ขายบ้านในโครงการ ศิวาลัยวิลเลจ4 บ้านเดี่ยว 64 ตรว (หัวมุม) บ้าน 2 ชั้น 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก จอดรถได้สองคัน พร้อมแอร์ 4 ตัว และกล้องววงจรปิด 4 จุดรอบบ้าน ราคาซื้อ ต่อเติมและบิ้วอินรวม 4.5M ขายแค่ 3.9M บ้านไม่ติดแบงค์ กู้ได้เต็ม สนใจเข้าดูบ้านได้ทุกวัน ติดต่อสอบถาม 088-2616238 อันอัน
ชื่อโครงการ/หมู่บ้าน ศิวาลัย วิลเลจ4 ที่อยู่ 1 ถนน 1 ซอย 1 อำเภอ สันกำแพง จังหวัด เชียงใหม่
3 ห้อง
3,900,000 ฿
11/7/2018
เพิ่มเติมhome.co.th
สมัครสมาชิกเพื่อรับอีเมลอัปเดตการค้นหาของคุณ:
บ้านสันกำแพง, ซอย 4, ขาย บ้าน, ห้อง: 3
ให้เช่าบ้าน/ขายบ้าน ทำเลใกล้เมือง จ.เชียงใหม่ บ้านเดี่ยวสองชั้น รายละเอียด ให้เช่าบ้าน/ขายบ้าน ทำเลใกล้เมือง จ.เชียงใหม่ บ้านเดี่ยวสองชั้น ที่ตั้ง: ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ. เชียงใหม่ค่ะ ทำเลสะดวกห่างจากตัวเมืองเพียง 6 km. ทำเลที่ตั้ง ซอยฝั่งตรงข้ามทางเข้าร้านอาหารเรือนเเพ 1 (เลยหมู่บ้าน สิวลี สันกำเเพงมา 300 m.) -ห่างห้างพรอมเมนาด้า 8 km. -ห่างจากเซนทรัลเฟส 5 km. -ห่างจากกาดหลวง 4 km. รายละเอียดบ้าน -บ้านเดี่ยวสองชั้นที่ดินขนาด 60 ตรว./พื้นที่ใช้สอย 175 ตรม. -3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (ครัวไทยทำอาหารด้านนอก) -จอดรถได้ 3 คัน (1 คันจอดพื้นที่นอกรั้วหน้าบ้าน) -Smart TV,โต๊ะกินข้าว,เเอร์,ปั้มน้ำ,โซฟาปรับนอน 3 ที่นั่ง,เครื่องทำน้ำอุ่น,ไมโครเวฟ พร้อม เช่าเดือนละ 15,900 บาท ขาย 3.2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอนทั้งหมดคนละครึ่งค่ะ ทำสัญญา 1 ปี (จ่ายเงินประกัน 2 เดือน+ค่าเช่า 1 เดือน เข้าอยู่ได้เลย) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดดูบ้านได้เลยจ้า คุณก้อย โทร 0908931529 lineid: 0908931529
ให้เช่าบ้าน/ขายบ้าน ทำเลใกล้เมือง เชียงใหม่,เชียงใหม่,สันกำแพง
3 ห้อง
60 ตร.ม.
3,200,000 ฿
21/5/2018
เพิ่มเติมbantoday.com
EP.1065 รีวิว บ้านเดี่ยว เทรนดี้ ธารา บางใหญ่ TRENDY TARA BANGYAI สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ทุกคน วันนี้เราจะพามาชมโครงการบ้านเดี่ยว TRENDY TARA บางใหญ่ จา ธารารมณ์เอสเตท โครงการตั้งอยู่บน ซอยวัดลาดปลาดุก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี อยู่ใกล้ เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต และ รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เดินทางสะดวกใกล้ ถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อ ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้อย่างง่ายดาย เทรนดี้ ธารา บางใหญ่ มีเนื้อที่โครงการ 50 ไร่ จำนวน 220 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น สไตล์ Tropical Modern ฟังก์ชั่นขนาด 3 ห้องนอน, 2 – 3 ห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่นบนชั้น 2 และที่จอดรถ 2 คัน บ้านมีสไตล์ดูทันสมัย ออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้โปร่งโล่ง ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ ประตู – หน้าต่างสูงและกว้างได้วิวแบบ Panoramic บนเนื้อที่บ้านขนาดใหญ่เริ่มต้นที่ 50 ตร.วา ซึ่งปัจจุบันทางโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการประกอบด้วย คลับเฮ้าส์สุดหรู, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนสวยตามฤดูกาล พร้อมต้นไม้รายล้อมรอบทั้งโครงการ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท เชิญติดตามอ่านรายละเอียดของโครงการที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนวัดลาดปลาดุก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 พิกัด : 13.909683, 100.360883 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ TRENDY TARA บางใหญ่ ตั้งอยู่บนซอยวัดลาดปลาดุก (หรือถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002) เป็นอีกทำเลนึงที่น่าสนใจในโซนนนทบุรี ซึ่งจริงๆ แล้วตัวโครงการจะอยู่ในเขตบางบัวทองนะ แต่จะอยู่เหลื่อมๆ กับเขตบางใหญ่หน่อย ย่านนี้จะเป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ บริบทโดยรอบจะเป็นบ้านพักอาศัยและหมู่บ้านจัดสรร ถ้าคนที่ชอบความเงียบสงบก็คงจะหลงรักย่านนี้เลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน ขับเข้าไปภายในซอยจะรู้สึกว่าสบายตาเพราะยังมีระยะให้มองไปได้ไกล มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ฟังดูแล้วอาจเหมือนว่าบริเวณนี้ยังไม่ค่อยเจริญหรือเปล่า ขอค้านเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล แต่ถ้าให้เทียบกับใจกลางกรุงเทพฯย่าน CBD ( Central Business District) ก็คงจะเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วนะคะ ฮ่าๆๆ การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบายเลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ติดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึง ถนนกาญจนาภิเษก แล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว วิ่งยาวเป็นวงแหวนรอบตัวเมืองกรุงเทพฯ สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆ และอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ถ้าจะวิ่งขึ้นไปทางปทุมธานีให้วิ่งจากซอยวัดลาดปลาดุก ออกมาเข้าทางคู่ขนาน ตรงไปอีกหน่อยก็จะมีทางเข้าทางหลักค่ะ แต่ถ้าจะไปขึ้นทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยวรรณลดา แล้วเลี้ยวเข้าซอยคลองบางไผ่เผื่อออกทางคู่ขนานถนนกาญจนาภิเษก จะได้ไม่ต้องไปกลับรถไกลค่ะ (แต่ถ้าวิ่งออกมาจากทางซอยวัดลาดปลาดุกจะต้องไปกลับรถใต้สะพานอีกทีนะ) ตรงนี้จะไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9, บางนา – ดาวคะนอง และ ทางพระราม 2 ความอุดมสมบูรณ์ ในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ แต่ถ้าเดินเล่นในบริเวณย่านบางใหญ่จนเบื่อแล้ว ก็ยังมีห้างใกล้เคียงให้เลือกช็อปอยู่อีกนะ วิ่งออกไปที่เส้นรัตนาธิเบศร์ก็จะมีทั้งโรบินสัน, เซ็นทรัล, บิ๊กซี และเอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันเลย ถ้าออกไปทางเส้นชัยพฤกษ์เข้าแจ้งวัฒนะก็จะผ่านทั้ง The Crystal PTT, บิ๊กซี และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะคะ กล้บเข้ามาดูในบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันบ้าง เรื่องสาธารณูปโภคนี่ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัว เนื่องจากเป็นย่านที่อยู่ศัย (แม้ว่าจะค่อนข้างกระจายตัวกันอยู่ก็ตาม) เลยสามารถหาร้านอาหารอร่อยๆ ได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านขนมไทย, ร้านกาแฟ, ร้านข้าวต้มหัวปลา, ร้านอาหารซีฟู้ด และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซีมาร์เก็ต, Max Value, 7 – Eleven, ตลาดป.สามเกลอ, ตลาดแม่สมคิด และตลาดนัดธารทอง การเดินทางด้วยรถสาธารณะ จากบริเวณหน้าโครงการจะมีวินมอเตอร์ไซค์ และ รถตู้ (พฤกษา 3-เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ พาต้า) อยู่บริเวณหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุก และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งวัน นับว่าสะดวกสำหรับคนที่พักอาศัยในย่านนี้เลย นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆ ตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง สถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็น สถานีคลองบางไผ่ ห่างจากตัวโครงการออกไป 8 กม. ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้นค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ TRENDY TARA บางใหญ่ โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนกาญจนาภิเษก > ซอยวัดลาดปลาดุก > ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 > โครงการ TRENDY TARA บางใหญ่ วันนี้เราจะเริ่มการเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาเล็กน้อย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ พอขับเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาหน่อยจะผ่าน Plus Mall ฝั่งซ้ายมือ ตอนนี้เราอยู่บนทางคู่ขนานนะคะ ขับตรงไปเรื่อยๆจะเจอทางเข้าทางหลักค่ะ จะอยู่แถวๆบริเวณสะพานลอยพอดี มีศูนย์รวมต้นไม้และของตกแต่งบ้านแสงอารีอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ เมื่อขับเข้าทางหลักมาแล้วก็ให้วิ่งตรงไปยาวๆ สบายๆ เลย เดี๋ยวเราจะขับผ่านห้างสรรพสินค้าใหญ่ในย่านนี้กัน มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ฝั่งซ้ายมือจะมี Index Living Mall ส่วนฝั่งขวามือจะมีเซ็นทรัลเวสต์เกต ติดๆ กับเซ็นทรัลก็จะมีทั้ง Ikea และบิ๊กซี บางใหญ่ ขับเลยไปอีกไม่ไกลก็จะเห็นบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ ตรงนี้จะมีป้ายบอกทางอยู่ด้วย เดี๋ยวเราจะวิ่งออกทางคู่ขนานด้านหน้านี้นะ ออกมาจากทางหลักแล้วจะเห็นปั๊มปตท.อยู่ข้างหน้าฝั่งซ้ายมือเลย ให้เราขับตรงต่อไป จากนั้นให้เราขับชิดซ้ายเอาไว้ไปทางบางบัวทอง – สุพรรณบุรี ถ้าชิดขวาจะไปขึ้นสะพานกลับรถนะ เราขับเลยจากบริเวณสะพานกลับรถมาประมาณ 1.4 กม.ก็จะเห็นทางเข้าถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002 หรือซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ฝั่งซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่า เข้ามาภายในซอยวัดลาดปลาดุกจะเป็นถนนขนาด 4 เลน มีรถวิ่งผ่านเส้นนี้กันพอสมควร แต่ไม่ถึงกับติดนะ วิ่งได้สบายๆ เรื่อยๆ เลย ในระยะ 500 เมตรแรกที่ฝั่งซ้ายมือจะมี Big C Market ค่ะ ขับเลยจาก Big C Market เข้าไปอีกประมาณ 850 เมตร ก็จะเจอ Tesco Lotus Express อยู่ทางฝั่งซ้ายมืออีกเช่นกัน จากนั้นมองไปทางขวามือก็จะเห็น Max Value อยู่ในระยะใกล้เคียงกันค่ะ เรายังคงขับตรงไปเรื่อยๆ นะ ทางฝั่งซ้ายมือเราจะเห็นทางเข้าวัดลาดปลาดุก เป็นวัดที่มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวบ้านที่เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณย่านนี้ได้ร่วมกันสร้างขึ้น จากวัดลาดปลาดุก ให้เราขับตรงไปอีกประมาณ 2.2 กม. เราก็จะเห็นทางเข้าโครงการอยู่ทางฝั่งซ้ายมือแล้วค่า สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ ศาสนสถาน :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินเปล่า, ทุ่งนา, บ้านพักอาศัยดั้งเดิม และโครงการบ้านจัดสรรค่ะ ทิศเหนือ ติดกับ ถนนทางหลวง 1002 (ซอยลาดปลาดุก) ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินบุคคลอื่น ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินบุคคลอื่น และ หมู่บ้านพฤกษา 14 ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินบุคคลอื่น ทีมงานจะขอพาท่านผู้อ่านเดินชมทำเลบริเวณรอบกันก่อนนะคะ ว่าสภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการจะเป็นอย่างไรบ้าง นี่คือบริเวณหน้าซุ้มทางเข้าโครงการ มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ดินเปล่า มีซุ้มขายหมูสดตั้งอยู่ข้างทาง ด้านหลังร้านไปก็คือผืนที่ดินเปล่าทั้งหมดค่ะ จากหน้าโครงการมองไปทางฝั่งขวามือ เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งนี้กันก่อน ที่ดินติดกับหน้าโครงการยังคงเป็นที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ เดินเลยไปหน่อยมีร้านขายข้าวแกงปักใต้ ซึ่งร้านข้าวแกงจะอยู่ด้านหน้าหมู่บ้านพฤกษา 14 ที่หน้าหมู่บ้านนี้มีคิววินมอเตอร์ไซค์ด้วยนะ สามารถเดินมาใช้บริการได้ไม่ไกลค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านพฤกษา 14 ก็คือหมู่บ้านพฤกษา 19 อยู่ตรงกันเลย ซึ่งข้างๆ ทางเข้าหมู่บ้านจะมีป้ายรอรถด้วย มีทั้งรถสองแถวและรถตู้วิ่งผ่านเป็นช่วงๆ ค่ะ พอออกไปหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุกก็จะมีรถประจำทางสายอื่นๆ วิ่งผ่านอีก กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการ เราจะเดินไปสำรวจดูฝั่งทางซ้ายมือกันต่อ เราจะเห็นว่าพื้นที่ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นผืนที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ บางส่วนก็เป็นทุ่งนา ที่ดินที่ติดกับตัวโครงการทางฝั่งนี้ก็จะยังคงเป็นที่ดินเปล่าเช่นกัน เราเดินมานิดหน่อยก็จะมีซุ้มขายไก่ย่างวิเชียรบุรีด้วย ไม่ไกลกันมีร้านลาบร้อยเอ็ด อาหารอีสานแบบจัดเต็ม พื้นที่ทุ่งนาค่ะ นอกจากในซอยวัดลาดปลาดุกจะหาของกินได้ง่ายรวมถึงมีสาธารณูปโภคครบแล้ว แต่ก็ยังคงความเงียบสงบ ไม่แออัดด้วยค่ะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ TRENDY TARA บางใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น สไตล์ Tropical Modern มีทั้งหมด 220 ยูนิตบนที่ดิน 50 ไร่ ออกแบบจัดสรรฟังก์ชั่นได้เหมาะสม ลงตัวและใช้ประโยชน์ได้ดี ออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้โปร่งโล่ง ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ ประตู – หน้าต่างสูงและกว้างได้วิวแบบ Panoramic ก่อนที่เราจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณภายในโครงการจะขออธิบายผังคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือ จากซุ้มทางเข้าโครงการในซอยวัดลาดปลาดุก โดยจะต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วย ป้อมยาม, ระบบ Auto Access Card, กล้อง CCTV และ รั้วไม้กระดก จากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าสู่ถนนหลักผ่ากลางโครงการ แล้วเชื่อมด้วยถนนย่อยเป็นซอยเพื่อเข้าสู่ตัวบ้านแต่ละหลัง คลับเฮ้าส์จะถูกจัดเอาไว้ที่หน้าโครงการ ส่วนสวนสาธารณะจะถูกจัดเอาไว้ตรงพื้นที่ใจกลางโครงการ ในปัจจุบันพื้นที่ในคลับเฮ้าส์ส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นสำนักงานขาย ซึ่งภายหลังการขายจะจัดให้เป็นห้องนิติบุคคลค่ะ ข้อดีของโครงการก็คือ มีการจัดผังให้หน้าบ้านหันตามแนวแกนเหนือ – ใต้ ทำให้ตัวบ้านเย็นสบาย สามารถรับลมได้ตลอดทั้งปี และเนื่องจากพื้นที่โครงการเป็นแบบหน้าแคบแต่ลึก ลูกบ้านหลังหน้าๆ จะได้เปรียบในเรื่องของการเข้า – ออก และการเข้าใช้ส่วนกลางเพราะว่าอยู่ใกล้กว่า แต่ส่วนของบริเวณท้ายโครงการจะได้เปรียบในเรื่องของความเป็นส่วนตัว และมลภาวะทางเสียงและอากาศก็จะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับบ้านหลังหน้าๆ ที่จะต้องมีรถขับผ่านเข้า – ออกค่อนข้างถี่ค่ะ :::: แบบบ้านของโครงการ :::: แบบบ้านของโครงการถูกออกแบบมาในสไตล์ Tropical Modern จากแนวคิด Trendy Living Reflects Your Own Trendy สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีสไตล์ ในพื้นที่บ้านที่กว้างขวางไร้กรอบ ใช้งานได้ทุกตารางนิ้ว โปร่งโล่งด้วยประตู – หน้าต่างบานใหญ่รับ Panoramic View พร้อมตกแต่งบ้านด้วยหินธรรมชาติ โดยจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้ค่ะ แบบบ้าน NEO ขนาด 118 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลอง แบบบ้าน MODA ขนาด 137 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลอง แบบบ้าน GENA ขนาด 172 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลอง แบบบ้าน GUSTO ขนาด 186 ตร.ม. ภาพบรรยากาศจำลอง :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เดินดูบริบทโดยรอบโครงการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรากลับมาที่หน้าโครงการการกันค่ะ เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปดูบรรยากาศภายในโครงการกันต่อเลย เริ่มจากที่ซุ้มทางเข้าโครงการ เป็นสไตล์ Tropical Modern เน้นโทนสีน้ำตาล ใช้ระแนงไม้เป็นลูกเล่นตามสถาปัตยกรรมแนว Tropical การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมรปภ., ระบบ Access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก โดยฝั่งทางเข้าจะแบ่งออกเป็น 2 ช่องด้วยกัน นั่นก็คือช่อง Resident ฝั่งซ้าย และช่อง Visitor ฝั่งขวา ลูกบ้านที่ถือ Key Card จะสามารถเปิดรั้วไม้กระดกผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย แต่ถ้าเป็นบุคคลภายนอกจะต้องทำการแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ก่อนนะคะ เครื่องจับสัญญาณ Key Card กล้อง CCTV ติดเอาไว้ที่ข้างป้อมรปภ. มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: พอเข้ามาภายในโครงการแล้วก็จะเจอถนนเมนพาเข้าสู่ส่วน Resident ด้านในค่ะ ส่วนฝั่งทางขวามือของซุ้มทางเข้าก็คือ Clubhouse นั่นเอง ในรายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อถัดไปนะคะ คราวนี้เรามาเดินชมบริเวณภายในโครงการด้วยกันเลยค่ะ ตอนนี้เราอยู่บนถนนเมน จะเห็นว่าทางโครงการได้จัดแลนสเคปเอาไว้อย่างร่มรื่นดีเลย ทั้ง 2 ฝั่งของถนนปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาเอาไว้ตลอดทาง ในช่วงต้นๆ ของโครงการ จะมีบ้านเพียงฝั่งเดียว เป็นซอยตื้นๆ ซึ่งสามารถวางผังได้ทั้งหมด 4 ยูนิตต่อ 1 ซอยเท่านั้นค่ะ ตรงนี้นับว่าเป็นข้อดีมากๆ เลยนะ เพราะไม่ต้องเข้าซอยลึก แถมยังได้ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังไม่หนาแน่นอีกด้วย หน้าตาบ้านค่ะ สไตล์ Tropical Modern ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย พอเดินเข้ามาใกล้ใจกลางโครงการจะกว้างขึ้น จากถนนเมนจะเชื่อมสู่ซอยบ้านได้ทั้ง 2 ฝั่ง ซอยฝั่งซ้ายจะลึกหน่อยค่ะ จะมีจำนวนบ้านหลายหลังขึ้น ตอนนี้เราเดินมาถึงบริเวณใจกลางโครงการแล้วค่ะ ที่ฝั่งซ้ายมือจะมีสวนสาธารณะค่ะ ในรายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อถัดไปนะ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการกันแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดู คลับเฮ้าส์ และ สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: คลับเฮ้าส์ ::: คลับเฮ้าส์ของโครงการจะอยู่ที่บริเวณหน้าโครงการฝั่งขวามือเลยค่ะ ออกแบบอาคารมาในสไตล์ Tropical Modern เช่นกัน