตร.ม. ค่ะ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: ::: สวนสาธารณะ ::: สวนสาธารณะของโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมือง Bourton on the water ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีลำธารไหลผ่าน และมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมสะพานหินสีน้ำผึ้ง เป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง มีขนาดถึง 4 ไร่ ซึ่งถูกวางเอาไว้อยู่ใจกลางโครงการ เลยตั้งชื่อสวนว่า Bourton Park ค่ะ เราเข้าไปดูกันเลย โดยรอบสวนทำเป็นพื้นทางเดินค่ะ สำหรับเดินเล่นพักผ่อน หรือเราจะใช้เป็น Jogging Track ก็ได้เช่นกัน ภายในสวนได้จัด Landscape อย่างสวยงาม ลงทั้งไม้ยืนต้นให้เป็นร่มเงาและไม้พุ่มประดับ ปูหญ้าเขียวขจีทั่วบริเวณ มีสะพานหินสีน้ำผึ้งข้ามแม่น้ำ Windrush ที่ได้รับขนานนามว่า Venice of the Cotswold มุมมองจากบนสะพานข้ามสระน้ำ เราข้ามสะพานไปที่ศาลาพักผ่อนอีกฝั่งกันค่ะ ศาลาพักผ่อนกลางสวนก็ได้แนวคิดมาจากสถาปัตยกรรมของเมือง Bourton on the Water ใน Cotswold ที่ยังคงแบบบ้านของอังกฤษแท้ในยุคศตวรรษที่ 17 – 18 ภายในศาลาจัดชุดโต๊ะ-เก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนได้สบายๆ มีช่องเปิดด้านหน้าและด้านหลังให้ลมสามารถ Flow ผ่าน และก็ยังสามารถกันแดดกันฝนได้ดีค่ะ มองผ่านช่องด้านหลังไปจะเป็นสนามหญ้า มีเนื้อที่กว้างขวาง เด็กๆสามารถวิ่งเล่นกันได้อย่างสบายๆ มองจากศาลาข้ามกลับไปอีกฝั่ง เราเดินจากศาลาไปทางฝั่งขวามือค่ะ จะเห็นมุมพักผ่อนริมน้ำอีกมุมนึง เดินไปตามทาง ฝั่งซ้ายคือมุมพักผ่อนริมน้ำ ฝั่งขวาจะเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กเล็ก มุมพักผ่อนริมน้ำค่ะ มองเห็นวิวสระน้ำ, สะพาน และมีบ้านเป็นฉากหลัง มาที่สนามเด็กเล่นกันต่อ สนามเด็กเล่นจะเป็นของเด็กเล็กนะคะ โรยพื้นด้วยทรายเนื้อละเอียดกันการกระแทกและถลอก ภายในสนามเด็กเล่นมีเครื่องเล่นให้อยู่ 3 อย่าง มีไม้ลื่น ให้เด็กๆสามารถปีนป่ายได้ด้วย ชิงช้า และ ม้าโยก มองย้อนกลับไปทางศาลาค่ะ ::: คลับเฮ้าส์ ::: มาดูที่คลับเฮ้าส์ของทางโครงการกันบ้าง ออกแบบมาให้ได้กลิ่นอายสถาปัตยกรรมของเมือง Bourton on the Water ใน Cotswold เช่นกัน ภายในจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ แยกสระเด็ก และสระผู้ใหญ่, ฟิตเนส และห้องรับรองอเนกประสงค์ค่ะ ภาพมุมสูงบริเวณคลับเฮ้าส์ ฟิตเนสและห้องอาบน้ำ-แต่งตัวคืออาคารกลุ่มทางซ้าย มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง มุมบนคือห้องรับรองอเนกประสงค์ ส่วนมุมล่างคือห้องน้ำค่ะ โดยทางเข้าหลักจะต้องเดินมาจากบริเวณลานจอดรถ ผ่านห้องรับรองอเนกประสงค์ก่อน ตามด้วยห้องอาบน้ำ, ฟิตเนส และสระว่ายน้ำค่ะ ตัวคลับเฮ้าส์ถูกออกแบบตามแบบฉบับของ Universal Design โดยที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้ามาใช้งานได้ มีทางลาดสำหรับรองรับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นด้วย เมื่อเข้ามาในบริเวณคลับเฮ้าส์แล้วจะมีที่จอดรถด้านหน้าให้ประมาณ 6 คัน เดินเข้ามาจะมีทางเดินนำไปสู่อาคารต่างๆ อาคารแรกที่ผ่านก่อนเลยก็คือห้องรับรองอเนกประสงค์ ภายในห้องจะเป็นโถงกว้าง เล่นฝ้าเพดานให้สูงโปร่งตามแนวลาดของหลังคา แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนด้วยกันโดยใช้พื้นที่ต่างระดับเป็นตัวแบ่ง ทำให้เกิดมุมมองใน 2 ระดับ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห้องเดียวกัน พื้นที่ชั้นบนจัดเป็นมุมอ่านหนังสือ มีชั้นวางหนังสือมาแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้เอาหนังสือเข้ามาเรียง ในส่วนของชั้นล่างทำเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งโซฟาและโซฟาเบดจัดเอาไว้ให้ มุมโซฟาเบดค่ะ ตอนนี้ทางโครงการยังเอาเฟอร์นิเจอร์มาลงคร่าวๆ ซึ่งในส่วนของการจัดห้องจะมีเพิ่มเติมอีก ลูกบ้านสามารถมาใช้ Wi-fi ฟรีในห้องนี้ได้ด้วยนะ เดินผ่านห้องรับรองอเนกประสงค์มาแล้ว เราจะเข้าไปดูห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัวกันต่อ ที่นี่จะแยกห้องน้ำชาย-หญิงให้ พร้อมทั้งห้องน้ำแบบ Unisex ภายในห้องน้ำแบบ Unisex พื้นที่ห้องมีขนาดกว้างขวาง มีอุปกรณ์ติดตั้งให้พร้อม คนใช้รถเข็นก็สามารถใช้งานได้สะดวกค่ะ ภายในห้องน้ำหญิงและชายจะคล้ายคลึงกันค่ะ เข้ามาถึงจะมีอ่างล้างมืออยู่ด้านหน้าทางฝั่งขวา ส่วนล็อคเกอร์, ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำจะอยู่ด้านใน อ่างล้างมือพร้อมกระจกเตรียมให้ 2 อ่าง เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายมือคือล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ ฝั่งขวาคือห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำ เราเดินออกมาฝั่งซ้ายมือคือสระว่ายน้ำและห้องน้ำ ส่วนฝั่งขวาคือฟิตเนส เป็นอาคารผนังกระจกที่ต่อเนื่องมาจากห้องอาบน้ำ เราเข้าไปดูภายในกันเลยค่ะ ภายในฟิตเนสจะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกัน คือโซน Weight Training และ โซน Cardio โซน Weight Training ชั้นล่างก็จะมีอุปกรณ์ในการออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆมาให้เป็นชุดแบบนี้ ชุดดัมเบลและม้านั่งราบแบบปรับระดับได้ค่ะ จัดเอาไว้อยู่ข้างกระจกเงาเพื่อให้สามารถเช็คท่าทางในการยกน้ำหนักได้ ส่วนโซนชั้นบนจะเป็นโซน Cardio ค่ะ มีลู่วิ่งไฟฟ้า, เครื่องเดินวงรี และจักรยานไฟฟ้าให้ เครื่องเล่นทุกชิ้นจะหันหน้าออกทางหน้าต่าง เห็นวิวสวนและสระว่ายน้ำ มาดูในส่วนของสระว่ายน้ำและห้องน้ำกันต่อ สระว่ายน้ำจะแบ่งเป็นสระเด็ก-สระผู้ใหญ่ เป็นสระระบบเกลือนะคะ ส่วนแรกก็คือสระเด็ก มีขนาด 5 x 9 เมตร ลึกเพียง 0.6 เมตรเท่านั้น สระผู้ใหญ่ค่ะ จะมีทางเดินลงข้างสระแบบนี้ ขนาดสระก็ประมาณ 4 x 19 เมตร ลึก 1.2 เมตร สามารถว่ายออกกำลังกายได้สบายๆ ข้างสระจะมีทางเดินลงไปเชื่อมสู่สวน Bourton Park ด้วย ในส่วนของห้องน้ำข้างสระจะมีจุดชำระล้างตัวก่อนลงสระให้ในร่ม บริเวณที่ล้างตัวก่อนลงสระค่ะ มีฝักบัวมาให้ 2 จุด มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 3 ด้านและหลังคากันแดด ให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวมากกว่า ข้างๆกันเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิงค่ะ เข้ามาภายในมีอ่างล้างมือ และห้องน้ำแยกต่างหากอีก 1 ห้อง :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่าง 2 หลังด้วยกัน ลำดับเป็น แบบบ้าน WESTMINSTER ขนาด 538 ตร.ม. และตามด้วย แบบบ้าน SANDRINGHAM ขนาด 453 ตร.ม. ไปชมกันเลยค่า � ::: แบบบ้าน WESTMINSTER ขนาด 538 ตร.ม. ::: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน เริ่มต้นจากแบบบ้าน WESTMINSTER ขนาด 538 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำกันค่ะ เป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุด ตัวบ้านใช้โทนสีขาว-น้ำตาล ดีไซน์บ้านสไตล์ Luxury Nordic แบบบ้านจะถูกออกแบบมาให้มีช่องประตู-หน้าต่างที่กว้างขวาง ระบายอากาศได้ดี เหมาะสมกับภูมิอากาศของประเทศไทย นี่ก็คือแบบบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบของโครงการค่ะ ประตูรั้วบ้านจะเป็นระแนงเหล็กแบบ 3 ตอน สามารถเลื่อนเปิด หรือจะติดตั้งระบบรีโมทคอนโทรลเปิดอัตโนมัติก็ได้ ที่หน้าบ้านจะมีช่องประตูรั้วเล็กๆสำหรับคนเดินเข้าได้ด้วยค่ะ ที่รั้วบ้านจะติดเลขที่บ้าน, Mailbox, กริ่งออด, ไฟกิ่ง และช่องเก็บขยะมาให้แบบนี้เลย เข้ามาในส่วนของลานจอดรถจะสามารถจอดรถได้ถึง 4 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม-คอนกรีตเสริมเหล็ก ลงเข็มแบบ On Beam ให้เพื่อกันทรุด ทำพื้นทรายล้างสลับสีให้อย่างสวยงาม ฝ้าเพดานติดดวงโคมดาวน์ไลน์มาให้ บริเวณลานจอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านรองอีกทางค่ะ เป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมติดกระจกเขียวตัดแสง เปิดเข้าไปจะเป็นส่วนของ Shoes Cabinet เชื่อมต่อกับโถงทางเดินภายในบ้าน เวลาซื้ออาหารหรือของสดเข้าบ้าน ทางนี้จะสามารถเชื่อมต่อสู่ห้องครัวได้สะดวกกว่า จากลานจอดรถจะมีทางเดินเข้าสู่เฉลียงและประตูหน้าบ้านแบบนี้ บริเวณเฉลียงและพื้นที่สวนหย่อมหน้าบ้าน เนื้อที่สวนข้างบ้านค่ะ ทางโครงการก็จะลงต้นไม้ในสวนเอาไว้ให้ พร้อมปูหญ้าให้เรียบร้อย แบบบ้านตัวอย่าง มาดูที่บ้านตัวอย่างกันต่อเลยค่ะ บริเวณหน้าบ้านได้จัดเป็นลานน้ำพุเล็กๆอย่างสวยงาม ทางเข้าประตูหน้าบ้านจะยกระดับพื้นขึ้นไป 2 สเต็ป ขั้นละประมาณ 10 ซม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินธรรมชาติขนาด 60 x 60 ซม.ผิวด้านกันลื่น ทางเข้าบ้านจะถูกเซ็ตเข้าจากผนังประมาณ 1.5 เมตร เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูไม้สักบานเปิดคู่แบบนี้ มีลูกฟักกระจกอยู่ด้านนึงค่ะ มือจับบานประตูของ Colt เมื่อเข้ามาภายในบ้านเราจะเจอส่วนของ Foyer เป็นจุดพักแขกก่อนเข้าสู่พื้นที่ Semi-Private Zone ภายในบ้านพื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน Carrara Bianco ผนังติดวอลล์เปเปอร์มาให้ทั้งหลัง ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.9 เมตรเลยค่ะ ติด Chandelier กำลังสวย ขนาดพื้นที่ Foyer เล็กๆก็ยังดูโปร่งโล่ง ในส่วนของ Foyer นี้นอกจากจะใช้เป็นจุดพักแขกแล้ว เรายังใช้สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับใส่-ถอดรองเท้า หรือพื้นที่นั่งพักคอยก่อนออกจากบ้าน จากบริเวณ Foyer ทางฝั่งซ้ายมือคือห้องรับรองแขก ส่วนฝั่งขวามือคือห้องโถงของบ้านโซน Semi-Private เมื่อรับแขกมาจากส่วน Foyer ก็สามารถใช้ห้องด้านหน้านี้เป็นห้องรับรองแขกไปในตัวได้เลย ข้อดีก็คือ ทำให้คนภายในบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าในกรณีที่มีแขกที่ไม่สนิทกันมา เพราะจะได้ไม่ต้องเดินเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยของคนในบ้าน โดยพื้นที่รับรองแขกตรงนี้อาจจะใช้สำหรับการนั่งคุยกันเพียงอย่างเดียว จะเห็นว่าพื้นที่ของห้องค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟาขนาดใหญ่ 2 ชุด และโต๊ะกาแฟ มาให้ดูพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง หากไม่ต้องการติดทีวีในห้องนี้ จะจัดวางโซฟาอีกฝั่งนึงก็ยังพอเลย โดยห้องนี้จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่เต็มผนังทั้ง 2 ด้าน ทำให้ภายในห้องได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ ตอนกลางวันอาจไม่ต้องเปิดไฟเลยก็ได้ มองย้อนกลับออกไปที่ส่วน Foyer เราจะออกไปดูที่ห้องโถงใหญ่ของบ้านกันต่อค่ะ เข้ามาภายในส่วนโถงใหญ่ของบ้าน เป็นโซน Semi-Private ซึ่งเป็น Living Area ของบ้านแล้ว เข้ามาภายในโถงจะเจอห้องทานอาหาร และ แพนทรี่ก่อน ส่วนห้องนั่งเล่นจะอยู่ทางซ้ายมือสุดค่ะ จะเห็นว่าห้องโถงใหญ่ของบ้านนั้นมีช่องแสงอยู่ทั่วทั้งห้อง ทำให้ภายในห้องยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นไปอีก เราเปิดม่านกรองแสงให้เห็นช่องแสงกันชัดๆเลยค่ะ มาดูในส่วนของห้องนั่งเล่นกันก่อน ทางโครงการได้จัดโซฟารูปตัว L และโต๊ะกาแฟมาให้ดูพื้นที่ใช้สอยของบ้าน และเพื่อเป็นไอเดีย โซฟาขนาดนี้นั่งได้ประมาณ 3-4 คนสบายๆเลยค่ะ ขนาดกำลังเหมาะสมกับพื้นที่ ฝั่งตรงข้ามทำผนังตกแต่ง ทำ Built-in เพื่อวางของ และติดทีวีแบบแขวนผนัง ระยะดูทีวีกว้างถึง 3 เมตรเลยนะ ติดทีวีจอขนาด 70 นิ้วได้กำลังพอดี บริเวณห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนที่ติดกับพื้นที่สวนข้างบ้านค่ะ โดยฝั่งนี้จะเป็นผนังกระจกทั้งแผงเพื่อรับแสง มีประตูบานเลื่อน 2 บาน สำหรับเชื่อมต่อกับพื้นที่สวน มือจับประตูและตัวล็อคท้ายบานค่ะ บริเวณสวนข้างบ้าน จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนให้ดูเป็นไอเดีย มองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน จากห้องนั่งเล่น เราข้ามไปดูส่วนทานอาหารกันต่อค่ะ ส่วนทานอาหารจะถูกจัดให้อยู่บริเวณส่วนกลางของโถง ตรงกับบริเวณ Foyer พื้นที่ห้องสามารถจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 8 ที่นั่งได้อย่างลงตัว วันไหนมีแขกมาเพิ่มจะต่อเก้าอี้หัว-ท้ายโต๊ะอีกก็ยังพอค่ะ และพื้นที่ของห้องก็ยังเหลือเพียงพอสำหรับการจัดเป็นแพนทรี่ หรือจะจัดเป็นบาร์สำหรับครอบครัวนักดื่มก็ได้ ทางบ้านตัวอย่างจัดแพนทรี่ให้เป็นแบบ L Shape ที่มี Island อยู่ตรงกลาง โดยรอบ Island สามารถเดินผ่านได้ เป็นทางกว้าง 1 เมตร ตัวอย่างการจัดตกแต่งส่วนแพนทรี่ค่ะ โดยจะติดตั้งอ่างล้างจานเอาไว้มุมนึง สำหรับล้างแก้วง่ายๆ หรือเตรียมล้างพวกผลไม้ทานเล่น จากโถงใหญ่ของบ้านจะเชื่อมกับโถงทางเดินเพื่อเข้าสู่ห้องต่างๆ ภายในโถงทางเดินสว่างและโปร่งโล่งดีค่ะ จากโถงทางเดินจะเชื่อมสู่ ห้องนอนชั้นล่าง และ ห้องน้ำแขก ฝั่งขวา, ห้องครัว และ โถงบันได ฝั่งซ้าย ส่วนปลายโถงคือทางเข้าจากลานจอดรถค่ะ เริ่มจากห้องนอนชั้นล่างกันก่อนเลย ห้องนอนชั้นล่าง เหมาะสำหรับเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ หรือจะใช้เป็นห้องนอนแขกก็เหมาะสมนะ เพราะชั้นบนเป็นพื้นที่โซน Private ของเจ้าบ้าน โดยพื้นห้องนอนจะปูด้วยไม้ Engineer Wood ค่ะ พื้นที่ห้องมีขนาดกำลังดี ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต พร้อมโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ข้างเพื่อให้ดูพื้นที่ใช้สอย ซึ่งกำลังเหมาะสมกับพื้นที่พอดี ส่วนปลายเตียงสามารถทำ Built-in เป็นชั้นวางทีวี หรือตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ต่อเนื่องมาจากส่วน Walk-in Closet เลยก็ได้ ในส่วนของ Walk-in Closet จะทำเป็นตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของทั้ง 2 ฝั่งเลยก็ได้ หรือจะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้ก็กำลังเหมาะ โดยส่วนของ Walk-in Closet จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวค่ะ พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นห้องนอนประมาณ 5 ซม. ปูด้วยกระเบื้องลายหินธรรมชาติผิวด้านกันลื่น ขนาด 60 x 60 ซม. ฝ้าเพดานก็ติดดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้แบบนี้เลย ส่วนผนังกรุกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม.ให้ ประตูทางเข้าห้องน้ำจะเข้าจากบริเวณกลางห้องค่ะ Lay Out ของห้องน้ำจึงจัดให้อ่างล้างมืออยู่ตรงกลาง ฝั่งซ้ายวางโถสุขภัณฑ์ มีหน้าต่างระบายอากาศอยู่ข้างบน และ ฝั่งขวาเป็นโซน Shower ชุดอ่างล้างมือใช้ของ Kohler ค่ะ เป็นอ่างวางบนเคาน์เตอร์สำเร็จรูป มีลิ้นชักให้เก็บของได้ ขนาดอ่างกำลังพอดีเลย ใช้งานได้สะดวก หลังอ่างก่อ Lower Wall ให้ยาวไปถึงโถสุขภัณฑ์เพื่อวางขวดสบู่หรือของใช้ภายในห้องน้ำได้ ก๊อกน้ำล้างมือค่ะ ใช้ของ Kohler เช่นกัน ถัดเข้ามาเป็นโถสุขภัณฑ์ของ Cotto เป็นระบบ Dual Flush ติดตั้งฝารองนั่งแบบ Washlet มาให้เลย พร้อมที่ใส่แกนกระดาษชำระมาให้ข้างๆ ไปดูที่โซน Shower กันบ้างค่ะ พื้นจะลดระดับลงไปจากพื้นห้องน้ำเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลย้อน ขนาดพื้นที่ยืนกว้างกำลังดี ตรงนี้แนะนำให้ติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมค่ะ ที่ผนังติดชุดฝักบัวอาบน้ำแบบสายอ่อนพร้อมราวปรับระดับและจานวางสบู่มาให้ ของ Kohler ขนาดหัวฝักบัวใหญ่กำลังดีนะ ส่วนหัวสามารถปรับรูปแบบของสายน้ำได้ด้วย ที่ผนังอีกฝั่งทำชั้นวางขวดสบู่-แชมพูมาให้เพิ่มเติมค่ะ ไม่ต้องซื้อมาติดตั้งเอง มาดูห้องน้ำแขกกันต่อค่ะ พื้นห้องน้ำก็จะลดลงไปจากพื้นโถงทางเดินราวๆ 5 ซม.เช่นกัน พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.ชนิดผิวด้านเช่นกัน ส่วนผนังก็กรุด้วยกระเบื้องขนาดเท่าๆกัน เป็นลายหินอ่อน ห้องน้ำแขกจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room นะ คือจะมีเฉพาะอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ ไม่มีโซน Shower ค่ะ อ่างล้างมือและก๊อกน้ำค่ะ หน้าตาคล้ายๆเดิม เป็นแบบวางครึ่งเคาน์เตอร์ อีกฝั่งวางโถสุขภัณฑ์ระบบ Dual Flush เหนือโถติดตั้งหน้าต่างระบายอากาศ ด้านหลังโถก่อ Lower Wall เอาไว้ให้ ใครชอบอ่านในห้องน้ำก็สามารถวางเรียงตรงนี้ได้เลย โถสุขภัณฑ์นี้จะติดตั้งมาพร้อมกับสายฉีดชำระและที่ใส่แกนกระดาษชำระค่ะ สายฉีดชำระและที่ใส่แกนกระดาษชำระสีโครเมี่ยม ออกมาจากห้องน้ำจะเห็นประตูข้างโถงบันไดพอดี ตรงนี้คือห้องเก็บของนะคะ ใช้บานประตูสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยกสแตนเลส ภายในห้องเก็บของค่ะ ใช้เป็นห้องไฟฟ้าไปในตัว พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. เดินมาจนสุดโถงจะเป็นประตูบานเลื่อนที่เข้ามาจากลานจอดรถค่ะ พื้นตรงนี้จะลดระดับลงจากพื้นบ้านเล็กน้อย ลักษณะคล้ายๆ Robi ของบ้านแบบญี่ปุ่นที่เป็นพื้นที่ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน เราใช้ตรงนี้เป็นเหมือน Shoes Cabinet เล็กๆทำชั้นเก็บรองเท้าแบบนี้ก็จะดูเรียบร้อยดี เราเข้าไปดูในส่วนครัวกันต่อค่ะ ประตูห้องครัวจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมติดกระจกใสให้แบบนี้ เข้ามาภายในห้องครัว พื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี จะเห็นว่าพื้นที่ห้องครัวนั้นกว้างขวางมาก เมื่อวางเคาน์เตอร์แบบ L Shape แล้วก็ยังเหลือพื้นที่ภายในห้องอีกเหลือเฟือค่ะ จะทำ Island หรือวางโต๊ะเพิ่มตรงกลางห้องก็ยังพอ ขนาดเคาน์เตอร์ประมาณนี้ก็ถือว่าเหลือเฟือแล้วสำหรับวันธรรมดาๆ เคาน์เตอร์เพียงพอสำหรับเตาปรุงอาหาร, อ่างล้างจาน และพื้นที่เตรียมอาหาร เตาปรุงอาหาร ถึงจะมีหน้าต่างระบายอากาศแล้วก็อย่าลืมติดฮู้ดเพื่อช่วยดูดควันด้วยนะ ส่วนอ่างล้างจาน ตำแหน่งที่เหมาะสมก็คือบริเวณหน้าต่างค่ะ แสงแดดจะได้ช่วยลดกลิ่นอับชื้นและฆ่าเชื้อโรคไปด้วยในตัว จากห้องครัวจะมีประตูเชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านและลานซักล้างหลังบ้านได้ เปิดออกไปจะเป็นพื้นลดระดับลงไป 10 ซม. ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ แบบเดียวกับภายในห้องครัว ส่วนพื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปอีก ปูด้วยกระเบื้องแบบเรียบๆทั่วไปขนาด 30 x 30 ซม. บริเวณลานซักล้างค่ะ ติดตั้งปั้มน้ำและแทงค์น้ำมาให้กับตัวบ้านเลย ทางเดินหลังบ้านค่ะ ตรงนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สวนข้างบ้านได้ มาดูห้องซักรีดและห้องแม่บ้านกันต่อ ประตูห้องซักรีดเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมกระจกเขียวตัดแสง 3 ตอนแบบนี้ ภายในห้องมีพื้นที่ไม่ได้กว้างขวางมาก แต่ก็พอวางอุปกรณ์ต่างๆได้อยู่ เข้าไปดูภายในห้องแม่บ้านกันต่อ ภายในห้องแม่บ้าน มีขนาดเล็กแต่ไม่คับแคบจนเกินไป ในห้องมีหน้าต่างให้ 2 บาน ได้แสงสว่างกำลังพอดีกับตัวห้อง ซึ่งในห้องแม่บ้านก็จะมีห้องน้ำให้ในตัวเลยค่ะ ภายในห้องน้ำก็ติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้อย่างครบถ้วนแล้ว ซึ่งจะเป็นรุ่นมาตรฐานของ Kohler ทั้งหมด กระเบื้องพื้นและผนังที่ใช้เป็นแบบธรรมดาๆไม่หวือหวาค่ะ กลับเข้ามาภายในบ้าน เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อ สำหรับโครงสร้างบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง ปิดผิวด้วยไม้สีเข้ม โถงบันไดกว้างประมาณ 1.1 เมตรค่ะ มีการเว้นระยะระหว่างไฟลท์บันไดด้วย ทำให้ตัวโถงดูโปร่ง มุมมองขึ้นไปยังบริเวณโถงบันได ราวจับบันไดเป็นระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน ส่วนมือจับก็ใช้วัสดุไม้สีเข้ากับพื้นบันได มองย้อนกลับลงไปที่บริเวณชานพักบันได ขั้นบันไดเป็นทรงสี่เหลี่ยมเต็มทุกขั้น เดินได้อย่างปลอดภัย มองย้อนกลับไปที่ส่วนโถงบันไดค่ะ จะเห็นว่าโถงบันไดมีช่องแสงขนาดใหญ่ให้ เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศได้ และหน้าต่างบาน Fix ที่สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้เยอะมาก ขึ้นมาบนชั้นสองแล้วจะเจอกับพื้นที่โถงทางเดิน บรรยากาศบนชั้นสองในบ้านตัวอย่างก็ยังคงตกแต่งออกมาได้สวยเข้ากับตัวบ้านโดยรวมค่ะ พื้นชั้นสองปูด้วยไม้ Engineer Wood ทั้งหมด ผนังติดวอลล์เปเปอร์ ฝ้าก็สูงถึง 2.9 เมตรเลย ขึ้นมาบนโถงทางเดิน หันมาทางขวามือ ห้องฝั่งซ้ายที่เราขึ้นมาเจอเลยก็คือ ห้องนั่งเล่นบนชั้น 2 ส่วนปลายโถงก็คือห้องนอนใหญ่ บริเวณข้างโถงบันไดยังเหลือพื้นที่อยู่ค่ะ ตรงนี้เราจะใช้วางหิ้งพระก็ได้ หรือจะวางพวก Art Object ประดับบ้านเก๋ๆก็เหมาะ หันกลับมาอีกฝั่งของโถงทางเดินค่ะ จะเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 เราเข้ามาดูภายในห้องนั่งเล่นชั้น 2 ตรงกลางโถงกันก่อน ภายในเราสามารถจัดเป็นห้องทำงาน, ห้องสมุด, ห้องพักผ่อนครอบครัว หรือห้อง Home Theater ก็ได้ ภายในห้องนี้ก็มีช่องแสงเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ 2 บาน ทำให้ได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติอย่างเพียงพอในเวลากลางวัน บ้านตัวอย่างได้จัดวางชุดโซฟารูปตัว L ขนาดใหญ่ อีกฝั่งทำชั้น Built-in เป็นชั้นวางทีวีและชั้นเก็บของให้ดูเป็นตัวอย่าง ห้องนี้จะจัดให้ดูอบอุ่นและใกล้ชิดกันมากขึ้นสมเป็น Family Room ส่วนอีกฝั่งนึงของห้องจัดเป็นบาร์เล็กๆค่ะ จากประตูบานเลื่อนห้องนี้จะสามารถเปิดออกสู่ระเบียงห้องได้ พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม. ส่วนราวกันตกเป็นเฟรมเหล็กติดกระจกดูสะอาดตา พื้นที่ระเบียงมีความยาวเกือบเต็มหน้าบ้านเลยนะ ตรงนี้เราสามารถวางชุดโต๊ะน้ำชา หรือโซฟาเบดมานั่งรับลมหน้าบ้านได้เลย เราเข้าไปดูห้องนอนใหญ่กันต่อเลยค่ะ ภายในห้องนอนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 โซนคือโซนพักผ่อน และโซน Walk-in Closet เข้าไปดูในส่วนของโซนพักผ่อนกันก่อน ส่วนนี้จะมีฝ้าเพดานที่สูงเป็นพิเศษ สูงถึง 5.2 เมตร ตามแนวลาดของหลังคาเลยค่ะ อีกทั้งยังมีช่องแสงขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ห้องนี้ดูโอ่อ่ามากๆ ภายในโซนนี้มีขนาดใหญ่มากพอ ให้แบ่งเป็นส่วนนั่งพักผ่อนดูทีวี กับพื้นที่ส่วนที่นอน ขนาดของพื้นที่ในห้องนี้โดยรวมๆแล้วสามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นอีกห้องนึงได้สบายๆ ระยะวางโซฟาวางโต๊ะกาแฟก็ไม่อึดอัดเลย ฝั่งชั้นวางทีวีทำผนังตกแต่ง หรือจะ Built-in เป็นตู้เก็บของก็ได้ คราวนี้เราเข้าไปดูส่วนที่นอนด้านในต่อ ขนาดความกว้างของห้องสามารถวางเตียงนอนขนาด Oversize 7 ฟุตครึ่งได้เลย โดยทั้ง 2 ฝั่งก็ยังสามารถวางโต๊ะข้างได้อีกด้วย พื้นที่โดยรอบเดินผ่านสบายๆไม่อึดอัด ไม่ต้องตะแคงตัว จากห้องนอนใหญ่จะมีประตูบานเลื่อนคู่ที่สามารถเปิดออกสู่ระเบียงได้ พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องนอนเล็กน้อยค่ะ ปูพื้นด้วยวัสดุเดิม ขนาดของระเบียงห้องนอนจะไม่ถึงกับกว้างมาก แต่ก็ยังพอวางเก้าอี้ หรือเดินออกมารับลมยามเช้าได้ จากโซนพักผ่อน เราจะเข้าไปดูโซน Walk-in Closet กันต่อค่ะ เราสามารถทำประตูกันพื้นที่ห้องแบบนี้เลยก็ได้ เข้ามาภายในโซน Walk-in Closet เป็นห้องตู้เสื้อผ้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ จากตรงกลางห้องเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง แจกออกไปทางซ้ายขวา สามารถทำตู้เสื้อผ้า Built-in ได้ทั้ง 2 ฝั่ง อีกฝั่งจะเชื่อมต่อเข้าสู่ห้องน้ำในตัวได้ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องนอนเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนผิวด้านอย่างสวยงาม ผนังก็กรุด้วยกระเบื้องลายเดียวกัน แต่มีผิวมันมากกว่า โดยรวมห้องน้ำของห้องนอนใหญ่จะมีความหรูหรามากที่สุด วางผังโดยให้เข้าจากบริเวณกลางห้อง จัดอ่างล้างมือไว้ตรงกลาง ฝั่งซ้ายเป็นโซน Shower และโถสุขภัณฑ์ ส่วนฝั่งขวาเป็นอ่างอาบน้ำค่ะ อ่างล้างมือเป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์ แบบ His & Her มีลิ้นชักเก็บของใต้อ่างมาให้ถึง 4 ลิ้นชัก ขนาดอ่างทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดีค่ะ ก๊อกน้ำแยกระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ไปดูในส่วนของโถสุขภัณฑ์และโซน Shower กันต่อ โถสุขภัณฑ์เป็นแบบ Washlet รุ่น Top จาก Cotto เลยค่ะ จะมีแผงควบคุมติดมาให้ข้างๆแบบนี้ ฝั่งตรงข้ามเป็นโซน Shower เฉพาะห้องน้ำของห้องนอนใหญ่เท่านั้นนะคะที่จะติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้เลย มือจับบานประตูขนาดใหญ่ สามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้ในตัว พื้นโซน Shower จะลดระดับลงไปจากพื้นห้องน้ำอีกเล็กน้อย ขนาดพื้นที่ยืนกำลังดี ภายในติดตั้ง Rain Shower พร้อมฝักบัวสายอ่อน และ ราวปรับระดับมาให้เรียบร้อย ส่วนฝั่งขวามือทำชั้นวางสบู่ให้แล้วเหมือนกัน ชุด Rain Shower พร้อมฝักบัวสายอ่อน และ ชั้นวางสบู่ มาดูอ่างอาบน้ำอีกฝั่งนึงค่ะ ถูกวางไว้อยู่ฝั่งริมหน้าต่าง ที่ผนังก็ทำชั้นวางสบู่มาให้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นของ Kasch นะคะ ขนาดสำหรับนอนแช่น้ำได้ 1 คน ข้างๆติดชุดก๊อกน้ำและฝักบัวสายอ่อนมาให้เรียบร้อย เป็นของ Kohler ค่ะ เราเข้าไปดูห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องกันต่อเลยค่ะ ถึงจะเป็นห้องนอนเล็ก แต่ขนาดห้องก็ใหญ่พอสมควรเลย ยังสามารถวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตเอาไว้ให้ดูเป็นไอเดีย แต่จะเห็นได้ว่า พื้นที่ข้างเตียงยังเหลืออยู่เยอะมาก ฝั่งขวาเราจะวางเป็นโซฟาสัก 3 ที่นั่งก็ยังพอนะ โดยให้วางชิดริมผนังฝั่งขวาค่ะ ฝั่งปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวี และโต๊ะทำงานขนาดย่อมๆได้ในตัว ทางเดินยังเหลือๆค่ะ เดินผ่านสบาย ไม่ต้องตะแคงตัว ความพิเศษของบ้านในโครงการนี้ก็คือ จะมีห้องน้ำในตัวห้องนอนทุกห้องเลย จากห้องนอนจะเชื่อมต่อกับ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวแบบนี้ เราสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าได้ฝั่งนึง ส่วนอีกฝั่งวางโต๊ะเครื่องแป้ง เข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อเลย วัสดุและสุขภัณฑ์ของห้องน้ำในห้องนอนเล็กจะเป็นแบบเรียบๆค่ะ สุขภัณฑ์อาจจะไม่เทียบเท่ากับห้องนอนใหญ่ แต่ก็ยังคงสวยงามและได้มาตรฐานอยู่นะ บริเวณอ่างล้างมือค่ะ เคาน์เตอร์มีขนาดใหญ่ สามารถเก็บวางสิ่งของได้เยอะ โถสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่าง โซน Shower ติดตั้งชุดฝักบัวสายอ่อนพร้อมราวปรับระดับและชั้นวางสบู่เหมือนเดิม เราเข้าไปดูห้องนอนห้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้กันค่ะ มีขนาดใหญ่พอตัวเลยนะ ภายในห้องเราสามารถกั้นส่วนแยกเป็นโซน Walk-in Closet แยกจากโซนพักผ่อนได้ ทางบ้านตัวอย่างใช้ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in สูงถึงฝ้าเพดานแทนผนังกั้นห้องไปเลย ภายในห้องน้ำ ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์จะไม่ต่างจากห้องน้ำที่่ผ่านๆมา อ่างล้างมือได้แบบเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง โถสุขภัณฑ์ก็เช่นกันค่ะ โซน Shower ติดตั้งชุดฝักบัวสายอ่อน และชั้นวางสบู่มาให้เหมือนกันทุกประการ เราเข้ามาดูในส่วนของโซนพักผ่อนกันต่อ ขนาดเตียงที่วางคือ 5 ฟุต แต่จริงๆแล้วเราจะวางขนาด 6 ฟุตก็ยังทำได้ค่ะ ข้างเตียงยังวางโซฟานั่งเล่นได้อีกตัว ส่วนปลายที่นอนทำชั้นวางของเป็นชิ้นเดียวกับตู้เสื้อผ้าไปเลย และยังวางชั้นวางทีวีได้อีกตัว โดยไม่เสียพื้นที่ทางเดินจนเดินผ่านลำบากค่ะ นอกจากนี้ สวิตช์ไฟ และ ปลั๊กไฟ ที่ใช้ภายในบ้านจะเป็นของ Siemens อุปกรณ์ของระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งเอาไว้ให้ในตัวบ้านทุกหลัง ใช้ของ Inim นะคะ ::: แบบบ้าน SANDRINGHAM ขนาด 453 ตร.ม. ::: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน มาดูแบบบ้าน SANDRINGHAM ขนาด 453 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ซึ่งเป็นแบบบ้านไซส์กลางของโครงการกันต่อค่ะ ดีไซน์บ้านสไตล์ Luxury Nordic แบบบ้านจะถูกออกแบบมาให้มีช่องประตู-หน้าต่างที่กว้างขวาง ระบายอากาศได้ดี นี่ก็คือแบบบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบของโครงการค่ะ ประตูรั้วบ้านจะเป็นระแนงเหล็กแบบ 2 ตอน ที่หน้าบ้านจะมีช่องประตูรั้วเล็กๆสำหรับคนเดินเข้าได้ด้วยค่ะ ที่รั้วบ้านจะติดเลขที่บ้าน, Mailbox, กริ่งออด, ไฟกิ่ง และช่องเก็บขยะมาให้แบบนี้ เข้ามาในส่วนของลานจอดรถจะสามารถจอดรถได้ถึง 4 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม-คอนกรีตเสริมเหล็ก ลงเข็มแบบ On Beam ให้เพื่อกันทรุด ทำพื้นทรายล้างสลับสีให้อย่างสวยงาม ฝ้าเพดานติดดวงโคมดาวน์ไลน์มาให้ ตรงประตูบานเกล็ดก็คือห้องเก็บของค่ะ ส่วนข้างๆคือประตูทางเข้าบ้านรอง ประตูเป็นบานไม้สักติดลูกฟักกระจก มือจับเป็นก้านโยกสแตนเลส บริเวณประตูทางเข้ายกพื้นให้ 15 ซม. ปูกระเบื้องลายหินธรรมชาติสีดำให้ บริเวณพื้นที่สวนหน้าบ้านค่ะ ขนาดพื้นที่สวนข้างบ้านก็จะแล้วแต่ขนาดแปลงนะคะ แต่ทางโครงการจะทำการจัดสวนและปูหญ้ามาให้เรียบร้อยเลย กลับมาที่บริเวณเฉลียงหน้าบ้านค่ะ แบบบ้านตัวอย่าง ทางเข้าประตูหน้าบ้านจะยกระดับพื้นขึ้นไป 2 สเต็ป ขั้นละประมาณ 10 ซม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินธรรมชาติขนาด 60 x 60 ซม.ผิวด้านกันลื่น จากลานจอดรถจะมีทางเดินเข้าสู่เฉลียงและประตูหน้าบ้านแบบนี้ค่ะ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมติดกระจกเขียวตัดแสงบานใหญ่แบบนี้ มือจับประตูทั้งภายในและภายนอกค่ะ เข้ามาภายในตัวบ้าน เราจะเจอส่วนรับรองแขกก่อนเข้าสู่ Semi-Private Zone ของบ้าน ส่วนวัสดุของบ้าน พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังติดวอลล์เปเปอร์ให้ทั้งหลัง ส่วนฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.9 เมตรค่ะ ห้องนี้จะทำหน้าที่ Foyer ไปในตัวด้วยเลย และใช้เป็นพื้นที่สำหรับพักคอยแขก และนั่งพูดคุยด้วย ขนาดของพื้นที่ห้องก็พอๆกับห้องนั่งเล่นดีๆเลยนะ สามารถจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ตามภาพ อีกฝั่งนึงทำผนังตกแต่งและติดตั้งทีวี จริงๆแล้วถ้าไม่นับว่าเป็นทางเดินเข้าบ้าน เราจะวางโซฟาอีกฝั่งก็ยังทำได้ค่ะ ระยะทีวีของห้องนี้อยู่ที่ 3 เมตรเลยนะ ขนาดจอ 70 นิ้วก็ยังได้ จากส่วนรองรับแขกหน้าบ้านเข้ามาสู่โซน Semi-Private ซึ่งเป็นโถงใหญ่ และ Living Area ของบ้าน เข้ามาจะเจอห้องทานอาหารอยู่ตรงกลาง ฝั่งซ้ายจัดเป็นแพนทรี่ และฝั่งขวาเป็นห้องนั่งเล่น จะเห็นว่าห้องโถงใหญ่ของบ้านนั้นมีช่องแสงอยู่ทั่วทั้งห้อง ทำให้ภายในห้องยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นไปอีก เปิดม่านให้ดูแบบชัดๆเลยค่ะ ฝั่งห้องนั่งเล่นจะติดกับสวนข้างบ้าน สามารถเปิดประตูเชื่อมต่อกันได้ เดี๋มาดูที่ห้องนั่งเล่นกันก่อน ทางโครงการได้จัดโซฟารูปตัว L และโต๊ะกาแฟมาให้ดูพื้นที่ใช้สอยของบ้าน และเพื่อเป็นไอเดีย ดูจากการจัดวางแล้วขนาดพื้นที่ก็ยังเหลือๆเลย ฝั่งตรงข้ามทำผนังตกแต่ง และวางชั้นวางทีวี ระยะดูทีวีกว้างถึง 3 เมตรเลยค่ะ ติดทีวีจอขนาด 70 นิ้วได้กำลังพอดี มุมมองจากห้องนั่งเล่นย้อนกลับไปที่ห้องทานอาหารและแพนทรี่ค่ะ มาดูส่วนทานอาหารกันต่อ พื้นที่ห้องสามารถจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งได้อย่างลงตัวกับพื้นที่พอดี และพื้นที่ของห้องก็ยังเหลือเพียงพอสำหรับการจัดเป็นแพนทรี่ หรือจะจัดเป็นบาร์ก็ได้ค่ะ ทางบ้านตัวอย่างจัดแพนทรี่ให้เป็นแบบ U Shape พื้นที่เตรียมอาหารเหลือกว้าง 1 เมตรพอดี จากโถงใหญ่ของบ้านจะเชื่อมกับโถงทางเดินเพื่อเข้าสู่ ห้องนอนชั้นล่าง และลานจอดรถ ฝั่งซ้าย, ห้องครัว, ห้องเก็บของ และ โถงบันได ฝั่งขวา ส่วนปลายโถงคือห้องน้ำแขกค่ะ เริ่มจากห้องนอนชั้นล่างกันก่อนเลย พื้นห้องนอนจะปูด้วยไม้ Engineer Wood ห้องนอนชั้นล่าง เหมาะสำหรับเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุค่ะ หรือถ้าบ้านไม่มีผู้สูงอายุ เราจะจัดให้เป็นห้องทำงาน, ห้องดูหุ้น, ห้องสมุด หรือ Home Theater ก็ได้ ดูจากพื้นที่ห้องก็กว้างอยู่นะ กำลังพอดีกับเตียงนอนขนาด 5 ฟุตค่ะ อีกฝั่งนึงทำชั้นวางของ, ชั้นวางทีวี หรือตู้เสื้อผ้าก็ได้ ประตูฝั่งซ้ายคือ Walk-in Closet เชื่อมกับห้องน้ำในตัวค่ะ ในส่วนของ Walk-in Closet สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ฝั่งนึงพอดีๆ ภายในห้องน้ำ ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์จะไม่ต่างจากบ้านหลังใหญ่เลยค่ะ แต่โถสขภัณฑ์จะเป็นแบบธรรมดาไม่ได้ติดฝารองนั่งแบบ Washlet มาให้ ออกมาจากห้องนอนชั้นล่างจะเห็นประตูข้างโถงบันไดพอดี ตรงนี้คือห้องเก็บของนะคะ ใช้บานประตูสำเร็จรูป ภายในห้องเก็บของค่ะ ใช้เป็นห้องไฟฟ้าไปในตัว พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม กลับออกมาที่โถงทางเดินไปดูห้องน้ำแขกและห้องครัวกันต่อ ภายในห้องน้ำแขกของบ้านหลังนี้จะมีขนาดที่กว้างขวางขึ้น แต่วัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้เหมือนเดิม อ่างล้างมือฝังบนเคาน์เตอร์ โถสุขภัณฑ์วางที่ฝั่งตรงข้าม เข้าไปดูภายในห้องครัวกันต่อค่ะ ขนาดของห้องครัวจะเล็กกว่าบ้านหลังใหญ่นิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่ากว้างนะ ทางบ้านตัวอย่างวางเคาน์เตอร์ L Shape มาให้ดูเป็นไอเดีย จากห้องครัวจะมีประตูเชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านและลานซักล้างหลังบ้านได้ เปิดออกไปจะเป็นพื้นลดระดับลงไป 10 ซม. ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ แบบเดียวกัน ส่วนพื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปอีก ปูด้วยกระเบื้องแบบเรียบๆทั่วไปขนาด 30 x 30 ซม. บริเวณลานซักล้างค่ะ ติดตั้งปั้มน้ำและแทงค์น้ำมาให้กับตัวบ้านเลย บริเวณทางเดินหลังบ้าน ตรงนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สวนข้างบ้านได้ มาดูห้องซักรีดและห้องแม่บ้านกันต่อ ประตูฝั่งขวาคือห้องซักรีด ฝั่งซ้ายคือห้องแม่บ้าน ภายในห้องซักรีด มีขนาดย่อมๆ แต่ก็พอทำงานได้ ภายในห้องแม่บ้าน มีขนาดเล็กแต่ไม่คับแคบจนเกินไป ซึ่งในห้องแม่บ้านก็จะมีห้องน้ำให้ในตัวเลยค่ะ สำหรับโครงสร้างบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง ปิดผิวด้วยไม้สีเข้ม โถงบันไดกว้างประมาณ 1.1 เมตรค่ะ มีการเว้นระยะระหว่างไฟลท์บันไดด้วย ทำให้ตัวโถงดูโปร่ง มุมมองขึ้นไปยังบริเวณโถงบันได ราวจับบันไดเป็นระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน ส่วนมือจับก็ใช้วัสดุไม้สีเข้ากับพื้นบันได มองย้อนกลับลงไปที่บริเวณชานพักบันได ขั้นบันไดเป็นทรงสี่เหลี่ยมเต็มทุกขั้น เดินได้อย่างปลอดภัย มองย้อนกลับไปที่ส่วนโถงบันไดค่ะ มีช่องแสงขนาดใหญ่ติดให้ ขึ้นมาบนชั้นสองแล้วจะเจอกับพื้นที่โถงทางเดิน พื้นชั้นสองปูด้วยไม้ Engineer Wood ทั้งหมด ผนังติดวอลล์เปเปอร์ ฝ้าก็สูงถึง 2.9 เมตรเท่าชั้นล่าง พอขึ้นมาบนโถงทางเดินจะเจอห้องนั่งเล่นบนชั้น 2 ส่วนประตูฝั่งซ้ายก็คือห้องนอนใหญ่ ส่วนอีกฝั่งนึงของโถงจะเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องค่ะ เราเข้ามาดูภายในห้องนั่งเล่นชั้น 2 ตรงกลางโถงกันก่อนค่ะ จัดเป็นห้องพักผ่อนครอบครัวขนาดย่อมๆ ภายในห้องสามารถวางโซฟาเบดได้อย่างลงตัว อีกฝั่งสามารถทำชั้น Built-in หรือจะวางชั้นวางทีวีธรรมดาๆก็ได้ เราเข้าไปดูห้องนอนใหญ่กันต่อเลยค่ะ ภายในห้องนอนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 โซนคือโซนพักผ่อน และโซน Walk-in Closet เข้าไปดูในส่วนของโซนพักผ่อนกันก่อนค่ะ ส่วนนี้จะมีฝ้าเพดานที่สูงเป็นพิเศษ สูงถึง 4.4 เมตร ตาม แนวลาดของหลังคา อีกทั้งยังมีช่องแสงขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ห้องนี้ดูโอ่อ่า ขนาดเตียงนอน 6 ฟุตก็วางได้สบายๆค่ะ ทั้ง 2 ฝั่งยังสามารถวางโต๊ะข้าง หรือโคมไฟเพิ่มได้ ปลายเตียงจะทำผนังตกแต่งหรือวางชั้นวางทีวีก็พอค่ะ พื้นที่ยังเหลือ สามารถวางสตูลปลายเตียงได้อีกตัวนึงเลยนะ จากห้องนอนใหญ่จะมีประตูบานเลื่อนคู่ที่สามารถเปิดออกสู่ระเบียงได้ พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องนอนเล็กน้อยค่ะ ขนาดของระเบียงห้องนอนจะไม่ถึงกับกว้างมาก แต่ก็ยังพอวางเก้าอี้ หรือเดินออกมารับลมยามเช้าได้ จากโซนพักผ่อนเราเข้าไปดูในโซนแต่งตัวกันต่อค่ะ ในโซน Walk-in Closet ยังเหลือพื้นที่พอสำหรับแบ่งเป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวได้อีก 1 ห้องด้วย หรือถ้าใครมีเสื้อผ้า, กระเป๋า และ Accessories เยอะๆจะทำเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่เลยก็ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน ฮ่าๆๆ ระยะห้องจะกระทัดรัดหน่อยค่ะ แนะนำให้ใช้เป็นทีวีแขวนผนังจะดีกว่า เพื่อเพิ่มระยะดูทึวีให้ไกลหน่อย ดูใกล้เกินไปจะปวดตาได้นะ ภายในโซน Walk-in Closet ที่ทางบ้านตัวอย่างจัดเอาไว้ ก็นับว่าเหลือเฟืออยู่นะ จาก Walk-in Closet ก็จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวค่ะ เข้ามาภายในห้องน้ำใหญ่จะเห็นว่าดูหรูหราไม่แพ้บ้านหลังใหญ่เลยนะ วัสดุที่ใช้ก็ทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตาดี ฝั่งซ้ายมือจะวางอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ค่ะ ซึ่งจุดนี้จะแพ้บ้านหลังใหญ่ตรงที่ได้อ่างล้างมือแบบ His & Her และโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ตรงนี้บ้านขนาดกลางจะได้เป็นอ่างล้างมือ 1 อ่าง กับโถสุขภัณฑ์แบบธรรมดา ส่วนฝั่งขวามือเป็นโซน Shower และอ่างอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำในตัวห้องนอนใหญ่ก็จะทำการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำมาให้แบบนี้เลย พร้อมกับชุด Rain Shower ค่ะ อ่างอาบน้ำที่ได้จะใช้ต่างรุ่นจากบ้านหลังใหญ่ค่ะ แต่ขนาดก็พอๆกัน เราเข้าไปดูห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องกันต่อ เข้ามาภายในห้องนอน 2 มีขนาดใหญ่พอตัวเลยนะ เราจะจัดแบ่งโซนพักผ่อนกับโซน Walk-in Closet ให้เป็นสัดส่วนเหมือนบ้านหลังใหญ่ก็ได้ หรือจะจัดให้มีลักษณะเปิดโล่งแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกโปร่งสบายมากกว่า ตรงนี้แล้วแต่ชอบนะคะ ที่ฝั่งนึงเราจะวางชั้นวางทีวี และตู้เสื้อผ้าได้พอดีเลย ส่วนอีกฝั่งนอกจากเตียงนอน เราจะวางโต๊ะทำงานเพิ่มอีกตัวก็ยังมีที่พอค่ะ ทางบ้านตัวอย่างได้วางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้เราดูขนาดพื้นที่ใช้สอย ดูๆแล้วพื้นที่ก็ยังเหลือๆนะคะ ถ้าใครชอบนอนเตียงใหญ่ก็จัดที่นอน 6 ฟุตได้เลย ข้างๆประตูทางเข้าห้องก็คือห้องน้ำในตัวค่ะ การประดับตกแต่งห้องน้ำอาจมีแตกต่างออกไปบ้าง แต่วัสดุและสุขภัณฑ์หลักๆก็ยังคงใช้แบบเดิมค่ะ มาถึงห้องนอนห้องสุดท้ายแล้วค่ะ มีขนาดเล็กที่สุด แต่ขนาดก็ไม่ถือว่าเล็กเลยนะ พื้นที่ใช้สอยนับว่ากำลังดีเลยค่ะ พอวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ก็จะเห็นว่ามีพื้นที่เหลือทั้ง 2 ข้าง วางโต๊ะข้างได้ ที่ฝั่งซ้ายเราสามารถวางโต๊ะทำงานเพิ่มเติมได้อีกนะ ฝั่งปลายเตียงแนะนำเป็นทีวีแบบแขวนผนัง หรือชั้นวางทีวีที่ไม่ใหญ่มาก ระยะเดินที่เหลือจากการวางเตียงกับชั้น Built-in ก็เดินผ่านสบายอยู่ค่ะ แต่อย่ากินพื้นที่ออกมามากกว่านี้นะ มุมมองภายในโซนพักผ่อนอีกมุม จากโซนพักผ่อนจะเชื่อมต่อกับโซน Walk-in Closet และห้องน้ำ เราสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าได้ฝั่งนึง ส่วนอีกฝั่งวางโต๊ะเครื่องแป้ง วัสดุและสุขภัณฑ์ที่ใช้ภายในห้องน้ำจะเหมือนเดิมทุกประการค่ะ ที่ต่างกันก็คือการวาง Lay Out ของสุขภัณฑ์ ที่ฝั่งซ้ายวางอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ระยะการวางกำลังดีค่ะ เวลาใช้งานไม่รู้สึกเบียดเสียด ส่วนอีกฝั่งก็คือโซน Shower ติดตั้งชุดฝักบัวสายอ่อน และชั้นวางสบู่ให้เหมือนเดิม :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ธันวาคม 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า อื่นๆ ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (ธันวาคม 2560) :::: แบบบ้าน OSBORNE พื้นที่ใช้สอย 356 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 102.30 ตร.วา – ราคา 16,990,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Bangkok Boulevard Signature สาทร-ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนบางแวก ช่วงระหว่างถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.พุทธมณฑลสาย 1 ในฝั่งธนบุรี และอยู่ไม่ไกลจาก BTS สถานีบางหว้าค่ะ ทำเลนี้จะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ที่ขยายตัวออกมาจากย่านวงเวียนใหญ่และจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งสาธารณูปโภคต่างๆ อีกทั้งแผนการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้ามายังฝั่งธนฯซึ่งจะผ่านละแวกโครงการด้วย จะทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ และโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆตามมาอีกค่ะ ในระยะใกล้เคียงกับตัวโครงการภายในถนนบางแวกก็สามารถหาของกินได้ไม่ยาก มีทั้งร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านขายยา, ร้านเสริมสวย, ธนาคาร รวมถึงตลาดสดฉิมพลี ระยะสามารถเดินจากตัวโครงการไปได้สะดวก ส่วนห้างใหญ่ๆที่สามารถขับรถไปได้สะดวกก็จะมี The Circle และ Food Villa บนเส้นราชพฤกษ์ ที่เส้นเพชรเกษมก็จะมีทั้ง ซีคอน บางแค, ตลาดใหม่ บางแค, Tesco Lotus และ The Mall บางแค ส่วนห้างเซ็นทรัลก็จะมีอยู่ตรงถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้าค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวโครงการนั้นสามารถเดินทางได้สะดวกมาก เพราะสามารถวิ่งเข้า-ออกจากถนนสายหลักได้ถึง 3 สายด้วยกัน ทั้งจากถ.ราชพฤกษ์, ถ.พุทธมณฑลสาย 1 และ ถ.เพชรเกษม จากถ.บางแวกเองก็สามารถวิ่งเชื่อมต่อไปยัง ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.พุทธมณฑลสาย 2 และ ถ.จรัญสนิทวงศ์ได้ง่าย อีกทั้งจากปากซอยถ.บางแวกตรงเส้นราชพฤกษ์ จะอยู่ไม่ไกลจากจุดกลับรถในระยะ 1.6 กม. และยังสามารถเข้า-ออกเมืองได้สะดวก เพราะอยู่ห่างจากสะพานตากสินเพียง 10 กม. วิ่งเข้าสู่สาทรได้เลย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก จะวิ่งไปทางไปพระราม 9, บางนา หรือ ปากเกร็ด ก็ง่าย อีกทั้งยังวิ่งขึ้นวงแหวนกาญจนาฯได้สะดวก ใช้ไปทางบางใหญ่ หรือลงไปทางพระราม 2 ก็ได้เช่นกัน การเดินทางโดยรถสาธารณะ ภายในถ.บางแวกก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์, รถแท็กซี่ รวมถึงรถสองแถววิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งวันค่ะ อีกทั้งจากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากโครงข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็น รถไฟฟ้า BTS สถานี บางหว้า อยู่ห่างจากตัวโครงการออกไป 3.7 กม. นั่งวินไปไม่ถึง 10 นาทีเอง นับว่าไม่เลวร้ายนักสำหรับคนที่ไม่ชอบขับรถเอง ส่วนในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากสถานีบางหว้าวิ่งเลียบเส้นราชพฤกษ์ขึ้นไปสุดบริเวณทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานีบางเชือกหนัง ส่วนอีกสายนึงก็คือ ช่วงหัวลำโพง-บางแค สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือ สถานีเพชรเกษม 48 โดยคาดว่าจะได้ใช้งานในช่วงปี 2562 ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อคนที่ไม่ใช้รถยนต์อีกมากค่ะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ ตัวโครงการเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูสไตล์ Luxury Nordic สูง 2 ชั้น มีทั้งหมด 134 ยูนิตบนพื้นที่ 72-1-46 ไร่ นับว่าเป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวค่ะ ซึ่งภาพรวมของโครงการออกแบบมาให้มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมเมือง Bourton on the water เมืองที่มีหมู่บ้านสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีธารน้ำรอบเมือง, สะพานหิน, สนามหญ้า และ ต้นไม้ ซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อน ตัวบ้านมีช่องประตู-หน้าต่างขนาดใหญ่รอบบ้านทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง, ฝ้าเพดานสูง และมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถจัดฟังก์ชั่นได้ตามใจชอบ ห้องนอนใหญ่มีจุดเด่นที่ฝ้าเพดานสูงตามความลาดของหลังคา พร้อมผนังกระจกผืนใหญ่ และห้องนั่งเล่นในตัว ห้องนอนรองก็มีขนาดใหญ่ สามารถใส่ฟังก์ชั่นได้ครบ มีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัวทุกห้อง วัสดุของบ้านรวมถึงสุขภัณฑ์ที่ได้มาก็เหมาะสมกับราคา มีความสวยงาม, ดูหรูหรา และคุณภาพดี ได้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Triple Security พร้อมหน้าจอแสดงผลติดตั้งไว้ให้บริเวณโถงบันได โดยบ้านในโครงการก่ออิฐมวลเบา, พื้นบ้านใช้กระเบื้องหินอ่อน, กระเบื้องแกรนิตโต้, กระเบื้องเซรามิค และพื้นไม้ Engineer Wood ได้ไฟดาวน์ไลท์ทั้งหลัง และได้โถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ที่ห้องนอนชั้นล่าง และห้องนอนใหญ่ (เฉพาะบ้าน Size L) สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการเองก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครันทั้ง คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ห้องรับรองอเนกประสงค์, สนามบาส, สนามเทนนิส และสวนสาธารณะขนาด 4 ไร่ ที่ออกแบบมาตามแบบสถาปัตยกรรมเมือง Bourton on the water ใน Cotswold โดยเน้นการออกแบบตาม Universal Design คนทุกเพศทุกวัยสามารถใช้งานได้ โดยบรรยากาศถือว่าทำออกมาได้สวยงามดี ขนาดส่วนกลางของโครงการเมื่อเทียบกับปริมาณยูนิตแล้วถือว่าดีเลยนะ ไม่แออัดอย่างแน่นอน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือว่าสมบูรณ์ดีค่ะ มีตลอด 24 ชม. เป็นระบบ Triple Security System ผ่าน Double Gate โดยใช้ระบบ Access Control แบบ Easy Pass ในการเข้า-ออกตัวโครงการ และติดตั้งสัญญาณกันขโมยให้ภายในบ้านอีกชั้น คือ ระบบ Magnetic และ Shock Sensor ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง Security Center และ Smart Phone ของเจ้าของบ้านตลอด 24 ชม. อีกทั้งยังล้อมรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรพร้อมเหล็กแหลม ติดตั้ง CCTV ทุกซอย และทุกจุดสำคัญทั่วโครงการ ถือว่าดีมากค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1749 WEBSITE : ***