บริเวณพื้นที่ด้านหน้าจัดเป็นสวนหย่อมสามารถมานั่งเล่นพักคอยเพื่อรอรถได้ บริเวณหน้าคลับเฮ้าส์จะมีพื้นที่จอดรถรองรับได้อยู่ 6 คัน เราจะเดินเข้าไปดูบรรยากาศภายในด้วยกันเลยค่ะ ทางเข้าจะผ่านซุ้มระแนงสร้างบรรยากาศ พอเดินเข้ามาถึงตัวอาคาร จะมีประตูบานเลื่อนกระจกเพื่อเข้าสู่บริเวณ Lobby ส่วนที่ฝั่งขวามือของเราก็คือ Sales Office ค่ะ ภายในจะมีพนักงานฝ่ายขายนั่งประจำอยู่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโครงการและพาชมบ้านตัวอย่าง ภายหลังการขาย ส่วนนี้จะถูกใช้เป็นห้องนิติบุคคลนะ เราเข้ามาภายในตัวอาคาร เจอส่วนของ Lobby สำหรับนั่งเล่นพักคอย ตกแต่งตามสไตล์ Tropical Modern ใช้สีหลักเป็นสีขาว แซมด้วยวัสดุไม้สีน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลเข้ม บรรยากาศดูน่าผ่อนคลาย ที่ฝั่งขวามือจะมีเคาน์เตอร์ Reception คอยต้อนรับอยู่ค่ะ จะเห็นประตูบานเลื่อนกระจกข้างๆ จะเป็นทางเชื่อมสู่ห้องนิติบุคคล โถงด้านหลังทางซ้ายมือ จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ และโถงบันไดขึ้นสู่ฟิตเนสที่ชั้น 2 ตรงนี้จะมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม สามารถมานั่งทานขนมเล่นที่บาร์นี้ได้ค่ะ จากโถงจะมีประตูเชื่อมสู่สระว่ายน้ำและ Pool Deck ได้ จากห้องโถงเราเดินออกมายังบริเวณสระว่ายน้ำ บริเวณปลายสระจะมีจุดชำระตัวก่อนลงสระให้ สระว่ายน้ำของที่นี่ใช้ระบบเกลือนะคะ ว่ายน้ำแล้วผิวและผมไม่เสียแน่นอน สระมีขนาด 5 x 12 เมตร แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่ โดยจะทำเป็นพื้นตื้นๆ เพื่อกั้นส่วนของสระแบบนี้ รอบสระจะกั้นด้วยไม้พุ่มและกำแพงหิน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวเวลาลงเล่นน้ำ ปลายสระฝั่งนึงจะเป็นส่วนของ Pool Deck ค่ะ ลักษณะของ Pool Deck ออกแบบให้เป็นเหมือนพื้นที่แบบ Semi-Outdoor ที่ยังมีหลังคาระแนงคลุมอยู่ พื้นที่ข้างสระจะวางม้านั่งเอาไว้ให้นั่งพักคอยได้ จากพื้นที่สระว่ายน้ำจะมีโถงทางเข้าห้องน้ำ แยกห้องชาย – หญิงให้ พอเข้ามาด้านในเราจะเจอตู้ล็อกเกอร์อยู่บริเวณหน้าห้อง และอ่างล้างมืออยู่ฝั่งซ้ายมือ อ่างล้างมือเตรียมเอาไว้ให้ 2 อ่าง ส่วนฝั่งขวาของห้องจะแบ่งเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำ กลับเข้ามาภายในโถง Lobby เราจะเดินขึ้นไปดูฟิตเนสที่ชั้น 2 กันต่อ โถงบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 พอเราขึ้นมาถึงชั้น 2 ก็จะเจอห้องฟิตเนสอยู่ทางฝั่งขวามือของโถงเลยค่ะ ภายในห้องฟิตเนสมีขนาดใหญ่และโปร่งโล่งมาก เพราะออกแบบมาให้มีฝ้าสูง และมีผนังกระจกโดยรอบ ด้านหน้าห้องฝั่งขวามือจะมีม้านั่งสำหรับนั่งพักคอยค่ะ ฝั่งกระจกติดสระว่ายน้ำจะวางพวกเครื่องเล่นแบบ Cardio ทั้งลู่วิ่งไฟฟ้า, เครื่องเดินวงรี และจักรยานไฟฟ้าค่ะ ส่วนอีกฝั่งนึงจะวางเครื่องเล่นแบบ Weight Training บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยจะจัดชุดดัมเบลและม้านั่งราบเอาไว้บริเวณหน้ากระจก จะได้สามารถเช็คท่าทางในการออกกำลังกายให้ถูกต้อง ภาพภายในฟิตเนสอีกมุมหนึ่ง ภายในฟิตเนสก็จะมีตู้ล็อกเกอร์และห้องน้ำแยกชาย – หญิงจัดเอาไว้ให้ต่างหากด้วย เพื่อความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินลงไปใช้ถึงชั้นล่าง ::: สวนสาธารณะ ::: คราวนี้เรามาชมสวนสาธารณะของโครงการกันบ้างค่ะ ทางโครงการออกแบบซุ้มทางเข้าสวนให้มีสีสันน่ารัก เชิญชวนให้เด็กๆ เข้าไปวิ่งเล่นและทำกิจกรรมกันด้านใน เข้ามาภายในสวนส่วนแรกจะเป็นลานคอนกรีตสำหรับออกกำลังกายกลางแจ้งและเครื่องเล่นเด็ก เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งที่ทางโครงการเตรียมเอาไว้ให้ค่ะ ข้างๆ กันเป็นเครื่องเล่นเด็ก ซึ่งจะปูกระเบื้องยางเอาไว้ให้เพื่อความปลอดภัย ส่วนฝั่งขวาจะมีลานกิจกรรม เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว จะนั่งเล่นพักผ่อน หรือวิ่งเล่นก็ได้ สวนสาธารณะของที่นี่ถูกเรียกว่า Seasonal Park หรือสวนตามฤดูกาล อันเนื่องมาจากได้ลงต้นไม้เอาไว้หลากหลายชนิด ซึ่งจะออกดอกได้ในแต่ละฤดูกาลสลับกันไปครบทุกฤดูค่ะ ภายในสวนจะทำทางเดินเอาไว้โดยรอบ สามารถใช้เดินเล่น หรือใช้วิ่งออกกำลังกายก็ได้เช่นกัน ซึ่งเราก็จะได้ร่มเงาของต้นไม้รอบๆ สวนด้วยค่ะ พื้นที่สนามเด็กเล่นกลางสวน กว้างขวางมากๆ ภาพอีกมุมนึงจากภายในสวนค่ะ :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่าง 2 หลังด้วยกัน ลำดับเป็น แบบบ้าน MODA ขนาด 137 ตร.ม. และตามด้วย แบบบ้าน GINA ขนาด 172 ตร.ม. ไปชมกันเลยค่า � ::: แบบบ้าน MODA ขนาด 137 ตร.ม. ::: มาเริ่มต้นจากแบบบ้าน MODA ขนาด 137 ตร.ม. กันค่ะ หน้าตาบ้านตกแต่งสไตล์ Tropical Modern ตามแบบสถาปัตยกรรมที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ใช้สีขาวและสีฟ้าเป็นสีพื้น ตกแต่งหน้าตาบ้านด้วยระแนงไม้เทียมและหินธรรมชาติ ประตูรั้วบ้านจะเป็นประตูลูกกรงเหล็กทาสีน้ำมันตอนเดียว เลื่อนเปิดไปด้านข้างได้แบบนี้ค่ะ ที่รั้วบ้านจะมี ป้ายเลขที่บ้าน, กริ่งออด, โคมไฟ และช่องเก็บขยะให้ทุกหลัง ป้ายเลขที่บ้าน, กริ่งออด และโคมไฟ ช่องเก็บขยะที่รั้วบ้านค่ะ เป็นจุดที่ทำให้ลูกบ้านสะดวกมากขึ้น โดยลูกบ้านจะสามารถทิ้งขยะได้จากภายในตัวบ้านได้เลย ทางส่วนกลางของโครงการจะมาเก็บขยะไปจากช่องด้านหน้ารั้วเอง มาดูในส่วนของโรงจอดรถกันก่อน ภายในโรงจอดรถจะสามารถจอดรถได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม – คอนกรีตเสริมเหล็ก และเทพื้นซีเมนต์ขับเรียบ ที่ฝ้าเพดานเป็นฝ้าแผ่นเรียบกันชื้น ติดดวงโคมซาลาเปาให้ บริเวณโรงจอดรถจะมีประตูบานเปิดสามารถเปิดเข้าตัวบ้านได้ ทำสเต็ปขึ้นมาให้ ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. เวลาฝนตกหรือซื้อของเข้าบ้านก็ไม่ต้องเดินอ้อมไปที่ด้านหน้าผ่านห้องนั่งเล่นให้เลอะเทอะ ส่วนฝั่งขวาคือตู้เก็บของ เก็บพวกอุปกรณ์ทำสวนหรืออุปกรณ์ล้างรถก็ได้ค่ะ ประตูทางเข้าบ้านฝั่งลานจอดรถ เป็นประตูบานทึบติดลูกฟักกระจก เวลาซื้อของเข้าบ้าน เดินเข้าทางนี้จะสะดวกกว่าอ้อมไปทางหน้าบ้านนะ มือจับประตูแบบก้านโยกสแตนเลส จากบริเวณโรงจอดรถ จะมีทางเชื่อมสู่เฉลียงหน้าบ้านโดยมีหลังคาคลุมตลอด พื้นที่สวนบริเวณหน้าบ้านค่ะ ขนาดขึ้นอยู่กับแปลงนะ ฝั่งข้างบ้านทางซ้ายก็พอมีพื้นที่ให้จัดสวนเองได้ตามใจชอบ ฝั่งข้างบ้านทางขวาจะเป็นเหมือนส่วน Service ที่เชื่อมต่อกับลานซักล้างหลังบ้านได้ เรากลับมาที่เฉลียงทางเข้าบ้านค่ะ พื้นเฉลียงทางเข้าจะทำยกระดับขึ้นมาจากระดับพื้นดินประมาณ 30 ซม.เป็น 2 สเต็ป พื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. และ Boarder ทรายล้างสีทอง เข้าไปดูภายในตัวบ้านกันต่อเลยค่ะ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนเปิดคู่ กรอบอลูมิเนียมสีขาวติดกระจกเขียวตัดแสง เพื่อลดปริมาณความร้อนและความเข้มของแสงแดดที่จะส่องเข้าสู่ภายในบ้าน สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับประตูทั้งภายในและภายนอกมีขนาดใหญ่ดีค่ะ เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องรับแขก ถัดเข้าไปคือมุมทำงาน และห้องรับประทานอาหาร ฝั่งขวามือคือโถงบันได, ห้องน้ำ และห้องครัวตามลำดับ จัดแปลนบ้านแบบ Open plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ส่วนผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีค่ะ ฝ้าเพดานสูงถึง 2.7 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมซาลาเปาให้ทั้งหลัง เรามาดูมาดูการจัดพื้นที่ของบ้านกันต่อ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จะเห็นว่าพื้นที่ก็ยังพอเหลืออยู่ จะวางโซฟาเบดก็เพียงพอ จะวางโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆ เพิ่มอีกหนึ่งตัวก็ยังลงตัวดี ผนังด้านหลังโซฟามีช่องแสงมาให้ทั้ง 2 ฝั่ง เป็นหน้าต่างบานเปิด กรอบอลูมิเนียมติดกระจกเขียวตัดแสง พร้อมหน้าต่างบาน Fixed บริเวณชั้นวางทีวี สามารถทำเป็นชั้นแบบ Built-in เพื่อวางของโชว์ หรือเก็บ DVD หนังเรื่องโปรด – แผ่นเสียง เป็นการเพิ่มพื้นที่เก็บของที่ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น หรือจะตกแต่งด้วยกระจกบนผนังบางส่วนก็จะช่วยทำให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นได้ค่ะ ส่วนระยะดูทีวีของห้องนี้อยู่ที่ 2.4 เมตรเลยนะ ดูทีวีจอขนาด 55 – 60 นิ้วได้สบายๆ ถัดจากห้องนั่งเล่นเข้าไปเป็นส่วนของมุมทำงาน ทางบ้านตัวอย่างทำชั้น Built – in โปร่งกั้นระหว่างโต๊ะทำงานรูปตัว L และห้องรับแขกเอาไว้ เพื่อเป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้ดูชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจุดนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนให้เป็นช่องแสง ตรงกับโต๊ะทำงานพอดี ทำให้ได้แสงสว่างอย่างเพียงพอ มือจับและตัวล็อคหน้าต่างเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐานค่ะ ถัดมาเป็นห้องรับประทานอาหาร จะเห็นว่าบริเวณนี้ได้ช่องแสงมาถึง 2 ด้าน เป็นหน้าต่างบานเลื่อนเช่นกัน ขนาดพื้นที่สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 – 6 ที่นั่งได้อย่างลงตัว จะเป็นโต๊ะกลมหรือโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมก็จัดได้หมดค่ะ ภาพมองจากโต๊ะทานอาหารย้อนกลับไปที่ห้องรับแขก จากห้องรับประทานอาหารจะมีประตูเชื่อมกับห้องครัวค่ะ ประตูเป็นบานเลื่อนเปิดกรอบอลูมิเนียมแบบนี้ ทางบ้านตัวอย่างได้วางเคาน์เตอร์ครัวมาให้ดูเป็นไอเดีย จะเห็นว่าห้องครัวมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถปรุงอาหารได้สะดวก จัดวางอ่างล้างจานเอาไว้ตรงกับหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคจากความอับชื้น เคาน์เตอร์วางเตาปรุงอาหารทำลดลงมา 10 ซม. เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ฝั่งขวาเหลือพื้นที่เอาไว้เพื่อวางตู้เย็น ขนาดมาตรฐานคือ 60 ซม.ค่ะ แต่ถ้าเป็นตู้แบบ 2 ประตูจะต้องเผื่อเยอะกว่านี้นะ พอจัดวางเคาน์เตอร์แล้วก็ยังเหลือพื้นที่อยู่อีกกว้างขวาง เทียบกับอีกหลายๆ โครงการ ถือว่าโครงการนี้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องครัวพอสมควรเลย จากห้องครัวจะมีประตูเปิดเชื่อมสู่ลานซักล้างหลังบ้าน พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปประมาณ 30 ซม.ค่ะ ทางโครงการได้เทพื้นซีเมนต์ปาดเรียบเอาไว้ให้เรียบร้อย กลับเข้ามาภายในบ้าน มาดูส่วนโถงบันไดกันต่อ ข้างๆ บันไดจะมีโถงทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถค่ะ ส่วนประตูด้านในก็คือประตูห้องน้ำชั้นล่างนั่นเอง ใต้บันไดยังมีพื้นที่เหลืออยู่หน่อย ทางโครงการจึงออกแบบให้เป็นห้องเก็บของเล็กๆ ติดบานเปิดแบบซ้อนเกล็ดเอาไว้ให้ บริเวณโถงตรงนี้จะเป็นที่ติดตั้ง Load Center เอาไว้ค่ะ ทางโครงการเลือกใช้ของ Schneider Electric เราเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อ ประตูห้องน้ำเป็นประตูบานสำเร็จรูป ติดมือจับแบบลูกบิดสแตนเลส พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 5 ซม. พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ส่วนผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 20 x 30 ซม. ภายในห้องจัดส่วนแห้ง – ส่วนเปียกแยกจากกันเป็นโซน ใช้สุขภัณฑ์จาก Victor หรือเทียบเท่าค่ะ ส่วนไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมซาลาเปาเหมือนเดิม มาดูที่อ่างล้างหน้ากันต่อ ด้านหลังอ่างก่อ Lower Wall มาให้สามารถวางพวกขวดสบู่ได้ เหนืออ่างล้างหน้าติดกระจกเจียปรีให้ 1 บาน ขนาดกำลังพอดี อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนัง มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ก๊อกน้ำค่ะ ใช้งานถนัดมือ ผนังด้านข้างอ่างล้างมือติดราวแขวนผ้ามาให้ ด้านบนมีหน้าต่างบานกระทุ้งกระจกฝ้า เป็นช่องแสงและทางระบายอากาศของห้องน้ำ มาดูที่ตัวโถสุขภัณฑ์กันต่อ เป็นโถแบบแยกชิ้น ระบบ Dual Flush สามารถช่วยประหยัดน้ำได้มากขึ้น เห็นระยะการติดตั้งกำลังดีค่ะ นั่งแล้วไม่อึดอัด ซึ่งจะติดตั้ง Accessories ประกอบการใช้งานมาให้เรียบร้อย ทั้งสายฉีดชำระ และแกนใส่กระดาษชำระค่ะ ในส่วนของโซนอาบน้ำจะอยู่มุมข้างอ่างล้างมือ Shower Box แบบบานเลื่อนเข้ามุมที่เห็นนี้เป็นส่วนตกแต่งเพื่อให้ดูเป็นไอเดียนะคะ ไม่ได้มากับตัวบ้านด้วย พื้นที่ยืนอาบน้ำถือว่ากำลังดีค่ะ ได้มาตรฐานไม่แคบจนเกินไป ที่พื้นก่อธรณีขึ้นมาให้เรียบร้อยเพื่อกันน้ำไหลย้อน เหลือแต่ให้ซื้อ Shower Box มาติดตั้งเพิ่มเติมกันเอง ภายในโซนอาบน้ำติดตั้งฝักบัวสายอ่อนพร้อมจานวางสบู่มาให้ จานวางสบู่ขนาดพอวางสบู่ได้ 1 ก้อนพอดี เราเทียบขนาดหัวฝักบัวให้ดูกับอุ้งมือค่ะ มีขนาดกระทัดรัดดี ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป ติดตั้งราวจับลูกกรงเหล็กมาให้ ส่วนมือจับใช้วัสดุไม้สีเข้ากันกับพื้นบันไดค่ะ มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 ภาพมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวเชื่อมสู่ห้องต่างๆ โถงทางทางซ้ายมือคือห้องนั่งเล่นชั้น 2 ส่วนโถงทางขวาจะเป็นโถงเชื่อมสู่ห้องนอนใหญ่, ห้องน้ำชั้นบน, ห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ที่พื้นจะปูด้วยแกรนิตโต้เหมือนพื้นชั้นล่าง เรามาดูในส่วนของห้องนั่งเล่นในโถงฝั่งซ้ายกันก่อน ถึงห้องจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็ดูโปร่งโล่งดีอยู่นะ ห้องนี้จะมีช่องแสงให้ทั้ง 2 ฝั่ง เป็นหน้าต่างบานเลื่อน และประตูบานเลื่อนที่เปิดเชื่อมสู่ระเบียง จริงๆ แล้วจะวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเลยก็ยังไหวนะ จากประตูบานเลื่อน สามารถเปิดออกสู่ระเบียงได้ จะอยู่ที่ฝั่งหน้าบ้านพอดี พื้นระเบียงจะลดระดับลงไปเล็กน้อย ใช้วัสดุพื้นเหมือนเฉลียงทางเข้าบ้าน ติดลูกกรงเหล็กกันตกเอาไว้ให้ ขนาดพื้นที่ระเบียงจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอออกมายืนรับลมชมวิวได้อยู่นะ คราวนี้เรามาดูโถงทางเข้าห้องฝั่งขวามือกันต่อ เรามาเริ่มต้นจากห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งซ้ายของโถงกันค่ะ ภายในห้องนอนใหญ่เป็นห้องที่มีพื้นที่กำลังดี ขนาดกำลังเหมาะสำหรับ 2 คน ภายในห้องได้หน้าต่างมาทั้ง 2 ด้านทำให้ห้องนี้ดูโปร่งโล่งพอสมควร ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่จริงๆ แล้วจะวางขนาด 6 ฟุตก็ยังรองรับไหวนะ ทางฝั่งซ้ายมือเหลือพื้นที่มากพอสำหรับทำโซฟาริมหน้าต่างได้เลย พื้นที่ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีเพิ่มเติมได้ และก็ยังเหลือพื้นที่สามารถเดินผ่านได้สะดวก ส่วนฝั่งขวาจะเหลือพอสำหรับวางตู้เสื้อผ้าค่ะ ซึ่งประตูข้างตู้เสื้อผ้าคือประตูที่เชื่อมกับห้องน้ำชั้นบน เราเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อเลยค่ะ พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงไปประมาณ 2.5 ซม. ภาพมุมห้องน้ำจากทางห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำชั้นบนจะสามารถเข้าได้จากทางโถงบัน และทางห้องนอนใหญ่ ภาพมุมห้องน้ำจากทางโถงบันได ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์จะใช้เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการค่ะ ยกเว้นอ่างล้างมือ จะเปลี่ยนมาใช้เป็นอ่างรุ่นแบบฝังครึ่งเคาน์เตอร์ มีขนาดใหญ่ขึ้น ด้านข้างอ่างติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้เรียบร้อย โถสุขภัณฑ์พร้อม Accessories รุ่นเดิมแบบเดิม ระยะการติดตั้งก็กำลังพอเหมาะ โซนอาบน้ำภายในติดตั้งฝักบัวสายอ่อน พร้อมจานวางสบู่มาให้ ไม่ได้ Shower Box มานะคะ คราวนี้เรามาดูห้องฝั่งขวาของโถงกันต่อ นั่นก็คือห้องนอน 2 และ 3 ตามลำดับ ภายในห้องนอน 2 มีขนาดกำลังดีสำหรับ 1 คน ได้ช่องแสงมาทั้ง 2 ฝั่งเหมือนกัน ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง สามารถวางโต๊ะข้างเพิ่มเติมได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยด้วย ภายในห้องแบ่งตู้เสื้อผ้าออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อเว้นพื้นที่ตรงกลางเอาไว้เป็นช่องแสง ซึ่งเราสามารถจัดวางโต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้เก็บของ หรือโซฟานั่งเล่นก็ได้ ที่ฝั่งปลายเตียงจัดเป็นโต๊ะทำงานค่ะ ระยะนั่งก็ยังเหลือสบายๆ นะ มาถึงห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้ายแล้ว ห้องนี้จะจัดให้เป็นอีกสไตล์เพื่อเป็นไอเดีย ขนาดพื้นที่ห้องก็พอๆ กับห้องนอน 2 นะ ในห้องนี้วางเตียงขนาด 3 ฟุต แต่วางแบบชิดผนังแทน จะเหลือพื้นที่เป็นทางเดิน และยืนแต่งตัวพอสมควร ฝั่งข้างเตียงเราสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐานพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ลงตัวพอดีเป๊ะ ฝั่งปลายเตียงสามารถจัดเป็นโต๊ะทำงานได้แบบนี้ เป็นไอเดียที่ดีเลย นอกจากนี้ทั้งสวิตช์และปลั๊กไฟในบ้านก็จะใช้ของ Schneider Electric เช่นกันค่ะ ::: แบบบ้าน GINA ขนาด 172 ตร.ม. ::: มาดูแบบบ้าน GINA ขนาด 172 ตร.ม. กันต่อค่ะ หน้าตาบ้านจะไม่แตกต่างจากแบบบ้าน MODA เลย แต่จะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางขึ้น ประตูรั้วบ้านจะเป็นประตูลูกกรงเหล็กทาสีน้ำมันตอนเดียว ที่รั้วบ้านจะมี ป้ายเลขที่บ้าน, กริ่งออด, โคมไฟ และช่องเก็บขยะให้ทุกหลัง เข้ามาภายในโรงจอดรถจะสามารถจอดรถได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม – คอนกรีตเสริมเหล็ก และเทพื้นซีเมนต์ขับเรียบ ที่ฝ้าเพดานเป็นฝ้าแผ่นเรียบกันชื้น ติดดวงโคมซาลาเปาให้ บริเวณโรงจอดรถจะมีประตูบานเปิดสามารถเปิดเข้าตัวบ้านได้ ทำสเต็ปขึ้นมาให้ ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. และมีตู้เก็บของให้เหมือนเดิม จากบริเวณโรงจอดรถ จะมีทางเชื่อมสู่เฉลียงหน้าบ้านโดยมีหลังคาคลุมตลอด พื้นที่สวนข้างบ้านค่ะ เรากลับมาที่เฉลียงทางเข้าบ้านค่ะ พื้นเฉลียงทางเข้าจะทำยกระดับขึ้นมาจากระดับพื้นดินประมาณ 30 ซม.เป็น 2 สเต็ป พื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. และ Boarder ทรายล้างสีทอง ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนเปิดคู่ กรอบอลูมิเนียมสีขาวติดกระจกเขียวตัดแสง เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องรับแขก ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร ฝั่งซ้ายมือคือโถงบันได, ห้องน้ำ และห้องครัวตามลำดับ จัดแปลนบ้านแบบ Open plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ส่วนผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีค่ะ ส่วนฝ้าเพดานสูงถึง 2.7 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมซาลาเปาห้ทั้งหลัง เรามาดูมาดูการจัดพื้นที่ของบ้านกันต่อ บ้านหลังนี้จะจัดพื้นที่ให้เป็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ วางโซฟาได้ถึง 2 ชุด ที่ด้านหลังโซฟาชุดแรกมีหน้าต่างบานเปิดให้ 2 บานเหมือนเดิม บริเวณชั้นวางทีวีแต่งแบบเรียบๆ แต่ดูสวยโมเดิร์นด้วยผนังกรุกระเบื้องลายหินธรรมชาติ ระยะดูทีวีของบ้านหลังนี้ก็พอๆ กับบ้านหลังที่แล้วค่ะ เหมาะสำหรับดูทีวีจอขนาด 55 – 60 นิ้วเลย ถัดจากห้องรับแขกมาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ขนาดพื้นที่สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 – 6 ที่นั่งได้อย่างลงตัว ข้างห้องรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนเชื่อมสู่เฉลียงข้างบ้านและพื้นที่สวนได้ วัสดุพื้นใช้เหมือนที่เฉลียงทางเข้าบ้านค่ะ ทำพื้นลดระดับลงเล็กน้อย ทางบ้านตัวอย่างได้จัดบรรยกาศสำหรับพักผ่อนเอาไว้ให้ดูเป็นไอเดีย และทำหลังคาโปร่งแสงคลุมเพิ่มเพื่อกันฝน ภาพมุมรวมของโถงใหญ่ค่ะ จากห้องรับประทานอาหารจะมีประตูเชื่อมกับห้องครัว เป็นบานเลื่อนเปิดกรอบอลูมิเนียมแบบนี้ การจัดวางเคาน์เตอร์ครัวทำเหมือนบ้านหลังที่แล้วค่ะ แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่ๆ กว้างขวางขึ้นอีกนะ จากห้องครัวจะมีประตูเปิดเชื่อมสู่ลานซักล้างหลังบ้าน พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปประมาณ 30 ซม.ค่ะ ทางโครงการได้เทพื้นซีเมนต์ปาดเรียบเอาไว้ให้เหมือนเดิม พื้นที่ลานซักล้าง ทางโครงการได้เตรียมก๊อกสนาม, ปลั๊กไฟแบบกันน้ำ พร้อมไฟฟลูออเรสเซ้นต์เอาไว้ให้เรียบร้อย ภาพมองย้อนกลับเข้ามาภายในตัวบ้าน มาดูส่วนโถงบันไดกันต่อค่ะ ข้างๆ บันไดจะมีโถงทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถค่ะ ส่วนประตูด้านในก็คือประตูห้องน้ำชั้นล่างนั่นเอง บริเวณใต้บันไดก็จะยังมีพื้นที่เก็บของให้เหมือนเดิม ส่วนห้องน้ำชั้นล้างจะเหมือนกับบ้านหลังที่แล้วทุกประการ ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม. บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป ติดตั้งราวจับลูกกรงเหล็กมาให้ ส่วนมือจับใช้วัสดุไม้สีเข้ากันกับพื้นบันไดค่ะ มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 ภาพมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวเชื่อมสู่ห้องต่างๆ ทั้งห้องนอนใหญ่, ห้องน้ำชั้นบน, ห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ส่วนพื้นที่ตรงกลางโถงคือห้องนั่งเล่นชั้นบนค่ะ ที่พื้นจะปูด้วยพื้นลามิเนตหนา 8 มม. พื้นที่กลางโถง จัดเป็นห้องนั่งเล่นได้อย่างพอดิบพอดี มีหน้าต่างบานเลื่อนมาเป็นช่องแสงให้ 1 บาน ทำให้โถงบันไดดูไม่มืดทึบ ภาพมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เรามาเริ่มต้นจากห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งขวาของโถงกันค่ะ ภายในห้องนอนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนพักผ่อน และโซนแต่งตัว ซึ่งพอเราเปิดประตูเข้ามาภายในห้องจะเจอโซนแต่งตัวก่อน บริเวณนี้จะมีพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้ใส่เสื้อผ้าแบบพับได้อย่างละตัว ซึ่งข้างๆ จุดที่วางโต๊ะเครื่องแป้งจะมีประตูบานเปิด เชื่อมกับระเบียงห้องได้ พื้นที่ระเบียงห้องนอนใหญ่ค่ะ และจากโซนแต่งตัวนี้เองจะเชื่อมกับห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำก็ใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนเดิมทุกประการค่ะ ต่างกันที่การจัดวางเล็กน้อย อ่างล้างมือแบบฝังครึ่งเคาน์เตอร์เหมือนเดิม โถสุขภัณฑ์พร้อม Accessories โซนอาบน้ำ (ไม่รวม Shower Box เหมือนเดิม) พื้นที่ยืนอาบน้ำมีขนาดกว้างขวางดีค่ะ ภายในติดตั้งฝักบัวสายอ่อนและจานวางสบู่มาให้เหมือนเดิม จากโซนแต่งตัวเชื่อมสู่โซนพักผ่อน ภายในโซนพักผ่อนมีเนื้อที่กว้างขวางพอสมควร ได้หน้าต่างบานใหญ่มาทั้ง 2 ด้านทำให้ห้องดูโปร่งโล่งดี ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่จริงๆ แล้วจะวางขนาด 6 ฟุตก็ยังรองรับไหว ยังเหลือพื้นที่ว่างเป็นทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีเพิ่มได้ เพราะยังเหลือพื้นที่ให้สามารถเดินผ่านหรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนได้สบายๆ ส่วนฝั่งซ้ายมือของเตียงจัดเป็นตู้เสื้อผ้าได้ขนาดใหญ่เลยค่ะ เรามาดูห้องนอน 2 กันต่อ ซึ่งจะอยู่ฝั่งซ้ายมือของโถงบันได ภายในห้องนอน 2 มีขนาดกำลังดีสำหรับ 1 คน สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ได้อย่างลงตัว ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ยังเหลือพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางโต๊ะทำงานและโต๊ะข้าง ส่วนพื้นที่ปลายเตียงจะยังเหลือพอให้วางตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ ระยะอาจจะเหลือน้อยไปหน่อย แนะนำให้ใช้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะ จะได้ช่วยประหยัดพื้นที่ ถัดมาทางขวามือ เป็นห้องน้ำชั้นบน ซึ่งจะใช้รวมระหว่างห้องนอน 2 และ 3 ค่ะ ภายในห้องน้ำจัดวางจากส่วนแห้งเข้าไปหาส่วนเปียกด้านใน ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ยังคงเดิมทุกประการ จะขอข้ามไปเลยนะคะ ริมขวาสุดคือห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้ายแล้วค่ะ ห้องนอน 3 เป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัวนะ ในห้องนี้วางเตียงขนาด 3 ฟุต วางแบบชิดผนังฝั่งนึงไปเลย พื้นที่ปลายเตียงก็ยังเหลืออยู่นะ สามารถวางตู้เก็บของเพิ่มเติมได้ พื้นที่ฝั่งขวาของเตียงยังเหลือพอให้สามารถวางโต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐานได้อย่างละตัวพอดี :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (มีนาคม 2561) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (มีนาคม 2561) :::: แบบบ้าน NEO พื้นที่ใช้สอย 118 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 54.00 ตร.วา – ราคา 3,990,000 บาท แบบบ้าน MODA พื้นที่ใช้สอย 137 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 56.40 ตร.วา – ราคา 4,290,000 บาท แบบบ้าน GINA พื้นที่ใช้สอย 172 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 58.30 ตร.วา – ราคา 4,990,000 บาท แบบบ้าน GUSTO พื้นที่ใช้สอย 186 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 67.40 ตร.วา – ราคา 5,490,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการตั้งอยู่บนซอยวัดลาดปลาดุก หรือถนนทางหลวง 1002 ย่านนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีความเงียบสงบดี เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ภายในซอยวัดลาดปลาดุกมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล สามารถหาร้านอาหารอร่อยๆ ได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ส่วนในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบาย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ตัดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆ และอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนสาย 345, ถนนบางกรวย – ไทรน้อย และ ถนนราชพฤกษ์ จึงสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้น นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งไปขึ้น ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้สะดวกอีกด้วย ไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9 และทางบางนา – ดาวคะนอง การเดินทางโดยรถสาธารณะ บริเวณหน้าโครงการจะมีทั้งรถตู้และรถสองแถววิ่งผ่าน จะมีไปทางพาต้าและเดอะมอลล์งามวงศ์วานค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆ ต่อรถเอา และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ การเดินทางโดยรวมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะอาจจะต้องต่อรถหลายต่อ แต่ก็ถือว่าสามารถไปไหนเองโดยไม่ต้องใช้รถแท็กซี่ค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีคลองบางไผ่ ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น จำนวน 220 ยูนิต บนพื้นที่ 50 ไร่ สไตล์ Tropical Modern มีแบบบ้าน 4 แบบ ขนาด 118 – 186 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 – 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบของชั้นล่างก็เป็นแบบ Open Plan ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก โครงการนี้ค่อนข้างเน้นพื้นที่ห้องครัวพอสมควร ให้เนื้อที่มาค่อนข้างใหญ่ ไม่จำเป็นต้องทำการต่อเติมเลยค่ะ ส่วนชั้น 2 ซอยพื้นที่แบ่งเป็นห้องนอนได้ 3 ห้อง พื้นที่ของแต่ละห้องก็กำลังดีจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่ยาก ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐานและสวยงามดี คำนึงถึงผู้ใช้งานค่ะ โดยรวมแบบบ้านโครงการนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมี คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และสวนพักผ่อนส่วนกลาง ออกแบบมาสวยน่าใช้งาน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้อง CCTV, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐานที่ดีค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: สำนักงานขาย : 02 194 6363 WEBSITE : www.tararomestate.com หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
ถนนวัดลาดปลาดุก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
3 ห้อง
3,990,000 ฿
8/5/2018
เพิ่มเติมhomenayoo.com
ให้เช่าทาวน์โฮมส์ใหม่ 10,000บาท/เดือน 2ชั้น 2นอน 3น้ำ พื้นที่ 21.5ตารางวา ติดต่อ 084-2945541 มีพื้นที่เหลือจอดรถหน้าบ้านกว้างมาก จอดรถได้ประมาณ 4คัน เข้าออกได้หลายทาง 1แยกท่ารั้ว 2วงแหวนรอบกลาง (ซอยข้างศูนย์ทรู) 3สันกำแพงสายเก่า 4สายหลักดอยสะเก็ต สถานที่ใกล้เคียง แยกท่ารั้ว ห้างโลตัส ร้านขายของชำ 7-11
:เชียงใหม่,:ดอยสะเก็ด,:สันปูเลย
3 ห้อง
21.5 ตร.ม.
10,000 ฿
5/4/2018
เพิ่มเติมteedinchiangmai.com
EP.971 รีวิวบ้านเดี่ยว และ บ้านแฝด เวนิว พระราม 5-2 Venue Rama 5-2 สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการบ้านเดี่ยวคุณภาพมาฝากกัน นั่นก็คือ โครงการ Venue พระราม 5-2 จาก SC ASSET ตั้งอยู่ถนนสุขาภิบาล 1 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี อยู่ใกล้แหล่ง Shopping ขนาดใหญ่ อาทิ เซ็นทรัลเวสต์เกต, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เดอะวอล์ค ราชพฤกษ์ และ เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เดินทางสะดวกเข้าออกได้หลายทางทั้ง ถ.นครอินทร์ , ถ.พิบูลสงคราม, ถ.กรุงเทพฯ-นนท์ และ ถ.ราชพฤกษ์ เวนิว พระราม 5-2 มีเนื้อที่โครงการ 20-0-81.2 ไร่ จำนวน 90 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสูง 2 ชั้น กับแบบบ้านสไตล์ Modern Japanese ดีไซน์เรียบง่าย แต่มากด้วยรายละเอียด ฟังก์ชั่นขนาด 3-5 ห้องนอน, 3-5 ห้องน้ำ, 1 ครัวไทย และที่จอดรถ 2-3 คัน พิเศษด้วย Multi-Function Room, Bay Window และ Robi Function ขนาดเริ่มต้นที่ 38.8 ตร.วา คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปลายปี 2561 สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการจะเน้นเป็นพิเศษ ทั้ง คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่, ฟิตเนส, สวนสาธารณะสไตล์ญี่ปุ่น ที่ดีไซน์มาให้เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย รวมถึง ระบบ Magnetic และ Shock Sensor ครบทุกยูนิต, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. แบ่งโซนแขก-โซนพักอาศัยอย่างเป็นส่วนตัว (Double Security System), เข้า-ออกด้วยระบบ Easy Pass และ CCTV 27 จุดทั่วโครงการ ในราคาเริ่มต้นที่ 6.49 ล้านบาท โดยรายละเอียดแบบเจาะลึกจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: พิกัด : 13.832022, 100.480811 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ Venue พระราม 5-2 ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 1 เป็นทำเลในโซนพระราม 5 ห่างจากปากทางถ.นครอินทร์ประมาณ 800 เมตร บนถ.สุขาภิบาล 1 จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในแนวราบ ส่วนมากจะเป็นบ้านจัดสรร และบ้านพักอาศัยส่วนตัวของคนในท้องถิ่นเดิม บรรยากาศภายในค่อนข้างเงียบสงบค่ะ แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากสาธารณูปโภคต่างๆ มีทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร อยู่ใกล้ในระยะที่สามารถเดินไปได้ โดยทำเลที่ตั้งของโครงการถือว่าได้เปรียบ เพราะสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ทั้งจาก ถ.นครอินทร์, ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พิบูลสงคราม และ ถ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี และที่สำคัญคืออยู่ใกล้สะพานพระราม 5 โดย จากโครงการวิ่งไปขึ้นสะพานพระราม 5 ได้ในระยะประมาณ 2.6 กม. หรือระยะขับรถเพียง 4 นาทีเท่านั้น ใช้วิ่งไปขึ้นทางด่วนศรีรัช หรือเข้าเมืองไปทางรัชดาภิเษกได้ในเวลาสิบกว่านาที นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง บางซื่อ-บางใหญ่ เข้า-ออกเมืองสะดวกทั้งคนใช้รถและไม่ใช้รถค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางหากดูจากแผนที่ด้านบนถือว่าสะดวกสบายมาก ด้วยถนนเส้นหลักหลายสายด้วยกัน สะดวกทั้งขาเข้าและขาออกเมือง เนื่องจากตัวโครงการอยู่บนถนนสุขาภิบาล 1 จึงสามารถวิ่งเชื่อมต่อเข้าถนนใหญ่ทั้ง ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ ได้สะดวก และสามารถเดินทางได้สะดวกในทุกทิศทาง หากขึ้นเหนือใช้ ถ.ราชพฤกษ์ไปบางบัวทอง วิ่งออกรัตนาธิเบศร์ไปบางใหญ่ หรือสะพานพระนั่งเกล้า หากลงใต้มุ่งหน้าไปเพชรเกษมก็ใช้ ถ.ราชพฤกษ์ก็สะดวกเช่นกัน แต่ก็สามารถวิ่งจากแยกบางสีทอง ออกวงเวียนเทอดพระเกียรติ สู่สะพานพระราม 7 ไปประชาชื่น หรือ ออกสะพานซังฮี้ ไปฝั่งพระนครได้ หรือจะวิ่ง ถ.นครอินทร์ออก ถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักมุ่งตรงสู่ย่านพระราม 2 และ มหาชัย ก็รวดเร็วค่ะ หากจะเข้าเมืองก็วิ่งขึ้นสะพานพระราม 5 ไปถนนกรุงเทพ-นนทบุรี, ประชาราษฎร์ และ รัชดาภิเษกได้สะดวก ในระยะเวลาสิบกว่านาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีถนนย่อยลัดเลาะไปได้หลายเส้นทางด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น ถ.บางศรีเมือง, ถ.นนทบุรี 1 และ ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ที่วิ่งตัดไปออกถนนกาญจนาภิเษกและรัตนาธิเบศร์ได้ ซึ่งมีประโยชน์เวลาเส้นหลักอย่างถ.ราชพฤกษ์มีการจราจรหนาแน่นนั่นเอง ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับจุดขึ้นทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกมากที่สุดค่ะ โดยจะอยู่ห่างออกไปประมาณ 7.6 เมตร หรือขับรถไปไม่เกิน 15 นาทีก็ถึง โดยวิ่งออกมาทางถ.นครอินทร์ ผ่านทางถ.พิบูลสงคราม วิ่งขึ้นทางด่วนไปได้สะดวก สามารถไปได้ทั้ง พระราม 9 และ บางนาค่ะ ถ้าจะไปทางปากเกร็ด แนะนำให้วิ่งออกมาที่ถ.นครอินทร์แล้วขับไปทางสะพานพระราม 5 เพื่อขึ้นทางพิเศษศรีรัชข้างหน้าแทน แต่ถ้าจะวิ่งไปทางบางแค, บางใหญ่ หรือพระราม 2 ก็ให้วิ่งเส้นเดียวกันได้เลยค่ะ แต่จะต้องกลับรถอีกทีนึงก่อน ความอุดมสมบูรณ์ ตัวโครงการตั้งอยู่ในโซนที่พักอาศัยที่เงียบสงบบนถนนสุขาภิบาล 1 ภายในก็จะมีทั้ง 7-Eleven และร้านอาหารอยู่หลากหลายร้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับตัวโครงการในระยะที่สามารถเดินไปได้เลย ถ้าจะออกมาที่ถ.นครอินทร์ไปทางสะพานพระราม 5 ไม่ไกลก็จะมีร้านอาหารอีกมากมาย และห้าง Makro ถือว่าสะดวกมากๆ จะซื้อของเข้าบ้านก็ง่ายเลย เนื่องจากถ.นครอินทร์เป็นถนนที่กว้าง มีที่จอดรถข้างทางและมีทางเท้าที่กว้างขวาง ทำให้ย่านนี้เป็นย่านที่มีร้านอาหาร, แผงขายอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้โครงการเยอะมาก ส่วนห้างใหญ่ๆในย่านนี้ก็จะเป็น HomePro, The Crystal ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์ และ Home Work ซึ่งเกาะตัวกันอยู่บนถนนราชพฤกษ์ใกล้วงเวียนพระราม 5 ที่ค่อนข้างครบครันและสะดวก นอกจากนี้ที่เส้นรัตนาธิเบศร์ก็มีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กันนะ ทั้ง Central รัตนาธิเบศร์, Esplanade แคราย, Big C ติวานนท์ ที่อยู่ในระยะขับรถไม่เกิน 10 นาทีถึง และห้างใหญ่อย่าง Central Westgate ตรงแยกบางใหญ่อีกแห่งก็ถือว่าโดดเด่นทีเดียว นอกจากนี้ตัวโครงการยังอยู่ไม่ไกลจากท่าน้ำนนท์ ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา และท่าเรือด่วนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นโซนที่พูดได้ว่าของกินเพียบ มีร้านอาหารน่าทานเยอะมาก ทั้งส้มตำเจ้าเด็ด, ก๋วยเตี๋ยว, เกาเหลา, เบเกอรี่ ชาวเมืองนนท์ส่วนใหญ่รู้จักกันดีค่ะ โดยสามารถวิ่งจากถ.