ถนนบางแวก (จรัญฯ 13) แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.
4 ห้อง
16,000,000 ฿
3/11/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
ช่างกุญแจ ลืมกุญแจไว้ในรถ ลืมกุญแจไว้ในบ้าน ลืมกุญแจเซฟและรหัส งานกุญแจรีโมทรถยนต์ งานชิพ IMMOBILIZER รถยนต์ ทีมช่างกุญแจ BangkokKey > www.bangkokkey.com ศูนย์บริการกุญแจครบวงจรทั่วประเทศไทย โทร. 083-1111-938 เปิดแบบไม่งัด ไม่รื้อ ไม่เจาะ เปิดทางรูกุญแจ รถบ้านไม่เสียหาย ... กุญแจหาย ลืมกุญแจไว้ในบ้าน ลืมกุญแจไว้ในรถ BangkokKey ลืมกุญแจบ้าน ลืมกุญแจตู้เซฟ กุญแจหาย ช่างกุญแจกรุงเทพ ช่างกุญแจระยอง ช่างกุญแจจันทบุรี ช่างกุญแจชลบุรี BangkokKey.com ปลดล็อค ช่างกุญแจ สะเดาะกุญแจ รับเปิดกุญแจบ้าน สำนักงาน รับเปิดกุญแจรถยนต์ มอไซต์ทุกรุ่น เปิดกุญแจเซฟทุกรุ่น - ช่างกุญแจ รับเปิดกุญแจบ้าน เปิดกุญแจสำนักงาน - รับเปิดกุญแจรถยนต์ เปิดกุญแจรถมอไซต์ทุกรุ่น กุญแจคีย์การ์ด - รับเปิดกุญแจตู้เซฟทุกรุ่น เปิดกุญแจโรงแรม คอนโด กุญแจลูกบิด - กุญแจหาย รับซ่อม ทำกุญแจ ปั้ม ทำกุญแจชิฟ เปิดกุญแจทุกชนิด - ลืมกุญแจบ้าน ลืมกุญแจรถ ลืมกุญแจตู้เซฟ ปลดล็อค สะเดาะกุญแจ - กุญแจรถหาย ทำดอกใหม่ได้โดยไม่ต้องรื้อรถมอไซต์ หรือรถยนต์ - เปิดบ้านแบบไม่งัด ไม่รื้อ ไม่เจาะ เปิดทางรูกุญแจ บ้านจะไม่เสียหาย - เปิดรถแบบไม่งัด ไม่แงะ ไม่ถ่างประตู รถจะไม่เสียหาย - ปลดล็อคเบรค ปลดล็อคครัช ปลกล็อคเกียร์ ปลดล็อดพวงมาลัย ... BangkokKey >> *** ช่างกุญแจ ลืมกุญแจ กุญแจหาย ทำกุญแจ ซ่อมกุญแจ งานด้านกุญแจนึกถึงเรา ใส่ใจทุกเนื้องาน บริการคุณภาพ ผลงานเป็นที่ไว้วางใจของบุลคลชั้นนำทั่วประเทศไทย ช่างกุญแจมืออาชีพ ปลดล็อค สะเดาะกุญแจ Call Center 0831111938 (เบอร์เดียวทั่วประเทศไทย) ... ช่างกุญแจบางรัก ช่างกุญแจคลองเตย ช่างกุญแจคลองสาน ช่างกุญแจคันนายาว ช่างกุญแจบางพลี ช่างกุญแจจตุจักร ช่างกุญแจจอมทอง ช่างกุญแจวังหิน ช่างกุญแจพระราม 2 ช่างกุญแจดอนเมือง ช่างกุญแจดินแดง ช่างกุญแจดุสิต ช่างกุญแจตลิ่งชัน ช่างกุญแจกิ่งแก้ว ช่างกุญแจทุ่งครุ ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจท่าพระ ช่างกุญแจบางบัวทอง ช่างกุญแจบางกะปิ ช่างกุญแจพระราม 3 ช่างกุญแจบางบอน ช่างกุญแจดาวคะนอง ช่างกุญแจบางเขน ช่างกุญแจบางแค ช่างกุญแจบางซื่อ ช่างกุญแจบางนา ช่างกุญแจบางพลัด ช่างกุญแจบางรัก ช่างกุญแจพหลโยธิน ช่างกุญแจปทุมวัน ช่างกุญแจประเวศ ช่างกุญแจลาดกระบัง ช่างกุญแจพญาไท ช่างกุญแจพระโขนง ช่างกุญแจงามวงศ์วาน ช่างกุญแจมีนบุรี ช่างกุญแจพระราม 9 ช่างกุญแจสุขุมวิท ช่างกุญแจราชเทวี ช่างกุญแจราษฎร์บูรณะ ช่างกุญแจลาดกระบัง ช่างกุญแจลาดพร้าว ช่างกุญแจวังทองหลาง ช่างกุญแจสวนหลวง ช่างกุญแจสะพานสูง ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจพัฒนาการ ช่างกุญแจสาทร ช่างกุญแจสายไหม ช่างกุญแจวิภาวดี ช่างกุญแจหลักสี่ ช่างกุญแจห้วยขวาง ช่างกุญแจรามอินทรา ช่างกุญแจสุขาภิบาล ช่างกุญแจรัชดาภิเษก ช่างกุญแจรังสิต ช่างกุญแจระยอง เขตเมือง บ้านค่าย สามย่าน ปลวกแดง แกลง บ้านเพ บ้านฉาง วังจันทร์ มาบตาพุด ช่างกุญแจระยอง เขตท่องเที่ยว หาดแม่รำพึง หาดสวนสน หาดแหลมแม่พิมพ์ หาดแสงจันทร์ หาดน้ำริน ช่างกุญแจชลบุรี ช่างกุญแจพัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ จอมเทียน ช่างกุญแจบางแสน แหลมฉบัง ช่างกุญแจฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง ท่าตะเกียบ บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว บางปะกง บ้านโพธิ์ ... BangkokKey มีความชำนาญในการเปิดกุญแจรถทางรูกุญแจ รถจะไม่เสียหาย 100% ? Altis ? Vios ? Fortuner ? Jazz ? Accord ? Civic ? Focus ? Fiesta ? Escape ? V-cross ? MU-7 ? Cruze ? March ? Camry ? Triton ? Pajero ? Lancer TG ? Lancer EX ? Cedia ? Cefiro ? Teana ? Navara ? Tida ? Neo ? D-Max ? Wish ? Avanza ? Commutor ? Fortuner ? S-class ? C-class ? E-class ? Series 3 ? Series 5 ? Series 7 ? Z3 ? Z4 ? A3 ? A5 ? A6 ... ทีมช่างกุญแจชำนาญพิเศษการเปิดรถทางรูกุญแจรถญี่ปุ่น รถยุโรป - ช่างกุญแจ BENZ ช่างกุญแจ BMW ช่างกุญแจ VOLVO - ช่างกุญแจ AUDI ช่างกุญแจ CHEVROLET ช่างกุญแจ JAGUAR - ช่างกุญแจ LEXUS ช่างกุญแจ FORD ช่างกุญแจ OPEL - ช่างกุญแจ TOYOTA ช่างกุญแจ HONDA ช่างกุญแจ ISUZU - ช่างกุญแจจ MITSUBISHI ช่างกุญแจ MAZDA ช่างกุญแจ MINI - ช่างกุญแจ SUBARU ช่างกุญแจ SUZUKI ช่างกุญแจ VOLK - ช่างกุญแจ HYUNDAI ช่างกุญแจ ROVER ช่างกุญแจ PEUGEOT ... ศูนย์ใหญ่ให้บริการพื้นที่ ช่างกุญแจอยุธยา ช่างกุญแจอ่างทอง ช่างกุญแจพิษณุโลก ช่างกุญแจเชียงใหม่ ช่างกุญพิษณุโลก ช่างกุญแจเชียงราย ช่างกุญแจนครราชสีมา ช่างกุญแจนครสวรรค์ ช่างกุญแจขอนแก่น ช่างกุญแจอุดรธานี ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจชุมพร ช่างกุญแจลำพูน ช่างกุญแจลำปาง ช่างกุญแจน่าน ช่างกุญแจแพร่ ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจปัตตานี ช่างกุญแจภูเก็ต ช่างกุญแจสงขลา ช่างกุญแจราชบุรี ช่างกุญสุราษฎร์ธานี ช่างกุญแจกาญจนบุรี ช่างกุญแจนครสวรรค์ ช่างกุญแจมหาสารคาม ช่างกุญแจชัยภูมิ ช่างกุญแจหนองคาย ช่างกุญแจสุโขทัย ช่างกุญแจพิจิตร ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจตาก ช่างกุญแจนครพนม ช่างกุญแจบุรีรัมย์ ช่างกุญแจสระแก้ว ช่างกุญแจร้อยเอ็ด ช่างกุญแจเลย ช่างกุญแจสุรินทร์ ช่างกุญแจบุรีรัมย์ ช่างกุญแจสิงห์บุรี ช่างกุญแจระนอง ช่างกุญแจสระบุรี ช่างกุญแจสุพรรณบุรี ช่างกุญแจชัยนาท ช่างกุญแจสมุทรปราการ ช่างกุญแจสมุทรสาคร ช่างกุญแจสงขลา ช่างกุญแจพังงา ช่างกุญแจสตูล ช่างกุญแจอุดรดิตถ์ ช่างกุญแจกระบี่ ช่างกุญแจนครศรีธรรมราช ช่างกุญแจพัทลุง ช่างกุญแจพะเยา ช่างกุญแจแม่ฮองสอน ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจมุกดาหาร ช่างกุญแจศรีษะเกษ ช่างกุญแจนครพนม Tag : ช่างกุญแจ , บ้าน , เซฟ
กรุงเทพมหานคร
1,000 ฿
24/10/2017
เพิ่มเติมplazathai.com
EP.854 รีวิว ทาวน์โฮม ไลโอ บลิส เพชรเกษม – ยอแซฟ Lio Bliss Phetkasem – Joseph สวัสดีค่ะผู้อ่าน Homenayoo ทุกคน วันนี้เราจะพามาชมโครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ ทาวน์โฮมโครงการใหม่ จาก ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานจริง โครงการตั้งอยู่ภายใน ซอยเปโตร 3 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73110 เข้ามาจาก ซอยวัดเทียนดัด 550 เมตร เดินทางสะดวกใกล้ทั้ง วงแหวนกาญจนาภิเษก และใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน อยู่ใกล้ เซ็นทรัลศาลายา , บิ๊กซีอ้อมใหญ่ และ เดอะมอลล์บางแค โครงการ ไลโอ บลิส เพชรเกษม – ยอแซฟ มีเนื้อที่โครงการ 18 ไร่ จำนวน 216 ยูนิต เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น กับฟังก์ชั่นขนาด 3 – 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 1 – 2 คัน ดีไซน์หน้าบ้านให้ “กว้าง” พร้อม Master Bedroom ขนาดใหญ่ ขนาดเริ่มต้นที่ 17.60 ตร.วา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 นี้ (บางส่วน) สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการจะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ด้วยราคาที่หยิบจับง่ายเริ่มต้นที่ 1.499 ล้านบาท โดยรายละเอียดที่เราจะพาท่านไปชมจะมีทำเลที่ตั้งโครงการ, สภาพแวดล้อม, ข้อมูลโครงการ และบ้านตกแต่งแบบเจาะลึก เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า พาชม VDO LIO BLISS เพชรเกษม-ยอแซฟ :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซอยเปโตร 3 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73110 พิกัด : 13.716196, 100.253945 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ ตั้งอยู่ในซอยเปโตร 3 ค่ะ อยู่ใกล้ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคนฝั่งธนเริ่มต้นจากวงเวียนใหญ่วิ่งผ่านไปยังทิศตะวันตกผ่านอีกหลายจังหวัด ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์ และ โรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงนครปฐมเลย ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแคซึ่งกำลังก่อสร้างกันอยู่นะคะ น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น การเดินทางด้วยรถยนต์ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเส้นทางหลักเลยก็ต้องเป็นถนนเพชรเกษมแน่นอนค่ะ ซึ่งถ้าวิ่งไปฝั่งทิศตะวันออกมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองก็จะสามารถไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย หรือจะวิ่งเข้าถนนราชพฤกษ์ข้ามสะพานตากสินไปฝั่งกรุงเทพฯ ก็วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หากวิ่งไปทางตะวันตก ถนนเพชรเกษมจะวิ่งยาวผ่านหลายจังหวัดทั้งนครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี ลงไปทางใต้ ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ในช่วง Rush Hour เช้ากับเย็นถ้าใครจะต้องวิ่งผ่านช่วงนั้นก็ขอให้ทำใจและเผื่อเวลากันดีๆนะคะ จากถนนเพชรเกษมเองก็จะมีทางเชื่อมไปออก ถนนบรมราชชนนี และ พระราม 2 ที่วิ่งขนานกันอยู่ เส้นที่ใช้วิ่งไปออกถนนบรมราชชนนีคือพุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 แล้วแต่จะสะดวกเลือกใช้เลยว่าเส้นไหนจะวิ่งสะดวกกว่ากัน ดูๆไปแล้วเส้นบรมราชชนนีจะวิ่งง่ายและวิ่งคล่องกว่าเส้นเพชรเกษมด้วยเพราะไม่มีแยกไฟแดงเยอะ ส่วนเส้นที่ใช้ไปออกถนนพระราม 2 ก็จะใช้ได้ทั้งถนนบางบอน 5 และถนนบางแคเชื่อมต่อไปยังถนนบางขุนเทียน ย่านนี้จะเรียกว่าท่าเกษตร สามารถใช้ไปออกถนนกัลปพฤกษ์ตรงสาธรก็ได้เช่นกันค่ะ ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งใต้ สะดวกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปยังบางบัวทองหรือทางบางพลีเป็นกิจวัตร โดยจากซอยเปโตร 3 ให้วิ่งออกมาที่ซอยวัดเทียนดัด แล้วออกมาที่ถนนเพชรเกษม วิ่งตามเส้นเพชรเกษมไปเรื่อยๆจนถึงจุดตัดกับวงแหวนกาญจนาภิเษก ให้ชิดซ้ายวนเข้าวงแหวนกาญจนาฯไปได้เลย รวมระยะทางแล้วได้ประมาณ 18.0 กม. วิ่งลงไปทางนี้จะสามารถไปลงถนนพระราม 2 เพื่อขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ออกไปทางพระราม 9 – บางนา – ดินแดง – แจ้งวัฒนะ ได้ค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่ในเขตชานเมือง แต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์รองรับการอยู่อาศัยใกล้แหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา และโรงงาน ห้างสรรพสินค้าหลักๆเลยก็จะมีเซ็นทรัลศาลายา และ เดอะมอลล์ ที่ใกล้กับตัวโครงการเลยจะเป็น Big C อ้อมใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากตัวโครงการไปเพียง 4 นาทีเท่านั้น นอกจากนั้นก็จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง Victoria Garden ภายในมี Foodland, Tulip Square ภายในจะมีทั้งโซน Shopping mall, อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม Low rise, ตลาดพันล้าน, ตลาดสดสมบูรณ์ และศึกษาภัณฑ์ ส่วนภายในซอยเปโตร 3 เองจะมีแต่บ้านพักอาศัย, โรงงาน และ ห้องแถว จะยังไม่ค่อยคึกคักและอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ต้องออกมาที่ซอยวัดเทียนดัดจะมีอาคารพาณิชย์, ร้านขายของชำ, ร้านอาหาร และตลาดรองรับอยู่ค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้นจะยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกมาที่เส้นเพชรเกษม จะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านอยู่ตลอดเวลา แต่ต่อไปในอนาคตจะมี รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วง หัวลำโพง – บางแค ซึ่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีหลักสอง อยู่ห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 17.3 กม. สามารถช่วยให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้นสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนเพชรเกษม > แยกเพชรเกษม 69 > แยกเพชรเกษม 104 > แยกพุทธมณฑล 4 > ถนนเพชรเกษม 91 > ซอยวัดเทียนดัด > ซอยเปโตร 3 > โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนเพชรเกษม ช่วงพุทธมณฑลสาย 1 เลยจากสถานีรถไฟฟ้าบาหว้ามาประมาณ 3 กม. ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นซีคอนบางแคค่ะ ถัดมาไม่ไกลจะเห็นเทสโก้โลตัสบางแคอยู่ทางขวามือของเรา และเดอะมอลล์บางแคค่ะ ข้างหน้าเราจะตัดกับเส้นกาญจนาภิเษก ตอนนี้เส้นเพชรเกษมจะติดหน่อยนะเพราะว่ากำลังสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ทางยกระดับข้างบนคือเส้นวงแหวนกาญจนาภิเษกค่ะ ให้วิ่งลอดผ่านไปเลย ถ้าออกทางซ้ายมือจะเข้าเส้นกาญจนานะ ไปทางบางพลีนู่นเลย จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐม วิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายจะไปทางบางบัวทองนะ วิ่งตามเส้นเพชรเกษมต่อไปเรื่อยๆผ่านพุทธมณฑลสาย 2 ไปจะเห็นบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และแม็คโครเพชรเกษม ไม่ไกลกันจะเห็น Victoria Gardens ทางฝั่งซ้ายมือค่ะ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกบนเส้นเพชรเกษม ครบเครื่องเรื่องกิน – ช็อป – เที่ยว รวมเอาไว้ที่นี่เลยค่ะ ภายในจะมี Foodland ด้วยนะ ถัดไปอีกจะเป็นบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า เพชรเกษม 2 ฝั่งขวามือ รพ.วิชัยเวชกับสถานีวิทยุช่อง 3 และช่อง 9 และม.เอเชียอาคเนย์ค่ะ จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐมเอาไว้และวิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายไปจะเข้าถนนพุทธสาครไปทางสมุทรสาคร ถ้าไปกลับรถออกขวาจะไปเข้าพุทธมณฑลสาย 4 จากนั้นจะเห็น Tulip Square อยู่ทางขวามือ ส่วนหน้าจะเป็น Community mall ภายในจะมีทั้ง อาคารพาณิชย์ และ คอนโดมิเนียม Low rise ขับต่อไปอีกสักระยะจะมีตลาดพันล้าน และ บิ๊กซีอ้อมใหญ่ เป็นจุดสังเกต เราใกล้ถึงตัวโครงการแล้วล่ะค่ะ จากนั้นให้สังเกตป้ายซอยวัดเทียนดัดเอาไว้ ตอนนี้ใช้เราเตรียมชิดซ้ายเอาไว้เลยนะ ที่แยกไฟแดงข้างหน้าให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดเทียนดัดไปได้เลย จากซอยวัดเทียนดัดตรงเข้าไปประมาณ 550 เมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยเปโตร 3 ตรงเข้าไปอีกประมาณ 450 เมตรก็จะเห็นโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือแล้วค่ะ รวมระยะทางจากถนนเพชรเกษมถึงตัวโครงการเป็น 1 กม.พอดีๆ วิ่งเข้ามาในซอยวัดเทียนดัดแล้วให้สังเกตฝั่งขวามือเอาไว้ค่ะ จะมีป้ายบอกทางไปตัวโครงการอยู่หน้าปากซอยเปโตร 3 เมื่อเข้ามาในซอยเปโตรแล้วก็ขับตรงไปเรื่อยๆ ในระยะ 550 เมตรก็จะเห็นบอลลูนทางเข้าโครงการสีเหลืองๆอยู่ฝั่งซ้ายมือ ตอนนี้เรามาถึงโครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ กัน แล้วค่า สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ ศาสนสถาน สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ (ระยะทางวัดจากการเดินทางโดยรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยใช้ถนนเส้นที่ใกล้ที่สุด) :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: บริเวณโดยรอบโครงการในซอยเปโตร 3 เป็นถนนเส้นเล็กๆเพียง 2 เลน รถพอสวนกันได้ จะเป็นโซนของบ้านพักอาศัยในแนวราบ มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร, บ้านพักอาศัยส่วนบุคคล, ห้องแถว, อพาร์ทเม้นท์, ร้านขายของชำ, ที่ดินเปล่า และโรงงานอุตสาหกรรม บรรยากาศจะมีความเงียบสงบกว่าไม่คึกคักเท่าซอยวัดเทียนดัด และ เส้นเพชรเกษม เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะ จะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง � เริ่มต้นจากฝั่งตรงข้ามกับซุ้มทางเข้าโครงการจะเป็นที่ดินส่วนบุคคลอื่นค่ะ เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งซ้ายมือกันก่อนนะ ติดกับถนนหน้าทางเข้าโครงการเลยจะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ฝั่งตรงข้ามเป็นคณะฟรังซิสกัน ภราดาน้อย กาปูชิน อู่รถยนต์ค่ะ อยู่ติดกันเลย ที่ฝั่งตรงข้ามมียอแซฟแมนชั่น ข้างๆกันมีร้านข้าวราดแกงร้านเล็กๆเปิดให้บริการอยู่ด้วยนะ จากตัวโครงการเดินมาไม่ไกล ประมาณ 190 เมตร ก็จะเจอซุ้มของพี่วินจอดรอให้บริการอยู่ค่ะ เดินเลยไปอีกหน่อยจะมีร้านเบเกอรี่ ขายเค้กทำสดวันต่อวันเลย ติดๆกันจะเห็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆอยู่ มีอยู่หลังนึงเปิดเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กค่ะ ถ้าตรงไปข้างหน้าซอยเปโตรจะไปทะลุที่ซอยวัดโรมัน สามารถใช้วิ่งออกเส้นเพชรเกษมได้เช่นกัน กลับมาที่บริเวณถนนหน้าทางเข้าโครงการ เราจะเดินไปดูทางฝั่งขวามือกันต่อ ติดกับหน้าทางเข้าโครงการเลยจะเป็นร้านรับซ่อมมอเตอร์ไซค์ค่ะ มีบ้านพักอาศัยส่วนบุคคลอยู่ติดๆกัน ตรงไปข้างหน้าซอยเปโตรจะไปทะลุกับซอยวัดเทียนดัด เป็นทางที่เราใช้เดินทางเข้ามาเมื่อสักครู่นี้นั่นเอง :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 216 ยูนิต บนที่ดิน 18 ไร่กว่า เป็นทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์นที่ตอบสนองความต้องของการของชีวิตได้อย่างครบครัน ฟังก์ชั่นครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานจริง เพิ่มพื้นที่ความสุขให้เต็มที่ ดีไซน์หน้าบ้านให้กว้าง พร้อม Master Bedroom ขนาดใหญ่ ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการในซอยเปโตร 3 โดยจะต้องผ่านรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมยาม, เครื่องสแกน Auto access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 12 เมตร ผ่าเข้าไปในโครงการ และแจกเป็นถนนซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายและบ้านตกแต่งจะอยู่ทางซ้ายมือ ในบ้านชุดแรก ส่วนกลางของโครงการจะมีสวนพักผ่อนอยู่บริเวณกลางโครงการไม่ไกลจากซุ้มทางเข้า ซึ่งวัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการจะมีระยะประมาณ 120 เมตร จะเดินมาใช้งานส่วนกลาง หรือจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ได้สบายๆเลยค่ะ :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เราได้ชมรายละเอียดกันไปแล้ว ตอนนี้เราจะพาท่านผู้อ่านเดินชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง เดินเข้าไปจนสุดถนนจะเจอซุ้มทางเข้าโครงการสไตล์โมเดิร์นค่ะ ทั้งฝั่งทางเข้า – ทางออกจะต้องผ่านป้อมยาม, ระบบ Key card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก ฝั่งขาเข้าจะมีหลังคา Cover กันฝนได้นิดหน่อย มองไปฝั่งป้อมยามตรงกลางทางเข้า – ออก จุดนั้นจะเป็นที่ติดตั้งเครื่องสแกน Key card, กล้อง CCTV และเป็นจุดควบคุมรั้วไม้กระดก เครื่องสแกน Key card สำหรับลูกบ้านที่ถือ Access card จะสามารถสแกนบัตรและขับผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย ส่วนผู้ที่เข้ามาติดต่อจะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการแลกบัตรและตรวจเช็คความปลอดภัยอีกที และมี CCTV ช่วยจับภาพเพิ่มความปลอดภัยให้อีกชั้น ปัจจุบันยังไม่ได้ทำการติดตั้งตัวเครื่องสแกน Key card และ กล้อง CCTV นะคะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 12 เมตรยาวเข้าไปถึงท้ายโครงการค่ะ บ้านชุดแรกฝั่งซ้ายมือจะเป็นสำนักงานขายและบ้านตกแต่ง สำนักงานขายจะอยู่หลังแรกเลยนะคะ สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามเพื่อชมบ้านตกแต่งได้เลยค่า ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นบ้านชุดแรก แต่ตอนนี้โซนหน้าโครงการขายหมดแล้วค่ะ หน้าตาบ้านสไตล์โมเดิร์นสีโทนขาว – เทา – ดำ เรียบร้อยสวยงาม ตรงเข้าไปอีกหน่อยเลยบ้านชุดแรก ฝั่งซ้ายมือจะเป็นสวนสาธารณะของโครงการ ตอนนี้ก็ได้ทำการปูหญ้าและลงต้นไม้ไปบ้างแล้ว บรรยากาศภายในสวนค่ะ ตอนนี้อาจจะยังไม่เรียบร้อยดี 100 เปอร์เซ็นต์แต่ในภาพรวมก็สามารถใช้งานได้แล้ว :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: ::: แบบบ้านของโครงการ ::: บ้านของโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกตารางเมตร มีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ คือ แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตรม. ฟังก์ชั่น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ และ แบบบ้าน HAUS ขนาด 125 ตรม. ฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ไปดูแปลนบ้านกันต่อเลยค่า :: แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบบ้าน HAUS ขนาด 125 :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบของโครงการกันค่ะ นั่นก็คือ แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตรม. และ แบบบ้าน HAUS ขนาด 125 ตรม. ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตรม. :: หน้าตาแบบบ้าน HIVE ค่ะ หน้าตาบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ใช้สีโทน ขาว – เทา – ดำ วันนี้ตัวบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบยังไม่เรียบร้อยดี เลยยังไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ท่านผู้อ่านเห็นกันนะคะ เข้าไปดูรายละเอียดของตัวบ้านกันเลยค่ะ โรงจอดรถ สามารถจอดรถได้ 1 คันในร่ม ภายในมีตู้เก็บของสามารถเก็บพวกอุปกรณ์ล้างรถหรือสายยางได้ บริเวณภายในบ้านจะทำพื้นซีเมนต์ปาดเรียบทั้งหมด ภายในติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ 1 ดวง บริเวณเฉลียงทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบทำเสมอกับพื้นโรงจอดรถค่ะ ส่วนพื้นภายในบ้านจะยกระดับขึ้นไปจากพื้นเฉลียงประมาณ 10 ซม. ไฟกิ่งเหนือเฉลียงทางเข้าที่ได้จะเป็นแบบนี้นะ เดินเข้าไปดูภายในบ้านกันต่อเลย ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตูแบบเซาะร่องมาตรฐาน เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร จัดแปลนบ้านแบบ Open plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตกแต่งจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดียค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน แปลนบ้านจะกลับด้านกับบ้านตกแต่งนะคะ พื้นบ้านปูกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ที่ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลัง ภาพจากบ้านมาตรฐาน บางส่วนของฝ้าถูกลดระดับลงมาเพราะจะเป็นพื้นที่ส่วนของงานระบบท่อภายในห้องน้ำ และมีผลพลอยได้คือทำให้เหมือนเป็นการแบ่งโซนพื้นที่ให้ไปด้วยในตัว ภายในบ้านที่ชั้น 1 จะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมดยกเว้นไฟในห้องน้ำค่ะ มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางบ้านตกแต่งได้จัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จริงๆแล้วจะวางเป็นโซฟาขนาด 3 ที่นั่งหรือโซฟาเบดก็มีที่ข้างๆเหลือพอเลย จะวางอาร์มแชร์หรือโต๊ะกาแฟเพิ่มอีกก็ยังพอนะ ฝั่งชั้นวางทีวีผนังจะเว้าเข้ามาเพราะด้านนอกเป็นที่จอดรถ ทำให้เราได้พื้นที่วางตู้วางทีวีพอดีเลย ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ที่ลายผนังจะทำการเดินสายไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย สวิตช์และปลั๊กไฟ จะใช้ของ Bticino ทั้งหลังค่ะ ส่วนระยะจากโซฟาถึงผนังอีกฝั่งเหลือ 1.6 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 42 – 47 นิ้วค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว จะเห็นได้ว่าบริเวณระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารยังเหลือพื้นที่ผนังอีกเยอะเลย ตรงนี้เราสามารถทำชั้นแบ่งสัดส่วนของบ้าน, ตั้งชั้นวางหนังสือ, วางของตกแต่ง, ตู้เก็บจานชาม หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ได้เหมือนกัน มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จะต่อหัวท้ายเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในวันที่มีแขกก็ยังรองรับไหว จัดให้ดูน่านั่งจะได้สามารถเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 มุม จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับห้องครัวค่ะ ตรงนี้เราสามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนกั้นส่วนระหว่างพื้นที่ห้องเพื่อกันกลิ่นจากการปรุงอาหารได้ ภาพจากบ้านมาตรฐานค่ะ จะเห็นบานหน้าต่างอย่างชัดเจนทั้งของห้องรับประทานอาหารและห้องครัว บานหน้าต่างข้างหลังจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียม ตัวล็อคท้ายบานและมือจับหน้าต่างแบบเซาะร่อง ภายในห้องครัวสามารถวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว L ได้แบบนี้ค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน ภายในจะมีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร เมื่อจัดวางเคาน์เตอร์แล้วก็จะเหลือพื้นที่ยืนปรุงอาหารกว้างประมาณ 1.2 เมตร เพียงพอแล้วค่ะ ที่ฝั่งริมหน้าต่างจะเหมาะสำหรับเป็นตำแหน่งวางอ่างล้างจาน เพราะแสงแดดจะได้ช่วยฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นอับจากความชื้นได้ ส่วนอีกฝั่งจะเหมาะสำหรับวางตู้เย็น หรือเตาปรุงอาหารก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้ครัวไทยทำอาหารแบบจริงจัง แนะนำให้ต่อเติมเพิ่มที่ลานซักล้างเอานะ มาดูห้องน้ำ 2 กันต่อค่ะ จะสามารถเข้าได้จากทางห้องครัว ประตูห้องน้ำจะเป็นบาน UPVC ติดเกล็ดระบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. เข้าไปภายในห้องน้ำ 2 ภาพฝั่งซ้ายคือภาพจากบ้านตกแต่ง ฝั่งขวาคือภาพจากบ้านมาตรฐาน จะวางจากโซนแห้งไล่เข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ และเนื่องจากภายในห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ จึงขอแนะนำให้ติดพัดลมดูดอากาศเพิ่มเติมเอาเองด้วยนะคะ มาดูสุขภัณฑ์ที่ได้มากับห้องน้ำกันต่อ อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนังของ Cotto มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ในห้องน้ำ ส่วนก๊อกน้ำก็มีขนาดกระทัดรัดถนัดมือ ด้านข้างอ่างล้างมือติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ถัดจากอ่างล้างหน้าไปจะเป็นโถสุขภัณฑ์และโซน Shower โถสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นของ Cotto แบบแยกชิ้น ระบบ Single flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ระยะการติดตั้งแอบชิดผนังไปหน่อยนึง คนตัวโตนั่งแล้วตัวจะอาจจะติดๆหน่อย ที่ใส่กระดาษชำระของ Cotto ค่ะ ส่วนสายฉีดชำระใช้ของ Prema ส่วนพื้นที่โซน Shower กว้างประมาณ 60 ซม. อาจจะแคบไปสักหน่อยแต่ในวันเร่งด่วนห้องน้ำชั้นบนไม่ว่างก็มาอาบที่ห้องนี้ได้ ชุดฝักบัวอาบน้ำแบบสายอ่อนของ Cotto หัวฝักบัวใช้ของ Prema ติดตั้งมาคู่กับชั้นวางสบู่ของ Cotto เราเทียบขนาดฝ่ามือให้ดูขนาดหัวฝักบัว ขนาดเล็กไปหน่อยสำหรับคนที่ชอบสายน้ำแบบทั่วถึง ชั้นวางสบู่ค่ะ เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ ประตูลานซักล้างเป็นบานประตูสำเร็จรูปสีขาว อุปกรณ์ลูกบิดสแตนเลส พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. ทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบพื้นลาดเอียงเล็กน้อย มีขนาดกว้างขวางดีค่ะ สามารถแบ่งต่อเติมเป็นครัวไทยได้ อีกครึ่งนึงทำเป็นห้องซักรีดและวางราวตากผ้าได้สบายๆ กลับเข้ามาภายในบ้าน เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี ผนังด้านข้างยังเหลือพื้นที่สามารถทำชั้น Built – in วางของใช้หรือวางของตกแต่งบ้านเพิ่มได้อีกนะ บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบหักกลับรูปตัว U วนขวาขึ้นไป มุมมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอน Master bedroom ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ ที่พื้นจะปูด้วยไม้ลามิเนตทั้งหมด มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได ที่โถงบันไดชั้น 2 จะติดตู้ Load Center ของ Safe – T – Cut ให้ค่ะ เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูที่ห้องนอน Master bedroom กันก่อนเลย ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส ที่พื้นติดธรณีประตูให้เรียบร้อย เข้ามาภายในห้องนอน Master bedroom จะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกันคือโซนพักผ่อนฝั่งขวา และโซน Walk-in closet ฝั่งซ้าย ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ภายในห้องถือว่าสว่างดีเลยแม้จะไม่ได้เปิดไฟเพราะมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 บาน บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย มาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และระยะการใช้งานกันต่อเลยค่ะ ในโซนพักผ่อน จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ถ้าจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็พอทำได้อยู่แต่จะต้องวางชิดผนังฝั่งขวาไปเลยนะ ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ที่โซนนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้กับห้อง ไฟที่ได้ภายในห้องนอนจะเป็นดวงโคมซาลาเปาเหมือนชั้นล่างค่ะ ไปดูที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ภาพจากบ้านมาตรฐาน อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ที่ผนังฝั่งขวาจะถูกเซ็ทเข้ามาเล็กน้อยค่ะ ในโซน Walk – in closet จะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L เลยก็ยังได้ ทางบ้านตกแต่งจัดให้มีโต๊ะทำงานอยู่กลางห้อง สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งร่วมด้วยได้เลย ถ้าวางโต๊ะกลางห้องแบบนี้จะเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัวด้านหลังประมาณ 1.1 เมตร ถือว่าเพียงพอแล้ว มาดูที่ห้องน้ำกันต่อ วัสดุประตูก็จะใช้เหมือนบานห้องน้ำชั้นล่างค่ะ ระดับพื้นห้องน้ำจะลดลงจากพื้นชั้น 2 อยู่ 2.5 ซม. ภาพฝั่งซ้ายคือภาพจากบ้านตกแต่ง ฝั่งขวาคือภาพจากบ้านมาตรฐาน ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการ เพียงแต่ห้องน้ำชั้นบนจะมีขนาดที่กว้างขึ้นค่ะ พื้นที่ยืนอาบน้ำห้องนี้กว้าง 0.90 x 0.90 เมตรเลย สามารถติดตั้ง Shower box เพิ่มเติมได้นะ มาดูในส่วนของห้องนอนทางฝั่งขวามือของโถงบันไดกันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ตามด้วยห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้าย มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 มีขนาดเล็กลงมาจากห้องนอนใหญ่ประมาณครึ่งนึงเลย แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน ภาพจากบ้านมาตรฐาน จะได้หน้าต่างมา 1 บานค่ะ เหมาะสมกับขนาดห้อง ทำให้ได้แสงสว่างเข้ามาภายในห้องกำลังดี ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุต, โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อย่างลงตัว ข้างตู้เสื้อผ้ายังสามารถยืนแต่งตัวได้อยู่ค่ะ ที่ปลายเตียงยังพอเหลือพื้นที่อยู่กว้างประมาณ 0.55 เมตร ยังสามารถวางชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้ มาถึงห้องนอนสุดท้ายกันแล้วค่ะ ตามบ้านตกแต่งได้จัดให้เป็นห้องทำงานและห้องนั่งเล่นเพิ่มอีก 1 ห้อง ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ห้องนี้จะได้ช่องแสง 1 ด้าน เมื่อเทียบขนาดหน้าต่างกับขนาดห้องแล้วก็ถือว่าได้แสงสว่างเข้าห้องกำลังดี ขนาดห้องจะเล็กกว่าห้องนอน 2 เล็กน้อยค่ะ แต่สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนกันเลย :: แบบบ้าน HAUS ขนาด 125 ตรม. :: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน มาดูหน้าตาแบบบ้าน HAUS ที่ใช้ส่งมอบกันค่ะ หน้าตาจะไม่ต่างจากแบบบ้าน HIVE เลย แต่มีพื้นที่จอดรถถึง 2 คัน ประตูรั้วจะเป็นประตูบานเฟี้ยมระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน สูงประมาณ 1.2 เมตร สามารถเปิด – ปิดได้ตามรูป ที่หน้าบ้านจะติดกริ่งออดมาให้ทุกหลัง เข้ามาในส่วนของตัวบ้านจะเป็นโรงจอดรถ สามารถจอดรถได้ 2 คันเต็มพื้นที่หน้าบ้าน บริเวณภายในบ้านจะทำพื้นซีเมนต์ปาดเรียบทั้งหมด มาดูที่บริเวณเฉลียงทางเข้าบ้าน จะทำพื้นเสมอกับพื้นลานจอดรถไปเลยค่ะ แบบบ้านตัวอย่าง ตัดมาที่บ้านตกแต่งกันต่อ ประตูหน้าบ้านใช้แบบเดียวกับบ้านหลังที่แล้วค่ะ เข้ามาในตัวบ้านมีการจัดแปลนแบบเดียวกับบ้านหลังที่แล้วเลย ตัววัสดุก็ใช้แบบเดียวกันทั้งหมด ภาพจากบ้านมาตรฐาน แปลนบ้านจะกลับด้านกับบ้านตกแต่งนะคะ มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนกันค่ะ เพราะมีขนาดพื้นที่เท่ากันเลย ฝั่งชั้นวางทีวีจะวางชั้นวางทีวีแบบลอยตัว หรือทำ Built – in ตู้วางทีวีพร้อมช่องเก็บของก็ได้เช่นกัน ระยะจากโซฟาถึงผนังอีกฝั่งเหลือ 1.6 เมตร เหมาะสำหรับทีวีขนาด 42 – 47 นิ้วเท่ากัน ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ที่ลายผนังจะทำการเดินสายไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย ประตูข้างๆคือประตูห้องนอน 4 ค่ะ วัสดุประตูเป็นบานสำเร็จรูป มือจับลูกบิดสแตนเลสเหมือนห้องนอนบ้านหลังที่แล้ว มุมมองเข้าไปในห้องนอน 4 ตามบ้านตกแต่งจะจัดเอาไว้ให้เป็นห้องทำงาน จริงๆแล้วห้องนี้ก็เหมือนห้องอเนกประสงค์ จะจัดเป็นห้องโฮมเธียเตอร์, ห้องพักผ่อนครอบครัว, ห้องนอนแขก หรือห้องนอนผู้สูงอายุ ก็ทำได้หมดเลย ภาพจากบ้านมาตรฐาน ในห้องนี้จะได้หน้าต่างมา 1 บานติดกับลานจอดรถ หากรู้สึกว่าไม่เป็นส่วนตัวก็สามารถหาม่านมู่ลี่มาติดเพิ่มได้ พื้นที่ภายในห้องมีขนาดกว้างถึง 2.4 x 2.5 เมตรเลยค่ะ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างสบายๆ กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น มองไปยังห้องรับประทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ในส่วนของห้องรับประทานอาหารก็มีขนาดเท่ากันค่ะ จัดวางโต๊ะขนาด 4 – 6 ที่นั่งกำลังลงตัว โดยรอบยังเหลือพื้นที่อีก สามารถตั้งตู้เย็น และชั้นเก็บจานชามเพิ่มเติมได้อีก จากห้องรับประทานอาหารเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ครัว สามารถจัดวางเคาน์เตอร์ได้อย่างลงตัว ระยะเท่ากันกับบ้านหลังที่แล้ว ภาพจากบ้านมาตรฐาน ภายในจะมีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร ลักษณะการจัดวางเคาน์เตอร์ยังคงทำในรูปแบบเดิมค่ะ มาดูห้องน้ำ 2 กันต่อ จะสามารถเข้าได้จากทางห้องครัว วัสดุประตูเหมือนกับบ้านหลังที่แล้ว เข้าไปภายในห้องน้ำ 2 ภาพฝั่งซ้ายคือภาพจากบ้านตกแต่ง ฝั่งขวาคือภาพจากบ้านมาตรฐาน ภายในเหมือนบ้านหลังที่แล้วทุกประการ จะขอข้ามไปเลยนะคะ เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ พื้นที่ลานซักล้างมีขนาดกว้างขวางดีค่ะ สามารถแบ่งต่อเติมเป็นครัวไทยได้ อีกครึ่งนึงทำเป็นห้องซักรีดและวางราวตากผ้าได้สบายๆ กลับเข้ามาภายในบ้าน เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อ วัสดุบันไดเหมือนแบบบ้านหลังที่แล้วทุกประการ มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 มุมมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางขวามือจะเป็นห้องนอน Master bedroom ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ที่พื้นจะปูด้วยไม้ลามิเนตทั้งหมด เราจะเข้าไปดูที่ห้องนอน Master bedroom กันก่อนนะคะ เข้ามาภายในห้องนอนจะมีขนาดห้องและลักษณะการจัดวางเหมือนบ้านหลังที่แล้วทุกประการ ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ภายในห้องถือว่าสว่างดีเลยแม้จะไม่ได้เปิดไฟเพราะมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 บาน บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย มาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในส่วนของโซนพักผ่อนกันก่อน ในโซนพักผ่อน จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ภาพจากทางบ้านมาตรฐานค่ะ ไปดูที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ภาพจากบ้านมาตรฐาน อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ที่ผนังฝั่งขวาจะถูกเซ็ทเข้ามาเล็กน้อยค่ะ การจัดวางของโซน Walk – in closet เหมือนกับแบบบ้านหลังที่แล้วทุกประการ มาดูที่ห้องน้ำ 1 กันต่อ ภาพฝั่งซ้ายคือภาพจากบ้านตกแต่ง ฝั่งขวาคือภาพจากบ้านมาตรฐาน ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการ มาดูในส่วนของห้องนอนทางฝั่งขวามือของโถงบันไดกันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ตามด้วยห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้าย มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 มีขนาดเล็กลงมาจากห้องนอนใหญ่ประมาณครึ่งนึง รูปแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์สามารถทำได้เหมือนบ้านหลังที่แล้วค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน จะได้หน้าต่างมา 1 บาน เหมาะสมกับขนาดห้อง ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุต, โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อย่างลงตัว ข้างตู้เสื้อผ้ายังสามารถยืนแต่งตัวได้อยู่ค่ะ มาถึงห้องนอนสุดท้ายกันแล้วนะคะ มีขนาดเท่ากับห้องนอน 2 เลย ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ขนาดเฟอร์นิเจอร์และระยะการจัดวางเหมือนห้องนอน 2 ทุกประการ :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (มิถุนายน 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (มิถุนายน 2560) :::: แบบบ้าน HIVE พื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 17.60 ตร.