บางศรีเมืองไปได้เลย การเดินทางด้วยรถสาธารณะ บริเวณหน้าโครงการนั้นยังไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่านค่ะ ดังนั้นคนที่เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นหลักก็คงต้องใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ และแท็กซี่เป็นหลักนะ แต่ห่างจากโครงการไปในระยะขับรถไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น ก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง บางใหญ่-บางซื่อ ที่เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและนนทบุรี ให้คนที่ใช้รถสาธารณะสามารถเข้าเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุดก็คือ สถานีแยกติวานนท์ สามารถขับรถไปถึงได้ประมาณ 7 นาที (ระยะทางคร่าวๆประมาณ 5.5 กม.) ส่วนที่ สถานีแยกนนทบุรี จะมีอาคารจอดรถให้ สามารถขับรถมาจอดเพื่อต่อรถไฟฟ้าได้ค่ะ รถไฟฟ้าสายสีม่วงสายนี้จะมีแนวทางวิ่งหลักๆอยู่กลางถนน โดยเส้นทางเริ่มจากบริเวณคลองบางไผ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ถนนวงแหวนรอบนอก (ตะวันตก) กาญจนาภิเษก ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สะพานพระนั่งเกล้า ก่อนถึงสี่แยกแครายจะเลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ถึงบริเวณแยกเตาปูนค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS บางหว้า บนเส้นราชพฤกษ์ห่างจากโครงการประมาณ 17 กม. หรือระยะขับรถประมาณ 18 นาที ที่ปกติคนย่านนี้ใช้กันเป็นหลัก และที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าที่ สะพานพระราม 5 ยังมี บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการไปยังท่าเรือสาทร โดยท่าเรืออยู่ใต้สะพานพระราม 5 ให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ และ ใกล้อู่ปล่อยรถเมล์ช่วงใต้สะพานพระราม 5 ที่จากโครงการสามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์แถวหน้าโครงการไปขึ้นท่าเรือหรือขึ้นรถเมล์ที่อู่ปล่อยรถได้ง่ายค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ Venue พระราม 5-2 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถ.งามวงศ์วาน > แยกแคราย > ถ.ติวานนท์ > ถ.นครอินทร์ > ถ.สุขาภิบาล 1 > โครงการ Venue พระราม 5-2 วันนี้เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากบนถนนงามวงศ์วานมุ่งหน้าไปทางแครายค่ะ โดยเราจะใช้เวลาเดินทางไปถึงตัวโครงการประมาณ 15 นาที ข้างหน้านี้ให้เราขึ้นสะพานข้ามถ.ประชาชื่นค่ะ ที่ฝั่งซ้ายมือของเราจะเห็นเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ติดๆกันที่ฝั่งขวาคือพันธุ์ทิพย์พลาซ่าค่ะ จากนั้นยังให้เราวิ่งตรงไปเรื่อยๆไปทางแครายนะ พอใกล้ถึงแยกแครายแล้วให้เราชิดซ้ายเลย ให้เราชิดซ้ายเอาไว้ เราจะเลี้ยวเข้าถ.ติวานนท์ตรงแยกแครายข้างหน้านี้ค่ะ เมื่อวิ่งเข้ามาในเส้นติวานนท์แล้ว เราก็จะขับผ่าน รฟฟ.สายสีม่วงสถานีกระทรวงสาธารณสุข ข้างหน้าเราจะเป็นสะพานข้ามถ.ประชาราษฎร์ ข้ามสะพานไปก็จะเข้าสู่ถ.นครอินทร์ค่ะ ให้เราวิ่งตรงไปเรื่อยๆ เมื่อเราเข้าสู่ถ.นครอินทร์แล้ว ให้เราวิ่งตรงไปเรื่อยๆไปทางสะพานพระราม 5 ชิดขวาขึ้นสะพานพระราม 5 ไปเลยค่า พอเราลงมาจากสะพานพระราม 5 แล้วให้เราเตรียมชิดซ้ายออกไปทางถ.บางกรวย-ไทรน้อยนะคะ ให้เราชิดซ้ายออกทางคู่ขนานค่ะ ฝั่งซ้ายมือของเราจะเห็น Tesco Lotus สาขานครอินทร์ เมื่อเราเข้าทางคู่ขนานมาแล้วให้เราชิดขวาเอาไว้เพื่อกลับรถใต้สะพาน ตรงไปข้างหน้าก็คือแยกบางสีทองนั่นเอง แต่ให้เรากลับรถใต้สะพานตรงนี้นะคะ พอเรากลับรถใต้สะพานแล้วให้รีบชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถ.สุขาภิบาล 1 เลยนะ จะค่อนข้างกระชั้นนิดนึงค่ะ ต้องเตรียมตัวดีๆ จากถ.นครอินทร์วิ่งตรงตามถ.สุขาภิบาล 1 ไปเพียง 800 เมตรเท่านั้น เราก็จะเห็นตัวโครงการอยู่ทางด้านขวามือของเราแล้วค่ะ เข้ามาภายในถ.สุขาภิบาล 1 จะเป็นแหล่งบ้านพักอาศัย ก็จะมีพวกอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักบ้างประปรายบริเวณช่วงต้นๆซอยค่ะ ที่เหลือก็จะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัว, โครงการบ้านจัดสรร รวมถึงร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ พอเข้ามาในซอยประมาณ 200 เมตร ก็จะมี 7-Eleven อยู่ 1 สาขา เป็นสาขาที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุด เลยจาก 7-Eleven เข้ามาอีก 600 เมตร หรือเข้ามาจากหน้าปากซอยประมาณ 800 เมตร เราก็จะเห็นตัวโครงการของเราอยู่ทางด้านขวามือแล้วค่า ภาพซุ้มทางเข้าโครงการแบบชัดๆ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมภายในถ.สุขาภิบาล 1 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมดค่ะ ภายในมีทั้งบ้านพักอาศัย, โครงการบ้านจัดสรร, อพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก รวมถึงร้านอาหาร และ ร้านสะดวกซื้อ ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินเปล่า และ บ้านพักอาศัย ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า และ คลองบางสีทอง และ ทิศตะวันตก ติดกับ ถ.สุขาภิบาล 1 เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณโดยรอบตัวโครงการด้วยกันนะคะ มาเริ่มกันที่หน้าซุ้มทางเข้าโครงการกันเลย ฝั่งตรงข้ามกับตัวโครงการก็จะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัวค่ะ เปิดเป็นเพิงร้านอาหารตามสั่งเล็กๆหน้าบ้าน เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจบริเวณทางฝั่งขวามือ มุ่งหน้าไปทางถ.บางศรีเมืองกันก่อนนะ ตรงข้ามกับตัวโครงการเราก็จะเห็นเพิงร้านขายก๋วยเตี๋ยวเล็กๆค่ะ ส่วนที่ติดกับหน้าทางเข้าโครงการเป็นบ้านพักอาศัย ใกล้ๆกันที่ฝั่งตรงข้าม เราจะเห็นโครงการ Supalai Primo ค่ะ เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น ตรงที่เป็นอาคารพาณิชย์ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านซักรีด ซึ่งจะอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านรุ่งโรจน์พอดีค่ะ เดินเลยไปอีกเจอ หมู่บ้านสุชาวาลัย เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น บางช่วงของถนนเส้นนี้เราก็จะเจอพวกร้านขายของชำ, ร้านอาหาร หรือร้านขายน้ำปั่นร้านเล็กๆแบบนี้ค่ะ กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการ เราจะเดินออกไปทางซ้ายมือ มุ่งหน้าไปถ.นครอินทร์ ติดกับทางเข้าโครงการก็คืออาคารพาณิชย์ 2 คูหาสูง 3 ชั้น ติดๆกันเป็นบ้านพักอาศัยค่ะ ที่ฝั่งตรงข้ามเราจะเห็นโครงการ My Isara เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นเช่นกัน และโครงการ JW Casa มีร้านขายข้าวแกงและก๋วยจั๊บญวณด้วยนะ ทานง่ายๆ สะดวกและเร็วดี เดินเลยไปอีกหน่อยเราจะเจอร้านอาหารบ้านส้มตำค่ะ ขายอาหารไทย ร้านนี้มีหลายสาขาเลยนะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ Venue พระราม 5-2 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด สูง 2 ชั้น จำนวน 90 ยูนิต บนที่ดิน 20-0-81.2 ไร่ สไตล์ Modern Japanese ที่เรียบง่าย แต่มากด้วยรายละเอียด เน้นการเข้าถึงธรรมชาติ สงบและร่มรื่นตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆ เพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางโครงการจะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security System แบ่งโซน Visitor และ Resident เพื่อความเป็นส่วนตัว โดยจุดแรกก็คือซุ้มทางเข้า-ออกของโครงการ จากถนนสุขาภิบาล 1 ซึ่งในส่วนนี้จะเป็น Main Gate ประกอบด้วย ป้อมยาม, ระบบ Easy Pass, กล้อง CCTV และ Gate ชั้นแรก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการ จะเป็นโซน Visitor ค่ะ ตรงนี้วางผังด้วยถนนเมนกว้าง 12 เมตร เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายจะอยู่ทางซ้ายมือเลย ซึ่งก็คือ Clubhouse ของโครงการนั่นเอง เนื่องจากโครงการเป็นโครงการขนาดเล็ก ลูกบ้านทุกหลังจึงสามารถเดินไปใช้งานได้สะดวก ไม่เสียเปรียบลูกบ้านหลังหน้าๆ ที่อยู่ใกล้กับตัว Clubhouse มากกว่า จากโซน Visitor เราจะต้องผ่าน Gate ชั้นที่ 2 เพื่อเข้าสู่โซน Resident เมื่อเข้าไปถึงเราก็จะเจอสวนสาธารณะอยู่ตรงกลางเลยค่ะ จากถนนเมนจะตัดขวางด้วยถนนขนาด 10 เมตร และแตกเป็นซอยย่อยด้วยถนนขนาด 9 เมตรเพื่อเข้าสู่บ้านทุกหลัง ความพิเศษของการวางผังโครงการนี้ก็คือ เป็นโครงการขนาดเล็ก มีจำนวนยูนิตน้อย จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง และไม่แออัดอีกด้วย อีกทั้งยังวางหน้าบ้านไปในแกนทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ตัวบ้านไม่ร้อน และสามารถรับลมได้ตลอดทั้งปีค่ะ :::: แบบบ้านของโครงการ :::: แบบบ้านของโครงการจะเป็นสไตล์ Modern Japanese โดยบ้านจะถูกออกแบบให้ดูเรียบง่าย แต่ใส่ใจกับเรื่องของรายละเอียด เน้นความโปร่งโล่ง และความเป็นสัดเป็นส่วนของฟังก์ชั่นภายในบ้าน อีกทั้งยังเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษ อย่าง Robi Function เป็นเฉลียงหน้าบ้านที่อยู่ภายใน Semi-Private Zone, Bay Window, Multi-Function Room พร้อมวัสดุคุณภาพดี ติดระบบสัญญาณกันขโมยให้ทุกหลัง ทั้ง Magnetic System และ Shock Sensor ส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง Security Center และ Smartphone ของเจ้าของบ้านตลอด 24 ชม. ตอนนี้มีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ ::: แบบบ้าน KAISHI ขนาด 149 ตร.ม. ::: ทัศนียภาพจำลอง แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: แบบบ้าน KANZEN ขนาด 214 ตร.ม. ::: ทัศนียภาพจำลอง แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: แบบบ้าน ZENBI ขนาด 232 ตร.ม. ::: ทัศนียภาพจำลอง แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: แบบบ้าน TAKUETSU ขนาด 349 ตร.ม. ::: ทัศนียภาพจำลอง แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เดี๋ยวเราจะเข้าไปสำรวจภายในโครงการด้วยกันนะคะ ป้ายหน้าทางเข้าโครงการขนาดใหญ่ เห็นชัดแต่ไกลเลย มาดูซุ้มทางเข้าโครงการกันเลยค่ะ ดีไซน์ตัวซุ้มเป็นสไตล์ Modern Japanese ดูอบอุ่นด้วยวัสดุสีใกล้เคียงไม้ไผ่ และตัดขอบด้วยสีดำ การเข้า-ออกตัวโครงการจะต้องผ่านรปภ.ประกอบด้วย ป้อมยาม, ระบบ Easy Pass, กล้อง CCTV และ Gate ชั้นที่ 1 ตรงนี้ก็คือ Main Security ค่ะ ที่ด้านข้างป้อมยามจะติดกล้อง CCTV และตัวเซ็นเซอร์ Key Card ฝั่งซ้ายจะแบ่งช่องจราจรสำหรับให้คนเดินเข้าได้ พร้อมประตูรั้วบานเล็กๆ กล้อง CCTV และตัวเซ็นเซอร์ Key Card ค่ะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อผ่าน Main Security เข้าโครงการเข้ามาแล้วจะเป็นโซนของ Visitor ก่อนค่ะ เข้ามาเจอถนนเมนกว้าง 12 เมตร ตรงเข้าไป ฝั่งซ้าย-ขวาปลูกต้นไม้เอาไว้อย่างร่มรื่น ตรงเข้าไปเรื่อยๆ เราจะเห็น Double Security เพื่อเข้าสู่โซน Resident ภายในโซน Visitor เรามองไปทางซ้ายมือ จะเป็น Clubhouse ของโครงการ ซึ่งตอนนี้ก็ถูกใช้เป็นสำนักงานขายด้วย ส่วนที่ฝั่งขวามือไล่เข้าไปจะเป็นบ้านตัวอย่างค่ะ หน้าตา บ้านแฝด KAISHI ขนาด 149 ตร.ม. บ้านเดี่ยว KANZEN ขนาด 214 ตร.ม. บ้านเดี่ยว ZENBI ขนาด 232 ตร.ม. ตรงเข้าไปจนถึง Double Security จะเป็นระบบ Easy Pass ค่ะ เฉพาะลูกบ้านที่ถือ Key Card เท่านั้นที่จะสามารถผ่าน Gate เข้าไปในโซน Resident ได้ ถ้าเป็น Visitor พี่รปภ.จะต้องตรวจความปลอดภัยอีกชั้นนึงก่อนนะ พอเข้ามาในโซน Resident จะเป็นถนนเมนยาวไปจนสุดไซท์ แล้วตัดด้วยถนนซอยเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน มุมมองไปทางฝั่งขวา จะเป็นถนนส่วนที่ติดกับสวนสาธารณะ สวนสาธารณะของโครงการค่ะ ในรายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อถัดไปนะ มุมมองไปทางฝั่งซ้าย ตรงหัวมุมจะเป็น แบบบ้านเดี่ยว TAKUETSU ขนาด 349 ตร.ม. มีเพียง 3 หลังเท่านั้นนะคะ ต้องรีบจองกันหน่อยแล้ว เราเข้าไปดูบรรยากาศภายในซอยบ้านกันค่ะ โดยข้างถนนก็จะจัดสวน ลงต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอันร่มรื่น ดูการจัดวางผังโครงการ จะเห็นเลยว่าดูสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบ และไม่แออัดเลย :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการกันแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดู คลับเฮ้าส์ และ สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: คลับเฮ้าส์ ::: เริ่มต้นจากคลับเฮ้าส์กันก่อนเลยค่ะ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ออกแบบมาในสไตล์ Modern Japanese ดูเรียบง่าย สวยงาม และยังมากด้วยดีเทลอีกด้วย ด้านหน้ามีที่จอดรถให้ 3 คัน เดินเข้าไปสำรวจด้านในกันเลยค่ะ เดินเข้ามาด่านแรกจะเจอ Sale Office ซึ่งในอนาคตภายหลังการขายก็จะถูกใช้เป็น Lobby ค่ะ ภายในจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ ซึ่งจะคอยช่วยเหลือให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโครงการ บรรยากาศภายในทำออกมาได้ดูโปร่งโล่งด้วยฝ้าเพดานสูง ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ทว่าโออ่าและสวยงาม ภายในได้จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งพักผ่อนอยู่หลายชุด รวมถึงโซฟานั่งสบายๆ ออกมาจาก Sale Office เราเดินออกไปตามทางเดินค่ะ เดินตามทางเดินไป ฝั่งซ้ายมือก็คือสระว่ายน้ำ ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นห้องน้ำและบันไดขึ้นชั้น 2 ห้องน้ำแยกชาย-หญิงให้ค่ะ เราเข้าไปดูข้างในกันเลย เข้าไปภายในห้องน้ำ ส่วนแรกจะเจอตู้ล็อคเกอร์อยู่หน้าห้อง ถัดเข้าไปจะเป็นส่วนของอ่างล้างมือและห้องน้ำ บริเวณอ่างล้างมือ มี 3 อ่าง อีกฝั่งเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ ส่วนห้องน้ำแบบ Unisex ก็มีแยกเอาไว้ให้นะ ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง รถเข็นสามารถเข้าไปได้สะดวก ภายในมีราวจับและอุปกรณ์เสริมต่างๆให้เรียบร้อยค่ะ เราเดินมาดูในส่วนของสระว่ายน้ำกันต่อค่ะ ส่วนนี้จะเป็น Pool Deck ข้างๆมี Shower ให้อาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ ในส่วนของ Shower ค่ะ มีอยู่จุดเดียว สระว่ายน้ำของโครงการจะเป็นสระระบบเกลือ ขนาด 5 x 19 เมตร สามารถว่ายออกกำลังกายได้อย่างสบายๆ บันไดทางลงจะอยู่ภายในสระเลยค่ะ มีการแยกสระเด็กเอาไว้ให้เรียบร้อย บริเวณ Pool Deck เตรียม Day Bed เอาไว้ให้ 3 ตัว Day Bed ค่ะ ตัวเบาะทางโครงการก็คอยทำความสะอาดให้ และเก็บเวลาที่ฝนตก จากนั้นเราขึ้นมาที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ ซึ่งก็คือห้องฟิตเนส ภายในห้องฟิตเนสมีขนาดกว้างขวาง มีอุปกรณ์และเครื่องเล่นมาให้อย่างครบครัน ฝั่งริมหน้าต่างจะเป็นเครื่องเล่นแบบ Cardio มีทั้งลู่วิ่งไฟฟ้า, เครื่องเดินวงรี และจักรยานไฟฟ้าค่ะ ส่วนอีกฝั่งติดกระจกเงา จะเป็นเครื่องเล่นแบบ Weight Training มีชุดดัมเบล พร้อมม้านั่งราบ และเครื่องเล่นชนิดอื่นๆ สามารถเล่นได้ครบสัดส่วน ::: สวนสาธารณะ ::: มาดูสวนสาธารณะของโครงการกันต่อค่ะ ซึ่งก็จะจัดเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น ภายในสวนจะออกแบบพื้นที่มาให้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยอีกด้วย ทางเดินเข้าสวนทำเป็นหลังคาสไตล์ศาลาแบบญี่ปุ่น เข้ามาภายในสวนจะปูด้วยพื้นหญ้าทั้งหมด และปูแผ่นทางเดินเชื่อมไปยังส่วนต่างๆ การออกแบบสวนได้ถูกปรับมาจากสวนหินอีกทีนึงค่ะ โดยทำให้ดูทันสมัย แหละเหมาะสมกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ที่นั่งทรงหินก็ดูสวยดีนะคะ โดยจัดให้อยู่ทั่วสวนเลย ทางเนินขึ้นไปทำเป็นลานกิจกรรมค่ะ แล้วก็จะมีสไลเดอร์ลงไปสู่สนามเด็กเล่น บริเวณสนามเด็กเล่น ภายในทำเป็นกระบะทรายค่ะ ปลอดภัยสำหรับเด็ก ตรงกลางมีเครื่องเล่นให้สามารถปีนป่ายได้ มุมนึงข้างสนามเด็กเล่น ทำเป็นศาลานั่งพักผ่อน มุมมองออกมาจากทางศาลา อีกฝั่งนึงของสวนจัดเป็นลานสวนหิน ล้อมรอบด้วยทิวต้นไผ่ จัดให้ดูสงบ เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนเงียบๆ ทั้งผู้ใหญ่และคนชราก็สามารถมานั่งเล่นในโซนนี้ได้ โดยรอบสวนทำเป็นที่นั่งทั้งหมด จะเลือกนั่งมุมไหนก็ได้ อีกมุมหนึ่งภายในสวนหินค่ะ :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่าง 2 หลังด้วยกัน ลำดับเป็นแบบบ้านแฝด KAISHI ขนาด 149 ตร.ม. และตามด้วยแบบบ้านเดี่ยว ZENBI ขนาด 232 ตร.ม. ไปชมกันเลยค่า � ::: แบบบ้านแฝด KAISHI ขนาด 149 ตร.