วา – ราคา 1,499,000 บาท แบบบ้าน HAUS พื้นที่ใช้สอย 125 ตรม. 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 25.80 ตร.วา – ราคา 1,749,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Lio Bliss เพชรเกษม – ยอแซฟ ตั้งอยู่ในซอยเปโตร 3 ใกล้ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคนฝั่งธนฯ ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์ และ โรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแค น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น ภายในซอยเปโตร 3 จะค่อนข้างเงียบสงบ ไม่ค่อยมีร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อมาเปิดเท่าไหร่นัก ต้องออกมาที่ซอยวัดเทียนดัด จะมีอาคารพาณิชย์ มีทั้งตลาด, ร้านขายของชำ และ ร้านอาหารอยู่เป็นระยะๆค่ะ นอกจากนี้ไม่ไกลจากตัวโครงการก็จะมีแหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา, คอมมูนิตี้มอลล์อยู่ รองรับย่านพักอาศัยบนถนนเส้นเพชรเกษมนี้ค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบายนะ เส้นทางหลักเลยคือถนนเพชรเกษม สามารถใช้วิ่งไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย และยังสามารถใช้วิ่งลงไปทางใต้ผ่านอีกหลายจังหวัด ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ แต่ก็มีถนนเส้นที่วิ่งขนานกันคือถนนบรมราชชนนี จะเป็นเส้นที่วิ่งได้คล่องตัวกว่า เชื่อมกับถนนเพชรเกษมด้วยถนนพุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 ค่ะ นอกจากนี้ก็มีเส้นพระราม 2 สามารถวิ่งจากถนนเพชรเกษมเข้าวงแหวนกาญจนาฯไปลงได้ จะอยู่ใกล้กับช่วงทางขึ้นทางด่วนเฉลิมพิเศษมหานครพอดี การเดินทางโดยรถสาธารณะ ตัวโครงการจะเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นกิจวัตรมากกว่าค่ะ แต่ถ้าทำงานอยู่ในละแวกนี้เลยก็ถือว่าไม่ยากเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองอาจจะต้องต่อรถอยู่หลายต่อเหมือนกัน เริ่มต้นเลยจะต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกมาที่เส้นเพชรเกษม จะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านอยู่ตลอดเวลา แต่ต่อไปในอนาคตจะมี รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแค โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีหลักสอง อยู่ห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 17.3 กม. สามารถช่วยให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้นค่ะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 216 ยูนิต บนพื้นที่ 18 ไร่ สไตล์ Modern มีแบบบ้าน 2 แบบ ขนาด 105 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ และขนาด 125 ตรม. 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบสไตล์ทาวน์โฮมทั่วๆไป ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ติดอยู่ที่ว่า เฉลียงทางเข้าบ้านไม่ได้ยกระดับมาให้ พื้นทำเสมอกับพื้นลานจอดรถ ตัวบ้านยกระดับขึ้นมาเพียง 10 ซม. เวลาฝนตกหนักอาจทำให้น้ำเข้าบ้านได้ ส่วนห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ ต้องติดพัดลมดูดอากาศเพิ่มเติมเอา และบริเวณห้องครัวภายในมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก สามารถทำเป็นแพนทรี่ได้ แต่ครัวไทยจะต้องไปต่อเติมเพิ่มในบริเวณของลานซักล้างค่ะ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐาน โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2 – 5 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีสวนพักผ่อนส่วนกลางขนาดประมาณ 1 ไร่เพียงอย่างเดียว ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตของทั้งโครงการแล้วก็อาจจะน้อยไปนิดนึง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องวงจรปิด, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐานดีค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1778 สำนักงานขาย : 063-205-1383 หรือ 063-205-1384 WEBSITE : ***
ซอยเปโตร 3 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73110
3 ห้อง
1,499,000,000 ฿
3/4/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
ทาวน์โฮม พฤกษา วิลล์ 67 เพชรเกษม 91 Pruksa Ville 67 Petchkasem 91 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการทาวน์โฮมมาฝากนั่นก็คือโครงการ พฤกษา วิลล์ 67 เพชรเกษม 91 จาก พฤกษา เรียลเอสเตท นั่นเอง โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น ได้แรงบันดาลใจมาจาก Modern Style, Smart Thought of Living ผสานกับแนวความคิด Shape of Life จึงได้ Product เป็นทาวน์โฮมใน สไตล์โมเดิร์น US ตัวโครงการอยู่ใกล้ถนนเพชรเกษม สามารถเดินทางได้สะดวกเชื่อมต่อถนนสายหลักได้อย่างง่ายดาย อยู่ใกล้ทั้งวงแหวนกาญจนาภิเษก และใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ในระยะ 12 กม.ซึ่งจะเปิดใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการอยู่อาศัย ใน ราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท รายละเอียดในเชิงลึกของทางโครงการจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญเลื่อนลงไปตามอ่านที่ข้างล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนเพชรเกษม 91 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130 พิกัด : 13.693833, 100.315863 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ พฤกษาวิลล์ 67 เพชรเกษม 91 ตั้งอยู่บนถนนจึงสวนันท์ใกล้ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคนฝั่งธนเริ่มต้นจากวงเวียนใหญ่วิ่งผ่านไปยังทิศตะวันตกผ่านอีกหลายจังหวัด ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์และโรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงนครปฐมเลย ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแคซึ่งกำลังก่อสร้างกันอยู่ น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น การเดินทางด้วยรถยนต์ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเส้นทางหลักเลยก็ต้องเป็นถนนเพชรเกษมแน่นอน ซึ่งถ้าวิ่งไปฝั่งทิศตะวันออกมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองก็จะสามารถไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย หรือจะวิ่งเข้าถนนราชพฤกษ์ข้ามสะพานตากสินไปฝั่งกรุงเทพฯวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หากวิ่งไปทางตะวันตกถนนเพชรเกษมจะวิ่งยาวผ่านหลายจังหวัดทั้งนครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี ลงไปทางใต้ ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ในช่วง Rush Hour เช้ากับเย็นถ้าใครจะต้องวิ่งผ่านช่วงนั้นก็ขอให้ทำใจและเผื่อเวลากันดีๆนะคะ จากถนนเพชรเกษมเองก็จะมีทางเชื่อมไปออกถนนบรมราชชนนีและพระราม 2 ที่วิ่งขนานกันอยู่ เส้นที่ใช้วิ่งไปออกถนนบรมราชชนนีคือพุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 แล้วแต่จะสะดวกเลือกใช้เลยว่าเส้นไหนจะวิ่งสะดวกกว่ากัน ส่วนเส้นที่ใช้ไปออกถนนพระราม 2 ก็จะใช้ได้ทั้งถนนบางบอน 5 และถนนบางแคเชื่อมต่อไปยังถนนบางขุนเทียน ย่านนี้จะเรียกว่าท่าเกษตร สามารถใช้ไปออกถนนกัลปพฤกษ์ตรงสาธรก็ได้เช่นกัน ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ สะดวกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปยังบางบัวทองหรือทางบางพลีเป็นกิจวัตร โดยจากถนนจึงสวนันท์ให้วิ่งมาเข้าถนนเพชรเกษม 91 แล้ววิ่งออกมาที่ถนนเพชรเกษมเพื่อกลับรถ วิ่งตามเส้นเพชรเกษมไปเรื่อยๆจนถึงจุดตัดกับวงแหวนกาญจนาภิเษก ให้ออกซ้ายวนขึ้นวงแหวนไปได้เลย รวมระยะทางแล้วได้ประมาณ 12.5 กม. ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่ในชานเมืองแต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์รองรับการอยู่อาศัยใกล้แหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา และโรงงาน ห้างสรรพสินค้าหลักๆเลยก็จะมีเดอะมอลล์และซีคอนบางแค ใกล้เข้าไปตัวโครงการก็ส่วนมากจะเป็นพวกไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งแม็คโครและบิ๊กซี นอกจากนั้นก็จะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง Victoria Garden ภายในมี Foodland, Tulip Square ภายในจะมีทั้งโซน Shopping mall, อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม Low rise, ตลาดพันล้าน, ตลาดสดสมบูรณ์ และศึกษาภัณฑ์ ภายเพชรเกษม 91 เองก็จะมีทั้งโรงเรียน, โรงงาน, บ้านพักอาศัย, หอพัก และร้านอาหารอยู่เป็นช่วงๆ ตรงนี้จะยังไม่ค่อยคึกคักและมีความอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ต้องออกมาที่เส้นเพชรเกษมค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้นก็ไม่ถึงกับยากลำบากนัก ถึงแม้ว่าบนถนนจึงสวนันท์จะยังไม่มีรถสายไหนวิ่งผ่านเลย แต่บนเส้นเพชรเกษม 91 จะมีรถ 2 แถววิ่งผ่านออกมาที่เส้นเพชรเกษม และที่หน้าโครงการเองก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ ที่เส้นเพชรเกษมจะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วง หัวลำโพง – บางแค ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้แล้วด้วย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีหลักสอง จะห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 12 กม. ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้ถึงกับอยู่ในระยะเดิน แต่ก็สามารถต่อรถสาธารณะบนเส้นเพชรเกษมนั่งไปถึงได้ไม่ยากเลย :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ พฤกษาวิลล์ 67 เพชรเกษม 91 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนเพชรเกษม > แยกเพชรเกษม 69 > แยกเพชรเกษม 104 > แยกพุทธมณฑล 4 > ถนนเพชรเกษม 91 > ถนนจึงสวนันท์ > โครงการ พฤกษาวิลล์ 67 เพชรเกษม 91 เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนเพชรเกษม ช่วงพุทธมณฑลสาย 1 เลยจากสถานีรถไฟฟ้าบาหว้ามาประมาณ 3 กม. ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นซีคอนบางแค ถัดมาไม่ไกลจะเห็นเทสโก้โลตัสบางแคอยู่ทางขวามือ และเดอะมอลล์บางแคทางขวามือ ข้างหน้าเราจะตัดกับเส้นกาญจนาภิเษกค่ะ ตอนนี้เส้นเพชรเกษมจะติดหน่อยนะเพราะว่ากำลังสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ทางยกระดับข้างบนคือเส้นวงแหวนกาญจนาภิเษกค่ะ ให้วิ่งลอดผ่านไปเลย ถ้าออกทางซ้ายมือจะเข้าเส้นกาญจนานะ ไปทางบางพลีนู่นเลย จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐม วิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายจะไปทางบางบัวทอง วิ่งตามเส้นเพชรเกษมต่อไปเรื่อยๆผ่านพุทธมณฑลสาย 2 ไปจะเห็นบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และแม็คโคร เพชรเกษม ไม่ไกลกันจะเห็น Victoria Gardens ทางฝั่งซ้ายมือ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกบนเส้นเพชรเกษม ครบเครื่องเรื่องกิน – ช็อป – เที่ยว รวมเอาไว้ที่นี่เลยค่ะ ภายในจะมี Foodland ด้วยนะ ถัดไปอีกจะเป็นบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า เพชรเกษม 2 ฝั่งขวามือ และรพ.วิชัยเวชกับสถานีวิทยุช่อง 3 และช่อง 9 เลยไปอีกหน่อยก็จะเห็นม.เอเชียอาคเนย์อยู่ฝั่งขวามือ จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐมเอาไว้และวิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายไปจะเข้าถนนพุทธสาครไปทางสมุทรสาคร ถ้าไปกลับรถออกขวาจะไปเข้าพุทธมณฑลสาย 4 จากนั้นจะเห็น Tulip Square อยู่ทางขวามือ ส่วนหน้าจะเป็น Community mall ภายในจะมีทั้งอาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียม Low rise จากนี้ไปให้วิ่งชิดซ้ายนะคะเพราะเราใกล้ถึงเพชรเกษม 91 กันแล้ว ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าเพชรเกษม 91 เลยค่ะ หน้าปากซอยจะมีป้ายรร.เทศบาลอ้อมน้อยติดอยู่ เลยไปข้างหน้าจะมีสะพานลอย จากถนนเพชรเกษมเมื่อเข้าเพชรเกษม 91 มาแล้วก็ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาเข้าถนนจึงสวนันท์แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนนทางเข้าโครงการ จะเห็นตัวโครงการอยู่ทางด้านขวามือค่ะ เข้ามาในถนนเพชรเกษม 91 ทั้ง 2 ข้างทางจะเป็นโรงงาน, อาคารพาณิชย์ และตึกแถวสูง 3 ชั้นครึ่ง ให้วิ่งตามทางไปเรื่อยๆประมาณ 1 กม. จากนั้นให้สังเกตฝั่งขวามือเอาไว้จะเป็นถนนจึงสวนันท์ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่า เมื่อเลี้ยวเข้ามาในถนนจึงสวนันท์แล้ว สังเกตฝั่งซ้ายมือจะเป็นรั้วทึบของโรงงาน เวนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง สุดมุมรั้วจะเป็นถนนทางเข้าโครงการให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ เมื่อเลี้ยวเข้ามาภายในถนนทางเข้าโครงการแล้วก็ให้วิ่งตรงไปจนสุดทางเลย ฝั่งซ้ายจะเป็นรั้วทึบของโรงงาน เวนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง ส่วนฝั่งขวาจะเป็นห้องเช่าสูง 2 ชั้น เมื่อตรงเข้ามาจนสุดทางก็จะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการอยู่ทางด้านขวามือแล้วค่ะ ถ้าตรงต่อไปข้างหน้าจะเป็นห้องเช่าสูง 2 ชั้น สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: บริเวณโดยรอบโครงการบนถนนเพชรเกษม 91 จะเป็นโซนของที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร, บ้านพักอาศัยส่วนตัวดั้งเดิม, ตึกแถว, ห้องเช่า, อาคารพาณิชย์, ร้านอาหาร, ร้านขายของชำ, ที่ดินเปล่า, ที่ดินทำเกษตรกรรม, โรงเรียน และโรงงานอุตสาหกรรม บรรยากาศจะมีความเงียบสงบกว่าไม่คึกคักเท่าบนเส้นเพชรเกษมเพราะเป็นถนนเส้นเล็กๆเพียง 2 เลน รถพอสวนกันได้ เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะจะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง เริ่มต้นจากฝั่งตรงข้ามกับซุ้มทางเข้าโครงการจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม มุมมองไปฝั่งขวามือจะเป็นบริเวณห้องเช่าสูง 2 ชั้น ชั้นล่างของตึกจะมีร้านขายน้ำขายขนมอยู่ อยากหาอะไรจุบจิบกินง่ายๆก็เดินออกมาที่ร้านนี้ได้เลย ใกล้มากๆ ข้างในก็จะเป็นห้องเช่าอีกหลายอาคาร ยาวเข้าไปเป็นแถบเลย มุมมองไปที่ฝั่งซ้ายมือกันบ้าง จะเป็นทางที่เราใช้เดินทางเข้ามาเมื่อสักครู่นี้เอง พื้นที่โล่งข้างๆทางเข้าโครงการไม่ได้ถูกนำมาจัดสรรด้วย แต่มานั่งเล่นก็คงจะได้อยู่นะ ข้างๆทำเป็นทางเข้าไปสู่พื้นที่ส่วนบุคคล ภายในมีห้องเช่าสูง 2 ชั้นอีกเช่นกัน ถัดไปข้างๆกันจะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ข้างๆกันเลยจะเป็นห้องเช่า ที่ชั้นล่างจะมีร้านขายของชำอยู่ด้วย ตรงนี้จะมีวินมอเตอร์ไซค์ด้วยนะคะ เดินออกมาหน้าโครงการไม่ไกลเลย หน้าร้านขายของชำ พี่วินก็จะนั่งรออยู่ตรงนี้เลย อัตราค่าโดยสารของพี่วินค่ะ ตัวห้องเช่าจะยาวไปเกือบถึงหน้าปากทางเข้าเลย ตรงออกไปข้างหน้าก็คือถนนจึงสวนันท์ ข้างหน้าจะเป็นลานโล่งตอนนี้เอาไว้ใช้จอดรถ มุมมองไปทางฝั่งซ้ายมือก็จะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ฝั่งขวามือจะวิ่งไปออกถนนเพชรเกษม 91 ที่เราเพิ่งใช้เดินทางเข้ามาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ พฤกษาวิลล์ 67 เพชรเกษม 91 เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 440 ยูนิต บนที่ดิน 38 ไร่กว่า เป็นทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์นที่ออกแบบมาโดยได้แนวคิดจากเมืองในสหรัฐอเมริกา จากแนวความคิด Shape of Life นำเอาองค์ประกอบต่างๆของชีวิตอันยุ่งเหยิงมาจัดเรียงใหม่ผ่าน เส้น สาย รูปทรงเรขาคณิต ลดทอนความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น ก่อให้เกิดพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า พื้นผิวที่เปิด แสดงให้เห็นคุณค่าและความสวยงามที่แท้จริงในตัวเอง ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการบนถนนจึงสวนันท์ โดยจะต้องผ่านรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมยาม, เครื่องสแกน Auto access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 16 เมตรต่อเนื่องด้วยถนนกว้าง 12.70 เมตรผ่ายาวต่อเนื่องเข้าไปจนถึงท้ายโครงการ แจกเข้าสู่ตัวบ้านแต่ละหลังด้วยถนนกว้าง 8.10 เมตรเป็นซอยลึกเข้าไป เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายและบ้านตัวอย่างจะอยู่ทางขวามือเลย ส่วนกลางของโครงการจะมีสวนพักผ่อนอยู่บริเวณกลางโครงการไม่ไกลจากซุ้มทางเข้า ซึ่งวัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการจะมีระยะประมาณ 500 เมตร จะเดินมาใช้งานส่วนกลาง หรือจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เราได้ชมรายละเอียดกันไปแล้ว ตอนนี้เราจะพาท่านผู้อ่านเดินชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง ป้ายหน้าซุ้มทางเข้าโครงการ เริ่มจากบริเวณซุ้มทางเข้าโครงการ จะเป็นถนนกว้าง 19.00 เมตรรวมทั้งฝั่งทางเข้าและทางออก การเข้าสู่ตัวโครงการจะต้องผ่านรั้วไม้กระดก, ป้อมยาม และกล้อง CCTV ตรงนี้ลูกบ้านจะมี Access card สามารถสแกนบัตรและขับรถผ่านเข้าไปได้เลย ซุ้มโครงการจะเป็นแบบเปิดโล่ง ไม่มีหลังคาคลุม มุมมองไปที่ด้านข้างของป้อมยาม ดีไซน์เรียบๆ เครื่องสแกน Access card เป็นระบบ Automation ตรงนี้จะมี CCTV อยู่ 2 ตัว ซึ่งกล้องตัวบนจะจับภาพคนขับ ส่วนกล้องตัวล่างจะจับภาพป้ายทะเบียนรถ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอกับถนนเมนกว้าง 16 เมตร ทางซ้ายมือตอนนี้กำลังทำการก่อสร้างบ้านโซนสุดท้ายแล้ว ทางขวามือจะเป็นสวนหย่อมหน้าโครงการ เดินตรงเข้ามาอีกประมาณ 80 เมตร ที่ฝั่งขวามือจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานขาย ฝั่งซ้ายมือจะเป็นซอยบ้านซอยที่ 2 ป้ายบอกหมายเลขซอย จะมีอยู่ที่หน้าปากซอยทุกซอยค่ะ ในซอยนี้ก็จะมีลูกบ้านเข้าอยู่ครบทุกยูนิตแล้ว ถนนกว้าง 8.10 เมตร ตรงต่อไปเรื่อยๆถัดจากสำนักงานขายก็จะเป็นบ้านตัวอย่าง บ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบ แบบบ้าน New York ขนาด 110 ตรม. 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ ตัวบ้านลึก 8 เมตร และแบบบ้าน Florida ขนาด 95 ตรม. 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ ตัวบ้านลึก 7 เมตร ถัดไปจะเป็นส่วนบริการลูกค้าสัมพันธ์ ตรงต่อไปข้างหน้าจะเป็นจุดที่ถนนเมนกว้าง 16 เมตรเชื่อมกับถนนกว้าง 12.70 เมตร มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งเราจะกลับมาดูรายละเอียดกันในหัวข้อถัดไปค่ะ ตรงนี้จะเป็นทาง 3 แยกที่ถนนเมน 16 เมตรมาเชื่อมกับถนนกว้าง 12.70 เมตรและ 8.10 เมตร มุมมองไปทางซ้ายมือเราจะเดินสำรวจตามเส้นทางนี้กันต่อ ถนนกว้าง 12.70 เมตรจะตรงยาวผ่าเข้าไปในตัวโครงการประมาณ 250 เมตรไปจนสุดไซท์แล้วแจกด้วยซอยเพื่อเข้าสู่ตัวบ้านกว้าง 8.10 เมตร มุมมองไปทางซ้ายมือเป็นซอยบ้านซอยที่ 6 ฝั่งขวาเป็นซอยบ้านซอยที่ 7 :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วย จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการกันแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดูสวนสาธารณะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: สวนสาธารณะ ::: ตอนนี้เรามาอยู่ที่หน้าสวนสาธารณะกันแล้วค่ะ ทางเดินเข้าสวนจะเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบ ภายในสวนนี้ลูกบ้านห้ามนำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นนะคะ เพื่อความสบายใจของเพื่อนบ้านทุกๆคน ไม่มีใครชอบกับระเบิดกันแน่นอน มุมมองเข้าไปภายในสวน เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปสำรวจพร้อมๆกันเลยนะคะ โดยรอบสวนจะทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบสลับไปมา ตรงนี้จะใช้เป็น Jogging track ก็ได้นะคะ บริเวณโดยรอบสวนจะมีม้านั่งผิวซีเมนต์ปาดเรียบด้านหน้ากระบะต้นไม้ มุมมองไปที่อีกฝั่งหนึ่งของสวน พื้นที่ในสวนจะปูเป็นสนามหญ้าทั้งหมด จะมาเดินเล่น, ตีแบตมินตัน หรือมานั่งปิกนิกช่วงเย็นๆก็ได้ ม้านั่งยาวข้างทางเดิน มุมมองจากอีกฟากหนึ่งของสวน พื้นที่สวนมีขนาดประมาณ 1 ไร่เศษ ใหญ่พอประมาณเลย :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: ::: แบบบ้านของโครงการ ::: แบบบ้านของโครงการได้แรงบันดาลใจได้แรงบันดาลใจมาจาก Modern Style, Smart Thought of Living ผสานกับแนวความคิด Shape of Life จึงได้ Product เป็นทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์น US กับแบบบ้านทั้งหมด 2 แบบด้วยกันคือ แบบบ้าน Florida แบบบ้าน New York :: แบบ Florida ขนาดพื้นที่ใช้สอย 95 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบ New York ขนาดพื้นที่ใช้สอย 110 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่าง 2 หลังด้วยกันลำดับเป็นแบบบ้าน Florida และ New York กันค่ะ โดยบ้านทั้ง 2 หลังนี้จะถูกออกแบบมาเหมือนกันทุกประการตั้งแต่แปลนบ้านจนไปถึงวัสดุที่ใช้ภายในบ้าน เพียงแต่แบบบ้าน New York จะมีตัวบ้านที่ลึกกว่า 1 เมตรที่บริเวณห้องรับประทานอาหารและห้องครัว ซึ่งจะไปตรงกับห้องนอน 2 และ 3 ที่แปลนชั้น 2 พอดี แบบบ้าน New York จึงมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าแบบบ้าน Florida ประมาณ 15 ตรม. ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบ Florida ขนาดพื้นที่ใช้สอย 95 ตรม. :: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน นี่คือบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบค่ะ มาดูสภาพหน้าบ้าน, รั้วบ้าน และโรงจอดรถที่เราจะได้จริงๆกันก่อน ที่รั้วบ้านจะเป็นรั้วโปร่งทั้งหมด เป็นระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน หน้าบ้านจะมีกริ่งออด, ป้ายเลขที่บ้าน และไฟกิ่งมาให้ 1 ดวง กริ่งออด, ป้ายเลขที่บ้าน และไฟกิ่ง แต่ไม่มีกล่องจดหมายมาให้ ต้องซื้อมาติดกันเอาเองนะคะ ประตูรั้วจะเป็นประตูเลื่อนระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน สูงประมาณ 1.5 เมตร สามารถเปิด – ปิดได้ตามรูป เข้ามาในส่วนของตัวบ้านจะเป็นโรงจอดรถ สามารถจอดรถได้ 1 คันในร่ม รั้วที่กั้นระหว่างบ้านก็จะเป็นรั้วโปร่งเหมือนกัน พื้นบริเวณโรงจอดรถจะเป็นซีเมนต์ปาดเรียบ ภายในมีตู้เก็บของสามารภเก็บพวกอุปกรณ์ล้างรถหรือสายยางได้ ที่ฝ้าเพดานจะติดดวงโคมซาลาเปามาให้ 1 ดวง มุมมองไปทางขวามือจะเป็นเฉลียงทางเข้าบ้าน พื้นส่วนที่ไม่ได้ทำเป็นซีเมนต์ปาดเรียบจะทำเป็นพื้นทรายปรับระดับเอาไว้ให้ บ้านแปลงมุมก็จะมีพื้นที่สวนข้างบ้านให้ ตรงนี้จะสามารถเดินเชื่อมไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ แบบบ้านตัวอย่าง มาชมบ้านตัวอย่างกันต่อเลยค่ะ ภายในโรงจอดรถของบ้านตัวอย่างจัดเอาไว้น่ารักทีเดียว แต่คงจะสามารถทำได้เฉพาะบ้านที่ไม่มีรถเก๋งนะ มาในดูในส่วนของเฉลียงทางเข้าบ้านกันบ้าง พื้นเฉลียงจะกว้าง 0.9 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ยกระดับขึ้นมาจากพื้นประมาณ 15 ซม. เหนือเฉลียงทางเข้าจะมี Facade ของบ้านยื่นออกมาทำหน้าที่เป็น Shade ให้กับตัวบ้านได้นิดหน่อย ติดดวงโคมซาลาเปามาให้ 1 ดวง ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีธรรมชาติลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตู ตรงนี้ถ้าใครที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นก็สามารถหาระบบล็อคแบบอื่นๆมาติดเพิ่มเติมได้ เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร พื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. จะปูยาวเข้าไปถึงในห้องครัว ผนังจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวเก็บขอบด้วยบัวผนังเรียบร้อย แปลนบ้านจะเป็นแบบ Open plan เชื่อมพื้นที่แต่ละฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันทั้งหมดทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งดี ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลังลดระดับฝ้าให้ตามภาพเพราะจะเป็นพื้นที่ส่วนของงานระบบท่อภายในห้องน้ำ และมีผลพลอยได้คือทำให้เหมือนเป็นการแบ่งโซนพื้นที่ให้ไปด้วยในตัว ภายในบ้านที่ชั้น 1 จะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมดยกเว้นในห้องน้ำที่จะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ มุมมองไปทางชุดโซฟารับแขก ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวาง Arm Chair ขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จริงๆแล้วจะวางเป็นโซฟารูปตัว L ก็มีที่เหลือพอ ถ้าเป็นบ้านแปลงมุมจะมีหน้าต่างบานเลื่อนที่ผนังฝั่งโซฟามาให้ด้วย แต่ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะไม่มีมาให้นะคะ ตัวล็อคบานหน้าต่าง ฝั่งชั้นวางทีวีผนังจะเว้าเข้ามาเพราะด้านนอกเป็นที่จอดรถ ผนังกว้างประมาณ 2.7 เมตร ทำให้เราได้ที่วาง Built – in ตู้วางทีวีพร้อมช่องเก็บของได้สบายๆ ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที โน้ตไว้เป็นไอเดียตกแต่งบ้านได้เลยค่ะ ระยะจากโซฟาถึงผนังอีกฝั่งเหลือ 1.7 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 42 – 47 นิ้วค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้ระยะดูทีวีเพิ่มขึ้นก็สามารถใช้วิธีเอาทีวีติดผนังได้ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว จะเห็นได้ว่าบริเวณระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารยังเหลือพื้นที่ผนังอีกเยอะเลย ตรงนี้เราสามารถตั้งชั้นวางหนังสือ, วางของตกแต่ง, ตู้เก็บจานชาม หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ดีเหมือนกันนะ มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ที่ห้องนี้ก็จะมีช่องแสงให้อยู่ 2 จุด แต่ถ้าเป็นบ้านแปลงมาตรฐานก็จะมีหน้าต่างบานเลื่อนส่วนที่ติดกับลานซักล้างเพียงบานเดียว สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จัดให้ดูน่านั่งจะได้สามารถเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 มุม จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับห้องครัว ซึ่งตรงนี้เราสามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนกั้นส่วนระหว่างพื้นที่ห้องเพื่อกันกลิ่นจากการปรุงอาหารได้ ตัวห้องครัวที่ได้จะเป็นห้องโล่งๆอย่างนี้ค่ะ ภายในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนสำหรับเปิดระบายอากาศได้ ห้องครัวถึงจะดูเล็กไปสักหน่อย แต่พอจัดออกมาก็สามารถวางเคาน์เตอร์ที่มีพื้นที่สำหรับการทำอาหารได้พอดีๆ แต่ถ้าใครชอบทำอาหารไทยที่ต้องการพื้นที่ในการเตรียมอาหารค่อนข้างมาก ก็อาจจะต้องทำการต่อครัวเพิ่มเติมที่ลานซักล้างนะ ตำแหน่งติดตั้งอ่างล้างจานจะอยู่ตรงกับหน้าต่างพอดี นับว่าเป็นตำแหน่งที่ดี เพราะจะช่วยระบายอากาศและแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เกิดจากความอับชื้นได้ค่ะ ก่อนจะทำเคาน์เตอร์ในห้องครัวอย่าลืมหา Dimensions ของตู้เย็นที่จะเอามาวางไว้ก่อนนะจะได้เตรียมพื้นไว้ได้พอดี ระยะมาตรฐานก็ราวๆ 60 ซม.ได้ค่ะ จะเป็นตู้เย็นขนาดมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นตู้เย็นแบบ 2 ประตูก็จะต้องเผื่อที่มากกว่านี้นะ เมื่อวางเคาน์เตอร์แล้วระยะภายในห้องครัวจะเหลือ 1.2 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่พอดีเลย มาดูห้องน้ำกันต่อเลยค่ะ ห้องน้ำจะสามารถเข้าได้จากทางห้องครัวเพียงทางเดียว ประตูห้องน้ำจะเป็นบาน UPVC ติดเกล็ดระบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐานของ Colt พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 จะวางจากโซนแห้งไล่เข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องกระเบื้องเซรามิคขนาด 20 x 30 ซม. จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ กระจกบานที่ได้มาเป็นกระจกเจียปรี ขนาด 900 x 1100 มม. อ่างล้างหน้าที่ได้จะเป็นของ Cotto แบบแขวนผนัง มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ส่วนท่อดักกลิ่นจะครอบด้วยอุปกรณ์อ่างเซรามิกให้เรียบร้อย ส่วนก๊อกน้ำจะใช้ของ Karat ผนังข้างๆอ่างล้างมือจะติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ได้เป็นของ Kohler ถัดจากอ่างล้างมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ของ Cotto แบบแยกชิ้น ระบบ Single flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ สายฉีดชำระพลาสติกน้ำหนักเบามือของ Karat และที่ใส่กระดาษชำระของ Kohler ข้างๆกันกับโถสุขภัณฑ์จะเป็นโซน Shower พื้นที่ยืนอาบน้ำกว้างประมาณ 60 ซม. อาจจะแคบไปสักหน่อยแต่ในวันเร่งด่วนห้องน้ำชั้นบนไม่ว่างก็มาอาบที่ห้องนี้ได้ ชุดฝักบัวอาบน้ำแบบไม่มีราวปรับระดับของ Karat พร้อมชั้นวางสบู่ของ Karat ขนาดสามารถใส่สบู่ได้ 1 ก้อนพอดี หาซื้อชั้นวางสบู่มาติดตั้งเพิ่มได้เลย แนะนำให้ใช้เป็นแบบแขวนผนังเพราะพื้นที่ยืนอาบน้ำไม่ได้เหลือกว้างขวางมาก มาดูในส่วนของลานซักล้างกันต่อ ประตูลานซักล้างเป็นบานประตูสำเร็จรูปสีขาว อุปกรณ์ลูกบิดสแตนเลสของ Colt ลานซักล้างที่ได้จะทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบกว้าง 2 เมตรพื้นลาดเอียงเล็กน้อย และจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. พื้นที่บริเวณลานซักล้างกว้างขวางดีค่ะ ถ้าจะต่อเติมครัวเพิ่มก็ยังพอรองรับได้อยู่ ผนังที่กั้นระหว่างบ้านสูงประมาณ 1.75 เมตร ปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำสำหรับเครื่องซักผ้า มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในตัวบ้าน ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี ผนังด้านข้างยังเหลือพื้นที่สามารถทำชั้น Built – in วางของใช้หรือวางกรอบรูป, นาฬิกา, โคมไฟ และแจกันตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ได้อีก ลูกนอนของบันไดจะเป็นไม้ยางพาราอัดประสาน ส่วนลูกตั้งจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ที่ด้านข้างของโถงบันไดจะมีช่องแสงเป็นหน้าต่างบาน Fix ให้ มองออกไปจะเห็นบริเวณโรงจอดรถพอดี มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบหักกลับรูปตัว U วนขวาขึ้นไป ดวงไฟจะได้เป็นดวงโคมซาลาเปา LED ทรงสี่เหลี่ยม ถ้าตกแต่งด้วยโคมไฟแบบนี้ก็สวยดีนะ มุมมองไปที่ชานพักบันได ราวบันไดเป็นราวเหล็กมือจับไม้ยางพาราอัดประสาน พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ยกเว้นพื้นห้องน้ำ มุมมองขึ้นไปยังโถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอน 3 และห้องนอน 2 ตามลำดับ ตรงกลางโถงจะเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องนอน Master bedroom มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได ฝั่งขวาคือห้องนอน 3 เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูที่ห้องฝั่งขวากันก่อน ลำดับเป็นห้องนอน Master bedroom และห้องน้ำ 1 ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน Master bedroom บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้ด้วยสำหรับการติดตั้งทีวีและสายโทรศัพท์มาให้ ภายในห้องจะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกัน ที่โซนซ้ายมือจะเป็นโซนที่นอน ส่วนทางขวามือจะเป็นโซน Walk – in closet มาดูที่โซนที่นอน จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งซ้ายจะเหลือประมาณ 0.5 เมตร ส่วนฝั่งขวาจะเหลือประมาณ 0.55 เมตร ถ้าจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็พอทำได้อยู่แต่จะต้องวางชิดผนังฝั่งซ้ายไปเลยนะ ตรงนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้กับห้อง มุมมองไปที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ระหว่างโซน Walk – in closet และโซนที่นอนมีที่เหลือพอสำหรับทำชั้นวางทีวีขึ้นมากั้นเอาไว้ ช่วยทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ระยะระหว่างชั้นวางทีวีถึงปลายเตียงเหลือ 0.95 เมตร เดินผ่านได้สบายๆ ในโซน Walk – in closet ก็จะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกลางๆได้อย่างละตัว ระยะระหว่างชั้นวางทีวีถึงตู้เสื้อผ้าเหลือประมาณ 1.15 เมตร ยืนแต่งตัวได้สบายๆเลย ฝ้าเพดานภายในห้อง ดวงโคมที่ได้จะเป็นดวงโคมซาลาเปาเช่นเดียวกันค่ะ มาดูในส่วนของห้องน้ำ 1 กันต่อ จะใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทั้งหมด แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่ที่กว้างขวางมากกว่า สังเกตที่บ้านมาตรฐานที่ได้จริงๆจะไม่มีหน้าต่างภายในห้องน้ำให้ พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงไปประมาณ 2.5 ซม. อ่างล้างมือของ Cotto และก๊อกน้ำของ Karat ค่ะ ราวแขวนผ้าเช็ดตัวของ Kohler ก็จะติดให้อยู่ข้างๆอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ มีพื้นที่นั่งกว้างขวางดีค่ะ มาดูในส่วนของโซน Shower กันต่อ ตรงนี้จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำที่กว้างขวางขึ้นกว้าง 0.90 x 0.90 เมตร แนะนำให้ติด Shower box เพิ่มเติมแบบประตูเข้ามุม ช่วยแบ่งห้องน้ำให้เป็นสัดเป็นส่วนและไม่ให้น้ำกระเซ็นเปียกไปทั่วห้องด้วยค่ะ ส่วนดวงโคมภายในห้องน้ำจะได้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์เช่นเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่าง มาดูในส่วนของห้องนอนทางฝั่งซ้ายมือของโถงบันไดกันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ตามด้วยห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้าย มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 ภายในห้องนี้ถ้าเป็นบ้านแปลงมุมจะได้หน้าต่างมาทั้ง 2 ฝั่งเลย แต่แปลงมาตรฐานปกติก็จะได้หน้าต่างมาด้านเดียวค่ะ ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่ง, ชั้นวางของปลายเตียง, โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้ ระยะจากตู้เสื้อผ้าจนถึงเตียงนอนอยู่ที่ 1.2 เมตร สามารถเปลี่ยนผ้าปูเตียง หรือยืนแต่งตัวได้สบายๆ ส่วนปลายเตียงแทบจะไม่เหลือที่ว่างแล้ว แต่ยังสามารถทำชั้นวางของปลายเตียงแบบติดผนังได้อยู่นะ มุมมองไปฝั่งโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า พื้นที่เหลือให้วางได้ไม่เยอะมากเพราะจะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับวงประตู มุมมองไปทางประตูทางเข้าห้อง ที่ผนังฝั่งนี้จะสามารถทำชั้น Built – in เพิ่มเติมได้อีกจะได้มีพื้นที่เก็บของได้เยอะๆ ในบริเวณที่ใกล้วงเปิดประตูก็อาจจะทำเป็นราวแขวนของแทน สามารถใช้แขวนกระเป๋า, หมวก, ผ้าพันคอ และ Accessories อื่นๆได้ มาถึงห้องนอน 3 ห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะ มุมมองเข้าไปในห้องนอน 3 ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน บางท่านอาจจะจัดให้ห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์แทนตามบ้านตัวอย่างก็ได้ เมื่อวางโซฟาและโต๊ะอ่านหนังสือแล้วจะเหลือระยะตรงกลางห้องประมาณ 1.1 เมตร โซฟามีความกว้าง 3 ฟุต ถ้าจะจัดให้ห้องนี้เป็นห้องนอนก็สามารถใช้ตรงนี้เป็นตำแหน่งวางเตียงนอนได้เลย ด้านหลังโซฟาทำเป็นชั้น Built – in สำหรับวางของได้อีก ฝั่งตรงข้ามวางเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ ซึ่งจะสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมเพิ่มได้อีก 1 ตัว แต่แนะนำให้วางตู้เสื้อผ้าเอาไว้ฝั่งในชิดมุมกำแพงนะ มุมมองย้อนออกไปที่ประตูทางเข้าห้อง :: แบบ New York ขนาดพื้นที่ใช้สอย 110 ตรม. :: มาถึงบ้าน New York กันแล้วค่ะ หน้าตาของบ้านรวมถึงการวางแปลนจะเหมือนกับแบบบ้าน Florida ทุกประการเลย จะต่างกันแค่ความลึกของบ้านเท่านั้น โดยบ้านหลังที่แล้วจะลึก 7 เมตร ส่วนบ้านหลังนี้จะลึก 8 เมตรค่ะ ซึ่งจะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมาเป็น 110 ตารางเมตร แบบบ้านตัวอย่าง เข้าไปชมภายในบ้านกันเลย ประตูทางเข้าวัสดุเหมือนกันกับหลังที่แล้วทุกประการ เข้าไปภายในบ้านก็จะเจอกับโซนห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารด้านหลังค่ะ ซึ่งพื้นที่ในโซนห้องนั่งเล่นนี้จะเท่ากันกับบ้านหลังที่แล้ว แปลนในส่วนหน้าบ้านไม่ได้ยืดออกไป ฝ้าเพดานและดวงโคมที่ใช้เหมือนกับบ้านหลังที่แล้ว มุมมองไปทางชุดโซฟารับแขกซึ่งถูกจัดวางเอาไว้แบบ 3 ที่นั่งซึ่งจริงๆแล้วบ้านหลังนี้จะสามารถวางได้ถึง 4 ที่นั่งเลย ข้างๆโซฟายังเหลือพื้นที่อีกเยอะ จะทำชั้นวางของแบบโปร่งขึ้นมากั้นโซนระหว่างโซนห้องก็ทำให้บ้านดูเป็นสัดเป็นส่วนขึ้นโดยที่ไม่ทำให้ดูทึบตันและอึดอัด หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานเพิ่มอีกมุมนึงก็ได้ ขนาดความกว้างของผนังทีวีฝั่งโรงจอดรถก็จะเท่ากันค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว จะเห็นได้ว่าบริเวณของห้องรับประทานอาหารจะมีขนาดที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งห้องตัวอย่างได้จัดโต๊ะเอาไว้ขนาด 4 ที่นั่ง จริงๆแล้วจะสามารถจัดได้ถึง 6 ที่นั่ง และยังเหลือพื้นที่ข้างหลังโต๊ะทานข้าวอีกเยอะ สามารถทำชั้นวางจาน – ชามสวยงาม, ทำเคาน์เตอร์แพนทรี่เพิ่มเติม หรือจะเปลี่ยนทิศการจัดโต๊ะอาหารเพื่อให้ได้จำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นอีกก็ทำได้เช่นกัน มาดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ จุดที่แตกต่างกันจากบ้านหลังที่แล้วอย่างชัดเจนก็คือห้องครัวที่ได้ขนาดกว้างขึ้นมากๆสามารถทำอาหารแบบครัวไทยหนักๆได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องทำส่วนต่อเติมออกไปที่ลานซักล้าง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่และผู้ที่ชอบทำอาหารทานเองบ่อยๆ ภายในห้องครัวสามารถทำเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U วางอ่างล้างจานและเตาปรุงอาหารแล้วยังเหลือพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารอีกเหลือเฟือ สามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่ 2 ประตูได้ด้วย ระยะระหว่างเคาน์เตอร์เหลือประมาณ 1.1 เมตร หมุนตัวมาล้างผัก, หั่นเนื้อสัตว์ แล้วกลับไปผัดอาหารต่อได้สบายๆ ระยะระหว่างเคาน์เตอร์ถึงกำแพงฝั่งประตูห้องน้ำยังเหลืออีก 1.7 เมตรเลย สำหรับห้องน้ำ 2 ก็จะเหมือนกับแบบบ้าน Florida ทุกประการค่ะ ด้านข้างห้องครัวก็จะมีประตูบานเปิดออกไปสู่ลานซักล้าง ลานซักล้างที่ได้จะทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบกว้าง 2 เมตรพื้นลาดเอียงเล็กน้อย และจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. มีปลั๊กไฟสำหรับเครื่องซักผ้าแบบมีฝาครอบกันน้ำติดไว้ให้ มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในตัวบ้าน ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม. วัสดุบันไดเหมือนกันกับบ้านหลังที่แล้วทุกประการ และมีช่องแสงบริเวณข้างบันไดขนาดเท่ากัน บริเวณโถงบันไดจะได้เป็นดวงโคมซาลาเปา LED เปลี่ยนมาติดเป็นโคมไฟตกแต่งแบบนี้ทำให้ได้บรรยากาศที่ดีขึ้นและน่าอยู่ ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้านแล้ว สำหรับตำแหน่งห้องนอน Master bedroom จะอยู่ด้านซ้ายมือ ตรงกลางเป็นห้องน้ำ และถัดไปด้านขวาจะเป็นห้องนอน 2 และ 3 ค่ะ ที่พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.เหมือนหลังที่แล้ว มุมองย้อนกลับไปที่โถงบันได ฝั่งซ้ายคือห้องนอน 3 ฝั่งขวาคือห้องนอน Master bedroom เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูที่ห้องฝั่งซ้ายของโถงบันไดกันก่อน ลำดับเป็นห้องนอน Master bedroom และห้องน้ำ 1 มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน Master bedroom ที่ฝั่งซ้ายจะเป็นโซน Walk – in closet ส่วนฝั่งขวาจะเป็นโซนที่นอน สำหรับห้องนอนห้องนี้ก็จะขนาดเท่ากันกับบ้านหลังที่แล้วทุกประการนะคะ พื้นที่ข้างเตียงเหลือประมาณ 50 – 60 ซม. ทั้งสองข้าง ที่ปลายเตียงสามารถวางสตูลเพิ่มได้อีก มุมมองไปที่โซน Walk – in closet บ้านตัวอย่างจะทำฉากกั้นและชั้นวางทีวีขึ้นมากั้นระหว่างทั้ง 2 โซน ระยะจากปลายเตียงถึงชั้นวางทีวียังเหลืออีก 1.35 เมตร มุมมองเข้าไปภายในโซน Walk – in closet ตรงนี้จะทำเป็นตู้เสื้อผ้ารูปตัว L แทนโต๊ะเครื่องแป้งตัวยาวก็ได้นะคะ ยังมีที่ยืนแต่งตัวอยู่อีก 1.4 เมตรเลย ส่วนห้องน้ำ 1 ก็จะเหมือนกับแบบบ้าน Florida ทุกประการเช่นกันค่ะ จะขอข้ามไปเลยนะคะ ต่อไปมาดูห้องฝั่งขวาของโถงบันไดกันบ้าง เริ่มจากห้องนอน 2 ปิดด้วยห้องนอน 3 ภายในห้องนอน 2 ของบ้านหลังนี้จะใหญ่กว่าหลังที่แล้วพอสมควรเลยค่ะ เพราะตัวห้องจะกว้างขึ้นอีก 1 เมตร ภายในห้องตัวอย่างได้จัดวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งเอาไว้ ขนาดเหมาะสมกับตัวห้อง ระยะระหว่างปลายเตียงกับตู้เสื้อผ้าเหลือพอดีๆเลย ยืนแต่งตัวได้สบายๆ ส่วนระยะปลายเตียงจะเหลือ 0.55 เมตร จะวางชั้นวางของชั้นเล็กๆเพิ่มก็ได้นะ ตามบ้านตัวอย่างจะทำชั้นวางของแบบ Built – in ลอยติดผนังเอาไว้ ถ้าเป็นบ้านแปลงมาตรฐานจะมีหน้าต่างให้เพียงฝั่งเดียว สามารถทำ Built – in วางของได้เต็มผนังและติดกระจกบานใหญ่สำหรับเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากห้อง มุมมองไปที่ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งบ้าง ขนาดที่สามารถวางได้จะไม่ใหญ่มาก จะใช้เป็นโต๊ะทำงานแทนก็ได้ มาถึงห้องนอนห้องสุดท้ายกันแล้วค่า ภายในห้องนอน 3 ก็จะกว้างกว่าบ้านหลังที่แล้วเช่นกัน ภายในห้องตัวอย่างได้จัดวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งเอาไว้ ขนาดเหมาะสมกับตัวห้องแล้ว ระยะยืนแต่งตัวและระยะนั่งเหลือประมาณ 1 เมตร วางโต๊ะข้างหัวเตียงตัวเล็กๆได้อีก 1 ตัว ระยะระหว่างปลายเตียงถึงผนังกว้าง 70 ซม. สามารถวางชั้นวางของหรือทำชั้น Built – in ได้แบบนี้ มุมมองไปที่ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ขนาดที่วางได้จะไม่ใหญ่มากเท่าไหร่นัก :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กุมภาพันธ์ 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (กุมภาพันธ์ 2560) :::: แบบบ้าน New York พื้นที่ใช้สอย 110 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 19.60 ตร.วา – ราคา 1,630,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ พฤกษาวิลล์ 67 เพชรเกษม 91 ตั้งอยู่บนถนนจึงสวนันท์ ใกล้ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคนฝั่งธนเริ่มต้นจากวงเวียนใหญ่วิ่งผ่านไปยังทิศตะวันตกผ่านอีกหลายจังหวัด ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์และโรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงนครปฐมเลย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ก็รองรับการอยู่อาศัยใกล้แหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา และโรงงาน ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแคซึ่งกำลังก่อสร้างกันอยู่ น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าทำได้สะดวก โดยเส้นทางหลักก็จะเป็นถนนเพชรเกษม ซึ่งถ้าวิ่งไปฝั่งทิศตะวันออกมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองก็จะสามารถไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย หรือจะวิ่งเข้าถนนราชพฤกษ์ข้ามสะพานตากสินไปฝั่งกรุงเทพฯวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หากวิ่งไปทางตะวันตกถนนเพชรเกษมจะวิ่งยาวผ่านหลายจังหวัดทั้งนครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี ลงไปทางใต้เลย ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ต้องเผื่อเวลากันดีๆนะคะ จากถนนเพชรเกษมเองก็จะมีทางเชื่อมไปออกถนนบรมราชชนนีและพระราม 2 ที่วิ่งขนานกันอยู่ เส้นที่ใช้วิ่งไปออกถนนบรมราชชนนีคือ พุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 ส่วนเส้นที่ใช้ไปออกถนนพระราม 2 ก็จะใช้ได้ทั้งถนนบางบอน 5 และถนนบางแคเชื่อมต่อไปยังถนนบางขุนเทียน สามารถใช้ไปออกถนนกัลปพฤกษ์ตรงสาธรก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษก สะดวกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปยังบางบัวทองหรือทางบางพลี รวมระยะทางจากตัวโครงการถึงวงแหวนได้ประมาณ 12.5 กม. การเดินทางโดยรถสาธารณะ บนถนนจึงสวนันท์นั้นไม่มีรถสาธารณะสายไหนวิ่งผ่านเลย จะต้องออกมาที่ถนนเพชรเกษม 91 และถนนเพชรเกษม โดยนั่งวินมอเตอร์ไซค์อยู่ที่หน้าโครงการ ที่เส้นเพชรเกษมจะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้แล้ว โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีหลักสอง จะห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 12 กม. ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้ถึงกับอยู่ในระยะเดิน แต่ก็สามารถต่อรถสาธารณะบนเส้นเพชรเกษมนั่งไปถึงได้ โดยรวมแล้วก็ไม่แย่เท่าไหร่ค่ะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 440 ยูนิต บนพื้นที่ 38 – 1 – 60.6 ไร่ สไตล์ Modern US มีแบบบ้านทั้งหมด 2 แบบด้วยกันซึ่งทั้ง 2 แบบนี้มีความเหมือนกันทุกประการยกเว้นความลึกของตัวบ้านโดยแบบ Florida จะลึก 7 เมตรและแบบ New York จะลึก 8 เมตร ส่วนที่ขยายออกไปจะเป็นบริเวณโซนห้องครัวและห้องนอน 2 – 3 ที่ชั้น 2 ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบสไตล์ทาวน์โฮมของบ้านพฤกษาที่อื่นๆ ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ตัวคอนเซ็ปต์ไม่ได้เด่นชัดอะไรขนาดนั้น ติดอยู่ที่ว่าห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ ต้องติดพัดลมดูดอากาศเพิ่มเอาเอง ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐานค่ะ โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2 – 4 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีสวนพักผ่อนส่วนกลางขนาด 1 ไร่เพียงอย่างเดียว ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตของทั้งโครงการแล้วก็อาจจะน้อยไปนิดนึง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องวงจรปิด, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐาน :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1739 สำนักงานขาย : 085 – 480 – 5047 WEBSITE : ***พฤกษาวิลล์-67-เพชรเกษม-91
ถนนเพชรเกษม 91 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130
1,590,000 ฿
10/3/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.759 ทาวน์โฮม บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 Baan Pruksa Phetkasem 91 สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการทาวน์โฮมมาฝากนั่นก็คือโครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 จาก พฤกษา เรียลเอสเตท นั่นเอง โครงการเป็นทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่สูง 2 ชั้น ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 1 คัน สไตล์โมเดิร์นเรียบทันสมัย บนพื้นที่โครงการ 27-2-90.2 ไร่ มีทั้งหมด 319 ยูนิต ตัวโครงการอยู่ใกล้ถนนเพชรเกษม สามารถเดินทางได้สะดวกเชื่อมต่อถนนสายหลักได้อย่างง่ายดาย อยู่ใกล้ทั้งวงแหวนกาญจนาภิเษก และใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ในระยะ 12.2 กม.ซึ่งจะเปิดใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการอยู่อาศัย ใน ราคาเริ่มต้นที่ 1.83 ล้านบาท รายละเอียดในเชิงลึกของทางโครงการจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญเลื่อนลงไปตามอ่านที่ข้างล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนเพชรเกษม 91 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130 พิกัด : 13.689496, 100.319273 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 ตั้งอยู่ในซอยเพชรเกษม 91 ใกล้ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคนฝั่งธนเริ่มต้นจากวงเวียนใหญ่วิ่งผ่านไปยังทิศตะวันตกผ่านอีกหลายจังหวัด ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์และโรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงนครปฐมเลย ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแคซึ่งกำลังก่อสร้างกันอยู่ น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น การเดินทางด้วยรถยนต์ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเส้นทางหลักเลยก็ต้องเป็นถนนเพชรเกษมแน่นอน ซึ่งถ้าวิ่งไปฝั่งทิศตะวันออกมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองก็จะสามารถไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย หรือจะวิ่งเข้าถนนราชพฤกษ์ข้ามสะพานตากสินไปฝั่งกรุงเทพฯวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หากวิ่งไปทางตะวันตกถนนเพชรเกษมจะวิ่งยาวผ่านหลายจังหวัดทั้งนครปฐม, ราชบุรี, เพชรบุรี ลงไปทางใต้ ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ในช่วง Rush Hour เช้ากับเย็นถ้าใครจะต้องวิ่งผ่านช่วงนั้นก็ขอให้ทำใจและเผื่อเวลากันดีๆนะคะ จากถนนเพชรเกษมเองก็จะมีทางเชื่อมไปออกถนนบรมราชชนนีและพระราม 2 ที่วิ่งขนานกันอยู่ เส้นที่ใช้วิ่งไปออกถนนบรมราชชนนีคือพุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 แล้วแต่จะสะดวกเลือกใช้เลยว่าเส้นไหนจะวิ่งสะดวกกว่ากัน ส่วนเส้นที่ใช้ไปออกถนนพระราม 2 ก็จะใช้ได้ทั้งถนนบางบอน 5 และถนนบางแคเชื่อมต่อไปยังถนนบางขุนเทียน ย่านนี้จะเรียกว่าท่าเกษตร สามารถใช้ไปออกถนนกัลปพฤกษ์ตรงสาธรก็ได้เช่นกัน ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ สะดวกสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปยังบางบัวทองหรือทางบางพลีเป็นกิจวัตร โดยจากถนนจึงสวนันท์ให้วิ่งมาเข้าถนนเพชรเกษม 91 แล้ววิ่งออกมาที่ถนนเพชรเกษมเพื่อกลับรถ วิ่งตามเส้นเพชรเกษมไปเรื่อยๆจนถึงจุดตัดกับวงแหวนกาญจนาภิเษก ให้ออกซ้ายวนขึ้นวงแหวนไปได้เลย รวมระยะทางแล้วได้ประมาณ 12.7 กม. ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่ในชานเมืองแต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์รองรับการอยู่อาศัยใกล้แหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา และโรงงาน ห้างสรรพสินค้าหลักๆเลยก็จะมีเดอะมอลล์และซีคอนบางแค ใกล้เข้าไปตัวโครงการก็ส่วนมากจะเป็นพวกไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งแม็คโครและบิ๊กซี นอกจากนั้นก็จะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง Victoria Garden ภายในมี Foodland, Tulip Square ภายในจะมีทั้งโซน Shopping mall, อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม Low rise, ตลาดพันล้าน, ตลาดสดสมบูรณ์ และศึกษาภัณฑ์ ภายเพชรเกษม 91 เองก็จะมีทั้งโรงเรียน, โรงงาน, บ้านพักอาศัย, หอพัก และการเคหะ จึงพอจะมีร้านอาหารและตลาดเล็กๆอยู่เป็นช่วงๆ ตรงนี้จะยังไม่ค่อยคึกคักและมีความอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ต้องออกมาที่เส้นเพชรเกษมค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้นก็ไม่ถึงกับยากลำบากนัก ถึงแม้ว่าบนถนนจึงสวนันท์จะยังไม่มีรถสายไหนวิ่งผ่านเลย แต่บนเส้นเพชรเกษม 91 จะมีรถ 2 แถววิ่งผ่านออกมาที่เส้นเพชรเกษม และที่หน้าโครงการเองก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ ที่เส้นเพชรเกษมจะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วง หัวลำโพง – บางแค ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้แล้วด้วย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีหลักสอง จะห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 12.2 กม. ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้ถึงกับอยู่ในระยะเดิน แต่ก็สามารถต่อรถสาธารณะบนเส้นเพชรเกษมนั่งไปถึงได้ไม่ยากเลย :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนเพชรเกษม > แยกเพชรเกษม 69 > แยกเพชรเกษม 104 > แยกพุทธมณฑล 4 > ถนนเพชรเกษม 91 > โครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนเพชรเกษม ช่วงพุทธมณฑลสาย 1 เลยจากสถานีรถไฟฟ้าบาหว้ามาประมาณ 3 กม. ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นซีคอนบางแค ถัดมาไม่ไกลจะเห็นเทสโก้โลตัสบางแคอยู่ทางขวามือ และเดอะมอลล์บางแคทางขวามือ ข้างหน้าเราจะตัดกับเส้นกาญจนาภิเษกค่ะ ตอนนี้เส้นเพชรเกษมจะติดหน่อยนะเพราะว่ากำลังสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ ทางยกระดับข้างบนคือเส้นวงแหวนกาญจนาภิเษกค่ะ ให้วิ่งลอดผ่านไปเลย ถ้าออกทางซ้ายมือจะเข้าเส้นกาญจนานะ ไปทางบางพลีนู่นเลย จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐม วิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายจะไปทางบางบัวทอง วิ่งตามเส้นเพชรเกษมต่อไปเรื่อยๆผ่านพุทธมณฑลสาย 2 ไปจะเห็นบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และแม็คโคร เพชรเกษม ไม่ไกลกันจะเห็น Victoria Gardens ทางฝั่งซ้ายมือ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกบนเส้นเพชรเกษม ครบเครื่องเรื่องกิน – ช็อป – เที่ยว รวมเอาไว้ที่นี่เลยค่ะ ภายในจะมี Foodland ด้วยนะ ถัดไปอีกจะเป็นบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า เพชรเกษม 2 ฝั่งขวามือ และรพ.วิชัยเวชกับสถานีวิทยุช่อง 3 และช่อง 9 เลยไปอีกหน่อยก็จะเห็นม.เอเชียอาคเนย์อยู่ฝั่งขวามือ จากนั้นให้สังเกตป้ายนครปฐมเอาไว้และวิ่งตรงตามเส้นเพชรเกษมต่อไปค่ะ ถ้าออกซ้ายไปจะเข้าถนนพุทธสาครไปทางสมุทรสาคร ถ้าไปกลับรถออกขวาจะไปเข้าพุทธมณฑลสาย 4 จากนั้นจะเห็น Tulip Square อยู่ทางขวามือ ส่วนหน้าจะเป็น Community mall ภายในจะมีทั้งอาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียม Low rise จากนี้ไปให้วิ่งชิดซ้ายนะคะเพราะเราใกล้ถึงเพชรเกษม 91 กันแล้ว ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าเพชรเกษม 91 เลยค่ะ หน้าปากซอยจะมีป้ายรร.เทศบาลอ้อมน้อยติดอยู่ เลยไปข้างหน้าจะมีสะพานลอย จากถนนเพชรเกษมเมื่อเข้าเพชรเกษม 91 มาแล้วก็ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆประมาณ 1 กม. จะเห็นทางเข้าถนนจึงสวนันท์อยู่ทางขวามือ ให้ตรงไปอีกประมาณ 700 เมตร จะเห็นตัวโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ เข้ามาในถนนเพชรเกษม 91 ทั้ง 2 ข้างทางจะเป็นโรงงาน, อาคารพาณิชย์ และตึกแถวสูง 3 ชั้นครึ่ง ให้วิ่งตามทางไปเรื่อยๆประมาณ 1 กม. จากนั้นให้สังเกตฝั่งขวามือเอาไว้จะเป็นถนนจึงสวนันท์ ให้ตรงเข้าไปอีก 700 เมตร จากนั้นให้สังเกตทางฝั่งซ้ายมือเอาไว้ ก็จะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการแล้วค่า สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: บริเวณโดยรอบโครงการบนถนนเพชรเกษม 91 จะเป็นโซนของที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร, บ้านพักอาศัยส่วนตัวดั้งเดิม, ตึกแถว, ห้องเช่า, อาคารพาณิชย์, ร้านอาหาร, ร้านขายของชำ, ที่ดินเปล่า, ที่ดินทำเกษตรกรรม, โรงเรียน และโรงงานอุตสาหกรรม บรรยากาศจะมีความเงียบสงบกว่าไม่คึกคักเท่าบนเส้นเพชรเกษมเพราะเป็นถนนเส้นเล็กๆเพียง 2 เลน รถพอสวนกันได้ เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะจะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง เริ่มต้นจากฝั่งตรงข้ามกับซุ้มทางเข้าโครงการจะเป็นโกดังเก็บของและโรงงานอุตสาหกรรม มุมมองไปฝั่งซ้ายมือ เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งนี้กันก่อนนะ ติดกับตัวโครงการเลยจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเล็กๆ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยดั้งเดิมหลายๆหลังของคนในย่านนี้ ถัดไปก็ยังเป็นบ้านพักอาศัยอีกเช่นกัน บ้านยังเป็นบ้านไม้แบบดั้งเดิม พื้นที่ว่างใกล้เคียง ในซอยนี้ยังดูมีความเป็นธรรมชาติอยู่บ้างค่ะ ถัดไปจะเป็นทางเข้าโรงเรียนอนุบาลยุวรัช ใครมีลูกเด็กเล็กแดงก็มาฝากไว้ที่โรงเรียนนี้ได้ ใกล้กับตัวโครงการมากๆ ไปรับไปส่งสะดวกเลย เดินไปไม่ไกลฝั่งตรงข้ามจะเจอตลาดเพชรเกษม 91 แล้วค่ะ ในตลาดก็จะมีร้านอาหารหลายร้านให้มาเลือกฝากท้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ – น้ำตก, ข้าวมันไก่, ส้มตำไก่ย่าง, อาหารตามสั่ง กินคู่กับน้ำปั่นและกาแฟสดในราคาย่อมเยา ข้างๆตลาดก็จะมีร้านสะดวกซื้อไนน์แอนด์เท็นซึ่งเปิดแข่งคู่กันกับ 7 – Eleven ซึ่งอยู่ใต้อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง ระยะจากหน้าโครงการเดินมาถึง 7 – Eleven ก็ไม่ไกลเลยค่ะ เพียง 210 เมตรเท่านั้นเอง เลยไปอีกหน่อยจะเป็นหมู่บ้านเบญจศิริ เป็นทาวน์โฮมสูง 3 ชั้นครึ่ง ที่ด้านหน้าของหมู่บ้านเป็นอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 ฝั่ง ชั้นล่างมีทั้งร้านอาหาร, ร้านอินเตอร์เน็ต – ซ่อมคอมพิวเตอร์ และร้านขายยา กลับมาที่ฝั่งเดิมก็จะมีการเคหะแห่งชาติ โครงการเพชรเกษม 91 บริเวณทางเข้าการเคหะตรงข้ามกับอาคารพาณิชย์จะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ ถ้าจะออกไปหน้าปากซอยก็มาเรียกใช้พี่วินได้ที่นี่เลยค่ะ ค่าบริการอยู่ที่ 15 บาท ตรงไปข้างหน้าถนนเพชรเกษม 91 จะวิ่งไปตัดกับถนนพุทธสาคร สามารถใช้วิ่งไปออกถนนพระราม 2 ได้ค่ะ กลับมาที่หน้าโครงการ เราจะเดินไปสำรวจทางฝั่งขวามือกันต่อ ฝั่งตรงข้ามของเราคือซอยศรทองค่ะ ที่หน้าปากซอยจะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ข้างๆติดกับตัวโครงการเลยจะเป็นที่ดินเปล่า ยังคงเป็นทุ่งหญ้าร้างอยู่ เดินเลยไปอีกนิดหน่อยที่ฝั่งตรงข้ามก็จะมีซุ้มขายของของใช้และซุ้มร้านอาหาร 2 – 3 ร้าน ตรงไปข้างหน้าก็จะไปออกถนนเพชรเกษม ทางที่เราใช้เดินทางเข้ามานั่นเองค่ะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต บนที่ดิน 27-2-90.2 ไร่ ไร่กว่า เป็นทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ในสไตล์โมเดิร์น เน้นความกระชับและเรียบง่ายของฟังก์ชั่นการใช้งาน ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการบนถนนเพชรเกษม 91 โดยจะต้องผ่านรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมยาม, เครื่องสแกน Auto access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 16 เมตรต่อเนื่องด้วยถนนกว้าง 12 เมตรผ่ายาวเข้าไปจนถึงสวนสาธารณะ แล้วแจกเข้าสู่ตัวบ้านแต่ละหลังด้วยถนนกว้าง 8.00 เมตรเป็นซอยลึกเข้าไป เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายและบ้านตัวอย่างจะอยู่ทางขวามือเลย ส่วนสวนสาธารณะจะอยู่เลยไปไม่ไกลจากซุ้มทางเข้านัก ซึ่งวัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการจะมีระยะประมาณ 420 เมตร จะเดินมาใช้งานส่วนกลาง หรือจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ได้ไม่ไกลนัก :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เราได้ชมรายละเอียดกันไปแล้ว ตอนนี้เราจะพาท่านผู้อ่านเดินชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง เริ่มจากบริเวณซุ้มทางเข้าโครงการ จะเป็นถนนกว้าง 19.00 เมตร รวมทั้งฝั่งทางเข้าและทางออก ตัวซุ้มดีไซน์สไตล์โมเดิร์น ใช้วัสดุไม้เป็นหลักให้อารมณ์บ้านตัดกับโครงเหล็กสีดำ การเข้าสู่ตัวโครงการจะต้องผ่านรั้วไม้กระดก, ป้อมยาม และกล้อง CCTV ตรงนี้ลูกบ้านจะมี Access card สามารถสแกนบัตรและขับรถผ่านเข้าไปได้เลย ซุ้มโครงการจะเป็นระแนงไม้แบบเว้นร่องนะ ไม่กันฝน มุมมองไปที่ด้านข้างของป้อมยาม จะเป็นจุดที่ติดกล้อง CCTV และเครื่องแสกน Access card เครื่องแสกน Access card กล้อง CCTV 2 ตัวช่วยจับภาพหน้าคนขับและทะเบียนรถ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอกับถนนเมนกว้าง 16 เมตร ต่อเนื่องเข้าไปด้วยถนนกว้าง 12 เมตร ทางซ้ายมือจะเป็นที่จอดรถของผู้ที่เข้ามาติดต่อเยี่ยมชมโครงการ ส่วนทางขวามือจะเป็นบ้านตัวอย่างและสำนักงานขาย บ้านตัวอย่างจะอยู่หลังแรกทางขวามือเลย ส่วนสำนักงานขายจะอยู่หลังท้ายสุดฝั่งซ้ายของบ้านชุดนี้นะคะ :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: ::: แบบบ้านของโครงการ ::: บ้านของโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เป็นแบบบ้านดีไซน์ใหม่ ฟังก์ชั่นมีความกระชับ สามารถใช้สอยได้ทุกตารางเมตร มีด้วยกันทั้งหมด 1 แบบ คือ แบบบ้าน Cedar ขนาด 98 ตรม. หน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน ไปดูแปลนบ้านกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบบ้าน Cedar :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่างของโครงการกันค่ะ นั่นก็คือ แบบบ้าน Cedar ขนาด 98 ตรม. หน้ากว้าง 5.7 เมตร มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบบ้าน Cedar :: หน้าตาบ้านก็จะเป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ ใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลัก สร้างลูกเล่นด้วยสึส้มและลวดลายเซาะร่องของผนังบ้าน มาดูที่โรงจอดรถกันก่อน ภายในโรงจอดรถจริงๆแล้วจะได้เป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบนะคะ ฝ้าเพดานฉาบเรียบกับดวงโคมซาลาเปาสไตล์โมเดิร์น ภายในมีตู้เก็บของสามารภเก็บพวกอุปกรณ์ล้างรถหรืออุปกรณ์ทำสวนได้ มาในดูในส่วนของเฉลียงทางเข้าบ้านกันบ้าง พื้นเฉลียงจะกว้าง 0.6 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ยกระดับขึ้นมาจากพื้นประมาณ 15 ซม. บริเวณเฉลียงทางเข้าจะติดไฟกิ่งมาให้ 1 ดวง จะติดเพิ่มอีกฟากนึงด้วยก็ดีนะคะ ตอนกลางคืนจะได้สว่างๆ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีธรรมชาติลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตู ตรงนี้ถ้าใครที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นก็สามารถหาระบบล็อคแบบอื่นๆมาติดเพิ่มเติมได้ เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร พื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวเก็บขอบด้วยบัวผนังเรียบร้อย แปลนบ้านจะเป็นแบบ Open plan เชื่อมพื้นที่แต่ละฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันทั้งหมด ผลที่ได้คือทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลังลดระดับฝ้าให้ตามภาพเพราะจะเป็นพื้นที่ส่วนของงานระบบท่อภายในห้องน้ำ และมีผลพลอยได้คือทำให้เหมือนเป็นการแบ่งโซนพื้นที่ให้ไปด้วยในตัว ภายในบ้านที่ชั้น 1 จะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมดยกเว้นในห้องน้ำและห้องนอนชั้น 2 ที่จะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ มุมมองไปทางชุดโซฟารับแขก ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวาง Arm Chair ขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จริงๆแล้วจะวางเป็นโซฟาขนาด 3 ที่นั่งหรือโซฟาเบดก็มีที่เหลือพอ ถ้าเป็นบ้านแปลงมุมจะมีหน้าต่างที่ผนังฝั่งโซฟามาให้ด้วย แต่ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะไม่มีมาให้นะคะ หน้าต่างเป็นบานเปิดอลูมิเนียมกระจกเขียวตัดแสง มือจับและตัวล็อคบานหน้าต่างแบบก้านโยก ฝั่งชั้นวางทีวีผนังจะเว้าเข้ามาเพราะด้านนอกเป็นที่จอดรถ ทำให้เราได้ที่วาง Built – in ตู้วางทีวีพร้อมช่องเก็บของได้สบายๆ ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที โน้ตไว้เป็นไอเดียตกแต่งบ้านได้เลย ส่วนระยะจากโซฟาถึงผนังอีกฝั่งเหลือ 1.7 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 42 – 47 นิ้วค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้ระยะดูทีวีเพิ่มขึ้นก็สามารถใช้วิธีเอาทีวีติดผนังได้ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว จะเห็นได้ว่าบริเวณระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารยังเหลือพื้นที่ผนังอีกเยอะเลย ตรงนี้เราสามารถตั้งชั้นวางหนังสือ, วางของตกแต่ง, ตู้เก็บจานชาม หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ได้เหมือนกัน มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ที่ห้องนี้ก็จะมีช่องแสงให้อยู่ 2 จุด แต่ถ้าเป็นบ้านแปลงมาตรฐานก็จะมีหน้าต่างบานเลื่อนส่วนที่ติดกับลานซักล้างเพียงบานเดียว บานหน้าต่างข้างหลังจะเป็นบานเลื่อน จะไม่มีมือจับนะคะ แต่ที่บานกรอบอลูมิเนียมจะทำเป็นครีบขึ้นมาให้สามารถจับเปิดได้สะดวก ตัวล็อคท้ายบานหน้าต่าง สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จะต่อหัวท้ายเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในวันที่มีแขกก็ยังรองรับไหว จัดให้ดูน่านั่งจะได้สามารถเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 มุม บางบ้านนี่ตกแต่งให้โต๊ะรับประทานอาหารสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขกในตัวด้วยนะ จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับห้องครัว แต่บ้านตัวอย่างได้ตกแต่งให้เป็นห้องนั่งเล่นอีกหนึ่งห้อง ซึ่งตรงนี้เราสามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนกั้นส่วนระหว่างพื้นที่ห้องให้เป็นส่วนตัวขึ้นได้ ตัวบ้านที่ได้จะไม่มีประตูหรือผนังกั้นนะคะ พื้นที่จะเชื่อมต่อกันหมดเลย ภายในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนสำหรับเปิดระบายอากาศได้ ถ้าจะจัดห้องนี้ให้เป็นพื้นที่ครัว ที่ฝั่งนี้ก็จะเหมาะสำหรับเป็นตำแหน่งวางอ่างล้างจาน เพราะอยู่ตรงกับหน้าต่างพอดี ส่วนฝั่งนี้จะเหมาะสำหรับวางตู้เย็นและเตาปรุงอาหาร มาดูห้องน้ำ 2 กันต่อเลยค่ะ ห้องน้ำจะสามารถเข้าได้จากทางห้องนี้เพียงทางเดียว ประตูห้องน้ำจะเป็นบาน UPVC ติดเกล็ดระบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐานของ Colt พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 จะวางจากโซนแห้งไล่เข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องกระเบื้องเซรามิคขนาด 20 x 30 ซม.และขนาด 30 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ กระจกบานที่ได้มาเป็นกระจกเจียปรี ขนาด 900 x 1100 มม. อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนัง ส่วนท่อดักกลิ่นจะครอบด้วยอุปกรณ์อ่างเซรามิกให้เรียบร้อย อ่างล้างมือที่ได้จะเป็นของ Kohler แบบแขวนผนัง มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ส่วนก๊อกน้ำจะใช้ของ Englefield ผนังข้างๆอ่างล้างมือจะติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ได้เป็นของ Karat ถัดจากอ่างล้างหน้าไปจะเป็นโถสุขภัณฑ์และโซน Shower โถสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นของ Kohler แบบแยกชิ้น ระบบ Dual flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ สายฉีดชำระพลาสติกสีโครเมี่ยมน้ำหนักเบามือและที่ใส่กระดาษชำระของ Kohler ส่วนพื้นที่โซน Shower กว้างประมาณ 60 ซม. อาจจะแคบไปสักหน่อยแต่ในวันเร่งด่วนห้องน้ำชั้นบนไม่ว่างก็มาอาบที่ห้องนี้ได้ ชุดฝักบัวอาบน้ำแบบไม่มีราวปรับระดับของ Englefield พร้อมชั้นวางสบู่ของ Kohler ขนาดสามารถใส่สบู่ได้ 1 ก้อนพอดี หาซื้อชั้นวางสบู่มาติดตั้งเพิ่มได้เลย แนะนำให้ใช้เป็นแบบแขวนผนังเพราะพื้นที่ยืนอาบน้ำไม่ได้เหลือกว้างขวางมาก มาดูในส่วนของลานซักล้างกันต่อ ประตูลานซักล้างเป็นบานประตูสำเร็จรูปสีขาว อุปกรณ์ลูกบิดสแตนเลสของ Colt ลานซักล้างที่ได้จะทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบกว้าง 2 เมตรพื้นลาดเอียงเล็กน้อย พื้นลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. ตามบ้านตัวอย่างจะปูพื้นด้วยกระเบื้องแกนิตโต้ทำเป็นห้องครัว ที่ลานซักล้างมีพื้นที่ๆค่อนข้างกว้างขวาง สามารถทำเป็นครัวไทยรวมกับห้องซักรีดได้พอดีๆ วางอ่างล้างจานกับเตาปรุงอาหารแล้วก็ยังเหลือพื้นที่เตรียมอาหารอยู่อีก มุมมองไปฝั่งซ้ายมือเป็นที่วางตู้เย็น มุมมองไปฝั่งขวามือทำเป็นห้องซักรีด จะเห็นได้ว่าพื้นที่เหลือกว้างขวางสามารถทำเคาน์เตอร์เพิ่มอีกฝั่งได้เลย นอกจากนี้บริเวณลานซักล้างก็จะเตรียมดวงโคมฟลูออเรสเซ้นต์ และปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำสำหรับเครื่องซักผ้าให้ ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี ผนังด้านข้างยังเหลือพื้นที่สามารถทำชั้น Built – in วางของใช้หรือวางของตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ได้อีก ลูกนอนของบันไดจะเป็นไม้ยางพาราอัดประสาน ส่วนลูกตั้งจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ราวมือจับเป็นโครงเหล็กฝังผนัง ใช้ตัวราวเป็นวัสดุเดียวกับพื้นบันได ที่ด้านข้างของโถงบันไดจะมีช่องแสงเป็นหน้าต่างบาน Fix ให้ มองออกไปจะเห็นบริเวณโรงจอดรถพอดี มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบหักกลับรูปตัว U วนขวาขึ้นไป ดวงไฟจะได้เป็นดวงโคมซาลาเปา LED ทรงสี่เหลี่ยมและเจาะช่องที่ฝ้าเพดานเพื่อรับแสงธรรมชาติ มุมมองไปที่ชานพักบันได ที่พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ยกเว้นพื้นห้องน้ำ มุมมองขึ้นไปยังโถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอน 3 และห้องนอน 2 ตามลำดับ ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอน Master bedroom มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได ฝั่งซ้ายคือห้องนอน Master bedroom ฝั่งขวาคือห้องนอน 3 และห้องนอน 2 เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูที่ห้องฝั่งขวากันก่อน ลำดับเป็นห้องนอน Master bedroom และห้องน้ำ 1 ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน Master bedroom บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้ ภายในห้องจะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกัน ที่โซนซ้ายมือจะเป็นโซนที่นอน ส่วนทางขวามือจะเป็นโซน Walk – in closet มาดูที่โซนที่นอน จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ถ้าจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็พอทำได้อยู่แต่จะต้องวางชิดผนังฝั่งซ้ายไปเลยนะ ที่โซนนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้กับห้อง มุมมองไปที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ในโซน Walk – in closet ก็จะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกลางๆได้อย่างละตัว จริงๆแล้วจะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L เลยก็ยังได้ ที่โซนนี้จะมีหน้าต่างบานเปิดเป็นช่องแสงให้ 1 บาน เปิดออกไปจะเป็นระเบียงหลอกนะคะ ไม่สามารถเดินออกไปได้ ส่วนฝ้าเพดานภายในห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบ และดวงโคมดาวน์ไลท์ LED ค่ะ มาดูในส่วนของห้องน้ำ 1 กันต่อ จะใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทั้งหมด แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่ที่กว้างขวางมากกว่า สังเกตที่บ้านมาตรฐานที่ได้จริงๆจะไม่มีหน้าต่างภายในห้องน้ำให้ แต่ติดพัดลมดูดอากาศมาเหมือนห้องน้ำชั้นล่าง ส่วนพื้นห้องน้ำจะลดระดับลงไปประมาณ 2.5 ซม. บริเวณโถสุขภัณฑ์และโซน Shower มีพื้นที่กว้างขวางประมาณอย่างละ 0.9 เมตร สามารถติดตั้ง Shower box เพิ่มเติมได้ มาดูในส่วนของห้องนอนทางฝั่งซ้ายมือของโถงบันไดกันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ตามด้วยห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้าย มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 ภายในห้องนี้ถ้าเป็นบ้านแปลงมุมจะได้หน้าต่างมาทั้ง 2 ฝั่งเลย แต่แปลงมาตรฐานปกติก็จะได้หน้าต่างมาด้านเดียวค่ะ ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่ง, ชั้นวางของปลายเตียง, โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อย่างลงตัว โดยจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงประมาณ 0.7 เมตร สามารถยืนแต่งตัวได้อยู่ ส่วนพื้นที่ปลายเตียงจะเหลือ 0.6 เมตร ทำชั้นวาของเพิ่มได้อีก มุมมองไปฝั่งโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า วางเฟอร์นิเจอร์แล้วลงตัวพอดี ไม่เหลือไม่ขาด มุมมองไปทางประตูทางเข้าห้อง ที่ผนังฝั่งนี้จะสามารถทำชั้น Built – in เพิ่มเติมได้อีกจะได้มีพื้นที่เก็บของได้เยอะๆ ในบริเวณที่ใกล้วงเปิดประตูก็อาจจะทำเป็นราวแขวนของแทน มาถึงห้องนอน 3 ห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะ มุมมองเข้าไปในห้องนอน 3 ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน บางท่านอาจจะจัดให้ห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์แทนตามบ้านตัวอย่างก็ได้ ถ้าจะจัดห้องนี้ให้เป็นห้องนอน ฝั่งที่ใช้วางโซฟาก็วางเป็นเตียงนอนขนาด 3 ฟุตแทนได้ ฝั่งตรงข้ามวางเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ ซึ่งจะสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมเพิ่มได้อีก 1 ตัว แต่แนะนำให้วางตู้เสื้อผ้าเอาไว้ฝั่งในชิดมุมกำแพงนะ มุมมองย้อนออกไปที่ประตูทางเข้าห้อง นอกจากนี้ภายในบ้านจะใช้ตู้ Load center ของ Siemens และสวิตช์ไฟกับปลั๊กไฟของ Bticino :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (มีนาคม 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (มีนาคม 2560) :::: แบบบ้าน Cedar พื้นที่ใช้สอย 98 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 17.80 ตร.วา – ราคา 2,000,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ บ้านพฤกษา เพชรเกษม 91 ตั้งอยู่ในซอยเพชรเกษม 91 ใกล้ถนนเพชรเกษม ทำเลในย่านนี้ส่วนมากจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งริม 2 ฝั่งของถนนเพชรเกษมจะเป็นตึกแถว, อาคารพาณิชย์และโรงงานทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงนครปฐม ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ามาช่วงหัวลำโพง – บางแคซึ่งกำลังก่อสร้างกันอยู่ น่าจะทำให้อนาคตของย่านนี้มีความคึกคักและเจริญเติบโตมากขึ้น ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่ในชานเมืองแต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์รองรับการอยู่อาศัยใกล้แหล่งช้อปปิ้งทั้งห้างสรรพสินค้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้า, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา และโรงงาน ห้างสรรพสินค้า ใกล้เข้าไปตัวโครงการก็ส่วนมากจะเป็นพวกไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งแม็คโครและบิ๊กซี นอกจากนั้นก็จะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง Victoria Garden, Tulip Square, ตลาดพันล้าน, ตลาดสดสมบูรณ์ และศึกษาภัณฑ์ ภายเพชรเกษม 91 เองก็จะมีทั้งโรงเรียน, โรงงาน, บ้านพักอาศัย, หอพัก และการเคหะ จึงพอจะมีร้านอาหารและตลาดเล็กๆอยู่เป็นช่วงๆ ตรงนี้จะยังไม่ค่อยคึกคักและมีความอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ต้องออกมาที่เส้นเพชรเกษมค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าค่อนข้างสะดวกโดยมีทางหลักเป็นถนนเพชรเกษม ถ้าวิ่งไปฝั่งทิศตะวันออกมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองก็จะสามารถไปถึงวงเวียนใหญ่ได้เลย หรือจะวิ่งเข้าถนนราชพฤกษ์ข้ามสะพานตากสินไปฝั่งกรุงเทพฯวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก หากวิ่งไปทางตะวันตกถนนเพชรเกษมจะวิ่งยาวผ่านหลายจังหวัดลงไปทางใต้ ปัจจุบันเส้นเพชรเกษมฝั่งขาเข้าตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นหน่อยเพราะกำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคกันอยู่ จากถนนเพชรเกษมเองก็จะมีทางเชื่อมไปออกถนนบรมราชชนนีและพระราม 2 ที่วิ่งขนานกันอยู่ เส้นที่ใช้วิ่งไปออกถนนบรมราชชนนีคือพุทธมณฑลทั้งสาย 1 – 5 ส่วนเส้นที่ใช้ไปออกถนนพระราม 2 ก็จะใช้ได้ทั้งถนนบางบอน 5 และถนนบางแคเชื่อมต่อไปยังถนนบางขุนเทียน ย่านนี้จะเรียกว่าท่าเกษตร สามารถใช้ไปออกถนนกัลปพฤกษ์ตรงสาธรก็ได้เช่นกัน การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้นก็ไม่ถึงกับยากลำบากนัก แต่โดยรวมแล้วย่านนี้จะเหมาะกับคนใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่า บนเส้นเพชรเกษม 91 จะมีรถ 2 แถววิ่งผ่านออกมาที่เส้นเพชรเกษม และไม่ไกลจากหน้าโครงการเองก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ ที่เส้นเพชรเกษมจะมีทั้งรถ 2 แถว, รถตู้, และรถเมล์วิ่งผ่านกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – บางแคก็คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้แล้วด้วย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีหลักสอง จะห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 12.2 กม. ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้ถึงกับอยู่ในระยะเดิน แต่ก็สามารถต่อรถสาธารณะบนเส้นเพชรเกษมนั่งไปถึงได้ การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต บนพื้นที่ 27 ไร่กว่าๆ สไตล์ Modern มีแบบบ้าน 1 แบบขนาด 98 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบสไตล์ทาวน์โฮมของบ้านพฤกษาที่อื่นๆ ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ตัวคอนเซ็ปต์ไม่ได้เด่นชัดอะไรขนาดนั้น ติดอยู่ที่ว่าห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้แต่ทางบ้านจะติดพัดลมดูดอากาศมาช่วยแทน ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐานค่ะ โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2 – 4 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีสวนพักผ่อนส่วนกลางขนาดประมาณ 1 ไร่เพียงอย่างเดียว ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตของทั้งโครงการแล้วก็อาจจะน้อยไปนิดนึง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องวงจรปิด, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐาน :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1739 สำนักงานขาย : 089 – 924 – 4670 WEBSITE : ***บ้านพฤกษา-เพชรเกษม-9
ถนนเพชรเกษม 91 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130
98 ตร.ม.