ม. ::: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน เริ่มต้นจากแบบบ้านแฝด KAISHI ขนาด 149 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำกันค่ะ เป็นบ้านขนาดเล็กที่สุด ตัวบ้านใช้โทนสีขาว-ครีม-น้ำตาล ดีไซน์ดูเรียบๆแต่ลงตัว มี Gimmick เป็น Texture แบบต่างๆ แบบบ้านจะถูกออกแบบมาให้มีช่องประตู-หน้าต่างที่กว้างขวางขึ้นกว่าแบบบ้านรุ่นก่อนๆด้วยนะ นี่ก็คือแบบบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบของโครงการค่ะ ในส่วนของรั้วบ้าน จะเป็นบานเลื่อน 2 ตอน สามารถเปิด-ปิดได้แบบนี้ ที่รั้วบ้านจะติดเลขที่บ้าน, กริ่งออด และ ไฟกิ่งมาให้แบบนี้เลยค่ะ อีกทั้งที่รั้วบ้านก็จะมีช่องเก็บขยะเอาไว้ให้ เป็นจุดที่ทำให้ลูกบ้านสะดวกมากขึ้น โดยลูกบ้านจะสามารถทิ้งขยะได้จากภายในตัวบ้านได้เลย ทางส่วนกลางของโครงการจะมาเก็บขยะไปจากช่องด้านหน้ารั้วเอง มาดูในส่วนของโรงจอดรถกันก่อน ภายในโรงจอดรถจะสามารถจอดรถได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม-คอนกรีตเสริมเหล็ก ลงเข็มแบบ On Beam ให้เพื่อกันทรุด และเทพื้นซีเมนต์ขับเรียบ ที่ฝ้าเพดานเป็นฝ้าแผ่นเรียบไฟเบอร์ซีเมนต์ ติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ จากโรงจอดรถไปยังเฉลียงทางเข้าบ้าน จะทำเป็นทางเดิน เพื่อต่อไปยังสวนข้างบ้านด้วย ทางโครงการก็จะลงต้นไม้ในสวนเอาไว้ให้บ้างแล้วนะคะ พร้อมปูหญ้าให้เรียบร้อย ทางข้างบ้านก็จะสามารถเดินเชื่อมต่อไปถึงลานซักล้างหลังบ้านได้เลย กลับมาที่บริเวณเฉลียงทางเข้าบ้านกันค่ะ จะทำเป็น 2 สเต็ปสูงขั้นละประมาณ 10-15 ซม. พื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. ที่ฝ้าติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ 1 ดวง แบบบ้านตัวอย่าง จากนั้นเราเข้าไปดูภายในบ้านตัวอย่างกันต่อเลยค่ะ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมแบบ 3 ตอน สามารถเปิดหน้าบ้านและรับลมได้กว้างมากขึ้น มือจับประตูค่ะ มีขนาดใหญ่จับถนัดมือทั้งภายนอกและภายใน พร้อมตัวล็อคท้ายบานแบบก้นหอย เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่นส่วนตัวอีกห้อง พื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. จะปูยาวเข้าไปถึงในห้องครัว ผนังจะเป็นผนังติดวอลเปเปอร์เก็บขอบด้วยบัวผนังเรียบร้อย แปลนบ้านจะเป็นแบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่แต่ละฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันทั้งหมดทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่ง ตัวบ้านของโครงการทั้งหมดจะก่อด้วยอิฐมวลเบาทั้งหลัง ซึ่งคุณสมบัติของอิฐมวลบวลอย่างนึงก็คือเป็นฉนวนกันความร้อนและกันเสียงได้ดี หากในอนาคตลูกบ้านต้องการต่อเติมหรือปรับปรุงบ้านก็สามารถทำได้ง่ายค่ะ ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลัง ส่วนดวงโคมที่ใช้จะเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ทั้งหมด มาดูการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านกันต่อค่ะ จะได้มองภาพออกว่ากับขนาดพื้นที่ประมาณนี้ เราสามารถทำอะไรได้บ้าง ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ให้ พร้อมโต๊ะกาแฟ แต่จริงๆ แล้วจะวางเป็นโซฟารูปตัว L ก็มีที่เหลือพอ ข้างๆ ยังมีที่สำหรับวางโต๊ะตัวเล็กๆ ได้ทั้ง 2 ข้างเลย ผนังด้านหลังโซฟาจะเห็นว่ามีช่องแสงเป็นหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ ช่วยทำให้ตัวบ้านรับลมและถ่ายเทอากาศได้ดียิ่งขึ้น ฝั่งชั้นวางทีวีผนังจะเว้าเข้ามาเพราะด้านนอกเป็นที่จอดรถ ผนังมีความกว้างพอสมควรเลย ทำให้เราได้ที่วาง Built-in ตู้วางทีวีพร้อมช่องเก็บของได้สบายๆ ระยะดูทีวีนี่เหลือประมาณ 2.5 เมตรเลยนะ ดูทีวีขนาด 60 นิ้วจะกำลังดีเลยค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องรับประทานอาหาร และบริเวณโถงบันได มาดูในส่วนของห้องรับประทานอาหารกันต่อ พื้นที่จะกำลังพอดีกับโต๊ะขนาด 4 ที่นั่ง จะหมุนทิศโต๊ะก็ทำได้นะคะ ลงตัวเหมือนกัน ขนาดพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร จากห้องทานอาหาร เราเข้าไปดูห้องนั่งเล่นด้านในกันต่อ โดยห้องนี้จะเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ โดยทางโครงการจะไม่ได้กั้นประตูและผนังมาให้แบบนี้นะ ภายในห้องนั่งเล่นนี้ เราสามารถจัดได้ตามใจเราเหมือนเป็นห้องอเนกประสงค์เลยค่ะ จะใช้เป็นห้องทำงานก็ได้ หรือจะจัด Day Bed เอาไว้นอนพักผ่อนช่วงบ่ายๆ หรือจะจัดเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องนึงเลยก็ยังได้ค่ะ เพราะพื้นที่ห้องกว้างขวางพอ ขนาด Day Bed ที่ใช้วางใหญ่ประมาณ 3 ฟุต มุมทำงานภายในห้อง ออกมาจากห้องนั่งเล่น เดินผ่านโถงบันไดเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องน้ำชั้นล่างและห้องครัวค่ะ เราจะเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันก่อน โดยพื้นห้องน้ำจะลดระดับลงไปประมาณ 5 ซม. ภายในห้องน้ำปูกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม.แบบผิวด้านกันลื่น กรุผนังด้วยกระเบื้องขนาดขนาด 20 x 30 ซม. พร้อมกระเบื้องตกแต่ง สุขภัณฑ์ภายในจะใช้ของ American Standard ทั้งหมด ห้องน้ำนี้ถูกจัดเอาไว้สำหรับรับรองแขก แต่ก็ยังแบ่งโซน Shower เอาไว้ให้ด้วยนะ ดวงโคมภายในห้องน้ำใช้ดวงโคมดาวน์ไลท์เช่นกัน ในส่วนของสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือที่ได้จะเป็นแบบแขวนผนัง ติดกระจกมาให้เรียบร้อย อ่างทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดี ด้านหลังอ่างก่อ Lower Wall สามารถวางพวกขวดสบู่ และ กล่องทิชชู่ได้ค่ะ ก๊อกน้ำทรงมนปลอดภัย จับถนัดมือ อีกฝั่งหนึ่งจะวางโถสุขภัณฑ์ และ โซนอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์แบบแยกชิ้นระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ระยะติดตั้งกำลังดีค่ะ นั่งแล้วไม่อึดอัด Accessories ก็เป็นของ American Standard เช่นเดียวกันค่ะ ในส่วนของโซน Shower พื้นจะทำลดระดับจากพื้นห้องน้ำลงไปเล็กน้อย ตรงนี้เราสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองได้นะ ที่ผนังติดตั้งฝักบัวสายอ่อนมาให้ หัวฝักบัวมีขนาดกำลังดีเลยนะ สามารถปรับรูปแบบของสายน้ำได้ด้วย ข้างๆฝักบัวอาบน้ำจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง 2 บานค่ะ ตรงหน้าต่างก่อ Lower Wall ให้อีก 1 จุดสำหรับเป็นที่วางขวดสบู่และแชมพูค่ะ เราจะเข้าไปดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ จะติดประตูบานเลื่อนกระจกมาให้แบบนี้ เข้ามาในห้องครัวจะเป็นห้องครัวแบบปิด ติดดวงโคมดาวน์ไลน์ให้ พื้นยังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้เหมือนในห้องโถงของบ้าน ภายในห้องครัวจะสามารถจัดวางเคาน์เตอร์ได้ 1 ฝั่ง เป็นแบบ I Shape พอวางเคาน์เตอร์ไป 1 ฝั่งก็จะเหลือพื้นที่ยืนปรุงอาหารกว้างประมาณ 1.1 เมตรค่ะ ไม่แคบจนเกินไป ในส่วนของเคาน์เตอร์ครัวหลักๆจะเป็นมุม Washing Area ค่ะ สามารถเก็บล้าง หรือเตรียมอาหารได้สะดวก จะติดตั้งเตาปรุงอาหารเพิ่มเติมด้วยก็ยังพอ ตู้ Load Center ก็ติดตั้งเอาไว้ในห้องครัวค่ะ ใช้ของ Bticino จากห้องครัวจะสามารถเปิดออกไปสู่ครัวไทย และลานซักล้างได้ โดยประตูเป็นบานสำเร็จรูป มือจับก้านโยกสแตนเลส เปิดออกไปจะเป็นพื้นครัวไทยค่ะ ลดระดับจากพื้นครัวประมาณ 10 ซม. ปูด้วยกระเบื้องขนาด 20 x 20 ซม. ในส่วนของพื้นครัวไทยและลานซักล้าง ทางโครงการได้ลงเข็มแบบ On Beam มาให้เช่นกันเพื่อกันทรุด บริเวณพื้นที่ครัวไทยก็มีขนาดที่กว้างขวางนะ สามารถประกอบอาหารได้สะดวกเลย โดยที่พื้นและผนังก็มีการเจาะท่อเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย ออกไปทางด้านหลังบ้านจะเป็นลานซักล้างค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็จะเตรียมก็อกสนาม และปูกระเบื้องให้เรียบร้อย ปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำก็ติดตั้งมาให้พร้อมกับตัวบ้านเลย ในส่วนของครัวไทย เราสามารถเดินเข้าจากทางลานจอดรถก็ได้นะคะ เวลาซื้อของสดเข้าบ้าน เราสามารถเข้าห้องครัวผ่านทางนี้เลยจะสะดวกกว่า ส่วนประตูนี้จะเป็นตู้เก็บของค่ะ มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย บันไดจะเป็นโครงการคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง ลูกตั้งและลูกนอนใช้ไม้อัดประสาน ส่วนราวจับบันไดจะเป็นราวเหล็กฝังกับแม่บันได มือจับเป็นไม้จริงสีเข้ากับพื้นบันได ตัวโถงกว้าง 0.9 เมตรไม่แคบจนเกินไป มองขึ้นไปยังโถงบันไดจะเห็นว่าสูงโปร่งและสว่าง เนื่องจากมีช่องแสงให้ทั้ง 2 ฝั่งของโถงเลย มุมมองย้อนกลับลงไปที่ชานพักบันได เป็นบันไดรูปตัว U หักกลับตามภาพ ขึ้นมาถึงโถงบันไดชั้น 2 จะเป็นตัวเชื่อมสู่ห้องนอนทุกห้อง ฝั่งซ้ายมือคือห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตรงกลางคือห้องน้ำชั้นบน ส่วนฝั่งขวามือคือห้องนอน Master Bedroom พื้นชั้น 2 จะปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. ผนังติดวอลเปเปอร์ให้เหมือนเดิม ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตรเท่ากันกับชั้นล่าง มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูภายในห้องนอน Master Bedroom กันก่อนเลยค่ะ ภายในห้องนอนมีขนาดใหญ่และกว้างขวาง สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ภายในห้องแบ่งเป็น 2 โซนคือ โซนพักผ่อน และโซนแต่งตัว มาดูในส่วนของโซนพักผ่อนกันก่อน จะสามารถวางโต๊ะทำงาน และเตียงขนาด 6 ฟุตได้ เมื่อวางเตียงนอนแล้วก็ยังเหลือพื้นที่เป็นทางเดินโดยรอบ สามารถเดินผ่านและทำเตียงได้สะดวก ในส่วนของปลายเตียงก็สามารถวางชั้นวางทีวี หรือทำเป็นตู้ Built-in ก็ได้ค่ะ ยังเหลือพอเป็นทางเดินผ่านได้อยู่ ภายในห้องนอนถือว่าสว่างทีเดียวค่ะ เพราะว่าโดยรอบห้องจะมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ให้ เราเข้าไปดูในโซนแต่งตัวกันต่อ จะเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนตัว ภายในสามารถวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างลงตัวค่ะ โดยจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนตัว พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงเล็กน้อย การจัดโซนของห้องน้ำ Master Bedroom จะต่างจากห้องน้ำชั้นล่าง โดยจะวางสุขภัณฑ์ไล่เข้าไป จากอ่างล้างมือ เป็นโถสุขภัณฑ์ และโซนอาบน้ำ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ก็ยังคงเดิมค่ะ โดยจะจัดให้โถสุขภัณฑ์ และ ฝักบัว หันไปหากำแพงอีกฝั่ง สามารถเพิ่มความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวเวลาใช้งาน พื้นโซนอาบน้ำก็จะลดระดับลงไปจากพื้นห้องน้ำอีกเล็กน้อย ภายในติดตั้งฝักบัวสายอ่อนและชั้นวางสบู่มาให้เรียบร้อยค่ะ แต่เราต้องหาฉากกั้นอาบน้ำมาติดเพิ่มเติมเองนะ ออกมาที่โถงบันได เราจะเข้าไปดูห้องน้ำชั้นบนกันต่อ เป็นห้องน้ำใช้รวมระหว่างห้องนอน 2 และ 3 ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ภายในใช้แบบเดียวกันทุกประการค่ะ จะต่างกันก็แค่สีสันที่ใช้ เราจะเข้าไปดูห้องนอน 2 และ 3 กันต่อเลย เข้ามาภายในห้องนอน 2 มีขนาดเล็กเป็นครึ่งนึงของห้องนอนใหญ่ แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบถ้วนและลงตัวค่ะ ภายในสามารถวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่งได้ ข้างๆยังเหลือพื้นที่ สามารถวางโต๊ะทำงาน หรือ โต๊ะเครื่องแป้งได้พอดี ฝั่งตรงข้ามสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดกลางๆได้อีก 1 ตัวค่ะ โดยเราจะต้องเผื่อที่สำหรับวงสวิงประตูด้วยนะ เข้ามาดูภายในห้องนอน 3 กันต่อค่ะ เป็นห้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้ ขนาดห้องก็พอๆกับห้องนอน 2 เลย แต่ห้องนี้จะทำเตียงเป็นแบบ Built-in เป็นช่องสำหรับเก็บของใต้เตียงได้ด้วย เตียงขนาดที่เหมาะสมก็ 3 ฟุตครึ่งเช่นกันค่ะ พื้นที่ๆเหลือภายในห้องก็ยังสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้อีกสบายๆ นอกจากนี้ สวิตช์ และ ปลั๊กไฟ ที่ใช้จะเป็นของ Siemens ทั้งหมดค่ะ ::: แบบบ้าน ZENBI ขนาด 232 ตร.ม. ::: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน เรามาต่อกันด้วย แบบบ้าน ZENBI บ้านเดี่ยว ขนาด 232 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ส่วนพักผ่อนชั้น 2 และ 2 ที่จอดรถ ตัวบ้านใช้โทนสีขาว-ครีม-น้ำตาล ดีไซน์ดูเรียบๆแต่ลงตัว มีช่องประตู-หน้าต่างที่กว้างขวางขึ้น และนี่ก็คือแบบบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบของโครงการค่ะ ในส่วนของรั้วบ้าน จะเป็นบานเลื่อนตอนเดียว สามารถเปิด-ปิดได้ ที่รั้วบ้านจะติดเลขที่บ้าน, กริ่งออด, ไฟกิ่ง และช่องเก็บขยะ มาให้แบบนี้เลยค่ะ ในส่วนของโรงจอดรถ สามารถจอดรถได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นเสาเข็ม-คอนกรีตเสริมเหล็ก และเทพื้นซีเมนต์ขับเรียบ ที่ฝ้าเพดานเป็นฝ้าแผ่นเรียบไฟเบอร์ซีเมนต์ ติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ บริเวณโรงจอดรถจะมีประตูเล็กสามารถเข้าบ้านได้ ทำสเต็ปขึ้นมาให้ ปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. เวลาฝนตกหรือซื้อของเข้าบ้านก็ไม่ต้องเดินอ้อมไปที่ด้านหน้าผ่านห้องนั่งเล่นให้เลอะเทอะ ข้างๆคือประตูตู้เก็บของค่ะ จากโรงจอดรถไปยังเฉลียงทางเข้าบ้าน จะทำเป็นทางเดิน เพื่อต่อไปยังสวนข้างบ้าน และเชื่อมต่อไปยังลานซักล้างข้างหลังบ้านได้ โดยทางโครงการก็จะลงต้นไม้ในสวนเอาไว้ให้ พร้อมปูหญ้าให้เรียบร้อย กลับมาที่บริเวณเฉลียงทางเข้าบ้านกันค่ะ จะทำเป็น 2 สเต็ปสูงขั้นละประมาณ 10-15 ซม. พื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. แบบบ้านตัวอย่าง เข้าไปดูภายในบ้านตัวอย่างกันต่อเลยค่ะ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมแบบ 3 ตอน สามารถเปิดหน้าบ้านและรับลมได้กว้างมากขึ้น มุมมองเข้าไปภายในบ้านจะเป็นโซน Semi-Private ซึ่งตรงนี้จะเป็นฟังก์ชั่นที่ถูกออกแบบพิเศษมาให้เหมือนบ้านญี่ปุ่น นั่นก็คือ Robi จะเป็นสเต็ปยกพื้นก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นจุดสำหรับต้อนรับและถอดรองเท้า เพื่อความสะอาดและเป็นส่วนตัวค่ะ เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วจะเจอห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร พื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. จะปูยาวเข้าไปถึงในห้องครัว ผนังจะเป็นผนังติดวอลเปเปอร์เก็บขอบด้วยบัวผนังเรียบร้อย ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบทั้งหลัง ส่วนดวงโคมที่ใช้จะเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ทั้งหมด มาดูการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านกันต่อค่ะ เริ่มจากห้องนั่งเล่น ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟาเบด พร้อมโต๊ะกาแฟ ซึ่งกำลังเหมาะสมกับพื้นที่เลยค่ะ ฝั่งตรงข้ามกับโซฟาเราสามารถทำชั้น Built-in เพื่อวางทีวี และวางของได้อีกนะ ระยะดูทีวีก็เท่ากับบ้านหลังที่แล้วค่ะ ประมาณ 2.5 เมตรเลยนะ ดูทีวีขนาด 60 นิ้วจะกำลังดีเลย มุมมองไปยังห้องทานอาหาร ต่อเนื่องเข้าสู่โถงบันได ภายในห้องทานอาหารจะมีพื้นที่ๆกว้างขวางค่ะ เราสามารถวางโต๊ะขนาดใหญ่ สัก 6-8 ที่นั่งก็ยังไหว จะเป็นทรงกลม หรือทรงสี่เหลี่ยมก็ลงตัวกับพื้นที่ ข้างๆยังสามารถวางชั้นเก็บของ หรือจะทำเป็นมินิบาร์ก็ยังพอ มุมมองจากห้องทานอาหารย้อนกลับไปที่ฝั่งหน้าบ้าน ตอนนี้เราเปิดม่านให้ดูช่องแสงทั้งหมดของห้องโถงใหญ่ค่ะ จะเห็นว่าบ้านถูกออกแบบมาให้มีช่องประตู-หน้าต่างขนาดใหญ่รอบตัวบ้านเลย ภายในห้องโถงจะสว่างมากโดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลยก็ได้ ทั้งฝั่งห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อน สามารถเปิดเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านได้ ที่ข้างบ้าน ทางบ้านตัวอย่างได้จัดให้เป็นชานบ้านยาวเท่าตัวบ้านเลยค่ะ เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน ในหน้าร้อนชาวญี่ปุ่นจะชอบออกมานั่งเล่นนอกบ้านเพื่อรับลม ทานแตงโมฉ่ำๆ ดื่มชา หรือนั่งเล่นเกมส์หมากรุก กลับเข้ามาภายในตัวบ้านค่ะ เราจะไปดูห้องนอนชั้นล่างกันต่อ ห้องนอนชั้นล่าง เหมาะสำหรับเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุค่ะ จะได้ไม่ต้องขึ้น-ลงบันไดบ่อย หรือเราจะใช้เป็นห้องอเนกประสงค์แทนก็ได้เช่นกัน ภายในห้องมีขนาดกำลังดีค่ะ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างครบครัน โดยทางบ้านตัวอย่างได้จัดเอาไว้ให้เป็นห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่น โดยวางฟูกเอาไว้กับพื้นเลย ถ้าเราจะวางเตียงนอนก็สามารถวางขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ ฝั่งหัวเตียงจะทำเป็นโต๊ะวางของ และทำเป็นโต๊ะทำงานไปในตัวฝั่งนึงก็ได้ อีกฝั่งก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้พอดี ฝั่งตรงข้ามทำเป็นชั้น Built-in เพื่อวางทีวี หรือเก็บของกระจุกกระจิกก็ได้อีกเช่นกัน ออกมาสู่โถงบันได เราจะไปดูห้องน้ำกับห้องครัวกันต่อค่ะ ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือนะ ห้องครัวคือประตูตรงกลาง ส่วนประตูทางด้านซ้ายคือประตูทางเข้าจากโรงจอดรถ ภายในห้องน้ำจะไม่ต่างไปจากบ้านหลังที่แล้วเลยค่ะ สุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard แบบเดียวกัน ส่วนวัสดุอาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยตามภาพ จะขอข้ามไปเลยนะคะ เข้ามาภายในห้องครัว ส่วนแรกถูกจัดเป็นห้องซักรีด อีกส่วนจะเป็นห้องครัวค่ะ ทางบ้านตัวอย่างได้ทำฉากกั้นระหว่างห้องเอาไว้ ภายในห้องครัวจะมีขนาดที่กว้างขวางกว่าบ้านหลังที่แล้ว สามารถวางเคาน์เตอร์ได้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ฝั่งหนึ่งสามารถวางเตาปรุงอาหาร พร้อมพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารเอาไว้ ส่วนอีกฝั่งสามารถวางตู้เย็น และอ่างล้างจานได้พอดี จากห้องครัวจะสามารถเชื่อมต่อสู่ลานซักล้างหลังบ้านค่ะ พื้นลดระดับจากพื้นครัวประมาณ 10 ซม. ปูด้วยกระเบื้องขนาด 20 x 20 ซม. ซึ่งตรงนี้ก็จะเตรียมก็อกสนาม, ท่อน้ำสำหรับเครื่องซักผ้า, ปั๊มน้ำ และถังเก็บน้ำก็ติดตั้งมาให้พร้อมกับตัวบ้านเลย เราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย บันไดจะเป็นโครงการคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง ลูกตั้งและลูกนอนใช้ไม้อัดประสาน ส่วนราวจับบันไดจะเป็นราวเหล็กฝังกับแม่บันได มือจับเป็นไม้จริงสีเข้ากับพื้นบันได ตัวโถงกว้าง 1 เมตร ด้านข้างบันไดคือห้องเก็บของภายในบ้านอีกห้องค่ะ มองขึ้นไปยังโถงบันไดจะเห็นว่าสูงโปร่งและสว่าง เพราะมีหน้าต่างบานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้ มุมมองย้อนกลับลงไปที่ชานพักบันได เป็นบันไดรูปตัว U หักกลับตามภาพ มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได ขึ้นมาถึงชั้น 2 พื้นจะปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. ผนังติดวอลเปเปอร์ให้เหมือนเดิม ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตรเท่ากันกับชั้นล่าง โถงบันไดจะเป็นตัวเชื่อมสู่ห้องทุกห้อง ฝั่งซ้ายมือคือห้องนอนใหญ่ ตรงกลางคือห้องพักผ่อนครอบครัว ส่วนฝั่งขวามือของโถงคือห้องนอน 2, ห้องนอน 3 และห้องน้ำชั้นบน ในส่วนของห้องพักผ่อนครอบครัว ก็จะมีขนาดกระทัดรัดกำลังดีค่ะ พื้นที่สามารถจัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง, โต๊ะกาแฟ และชั้นวางทีวีได้ ห้องนี้ก็จะมีระเบียงห้องซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนใหญ่ เราเข้าไปดูในห้องนอนใหญ่กันต่อเลยค่ะ ภายในห้องจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนแต่งตัว และโซนพักผ่อน ซึ่งสามารถวางโต๊ะทำงาน และเตียงขนาด 6 ฟุตได้ วางเตียง 6 ฟุตแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง สามารถวางโต้ะข้างหัวเตียงได้ และยังวางโต๊ะทำงานได้อีกตัวด้วยนะ ในส่วนของปลายเตียงก็สามารถวางชั้นวางทีวี