1,830,000 ฿
21/2/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
ช่างกุญแจ ลืมกุญแจไว้ในรถ ลืมกุญแจไว้ในบ้าน ลืมกุญแจเซฟและรหัส งานกุญแจรีโมทรถยนต์ งานชิพ IMMOBILIZER รถยนต์ ทีมช่างกุญแจ BangkokKey > www.bangkokkey.com ศูนย์บริการกุญแจครบวงจรทั่วประเทศไทย โทร. 083-1111-938 เปิดแบบไม่งัด ไม่รื้อ ไม่เจาะ เปิดทางรูกุญแจ รถบ้านไม่เสียหาย ... กุญแจหาย ลืมกุญแจไว้ในบ้าน ลืมกุญแจไว้ในรถ BangkokKey ลืมกุญแจบ้าน ลืมกุญแจตู้เซฟ กุญแจหาย ช่างกุญแจกรุงเทพ ช่างกุญแจระยอง ช่างกุญแจจันทบุรี ช่างกุญแจชลบุรี BangkokKey.com ปลดล็อค ช่างกุญแจ สะเดาะกุญแจ รับเปิดกุญแจบ้าน สำนักงาน รับเปิดกุญแจรถยนต์ มอไซต์ทุกรุ่น เปิดกุญแจเซฟทุกรุ่น - ช่างกุญแจ รับเปิดกุญแจบ้าน เปิดกุญแจสำนักงาน - รับเปิดกุญแจรถยนต์ เปิดกุญแจรถมอไซต์ทุกรุ่น กุญแจคีย์การ์ด - รับเปิดกุญแจตู้เซฟทุกรุ่น เปิดกุญแจโรงแรม คอนโด กุญแจลูกบิด - กุญแจหาย รับซ่อม ทำกุญแจ ปั้ม ทำกุญแจชิฟ เปิดกุญแจทุกชนิด - ลืมกุญแจบ้าน ลืมกุญแจรถ ลืมกุญแจตู้เซฟ ปลดล็อค สะเดาะกุญแจ - กุญแจรถหาย ทำดอกใหม่ได้โดยไม่ต้องรื้อรถมอไซต์ หรือรถยนต์ - เปิดบ้านแบบไม่งัด ไม่รื้อ ไม่เจาะ เปิดทางรูกุญแจ บ้านจะไม่เสียหาย - เปิดรถแบบไม่งัด ไม่แงะ ไม่ถ่างประตู รถจะไม่เสียหาย - ปลดล็อคเบรค ปลดล็อคครัช ปลกล็อคเกียร์ ปลดล็อดพวงมาลัย ... BangkokKey >> *** ช่างกุญแจ ลืมกุญแจ กุญแจหาย ทำกุญแจ ซ่อมกุญแจ งานด้านกุญแจนึกถึงเรา ใส่ใจทุกเนื้องาน บริการคุณภาพ ผลงานเป็นที่ไว้วางใจของบุลคลชั้นนำทั่วประเทศไทย ช่างกุญแจมืออาชีพ ปลดล็อค สะเดาะกุญแจ Call Center 0831111938 (เบอร์เดียวทั่วประเทศไทย) ... ช่างกุญแจบางรัก ช่างกุญแจคลองเตย ช่างกุญแจคลองสาน ช่างกุญแจคันนายาว ช่างกุญแจบางพลี ช่างกุญแจจตุจักร ช่างกุญแจจอมทอง ช่างกุญแจวังหิน ช่างกุญแจพระราม 2 ช่างกุญแจดอนเมือง ช่างกุญแจดินแดง ช่างกุญแจดุสิต ช่างกุญแจตลิ่งชัน ช่างกุญแจกิ่งแก้ว ช่างกุญแจทุ่งครุ ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจท่าพระ ช่างกุญแจบางบัวทอง ช่างกุญแจบางกะปิ ช่างกุญแจพระราม 3 ช่างกุญแจบางบอน ช่างกุญแจดาวคะนอง ช่างกุญแจบางเขน ช่างกุญแจบางแค ช่างกุญแจบางซื่อ ช่างกุญแจบางนา ช่างกุญแจบางพลัด ช่างกุญแจบางรัก ช่างกุญแจพหลโยธิน ช่างกุญแจปทุมวัน ช่างกุญแจประเวศ ช่างกุญแจลาดกระบัง ช่างกุญแจพญาไท ช่างกุญแจพระโขนง ช่างกุญแจงามวงศ์วาน ช่างกุญแจมีนบุรี ช่างกุญแจพระราม 9 ช่างกุญแจสุขุมวิท ช่างกุญแจราชเทวี ช่างกุญแจราษฎร์บูรณะ ช่างกุญแจลาดกระบัง ช่างกุญแจลาดพร้าว ช่างกุญแจวังทองหลาง ช่างกุญแจสวนหลวง ช่างกุญแจสะพานสูง ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจพัฒนาการ ช่างกุญแจสาทร ช่างกุญแจสายไหม ช่างกุญแจวิภาวดี ช่างกุญแจหลักสี่ ช่างกุญแจห้วยขวาง ช่างกุญแจรามอินทรา ช่างกุญแจสุขาภิบาล ช่างกุญแจรัชดาภิเษก ช่างกุญแจรังสิต ช่างกุญแจระยอง เขตเมือง บ้านค่าย สามย่าน ปลวกแดง แกลง บ้านเพ บ้านฉาง วังจันทร์ มาบตาพุด ช่างกุญแจระยอง เขตท่องเที่ยว หาดแม่รำพึง หาดสวนสน หาดแหลมแม่พิมพ์ หาดแสงจันทร์ หาดน้ำริน ช่างกุญแจชลบุรี ช่างกุญแจพัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ จอมเทียน ช่างกุญแจบางแสน แหลมฉบัง ช่างกุญแจฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง ท่าตะเกียบ บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว บางปะกง บ้านโพธิ์ ... BangkokKey มีความชำนาญในการเปิดกุญแจรถทางรูกุญแจ รถจะไม่เสียหาย 100% ? Altis ? Vios ? Fortuner ? Jazz ? Accord ? Civic ? Focus ? Fiesta ? Escape ? V-cross ? MU-7 ? Cruze ? March ? Camry ? Triton ? Pajero ? Lancer TG ? Lancer EX ? Cedia ? Cefiro ? Teana ? Navara ? Tida ? Neo ? D-Max ? Wish ? Avanza ? Commutor ? Fortuner ? S-class ? C-class ? E-class ? Series 3 ? Series 5 ? Series 7 ? Z3 ? Z4 ? A3 ? A5 ? A6 ... ทีมช่างกุญแจชำนาญพิเศษการเปิดรถทางรูกุญแจรถญี่ปุ่น รถยุโรป - ช่างกุญแจ BENZ ช่างกุญแจ BMW ช่างกุญแจ VOLVO - ช่างกุญแจ AUDI ช่างกุญแจ CHEVROLET ช่างกุญแจ JAGUAR - ช่างกุญแจ LEXUS ช่างกุญแจ FORD ช่างกุญแจ OPEL - ช่างกุญแจ TOYOTA ช่างกุญแจ HONDA ช่างกุญแจ ISUZU - ช่างกุญแจจ MITSUBISHI ช่างกุญแจ MAZDA ช่างกุญแจ MINI - ช่างกุญแจ SUBARU ช่างกุญแจ SUZUKI ช่างกุญแจ VOLK - ช่างกุญแจ HYUNDAI ช่างกุญแจ ROVER ช่างกุญแจ PEUGEOT ... ศูนย์ใหญ่ให้บริการพื้นที่ ช่างกุญแจอยุธยา ช่างกุญแจอ่างทอง ช่างกุญแจพิษณุโลก ช่างกุญแจเชียงใหม่ ช่างกุญพิษณุโลก ช่างกุญแจเชียงราย ช่างกุญแจนครราชสีมา ช่างกุญแจนครสวรรค์ ช่างกุญแจขอนแก่น ช่างกุญแจอุดรธานี ช่างกุญแจธนบุรี ช่างกุญแจชุมพร ช่างกุญแจลำพูน ช่างกุญแจลำปาง ช่างกุญแจน่าน ช่างกุญแจแพร่ ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจปัตตานี ช่างกุญแจภูเก็ต ช่างกุญแจสงขลา ช่างกุญแจราชบุรี ช่างกุญสุราษฎร์ธานี ช่างกุญแจกาญจนบุรี ช่างกุญแจนครสวรรค์ ช่างกุญแจมหาสารคาม ช่างกุญแจชัยภูมิ ช่างกุญแจหนองคาย ช่างกุญแจสุโขทัย ช่างกุญแจพิจิตร ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจตาก ช่างกุญแจนครพนม ช่างกุญแจบุรีรัมย์ ช่างกุญแจสระแก้ว ช่างกุญแจร้อยเอ็ด ช่างกุญแจเลย ช่างกุญแจสุรินทร์ ช่างกุญแจบุรีรัมย์ ช่างกุญแจสิงห์บุรี ช่างกุญแจระนอง ช่างกุญแจสระบุรี ช่างกุญแจสุพรรณบุรี ช่างกุญแจชัยนาท ช่างกุญแจสมุทรปราการ ช่างกุญแจสมุทรสาคร ช่างกุญแจสงขลา ช่างกุญแจพังงา ช่างกุญแจสตูล ช่างกุญแจอุดรดิตถ์ ช่างกุญแจกระบี่ ช่างกุญแจนครศรีธรรมราช ช่างกุญแจพัทลุง ช่างกุญแจพะเยา ช่างกุญแจแม่ฮองสอน ช่างกุญแจเพชรบูรณ์ ช่างกุญแจมุกดาหาร ช่างกุญแจศรีษะเกษ ช่างกุญแจนครพนม Tag : ช่างกุญแจ , บ้าน , บ้าน
กรุงเทพมหานคร
1,000 ฿
21/2/2017
เพิ่มเติมplazathai.com
EP.1015 รีวิว J Condo พระราม 2 คอนโดพร้อมอยู่ ใกล้เซ็นทรัล พระราม 2 สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ทีมงาน Homenayoo ขอพาไปชมโครงการ J Condo พระราม 2 คอนโดใหม่สร้างเสร็จพร้อมอยู่จาก JSP Property ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยพระราม 2 56 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เดินทางสะดวก ใกล้ถนนพระราม 2 และ ทางด่วนพระราม 2 ใกล้เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, The Bright พระราม 2, รร.จารุวัฒนานุกูล, รร.เลิสหล้า, รพ.นครธน และ สำนักงานเขตบางขุนเทียน เจ คอนโด พระราม 2 เป็นคอนโด Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร พื้นที่โครงการขนาด 0-2-64.17 ไร่ ห้องพักอาศัย 79 ยูนิต ต่ออาคาร มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ 4 สไตล์ ทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 26.00-65.00 ตร.ม. โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ต้นปี 2561 สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน และได้มาเหมือนกันทั้ง 2 อาคาร คือ Co-Working Space, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, เข้า-ออกประตูคีย์การ์ด, ลิฟต์ล็อกชั้น 1 ตัว ต่ออาคาร, ที่จอดรถ คิดเป็น 50% รวมจอดซ้อนคัน, กล้องวงจรปิด พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท* โปรโมชั่น ฟรี! เฟอร์นิเจอร์ครบชุด + เครื่องปรับอากาศ สำหรับรายละเอียดทำเลที่ตั้งโครงการ, ห้องตัวอย่าง และ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ติดตามต่อได้ที่เนื้อหาด้านล่างเลยค่ะ :: ที่ตั้งโครงการ :: โครงการ : ซอยพระราม2 56 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. 10150 พิกัด Google Map : 13.662792,100.433539 สำนักงานขาย : ซ.พระราม 2 54 (อาคารธนเสฏฐ์ทาวเวอร์ บ.JSP Property) พิกัด สำนักงานขาย : 13.662859, 100.434681 แผนที่จากทางโครงการ โครงการ J Condo-พระราม 2 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ภายใน ซอยพระราม 2 56 หรือซอยโรงพยาบาลนครธน ด้านหลังของอาคารสำนักงาน JSP Property หรือ อาคารธนเสฏฐ์ นั่นเองค่ะ การเดินทางหลัก ๆ จะใช้ ถ.พระราม 2 หรือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 สายธนบุรี-ปากท่อ เป็นถนนเส้นหลักที่ใช้เดินทางสู่ภาคใต้ของประเทศไทยโดยผ่านจ.สมุทรสาคร,สมุทรสงคราม ไปเรื่อยๆ เนื่องจากตัวโครงการตั้งอยู่ภายใน ซอยพระราม 2 56 หรือ ฝั่งเดียวกับเซ็นทรัลพระราม 2 ดังนั้นการเดินทางหลักนอกจากถนนพระราม 2 แล้วภายในซอยหากใครคุ้นเคยเส้นทาง ก็คงจะทราบดีว่า มีทางลัดอยู่หลายเส้นทางที่สามารถทะลุออกถนนบางขุนเทียนชายทะเล และถนนเอกชัยได้ค่ะ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินทางหลักมาสู่โครงการเช่นเดียวกัน โดยคนที่หาคอนโดอยู่ในละแวกนี้ ก็คงจะสัญจรวนเวียนอยู่ในย่านตั้งแต่ พระราม 2, ท่าข้าม, เอกชัย, กัลปพฤกษ์, ถ.วุฒากาศ, สามารถวิ่งออก ถ.ราชพฤกษ์ ไปเพชรเกษม หรือแยกท่าพระได้ โดย ถ.พระราม 2 จะเชื่อมต่อกับ ถ.กาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก สามารถวิ่งสู่บางแค-พุทธมณฑล-บางใหญ่ได้ เช่นกันค่ะ ถึงแม้ ถ.พระราม 2 จะเป็นถนนใหญ่กว้างกว่า 14 เลน แต่ก็การจราจรติดขัดหนักมากในช่วงเร่งด่วนเนื่องจากเป็นย่านพักอาศัยที่สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง CBD ของกทม.ย่านพระราม 3-สาทร แต่เวลาอื่นก็สะดวกรวดเร็วดี หากต้องการเดินทางเข้าในส่วนตัวเมืองกรุงเทพฯ หลักๆก็จะใช้ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ที่เชื่อมกับถนนพระราม 2 เป็นหลัก และยังสามารถใช้ ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม-สะพานภูมิพล เพื่อเดินทางสู่โซน ปู่เจ้าฯ, บางกระเจ้า, เทพารักษ์-บางนาได้ค่ะ ถือเป็นทางเลี่ยงอีกทางที่รถไม่ติดเท่าวิ่งไปด่านท่าเรือ แต่อาจจะอ้อมกว่านิดหน่อย นอกจากนั้น จาก ถ.พระราม 2 ยังสามารถวิ่งเส้น ถ.สุขสวัสดิ์-สมเด็จพระเจ้าตากสิน ไปยังวงเวียนใหญ่-ลาดหญ้า ข้ามสะพานพุทธหรือสะพานพระปกเกล้า ไปฝั่งพระนครก็สะดวกค่ะ ทำเล ภายใน ซอยพระราม 2 56 นั้นถือว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียวค่ะ แค่เดินออกไปก็เจอกับร้านอาหารหลายร้านเลยอยู่หน้าโครงการ อีกทั้งยังเป็นซอยที่ตั้งของโรงพยาบาลนครธน, Park Village Lifestyle Mall ซึ่งประกอบด้วยร้านค้าร้านเสริมสวยมากมาย รวมถึงธนาคารกรุงไทย ตู้ ATM และ 7-11 อยู่ที่ชั้นล่างด้วย ซึ่งจากโครงการสามารถเดินไปยัง 7-11 ได้ในระยะเพียง 150 เมตรเท่านั้น ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลนครธน ก็จะมีร้านอาหารและร้านนั่งชิวอยู่ค่ะ รวมถึงตลาดขนาดเล็ก ซึ่งมีขายเสื้อผ้าและร้านอาหารอีกหลายร้านเช่นกัน จากที่เดินสำรวจดูในซอยนี้มีร้านอาหารอยู่ไม่ต่ำกว่า 30 ร้าน ในระยะเดินเพียง 200 เมตร เท่านั้นค่ะ ภายในซอยมีทางลัดสามารถเดินทะลุไปยังซอยพระราม 2 54 ได้ในระยะเพียง 130 เมตร หรือระยะรวมจากหน้าโครงการ เพียง 270 เมตรเท่านั้น อีกทั้งซอยพระราม 2 54 ยังเป็นซอยที่สามารถทะลุออกไปด้านหลังของเซ็นทรัลพระราม 2 และ สวนสาธารณะเซ็นทรัลปาร์ค ที่ซอยพระราม 2 54 แยก 4 รวมระยะทางจากโครงการไปถึงเซ็นทรัลพระราม 2 เพียง 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งหากเดินชิล ๆ ก็ประมาณ 7 นาทีเองค่ะ นอกจากนั้นจาก ฝั่งเซ็นทรัลพระราม 2 สามารถข้าม สะพานลอยไป บิ๊กซีพระราม 2 ที่ฝั่งถนนท่าข้ามได้ ซึ่งปากซอยถนนท่าข้ามยังมี โฮมโปรอยู่ด้ว ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับแยกบางขุนเทียน ซึ่งเป็นแยกที่ ถนนเอกชัยตัดกับถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล บริเวณแยกนั้นก็มีตลาดอีกหลายแห่งค่ะ เช่นตลาดสุขสวัสดิ์ ตลาดสดศิริชัย ตลาดบางบอน และ Max Value บางบอน ซึ่งจากโครงการหากต้องการไปที่แยกบางขุนเทียนนั้นสามารถทะลุไปได้ 2 ทางค่ะนั่นก็คือซอยเอกชัย 83/1 หรืออีกทางคือ ซอยบางขุนเทียน 9 หรือ ซอยแผ่นดินทอง และจากโครงการยังอยู่ไม่ไกลจากแยกวัดสิงห์ ซึ่งเป็นแยกที่ถนนเอกชัยตัดกับ ถนนกำนันแม้น เป็นที่ตั้งของโรงเรียนหลายแห่งเช่น โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์, โรงเรียนดวงวิภา, โรงเรียนดุสิตวิทยา, สน. บางขุนเทียน, ไปรษณีย์บางขุนเทียน และ ศาลแขวงธนบุรีค่ะ เรียกได้ว่าสาธารณูปโภคในย่านนี้หนังครบครันมาก ๆ ทั้งในระยะเดิน และ ระยะขับรถ อีกทั้งมีให้เลือกหลากหลายระดับ รวมถึงเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่ราชการ โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หากดูจากผังเมืองกทม. โซนพื้นที่ตั้งโครงการฝั่งนี้ จะจัดเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม และโซนที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางค่ะ ในอนาคตจะมีโครงการ สะพานพระราม 2 เชื่อมต่อระหว่าง ถนนพระราม 2 บริเวณแยกพระราม 2 ข้ามไปยังฝั่ง ถ.พระราม 2 บริเวณแยกถ.ตก เชื่อมต่อกับ ถ.เจริญกรุง เพื่อระบายความหนาแน่นของการจราจรบริเวณสะพานพระราม 3 ค่ะ โดยโครงการอยู่ในแผนแม่บทสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ระยะ 10 ปี(2560-2564) :: สรุปแยกและถนนสำคัญใกล้เคียง :: :: การเดินทางสู่โครงการ :: การเดินทางสู่โครงการสามารถไปได้ 3 เส้นทางค่ะ นั่นก็คือ เส้นทางที่ 1 : เดินทางจากสะพานกลับรถ ด้านหลัง Central พระราม 2 เส้นทางแรก เดินทางตาม ลูกศรสีน้ำเงิน โดยเริ่มเดินทางจาก ทางคู่ขนาน ถ.พระราม 2 > สะพานกลับรถ บริเวณเลย ถ.ท่าข้าม > เลี้ยวเข้า Central พระราม 2 > ซ.พระราม 2 54 แยก 2 > ซ.พระราม 2 54 > ถนนส่วนบุคคล > ซ.พระราม 2 56 > J Condo – พระราม 2 การเดินทางเริ่มต้นจากถนนพระรามสองเส้นหลักด้านซ้ายมือจะเจอกับ The Bright คอมมิวนิตี้มอลล์ เปิดใหม่ เลย The Bright มา ให้ชิดซ้าย ตามป้ายสะพานกลับรถ หรือ สน.ท่าข้าม, หัวกระบือ ขับมาเรื่อยๆก็จะเจอป้ายสะพานกลับรถค่ะ ให้ชิดขวาขึ้นสะพานกลับรถ เพื่อเลี้ยวเข้า Central พระราม 2 ด้านบนของสะพานกลับรถจะมีป้ายให้ชิดซ้าย เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ เซ็นทรัลพระราม 2 ให้เลี้ยวไปตามป้ายเลยค่ะ วิ่งลงสะพานมาเลย ออกสู่ ถ.ข้างเซ็นทรัลพระราม 2 ก็จะเจอกับป้ายบอกทางเข้าสู่ลานจอดรถห้าง Central พระราม 2 ไม่ต้องสนใจมันค่ะ ให้วิ่งตรงไปจนสุดทาง วิ่งตรงจนสุดทาง ด้านหน้าจะเป็น Central Park ให้เลี้ยวซ้าย ออกสู่ ซ.พระราม 2 54 แยก 2 จาก ซ.พระราม 2 54 แยก 2 เลี้ยวซ้าย ออกสู่ ซ.พระราม 2 54 ค่ะ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว วิ่งมาอีกประมาณ 85 เมตร ก็จะเจอทางแยก ให้เลี้ยวขวา เข้าสู่ ถ.ส่วนบุคคลค่ะ เป็นถนนไมมีชื่อ ตอนนี้เราอยู่บน ถ.ส่วนบุคคลซึ่งเป็นเส้นทางลัดทะลุออกสู่ ซ.พระราม 2 56 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งของโครงการ เป็นถนนยาว 130 เมตรเท่านั้น วิ่งมาจนสุดก็จะเจอ Park Village ด้านหน้า และอาคารร้านอาหารหลายๆร้านด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวขวา เพื่อออกสู่ ซ.พระราม 2 56 จากแยกเมื่อสักครู่นี้ วิ่งตรงมายัง ซ.พระราม 2 56 อีกประมาณ 140 เมตร ก็จะเจอโครงการ J Condo – พระราม 2 ด้านขวามือค่ะ ถัดจากทางเข้าของ Park Village ด้านซ้ายมือมาสักเล็กน้อย อยู่ด้านหลังเตนท์สีน้ำเงินค่ะ เส้นทางที่ 2 : จาก ถ.พระราม 2 ฝั่งมุ่งหน้าสุขสวัสดิ์ มาดูเส้นทางที่ 2 กัน เป็นเส้นทางสู่โครงการจากฝั่งตรงข้ามกับเส้นทางแรกค่ะ คือ ถ.พระราม 2 มุ่งหน้าสุขสวัสดิ์ จากแผนที่จะวิ่งตาม ลูกศรสีแดง โดยเริ่มเดินทางจาก ถนนพระราม 2 (ฝั่งมุ่งหน้าสุขสวัสดิ์) > ซอยพระราม2 56 > J Condo พระราม2 การเดินทางในเส้นทางที่ 2 เริ่มต้นจาก ทางคู่ขนาน ถ.พระราม 2 (มุ่งหน้าสุขสวัสดิ์) จะเจอกับ Big C พระราม 2 สาขา2 ด้านซ้ายมือค่ะ เลย Big C มาก็จะเป็น ไทวัสดุ วิ่งมาหน่อยก็จะเจอป้ายดาวคะนอง-พระประแดง ให้ใช้ช่องทางซ้ายมือไว้นะคะ อย่าขึ้นสะพานกลับรถล่ะ เมื่อเจอป้ายโรงพยาบาลนครธน ด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ซอยพระราม 2 56 ค่ะ ตอนนี้เราอยู่ที่ซอยพระราม 2 56 กันแล้วค่ะบริเวณปากซอยก็จะเจอกับโรงพยาบาลนครธนถัดไปก็จะเป็นโครงการ Park Village ถึงโครงการแล้วค่ะ ที่ดินของ J Condo จะอยู่ด้านขวามือ :: เส้นทางที่ 3 : จาก Big C ท่าข้าม กลับรถ ที่ ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล :: ส่วนเส้นทางที่ 3 เป็นอีกเส้นทางให้เลือกโดยวิ่ง ผ่าน ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเลค่ะ การเดินทางจะ เริ่มต้นจาก ถ.พระราม 2 หน้า Big C ท่าข้าม วิ่งตรงมาที่แยก ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล เลี้ยวซ้ายตาม ลูกศรสีเขียว ออกสู่ ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล และกลับรถขึ้นสะพานข้ามทางแยกเมื่อสักครู่มาค่ะ และกลับรถอีกครั้ง เส้นทางลัดจะอยู่ที่ ซ.บางขุนเทียน 9 (ซ.พระราม2 54 แยก 4) หรืออีกชื่อคือ ซอยแผ่นดินทอง ด้านซ้ายมือ เมื่อเข้าซอยมาแล้วให้วิ่งตรงจนเจอแยก ซ.พระราม 2 56 ให้เลี้ยวขวา จะเจอโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ ค่ะ :: อาคารสำนักงานขายโครงการ J Condo พระราม 2 :: สำนักงานขายของโครงการจะอยู่ซอยข้าง ๆ กันค่ะ ซึ่งก็คือ อาคารธนเสฏฐ์ สำนักงานใหญ่ JSP Property ซึ่งตั้งอยู่ที่ ซ.พระราม 2 54 ที่เราผ่านมากันจากเส้นทางที่ 1 ย้อนกลับมาที่หน้าอาคาร สนง.ขาย ที่ ซ.พระราม 2 54 แล้วค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปชมบรรยากาศภายในกัน ภาพปากทางเข้า อาคารธนเสฏฐ์ ด้านหน้าจะมีป้าย J Condo-พระราม 2 อยู่ และ มีกรวยตั้งเอาไว้ซึ่งสำรองเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาเยี่ยมชมโครงการ ด้านหน้าทางเข้าอาคารธนเสฏฐ์ทาวเวอร์ เมื่อเข้าไปแล้วก็จะเจอห้องโถงต้อนรับใหญ่ ทางเข้าสำนักงานขายโครงการ และห้องตัวอย่างจะอยู่ด้านซ้ายมือ บรรยากาศเมื่อมองเข้าไปในสำนักงานขาย ด้านขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ส่วนต้อนรับค่ะ ตรงกลางจะเป็นทางเดินอยู่ห้องตัวอย่างของโครงการ ปัจจุบันสามารถเข้าชมห้องจริง วิวจริงได้ที่ตัวโครงการแล้วนะคะ :: จุดขับรถขึ้นทางด่วน :: ทางขึ้น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านดาวคะนอง สามารถวิ่งออกจากซอยพระราม2 54 หรือ 56 ก็ได้ค่ะ เลี้ยวซ้ายไปตาม ถ.พระราม 2 ไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางขึ้นทางด่วน ให้วิ่งตามป้ายไปได้เลย ส่วนจุดขึ้น วงแหวนกาญจนาภิเษก นั้นสามารถไปได้ทั้ง 2 จุดค่ะคือ โดยไปกลับรถที่ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลและวิ่งขึ้นวงแหวนเพื่อมุ่งหน้าบางบัวทอง หรือสะพานกาญจนาภิเษกได้ค่ะ ส่วนอีกจุดหนึ่งคือใช้เส้นทางลัดจากซอยพระราม 2 56 วิ่งออกสู่ซอยพระราม 2 54 เลี้ยวซ้ายมือจะไปโผล่ที่ซอยเอกชัย แล้ววิ่งออกถนนบางบอน 1 สู่ถนนกัลปพฤกษ์เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่วงแหวนกาญจนาภิเษก ก็สามารถไปขึ้นวงแหวนเพื่อมุ่งหน้าบางใหญ่-บางบัวทองได้สะดวกค่ะ ซึ่งจะรถติดน้อยกว่าวิ่งที่เส้นพระราม 2 อีกด้วย :: การเดินทางโดยรถไฟฟ้า :: ถึงแม้โครงการจะไม่ได้เกาะแนวรถไฟฟ้า เนื่องจาก ถ.พระราม 2 ยังไม่มีรถไฟฟ้าตัดผ่านค่ะ แต่ก็อยู่ในย่านที่มีรถไฟฟ้ามาถึงได้ไม่ไกล ถึง 5 สายด้วยกัน นั่นก็คือ 1. รถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง (ช่วงเตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) สถานีใกล้ที่สุดคือ สถานีดาวคะนอง (7.2 กม.) กำหนดเปิดให้บริการ ปี 2561-2562 2. รถไฟฟ้าสายสีเทา (ส่วนต่อขยาย พระราม 9-ท่าพระ) สถานีใกล้ที่สุดคือ สถานีมไหสวรรย์ (9.2 กม.) 3. รถไฟฟ้า BTS สถานีใกล้ที่สุดคือ สถานีบางหว้า (9.3 กม.) , วุฒากาศ (9.3 กม.) และ ตลาดพลู (10.4 กม.) เปิดให้บริการในปัจจุบัน 4. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ หัวลำโพง-บางแค) สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีภาษีเจริญ ( 8 กม.) และ สถานีบางหว้า (9.3 กม.) ซึ่งเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้า BTS กำหนดเปิดให้บริการปี 2562 5. รถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีกรุงธนบุรี (17 กม.) ซึ่งเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้า BTS เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดรอง บนถนนเจริญนคร ซึ่งเป็นการลงทุนของโครงการ ICON SIAM อภิมหา Shopping Complex ริมแม่น้ำ ที่จะสร้างรถไฟฟ้ามารองรับการขยายตัวของเมืองและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว กำหนดเปิดให้บริการปี 2560 จากแผนที่ จะเห็นว่าจากโครงการไปทางเหนือ หากทุกโครงการสร้างเสร็จ จะเป็น Hub ของการเดินทางและรถไฟฟ้าในกรุงเทพฝั่งธนบุรีเลยค่ะ ซึ่งห่างจากโครงการในรัศมี 6 กม. เท่านั้น :: การเดินทางโดยรถประจำทาง :: ข้อดีของภายในซอยพระราม 2 56 ก็คือมีรถสาธารณะวิ่งเข้ามาถึงภายในซอยเลยค่ะ ซึ่งจะมีทั้งรถสองแถวรถตู้และรถเมล์วิ่งไปยัง เดอะมอลล์ท่าพระ บิ๊กซีจอมทอง วัดสีสุก บางมด และเซ็นทรัลพระราม 2 และ รถเมล์ สาย 529 แสมดํา-หมอชิต 2 ที่มีวิ่งวนอยู่ภายในซอย เนื่องจากด้านหลังของซอยไม่ไกลจากโครงการมีจุดจอดเป็นท่ารถเมล์อยู่ค่ะ และรถสายอื่นๆ เช่น รถซูบารุ ใต้สะพานข้ามแยกกาญจนา-เซ็นทรัลพระราม 2, รถสองแถวสีฟ้า ตลาดบางบอน-สถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู :: รถเมล์สายที่ผ่าน :: ถ.พระราม 2 : 68, 76, 85, 105, 140, 141, 142, 147, 169, 172, 173, 529, 558, 720 รถตู้ : สาย 81, 979, 996, ต.148, ต.131, ต.137, ต.147, สายเซ็นทรัลพระราม2-ราม1(ทางด่วน) :: สถานที่สำคัญใกล้เคียง :: **ระยะทางวัดจากการเดินทางจากรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** :: สำรวจรอบโครงการ :: โครงการตั้งอยู่ภายในซอยพระราม 2-56 ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ด้านหลังสำนักงานใหญ่ของบริษัท JSP Property ซึ่งจัดว่าอยู่ในโซนตัวเมืองของถนนพระราม 2 แต่ก็ไม่ได้หนาแน่นจนเกินไปนะคะ พื้นที่รายรอบโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ แต่สาธารณูปโภคครบครันมีทั้งร้านอาหาร โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงานเขต สวนสาธารณะ และ เซ็นทรัลพระราม 2 มีบ้านพักอาศัยส่วนบุคคลอยู่เป็นระยะ ๆ พื้นที่ด้านหน้าของโครงการมีเพิงร้านอาหารตั้งอยู่มากมายหลายร้านค่ะ ด้านข้างก็มียาวตลอดแนวจนไปถึงปากซอยเลยทีเดียว ทั้งซ้ายมือและขวามือ หากซ้ายมือก็จะมีร้านอาหารยาวไปถึงสี่แยกเลยค่ะ แต่หากโครงการเริ่มก่อสร้างแล้วร้านอาหารตรงนี้ก็คงจะถูกย้ายออกไปนะคะ เนื่องจากกีดขวางทางเข้าออกของรถบรรทุก แต่ก็คงจะย้ายไปข้าง ๆ กันนี่แหละค่ะ ไม่ไปไหนไกลหรอก จากหน้าโครงการมองไปยังฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับถนนทางเข้าโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล มองเลี้ยงไปทางด้านซ้ายมือหน่อยก็จะเจอกับโครงการ Park Village และถนนทางออกจาก Park Village ด้านซ้ายมือ ภาพจากทางเข้าโครงการมองไปทางด้านซ้ายมืออยู่ถนนพระราม 2 ก็จะเห็นกับอาคาร Park Village และโรงพยาบาลนครธน พื้นที่ข้างเคียงของการด้านซ้ายมือเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ซึ่งส่วนตัวได้ลองไปชิมดูแล้วค่ะ อร่อยใช้ได้ และมีร้านอาหารอื่น ๆ เป็นเต็นท์เช่นเดียวกัน อยู่เรื่อยๆตลอดทางไปจนถึงปากซอย เราจะพาเดินจากหน้าโครงการไปยังหน้าปากซอย พระราม 2 กันนะคะ ว่ามีอะไรบ้าง เริ่มต้นจากหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเมื่อสักครู่นี้มองเยื้องไปทางด้านขวามือก็จะเห็นอาคาร Park Village และโรงพยาบาลนครธน จากโครงการมาประมาณ 40 เมตรก็จะเจอกับถนนทางเข้าออก ของโครงการ Park Village อยู่ด้านขวามือ มาดูกันค่ะว่าที่ชั้น 1 ของโครงการ Park village จะมีอะไรบ้าง จากตามป้ายก็จะมี Coffee World ธนาคารกรุงไทย 7-11 และร้านอื่นๆ ธนาคารกรุงไทยก็จะอยู่ที่ชั้นล่างเลยค่ะด้านหน้ามีตู้เอทีเอ็มอยู่ด้วย ใครใช้บริการที่ธนาคารนี้อยู่ก็สบายเลยทีเดียว ข้างธนาคารก็จะเจอกับ 7-11 ค่ะ ซึ่งสามารถมาฝากท้องกันได้ที่จุดนี้ ระยะเดินประมาณ 130 เมตรเท่านั้น มีร้านทำเล็บ Olivia Nail Care and Spa ด้วย ฝั่งตรงข้าม Park Village ก็จะมีอาคารโครงเหล็กอยู่ค่ะ มีถนนทางเข้าอยู่ด้านข้าง ซึ่งใต้อาคารนั้นมีร้านอาหารอยู่หลายแห่งหลายร้าน ให้เลือกรับประทานกันได้ตามใจเลย มีร้านขายเสื้อผ้าอยู่ด้วยนะคะ ช่วงนี้ยังเป็นช่วงไว้ทุกข์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเสื้อดำออกมาขายหน้าร้านเต็มเลย เลยมาหน่อยก็จะเจอกับร้านอาหารอีกแห่งนึงค่ะ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลา ฝั่งตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเมื่อสักครู่นี้ ก็จะเป็นอาคารโรงพยาบาลนครธนนั่นเอง ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าโครงการประมาณ 220 เมตรเท่านั้นเองค่ะ หากใครเจ็บป่วยอะไรนี่สบายมากๆ ก่อนถึงปากซอยถนนพระราม 2 ก็มีร้านขายเสื้อผ้าและร้านอาหารอยู่อีกเล็กน้อย ยังกลับมาที่หน้าโครงการกันค่ะคราวนี้จากหน้าโครงการเราจะมองเข้าไป ภายในซอยพระราม 2 56 กันนะคะ ด้านข้างโครงการก็จะมีเตนท์ร้านอาหารอยู่หลายแห่ง มีร้านขายอาหารตามสั่งด้วยค่ะ ถัดมาหน่อยก็จะเป็นร้านขายกาแฟ เดินเลยมาจากปากทางเข้าโครงการประมาณ 40 เมตรก็จะเจอกับทางแยกค่ะ ด้านซ้ายมือเป็นถนนส่วนบุคคล ซึ่งเป็นทางเข้าของบ้านพักอาศัยในบริเวณ ส่วนด้านขวามือก็จะเป็นที่ดินว่างเปล่าซึ่งติดกับรั้วของโครงการ J Condo ของเรานี้เอง :: ภาพมุมสูง-ตัวโครงการ :: โครงการ J Condo – พระราม 2 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ห้องพักอาศัยอาคารละ 79 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการทั้งหมด 0-2-64.17 ไร่ ซึ่งถือเป็นคอนโดขนาดเล็ก ที่มียูนิตไม่มากนักค่ะ ออกแบบในแนวคิด Design To Inspired แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างอิสระสำหรับคนเมืองค่ะ การออกแบบอาคาร และ พื้นที่ส่วนกลางได้มาเหมือนกันทั้งหมด แยกทางเข้า-ออกอาคารใครอาคารมัน โครงการมีที่จอดรถทั้งหมด 39 คัน (รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 50 %) และ ลิฟต์โดยสารแบบล็อกชั้น อาคารละ 1 ตัว พื้นที่ชั้นล่างของอาคารทั้งหมดจะเป็นลานจอดรถ ส่วนชั้น 2-8 จะเป็นยูนิตพักอาศัย โดยพื้นที่ส่วนกลางซึ่งประกอบด้วย สระว่ายน้ำ และ ฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 8 ข้อดีของโครงการก็คือทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้ ล้อมรอบด้วยที่ดินเปล่า และ โครงการในแนวราบทั้งหมด ไม่มีอะไรมาบดบังวิวของห้องพักเลยค่ะ จะติดอยู่แค่ฝั่งทิศตะวันออกหรือหากมองจากผังข้างบนจะเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือสักหน่อย จะติดอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท JSP Property หรือสำนักงานขายโครงการเรานี่เอง บางวิวก็จะโดนความสูงของอาคารบังกันเพราะสูงพอ ๆ กับโครงการของเรา มาชมผังพื้นกันค่ะ เริ่มจากผังพื้นอาคารชั้น 2 ถึง 5 นั้น จะเหมือนกันเป็น Typical Floor Plan โดยโครงการของเราจะมีแบบห้องทั้งหมด 4 แบบ คือ A, B, C, D ที่เดี๋ยวเราจะพาไปเจาะกันในหัวข้อด้านล่าง ชั้น 2-5 นี้ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 12 ยูนิตด้วยกันค่ะ ซึ่งเป็นชั้นที่จำนวนยูนิตสูงสุดแล้ว ถือ ว่าความหนาแน่นน้อย และ เป็นส่วนตัวดีนะคะ ถ้าเทียบกับโครงการอื่น โดยตรงกลางจะเป็นโถงลิฟต์ มีลิฟต์โดยสาร 1 ตัว ส่วนบันไดหนีไฟมีให้ 2 จุด ที่ข้างโถงลิฟต์ และ ท้ายอาคาร :: 6-7th Floor Plan :: ผังพื้นชั้น 6-7 จำนวนยูนิตจะลดลงเหลือเพียง 12 ยูนิตค่ะ เนื่องจาก ห้อง Type B ถูกรวมกันเป็นห้อง Type D นั่นเอง ส่วนที่เหลือนั้นเหมือนกันทุกประการ :: 8th Floor Plan :: ส่วนชั้น 8 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ก็จะประกอบด้วยยูนิตพักอาศัย ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 9 ยูนิต และ มีสระว่ายน้ำ ซึ่งสามารถขึ้นจากโถงลิฟต์ ออกไปสู่ดาดฟ้าของชั้น 7 นั่นเอง โดยสระว่ายน้ำจะมีขนาด 7.5 x 3.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร ระบบเกลือ มีห้องฟิตเนส ที่ได้วิวสระว่ายน้ำ และห้อง Co-Workspace รวมถึงพื้นที่นั่งชิลพักผ่อนข้างสระว่ายน้ำ ที่จะมองเห็นวิว ของซอยพระราม 2 56 ไปยังฝั่งตรงข้ามทั้งหมด และมองเห็นไปถึง ถ.พระราม 2 ด้วยค่ะ สรุปพื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย มาดูเรื่องทิศทางแดดและลมกันบ้างค่ะ จากภาพโซนที่เป็นสีส้มคือตำแหน่งยูนิตที่จะโดนแดดในช่วงบ่ายถึงประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งเป็นแดดที่แรงที่สุด ส่วนยูนิตที่เป็นสีเหลืองก็จะโดนแดดในช่วงเช้าค่ะ ความคืบหน้าโครงการ J Condo พระราม 2 อาคาร A สร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมโอน ส่วนอาคาร B เริ่มสร้างทีหลัง ตอนนี้ความคืบหน้าเกือบ 100% แล้วค่ะ อาจจะมีเก็บงาน เก็บรายละเอียดต่าง ๆ อยู่บ้าง ซึ่งรูปแบบภายนอก และ ภายในต่าง ๆ ได้มาเหมือนกันทั้งหมดทุกประการ โดยวันนี้เราจะขอพาเข้าไปชมบรรยากาศจริงภายในอาคาร A กันค่ะ ด้านหน้าทางเข้า-ออกอาคาร A ทางเข้า-ออกโครงการติดตั้งไม้กระดกอัตโนมัติให้ทั้ง 2 ฝั่ง ซ้ายมือมีป้อมรปภ. พร้อมเจ้าหน้าทีประจำการตลอด 24 ชม. การเดินรถยนต์ภายในโครงการเป็นแบบ 2 เลนสวนทางกันค่ะ มองไปทางขวามือจะเป็นทางเข้าอาคารพักอาศัย มองตรงไปด้านในสุดจะเป็นสำนักงานนิติบุคคล ที่จอดรถชั้นล่าง จอดได้ 39 คัน รวมจอดซ้อนคัน ประมาณ 50% (ไม่ Fix คัน) รอบ ๆ อาคารจัดสวนแนวตั้ง เพิ่มความร่มรื่นให้แก่ผู้พักอาศัย วนขวามาตามตัวอาคาร จะเจอกับที่จอดรถยนต์กลางแจ้ง เลี้ยวซ้ายตามลูกศรก็จะออกสู่ด้านนอกโครงการค่ะ ถ่ายขึ้นมาให้ดูตัวอาคารกันหน่อย จะเห็นว่าเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีอบอุ่น และ เส้นสายที่เรียบง่าย เข้ามาดูรายละเอียดภายในอาคารกันต่อ ด้านหน้าของเราเป็นทางเข้า-ออกอาคาร ใช้เป็นประตูคีย์การ์ด เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ทางขึ้น-ลงมีทำทางลาดพื้นทรายล้างให้แบบนี้ ง่ายสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น และ ช่วยให้เคลื่อนย้ายของได้สะดวก เข้ามาด้านในเป็นส่วนของโถงลิฟต์โดยสาร ขวามือเป็นกล่องจดหมาย กล่องจดหมายสแตนเลสสีเงิน แบ่งแยกกล่องแต่ละยูนิตชัดเจน ลิฟต์โดยสารเป็นแบบล็อกชั้น ให้มาอาคารละ 1 ตัว แผงหน้าลิฟต์ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน สวยหรูดีค่ะ โถงลิฟต์บริเวณชั้นพักอาศัย ตกแต่งเรียบง่ายในโทนสีเทา ข้างโถงลิฟต์โดยสารจะมีตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั้งให้แบบนี้ทุกชั้น โถงทางเดินปูพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้สีครีม ความกว้าง ประมาณ 1.8 เมตร เดินเข้า-ออกห้องพักได้อย่างสะดวก เพดานติดไฟดาวน์ไลท์ให้แสงสว่างตลอดทางเดิน หัว-ท้ายอาคารมีหน้างต่างกระจกช่องแสง + บานกระทุ้งให้ด้วย ในทุก ๆ ชั้นจะมีห้องเครื่อง, บันไดหนีไฟ และ ห้องทิ้งขยะให้แบบนี้ ด้านในบันไดหนีไฟ ขึ้นมาต่อกันที่ชั้น 8 ออกจากลิฟต์มาจะเจอกับโถงทางเดินที่ใช้แจกไปยังพื้นที่ส่วนกลาง และ ห้องพักอาศัย โดยในส่วนของห้องพักจะมีประตูคีย์การ์ดอีกชั้น เพื่อความปลอดภัย และ เป็นส่วนตัว ตรงข้ามกับลิฟต์โดยสาร เป็นห้องฟิตเนส ห้องฟิตเนสขนาดพอเหมาะ ภายในมีเครื่องออกกำลังกายให้ครบครัน ซึ่งเหมาะสมกับจำนวนยูนิตที่มีไม่มาก มีลู่วิ่งออกกำลังกาย, เครื่องเดินสลับ, เครื่องนั่งปั่นจักรยานไฟฟ้าจัดเตรียมให้อย่างละ 1 เครื่อง มุมบริหารกล้ามเนื้อ จัดวางเตียงซิทอัพให้ 1 ตัว และ บาร์เบลมาตรฐานให้ 1 ชุด มองย้อนกลับมาดูภาพรวมภายในห้องฟิตเนส ถัดจากห้องฟิตเนสออกมา จะเจอกับสระว่ายน้ำ และ Co-Working Space ทางขึ้นไปยังสระว่ายน้ำ เดินขึ้นมาจะเจอกับจุดชำระล้างตัว มองไปทางขวามือเป็นสระว่ายน้ำ เปิดรับวิวได้โดยรอบ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 7.5×3.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร ภาพมุมสูงสระว่ายน้ำ หัว-ท้ายสระจะมีระบบ Jacuzzi เอาไว้นวดผ่อนคลายตัวให้ด้วย ตัวสระว่ายน้ำชั้น 8 ทั้ง 2 อาคารได้สระรูปแบบเดียวกัน ขนาดเท่ากันตามภาพเลยค่ะ ลงจากสระว่ายน้ำไปต่อกันที่ Co-Working Space ทางขวามือ ด้านหน้า Co-Working Space ติดกันเป็นบันไดหนีไฟ พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดที่บริเวณนี้ให้ 1 ตัว ภายในห้อง Co-Working Space ขนาดพอเหมาะ แต่ก็มีโซฟารับรอง และ มุมสำหรับทำงานให้ครบ ผนังห้องด้านในเป็นกระจกแผงใหญ่ ช่วยให้ห้องดูกว้าง และ โปร่ง เปิดรับวิวภายนอกได้เต็มสายตาดี ฝั่งนี้วางโซฟารับรองขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมอาร์มแชร์ และ โต๊ะกลางให้อย่างละ 1 ชุด อีกฝั่งเป็นเคาน์เตอร์ทรงสูง พร้อมเก้าอี้ 3 ที่นั่ง สามารถเอาโน็ตบุ๊คขึ้นมานั่งทำงานกันได้ ผนังมีเต้าเสียบปลั๊กไฟรองรับให้ครบ ติดกับ Co-Working Space มีห้องน้ำส่วนกลางให้ 1 ห้อง ใช้งานรวมกันชาย-หญิง มองกลับออกมาที่โถงลิฟต์ชั้น 8 ค่ะ :: แบบห้องทั้งหมด ของโครงการ :: แบบห้องทั้งหมดของโครงการจะมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกันคือ Type A, B , C และ D ค่ะ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 Type ใหญ่ ๆ นั่นก็คือ 1 Bed และ 2 Bed ประกอบด้วย :: แปลนห้อง TYPE A : 1 Bedroom ขนาด 26.00 ตร.ม. :: ห้อง Type A แบบ 1 Bedroom ที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดของโครงการค่ะ และเป็นดีไซน์ใหม่ของโครงการ J Condo อีกด้วย ซึ่งพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนจะอยู่ติดกับภายนอก สามารถมองเห็นวิวภายนอกของโครงการได้ทั้งหมด ห้องนั่งเล่นจะอยู่เชื่อมกับระเบียง ส่วนห้องครัวจะอยู่ด้านหน้าข้างประตูทางเข้าค่ะ ตัว Unit Type นี้ สามารถเข้าไปใช้ห้องน้ำได้สะดวก ทั้งจากในห้องนอนและจากห้องนั่งเล่น เนื่องจากทางเข้าห้องน้ำจะเป็นทางเดินจากห้องนั่งเล่น ผ่านห้องครัว ไปอยู่หน้าห้องนอนพอดี ซึ่งถือว่าเป็นโซนที่มีความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควร :: แปลนห้อง TYPE B : 1 Bedroom 30.00 ตร.