หรือทำเป็นตู้ Built-in ก็ได้ค่ะ ยังเหลือพอเป็นทางเดินผ่านได้อยู่ ในโซนพักผ่อนจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอน สามารถเปิดเชื่อมสู่ระเบียงห้องได้ พื้นระเบียงห้องจะลดระดับลงไปเล็กน้อยค่ะ ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ขนาดระเบียงค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว เพราะยาวต่อเนื่องมาจากห้องพักผ่อนครอบครัวเลย จะเอาชุดโต๊ะเก้าอี้มาวาง นั่งรับลมก็ยังได้เลย มองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง เราเข้าไปดูในโซนแต่งตัวกันต่อ จะเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนตัว ภายใน Walk-in Closet ก็มีขนาดที่กว้างขวางค่ะ สามารถทำตู้ Built-in ได้ทุกด้านเลย ส่วนอีกฝั่งนึงสามารถจัดวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างลงตัว ก็ยังเหลือพื้นที่สำหรับแต่งตัวอีกกว้างขวาง มองไปอีกฝั่งก็คือห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอนใหญ่ค่ะ การจัดโซนของห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ จะต่างจากห้องน้ำชั้นล่างคือประตูทางเข้าจะอยู่ตรงกลางห้อง ฝั่งซ้ายวางอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นโซนอาบน้ำ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะมีแตกต่างออกไปบ้าง แต่ยังคงใช้ของ American Standard ทั้งหมด มาดูในส่วนของฝั่งซ้ายมือกันก่อน อ่างล้างมือจะเป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์ค่ะ พื้นที่รอบอ่างสามารถวางของเครื่องใช้ได้ ในส่วนของโถสุขภัณฑ์ยังคงใช้เป็นแบบเดิม เฉพาะห้องน้ำในตัวห้องนอนใหญ่ จะติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ เป็นกระจกนิรภัย ขนาดของโซนอาบน้ำกว้างขวางมาก จริงๆแล้วจะวางอ่างอาบน้ำแทนก็ยังได้ ส่วนภายในก็ติดตั้งฝักบัวอาบน้ำและชั้นวางสบู่มาให้เหมือนเดิมค่ะ ออกมาที่โถงบันได ไปดูห้องน้ำ, ห้องนอน 2 และห้องนอน 3 กันต่อ เข้ามาภายในห้องน้ำชั้นบน ซึ่งเป็นห้องน้ำใช้รวมระหว่างห้องนอน 2 และ 3 ซึ่งเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างแทบทุกประการค่ะ จะขอข้ามไปเลยนะ เข้ามาดูภายในห้องนอน 2 มีขนาดใหญ่ไม่แพ้ห้องนอนใหญ่เลยนะ ภายในสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้อย่างลงตัว เมื่อวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตแล้ว ฝั่งซ้ายและขวา ก็ยังเหลือพื้นที่ สามารถวางโต๊ะทำงาน และโต๊ะข้างได้อีกฝั่งละตัว โต๊ะทำงานที่วางได้เป็นแบบขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอสำหรับการนั่งอ่านหนังสือและทำงานค่ะ ความพิเศษของห้องนอน 2 ก็คือ จะมี Bay Window เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนอีกมุม ส่วนฝั่งตรงข้ามเตียงนอน เรายังสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ รวมถึงโต๊ะเครื่องแป้งอีกตัวนึงค่ะ มาถึงห้องนอน 3 เป็นห้องสุดท้ายของวันนี้กันแล้ว ถึงพื้นที่ห้องจะมีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างพอดี ทั้งตู้ เตียง และโต๊ะทำงาน เตียงนอนที่วางได้พอดีใช้ขนาด 3 ฟุตครึ่งค่ะ ในส่วนของปลายเตียงยังสามารถจัดเป็นโต๊ะทำงานได้ มุมโต๊ะทำงานปลายเตียงน่ารักๆ :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (พฤศจิกายน 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า อื่นๆ ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (มี.ค.61) :::: เวนิว พระราม 5-2 เพียง 5 นาที ถึงรถไฟฟ้า สถานีแยกติวานนท์ เปิดจองบ้าน 4 ห้องนอน แปลงมุม วิวสวน มี.ค.นี้ จองหมื่น รับเป็นแสน แถมฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอน ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Venue พระราม 5-2 ตั้งอยู่บน ถ.สุขาภิบาล 2 เป็นทำเลในโซนพระราม 5 ห่างจากปากทางถ.นครอินทร์ประมาณ 800 เมตร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในแนวราบ ส่วนมากจะเป็นบ้านจัดสรร และบ้านพักอาศัยส่วนตัว อยู่ไม่ไกลจากสาธารณูปโภคต่างๆที่สามารถเดินไปได้ โดยทำเลนี้สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ทั้งจาก ถ.นครอินทร์, ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พิบูลสงคราม และ ถ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง บางซื่อ-บางใหญ่ เข้า-ออกเมืองสะดวกทั้งคนใช้รถและไม่ใช้รถค่ะ ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดิน ก็จะมีทั้งร้านอาหารและ 7-Eleven ค่ะ ส่วนห้างใหญ่ๆในย่านนี้ก็จะเป็น HomePro, The Crystal ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์ และ Home Work ซึ่งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ใกล้วงเวียนพระราม 5 นอกจากนี้ที่เส้นรัตนาธิเบศร์ก็มีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน ทั้ง Central รัตนาธิเบศร์, Esplanade แคราย, Big C ติวานนท์ ที่อยู่ในระยะขับรถไม่เกิน 10 นาทีถึง และห้างใหญ่อย่าง Central Westgate ตรงแยกบางใหญ่อีกแห่งก็ถือว่าโดดเด่นทีเดียว การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางถือว่าสะดวกสบายมาก ด้วยถนนเส้นหลักหลายสายด้วยกัน สะดวกทั้งขาเข้าและขาออกเมือง เนื่องจากตัวโครงการอยู่บนถนนสุขาภิบาล 1 จึงสามารถวิ่งเชื่อมต่อเข้าถนนใหญ่ทั้ง ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ ได้สะดวก หากขึ้นเหนือใช้ ถ.ราชพฤกษ์ไปบางบัวทอง วิ่งออกรัตนาธิเบศร์ไปบางใหญ่ หรือสะพานพระนั่งเกล้า หากลงใต้มุ่งหน้าไปเพชรเกษมก็ใช้ ถ.ราชพฤกษ์ก็สะดวกเช่นกัน แต่ก็สามารถวิ่งจากแยกบางสีทอง ออกวงเวียนเทอดพระเกียรติ สู่สะพานพระราม 7 ไปประชาชื่น หรือ ออกสะพานซังฮี้ ไปฝั่งพระนครได้ หรือจะวิ่ง ถ.นครอินทร์ออก ถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักมุ่งตรงสู่ย่านพระราม 2 และ มหาชัย ก็รวดเร็วค่ะ อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ทั้งฝั่งขาเข้าเมืองและฝั่งขาออกเมือง และที่สำคัญคืออยู่ใกล้สะพานพระราม 5 โดยจากโครงการวิ่งไปขึ้นสะพานพระราม 5 ได้ในระยะประมาณ 2.6 กม. หรือระยะขับรถเพียง 4 นาทีเท่านั้น ใช้วิ่งไปขึ้นทางด่วนศรีรัช หรือเข้าเมืองไปทางรัชดาภิเษกได้ในเวลาสิบกว่านาที การเดินทางโดยรถสาธารณะ บริเวณหน้าโครงการนั้นยังไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่านค่ะ ดังนั้นคนที่เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นหลักก็คงต้องใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ และแท็กซี่เป็นหลัก แต่ห่างจากโครงการไปในระยะขับรถไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น ก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง บางใหญ่-บางซื่อ โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุดก็คือ สถานีแยกติวานนท์ สามารถขับรถไปถึงได้ประมาณ 7 นาที (ระยะทางคร่าวๆประมาณ 5.5 กม.) ส่วนที่สถานีแยกนนทบุรีจะมีอาคารจอดรถ สามารถมาจอดรถไว้แล้วขึ้นรถไฟฟ้าเข้าเมืองต่อได้ค่ะ ส่วนที่สะพานพระราม 5 ยังมีบริการเรือด่วนเจ้าพระยาให้บริการไปยังท่าเรือสาทร โดยท่าเรืออยู่ใต้สะพานพระราม 5 ให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ และใกล้อู่ปล่อยรถเมล์ช่วงใต้สะพานพระราม 5 ที่จากโครงการสามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์แถวหน้าโครงการไปขึ้นท่าเรือหรือขึ้นรถเมล์ที่อู่ปล่อยรถได้ง่ายค่ะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ ตัวโครงการเป็นโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น สไตล์ Modern Japanese มีทั้งหมด 90 ยูนิตบนพื้นที่ 20-0-81.2 ไร่ ถือว่าวางผังมาได้ไม่แออัด นับว่าเป็นโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวค่ะ โครงการถูกออกแบบด้วยแนวคิดตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น คือเน้นความเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยรายละเอียด มีช่องประตู-หน้าต่างขนาดใหญ่รอบบ้านทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง และแสงสว่างจากภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้ทั่วถึง มีฟังก์ชั่นพิเศษทั้ง Multi-Function Room, Robi Function และ Bay Window ถือว่าออกแบบมาได้ดีค่ะ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็เน้นแบบเรียบๆ แต่ก็สวยงามและคุณภาพได้มาตรฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการเองก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครันทั้ง คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และสวนสาธารณะ ที่ออกแบบมาในสไตล์ญี่ปุ่น คนทุกเพศทุกวัยสามารถใช้งานได้ โดยบรรยากาศถือว่าทำออกมาได้สวยงามดี ขนาดส่วนกลางของโครงการเมื่อเทียบกับปริมาณยูนิตแล้วถือว่าดีเลยนะ ไม่แออัดอย่างแน่นอน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือว่าสมบูรณ์ดีค่ะ มีตลอด 24 ชม. เป็นระบบ Double Security System แบ่งโซน Visitor และ Resident ออกจากกัน โดยใช้ระบบ Easy Pass ในการเข้า-ออกตัวโครงการ อีกทั้งยังล้อมรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรพร้อมเหล็กแหลม ติดตั้ง CCTV 27 จุดทั่วโครงการ พร้อมสัญญาณกันขโมยภายในบ้าน ระบบ Magnetic และ Shock Sensor ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง Security Center และ Smart Phone ของเจ้าของบ้านตลอด 24 ชม. ถือว่าดีมากค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1749 WEBSITE : ***
พิกัด : 13.832022, 100.480811
3 ห้อง
6,490,000 ฿
8/6/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.790 รีวิว บ้านเดี่ยว เดอะแกรนด์ พระราม 2 THE GRAND RAMA 2 สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูมาฝากกันนั่นก็คือ โครงการ THE GRAND พระราม 2 จาก Goldenland เป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย บนทำเลติดถนนพระราม 2 ตั้งอยู่บน ถนนพระราม 2 กม.17 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ใกล้กับห้างใหญ่อย่าง เซ็นทรัลพระราม 2, บิ๊กซี และเทสโก้โลตัส เดอะ แกรนด์ พระราม 2 มีทั้งหมด 11 เฟสด้วยกัน มีเนื้อที่โครงการรวมถึง 700 ไร่ เฟสที่ 10 คือโครงการ Bliss มีเนื้อที่ 61 ไร่ จำนวน 241 ยูนิต ส่วนเฟสที่ 11 คือโครงการ Grandio มีเนื้อที่ 83 ไร่ จำนวน 304 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นฟังก์ชั่นเยี่ยมขนาด 3 – 4 ห้องนอน 3 – 4 ห้องน้ำ และ 2 – 4 ที่จอดรถ พิเศษสุดด้วยวิวทะเลสาบ, โรงหนังส่วนตัว และ Private Garden รอบบ้าน ขนาดเริ่มต้นที่ 50 ตร.วา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561 สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ โดดเด่นด้วย The Grand Laguna Clubhouse, Infinity Edge Pool ขนาด 1,000 ตรม., ทะเลสาบใจกลางโครงการขนาดกว่า 30 ไร่ รวมถึงพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 5.59 ล้านบาท ทาง Goldenland เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์มีประสบการณ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มายาวนานถึง 40 ปี แถมยังสามารถปิดยอดการขายได้ภายในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ดังนั้นเราอย่ารอช้ากันอยู่เลย รีบเลื่อนลงไปตามอ่านรายละเอียดของโครงการที่ข้างล่างนี้กันเลยดีกว่าค่ะ :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนพระราม 2 กม.17 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร 74000 พิกัด : 13.598145, 100.367525 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ในจังหวัดสมุทรสาครฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ทำเลถนนพระราม 2 นั้นถือเป็นทำเลศักยภาพ เป็นทำเลที่น่าสนใจของเหล่าผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ๆซึ่งสามารถเห็นได้จากการเติบโตของย่านนี้อย่างต่อเนื่องในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นด้วย ถนนพระราม 2 นั้นเป็นถนนที่กว้างถึง 12 เลน เป็นเส้นที่สามารถเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ได้ มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะทั้งชะอำทั้งหัวหิน จึงทำให้การจราจรของเส้นนี้ค่อนข้างจะคับคั่งอยู่ตลอดเวลา ในทำเลพระราม 2 นี้จะเป็นย่านของที่อยู่อาศัยในแนวราบ ดังที่กล่าวไปแล้วว่าทำเลนี้เป็นที่สนใจของผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงมีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามดีมานด์ทั้งระดับล่างและระดับบน ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม, ตึกแถว และอาคารพาณิชย์ขนาดย่อมรวมอยู่กับบ้านพักอาศัยดั้งเดิม ทั้งนี้ก็ยังคงมีที่ดินเปล่ารวมถึงพื้นที่ทำเกษตรกรรมเหลืออยู่อีกมาก นอกจากนี้ก็จะมีโกดังเก็บของ, โรงงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ถนนเส้นนี้จึงมีรถใหญ่และรถบรรทุกวิ่งผ่านค่อนข้างเยอะ ในละแวกนี้จะไม่เห็นอาคารสูงอยู่เลยค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ ทำเลพระราม 2 นั้นถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพทางด้านภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯได้ไม่ยากและใช้เวลาไม่นาน เพราะเป็นถนนเส้นใหญ่ที่กว้างถึง 12 เลน จากตัวโครงการนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากทางด่วนถึง 2 เส้น ทั้งสายเฉลิมมหานครซึ่งสามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้เลย และวงแหวนกาญจนาภิเษกสามารถใช้วิ่งขึ้นไปทางบางปะอินและวิ่งออกไปทางสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งลงไปทางใต้และวิ่งออกไปทางตะวันตกไปทางจังหวัดสมุทรสงครามได้ไม่ยาก ที่เด่นๆตรงนั้นก็จะมีตลาดน้ำยามเย็นอัมพวาให้ไปเที่ยวได้ ทางด่วน จากโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษกโดยมากลับรถที่สะพานกลับรถซึ่งอยู่ห่างจากหน้าโครงการออกไปประมาณ 3.4 กม. วิ่งบนทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ไปอีกประมาณ 8.8 กม.แล้วออกซ้ายเพื่อตรงขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้เลย รวมระยะทางแล้วได้ประมาณ 11.2 กม.ค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ บริเวณย่านนี้ถึงจะไกลออกมาจากตัวเมืองหน่อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์เข้าถึงอย่างครบครัน ในระยะ 15 กม.บริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการบนเส้นพระราม 2 ก็จะมีห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 2, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซีพระราม 2 ทั้งสาขา 1 และสาขา 2, Life Style Mall อย่าง Porto Chino เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ เร็วๆนี้เองก็จะมีเซ็นทรัลพลาซ่ามหาชัยมาเปิดเพิ่มขึ้นอีกซึ่งจะอยู่ใกล้กว่าเซ็นทรัลพระราม 2 อีกค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีทั้งโรงพยาบาลและสถานศึกษาอยู่อีกหลายแห่ง สามารถเดินทางไปได้สะดวก เข้ามาในวงที่แคบลงในระยะ 5 กม. จะไม่มีห้างใหญ่ๆอยู่เลย ส่วนมากจะเป็นตลาดเสียมากกว่า ทั้งตลาดนัดแสมดำ, ตลาดลีลา รวมถึงจตุจักรพระราม 2 มีสินค้าในราคาย่อมเยาให้เลือกหลากหลาย บนเส้นพระราม 2 เองอาจจะไม่ค่อยเห็นร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะไปอยู่ตามในซอยต่างๆค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ในทำเลถนนพระราม 2 เป็นทำเลที่มีศักยภาพทางด้านภูมิศาตร์แต่ทว่ามีการพัฒนาเรื่องระบบขนส่งมวลชนต่างๆไม่เท่ากับโซนอื่นๆ นับว่าโซนนี้จะเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่าค่ะ เพราะไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านสักเท่าไหร่ ด้วยความที่ว่าตัวโครงการเองก็อยู่ริมถนนใหญ่เลย การเดินออกมาใช้บริการรถสาธารณะนั้นจะไม่ค่อยสะดวกและปลอดภัยเท่าไหร่เพราะบริเวณถนนหน้าโครงการจะไม่มีฟุตบาทเลย อาจจะโดนรถเฉี่ยวชนเอาง่ายๆนะ เส้นนี้รถก็วิ่งเร็วซะด้วย ถ้าอยากจะใช้บริการรถแท็กซี่ก็สามารถให้ทางป้อมยามหน้าโครงการเรียกเข้าไปให้ถึงหน้าบ้านได้เลย ส่วนรถประจำทางบนถนนพระราม 2 เองก็จะมีรถเมล์อยู่ 2 สาย ได้แก่สาย ปอ.140 และ 150 และรถตู้ร่วมบริกการสายกรุงเทพฯ – มหาชัย และ กรุงเทพฯ – แม่กลอง โดยจะมีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ และฝั่งตรงข้ามก็จะมีรถวิ่งผ่านอยู่หลายสายโดยสามารถเดินข้ามสะพานลอยข้ามไปได้ นอกจากนี้ก็จะมีรถ 2 แถวท้องถิ่นวิ่งผ่านสาย ม.วิเศษสุข – วัดพันท้ายฯ – โลตัสพระราม 2 :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ เดอะแกรนด์ พระราม 2 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนกาญจนาภิเษก > ถนนพระราม 2 > ทางคู่ขนานถนนพระราม 2 > โครงการ เดอะแกรนด์ พระราม 2 เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกช่วงเขตบางแค โดยเราจะมุ่งหน้าลงไปทางดาวคะนอง ฝั่งซ้ายมือจะมีปั๊มน้ำมันปตท.