ม. :: ส่วนยูนิต Type B แบบ 1 Bed นั้นจะมีทั้งหมด 10 ยูนิต ทั้งโครงการค่ะ โดยจะอยู่ที่ชั้น 2 ถึงชั้น 5 การจัดผังก็จะเหมือนกับคอนโดที่อื่นทั่วไป ที่ทางเข้าเปิดเข้ามาก็จะเจอกับโซนห้องครัว ด้านขวามือและห้องน้ำที่อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวพอดี ถัดจากห้องน้ำไปก็จะเป็นส่วนห้องนั่งเล่นซึ่งกว้างขวางอยู่เหมือนกัน ส่วนทางออกสู่ระเบียงจะอยู่ภายในห้องนอนโดยจะมีฉากกั้นห้องนอนการเอาไว้อีกทีค่ะ :: แปลนห้อง TYPE C : 2 Bedrooms ขนาด 40.00 ตร.ม. :: สวนห้อง Type C แบบ 2 Bed นั้น มีจำนวนทั้งหมด 16 ยูนิต โดยตำแหน่งจะอยู่ด้านข้างของบันไดหนีไฟและมีอยู่ทุกชั้นตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 8 เลย การจัดผัง ก็จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งเท่า ๆ กัน โดยฝังด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งห้องครัวจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นที่มีระเบียง สามารถมองออกไปเห็น วิวภายนอกได้ ส่วนห้องนอนจะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับห้องนั่งเล่น ประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่จะเป็นแบบบานสวิง และเป็นห้องที่ติดกับภายนอกอาคาร ส่วนห้องนอนเล็กนั้น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้กลายเป็นห้องทำงานก็ได้ เนื่องจากโครงการใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้สามารถมองเห็นได้ถึงกันทั้งภายในและภายนอกห้อง หากจะทำเป็นห้องนอนคงต้องติดฟิล์มกระจกฝ้าหรือการผ้าม่านอีกทีถึงจะเป็นส่วนตัว :: แปลนห้อง TYPE D : 2 Bedrooms ขนาด 65.00 ตร.ม. :: มาถึงห้อง Type D แบบ 2 Bedroom กันค่ะ โดยการจัดผังของห้องนั้นจะเป็นโซนห้องนอนใหญ่ห้องนอนเล็ก และห้องนั่งเล่น ที่อยู่ติดกันกับภายนอกของอาคาร ข้อดีของType D คือทุกห้องสามารถมองเห็นวิวภายนอกของอาคารได้ทั้งหมด โดยเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับโซนห้องครัว ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและระเบียง ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเดินเข้าสู่ห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่ ซึ่งมีประตูห้องน้ำอยู่ตรงกันข้ามกับห้องนอนเล็ก และเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กและห้องนั่งเล่น ส่วนห้องนอนใหญ่นั้นจะมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ภายในค่ะ ซึ่งโซนอาบน้ำของห้องนอน Master จะใหญ่กว่าโซนอาบน้ำของอีกห้องน้ำ 1 ที่อยู่ภายนอก :: ห้องตัวอย่าง โครงการ J Condo พระราม 2 :: มาถึงห้องตัวอย่างกันแล้วนะคะ วันนี้เราจะพาไปชมทั้งหมด 2 แบบ ด้วยกัน คือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 26.00 ตร.ม. และ แบบ 2 Bedroom ขนาด 40.00 ตร.ม. โดยทางโครงการขายห้องพักให้แบบ Fully Furnished สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับก็คือ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน, เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว, เคาน์เตอร์ครัว + ซิงค์ล้างจาน, สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ American Standard + Englefield และ แอร์ Wall Type ของ Samsung ขนาด 9,000 BTU 1 เครื่อง (ในห้องนอน) แปลนห้องตัวอย่าง TYPE A แบบ 1 Bedroom ขนาด 26.00 ตร.ม. ประตูห้องพักเป็นบานไม้สำเร็จรูปสีขาว พร้อมตาแมว วงกบประตู UPVC มือจับประตูก้านโยก กลอน Double Lock เปิดประตูห้องพักเข้ามา จะเจอกับมุมทานอาหาร และ มุมนั่งเล่นเป็นส่วนแรก มองต่อเนื่องไปเป็นระเบียงซักล้าง พื้นห้องชุดปูลามิเนตลายไม้ ทำความสะอาดได้ง่าย ความสูงพื้น-เพดาน 2.45 เมตร ผนังห้อง และ ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ไฟภายในห้องเป็นแบบดาวน์ไลท์ทรงกลมทั้งหมดค่ะ บรรยากาศภายในห้องพักบริเวณ Living Area รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับจะได้เป็นโทนสีอ่อน ตัดไม้สีบีชทั้งห้อง ช่วยให้ห้องพักขนาดเริ่มต้น ดูโปร่งและกว้างขึ้น มุมห้องซ้ายมือเป็นมุมทานอาหาร ได้โต๊ะทานข้าวสี่เหลี่ยมจตุรัส หน้าโต๊ะเป็นเมลามีน ทนน้ำ ทนร้อนได้ในระดับนึง ขาโต๊ะเป็นไม้สีอ่อน ได้พร้อมเก้าอี้มีพนักพิงสีเทา ขาไม้สีอ่อน จำนวน 2 ตัว แบบในภาพ ถัดเข้ามาเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน ติดกันเป็นระเบียงซักล้างแบบหน้ากว้าง กิมมิคของห้องนี้คือได้หน้าต่างบานฟิกที่ผนังของห้องนอน หรือด้านหลังของโซฟา ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่เชื่อมต่อกันระหว่างห้องนอนกับมุมนั่งเล่น และ ช่วยทำให้ห้องดูโปร่งยิ่งขึ้น ได้โซฟาผ้าสีเทา ขาไม้สีอ่อน ขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลมไม้สีอ่อน 1 ตัว ตรงข้ามโซฟา มีชั้นวางทีวีไม้สีอ่อน พร้อมลิ้นชักเก็บของให้ 1 ตัว รองรับทีวีขนาด 32-50 นิ้ว ได้สบาย ๆ ผนังด้านหลังเดินงานระบบไฟฟ้า + สายเคเบิลให้พร้อมต่อใช้งาน ระยะห่างจากโซฟา-ขั้นวางทีวี กว้างประมาณ 1.2 เมตร นั่งดูทีวีได้ในระดับสายตาที่กำลังดี เดินเข้า-ออกไประเบียงได้อย่างสะดวก ถัดจากมุมนั่งเล่นออกไปเป็นระเบียงซักล้าง ส่วนนี้กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ยกพื้นสูง ประมาณ 20 ซม. ป้องกันน้ำฝน และ สิ่งสกปรกพัดเข้าสู่ห้องพัก ระเบียงซักล้างปูพื้นกระเบื้องเซรามิกกันลื่นสีเทา พื้นที่ใช้งาน ขนาด 1.2 x 1.8 เมตร ติดตั้งราวกันตก และ ระแนงบังแอร์ วัสดุเหล็กทาสีดำด้าน ซ้ายมือแขวน CDU 2 เครื่อง ตำแหน่งตามภาพ ใต้ CDU เป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ โครงการเดินงานระบบไฟฟ้า, ท่อน้ำดี และ ท่อน้ำทิ้งเอาไว้ให้พร้อมต่อใช้งานได้เลย มองขึ้นไปด้านบนติดโคมไฟทรงกลมให้ 1 ดวง มองกลับเข้ามาภายในห้องพัก เดี๋ยวไปต่อกันที่มุมครัวที่อยู่ด้านข้างของประตูทางเข้ากันต่อ เลี้ยวซ้ายมาจะเจอกับมุมครัว ตรงข้ามเป็นห้องนอน ตรงกลางเป็นห้องน้ำ มุมครัวได้ชุดเคาน์เตอร์ครัวหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ ตัวท็อปครัวเป็นเมลามีนสีขาว หน้าบานตู้ปิดผิวลายไม้สีอ่อน ข้างเคาน์เตอร์มีพื้นที่เหลือ ประมาณ 75 ซม. ให้วางตู้เย็นขนาด 6-8 คิวได้กำลังดี ซิงค์ล้างจานหลุมเดี่ยวทรงสี่เหลี่ยม ก๊อกน้ำโครเมียมทรงสูงของ Hafele ด้านล่างมีตู้เก็บของใต้ซิงค์ เหมาะสำหรับเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน หรือ ถังขยะเพื่อความมิดชิด ติดกันมีลิ้นชักเก็บของ และ ตู้บานเปิดอีก 1 ช่องค่ะ ด้านบนมีชั้นวางของ พร้อมตู้บานเปิดให้แบบในภาพ วางของใช้ต่าง ๆ ได้พอสมควร ใต้ตู้บานเปิดสามารถวางไ มโ ครเวฟขนาดเล็กได้ 1 เครื่องค่ะ ถัดจากมุมครัวไปเป็นห้องนอน และ ห้องน้ำ ประตูห้องนอนเป็นไม้สำเร็จรูปบานเรียบทาสีขาว ลูกบิดกลมกดล็อก ส่วนประตูห้องน้ำเป็น PVC บานเรียบสีขาว ลูกบิดกลมกดล็อกเช่นเดียวกัน เดี๋ยวเราจะขอพาเข้าไปดูในส่วนของห้องนอนกันก่อน ด้านในห้องนอนขนาดพอเหมาะ ได้เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, โต๊ะหัวเตียง และ ตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน ระยะใช้งานรอบเตียงพอเดินเข้า-ออกได้ไม่อึดอัด เตียงนอนที่ได้ขนาด 5 ฟุต ไม่รวมที่นอน หัวเตียงบุนวมหุ้มผ้าสีเทา เวลานั่งเล่นมือถือ นั่งอ่านหนังสือก็พิงหัวเตียงได้สบาย ๆ ค่ะ โต๊ะหัวเตียงลายไม้สีเข้ม ขนาดกะทัดรัด เอาไว้วางกรอบรูป, นาฬิกาปลุก หรือ วางมือถือก็ได้ อีกจุดหนึ่งที่พิเศษกว่าโครงการอื่นนั่นก็คือ ปลั๊กไฟบริเวณหัวเตียงจะมีแบบปลั๊กสามตาและแบบ Port USB ซึ่งสามารถเสียบชาร์จแบตมือถือในเวลากลางคืนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองซื้อ Adapter เพิ่มค่ะ มองไปทางปลายเตียงจะเป็นหน้าต่างกระจกบานฟิก ที่มองเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นได้ ติดกันเป็นตู้เสื้อบิวท์อิน เหนือหน้าต่างบานฟิก ติดตั้งแอร์ Wall Type ของ Samsung ขนาด 9,000 BTU ให้ 1 เครื่อง ตำแหน่งตามภาพ ตู้เสื้อผ้าบิวท์อินเข้ามุมห้อง ได้เป็นตู้แบบบานเลื่อนสลับ หน้าบานเป็นไม้สีอ่อน ตัดด้วยสีขาวของตัวตู้ ภายในมีราวแขวนผ้า และ ลิ้นชักเก็บของให้ครบ บนตู้มีช่องว่างสามารถเก็บของใช้ได้อีกเล็กน้อยค่ะ ภายในห้องนอนได้หน้าต่างกระจกบานใหญ่เกือบเต็มผนังห้อง แบ่งเป็นแบบบานเลื่อน และ บานฟิก เปิดรับลม รับแสงธรรมชาติ รวมถึงมองวิวภายนอกได้กว้างมากเลยทีเดียวค่ะ มองกลับออกมาทางประตูห้องนอน ไปต่อกันที่ห้องน้ำเป็นส่วนสุดท้ายกัน ทางเข้าห้องน้ำยกพื้นสูง 5 ซม. ป้องกันน้ำไหลย้อนออกมาด้านนอก ห้องน้าตกแต่งกระเบื้องโทนสีเทา สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำใช้เป็นของ American Standard และ อุปกรณ์ประกอบของ Englefield ห้องน้ำแบบหน้ากว้าง แบ่งส่วนแห้ง และ ส่วนเปียกไว้ให้ ซ้ายมือวางโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush ติดตั้งที่ใส่กระดาษทิชชู่ และ สายชำระสแตนเลสให้ครบชุด ถัดมาเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง หน้าอ่างวางของใช้พวกสบู่ล้างมือ, โฟมล้างหน้า, แปรงสีฟัน, ยาสีฟันได้ ก๊อกน้ำเป็นแบบโครเมียมก้านโยก เปิด-ปิดใช้งานได้สะดวก กระจกเงาในห้องน้ำได้มาแบบใหญ่เต็มผนังส่วนแห้ง ตรงข้ามมีราวแขวนผ้าเช็ดตัวให้ 1 ชิ้น ขวามือเป็นส่วนอาบน้ำ ด้านในติดฝักบัว Hand Shower พร้อมราวปรับระดับ + ที่วางสบู่ ก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก ชุดนี้ของ Englefield ติดกันทำช่องสำหรับวางอุปกรณ์ของใช้ให้ ส่วนผนังด้านบนเดินงานระบบรองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้เลย พื้นที่อาบน้ำ ขนาด 90 x 90 ซม. ลดพื้นลงเล็กน้อย หากต้องการให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น จะซื้อม่านกันน้ำมาติดเพิ่มเติมเองก็ได้ค่ะ มองขึ้นมาที่เพดานหน้าห้อง ติดพัดลมระบายอากาศแบบฝังฝ้าให้ 1 เครื่อง จากห้องน้ำมองออกมา จะเห็นมุมมองภายในห้องตามนี้เลย แปลนห้องตัวอย่าง TYPE C : 2 Bedroom ขนาด 40.00 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาด้านในห้องพัก จะเจอกับมุมครัว และ ห้องน้ำเป็นส่วนแรก มองต่อเนื่องไปเป็นมุมทานอาหาร, มุมนั่งเล่นพักผ่อน และ ระเบียงซักล้างด้านนอก ซ้ายมือติดกับห้องน้ำ เป็นห้องนอนรอง ถัดเข้าไปเป็นห้องนอนใหญ่ ความสูงพื้น-เพดาน 2.45 เมตร พื้นห้องชุดปูไม้ลามิเนตสีอ่อน หนา 8 มม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ไฟภายในแบบดาวน์ไลท์ทรงกลมทั้งหมดค่ะ มองมาทางขวามือเป็นมุมครัว ได้ชุดเคาน์ครัวรูปแบบเดียวกันกับห้องที่แล้ว แต่ห้องที่จะได้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย ติดกันเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น รองรับตู้เย็นขนาดตั้งแต่ 6-10 คิวได้สบาย ๆ หน้าท็อปเมลามีนสีขาว ฝังซิงค์ล้างจานหลุมเดี่ยว ก๊อกน้ำโครเมียมทรงสูงของ Hafele ผนังมีเต้าเสียบปลั๊กไฟ พร้อมฝาครอบกันน้ำติดไว้ให้ 1 จุด ตู้เก็บของด้านบน พร้อมชั้นวางของ และ ช่องสำหรับวางไมโครเวฟขนาดมาตรฐาน ตู้เก็บของด้านล่าง พร้อมลิ้นชักเก็บของ ตรงข้ามมุมครัวเป็นห้องน้ำ ประตูห้องน้ำเป็น PVC บานเรียบสีขาว ลูกบิดกลมกดล็อก ฟังก์ชั่นห้องน้ำแบ่งส่วนแห้ง แยกส่วนอาบน้ำให้ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำของ American Standard + Englefield มาตรฐานเดียวกันทั้งโครงการ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก หน้าอ่างวางใช้ได้พอสมควร โถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush ติดตั้งที่ใส่กระดาษทิชชู่ และ สายชำระสแตนเลสให้ครบชุด ผนังติดกระจกเงาบานใหญ่ให้แบบนี้ ตรงข้ามมีราวแขวนผ้าเช็ดตัวให้ 1 ชิ้น ถัดเข้าไปด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ ผนังติดฝักบัว Hand Shower พร้อมราวปรับระดับ + ที่วางสบู่ ก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก ผนังด้านบนเดินงานระบบรองรับเครื่องทำอุ่นให้พร้อมใช้งาน ส่วนอาบน้ำขนาด 1.5 x 1.0 เมตร ลดพื้นจากส่วนแห้งเล็กน้อย สามารถติดฉากกระจกอาบน้ำ หรือ ม่านกันน้ำเพิ่มเติมเข้าไปได้ เพดานติดพัดลมระบายอากาศแบบฝังฝ้าให้ 1 เครื่อง ตำแหน่งตามภาพ มองย้อนกลับมาทางหน้าห้องน้ำให้ดูภาพรวม ถัดจากมุมครัว และ ห้องน้ำมาขอพาดูภาพรวมบริเวณ Living Area กันก่อน โดยด้านหน้าเราจะจัดเป็นมุมทานอาหาร และ มุมพักผ่อน ภาพรวมจะเห็นได้เลยว่ามีพื้นที่กว้างขวาง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น ๆ เพิ่มเข้าได้สบาย ๆ มุมทานอาหารได้ชุดโต๊ะทานข้าว พร้อมเก้าอี้ ขนาด 2 ที่นั่ง หน้าตาแบบในภาพ ถัดเข้ามาเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน รูปแบบเหมือนกันกับห้องนอนแรกที่เราพาไปชม ติดกันเป็นส่วนของระเบียงซักล้าง ขวามือวางโซฟาผ้าสีเทา ขนาด 2 ที่นั่ง + โต๊ะกลมลายไม้สีอ่อน 1 ตัว ข้างโซฟามีพื้นที่เหลือใช้งานอีกเยอะ จะเพิ่มขนาดโซฟาให้ใหญ่ขึ้นก็ทำได้ ซ้ายมือเป็นพื้นที่สำหรับทีวี ได้ชั้นวางทีวีลายไม้สีอ่อน พร้อมช่องเก็บของ รองรับทีวีขนาด 32-50 นิ้วได้ ผนังด้านหลังเดินงานระบบไฟฟ้า และ สายเคเบิลพร้อมเสียบใช้งาน ระยะห่างโซฟา-ชั้นวางทีวี กว้างประมาณ 1.2 เมตร เดินเข้า-ออกไปส่วนอื่น ๆ ได้สะดวก ถัดจากมุมพักผ่อนออกไป เป็นส่วนของระเบียงซักล้าง ประตูระเบียงเป็นแบบเลื่อน กระจกเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ยกพื้นสูง 20 ซม. ป้องกันสิ่งสกปรกพัดเข้าสู่ห้องพักได้ในระดับนึง ห้องนี้ได้ระเบียงแบบหน้ากว้าง พื้นที่ใช้งานขนาด 2.4 x 1.0 เมตร ขวามือเป็นที่วางเครื่องซักผ้า จุดนั้นทางโครงการเดินงานระบบประปา+ไฟฟ้าให้พร้อมต่อใช้งาน ส่วนราวกันตก และ ระแนงบังแอร์เป็นเหล็กทาสีดำด้านเช่นเดียวกัน ขวามือแขวน CDU 2 เครื่อง เพดานติดโคมไฟทรงกลมให้ 1 ดวง มองกลับเข้ามาดูภาพรวมภายในห้องพัก เดี๋ยวจะพาไปต่อกันที่ห้องนอนรอง และ ห้องนอนหลัก เริ่มจากห้องนอนรอง ที่อยู่ติดกับน้ำกันก่อนค่ะ ส่วนนี้จะกั้นเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้ห้องดูไม่แคบ และ ได้ความโปร่งสบายเพิ่มขึ้น ภายในห้องนอนรอง ขนาดพอเหมาะ รองรับเตียงนอน 3.5 ฟุตได้พอดี โดยห้องนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องแต่งตัว หรือ ห้องทำงานก็ทำได้ค่ะ เฟอร์นิเจอร์หลักที่บิวท์อินมาให้คือตู้เสื้อผ้า ตำแหน่งเข้ามุมห้องแบบในภาพ หน้าตาตู้เป็นแบบบานเลื่อน หน้าบานลายไม้ ตัวตู้เป็นสีขาว ภายในมีชั้นแขวนผ้า ลิ้นชักเก็บของให้ครบ เหนือตู้มีช่องว่างให้เก็บของได้เพิ่มเติม ผนังด้านข้างมีเต้าเสียบปลั๊กไฟ และ Port USB ให้เช่นเดียวกัน มองกลับมาทางหน้าห้อง จะเห็นุมมมองแบบนี้เลยค่ะ มาต่อกันที่ห้องนอนหลักเป็นส่วนสุดท้ายกันค่ะ ห้องนี้มีประตูไม้บานเรียบสีขาว ลูกบิดกลมปิดมิดชิดเป็นสัดส่วน เปิดประตูเข้ามาจะเจอมุมมองแบบในภาพก่อน มองไปทางขวาเป็นส่วนของเตียงนอน ได้เตียงนอนขนาด 5 ฟุต ไม่รวมที่นอน มีโต๊ะหัวเตียงไม้สีเข้ม 1 ตัว ผนังด้านล่างมีเต้าเสียบปลั๊กไฟ พร้อม Port USB 1 จุด ระยะห่างข้างเตียงฝั่งนี้กว้างพอสมควร เดินเข้า-ออก ลุกขึ้น-ลงเตียงนอนได้อย่างสะดวกสบาย ภาพรวมฝั่งปลายเตียงนอน เป็นผนังเปล่าโล่ง ๆ หากต้องการติดทีวี แนะนำให้ใช้เป็นแบบแขวนผนัง ระยะใช้งานปลายเตียงเหลือพื้นที่ให้เดินเล็กน้อย มีเต้าเสียบปลั๊กไฟให้เช่นเดียวกัน ผนังด้านบนติดตั้งแอร์ Wall Type ของ Samsung ขนาด 9,000 BTU ให้ 1 เครื่อง ภายในห้องนอนหลักมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เต็มผนังให้ มีทั้งแบบบานฟิก และ บานเลื่อน เปิดรับลม รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ มองกลับมาอีกฝั่งเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการบิวท์อินไว้ให้ ตู้เสื้อผ้าขนาดและวัสดุเดียวกันกับห้องก่อนหน้านี้ทุกประการ มีพื้นที่เหลือข้างตู้เสื้อผ้าอีกเล็กน้อย สามารถวางตะกร้าผ้า หรือ ชั้นวางของเล็ก ๆ เพิ่มเติมเข้าไปได้ ภาพรวมภายในห้องนอนหลักค่ะ :: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ก.พ.61) :: วัสดุโดยรวม เฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า **รายละเอียด Spec ของวัสดุต่างๆอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ** :: ราคา (ก.พ.61) :: ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :: บทสรุปโครงการ :: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ J Condo – พระราม 2 คอนโดใหม่พร้อมอยู่ (2561) ตั้งอยู่ภายใน ซ.พระราม 2 56 หรือ ซอย รพ.นครธน นั่นเอง ซึ่งมีพื้นที่ติดกับด้านหลังของอาคารสำนักงาน JSP Property หรือ อาคารธนเสฏฐ์ ที่มีทางเข้าอยู่ที่ ซ.พระราม 2 54 ค่ะ เนื่องจากตัวโครงการอยู่ฝั่งเดียวกับ เซ็นทรัลพระราม 2 ดังนั้นพื้นที่นี้จึงถูกจัดเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมค่ะ แต่เป็นโซนพาณิชย์ที่ไม่ได้หนาแน่นแต่อย่างใดนะ เพราะพื้นที่ข้างเคียงโครงการล้วนเป็นที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัยทั้งสิ้น ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นลานจอดรถและทางเข้าของ รร.จารุวัฒนานุกูล ซึ่งสาธารณูปโภคภายในซอยนั้นถือว่าครบครันมาก ๆ ทั้งในระยะเดิน มีร้านอาหารมากมายหลายร้าน ไม่ต่ำกว่า 30 ร้าน มี 7-11 อยู่ที่ชั้นล่างของโครงการ Park Village สามารถเดินไปได้ในระยะเพียง 130 เมตร ส่วนระยะขับรถ นั้นก็อยู่ไม่ไกลจาก เซ็นทรัลพระราม 2 เพียง 500 เมตรค่ะ หากวิ่งออกไปบริเวณแยกบางขุนเทียน ก็จะเจอกับตลาดสุขสวัสดิ์ ตลาดสดศิริชัย ตลาดบางบอน Max Value บางบอน และ Market Place ซึ่งสามารถหาซื้ออาหารสด และอาหารแห้งแถวนี้ได้ • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ภายใน ซ.พระราม 2 56 นั้นเป็นซอยที่เชื่อมต่อกับ ซ.พระราม 2 54 และ ถ.บางขุนเทียนชายทะเล ที่ซ.แผ่นดินทองค่ะ ซึ่งมีทางลัดค่อนข้างเยอะ สามารถทะลุออก พระราม 2, เอกชัย, กัลปพฤกษ์ ได้ ส่วนที่ตั้งโครงการก็อยู่กึ่งกลางระหว่าง ถ.กาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก สามารถวิ่งสู่บางแค-พุทธมณฑล-บางใหญ่ และ ทางพิเศษเฉลิมมหานครที่สามารถเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีทางลัดจาก ถ.พระราม 2 วิ่งขึ้นสะพานกลับรถ เข้าสู่ด้านหลัง เซ็นทรัล พระราม 2 ออก ซ.พระราม 2 54 แยก 4 มายังโครงการได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องไปกลับรถไกลถึงกาญจนาภิเษก • การเดินทางโดยรถสาธารณะ ซ.พระราม 2 56 นั้นได้เปรียบตรงที่ มีรถสาธารณะวิ่งเข้ามาถึงภายในซอยเลยค่ะ ซึ่งปกติโครงการที่เข้าซอยจะไม่ค่อยมีแบบนี้นะ มีทั้งรถสองแถวรถตู้และรถเมล์วิ่งไปยังเดอะมอลล์ ท่าพระ, บิ๊กซี จอมทอง, วัดสีสุก, บางมด และเซ็นทรัลพระราม 2 และ รถเมล์ สาย 529 แสมดํา-หมอชิต 2 ที่มีวิ่งวนอยู่ภายในซอย เนื่องจากด้านหลังของซอยไม่ไกลจากโครงการมีจุดจอดเป็นท่ารถเมล์อยู่ค่ะและมีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไปมา รวมถึงรถแท๊กซี่ สามารถโบกเรียกได้จากหน้าโครงการเลย • การออกแบบโครงการและวัสดุ โครงการ J Condo พระราม 2 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ห้องพักอาคารละ 79 ยูนิต เท่านั้น ชั้นล่างสุดจะเป็นที่จอดรถ ชั้น 2-8 จะเป็นยูนิตพักอาศัย โดยสระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 8 ค่ะ (หรือดาดฟ้าของชั้น 7 นั่นเอง) สามารถออกจากโถงลิฟต์ที่ชั้น 8 ได้เลย ตัวยูนิตห้องพักแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ ก็คือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom แต่มีทั้งหมด 4 Design คือแบบ A B C และ D ค่ะ โดยวัสดุที่ได้ภายในห้องจะเป็นวัสดุมาตรฐานดีเลยทีเดียว โครงการเน้นออกแบบห้องทุกห้องให้โปร่งโดยมีหน้าต่างกระจกภายในที่เชื่อมต่อพื้นที่ภายในเข้าหากัน และเน้นห้องนอน ห้องนั่งเล่นให้ติดอยู่กับภายนอกของอาคาร โดยจะมีระเบียงขนาดกว้างเพื่อรองรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบปลูกต้นไม้ ซักผ้า ตากผ้า หรือนั่งชิลก็สามารถทำได้ค่ะ ห้องขายแบบ Fully Furnished โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว + บิวท์อิน, เคาน์เตอร์ครัว และสุขภัณฑ์ ยี่ห้อ American Standard และชุดฝักบัวยี่ห้อ Englefied แบบมีโครงปรับระดับให้สเปคสุขภัณฑ์ภายในให้มาคละกันค่ะ บางอย่างก็มาตรฐาน บางอย่างก็ได้ของดีเลย ที่เด่นคือจะได้กระจกบานใหญ่กว้างเต็มผนัง ที่โครงการอื่นมักจะได้เพียงแค่กระจกขนาด 60×90 ซม. เท่านั้น • สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย Main Facilities หลักของโครงการทั้งหมดจะอยู่ที่ชั้น 8 ค่ะ ให้มาพอใช้งานเนื่องจากโครงการยูนิตน้อย แค่ 79 ยูนิตเท่านั้น ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, และ Co-Workspace ซึ่งสามารถเข้าได้จากโถงลิฟต์ ซึ่งข้อดีคือจะเป็นส่วนตัว ไม่ปะปนกับอาคารอื่นของโครงการในอนาคตอย่างแน่นอน ตัวอาคารจะมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 1 ตัวเป็นแบบล็อกชั้นเพื่อความปลอดภัย และบันไดหนีไฟ 2 จุด คือภายใน และภายนอกอาคาร อัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 1 : 79 และจำนวนยูนิตพักอาศัยต่อชั้นสูงสุดที่ 12 ยูนิตซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นนะคะ โครงการมีที่จอดรถทั้งหมด 39 คัน รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 50 % :: คะแนน :: :: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :: Call Center : 1173 สำนักงานขาย : 061-405-6611 Website : www.jsp.co.th หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
60,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.980 รีวิว ทาวน์โฮม ไลโอ บลิสซ์ เศรษฐกิจ-พุทธสาคร Lio Bliss Setthakit-Phutthasakhon สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ที่รักทุกคน วันนี้เราจะพามาชมโครงการ Lio Bliss เศรษฐกิจ-พุทธสาคร จาก ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่บน ถ.บางปลา ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ห่างจาก ถ.เศรษฐกิจเพียง 4.2 กม. ใกล้แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ทั้ง โลตัสเศรษฐกิจ, เซ็นทรัลมหาชัย และบิ๊กซี มหาชัย ไลโอ บลิสซ์ เศรษฐกิจ-พุทธสาคร เป็นทาวน์โฮมสูงชั้นเดียวและ 2 ชั้น มีจำนวน 477 ยูนิต บนพื้นที่โครงการ 41-0-84.79 ไร่ มีบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ กับฟังก์ชั่นขนาด 2-3 ห้องนอน 1-2 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 1 คัน บนที่ดินเริ่มต้นขนาด 17.40 ตร.วา ซึ่งตอนนี้ทางโครงการพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการมี สวนสาธารณะสไตล์โมเดิร์น, พื้นที่สีเขียวมากกว่า 4,000 ตร.ม. มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ทั้งกล้อง CCTV และ Auto Access Card ด้วยราคาสบายๆเริ่มต้นเพียง 1.39 ล้านบาท โดยรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถ.บางปลา ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พิกัด : 13.586563, 100.243150 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ Lio Bliss เศรษฐกิจ-พุทธสาคร ตั้งอยู่บนถ.บางปลาค่ะ เข้ามาจากถ.เศรษฐกิจเพียง 4.2 กม. บนถ.บางปลาจะเป็นย่านพักอาศัย มีที่ดินเปล่า และโรงงานบริษัทเอกชนอยู่บ้าง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร โดยรอบจึงแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบวงจร ซึ่งจากตัวโครงการนั้นก็สามารถเข้า-ออกได้จาก 2 เส้นทางค่ะ คือ จากถ.ทางหลวง 2037 และจากถ.เศรษฐกิจ ซึ่งถ.เศรษฐกิจเป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังถนนอีกหลายสาย จึงทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกมาก การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่บนถ.บางปลาซึ่งเชื่อมต่อกับถ.เศรษฐกิจในระยะ 4.2 กม. โดยถ.เศรษฐกิจเป็นถนนใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อไปยังถนนได้อีกหลายสาย ทั้ง ถ.พุทธสาคร วิ่งขึ้นไปเจอแยกสาครเกษม เข้าถ.พุทธมณฑลสาย 4 กับ ถ.เพชรเกษมไปทางวงเวียนใหญ่ ผ่านถ.ราชพฤกษ์ และถ.รัชดาภิเษก โดยสามารถวิ่งข้ามสะพานกรุงธนบุรีเข้าสู่สาทรได้ไม่ยาก หรือจะวิ่งไปทางนครปฐมก็ได้ ถ.พระราม 2 สามารถวิ่งออกไปทางสมุทรสงคราม หรือวิ่งเข้าวิ่งเข้าเมือง ไปยังวงเวียนใหญ่, สาทร, พระราม 3 และคลองเตยได้สะดวก อีกทั้งถ.พระราม 2 ยังเชื่อมต่อกับวงแหวนกาญจนาฯ และทางด่วน ทำให้วิ่งออกไปต่างจังหวัดได้ไม่ยาก จากนนทบุรี ตรงไปอีกก็คือปทุมธานีและอยุธยาค่ะ โดยจากถ.ทางหลวง 2037 ก็สามารถวิ่งเข้าถ.พระราม 2 ได้เช่นกัน โดยมี ถ.เอกชัย เป็นถนนลัดเลาะไปยังเส้นต่างๆเลี่ยงรถติดตรงเส้นพระราม 2 ได้ ทางด่วน สามารถขึ้นจุดตรงวงแหวนรอบนอกกาญจนาฯได้ ทำให้เดินทางได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองกรุงเทพฯหรือพื้นที่โดยรอบ หรือจะตรงไปขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครตรงเส้นพระราม 2 ก็ได้เช่นกัน ซึ่งจุดที่ใกล้ที่สุดก็คือทางขึ้น-ลงตรงถนนสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับในเมือง สามารถขึ้น-ลงตรงนั้นเชื่อมกับพระราม 9, คลองเตย หรือจะลงตรงพระราม 4 ก็ได้เช่นกันค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ ในละแวกโครงการภายในถ.บางปลา จะเป็นย่านพักอาศัย รวมถึงมีโรงงานอยู่ในบริเวณนั้นด้วย เราจึงสามารถพบร้านอาหารร้านเล็กๆ, ตลาด และร้านสะดวกซื้อที่คอยรอบรับทั้งคนในชุมชนและหนุ่ม-สาวโรงงาน นับว่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ทีเดียวค่ะ ไม่ไกลนัก ในระยะที่สามารถขับรถไปได้สะดวก ก็จะมี โลตัส เศรษฐกิจ, ตลาดมหาชัย ตรงเส้นเอกชัยก็จะมีห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์หลายแห่ง ทั้ง Lotus มหาชัย, HomePro มหาชัย, Makro และ Porto Chino ที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย หรือจะไปยังเส้นพระราม 2 ก็มีทั้ง เซ็นทรัลมหาชัย, เซ็นทรัลพระราม 2, Lotus พระราม 2, Big C พระราม 2 และ The Bright เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าอยู่แถวนั้น ทำงานแถวนั้นแทบจะไม่ต้องเข้าเมืองก็ได้ค่ะ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกล แถมเส้นพระราม 2 นั้นยังมีร้านอาหาร และร้านอาหารทะเลหลายร้านอีกด้วยนะ ถ้าเราวิ่งขึ้นไปทางเพชรเกษมก็จะมีตลาดสดและห้างร้านอีกมากมายเลยค่ะ เป็นจุดความอุดมสมบูรณ์อีกแห่งที่ยังไปได้สะดวก มีทั้งสถานศึกษา โรงพยาบาล คอมมูนิตี้มอลล์ และห้างใหญ่อย่าง Big C, The Mall บางแค และ Seacon บางแค การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ภายในถ.บางปลาจะไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านเท่าไหร่ค่ะ หลักๆเลยคนในพื้นที่จะเดินทางด้วยรถสองแถว ซึ่งจะเชื่อมไปยังจุดสำคัญๆต่างๆ ในละแวกนี้จะมีวิ่งอยู่ 6 สายด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นที่ตลาดมหาชัย นั่นก็คือ สายตลาดมหาชัย-บางปลา, สายตลาดมหาชัย-บางปิ้ง, สายตลาดมหาชัย-บ้านบางปิ้ง, สายตลาดมหาชัย-บ้านดอนไก่ดี, สายตลาดมหาชัย-กระทุ่มแบน และสายตลาดมหาชัย-แคราย สายที่ผ่านหน้าโครงการก็คือ สายตลาดมหาชัย-บางปลาค่ะ นอกจากนี้ภายในถ.บางปลาก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ และมีแท็กซี่วิ่งผ่านบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้าให้สะดวกคงต้องเรียกจากแอพพลิเคชั่นหรือโทรเรียกค่ะ ในอนาคตตรงถ.เพชรเกษมก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายโดยสถานีปลายทางจะอยู่ตรงพุทธมณฑลสาย 2 หรือ สถานีหลักสอง และโครงการในอนาคตก็จะมีต่อขยายมาจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 รวมถึง รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่เป็นโครงการในอนาคตอีกเช่นกัน จะมีต่อขยายมาถึงตลาดมหาชัยเลยค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ Lio Bliss เศรษฐกิจ-พุทธสาคร โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถ.พุทธมฑลสาย 4 > แยกสะพานสาครเกษม > ถ.พุทธสาคร > ถ.เศรษฐกิจ > ถ.บางปลา > โครงการ Lio Bliss เศรษฐกิจ-พุทธสาคร วันนี้เราจะเริ่มการเดินทางจากถ.พุทธมณฑลสาย 4 บริเวณแยกสะพานสาครเกษม ไปถึงโครงการใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยเราจะขึ้นสะพานข้ามแยกเพื่อไปลงถ.พุทธสาครค่ะ ข้ามสะพานมาแล้วให้เราวิ่งชิดขวาตรงไปตามป้ายสมุทรสาครเลย วิ่งตรงไปเรื่อยๆค่ะ ถ้าออกซ้ายจะขึ้นสะพานกลับรถกลับไปที่ถ.พุทธมณฑลสาย 4 หรือออกไปทางอ.สามพราน เรายังคงวิ่งชิดขวาตรงไปเรื่อยๆไปทางสมุทรสาครค่ะ ถ้าชิดซ้ายจะไปออกทางบางบอนและอ.กระทุ่มแบน เราวิ่งตรงไปเรื่อยๆขึ้นสะพานข้ามแยกต่างระดับจะเข้าสู่ถ.เศรษฐกิจ ตอนนี้เราเข้าสู่ถ.เศรษฐกิจแล้วค่ะ ทั้ง 2 ข้างทางส่วนมากก็จะเป็นอาคารพาณิชย์ มีปั๊มน้ำมันและโชว์รูมรถยนต์อยู่เป็นระยะๆ วิ่งไปสักระยะหนึ่งจะเห็นซุ้มทางเข้าวัดบางปิ้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราชิดขวาเตรียมเลี้ยวเข้าถ.บางปลา พอมาถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาเข้าถ.บางปลาค่ะ เข้ามาในถ.บางปลาเป็นถนนขนาด 4 เลน 2 ข้างทางมีทั้งร้านสะดวกซื้อทั้ง Lotus Express, 7-Eleven, ร้านอาหาร, บ้านพักอาศัย รวมถึง โรงงาน และ โกดังเก็บของ เราตรงเข้ามาจากปากซอยสักระยะนึงจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.อยู่ทางด้านซ้ายมือ ขับเลยมาอีก จากหน้าปากซอยประมาณ 4.2 กม. ก็จะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือแล้วค่า และนี่ก็คือภาพซุ้มทางเข้าโครงการแบบชัดๆ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ ศาสนสถาน สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมภายในถ.บางปลาจะเป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบค่ะ มีทั้งบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร รวมถึงโรงงาน และโกดังเก็บของ ทิศเหนือ ติดกับ ถ.บางปลา ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินเปล่า ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า และโกดังเก็บของ และ ทิศตะวันตก ติดกับ โครงการ Lanceo Crib เศรษฐกิจ-พุทธสาคร เดี๋ยวเราจะมาสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันค่ะ จะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง เริ่มจากฝั่งตรงข้ามกับโครงการ เป็นพื้นที่ของโรงงานเคมี เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจทางฝั่งซ้ายมือ มุ่งหน้าไปทางถ.ทางหลวง 2037 กันก่อนค่ะ ติดกับทางเข้าโครงการเป็นร้านโชห่วยและร้านอาหารตามสั่งร้านเล็กๆค่ะ แค่เดินออกมาหน้าโครงการก็มีแหล่งของกินแล้ว ติดกันเป็นร้านขายยา ฝั่งตรงข้ามยังคงเป็นที่ดินว่างเปล่าบางส่วน เดินเลยไปไม่ไกลจะมีพื้นที่ตลาดสดอยู่ค่ะ แต่จะเปิดเป็นเวลานะ ช่วงเที่ยงยังไม่มีใครมาขายของค่ะ เดินไปอีกเจอร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้านเกี๋ยวเตี๋ยว-ต้มเลือดหมูโบราณ มีร้านชาพะยอมมาเปิดตรงนี้ด้วย ข้างๆกันคือร้านขายก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ร้านนวดแผนไทยก็มีเหมือนกันค่ะ หันไปฝั่งตรงข้ามเป็นโรงงาน ด้านหน้ามีวินมอเตอร์ไซค์ด้วยนะ กลับมาที่ฝั่งเดิม เดินไปเรื่อยๆมีร้านชาดอยมาเปิดตรงนี้แข่งกันอีกร้านนึงด้วย ร้านขายข้าว, กับข้าว และก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ติดๆกันมี 7-Eleven มาเปิดอยู่ 1 สาขาค่ะ เดินจากหน้าโครงการมาเพียง 220 เมตรเท่านั้น ข้างๆกับเซเว่นมีตลาดนัดรุ่งเมราค่ะ ช่วงเย็นๆถึงจะมาเปิดขายของนะ กลับมาที่ซุ้มทางเข้าโครงการ เราจะเดินมุ่งหน้าไปทางถ.เศรษฐกิจฝั่งขวามือกันต่อ ติดกับหน้าทางเข้าโครงการมีร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายยำร้านเล็กๆ ร้านเสริมสวย ด้านหน้าร้านเปิดขายของใช้และขนม ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าโรงงานค่ะ และบางส่วนยังคงเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ เดินเลยไปอีกไม่ไกลมีร้าน Car Care ค่ะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการเป็นบ้านทาวน์โฮม สูงชั้นเดียว และ 2 ชั้น จำนวน 477 ยูนิต บนที่ดิน 41 ไร่ เป็นบ้านในสไตล์โมเดิร์นที่ตอบสนองความต้องของการของชีวิตได้อย่างครบครัน ฟังก์ชั่นครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานจริง เพิ่มพื้นที่ความสุขให้เต็มที่ ดีไซน์หน้าบ้านให้กว้าง พร้อม Master Bedroom ขนาดใหญ่ ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า-ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการบนถ.บางปลา โดยจะต้องผ่านรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมรปภ., ระบบ Auto Access Card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 16 เมตรผ่าเข้าไปในโครงการ และแจกเป็นถนนซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายจะอยู่หลังแรกทางซ้ายมือ และตามด้วยบ้านตัวอย่างเรียงเข้าไป ส่วนกลางของโครงการจะมีสวนสาธารณะอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ตัวไซท์ของโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหน้าแคบแต่ลึก ถนนเมนจึงค่อนข้างยาวหน่อย วัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการได้ระยะประมาณ 450 เมตร ถือเป็นระยะที่เดินได้สบายๆค่ะ ข้อดีของตัวโครงการนี้ก็คือ วางผังให้หน้าบ้านแต่ละหลังยังหันตามแกนเหนือ-ใต้ ทำให้ตัวบ้านเย็นสบาย สามารถรับลมได้ตลอดทั้งปี :::: แบบบ้านของโครงการ :::: บ้านของโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูงชั้นเดียว และ 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ แบบบ้าน HOPE แบบบ้าน HIVE แบบบ้าน HOPE ขนาด 85 ตร.ม. ทัศนียภาพจำลอง แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตร.ม. ทัศนียภาพจำลอง :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เราได้ชมรายละเอียดกันไปแล้ว ตอนนี้เราจะพาท่านผู้อ่านเดินชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง และนี่ก็คือซุ้มทางเข้าโครงการที่อยู่ติดถ.บางปลาค่ะ ตรงนี้จะเป็นแค่ซุ้มธรรมดา ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยประกอบ ขับผ่านซุ้มเข้ามาเจอถนนวิ่งตรงเข้าไปยังทางเข้าโครงการ ทั้ง 2 ฝั่งปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ในอนาคตก็จะกลายเป็นซุ้มต้นไม้สวยๆ เข้ามาถึงเราเจอวงเวียนและซุ้มทางเข้า 2 โครงการค่ะ ฝั่งซ้ายคือโครงการ Lio Bliss เศรษฐกิจ-พุทธสาคร เป็นโครงการทาวน์โฮมสูงชั้นเดียว และ 2 ชั้น ส่วนฝั่งขวาก็คือ โครงการ Lanceo Crib เป็นโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นค่ะ เข้าไปดูภายในโครงการกันเลยค่ะ เริ่มจากซุ้มทางเข้า เป็นสไตล์โมเดิร์น เล่นเส้นสายแบบเรียบๆ เน้นโทนขาว-เทา ซึ่งตรงนี้จะเป็นปราการความปลอดภัยของโครงการค่ะ ทั้งฝั่งทางเข้า-ทางออกจะต้องผ่านป้อมยาม, ระบบ Access Card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก โดยลูกบ้านจะสามารถขับผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย ส่วนผู้ที่เข้ามาติดต่อจะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการแลกบัตรและตรวจเช็คความปลอดภัยอีกที และมี CCTV ช่วยจับภาพเพิ่มความปลอดภัยให้อีกชั้น โดยทางโครงการจะติดตั้งเครื่องสแกน Access card และ กล้อง CCTV เมื่อมีลูกบ้านเข้าอยู่นะคะ มองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 16 เมตรยาวเข้าไปถึงท้ายโครงการค่ะ ฝั่งซ้ายมือซอยแรกหลังแรกคือแบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตร.ม. ใช้เป็นสำนักงานขายค่ะ บริเวณพื้นที่หน้าสำนักงานขาย ซอยถัดๆไปหลังแรก ก็คือบ้านตัวอย่างแบบชั้นเดียว HOPE ขนาด 85 ตร.ม. ถนนเมนก็จะผ่ายาวเข้าไปจนสุดโครงการแบบนี้เลยค่ะ ที่ฝั่งขวามือของเราก็คือสวนธารณะของโครงการค่ะ มีขนาดกว้างขวางทีเดียว ภายในสวนปูหญ้าให้ทั่วบริเวณ และลงต้นไม้ใหญ่ให้เป็นระยะๆ ต้องรอต้นไม้โตหน่อยนะคะ จะร่มรื่นกว่านี้ แนวคิดของสวนคือเป็นสวนสไตล์โมเดิร์นค่ะ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้ เก้าอี้ภายในสวนเป็นม้านั่งจาก Bua Design ส่วนไฟสนามก็ใช้เป็นแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งปลอดภัย, ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบของโครงการกันค่ะ นั่นก็คือ แบบบ้าน HOPE ทาวน์โฮมชั้นเดียวขนาด 85 ตร.ม. และ แบบบ้าน HIVE ทาวน์โฮม 2 ชั้นขนาด 105 ตร.ม. ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ::: แบบบ้าน HOPE ขนาด 85 ตร.ม. ::: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน มาดูบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบกันก่อนค่ะ หน้าตาบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ เน้นโทนสีขาวเป็นหลัก ตัดด้วยเส้นสายสีเทา ประตูรั้วบ้านเป็นระแนงเหล็ก 1 ตอน เลื่อนเปิด-ปิดได้แบบนี้ค่ะ เข้ามาภายในลานจอดรถจะสามารถจอดรถได้ 1 คัน พื้นเป็นซีเมนต์ปาดเรียบทั้งหมด ภายในติดดวงโคมซาลาเปาให้ 1 ดวง แบบบ้านตัวอย่าง ประตูทางเข้าบ้านจะอยู่ด้านในลานจอดรถแบบนี้ เป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีขาว ติดกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตูแบบเซาะร่องมาตรฐาน โดยพื้นบ้านจะยกขึ้นมาจากพื้นลานจอดรถประมาณ 10 ซม.ค่ะ เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร ให้ความรู้สึกเหมือนห้องในคอนโดมิเนียมนิดๆ เล็กๆดูแลง่าย บ้านตกแต่งจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดียค่ะ พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ที่ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลัง จะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมดยกเว้นไฟในห้องน้ำค่ะ มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางบ้านตกแต่งได้จัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ให้พร้อมโต๊ะกาแฟ ซึ่งกำลังพอดีกับพื้นที่เลยค่ะ ฝั่งชั้นวางทีวีผนังมีพื้นที่วางตู้วางทีวีพอดี ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที โดยที่ลายผนังจะทำการเดินสายไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย ส่วนประตูทางฝั่งขวามือคือห้องนอนใหญ่ค่ะ ส่วนระยะจากโซฟาถึงผนังอีกฝั่งเหลือ 1.6 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 42-47 นิ้วค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร สามารถจัดโต๊ะทานอาหารให้เข้ามุมได้แบบนี้ วางเก้าอี้ได้ 3 ที่นั่งค่ะ แต่จะไปขวางประตูห้องน้ำนิดหน่อย โต๊ะที่ใช้วางจริงๆแล้วเป็นขนาด 4-6 ที่นั่งเลยนะ ถัดจากห้องทานอาหาร ประตูบานแรกจากซ้ายไปขวาคือประตูห้องน้ำ ถัดไปคือประตูลานซักล้าง และประตูห้องนอนเล็กค่ะ มาดูห้องน้ำกันต่อค่ะ ประตูห้องน้ำจะเป็นบาน UPVC ติดเกล็ดระบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. วัสดุห้องน้ำที่ได้จริงๆจะเป็นกระเบื้องปูพื้นเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. และกระเบื้องกรุผนังเซรามิคขนาด 20 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ มาดูสุขภัณฑ์ที่ได้มากับห้องน้ำกันต่อ อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนังของ Star Sanitaryware พร้อมติดตั้งกระจกมาให้ ขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ในห้องน้ำ ส่วนก๊อกน้ำก็มีขนาดกระทัดรัดถนัดมือของ Cotto อีกฝั่งวางโถสุขภัณฑ์ของ Star Sanitaryware และทำพื้นลดระดับบริเวณโซนอาบน้ำค่ะ ตรงนี้เราสามารถหาม่าน หรือฉากกั้นอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ สายฉีดชำระและที่ใส่แกนกระดาษชำระ ราวแขวนผ้าเช็ดตัวติดมาให้บริเวณผนังด้านข้าง ติดตั้งฝักบัวอาบน้ำแบบสายอ่อนของ Cotto หัวฝักบัวใช้ของ Vegarr และติดตั้งมาคู่กับจานวางสบู่ของ Cotto เราเทียบขนาดฝ่ามือให้ดูขนาดหัวฝักบัว ขนาดเล็กไปหน่อยสำหรับคนที่ชอบสายน้ำแบบทั่วถึง จานวางสบู่ขนาดพอวางสบู่ได้ก้อนนึง เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ ประตูลานซักล้างเป็นบานประตูสำเร็จรูปสีขาว อุปกรณ์ลูกบิดสแตนเลส พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. ทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบพื้นลาดเอียงเล็กน้อย มีขนาดกว้างขวางดีค่ะ ตรงนี้เราสามารถแบ่งต่อเติมเป็นครัวไทยได้ อีกครึ่งนึงทำเป็นห้องซักรีดและวางราวตากผ้าได้สบายๆ กลับเข้ามาภายในบ้าน มาดูภายในห้องนอนเล็กกันต่อ ห้องนอนเล็กมีขนาดกำลังพอดีนะคะ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน ภายในห้องจะได้หน้าต่างมา 1 บานค่ะ เหมาะสมกับขนาดห้อง ทำให้ได้แสงสว่างเข้ามาภายในห้องกำลังดี ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุต, โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อย่างลงตัว ที่ปลายเตียงยังพอเหลือพื้นที่อยู่ สามารถวางชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้อีก ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง กำลังพอดีกับพื้นที่ ข้างเตียงยังวางโต๊ะข้างเล็กๆได้อีกตัวค่ะ ระยะยังเหลือพอให้ยืนแต่งตัวได้ แต่แนะนำให้ใช้ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนนะ จะประหยัดพื้นที่ได้ดีกว่า มองกลับไปอีกฝั่งทางช่องแสงของห้อง ได้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม ติดกระจกเขียวตัดแสงให้แบบนี้ มือจับบานหน้าต่างและตัวล็อคท้ายบานค่ะ เราเข้าไปดูภายในห้องนอนใหญ่กันต่อ ห้องนอนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ มีช่องแสงให้บานนึงเหมือนห้องนอนเล็ก ขนาดห้องจะกว้างขวางกว่าพอสมควร สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้อย่างลงตัว พื้นที่ปลายเตียงก็ยังเหลือให้เดินผ่านได้ ถ้าจะติดตั้งทีวีแนะนำให้ใช้แบบแขวนผนังแทนนะคะ อีกด้านก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดกลางๆ และโต๊ะทำงานได้อีกตัวค่ะ ::: แบบบ้าน HIVE ขนาด 105 ตร.ม. ::: มาดูแบบบ้าน HIVE ซึ่งเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นกันต่อ หน้าตาบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ใช้สีโทน ขาว-เทา-ดำ วันนี้หน้าบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบยังไม่เรียบร้อยดี เลยยังไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ท่านผู้อ่านเห็นกันนะคะ เข้าไปดูรายละเอียดของตัวบ้านกันเลยค่ะ โรงจอดรถ สามารถจอดรถได้ 1 คันในร่ม ภายในมีตู้เก็บของสามารถเก็บพวกอุปกรณ์ล้างรถหรือสายยางได้ พื้นเป็นซีเมนต์ปาดเรียบทั้งหมด ภายในติดดวงโคมซาลาเปาให้ 1 ดวง หันไปดูทางเฉลียงหน้าบ้าน บริเวณเฉลียงทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบทำเสมอกับพื้นโรงจอดรถค่ะ ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีขาว ติดกระจกเขียวตัดแสง มือจับและตัวล็อคประตูแบบเซาะร่องมาตรฐาน ส่วนพื้นภายในบ้านจะยกระดับขึ้นไปจากพื้นเฉลียงประมาณ 10 ซม. เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปคือห้องทานอาหาร จัดแปลนบ้านแบบ Open Plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตกแต่งจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดียค่ะ พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ที่ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลัง บางส่วนของฝ้าถูกลดระดับลงมาเพราะจะเป็นพื้นที่ส่วนของงานระบบท่อภายในห้องน้ำ และมีผลพลอยได้คือทำให้เหมือนเป็นการแบ่งโซนพื้นที่ให้ไปด้วยในตัว ภายในบ้านที่ชั้น 1 จะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมดยกเว้นไฟในห้องน้ำค่ะ มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางบ้านตกแต่งได้จัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ให้ พร้อมโต๊ะกาแฟ แต่จริงๆแล้วจะวางเป็นโซฟาเบดก็มีที่ข้างๆเหลือพอเลย จะวางอาร์มแชร์เพิ่มอีกก็ยังพอนะ ฝั่งชั้นวางทีวีผนังจะเว้าเข้ามาเพราะด้านนอกเป็นที่จอดรถ ทำให้เราได้พื้นที่วางตู้วางทีวีพอดีเลย ส่วนระยะดูทีวียังหลือ 1.6 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 42-47 นิ้วค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องทานอาหาร, โถงบันได และห้องครัว จะเห็นได้ว่าบริเวณระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารยังเหลือพื้นที่ผนังอีกเยอะเลย ตรงนี้เราสามารถทำชั้นแบ่งสัดส่วนของบ้าน, ตั้งชั้นวางหนังสือ, วางของตกแต่ง, ตู้เก็บจานชาม หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ได้เหมือนกัน มาดูที่ห้องทานอาหารกันต่อ ด้านหลังห้องทานอาหารจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาเป็นช่องแสงให้อีกบาน สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จะต่อหัวท้ายเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในวันที่มีแขกก็ยังรองรับไหว จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับห้องครัวค่ะ ตรงนี้เราสามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนกั้นส่วนระหว่างพื้นที่ห้องเพื่อกันกลิ่นจากการปรุงอาหารได้ ภายในจะมีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร เมื่อจัดวางเคาน์เตอร์แล้วก็จะเหลือพื้นที่ยืนปรุงอาหารกว้างประมาณ 1.2 เมตร เพียงพอแล้วค่ะ ที่ฝั่งริมหน้าต่างจะเหมาะสำหรับเป็นตำแหน่งวางอ่างล้างจาน เพราะแสงแดดจะได้ช่วยฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นอับจากความชื้นได้ ส่วนอีกฝั่งจะเหมาะสำหรับวางตู้เย็น หรือเตาปรุงอาหารก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้ครัวไทยทำอาหารแบบจริงจัง แนะนำให้ต่อเติมเพิ่มที่ลานซักล้างเอานะ มาดูห้องน้ำชั้นล่างกันต่อค่ะ จะสามารถเข้าได้จากทางห้องครัว ประตูห้องน้ำจะเป็นบาน UPVC ติดเกล็ดระบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะไม่ต่างจากบ้านหลังที่แล้วค่ะ แต่ขนาดห้องน้ำชั้นล่างนี้จะมีขนาดที่เล็กกว่าหน่อย และไม่มีหน้าต่างระบายอากาศให้ พื้นที่ยืนอาบน้ำจะต้องใช้ร่วมกับโถสุขภัณฑ์ค่ะ จึงไม่สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำได้ เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ ประตูลานซักล้างเป็นบานประตูสำเร็จรูปสีขาว อุปกรณ์ลูกบิดสแตนเลส พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 อยู่ 10 ซม. ทำเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบพื้นลาดเอียงเล็กน้อย มีขนาดกว้างขวางดีค่ะ สามารถแบ่งต่อเติมเป็นครัวไทยได้ อีกครึ่งนึงทำเป็นห้องซักรีดและวางราวตากผ้าได้สบายๆ กลับเข้ามาภายในบ้าน เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี ผนังด้านข้างยังเหลือพื้นที่สามารถทำชั้น Built – in วางของใช้หรือวางของตกแต่งบ้านเพิ่มได้อีกนะ บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบรูปตัว U วนขวาขึ้นไป มุมมองกลับไปที่ชานพักบันได ที่พื้นชั้น 2 จะปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม.ทั้งหมดค่ะ ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางขวามือจะเป็นห้องนอนใหญ่ ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำชั้นบน ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูที่ห้องนอนใหญ่กันก่อนเลย ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส ที่พื้นติดธรณีประตูให้เรียบร้อย เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ จะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกันคือโซนพักผ่อนฝั่งซ้าย และโซนแต่งตัวฝั่งขวา ภายในห้องถือว่าสว่างดีเลยแม้จะไม่ได้เปิดไฟเพราะมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 บาน มาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และระยะการใช้งานกันต่อเลยค่ะ ในโซนพักผ่อน จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ถ้าจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็พอทำได้อยู่แต่จะต้องวางชิดผนังฝั่งขวาไปเลย ไปดูที่โซนแต่งตัวกันบ้าง ที่ผนังฝั่งขวาจะถูกเซ็ทเข้ามาเล็กน้อย ไฟที่ได้ภายในห้องนอนจะเป็นดวงโคมซาลาเปาเหมือนชั้นล่างค่ะ ในโซนแต่งตัว จะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L เลยก็ยังได้ ทางบ้านตกแต่งจัดให้มีโต๊ะทำงานอยู่กลางห้อง สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งร่วมด้วยได้เลย ถ้าวางโต๊ะกลางห้องก็ยังเหลือระยะปลายเตียงพอค่ะ เดินผ่านได้สบายๆ และจะเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัวด้านหลังประมาณ 1.1 เมตร ถือว่าเพียงพอแล้ว มาดูที่ห้องน้ำกันต่อ วัสดุประตูก็จะใช้เหมือนบานห้องน้ำชั้นล่างค่ะ ระดับพื้นห้องน้ำจะลดลงจากพื้นชั้น 2 อยู่ 2.5 ซม. ทั้งวัสดุ, สุขภัณฑ์ และการวาง Lay Out ก็จะใช้เหมือนกับบ้านหลังที่แล้วทุกประการ มาดูในส่วนของห้องนอนทางฝั่งซ้ายมือของโถงบันไดกันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ตามด้วยห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้าย มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 มีขนาดเล็กลงมาจากห้องนอนใหญ่ประมาณครึ่งนึงเลย แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน ภายในห้องจะได้หน้าต่างมา 1 บานค่ะ เหมาะสมกับขนาดห้อง ทำให้ได้แสงสว่างเข้ามาภายในห้องกำลังดี ในห้องนี้จะสามารถจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุต ที่ปลายเตียงยังพอเหลือพื้นที่อยู่กว้างประมาณ 0.55 เมตร ยังสามารถวางชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้ โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าขนาดกลางวางได้อย่างลงตัว ระยะก็ยังเหลือพอยืนแต่งตัวได้อยู่ค่ะ มาถึงห้องนอนสุดท้ายกันแล้วค่ะ ตามบ้านตกแต่งได้จัดให้เป็นห้องทำงานและห้องนั่งเล่นเพิ่มอีก 1 ห้อง ขนาดห้องจะเล็กกว่าห้องนอน 2 เล็กน้อยค่ะ แต่สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนกันเลย นอกจากนี้ ตู้ Load Center จะติดตั้งอยู่บริเวณโถงบันไดชั้น 2 ค่ะ ใช้ของ Chang ส่วนสวิตช์และปลั๊กไฟใช้ของ Bticino :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ธันวาคม 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (ธันวาคม 2560) :::: แบบบ้าน HOPE ทาวน์โฮมชั้นเดียว พื้นที่ใช้สอย 85 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 20.00 ตร.วา – ราคา 1,390,000 บาท – เงินจอง 5,000 บาท – เงินทำสัญญา 10,000 บาท – ค่าส่วนกลาง 500 บาท/เดือน แบบบ้าน HIVE ทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 105 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 18.00 ตร.วา – ราคา 1,631,000 บาท – เงินจอง 5,000 บาท – เงินทำสัญญา 10,000 บาท – ค่าส่วนกลาง 600 บาท/เดือน ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่บนถ.บางปลา สามารถเชื่อมต่อกับถ.เศรษฐกิจได้สะดวก และสามารถเข้าจากทางถ.ทางหลวง 2037 ได้อีกทาง บนถ.บางปลาจะเป็นย่านพักอาศัย มีที่ดินเปล่า และโรงงานบริษัทเอกชนอยู่บ้าง อยู่ไม่ไกลจากย่านนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จึงมีสาธารณูปโภคอย่างครบวงจร ภายในถ.บางปลาจะสามารถพบร้านอาหารร้านเล็กๆ, ตลาด และร้านสะดวกซื้อที่คอยรอบรับทั้งคนในชุมชนและหนุ่ม-สาวโรงงาน นับว่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ทีเดียวค่ะ ในระยะที่สามารถขับรถไปได้สะดวก ก็จะมี โลตัส เศรษฐกิจ, ตลาดมหาชัย ตรงเส้นเอกชัยก็จะมีห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์หลายแห่ง ทั้ง Lotus มหาชัย, HomePro มหาชัย, Makro และ Porto Chino เส้นพระราม 2 ก็มีทั้ง เซ็นทรัลมหาชัย, เซ็นทรัลพระราม 2, Lotus พระราม 2, Big C พระราม 2, The Bright และร้านอาหารทะเลดังๆมากมาย เรียกได้ว่าอยู่แถวนั้นแทบจะไม่ต้องเข้าเมืองเลยก็ได้ค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกค่ะ จากถ.บางปลาจะเชื่อมต่อกับถ.เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังถนนได้อีกหลายสาย ทั้งถ.พุทธสาคร เข้าถ.พุทธมณฑลสาย 4 กับ ถ.เพชรเกษมไปทางวงเวียนใหญ่ ผ่านถ.ราชพฤกษ์ และถ.รัชดาภิเษก โดยสามารถวิ่งข้ามสะพานกรุงธนบุรีเข้าสู่สาทรได้ไม่ยาก ถ.พระราม 2 ใช้วิ่งเข้าวิ่งเข้าเมือง ไปยังวงเวียนใหญ่, สาทร, พระราม 3 และคลองเตยได้สะดวก อีกทั้งถ.พระราม 2 ยังเชื่อมต่อกับวงแหวนกาญจนาฯ และทางด่วน ทำให้วิ่งออกไปต่างจังหวัดได้ไม่ยาก โดยจากถ.ทางหลวง 2037 ก็สามารถวิ่งเข้าถ.พระราม 2 ได้เช่นกัน โดยมี ถ.เอกชัย เป็นถนนลัดเลาะไปยังเส้นต่างๆเลี่ยงรถติดตรงเส้นพระราม 2 ได้ การเดินทางโดยรถสาธารณะ ทำเลที่ตั้งนี้จะเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักค่ะ เพราะหน้าโครงการจะไม่ค่อยมีรถสาธารณะผ่าน หลักๆเลยคนในพื้นที่จะเดินทางด้วยรถสองแถว ซึ่งจะเชื่อมไปยังจุดสำคัญๆต่างๆ ในละแวกนี้จะมีวิ่งอยู่ 6 สายด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นที่ตลาดมหาชัย นั่นก็คือ สายตลาดมหาชัย-บางปลา, สายตลาดมหาชัย-บางปิ้ง, สายตลาดมหาชัย-บ้านบางปิ้ง, สายตลาดมหาชัย-บ้านดอนไก่ดี, สายตลาดมหาชัย-กระทุ่มแบน และสายตลาดมหาชัย-แคราย สายที่ผ่านหน้าโครงการก็คือ สายตลาดมหาชัย-บางปลาค่ะ ซึ่งนานๆก็จะมีผ่านมาที แท็กซี่ก็มีวิ่งผ่านบ้างเป็นครั้งคราว อาจจะเรียกยากหน่อย ต้องเรียกจากแอพพลิเคชั่นหรือโทรเรียกค่ะ ในอนาคตตรงถ.เพชรเกษมก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายโดยสถานีปลายทางจะอยู่ตรงพุทธมณฑลสาย 2 หรือ สถานีหลักสอง และโครงการในอนาคตก็จะมีต่อขยายมาจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่เป็นโครงการในอนาคตอีกเช่นกัน จะมีต่อขยายมาถึงมหาชัยเลยด้วยค่ะ ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางเข้าเมืองของคนไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกยิ่งขึ้น การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูงชั้นเดียว และ 2 ชั้น จำนวน 477 ยูนิต บนพื้นที่ 41 ไร่ สไตล์ Modern มีแบบบ้าน 2 แบบ ขนาด 85-105 ตร.ม. 2-3 ห้องนอน 1-2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบ Open plan ทั่วๆไป ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ติดอยู่ที่ว่า เฉลียงทางเข้าบ้านไม่ได้ยกระดับมาให้ พื้นทำเสมอกับพื้นลานจอดรถ ตัวบ้านยกระดับขึ้นมาเพียง 10 ซม. เวลาฝนตกหนักอาจทำให้น้ำเข้าบ้านได้ ส่วนห้องน้ำของทาวน์โฮม 2 ชั้นจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ ต้องติดพัดลมดูดอากาศเพิ่มเติมเอา ทาวน์โฮมชั้นเดียวจะต้องต่อเติมครัวเอาเองทั้งหมด ส่วนทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น บริเวณห้องครัวภายในมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก สามารถทำเป็นแพนทรี่ได้ แต่ครัวไทยจะต้องไปต่อเติมเพิ่มในบริเวณของลานซักล้างค่ะ วัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐาน โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2-4 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก เป็นครอบครัวรุ่นใหม่อายุราวๆ 28-40 ปี ที่กำลังสร้างครอบครัว หรือมองหาบ้านเป็นของตัวเอง สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีสวนสาธารณะขนาดประมาณ 1 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องวงจรปิด, การเข้า-ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐานดีค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1778 WEBSITE : ***
ถ.บางปลา ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
2 ห้อง
1,390,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.634 รีวิว บ้านแฝด โกลเด้น นีโอ พระราม 2 Golden Neo Rama 2 เริ่ม 3.89 ล้านบาท สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการบ้านแฝดที่น่าสนใจมาฝากกันอีกโครงการนั่นก็คือ โครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 จาก Goldenland เป็นโครงการบ้านแฝด ที่มีการออกแบบมาให้เสมือนเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 3 – 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ บนซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ ถนนพระราม 2 ใกล้กับห้างใหญ่อย่าง เซ็นทรัลพระราม 2, บิ๊กซี และเทสโก้โลตัส ด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 3.89 ล้านบาท ก็คงพอจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อโครงการจากทาง Goldenland ได้เปิดตัวออกมาทีไร ผู้คนก็จะรีบแย่งกันจับจองจนสร้างยอดการขายอย่างถล่มทลาย สามารถปิดการขายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายใน 2 วันกันเลยทีเดียว ถ้างั้นเราอย่ารอช้ากันเลย เชิญเลื่อนลงไปตามอ่านรายละเอียดของโครงการที่ข้างล่างนี้กันเลยดีกว่าค่ะ :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร พิกัด : 13.589199, 100.366955 แผนที่จากทางโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ใกล้กับถนนพระราม 2 ในจังหวัดสมุทรสาครฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นย่านของที่อยู่อาศัยในแนวราบอย่างบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล, บ้านจัดสรร, ทาวน์โฮม, ตึกแถว และอาคารพาณิชย์ขนาดย่อม รวมอยู่กับที่ดินเปล่า, บ่อน้ำ, พื้นที่ทำการเกษตรกรรม, โกดังเก็บของ และโรงงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในละแวกนี้จะไม่มีอาคารสูงอย่างคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานอยู่เลย บริเวณย่านนี้ถึงจะไกลออกมาจากตัวเมืองหน่อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์เข้าถึงอย่างครบครัน บริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการก็จะมีห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 2, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซีพระราม 2 ทั้งสาขา 1 และสาขา 2 และ Life Style Mall อย่าง Porto Chino เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ ภายในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์เองก็เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย มีดึกแถวและอาคารพาณิชย์เรียงรายอยู่ตลอดซอย มีความสะดวกสบายเพราะมีร้านอาหารมากมายหลายร้าน มีโรงรับจำนำ, ร้านขายเฟอร์นิเจอร์, ร้านรับซ่อมแอร์ มอเตอร์ไซค์, ร้านขายยา, คลีนิคเสริมความงาม,ร้านนวดแผนไทย และอื่นๆอีกมากมาย อีกทั้งยังมี Family mart, บิ๊กซี มาร์เก็ต และตลาดป้าคีอยู่โดยห่างออกมาจากปากทางเข้าโครงการเพียง 50 เมตร, 600 เมตร และ 1 กม.ตามลำดับ ใครหิวขี้เกียจทำอาหารทานเองก็สามารถเดินเลยออกมาจากหน้าปากทางเข้าโครงการไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ สะพานกลับรถหน้าโครงการจะมีอยู่ 2 จุด คือ ออกจากซอยวัดพันท้ายนรสิงห์วิ่งบนทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ไปทางสมุทรสงคราม 2.1 กม. และ 6.8 กม.ไปทางสุขสวัสดิ์ การเดินทางจากตัวโครงการด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นก็ไม่ยากลำบาก เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้กับถนนพระราม 2 เป็นถนนเส้นใหญ่ที่มีความคึกคักที่วิ่งตรงไปตัดกับถนนกาญจนาภิเษก สามารถใช้วิ่งขึ้นไปทางเหนือไปทางปทุมธานี และวิ่งไปทางตะวันออกไปสมุทรปราการ หรือจะวิ่งตรงไปเข้าถนนสุขสวัสดิ์เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง สามารถวิ่งลงไปทางทิศใต้เข้าถนนบางขุนเทียน – ชายทะเลไปทานอาหารทะเลสดๆติดริมชายฝั่งของกรุงเทพฯที่บางขุนเทียน และสามารถวิ่งตรงไปทางทิศตะวันตกไปทางจังหวัดสมุทรสงครามไปเดินเล่นซื้อของกันที่ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวาได้ไม่ยาก ::: สรุปแยก และถนนใกล้เคียงที่สำคัญ ::: ::: จุดขับรถขึ้นทางด่วน ::: จากโครงการสามารถใช้ถนนพระราม 2 ออกถนนกาญจนาภิเษก เพื่อเดินทางสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ หรือนนทบุรีได้ โดยออกจากซอยวัดพันท้ายนรสิงห์แล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งบนทางคู่ขนานไปประมาณ 2.1 กม. เพื่อขึ้นสะพานกลับรถแล้ววิ่งตรงขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้เลย :::: สถานที่สำคัญใกล้เคียง :::: :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: ::: การเดินทางสู่โครงการด้วยรถส่วนตัว ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนกาญจนาภิเษก > ถนนพระราม 2 > ทางคู่ขนานถนนพระราม 2 > ซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ > โครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกช่วงเขตบางแค โดยเราจะมุ่งหน้าลงทางทิศใต้ไปทางดาวคะนอง ฝั่งซ้ายมือจะมีปั๊มน้ำมันปตท.เป็นจุดสังเกต เมื่อวิ่งไปถึงวงแหวนต่างระดับ ให้ออกซ้ายไปทางสมุทรสาคร จากนั้นให้ชิดขวาเอาไว้ไปทางสมุทรสาคร เมื่อชิดขวาวิ่งตามทางมาแล้วให้ขับชิดซ้ายเพื่อขึ้นวงแหวนเข้าสู่ถนนพระราม 2 ขับชิดซ้ายไปทางสมุทรสาครเพื่อขึ้นวงแหวน เมื่อลงจากวงแหวนเข้าสู่ถนนพระราม 2 แล้วให้รีบชิดขวาเพื่อเข้าถนนหลัก แต่เราก็สามารถเลือกใช้ทางคู่ขนานวิ่งไปสู่โครงการก็ได้เช่นกันค่ะ วิ่งตรงตามถนนพระราม 2 มาเรื่อยๆ จะมีบุญถาวรเป็นจุดสังเกต จากนั้นให้สังเกตป้ายศาลพันท้ายนรสิงห์เอาไว้เพื่อเตรียมออกทางคู่ขนาน วิ่งผ่านป้ายศาลพันท้ายนรสิงห์มาไม่ไกลจะมีทางให้ออกสู่ทางคู่ขนาน เมื่อออกมาสู่ทางคู่ขนานให้วิ่งไปอีก 1 กม.จะเจอซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ด้านซ้ายมือ สังเกตที่หน้าปากซอยจะมีวัดพันท้ายนรสิงห์ และสะพานลอยอยู่ข้างหน้า เมื่อเข้าสู่ซอยวัดพันท้ายนรสิงห์แล้วให้วิ่งตรงไปอีกประมาณ 900 เมตรก็จะเจอกับทางเข้าหลักของโครงการอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์แล้ว ทางซ้ายมือจะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ ทางขวามือก็จะเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้นครึ่ง ให้วิ่งตรงเข้าไปในซอยเรื่อยๆนะคะ ช่วงหน้าปากซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ส่วนมากจะเป็นอาคารพาณิชย์และตึกแถวทั้งสองข้างทางยาวเข้าไปประมาณ 600 เมตร ก็จะเริ่มเจอกับบ้านพักอาศัยในแนวราบ ตรงจากหน้าปากซอยเข้าไปอีกประมาณ 900 เมตรก็จะเจอกับทางเข้าหลักของโครงการอยู่ทางซ้ายมือ เรามาถึงหน้าทางเข้าหลักของโครงการกันแล้วค่ะ จากทางเข้าหลักเข้ามาแล้วจะเป็น Avenue ของโครงการในเครือโกลเด้นแลนด์ทั้งหมดค่ะ วิ่งตรงตามถนนไปเรื่อยๆ ทางขวามือจะเจอโครงการ Golden Town พระราม 2 ของโกลเด้นแลนด์ก่อน โครงการจะอยู่เลยซุ้มสีแดงนี้ไป เรามาถึงหน้าโครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 กันแล้วนะคะ ::: การเดินทางด้วยรถประจำทาง ::: ตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ในแนวของเส้นรถไฟฟ้า การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะหลักๆเลยก็จะเป็นรถประจำทางบนถนนพระราม 2 โดยจะมีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ และฝั่งตรงข้ามก็จะมีรถวิ่งผ่านอยู่หลายสายโดยสามารถเดินข้ามสะพานลอยข้ามไปได้ ภายในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์เองก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ใหญ่ๆอยู่ที่หน้าปากซอย และมีรถ 2 แถวท้องถิ่นวิ่งผ่านสาย ม.