เป็นจุดสังเกต เมื่อวิ่งไปถึงวงแหวนต่างระดับแล้วให้ออกซ้ายไปทางสมุทรสาคร จากนั้นให้ชิดขวาเอาไว้ไปทางสมุทรสาครค่ะ เมื่อชิดขวาวิ่งตามทางมาแล้วให้ขับชิดซ้ายเพื่อขึ้นวงแหวนเข้าสู่ถนนพระราม 2 จากนั้นให้ขับชิดซ้ายไปทางสมุทรสาครเพื่อขึ้นวงแหวน เมื่อลงจากวงแหวนเข้าสู่ถนนพระราม 2 แล้วให้รีบชิดขวาเพื่อเข้าถนนหลัก แต่จริงๆเราก็สามารถเลือกใช้ทางคู่ขนานวิ่งไปสู่โครงการก็ได้เช่นกันค่ะ ในบางครั้งทางคู่ขนานก็มีความคล่องตัวมากกว่านะ วิ่งตรงตามถนนพระราม 2 มาเรื่อยๆ จะมีบุญถาวรเป็นจุดสังเกตทางฝั่งซ้ายมือ การวิ่งบนถนนเส้นนี้ควรทำด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นเส้นที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ทั้งรถพ่วงรถบรรทุกก็วิ่งผ่านกันเยอะ เป็นเส้นที่มีอุบัติเหตุเกิดบ่อยพอตัวเลย จากนั้นให้สังเกตป้ายศาลพันท้ายนรสิงห์เอาไว้แล้วชิดซ้ายเพื่อเตรียมออกทางคู่ขนานค่า วิ่งผ่านป้ายศาลพันท้ายนรสิงห์มาไม่ไกลจะมีทางให้ออกสู่ทางคู่ขนาน ตรงนี้จะมีป้ายดีโก้เป็นจุดสังเกต เมื่อเข้าทางคู่ขนานแล้วให้รีบขับชิดซ้ายทันทีเลยนะ วิ่งตรงมาอีกประมาณ 700 – 800 เมตรก็จะเจอซุ้มทางเข้าโครงการ หรือที่เรียกว่า Empire Gate อยู่ทางด้านซ้ายมือแล้วละค่า สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ ศาสนสถาน สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ไม่ไกลจากวัดพันท้ายนรสิงห์ โดยรอบตัวโครงการบนเส้นพระราม 2 จะประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม, โกดังเก็บสินค้า, ร้านขายเฟอร์นิเจอร์, อาคารสำนักงาน, ที่ดินเปล่าผืนใหญ่ และร้านอาหารบ้างประปราย เมื่อเข้าไปภายในซอยถึงจะเจอโครงการบ้านจัดสรร, บ้านพักอาศัยของคนในพื้นที่ดั้งเดิม รวมถึงตึกแถวชั้นล่างเปิดเป็นกิจการต่างๆรวมถึงร้านสะดวกซื้อ เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะจะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง เริ่มต้นจากฝั่งตรงข้ามกับตัวโครงการจะเป็นอาคารสำนักงานสูง 8 ชั้น มุมมองไปฝั่งซ้ายมือเดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งนี้กันก่อนนะ ข้างๆกับทางเข้าตัวโครงการเลยจะเป็นที่ดินของบุคคลอื่น ถัดไปจะเป็นเหมือนจุดพักรถ มีร้านอาหารอยู่ภายในหลายร้าน วิ่งตรงไปข้างหน้าเส้นพระราม 2 จะวิ่งไปทางฝั่งตะวันตก สามารถวิ่งออกจังหวัดสมุทรสาครได้ กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการ เราจะเดินไปสำรวจทางฝั่งขวามือกันต่อ พื้นที่ฝั่งขวามือจะยังคงเป็นที่ดินเปล่า ซึ่งก็ยังไม่แน่เหมือนกันว่าจะมีโครงการอะไรมาเกิดตรงนี้ได้บ้าง :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ เดอะแกรนด์ พระราม 2 เป็นโครงการที่เปิดมายาวนานกว่า 10 ปี เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่มากถึง 700 ไร่ ภายใต้การพัฒนาของบริษัท K Land (กรุงเทพบ้านและที่ดิน) ก่อนที่ทาง Golden Land จะมาซื้อกิจการไปตอนปลายปี 2557 ภายในมีการแบ่งการพัฒนาเป็นหมู่บ้านจัดสรรอีกหลายเฟสโดยจะมีฝ่ายนิติบุคคลคอยบริหารแยกส่วนกัน จนในปัจจุบันได้พัฒนามาถึงเฟสที่ 10 และเฟสที่ 11 นั่นก็คือโครงการ Bliss และ Grandio ที่เราจะเข้ามารีวิวในวันนี้นั่นเองค่ะ ตัวโครงการ ฺ Bliss เฟสที่ 10 จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นบนพื้นที่ 61 ไร่ จำนวน 241 ยูนิต กับบ้านจำนวน 3 แบบ ส่วนโครงการ Grandio จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นบนพื้นที่ 83 ไร่ จำนวน 304 ยูนิต กับบ้านจำนวน 3 แบบเช่นกัน เนื่องจากเป็นบ้านเฟสท้ายๆจึงจะต้องขับรถเข้ามาจากถนนพระราม 2 ผ่าน Empire Gate และถนนเมนมาค่อนข้างไกลหน่อย โดยจะผ่านวงเวียน 2 วงเวียนมาเจอทะเลสาบใจกลางโครงการขนาดกว่า 30 ไร่ ด้านหลังทะเลสาบจะเป็นเดอะแกรนด์ ลากูน่า คลับเฮ้าส์ ซึ่งเป็น Facilities ขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันทั้งโครงการ ให้เลี้ยวซ้ายขับผ่านสำนักงานขายแล้วเลี้ยวขวา ตรงเข้าไปจนสุดถนนก็จะเจอซุ้มทางเข้าโครงการทั้ง 2 อยู่ข้างๆกันค่ะ จากซุ้มทางเข้าโครงการ เมื่อเข้าไปในตัวโครงการแล้วจะเจอกับถนนเมนกว้าง 16 เมตรก่อนแล้วแตกย่อยด้วยถนนขนาดต่างๆตั้งแต่ 8 – 12 เมตรตามความหนาแน่นของบ้านในแต่ละซอย ซึ่งภายในตัวโครงการก็จะมีทะเลสาบและสวนสาธารณะส่วนกลางแยกต่างหากด้วย :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: จากถนนพระราม 2 เราจะเห็น Empire Gate ได้อย่างชัดเจนเลยเพราะมีความโอ่อ่า หรูหรา ใหญ่โตทำให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ป้ายโครงการ เดอะแกรนด์ พระราม 2 ด้านหน้า Empire Gate ก็จะมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เหมือนเป็นวงเวียนให้รถขับวนเข้า – ออก มาเริ่มกันที่ด้านหน้า Empire Gate กันเลยค่ะ การผ่านเข้า – ออกตัวโครงการ จะต้องผ่านป้อมยามที่ทำหน้าที่สกรีนคนเข้า – ออก, รั้วไม้กระดก, กล้อง CCTV และ Access card โดยทางเข้า – ออกก็จะถูกแบ่งย่อยออกเป็น 2 ช่องอีก ฝั่งทางซ้ายมือจะเป็นช่องของลูกบ้านที่ถือ Access card จะสามารถสแกนบัตรและขับผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย ส่วนผู้ที่เข้ามาติดต่อจะต้องขับเข้าช่องทางขวาให้เจ้าหน้าที่ทำการแลกบัตรและตรวจเช็คความปลอดภัยอีกทีค่ะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะเจอถนนเมนกว้างถึง 30 เมตร แบ่งเส้นการจราจรด้วยเกาะกลางถนน ตลอด 2 ข้างทางเข้าไปจะทำสวนและปลูกต้นไม้เอาไว้อย่างเป็นระเบียบ สร้างบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ตรงไปข้างหน้าจะเจอวงเวียนที่ 1 ค่ะ ให้ขับวนทางด้านซ้ายเข้าไปต่อ ตรงเข้าไปอีกไม่ไกลเราก็จะเห็นวงเวียนที่ 2 อยู่ทางด้านหน้าแล้ว บริเวณวงเวียนที่ 2 จะทำหน้าที่แจกไปตามโครงการต่างๆทั้งทางซ้ายและขวา ด้านหลังวงเวียนจะเป็นทะเลสาบขนาด 30 ไร่ หลังทะเลสาบไปอีกก็จะเป็นเดอะแกรนด์ ลากูน่า คลับเฮ้าส์ ให้เราเลี้ยวไปทางด้านซ้าย จะเห็นสำนักงานอยู่ทางด้านขวามือ บริเวณสำนักงานขายริมทะเลสาบ อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบจะเห็นเดอะแกรนด์ ลากูน่า คลับเฮ้าส์ ค่ะ ซึ่งเราจะเข้าไปดูรายละเอียดกันในหัวข้อถัดไปนะ รอบๆตัวทะเลสาบก็จะมีสวนสาธารณะโอบล้อมอยู่ค่ะ ภายในสวนแต่ละส่วนก็จะจัดให้มีรูปแบบต่างๆ บางส่วนก็จะมีศาลาริมทะเลสาบให้นั่งพักผ่อนได้ด้วย โดยรอบสวนก็จะทำเป็นทางเดินและทางจักรยานค่ะ โดยรอบทะเลสาบนี่มีเส้นรอบวงที่ยาวมาก สามารถเดินเล่น, วิ่งออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานได้เพลินเลย อีกมุมหนึ่งของสวนสาธารณะ มาดูที่สำนักงานขายกันต่อค่ะ ตัวสำนักงานขายนี่ก็มีความโอ่อ่า หรูหรา ไม่แพ้กันเลย ฝั่งซ้ายมือหน้าสำนักงานขายจะมีที่จอดรถของผู้ที่เข้ามาติดต่อดูโครงการค่ะ อีกมุมหนึ่งหน้าสำนักงานขาย เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูภายในสำนักงานขายกันนิดนึงนะคะ ตรงนี้จะเป็นทางเดินริมน้ำทอดยาวเข้าไปสู่ตัวสำนักงานขาย เข้าไปในสำนักงานขายแล้วจะเจอห้องโถงต้อนรับก่อน ตรงนี้จะมีเคาน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายคอยบริการให้ข้อมูลและพาไปชมโครงการค่ะ เข้าไปภายในจะเป็นพื้นที่พักคอย สำหรับนั่งคุยรายละเอียดต่างๆเพื่อทำความเข้าใจกับตัวโครงการก่อนการซื้อ – ขาย มุมนั่งเล่นอีก 1 มุม ออกมาจากสำนักงานขายแล้วมาดูที่ซุ้มทางเข้าโครงการ Grandio และ Bliss กันต่อค่ะ :: ทางเข้าโครงการ Grandio :: มาเริ่มต้นกันที่โครงการ Grandio กันก่อน ซุ้มทางเข้าโครงการ Grandio จะผนวกความสมัยใหม่ด้วยรูปทรง Free form กับความโออ่าหรูหราด้วยวัสดุสีทอง การผ่านเข้า – ออกตัวโครงการนั้นจะต้องผ่านป้อมยาม, กล้อง CCTV, ระบบ Access card และประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติแทนการใช้รั้วไม้กระดก มุมมองไปที่บริเวณป้อมยาม ส่วนนี้จะเป็นจุดที่ติดเครื่องสแกน Access card และกล้อง CCTV อีก 2 ตัว มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ :: บริเวณภายในโครงการ Grandio :: เมื่อเข้ามาภายในโครงการ Grandio แล้วจะมาเจอถนนเมนขนาด 16 เมตรก่อน ที่ด้านหน้าจะเห็นวงเวียนปลูกต้นไม้ประธานเป็นตัวแจกซ้าย – ขวาเข้าสู่ตัวโครงการ เข้าไปทางฝั่งซ้ายจะเป็นถนนทางเข้าสู่บ้านพักอาศัยแต่ละยูนิตกว้าง 12 เมตร มุมมองไปฝั่งซ้ายและขวาเข้าไปในซอยบ้านจะเป็นถนนขนาด 8 เมตร ตรงเข้าไปจนสุดจะเข้าสู่เขตก่อสร้างค่ะ อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักปีสองปีเฟสนี้ถึงจะเรียบร้อยดี กลับมาที่วงเวียนมาทางด้านขวากันบ้าง ตรงนี้จะเป็นทางเข้าสู่สวนสาธารณะส่วนกลางของโครงการและบ้านตัวอย่างค่ะ โดยรอบสวนสาธารณะก็จะทำเป็นทางเดินซึ่งโอบล้อมทะเลสาบขนาดใหญ่ตรงกลาง ทางเดินโดยรอบทะเลสาบ เก้าอี้นั่งพักผ่อนกับบรรยากาศดีๆริมทะเลสาบ ทางเดินจะทอดยาวต่อไปสู่สวนสาธารณะ ตอนนี้ทางโครงการยังลงต้นไม้ได้ไม่นานเท่าไหร่นัก หากรอไปอีกสักหน่อยให้ต้นไม้ได้เจริญเติบโตก็จะทำให้สวนดูสวยสมบูรณ์และร่มรื่นกว่านี้อีกแน่ๆค่ะ ริมฝั่งขวาของสวนจะเห็นบ้านตัวอย่างอยู่ 3 หลัง เริ่มจากหลังใหญ่สุดคือ Winter, Autumn และ Spring มุมมองจากอีกฝั่งหนึ่งของสวนมาที่บ้านตัวอย่าง อีกมุมมองหนึ่งของสวนธารณะและทะเลสาบ :: ทางเข้าโครงการ Bliss :: มาดูที่โครงการ Bliss กันต่อเลยค่ะ คอนเซ็ปต์การออกแบบซุ้มทางเข้าโครงการของ Bliss ก็จะไม่แตกต่างจาก Grandio ค่ะ ยังคงใช้โทนสีและวัสดุเดียวกัน การผ่านเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม, กล้อง CCTV, Access card และรั้วไม้กระดกเช่นกัน มุมมองไปที่ด้านข้างของป้อมยาม มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ :: บริเวณภายในโครงการ Bliss :: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วก็จะเจอถนนเมนตัดยาวเข้าไปภายในโครงการ ฝั่งขวามือจะเป็นยูนิตบ้านทั้งหมดซึ่งตอนนี้บ้านหลังหน้าๆก็ได้ถูกขายไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตรงนี้จะเป็นเฟส 1 ของโครงการนี้ ตรงเข้ามาเรื่อยๆจะเข้ามาถึงเฟสที่ 2 ค่ะ ซอยฝั่งซ้ายมือจะเป็นบ้านตัวอย่างทั้ง 3 หลังจากใหญ่ไปเล็กคือ Daffiofil, Calla Lilly และ Aster ซอยที่แตกจากถนนเมนเข้าสู่ตัวบ้านก็จะมีขนาดกว้าง 8 เมตรเช่นกัน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นสวนสาธารณะของโครงการซึ่งโอบล้อมทะเลสาบเอาไว้เหมือน Grandio ค่ะ ไซท์ของโครงการ Bliss จะมีลักษณะหน้าแคบแต่ลึก ตั้งแต่หน้าซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปจนถึงสุดไซท์จะมีระยะทางประมาณ 790 เมตร เข้ามาดูภายในสวนสาธารณะกันบ้าง ลักษณะก็จะไม่ต่างจากสวนภายในโครงการ Grandio สักเท่าไหร่ แต่จะมีรูปร่างที่เหมือนกับไซท์คือมีหน้าแคบแต่ลึก ภายในสวนก็จะมีทางเท้าสำหรับเดินเล่นได้รอบๆสวนลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบ รวมถึงมีลานที่นั่งพักผ่อนริมทะเลสาบ อีกมุมมองหนึ่งของสวนจากบริเวณที่นั่งริมทะเลสาบ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วย เมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการและสวนสาธารณะกันแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดู เดอะแกรนด์ ลากูน่า คลับเฮ้าส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: คลับเฮ้าส์ ::: ตอนนี้เรามาอยู่ที่หน้าเดอะแกรนด์ ลากูน่า คลับเฮ้าส์ กันแล้วค่ะ โดยตัวคลับเฮ้าส์นี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ปีกเชื่อมกัน ปีกซ้ายจะเป็นส่วนสันทนาการ ส่วนปีกขวาจะเป็นส่วนของ Main facilities เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูในส่วนของปีกซ้ายกันก่อนค่ะ ฝั่งปีกขวาจะทำเป็นหลังคาคลุมให้รถวนเข้ามา Drop off ได้ก่อนวนออกไปจอดรถอีกที ตรงนี้จะมีข้อดีคือเราจะไม่ต้องวิ่งหลบฝนเลยถ้าเกิดฝนตกขึ้นมา เมื่อลงมาจากรถแล้วจะเป็นบันไดขึ้นไปสู่ตัวอาคาร ดูมีความแกรนด์สมชื่อโครงการ เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคารจะเจอกับห้องโถงมีหลังคาสูงโปร่ง Double floor เลย ตรงไปข้างหน้าจะเป็นศาลาริมน้ำสำหรับนั่งเล่นรับลมและบรรยากาศดีๆของสวนและทะเลสาบ ศาลานั่งพักผ่อน สามารถเห็นวิวได้โดยรอบ มุมมองออกไปที่สวนและทะเลสาบ จะเห็นสำนักงานขายอยู่ฝั่งตรงข้าม ฝั่งซ้ายมือของโถงจะเป็นห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ สามารถใช้จัดงานสัมนาหรืองานปาร์ตี้ได้ ฝั่งขวามือจะเป็นเทอเรสและร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ บริเวณร้านคอฟฟี่ช็อปดูแลโดยคุณป้าอารมณ์ดี จากบริเวณเทอเรสจะมีทางเชื่อมเดินไปสู่ปีกขวา ซุ้มทางเข้าปีกขวา เข้ามาภายในปีกขวาจะเป็นส่วนของ Facilities หลัก ที่ชั้น 1 จะเป็นห้องน้ำชาย – หญิงและสระว่ายน้ำ ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนสและห้องตีปิงปอง เดี๋ยวจะขึ้นไปสำรวจที่บริเวณชั้น 2 กันก่อนเลยนะคะ จากชานพักบันได บันไดจะถูกแยกออกเป็นฝั่งซ้ายและขวา มุมมองจากชานพักบันไดขึ้นไปยังที่ชั้น 2 ขึ้นมาถึงที่ชั้น 2 แล้ว ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องตีปิงปอง ฝั่งขวามือจะเป็นห้องฟิตเนส มาเริ่มจากห้องตีปิงปองกันก่อนเลย มุมมองเข้าไปภายในห้อง มีขนาดพื้นที่กว้างขวาง ภายในมีโต๊ะปิงปองตั้งอยู่ 2 ตัวและชุดโซฟาสำหรับนักพักคอย โต๊ะปิงปองขนาดมาตรฐาน มุมมองจากภายในห้องย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง จะเห็นว่าโดยรอบห้องจะติดกระจกเอาไว้ ส่วนพื้นปูด้วยไม้ปาร์เก้ ถ้าพับโต๊ะปิงปองเก็บไปห้องนี้ก็จะเหมือนห้องอเนกประสงค์ดีๆนี่เอง สามารถรองรับคลาสโยคะ, คลาสแอโรบิคและอื่นๆได้อีกหลากหลาย จากนั้นมาดูที่ห้องฟิตเนสกันต่อ ภายในห้องฟิตเนสก็มีขนาดที่กว้างขวางไม่แพ้กัน สามารถวางอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายได้อย่างครบครัน ทางฝั่งซ้ายก็จะมีเครื่องออกกำลังกายประเภท Weight training ส่วนกล้ามเนื้อแขน และมีเครื่อง Squat rack ให้อีก 1 เครื่องสำหรับท่านที่ต้องการยกน้ำหนักที่หนักมากและต้องการ Safety ในระดับนึง ในส่วนของฝั่งขวาจะเป็นเครื่องเล่นแบบ Cardio มีลู่วิ่งไฟฟ้าให้ 3 เครื่อง พร้อมเครื่องเดินวงรีและจักรยานไฟฟ้าอีกอย่างละ 2 เครื่อง อีกมุมนึงก็จะเป็นเครื่องเล่นพวก Free weight training อย่างดัมเบล ข้างๆกันก็มีเครื่องเล่น Weight training ส่วนกล้ามเนื้อขา มุมมองจากภายในห้องย้อนกลับออกไปที่ประตูทางเข้า ลงมาจากชั้น 2 แล้วต่อไปเราจะเข้าไปสำรวจภายในห้องน้ำและสระว่ายน้ำกันค่ะ ห้องทางฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำชาย ส่วนฝั่งขวาจะเป็นห้องน้ำหญิง ภายในห้องน้ำทั้งฝั่งชายและหญิงจะเหมือนกันทุกประการค่ะ ยกเว้นที่ฝั่งชายจะเพิ่มเติมในส่วนของโถปัสสาวะขึ้นมานั่นเอง เมื่อเข้ามาภายในห้องน้ำแล้วจะเจอโถงกลางก่อนซึ่งจะเป็นตัวแจกเข้าสู่ฝั่งซ้ายและขวา ทางฝั่งซ้ายจะเป็นส่วนของอ่างล้างมือ ส่วนบริเวณด้านหลังอ่างล้างมือจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำ ทางฝั่งขวาจะเป็นเคาน์เตอร์สำหรับยืนแต่งหน้าแต่งตัวเช็คความเรียบร้อย ด้านหลังจะเป็นห้องอาบน้ำ ทางฝั่งขวาจะเป็นห้องตู้ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่ ทางฝั่งซ้ายจะเป็นห้องอาบน้ำทั้งหมด สุดทางเดินเข้าไปจะเป็นห้องสตีมและซาวน่า กลับมาที่ส่วนโถงกลางของห้องน้ำจะมีประตูทางออกไปยังสระว่ายน้ำ เมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วก็จะเจอสระว่ายน้ำทรง Free form ขนาดใหญ่แบบ Infinity edge pool ขนาด 1,000 ตรม.ดูต่อเนื่องไปกับทะเลสาบ รอบๆสระจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีอยู่หลายมุม จึงสามารถนั่งพักผ่อนได้อย่างเป็นส่วนตัว ภายในสระจะทำเป็น Slope และบันไดลงสู่บริเวณที่ลึกมากขึ้น ฝั่งขวาของสระจะเป็นมุมของสระเด็ก บริเวณนี้จะเป็นมุม Shower สำหรับชำระตัวก่อนลงเล่นสระน้ำ สระเด็กจะมีลักษณะเป็นทรงกลม พื้นสระค่อนข้างตื้นประมาณ 50 ซม. แม้แต่เด็กเล็กๆก็สามารถลงเล่นได้ค่ะ มุมมองไปที่กลางสระจะเห็นศาลานั่งเล่นและเกาะกลางสระน้ำ บริเวณศาลาข้างสระน้ำจะทำเป็นทางเดินไปสู่มุมนั่งพักผ่อนกลางสระ มุมมองจากเกาะกลางสระย้อนกลับมาที่ศาลาพักผ่อนริมสระ มุมมองออกไปที่ทะเลสาบ จะเหมือนกับว่าสระว่ายน้ำและทะเลสาบเชื่อมเป็นผืนเดียวกันอยู่เลย มุมมองย้อนกลับมาที่ตัวคลับเฮ้าส์ :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: แบบบ้านของโครงการจะเป็นสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านในฝันกลางรีสอร์ทหรู” กับฟังก์ชั่นที่ครบครันและมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ::: แบบบ้านของโครงการ Grandio ::: แบบบ้านในโครงการ Grandio จะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นทั้งหมดดังนี้ค่ะ :: แบบบ้าน Spring ขนาด 200 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบบ้าน Autumn ขนาด 234 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบบ้าน Winter ขนาด 290 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: แบบบ้านของโครงการ Bliss ::: แบบบ้านในโครงการ Bliss จะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นทั้งหมดเช่นกันค่ะ :: แบบบ้าน Aster ขนาด 152 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบบ้าน Calla Lilly ขนาด 177 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย :: แบบบ้าน Daffiofil ขนาด 201 ตรม. :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่าง 2 หลังด้วยกัน ลำดับเป็นแบบบ้าน Winter ขนาด 290 ตรม. จากโครงการ Grandio และตามด้วยแบบบ้าน Calla Lilly ขนาด 177 ตรม. จากโครงการ Bliss ไปชมกันเลยค่า � :: แบบบ้าน Winter ขนาด 290 ตรม. :: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน มาดูบ้านมาตรฐานที่ใช้ส่งมอบกันก่อนค่ะ จะได้เห็นตัวบ้านทั้งสวนและรั้วบ้านที่เราจะได้จริงๆนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร หน้าตาของบ้านก็จะเป็นสไตล์โมเดิร์นแบบร่วมสมัย สีสันที่ใช้ก็จะเป็นสีเอิร์ทโทน ทำให้บ้านดูอบอุ่นน่าอยู่ มีการใช้ Facade ระแนงเหล็กเพิ่มมิติให้แก่ตัวบ้าน เริ่มจากหน้าบ้านกันก่อนนะคะ ประตูรั้วจะเป็นโครงเหล็กโปร่งทาสีดำ แบบรางเลื่อน 2 ตอน บริเวณรั้วบ้านจะมีกล่องจดหมายและติดเลขที่บ้านไว้ข้างประตู, กริ่งออด พร้อมไฟกำแพงติดมาให้เรียบร้อย ที่กำแพงข้างบ้านอีกฝั่งเป็นจุดเก็บขยะ ซึ่งภายในบ้านจะเป็นจุดทิ้งขยะจึงไม่ต้องเดินออกไปทิ้งนอกบ้าน แล้วทางส่วนกลางของโครงการก็จะมาเก็บขยะจากช่องด้านนอกบ้านค่ะ เข้ามาส่วนของลานจอดรถ พื้นส่วนลานจอดรถเป็นผิวทรายล้างสลับสีซึ่งจะแยกโครงสร้างกับตัวบ้านนะคะ จึงไม่เกิดปัญหารอยร้าวหรือรอยแยกออกมาจากตัวบ้าน เพดานลานจอดรถติดดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ ลานจอดรถทำมาให้กว้างแบบจอดได้ 2 คันในร่ม และมีระยะถอยเข้าออกได้สบายๆ ส่วนพื้นที่ฝั่งขวายังสามารถจอดรถแบบซ้อนคันได้อีก 