วิเศษสุข – วัดพันท้ายฯ – โลตัสพระราม 2 สามารถใช้บริการนั่งเข้าไปถึงหน้าโครงการ หรือจะนั่งจากหน้าโครงการออกมาที่หน้าปากซอยเพื่อต่อรถบนถนนพระราม 2 ก็ได้ค่ะ :::: บริเวณรอบโครงการ :::: โครงการตั้งอยู่ในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์เข้ามาจากปากซอยประมาณ 900 เมตร ภายในซอยในระยะ 600 เมตรแรกจะเป็นตึกแถวสูงสี่ชั้นครึ่งและอาคารพาณิชย์ ประกอบด้วยร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, คลีนิคเสริมความงาม, ร้านขายยา, ร้านซ่อมแอร์และมอเตอร์ไซค์, ร้านขายทอง และอื่นๆ ถัดเข้ามาอีกจะเริ่มเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบ บริบทโดยรอบโครงการก็จะเป็นหมู่บ้านจัดสรร, ที่ดินเปล่า และพื้นที่สำหรับการทำเกษตรกรรม เรามาเดินชมบรรยากาศรอบๆโครงการกันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มต้นจากทางเข้าหลักสู่ Avenue ของโครงการ มุมมองไปยังฝั่งตรงข้ามของโครงการจะเป็นร้านขายเครื่องสำอาง, ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านเสริมสวย, ร้านขายแบตเตอรี่ และร้านตัดผมชาย มุมมองไปทางซ้ายมือ เราจะเห็นป้ายร้าน Family Mart อยู่ไกลๆ ฝั่งขวามือจะเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า และร้านนวดแผนไทย ทำงานเหนื่อยล้าปวดเมื่อยร่างกายไม่ต้องขับไปไหนไกลเลยค่ะ เดินออกมาจากหน้าทางเข้าหลักโครงการไม่ถึง 50 เมตรเอง ข้างๆกันกับทางเข้าหลักของโครงการจะเป็นลานปูนจอดรถโล่งๆ เดินถัดไปเพียง 50 เมตรก็จะถึงหน้า Family Mart แล้วค่ะ ใกล้มากๆ ใครหิวยามดึกก็สามารถเดินมาฝากท้องกันได้ ถ้าใครอยากจะหาซื้อของสดก็สามารถเดินต่อไปจากหน้าทางเข้าหลักโครงการไป 600 เมตร ก็จะเจอบิ๊กซี มาร์เก็ตอีก 1 สาขา หรือถัดไปอีกก็จะเป็นตลาดป้าคี จากหน้าทางเข้าหลักโครงการมองไปทางขวามือ ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่เราขับรถผ่านเข้ามา ก็จะมีร้านข้าวมันไก่ – หมูตุ๋น, โกดังเก็บของ, ร้านเพ็ทช็อป, ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งต่อเติมบ้าน และร้านซ่อมแอร์ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 เป็นโครงการบ้านแฝดสูง 2 ชั้น สไตล์หรูหรามีกลิ่นอายของอิตาลี มีทั้งหมด 184 ยูนิตบนพื้นที่ 31 ไร่ จัดว่าไม่แออัด ออกแบบด้วยแนวคิด Extra Function & Extra Spec โดดเด่นด้วย Function การใช้งานเทียบเท่ากับบ้านเดี่ยว และใช้วัสดุมาตรฐานระดับชั้นนำ การวางผังของโครงการจะใช้ถนนหลักกว้าง 12 เมตรผ่าเข้ามากลางโครงการแล้วแจกด้วยถนนย่อยเป็นซอยเพื่อเข้าสู่ตัวบ้านแต่ละหลัง คลับเฮ้าส์และสวนสาธารณะของโครงการถูกวางไว้ส่วนหน้าของโครงการ ใช้ถนนหลักกว้าง 12 เมตรและถนนย่อย 8 เมตรวิ่งขนาบข้าง ซึ่งจากคลับเฮ้าส์และสวนสาธารณะไปถึงปากซอยสุดท้ายของโครงการจะมีระยะเพียง 400 เมตร นั่นหมายความว่าลูกบ้านจากซอยสุดท้ายสามารถเดินมาใช้งานได้อย่างสะดวก ในปัจจุบันคลับเฮ้าส์ยังถูกใช้เป็นสำนักงานขาย ส่วนห้องนิติบุคคลตอนนี้ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ซึ่งตำแหน่งห้องในอนาคตถูกวางเอาไว้บริเวณของลานน้ำพุด้านหน้าคลับเฮ้าส์ ::: แบบบ้านของโครงการ ::: แบบบ้านของโครงการจะมีด้วยกัน 2 แบบนั่นก็คือ จุดเด่นของบ้านภายในโครงการนี้ก็คือ เป็นบ้านแฝดที่มี Function และพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเทียบเท่ากับบ้านเดี่ยว, มีการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม, ฝ้าเพดานภายในบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ที่สูงโปร่งถึง 2.7 เมตร ทำให้โถงบันไดดูโปร่งโล่งมากขึ้นไปอีก และห้องนอน 2 ที่มีพื้นที่กว้างขวางเทียบเท่ากับห้องนอน Master Bedroom แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าห้องนอน 2 จะทำให้ห้องนอน Master Bedroom ดูด้อยลงไปนะคะ เพราะห้องนอน Master Bedroom ก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว้างขวางขึ้นไปอีก เดี๋ยวเราจะมาดูผังพื้นของแบบบ้านทั้ง 2 กันค่ะ :: Naple :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย รีวิวแบบบ้าน Naples (พื้นที่ใช้สอย 134 ตรม.) แบบบ้าน Naples ขนาดพื้นที่ใช้สอย 134 ตรม. สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ 2 ทางคือทางประตูทางเข้าจากลานจอดรถ และประตูทางเข้าตรงห้องนั่งเล่น เมื่อเข้าไปในบ้านแล้วจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปเป็นห้องรับประทานอาหาร ทางขวามือจะเป็นโถงบันได, ห้องน้ำ และห้องครัวที่มีลานซักล้างเชื่อมอยู่ข้างหลัง ชั้น 1 มีการวางแปลนบ้านแบบ Open plan เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดด้วยการจำกัดพื้นที่โดยผนัง เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้าน จะประกอบด้วย ห้องนอน Master bedroom พร้อมห้องน้ำในตัว, ห้องนอน 2 และห้องนอน 3 โดยห้องนอน 2 และ 3 นี้จะใช้ห้องน้ำ 2 ร่วมกัน โดยขึ้นมาแล้วจะเจอกับโถงบันไดก่อน โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าสู่ห้องต่างๆ ความพิเศษของแบบบ้านหลังนี้คือ มีห้องนอน 2 ที่กว้างขวางพอๆกับห้องนอน Master Bedroom ดังที่เคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ :: Catania :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย รีวิวแบบบ้าน Catania (พื้นที่ใช้สอย 139 ตรม.) แบบบ้าน Catania จะมีการวางแปลนเหมือนกับแบบบ้าน Naples ทุกประการ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ ชั้น 1 ของแบบบ้าน Catania จะมีห้องนอน 4 หรือห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา 1 ห้อง เป็นห้องเผื่อสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุมาอาศัยอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้ลำบาก ถ้าหากไม่มี ห้องนี้ก็ยังสามารถปรับแต่งเป็นฟังก์ชั่นต่างๆตามความต้องการของลูกบ้านได้อย่างตามใจชอบ :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ และป้อมยาม ::: เมื่อสักครู่เราได้ชมบรรยากาศภายนอก และรายละเอียดของโครงการกันไปแล้ว เดี๋ยวเราไปชมภายในโครงการ, พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงบ้านตัวอย่างกันนะคะ ซูมไปที่ป้ายโครงการ มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นถนนทางเชื่อมไปหลังโครงการ The Grand พระราม 2 มุมมองไปทางขวามือจะเป็นโครงการ Golden Town พระราม 2 อยู่ในเครือโกลเด้นแลนด์เปิดตัวตามมาติดๆกันกับโครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 2 เลยค่ะ ตรงข้ามกับซุ้มประตูทางเข้าโครงการจะเป็นโครงการ The Grand พระราม 2 ซุ้มของโครงการถูกออกแบบให้ดูโอ่อ่า หรูหรา สไตล์อิตาลี พื้นถนนเป็น Concrete Stamp ถนนทางเข้ากว้างประมาณ 4 เมตร ข้างๆกันกับทางรถจะเป็นทางเท้าสำหรับคนเดินเข้า – ออก ซุ้มทางเท้าสำหรับให้คนเดินเข้าสวยๆ มีประตูรั้วกั้นทางเข้าและมีการแบ่งช่องออกจากทางรถกันอย่างชัดเจนโดยใช้ลูกกรงเหล็กลวดลายอ่อนช้อย การเข้า – ออกตัวโครงการจะต้องผ่านซุ้มทางเข้า ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมยาม, รั้วไม้กระดก, กล้อง CCTV และ Access Key Card มุมมองทางด้านข้างของตัวป้อมยาม ทาสีครีม ขลิปกับคิ้วสีขาว เครื่องแสกน Key Card กล้อง CCTV 2 ตัว ตัวหนึ่งจับภาพคนขับ อีกตัวหนึ่งจับภาพทะเบียนรถ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเป็นถนนหลักกว้าง 12 เมตรผ่าเข้ามากลางโครงการ ซ้ายมือจะเป็นถนนกว้าง 8 เมตรแยกออกไป ที่ด้านหน้าของเราจะเป็นคลับเฮ้าส์ซึ่งปัจจุบันจะถูกใช้เป็นสำนักงานขายค่ะ ทางซ้ายมือจะเป็นบ้านตัวอย่างทั้ง 2 หลัง ทางขวามือจะเป็นซอยบ้านซึ่งตอนนี้ก็มีลูกบ้านเข้าอยู่แล้วละค่ะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มประตูทางเข้า เดี๋ยวเราจะเดินไปดูสำนักงานขายกันก่อนนะคะ ที่ด้านหน้าของคลับเฮ้าส์จะเป็นลานน้ำพุ ซึ่งในอนาคตบริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นห้องนิติบุคคล บรรยากาศบริเวณลานน้ำพุ ภายในห้องสำนักงานขาย ในอนาคตห้องนี้จะถูกจัดให้เป็นฟิตเนสค่ะ ภายในสวนก็จะปลูกต้นไม้นานาพันธ์ุทั้งไม้พุ่มและไม้ยืนต้น มีลานน้ำพุอยู่ตรงกลางโดยสามารถเข้าได้จากถนนทั้ง 2 ฟาก มองไปด้านขวาของเราตอนนี้จะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน รอบบ่อน้ำจะทำเป็นทางเดินโดยใช้เป็น Jogging Track รอบบ่อก็ได้ค่ะ บรรยากาศภายในสวนทำได้สวยงามร่มรื่นดีค่ะ ถนนฝั่งซ้ายจะเป็นถนนกว้าง 8 เมตรวิ่งเลียบไปกับสวน มุมมองย้อนกลับไปที่คลับเฮ้าส์ ภายในสวนสาธารณะจะมีสนามเด็กเล่นให้ด้วยนะคะ บริเวณสนามเด็กเล่นพื้นจะทำเป็นหลุมทรายโรยด้วยทรายเนื้อละเอียด เวลาเด็กวิ่งเล่นแล้วหกล้มทรายจะเป็น Buffer กันการกระแทก รอบๆหลุมทรายจะปูเป็นสนามหญ้า ภายในสนามเด็กเล่นจะมีเครื่องเล่นให้อยู่ 4 ชิ้นเป็นบ้านสไลเดอร์ 1 หลัง และรถสปริงรูปสัตว์ 3 คัน ออกมาจากสวนสาธารณะกันแล้ว เราจะเดินบนเส้นถนนหลักกว้าง 12 เมตรกันต่อ บ้านภายในโครงการจะมีทั้งหมด 3 สี คือสีชมพู, สีเขียว และสีน้ำตาล ซึ่งสีของบ้านจะคุมเป็นโทนเดียวกัน ทำให้ดูไม่เรียบจนน่าเบื่อ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วย จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการ และสวนสาธารณะกันแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดู Clubhouse ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: คลับเฮ้าส์ ::: เรามาต่อกันที่คลับเฮ้าส์ของโครงการกันนะคะ ตัวคลับเฮ้าส์ของโครงการก็คือตัวสำนักงานขายในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตจะทำเป็นฟิตเนสค่ะ ข้างๆกันกับสำนักงานขายหรือฟิตเนสในอนาคตนั้นจะเป็นสระว่ายน้ำของโครงการ เราเดินเข้าไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า สระว่ายจะสามารถจะสามารถเดินเข้าจากภายนอกได้เลย การเข้ามาใช้งานภายในสระว่ายน้ำจะต้องถอดรองเท้าโดยมีชั้นวางรองเท้าเอาไว้ให้ทางขวามือ พื้นบริเวณรอบๆสระว่ายน้ำจะปูด้วยไม้เทียมทั้งหมด ขวามือจะเป็นห้องฟิตเนสในอนาคต ที่ Pool deck จะมีเตียงนอนอาบแดดหวายเทียมให้อยู่ 2 ตัว ถ้าจะมานอนเล่นชมวิวจะขอแนะนำให้มาตอนเย็นๆหน่อยนะคะ อากาศจะได้เย็นสบายกำลังดี มุมมองจาก Pool deck ไปที่ซุ้มตกแต่ง มุมมองกลับไปที่ตัวคลับเฮ้าส์ ถัดจากสระว่ายน้ำไปจะเป็นโถงทางเข้าของห้องน้ำ ชาย – หญิง ประตูห้องน้ำหญิงจะอยู่ฝั่งซ้าย ประตูห้องน้ำชายจะอยู่ตรงหน้าเราเลย เราจะเข้าไปดูภายในห้องน้ำหญิงกันก่อนค่ะ มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำหญิง ฝั่งซ้ายจะเป็นอ่างล้างมือ 2 อ่าง และตู้ล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ สามารถใช้กุญแจที่เสียบอยู่ที่ตู้ได้เลย ฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ภายในจะมีห้องน้ำอยู่ 2 ห้องและห้องอาบน้ำอีก 1 ห้อง มาดูที่ห้องน้ำชายกันต่อ ภายในห้องน้ำชายจะไม่ต่างจากห้องน้ำหญิงเลยค่ะ มีตู้ล็อกเกอร์และอ่างล้างมือ 2 อ่าง ห้องน้ำ 2 ห้องและห้องอาบน้ำอีก 1 ห้อง อ่างล้างมือ เดินเข้าไปด้านในขวามือ จะมีห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ และมีเพิ่มเติมเป็นโถสุขภัณฑ์ชายอีก 3 โถ :::: บ้านตัวอย่าง :::: บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในวันนี้จะมีอยู่ 2 หลังดังที่กล่าวไปแล้วนั่นก็คือแบบบ้าน Naples ขนาดพื้นที่ใช้สอย 134 ตรม. และแบบบ้าน Catania ขนาดพื้นที่ใช้สอย 139 ตรม. ตามลำดับ ไปชมกันเลยดีกว่าค่ะ ::: แบบบ้าน Naples ::: :: รั้วบ้าน และที่จอดรถ บ้านมาตรฐาน :: มาเริ่มต้นจากแบบบ้านมาตรฐาน Naples ขนาด 134 ตรม.กันค่ะ ที่รั้วบ้านจะมีกล่อง Mail Box, กริ่งออด, โคมไฟ และช่องเก็บขยะให้ทุกบ้าน กล่อง Mail Box และกริ่งออด ช่องเก็บขยะ สามารถทิ้งขยะได้จากภายในตัวบ้านแล้วให้ส่วนกลางของโครงการมาเก็บไปจากช่องด้านหน้านี้ ประตูรั้วบ้านจะเป็นประตูลูกกรงเหล็กทาสีน้ำมัน เลื่อนเปิดไปด้านข้าง มีประตูบานเปิดบานเล็กๆไว้ให้สำหรับคนเดินเข้า ที่ด้านหลังประตูจะมีกลอนสับล็อคได้ทั้งบนและล่าง พื้นที่ลานจอดรถสามารถจอดรถได้ 2 คัน พื้นเป็นซีเมนต์ปาดหน้าเรียบ มีดวงโคมซาลาเปามาให้ 1 ดวง, ช่องเก็บของ และปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบมาให้ 1 จุด ทางขวามือจะเป็นทางแคบๆสามารถใช้เดินไปที่ลานซักล้างได้ บริเวณพื้นทางเข้าหน้าประตูจะก่อเป็นขั้นบันไดซีเมนต์ปาดเรียบเป็นสเต็ปทางเข้าให้ ดีเทลระหว่างขอบผนังและพื้นซีเมนต์จะทำเป็นร่องโรยด้วยหินกรวดแม่น้ำ ประตูทางเข้าจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับประตูแบบก้านโยกสแตนเลส ระบบล็อคแบบบิดล็อคและใช้กุญแจไข ที่กำแพงด้านบนจะติด Door stopper มาให้กันประตูกระแทกผนัง ช่องเก็บของเป็นพื้นที่ใต้บันไดภายในบ้าน ประตูเป็นบานสำเร็จติดเกล็ดระบายอากาศ พื้นภายในปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มือจับสแตนเลส แต่ตรงนี้จะต้องติดระบบล็อคเพิ่มเติมเองนะคะ ปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำ จากลานจอดรถมองไปทางซ้ายมือจะเป็นเฉลียงทางเข้าและสนามหญ้าหน้าบ้านปูมาให้ตามภาพ ทางโครงการจะลงต้นไม้ต้นใหญ่มาให้ด้วย เดี๋ยวเราจะเดินเข้าดูหลังบ้านกันนะคะ กำแพงกั้นระหว่างเขตบ้านสูง 1.20 เมตร เดินมาตรงนี้จะเจอเทอเรสข้างบ้าน เลี้ยวเข้าไปทางขวาจะเห็นลานซักล้างหลังบ้าน มุมมองย้อนกลับไปที่หน้าบ้าน :: บ้านตัวอย่าง :: ชมตัวอย่างบ้านมาตรฐานรอบนอกกันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูภายในบ้านตกแต่งกันต่อเลยค่ะ มาเริ่มที่เฉลียงทางเข้าบ้าน เฉลียงทางเข้าบ้านจะยกระดับขึ้นมาจากพื้น 25 ซม. กว้าง 90 ซม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ต้องระวังลื่นกันหน่อยเวลาฝนตกนะ บริเวณเฉลียงทางเข้าจะมีดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง ประตูทางเข้าบ้านทางห้องนั่งเล่นจะเป็นประตูบานเลื่อน UPVC สีขาวของ Amigo กระจกเขียวตัดแสง เพื่อลดปริมาณความร้อนและความเข้มของแสงแดดที่จะส่องเข้าสู่ภายในบ้าน ที่พื้นบ้านจะยกระดับขึ้นมาจากเฉลียงประมาณ 10 ซม. สังเกตที่รางประตูเลื่อน ที่รางจะมีรูระบายน้ำกันน้ำขังเวลาฝนตก ห้องนั่งเล่นมีขนาดกว้างขวาง สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง หรืออาจจะใหญ่กว่าแบบที่บ้านตัวอย่างจัดก็ยังไหว เพราะข้างกันกับโซฟายังมีที่เหลือพอให้จัดเป็นโต๊ะทำงานได้ จะวางเป็นโซฟาเบดก็ได้นะ โต๊ะทำงานข้างชุดโซฟา ในห้องนั่งเล่นจะมีหน้าต่างบานเลื่อน UPVC กระจกเขียวตัดแสงของ Amigo ให้ 2 บาน ตรงกลางเป็นบาน fix มือจับเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน บริเวณชั้นวางทีวี สามารถทำเป็นชั้นแบบ Built – in เพื่อเก็บ DVD หนังเรื่องโปรด หรืออาจจะทำเป็นตู้เก็บของเลียบไปกับผนังตกแต่ง เป็นการเพิ่มพื้นที่เก็บของที่ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น หรือจะตกแต่งด้วยกระจกตามแบบบ้านตัวอย่างก็จะช่วยทำให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นได้อีกค่ะ ระยะจากโซฟา ไปจนถึงขั้นวางทีวีเหลือ 2 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสำหรับการดูทีวีขนาดจอ 47 นิ้วได้เลยค่ะ ตรงนี้เรายังสามารถวางโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆได้อีก 1 ตัวด้วยนะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร ฝั่งขวาจะเป็นโถงทางเข้าห้องครัว, ห้องน้ำ 3 และบันได มาต่อกันที่ห้องรับประทานอาหารกันค่ะ ในห้องรับประทานอาหารจะมีหน้าต่างบานเลื่อนให้ 2 บาน ตรงกลางเป็นบาน fix ขนาดใหญ่ยาวลงมาเกือบถึงพื้น ด้วยพื้นที่ห้องที่กว้างขวาง จึงสามารถจัดวางโต๊ะขนาด 4 – 6 ที่นั่งได้เลย ผนังอีกฝั่งยังสามารถวางตู้เก็บจาน – ชามได้อีก จริงๆแล้วที่ผนังฝั่งติดห้องครัวจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน เวลาทำอาหารเสร็จเราสามารถส่งต่ออาหารให้คนในห้องรับประทานอาหารได้ทางช่องนี้เลย ไม่ต้องเดินออกมาส่งเอง ข้างๆห้องรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนออกไปยังเทอเรส ประตูบานเลื่อนจะเป็นแบบเดียวกันกับประตูทางเข้าบ้าน แต่สามารถเลื่อนเปิดได้ทั้ง 2 ด้าน พื้นเทอเรสกว้าง 1.50 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. พื้นลดระดับจากพื้นบ้านลงไป 10 ซม. จากบ้านตัวอย่างมองออกไปจะจัดเป็นสวนสวยงาม แต่จากที่เราเดินรอบบ้านมาตรฐานมาจะเห็นว่า ไม่ค่อยเหลือพื้นที่จัดสวนมากเท่าไรนัก มุมมองจากเทอเรสเข้ามาในตัวบ้าน มุมมองย้อนกลับจากห้องรับประทานอาหารไปที่ห้องนั่งเล่น ประตูซ้ายมือคือประตูทางเข้าจากลานจอดรถ เราจะไปดูในส่วนของห้องครัวและห้องน้ำ 3 กันต่อ ประตูฝั่งซ้ายจะเป็นประตูห้องครัว ส่วนฝั่งขวาจะเป็นประตูห้องน้ำ 3 มาที่ห้องครัวกันก่อน ประตูห้องครัวเป็นบานสำเร็จ มือจับแบบก้านโยกสแตนเลสเหมือนประตูทางเข้าจากลานจอดรถ พื้นห้องครัวจะลดระดับลงมาจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 5 ซม มุมมองเข้าไปในห้องครัว พื้นห้องจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวด้วยเช่นกัน ภายในห้องครัวเหมาะสำหรับการจัดเคาน์เตอร์เป็นแบบ L – shape ที่ฝั่งหนึ่งจะถูกจัดเป็นอ่างล้างจาน เวลาทำเคาน์เตอร์ให้เหลือพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นอย่างน้อย 60 ซม.นะคะ ฝั่งเตาปรุงอาหาร ภายในห้องครัวจะมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศอยู่ทั้ง 2 ฟาก แต่ถ้าติดฮูดดูดควันเพิ่มเติมอีกก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก หน้าต่างทั้ง 2 บานจะเป็นหน้าต่างบานเปิด มือจับแบบก้านโยก บิดลงเพื่อล็อค ระยะระหว่างเคาน์เตอร์ครัวเหลือ 1.20 เมตร เวลาทำอาหารอยู่ อีกคนก็สามารถเดินสวนข้างหลังออกประตูลานซักล้างได้อย่างสบายๆ แต่จากบ้านมาตรฐานห้องครัวจะมีพื้นที่ๆกว้างขวางกว่าบ้านตกแต่งซึ่งสามารถวางเคาน์เตอร์ได้ทั้ง 2 ฟาก จากห้องครัวจะเชื่อมกับลานซักล้างหลังบ้าน ประตูลานซักล้างก็จะเป็นแบบเดียวกับประตูห้องครัว พื้นลานซักล้างจะเป็นพื้นคอนกรีตปาดหน้าเรียบ กว้าง 1.2 ม. ลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัว 10 ซม. มุมมองจากโถงห้องครัวและห้องน้ำ 3 ออกมายังห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร จากนี้เราจะเดินขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ มุมมองขึ้นไปยังโถงบันได ที่ผนังโถงบันไดจะติดไฟกิ่งมาให้ 1 ดวง มุมมองจากชานพักบันไดขึ้นมาที่ชั้น 2 ประตูทางซ้ายมือจะเป็นประตูห้องนอน 2 ตรงกลางจะเป็นประตูห้องนอน Master Bedroom ส่วนขวามือจะเป็นประตูห้องน้ำ 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ ฝ้าเพดานที่ชั้น 2 สูง 2.7 เมตรเช่นกัน พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ทั้งหมด ยกเว้นพื้นห้องน้ำและพื้นระเบียงห้องนอน มุมมองลงไปที่ชานพักบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องนอน Master bedroom ฝั่งประตูด้านขวากันก่อนนะคะ ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยกทั้งหมด มุมมองไปทางระเบียงห้อง ระยะระหว่างชั้นวางทีวีถึงปลายที่นอนเหลือ 90 ซม. ยังสามารถเดินผ่านได้สะดวก ในโซนที่นอนจะสามารถวางที่นอนขนาด 5 ฟุตได้อย่างสบายๆแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างอีกทั้ง 2 ข้างมากพอสำหรับการเดินหรือการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน จะเพิ่มที่นอนให้เป็นขนาด 6 ฟุตก็ยังได้นะ มุมมองไปทางชั้นวางทีวี ตรงนี้เราจะวางเป็นชั้นวางทีวีตามแบบห้องตัวอย่าง หรือจะทำเป็นชั้น Built -in เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บของภายในห้องก็ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้ชั้นหนาออกมาจากผนังห้องมากจนเกินไป เดี๋ยวทางเดินปลายที่นอนจะแคบเกินไป หยิบจับของใช้ได้ไม่สะดวกเอา ระยะระหว่างประตูบานเลื่อนถึงขอบเตียงเหลือ 1.10 ซม. เหลือพอสามารถเปิดประตู เดินออกไปยังระเบียงได้สะดวก ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อน UPVC กระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ทั้ง 2 ด้าน พื้นระเบียงจะลดระดับจากพื้นห้องนอน 5 ซม.กว้าง 90 ซม.ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. ราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน ที่ชายคาระเบียงจะมีดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง มุมมองจากระเบียงออกไปยังซุ้มทางเข้าโครงการ ตรงข้ามจะเป็นโครงการ The Grand พระราม 2 มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง ในโซน Built – in closet จะสามารถจัดวางตู้ได้ทั้ง 2 ข้าง แล้วยังเหลือพื้นที่ระหว่างตู้ 1.9 เมตร ที่โซน Built – in closet นี้จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ 1 เราจะเดินเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อเลยค่ะ มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 พื้นที่ในห้องนอนนี้มีขนาดกว้างขวางเทียบเท่ากับห้องนอน Master bedroom ของโครงการอื่นๆได้เลยนะ ภายในห้องนอนจะมีหน้าต่างบานเปิดมาให้ 2 บาน ตามห้องตัวอย่างถูกจัดเอาไว้ให้เป็นห้องนอนของเด็กวัยกำลังซน 2 คน บริเวณมุมทางเข้าห้องจะสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของเล่นขนาดใหญ่ได้ 1 ตู้ ที่นอนขนาด 3 ฟุตครึ่งแบบ 2 ชั้น วางชิดริมผนังห้อง ทำให้พื้นที่ห้องที่เหลือเหลือค่อนข้างกว้างขวาง จากปลายที่นอนถึงผนังห้องเหลือ 60 ซม. มุมมองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง เป็นอีกไอเดียที่ดีอีกไอเดียหนึ่งในการตกแต่งให้เด็กวัยกำลังเรียนรู้ด้วยผนังกระจกที่สามารถใช้หมึกเขียนแล้วลบทิ้งได้ ช่วยสร้างจินตนาการให้แก่เด็ก ตกแต่งมาได้น่ารักมากค่ะ ใช้เป็น Case study ได้ มุมมองจากห้องนอน 2 ออกมาที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องน้ำ 2 กันต่อ ซึ่งจะเป็นห้องน้ำใช้รวมของห้องนอน 2 และ 3 วัสดุและสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ 2 ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำ 1 และห้องน้ำ 3 แต่การจัดวางห้องน้ำจะไล่จากส่วนแห้งเข้าไปยังส่วนเปียกแบบปกติ พื้นที่โถสุขภัณฑ์จะมีระยะแคบไปหน่อย จะสามารถเห็นได้ชัดหากติด Shower box ที่โซน Shower พื้นที่โซน Shower กว้างประมาณ 90 ซม. ได้ระยะมาตรฐาน เหนือโซน Shower จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งเป็นช่องแสงให้ 1 บาน มาที่ห้องนอน 3 เป็นห้องนอนห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะ แต่ตามบ้านตัวอย่างจะจัดไว้เป็นห้องอเนกประสงค์ ภายในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน โซฟาที่ถูกจัดวางอยู่นี้มีขนาดเท่ากับที่นอน 3 ฟุตครึ่ง ระยะจากชั้นวางของถึงโซฟาเหลือ 1.2 เมตร ถ้าจะจัดห้องให้เป็นห้องนอนก็จะต้องวางที่นอนชิดกำแพงแบบห้องตัวอย่างเนี่ยแหละค่ะ มุมมองจากโฟซาไปที่ประตูห้อง อีกฝั่งเราจะสามารถวางเป็นตู้เสื้อผ้าก็ได้นะคะ แต่ขนาดอาจจะไม่ใหญ่มากเพราะจะติดประตูแล้ว ตู้ Load center จะใช้ของ Schindler electric สวิตช์และปลั๊กไฟภายในบ้านจะใช้ของ Schindler electric เช่นกัน ::: แบบบ้าน Catania ::: :: รั้วบ้าน และที่จอดรถ บ้านมาตรฐาน :: จบกันไปแล้วกับแบบบ้าน Naples ขนาด 134 ตรม. มาต่อกันด้วยแบบบ้านมาตรฐาน Catania ขนาด 139 ตรม.กันค่ะ ที่รั้วบ้านจะมีกล่อง Mail Box, กริ่งออด, โคมไฟ และช่องเก็บขยะให้ทุกบ้าน ประตูรั้วบ้านจะเป็นประตูลูกกรงเหล็กทาสีน้ำมันแบบเลื่อนเปิดไปด้านข้าง และมีประตูบานเปิดบานเล็กๆไว้ให้สำหรับคนเดินเข้าแบบเดียวกับแบบบ้าน Naples ซูมที่หน้ารั้วบ้าน พื้นที่ลานจอดรถสามารถจอดรถได้ 2 คัน พื้นเป็นซีเมนต์ปาดหน้าเรียบ มีดวงโคมซาลาเปามาให้ 1 ดวง, ช่องเก็บของ และปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบมาให้ 1 จุด ประตูทางเข้าจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับประตูแบบก้านโยกสแตนเลส ระบบล็อคแบบบิดล็อคและใช้กุญแจไข ช่องทางซ้ายจะสามารถใช้เดินไปที่ลานซักล้างได้ จากเฉลียงทางเข้าบ้านมองไปที่สนามฝั่งขวามือ แบบบ้าน Catania จะได้สวนที่ค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว ถังขยะของบ้านนี้จะอยู่ที่ที่รั้วบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะอยู่ติดกับลานซักล้าง สามารถเดินจากห้องครัวมาทิ้งขยะได้สะดวก เลี้ยวซ้ายไปก็จะเห็นลานซักล้างหลังบ้านอยู่ไกลๆ มุมมองย้อนกลับไปที่หน้าบ้าน :: บ้านตัวอย่าง :: ชมตัวอย่างบ้านมาตรฐานรอบนอกกันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูภายในบ้านตกแต่งกันต่อเลยค่ะ เฉลียงทางเข้าบ้านจะยกระดับขึ้นมาจากพื้น 25 ซม. กว้าง 90 ซม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. บริเวณเฉลียงทางเข้าจะมีดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง ประตูทางเข้าบ้านทางห้องนั่งเล่นจะเป็นประตูบานเลื่อน UPVC สีขาวของ Amigo กระจกเขียวตัดแสง เหมือนแบบบ้าน Naples ห้องนั่งเล่นมีขนาดกว้างขวาง สามารถวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง หรือจะวางโซฟาเบดก็ยังไหว บริเวณชั้นวางทีวีตกแต่งมาเป็นแบบเดียวกันกับแบบบ้าน Naples เด๊ะเลย ระยะจากโซฟา ไปจนถึงขั้นวางทีวีเหลือ 2 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสำหรับการดูทีวีขนาดจอ 47 นิ้ว มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร ฝั่งซ้ายจะเป็นโถงทางเข้าห้องครัว, ห้องน้ำ 3 และบันได มาต่อกันที่ห้องรับประทานอาหารกันค่ะ บ้านตัวอย่างจะจัดโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งมาให้ แต่จริงๆแล้วถ้าเรามีสมาชิกในบ้านหลายคน หรือชอบเชิญเพื่อนๆมาทานข้าวที่บ้าน เราสามารถวางโต๊ะขนาด 6 ที่นั่ง แล้วเสริมหัว – ท้ายโต๊ะให้กลายเป็น 8 ที่นั่งก็ยังได้ มุมมองจากโต๊ะอาหารย้อนกลับไปที่ห้องนั่งเล่น จากโต๊ะอาหารมองไปทางขวามือจะเป็นประตูห้องนอน 4 เราจะเข้าไปดูภายในห้องนอนกันค่ะ ประตูห้องนอนทุกห้องของบ้านจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับแบบก้านโยกสแตนเลส แบบเดียวกันกับแบบบ้าน Naples มุมมองเข้าไปในห้องนอน 4 เป็นห้องนอนสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่อาจจะเดินขึ้นชั้น 2 กันไม่ไหวแล้ว นอกจากจะใช้ทำเป็นห้องนอนแล้ว เราสามารถดัดแปลงเป็นห้องอเนกประสงค์อย่าง ห้องโฮมเธียเตอร์, ห้องเลี้ยงเด็ก, ห้องทำงาน – อ่านหนังสือ และอื่นๆเพื่อรองรับพฤติกรรมและกิจวัตรของคนภายในบ้าน ภายในห้องนี้จะมีหน้าต่างมาให้ทั้ง 3 ด้านเลย ในห้องนี้สามารถวางที่นอนขนาด 3 ฟุตครึ่งได้ แต่ช่องตรงปลายที่นอนจะเหลือไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ค่ะ ระยะระหว่างตู้เสื้อผ้าถึงโต๊ะอ่านหนังสือมีระยะเหลือ 80 ซม. สามารถเปิดตู้ ยืนแต่งตัวได้สบายๆ เหนือโต๊ะอ่านหนังสือถ้าทำชั้น Built – in เก็บของด้วยก็จะช่วยแมเนจให้ห้องดูเป็นระเบียบขึ้น มุมมองไปที่ประตูทางเข้าห้อง มุมมองจากห้องนอน 4 ออกมาที่ห้องโถงข้างนอก ประตูทางซ้ายมือสุดคือประตูทางเข้าจากลานจอดรถ ถัดมาจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 และโถงทางเข้าห้องน้ำ 3 ประตูซ้ายกับห้องครัวประตูขวา เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องครัวกันก่อน ประตูห้องครัวเป็นบานสำเร็จ มือจับแบบก้านโยกสแตนเลสเหมือนแบบบ้าน Naples มุมมองเข้าไปในห้องครัว พื้นห้องจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวด้วยเช่นกัน ภายในห้องครัวเหมาะสำหรับการจัดเคาน์เตอร์เป็นแบบ L – shape พื้นห้องครัวจะลดระดับลงมาจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 5 ซม. ภายในห้องครัวจะได้หน้าต่างบานเปิดมา 2 บาน อย่าลืมเหลือพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นอย่างน้อย 60 ซม.นะคะ จากบ้านตัวอย่างระยะระหว่างเคาน์เตอร์ครัวเหลือ 1.20 เมตร ซึ่งจริงๆแล้วบ้านมาตรฐานจะมีพื้นที่กว้างขวางกว่า สามารถวางเคาน์เตอร์ได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยนะคะ จากห้องครัวจะเชื่อมกับลานซักล้างหลังบ้าน ประตูลานซักล้างก็จะเป็นแบบเดียวกับประตูห้องครัว นลานซักล้างจะเป็นพื้นคอนกรีตปาดหน้าเรียบ กว้าง 1.2 ม. ลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัว 10 ซม. มุมมองไปทางซ้ายมือ จะมีแท้งค์เก็บสำรองน้ำและปั๊มน้ำติดมาให้กับบ้านเลย เลี้ยวผ่านแท้งค์น้ำไปจะเป็นทางเชื่อมสู่ลานจอดรถ มุมมองไปางขวาจะเป็นรั้วฝั่งถังขยะ บริเวณลานซักล้างจะมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำบริเวณปั๊มน้ำ และดวงโคมฟลูออเรสเซนต์บริเวณเหนือประตูมาให้ มาดูที่ห้องน้ำ 3 กันต่อ ประตูห้องน้ำทั้งหมดก็จะเป็นแบบเดียวกับแบบบ้าน Naples ภายในห้องน้ำทั้งการจัดวางและชนิดของสุขภัณฑ์ก็จะเหมือนกับแบบบ้าน Naples ทุกประการ แต่วัสดุอาจจะมีแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย ที่ฝั่งขวาจะเป็นส่วนเปียก ประตูทางเข้าอยู่ตรงกลางห้อง ฝั่งซ้ายมือจะเป็นส่วนแห้งเหมือนแบบบ้าน Naples ในรายละเอียดจะขอข้ามไปเลยนะคะ มุมมองจากโถงห้องครัวและห้องน้ำออกมายังห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร จากนี้เราจะเดินขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดบ้าน Catania ก็จะถอดแบบมาจากแบบบ้าน Naples เหมือนกันทุกประการ มุมมองขึ้นไปยังโถงบันได โถงบันไดสูงโปร่งมาก มุมมองจากชานพักบันไดขึ้นมาที่ชั้น 2 การวางผังของชั้น 2 ก็จะเหมือนกับแบบบ้าน Naples ทุกประการ ประตูทางขวามือจะเป็นประตูห้องนอน 2 ตรงกลางจะเป็นประตูห้องนอน Master Bedroom ส่วนซ้ายมือจะเป็นประตูห้องน้ำ 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ทั้งหมด ยกเว้นพื้นห้องน้ำ และพื้นระเบียงห้องนอน มุมมองลงไปที่ชานพักบันได มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องนอน Master bedroom กันก่อนนะคะ มุมมองเข้าไปในห้องนอน Master bedroom จะถูกจัดเป็น 2 โซนด้วยกัน คือโซนที่นอน และโซน Walk – in closet ทางซ้ายนี้จะเป็นโซนที่นอน ภายในห้องมีหน้าต่างบานเลื่อนให้ 1 บาน เหมือนแบบบ้าน Naples ระยะระหว่างชั้นวางทีวีถึงปลายที่นอนเหลือ 1 เมตร ยังสามารถเดินผ่านได้อย่างสะดวก ในโซนที่นอนจะสามารถวางที่นอนขนาด 5 ฟุตได้อย่างสบายๆ หรือจริงๆจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังมีพื้นที่ข้างที่นอนเหลือเยอะพอ มุมมองไปทางชั้นวางทีวี ตรงนี้เราจะวางเป็นชั้นวางทีวีตามแบบห้องตัวอย่าง หรือจะทำเป็นชั้น Built -in เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บของและวางของตกแต่งภายในห้องก็ได้ ระยะระหว่างประตูบานเลื่อนถึงขอบเตียงเหลือ 1.10 ซม.เหลือพอสามารถเปิดประตู เดินออกไปยังระเบียงได้สะดวก มุมมองไปทางระเบียงห้อง ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนเหมือนแบบบ้าน Naples พื้นระเบียงจะลดระดับจากพื้นห้องนอน 5 ซม.กว้าง 90 ซม.ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. ราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน ที่ชายคาระเบียงจะมีดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวงเหมือนแบบบ้าน Naples มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง ในโซน Built – in closet จะสามารถจัดวางตู้ได้ทั้ง 2 ข้าง แล้วยังเหลือพื้นที่ระหว่างตู้ 1.9 เมตร ที่โซน Built – in closet นี้จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ 1 เราจะเดินเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อเลยค่ะ ภายในห้องน้ำ 1 ทั้งวัสดุ, สุขภัณฑ์ และการจัดวางรูปแบบห้องน้ำก็จะเป็นแบบเดียวกันกับแบบบ้าน Naples ทุกประการ โดยประตูทางเข้าห้องน้ำจะเข้าจากตรงกลางห้อง ฝั่งซ้ายมือจะเป็นโซน Shower ฝั่งขวามือจะเป็นโซนแห้ง จะขอข้ามไปเลยนะคะ เราจะเข้าไปดูที่ห้องนอน 2 กันต่อเลยค่ะ มุมมองเข้าไปในห้องนอน 2 พื้นที่ในห้องนอนนี้มีขนาดกว้างขวางเทียบเท่ากับห้องนอน Master bedroom ของโครงการอื่นๆได้เลย ภายในห้องนอนจะมีหน้าต่างบานเปิดมาให้ 2 บาน ตามห้องตัวอย่างถูกจัดเอาไว้ให้เป็นห้องนอนของเด็กผู้หญิง ภายในห้องจะสามารถวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งได้ วางชิดริมผนังห้อง ทำให้พื้นที่ห้องที่เหลือเหลือค่อนข้างกว้างขวาง จากปลายที่นอนถึงผนังห้องเหลือ 40 ซม. ที่ฝั่งหนึ่งของผนังจะสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งได้ 1 ชุด หรือจะจัดเป็นโต๊ะอ่านหนังสือแทนก็ได้นะ อีกฝั่งหนึ่งของผนัง หากต้องการติดตั้งทีวี แนะนำให้ใช้เป็นทีวีแบบแขวนผนังจะดีกว่า ถ้าจะทำชั้น Built – in ก็ให้ทำเป็นแบบชั้นลอย มุมมองจากห้องนอน 2 ออกมายังโถงบันได ซ้ายมือจะเป็นประตูห้องนอน 3 ถัดมาจะเป็นประตูห้องน้ำ 2 และประตูห้องนอน Master bedroom ตามลำดับ ต่อไปเราจะไปดูห้องน้ำ 2 ซึ่งจะเป็นห้องน้ำใช้รวมของห้องนอน 2 และ 3 วัสดุ, สุขภัณฑ์ และการจัดวางของห้องน้ำ 2 ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับแบบบ้าน Naples จะขอข้ามไปเลยนะคะ มาที่ห้องนอน 3 เป็นห้องนอนห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะ ตามบ้านตัวอย่างจะจัดไว้เป็นห้องนอนของเด็กผู้ชาย ภายในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน ระยะจากปลายที่นอนถึงชั้นวางของเหลือ 50 ซม. ระยะระหว่างตู้เสื้อผ้าถึงที่นอนเหลือ 1.05 เมตร ที่ปลายที่นอนถ้าอยากจะติดตั้งทีวีแนะนำให้ใช้เป็นทีวีแบบแขวนผนังจะดีกว่านะคะ ตู้ Load center จะใช้ของ Schindler electric สวิตช์และปลั๊กไฟภายในบ้านจะใช้ของ Schindler electric เช่นกัน :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ตุลาคม 2559) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (พฤศจิกายน 2559) :::: ::: ราคาบ้าน ::: :: แบบบ้าน Naples :: – พื้นที่ใช้สอย 134 ตรม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ – แปลงมาตรฐานขนาด 36.50 ตร.วา – ราคา 3,690,000 บาท :: แบบบ้าน Catania :: – พื้นที่ใช้สอย 139 ตรม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ – แปลงมาตรฐานขนาด 43.50 ตร.วา – ราคา 4,290,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ::: สรุป ::: ทำเลที่ตั้งโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ใกล้เข้ามาจากถนนพระราม 2 900 เมตร เป็นย่านของที่อยู่อาศัยในแนวราบ ไกลออกมาจากตัวเมืองแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์เข้าถึงอย่างครบครัน ใกล้กับห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆหลายแห่งอย่างเซ็นทรัลพระราม 2, บิ๊กซี และเทสโก้โลตัส ภายในซอยวัดพันท้ายนรสิงห์จะเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยมีร้านอาหารรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย อีกทั้งยังมี Family mart, บิ๊กซี มาร์เก็ต และตลาดป้าคีอยู่โดยห่างออกมาจากปากทางเข้าโครงการเพียง 50 เมตร, 600 เมตร และ 1 กม.ตามลำดับ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางในละแวกโครงการจะใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ตัวโครงการอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ที่สามารถเดินทางเข้า – ออกตัวเมืองกรุงเทพฯได้สะดวก รวมถึงโซนปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสงคราม ดังนั้นการขับรถบนถนนเส้นพระราม 2 จะต้องขับด้วยความระมัดระวังหน่อย ด้วยความที่เป็นถนนที่ใช้วิ่งไปสู่จังหวัดหลายจังหวัด จึงทำให้ถนนเส้นนี้มีรถค่อนข้างหนาแน่นรวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ด้วย การเดินทางโดยรถสาธารณะ แม้ว่าบริเวณรอบตัวโครงการจะไม่อยู่ในแนวการผ่านของรถไฟฟ้า แต่ที่หน้าซอยวัดพันท้ายนรสิงห์และฝั่งตรงข้ามเองก็จะมีป้ายรถเมล์อยู่ รถเมล์และรถตู้ร่วมบริการก็มีวิ่งผ่านกันอยู่หลายสาย โดยจากตัวโครงการสามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์หรือรถ 2 แถวท้องถิ่นออกมาที่หน้าปากซอยได้ ซึ่งแต่ก่อนนี้เองก็เคยมีการปั้นโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงหัวลำโพง – มหาชัยขึ้นมา แต่ได้ถูกพับเก็บไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่าภายในอนาคตโครงการนี้จะถูกนำกลับมาสร้างให้ชาวสมุทรสาครได้ใช้งานกันบ้างนะคะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ ตัวโครงการเป็นโครงการบ้านแฝดสูง 2 ชั้น สไตล์อิตาลี มีทั้งหมด 184 ยูนิตบนพื้นที่ 31 ไร่ ถือว่าวางผังมาได้ไม่แออัด โครงการถูกออกแบบด้วยแนวคิด Extra Function & Extra Spec มีความโดดเด่นที่ Function และพื้นที่การใช้สอยที่เทียบเท่ากับบ้านเดี่ยว โครงการออกแบบให้บ้านมีฝ้าเพดานที่สูงโปร่งทั้งชั้นบนและชั้นล่าง หน้าต่างขนาดใหญ่รอบบ้านทำให้บ้านดูโปร่งโล่งและแสงสว่างจากภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้ทั่วถึง นอกจากนี้ที่ห้องนอน 2 ของบ้านจะมีขนาดที่ใหญ่เทียบเท่าได้กับห้องนอน Master bedroom ของโครงการอื่นๆเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ห้องนอน Master bedroom ของบ้านดูเด่นน้อยลงไปเพราะขนาดห้องก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก ความโดดเด่นของโครงการอีกข้อก็คือวัสดุที่ทางโครงการได้เลือกใช้ ภายในห้องน้ำมีการคัดสรรกระเบื้องหลายชนิดมาใช้ตกแต่งผนังห้องดูสวยงามหรูหรา ซึ่งอีกหลายๆโครงการจะไม่ค่อยได้ตกแต่งอะไรมาให้สักเท่าไหร่ และภายในโซน Shower มีการก่อธรณีขึ้นมาเพื่อแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจนทุกห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการเองก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครันทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และสวนสาธารณะ โดยบรรยากาศถือว่าทำออกมาได้สวยงามดี ส่วนกลางของโครงการเมื่อเทียบกับปริมาณยูนิตแล้วก็คือว่าค่อนข้างพอเพียงค่ะ ต้องรอดูว่าภายในห้องฟิตเนสทางโครงการจะจัดเครื่องออกกำลังกายอะไรมาให้บ้าง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องวงจรปิด, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Access Key Card :::: คะแนน :::: ::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ::: CALL CENTER : 02 – 620 – 6200 สำนักงานขาย : 087 – 986 – 4422 WEBSITE : ***โกลเด้น-นีโอ-พระราม-2
ซอยวัดพันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
3 ห้อง
3,890,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
We at Flatfy use cookies to improve quality of your overall browsing experience. By using our services you agree to our use of cookies.Learn more