2 คันเลยค่ะ พื้นที่บริเวณฝั่งขวา สามารถจอดรถเข้าไปข้างในได้รวมเป็น 2 คัน ทางตรงนี้จะสามารถเดินทะลุไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้เลย กลับมาที่ภายในลานจอดรถจะมีประตูบานเปิดที่สามารถเข้าสู่โถงทางเดินภายในบ้านได้เลย ตรงนี้จะมีข้อดีตรงที่จะสามารถเข้าไปภายในบ้านเพื่อเก็บของสดเข้าห้องครัวหรือของใช้เข้าห้องเก็บของจากการไปจ่ายตลาดได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านห้องนั่งเล่นให้วุ่นวาย หรือเวลาฝนตกก็ไม่ต้องวิ่งไปเข้าบ้านทางประตูด้านหน้า ที่พื้นทำเป็นสเต็ปยกขึ้นมาผิวเป็นทรายล้างเช่นกัน ส่วนมือจับประตูเป็นแบบก้านโยกสแตนเลสทรงเหลี่ยมๆ มุมมองไปทางฝั่งซ้าย จะปูพื้นด้วยแผ่นทางเดินผิวทรายล้างบนสนามหญ้าไปจนถึงเฉลียงทางเข้าบ้าน บริเวณสนามอีกฝั่งหนึ่งทางโครงการก็มีจากจัดสวนและปูพื้นหญ้าไว้ให้แล้วเรียบร้อยเลยค่ะ มาที่ในส่วนของเฉลียงหน้าบ้าน พื้นเฉลียงปูกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทาอ่อนแต่งลายเทาเข้ม ที่เฉลียงมีเพดานกันแดดกันฝนมาให้ และติดไฟดาวน์ไลท์มาให้เรียบร้อย ตัวเฉลียงสูงจากพื้นดินขึ้นมา 2 ขั้นบันได มีขนาดกว้างขวาง ตัวพื้นบ้านสูงขึ้นมาจากเฉลียงอีกประมาณ 10 ซม. แบบบ้านตัวอย่าง ประตูหน้าบ้านเป็นแบบประตูบานเลื่อน วงกบและบานกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง มือจับประตูด้านนอกมีช่องเสียบกุญแจ ด้านในเป็นแบบหูช้างมีตัวบิดล็อก และมีตัวล็อกแบบก้นหอยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวบ้านอีกชั้น เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่นต่อเนื่องไปจนส่วนห้องรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย ภาพจากบ้านมาตรฐาน ผังบ้านจะกลับด้านกับบ้านตัวอย่างด้านบนนะคะ จะเห็นหน้าต่างบ้านได้อย่างชัดเจน หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม มีขนาดใหญ่ทีเดียวทำให้บ้านดูสว่างและโปร่ง พื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังติดวอลเปเปอร์มาให้เรียบร้อย ที่ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.7 เมตร ใครชอบทำฝ้าเพดานซ่อนไฟ ซ่อนม่าน ก็สามารถทำได้สะดวกเลย ส่วนไฟก็จะได้เป็นไฟดาวน์ไลท์ทั้งหลัง ภาพจากบ้านมาตรฐาน ฝ้าเพดานที่ได้มาก็จะดรอปฝ้ามาให้ด้วยเรียบร้อย ที่เหลือก็อาจจะติดโคมไฟระย้าสวยๆก็ใช้ได้แล้ว มาดูในส่วนของชุดโซฟาที่ห้องนั่งเล่นกันต่อ ส่วนห้องนั่งเล่นจัดมาเป็นโซฟาแบบสามที่นั่งมาให้ 1 ชุด อาร์มแชร์อีก 1 ตัว พร้อมวางชั้นวางของด้านข้างและโต๊ะกาแฟมาให้ดูระยะใช้งานแบบสบายๆเลย ผนังด้านหลังโซฟามีหน้าต่างบานเลื่อนคู่ขนาดใหญ่รับวิวสวนข้างบ้าน มือจับบานหน้าต่างและตัวล็อคท้ายบานแบบก้นหอย จากโซฟามองไปที่ชั้นวางทีวี บ้านตัวอย่างทำเป็นผนัง Built – in มาให้ดูเป็นไอเดียในการตกแต่งบ้าน ระยะดูทีวีก็เกือบจะ 3 เมตรได้ ดูทีวีขนาดจอสัก 70 นิ้วนี่กำลังเหมาะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน ผนังส่วนชั้นวางทีวีจะเป็นผนังโล่ง แต่เตรียมงานระบบมาให้เรียบร้อย และมองเห็นโถงทางเดินไปยังห้องนอน 4 , ห้องครัว, ห้องน้ำ และบันไดทางขึ้นไปชั้น 2 ต่อจากส่วนห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนห้องรับประทานอาหาร จัดมา 6 ที่นั่งกำลังพอเหมาะ เมื่อวางโต๊ะทานอาหารแล้วก็ยังเหลือพื้นที่เป็นทางเดินโดยรอบกว้างขวางกำลังดีค่ะ ดูไม่โล่งจนเกินไปและไม่แคบจนเกินไป ถัดเข้าไปฝั่งขวาจากห้องรับประทานอาหารจะเป็นห้องนั่งเล่นอีกห้องนึง ตรงนี้จะเป็นเหมือน Family room ไม่ได้ใช้รับแขก มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า พื้นที่ห้องตรงนี้ได้จับชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง อาร์มแชร์ และโต๊ะกาแฟอีก 1 ตัว ก็จะยังเห็นว่าเหลือพื้นที่อีกกว้างขวางค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐานของห้อง Family room จะเห็นว่ามีหน้าต่างและประตูบานเลื่อนกระจกล้อมรอบอยู่ทั้ง 3 ด้าน เราเปิดม่านให้ดูทั้ง 3 ฝั่ง ถ้าจัดสวนสวยๆ แสงดีๆ เปิดม่านก็จะได้บรรยากาศของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดพื้นที่สวนข้างบ้านให้เป็นเทอเรสอย่างสวยงามสำหรับชมสวน แต่จริงๆแล้วพื้นที่สวนจะไม่กว้างพอสำหรับทำเทอเรสกว้างๆ แต่พอจัดเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆก็อาจจะได้อยู่ มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน จากห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร จะมีโถงทางเดินเป็นตัวแจกไปยังบันไดชั้น 2 ห้องน้ำ 4 ห้องนอน 4 และห้องครัวไทยที่เปิดออกไปลานซักล้างหลังบ้านได้ เดี๋ยวเราพาไล่ดูกันไปทีละอย่างค่ะ มุมมองเข้าไปภายในบริเวณโถงทางเดิน ฝั่งซ้ายมือคือบันได และห้องน้ำ ตรงกลางคือห้องครัว ส่วนฝั่งขวามือคือห้องนอน 4 เรามาเริ่มต้นจากห้องนอน 4 กันค่ะ ประตูภายในบ้านทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จทั้งหมด มือจับเป็นแบบก้านโยกสแตนเลส เข้าไปภายในห้องนอน 4 เป็นห้องนอนที่ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพราะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือใช้เป็นห้องนอนแขกก็เหมาะสม จะใช้เป็นห้องทำงานไปเลย ก็ถือเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนค่ะ ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะเห็นได้ว่าภายในห้องก็ไม่ได้มีขนาดที่กว้างขวางมาก แต่ก็สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบของห้องนอนได้อย่างลงตัวเลย ในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน ขนาดเตียงที่วางได้คือขนาด 3 ฟุตครึ่งวางมาให้ดูระยะใช้งาน มองไปทางฝั่งหัวเตียง จะเห็นว่า เหลือพื้นที่ข้างเตียงพอวางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่งและโต๊ะทำงาน ได้สบายๆ มองไปฝั่งตู้เสื้อผ้าและชั้นวางทีวี เป็นไอเดียในการจัดตกแต่งห้อง เหลือระยะปลายเตียงประมาณ 0.6 เมตร ยังพอได้อยู่ค่ะ จากนั้นมาดูที่ห้องน้ำ 4 ฝั่งตรงข้ามห้องนอนกันต่อ ห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำของแขกและห้องนอน 4 จึงมีโซนอาบน้ำมาให้พร้อม พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม.พร้อมกระเบื้องตกแต่งและกระเบื้องลายหินอ่อนจากพื้นจรดฝ้าเพดาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงต่ำกว่าพื้นชั้น 1 อยู่ 5 ซม. ฝ้าเพดานจะเป็นฝ้าฉาบเรียบกันความชื้นพร้อมติดตั้งดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ มาดูที่สุขภัณฑ์กันบ้าน อ่างล้างมือจะเป็นของ Victor ทรงสี่เหลี่ยมขอบมนมีขนาดใหญ่ดีค่ะ จะไม่มีที่วางของรอบๆอ่างมากนักนะคะ พอวางสบู่ล้างมือ แปรงสีฟันยาสีฟันได้นิดหน่อย ก๊อกน้ำที่ใช้ก็เป็นของ Victor เช่นกัน ถัดมาข้างอ่างล้างมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ระบบ Dual flush จาก Victor พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ระยะนั่งกว้างขวางเชียวค่ะ นั่งสบายแน่นอน Accessories ที่ขาดไม่ได้คู่กับโถสุขภัณฑ์ ฝั่งตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์จะติดตั้งราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ เข้าไปดูในส่วนของโซนอาบน้ำกันต่อ ภายในโซนนี้จะติดหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 บาน หน้าต่างบานกระทุ้งวงกบและบานกรอบอลูมิเนียมแต่กระจกเป็นกระจกฝ้านะ พื้นที่โซนอาบน้ำมีขนาดกว้างขวางสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้สบายๆ พื้นที่โซนอาบน้ำจะลดระดับลงจากพื้นส่วนแห้งลงไปอีก 5 ซม. ผนังส่วนฝักบัวมีเตรียมงานระบบสำหรับทำเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมชุดฝักบัวและราวปรับระดับของ Victor อีกเช่นเคย ผนังข้างๆเจาะเป็นช่องพอจะวางขวดสบู่ – แชมพูได้ 2 ชั้น เราเทียบขนาดฝ่ามือให้ดูขนาดฝักบัวที่กำลังเหมาะมือและสามารถปรับรูปแบบของสายน้ำได้ ส่วนด้านล่างชุดฝักบัวจะติดก๊อกสนามาให้เพิ่มเติมค่ะ จากนั้นมาดูห้องครัวกันต่อ ประตูฝั่งซ้ายมือคือประตูจากทางลานจอดรถนะ ห้องครัวไทยจะลดระดับจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 5 ซม. มีธรณีประตู 2 ขั้นเพื่อบังคับประตูให้เปิดเข้าด้านในห้องครัวฝั่งเดียวค่ะ บ้านตัวอย่างทำ Built – in ชุดครัวมาให้ดูเป็นไอเดียค่ะ เป็นชุดครัวรูปตัว I มีชั้นลอยด้านบนพร้อมบานปิดช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของ เมื่อวางเคาน์เตอร์ครัวทั้ง 2 ฝั่งแล้วก็จะยังเหลือพื้นที่ในการยืนปรุงอาหารอีกกว้างขวาง ภาพจากบ้านมาตรฐาน จะได้เคาน์เตอร์ปูนก่อท้อปเป็นหินแกรนิตมาให้แบบนี้ค่ะ จะเห็นว่ามีหน้าต่างบานเลื่อนคู่มาให้เปิดระบายอากาศได้ และผนังฝั่งชุดครัวติดกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 cm. มาให้จรดเพดาน ทำให้เช็ดล้างทำความสะอาดคราบมันหรือควันจากการทำอาหารได้ง่าย ฝั่งตรงข้ามชุดครัวเป็นผนังโล่ง มีระยะพื้นที่ว่างให้ทำเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้ามเพิ่มได้อีกโดยมีการเจาะท่อเผื่อไว้ให้เรียบร้อย ในส่วนของเคาน์เตอร์ที่ติดตั้งเตาปรุงอาหารจะลดระดับลงให้แบบนี้ค่ะ เป็นระยะที่เหมาะสมสามารถทำอาหารได้สะดวกขึ้น อ่างล้างจานที่ติดตั้งมาให้พร้อมกับตัวเคาน์เตอร์ มีขนาดใหญ่กำลังดีเลย จะล้างกระทะหรือหม้อใบใหญ่ๆก็สะดวก จากห้องครัวจะมีประตูเปิดออกไปทางลานซักล้างหลังบ้านได้ พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นห้องครัวอีกประมาณ 5 ซม.โดยมีธรณีประตูเป็น 2 ขั้นเหมือนกับประตูห้องครัวเพื่อบังคับให้ประตูเปิดออกข้างนอกได้ทางเดียว พื้นลานซักล้างกว้าง 1.2 เมตร ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ส่วนลานซักล้างข้างบ้าน จะเป็นทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านได้ ประตูห้องนอนแม่บ้านคือบานถัดไปนี้เองค่ะ กรณีที่ไม่มีแม่บ้านนอนค้างก็เปลี่ยนเป็นห้องซักรีดหรือห้องเก็บของแทนได้ จุดเก็บของด้านหลังบ้านนี้ก็ถือว่าดีนะคะ ช่วยทำให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ตัว ลานหลังบ้านก็แยกโครงสร้างจากตัวบ้านเหมือนลานจอดรถค่ะ ตรงนี้จะมีติดไฟติดมาให้เหนือบริเวณประตูและก๊อกสนามสำหรับการซักล้างด้วย ไฟเหนือประตูเป็นดวงโคมฟลูออเรสเซ้นต์ และก๊อกสนาม กลับเข้ามาในบ้าน ข้างบันไดขึ้นไปชั้น 2 จะมีห้องเก็บของใต้บันไดอยู่ ข้อดีคือประตูห้องเก็บของมีความสูงเท่าบานประตูปกติ ไม่ต้องมุดเข้าไปเก็บของ ภายในห้องเก็บของพื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้แบบเดียวกับด้านนอกและติดไฟมาให้เรียบร้อย ขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดของบ้านเป็นแบบลูกตั้งทึบ ลูกนอนจะเป็นไม้มะค่า ราวกันตกมีฝั่งขวามือฝั่งเดียวเป็นโครงเหล็กฝังผนัง มือจับเป็นไม้สีเข้าชุดกัน มองกลับไปที่โถงบันได ชานพักบันไดเป็นสีเหลี่ยมผืนยาวเดินง่ายไม่มีขั้นแบบสามเหลี่ยมปาด มุมมองไปที่โถงบันได จะเป็นผนังกระจกขนาดใหญ่พร้อมเจาะหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 บาน ซึ่งบริเวณตัวโถงบันไดขอแนะนำให้ติดดวงโคมระย้าเพิ่มเติมค่ะ ขึ้นมาถึงชั้น 2 พื้นจะปูด้วยพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า จากโถงบันไดจะแจกไปยังห้องนอน 3 ห้อง มองตรงไปจะมีห้องอเนกประสงค์อยู่ ตรงนี้จะจัดเป็นห้องพักผ่อนของครอบครัวก็ได้ แต่ตามบ้านตัวอย่างได้ทำเป็นห้องพระค่ะ ภาพจากทางบ้านมาตรฐานของห้องอเนกประสงค์ชั้น 2 จะมีหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่มาเป็นช่องแสงให้ คงจะเคยเห็นกันมาบ้างว่าบ้านบางหลังจะมีห้องโถงบันไดที่ดูมืดทึบ แต่ของบ้านหลังนี้นับว่าสว่างโล่งดีเชียวแหละ ด้วยเนื้อที่ห้องที่ค่อนข้างใหญ่ ก็จะเห็นว่าจัดวางหิ้งพระแล้วก็ยังเหลือพื้นที่รอบๆอีกกว้างขวาง ไปดูห้องนอนห้องแรกกันค่ะ ทางฝั่งขวามือของโถงบันไดจะเป็นห้องนอนใหญ่ หรือห้อง Master bedroom นั่นเอง มุมมองเข้าไปภายในห้องนอนใหญ่ ห้องนอนจะแบ่งออกเป็น 2 โซนคือโซนที่นอนและโซนแต่งตัวแบ่งออกไปทางปีกซ้ายและขวา ส่วนโถงตรงกลางจะเป็นมุมนั่งเล่น ภาพจากบ้านมาตรฐาน ภายในห้องแม้จะไม่ได้เปิดไฟก็ถือว่าสว่างใช้ได้เลยเพราะมีหน้าต่างอยู่ในทุกๆจุดของห้อง บริเวณลายผนังของห้องนอนทุกห้องจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย ฝ้าเพดานสูงโปร่ง เป็นฝ้าฉาบเรียบและดวงโคมดาวน์ไลท์เช่นกัน มาดูในส่วนของห้องโถงตรงกลางก่อน ทางบ้านตัวอย่างได้จัดเป็นชุดโซฟา 3 ที่นั่ง, โต๊ะกาแฟและชั้นวางทีวีมาให้ดูระยะการใช้งาน แต่โดยส่วนตัวคิดว่าการดูทีวีในระยะใกล้ๆนี่อาจทำให้ปวดตาได้นะ ดูได้ก็จะเป็นจอเล็กๆหน่อยถึงจะโอเค ตรงนี้อาจจะจัดให้เป็นห้องทำงานส่วนตัวหรือชั้นวางหนังสือและชุดโซฟาก็น่าสนใจอยู่ ต่อด้วยโซนที่นอน จะเห็นว่าตัวห้องกว้างขวาง วางเตียงคิงไซส์ไปแล้วยังมีระยะพอวางโต๊ะทำงาน, โต๊ะข้างหัวเตียง, ชุดอาร์มแชร์ และชั้นวางทีวี ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน บริเวณโซนที่นอนก็มีช่องแสงขนาดใหญ่ทั้ง 2 ด้าน ทำให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องเพิ่งไฟเลย เมื่อวางเตียงคิงไซส์ไปแล้วยังมีพื้นที่เหลือข้างๆแบบนี้ ส่วนฝั่งขวายังจะเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานและอาร์มแชร์ได้อีกตัวนึง มองไปฝั่งชั้นวางทีวี มีการตกแต่งผนังให้เข้าชุดกับสีเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ให้ดูเป็นไอเดียค่ะ จะเห็นว่าผนังบางส่วนจะติดกระจกด้วย ตรงนี้จะช่วยให้ห้องดูกว้างขวางขึ้นไปอีก จากโซนที่นอนไปดูในส่วนของโซนแต่งตัวหรือโซน Walk – in closet กันบ้าง ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะไม่ได้ทำการกั้นห้องแบ่งส่วนเอาไว้ให้นะคะ ตรงนี้แล้วแต่ลูกบ้านจะไปครีเอทกันเอาเองเลยค่ะว่าอยากให้ส่วนไหนเป็นอย่างไร กว้างเท่าไหร่ แต่ก็จะไม่พ้นไปไกลจากบ้านตัวอย่างมากเพราะจะมีระยะผนังเป็นตัวกำหนดเอาไว้บ้างอยู่แล้ว ตรงนี้มีข้อดีอีกจุดนะคะ ทั้งสองฝั่งของผนังโซนแต่งตัวทำเป็นตู้เก็บของเพิ่มเติมแทนที่จะเป็นผนังแบ่งโซนเฉยๆ ได้มิติห้องเพิ่มและยังได้ที่เก็บของเพิ่มด้วย ภายในโซนแต่งตัวจะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L และวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้ที่ริมฝั่งนึง ภายในจะเชื่อมกับห้องน้ำในตัว เข้าไปภายในห้องน้ำ 1 จะไม่ต่างจากห้องน้ำชั้นล่างสักเท่าไหร่ค่ะ ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็แทบจะเหมือนกันหมด อาจมีเปลี่ยนรุ่นบ้างนิดหน่อย พื้นห้องน้ำจะลดระดับจากพื้นห้องนอนประมาณ 5 ซม. ในส่วนของอ่างล้างมือจะได้มาเป็นอ่างแบบฝังเคาน์เตอร์แทน ใต้เคาน์เตอร์สามารถเก็บของใช้หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำได้ บริเวณขอบอ่างจะมีการทำ Lower wall สามารถวางขวดสบู่, แปรงสีฟัน และของเครื่องใช้ภายในห้องน้ำอื่นๆได้ ส่วนตัวอ่างและก๊อกน้ำจะใช้ของ Victor เหมือนเดิมค่ะ ส่วนโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ American Standard ระบบ Dual flush เข้าไปริมในสุดก็จะเป็นโซนอาบน้ำ ที่พื้นลดระดับลงจากส่วนแห้งนิดนึง ตรงนี้จะพิเศษกว่าห้องน้ำชั้นล่างขึ้นมาหน่อยคือมีการก่อม้านั่งอาบน้ำ ตรงนี้จะสะดวกสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการทำความสะอาดเล็บเท้าหรือนั่งหมักผม – ขัดผิว ถ้ายืนนี่ก็มีสิทธิ์ลื่นหกล้มได้ นอกจากนี้ก็จะเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างค่ะ ทั้งชุดฝักบัวที่ให้มากับผนังเจาะช่องทำเป็นชั้นวางสบู่ มาดูที่ห้องนอนฝั่งซ้ายของโถงบันได้กันต่อ เริ่มจากห้องนอน 2 ฝั่งซ้ายตามด้วยห้องนอน 3 ฝั่งขวา ห้องนอน 2 จะมีขนาดรองลงมาค่ะ ถึงห้องนอนนี้จะไม่ใช่ห้องนอนใหญ่ แต่จะเห็นว่าใหญ่พอวางเตียงคิงส์ไซส์ 6 ฟุตได้สบายๆ เป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัว ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ภายในห้องจะมีช่องแสงมาให้ 1 ด้าน แต่มีขนาดใหญ่มากพอที่จะให้แสงสว่างเข้ามาในห้องได้ เตียงที่ทางบ้านตัวอย่างจัดเอาไว้เป็นเตียงขนาดควีนไซส์ค่ะ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าห้องนี้จะวางเตียงขนาดคิงไซส์ก็เพียงพอ ที่ฝั่งซ้ายจะสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดกลางๆได้ 1 ตัว ฝั่งขวาจะวางโต๊ะข้างหัวเตียงเพิ่มก็ได้ หรือจะวางเป็นชั้นวางของชิดผนังไปเลยก็ดี พื้นที่ปลายเตียงก็เหลือ สามารถเดินผ่านได้สบายๆ ฝั่งชั้นวางทีวีตกแต่งมาให้ดูเป็นแนวทางในการแต่งบ้านนะคะ ฝั่งซ้ายจะมีที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งได้อีก 1 ตัว เข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อ ภายในห้องน้ำ 2 ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์จะไม่ต่างจากห้องน้ำที่ผ่านๆมาค่ะ สุขภัณฑ์ของในห้องนี้จะใช้ของ Victor ทั้งหมด สิ่งที่แตกต่างคือประตูทางเข้าห้องน้ำจะอยู่ตรงกลาง จึงเปลี่ยนอ่างล้างมือมาวางไว้ตรงกลางแล้วย้ายโถสุขภัณฑ์ไปไว้ฝั่งขวา ส่วนโซนอาบน้ำยังอยู่ข้างในเหมือนเดิมค่ะ ระยะการใช้งานของสุขภัณฑ์ถือว่ากำลังดีค่ะ ไม่คับแคบจนเกินไป โซนอาบน้ำก็เหมือนเดิมทุกประการค่ะ แต่ห้องนี้จะไม่ได้ก่อผนังทำเป็นที่นั่งให้เหมือนห้องนอนใหญ่ มาดูห้องนอนเล็กสุด ห้องสุดท้ายกันแล้ว ภายในห้องนอน 3 จะมีความยาวสั้นกว่าห้องนอน 2 หน่อยนึง แต่ก็ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนเดิมค่ะ ยังสามารถวางเตียงคิงไซส์ได้ แต่ควรจะวางติดริมผนังนะคะ ทางบ้านตัวอย่างได้วางเตียงขนาดควีนไซส์ให้ค่ะ ก็จะเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัวข้างๆตู้เสื้อผ้า จึงเห็นได้ว่าไม่ควรวางเตียงไว้กลางห้องค่ะ หรืออาจจะวางเป็นเตียงคิงซิงเกิ้ลเบด หรือขนาด 3 ฟุตครึ่งนั่นเอง ดูการจัดวางของขนาดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆนะคะ ว่าจะได้ประมาณนี้ ผนังฝั่งชั้นวางทีวีจะต้องเหลือเว้นไว้สำหรับวงเปิดประตูด้วยนะ ถ้าเผลอวางเต็มไปจะเปิดเข้าห้องนอนไม่สะดวก มาดูที่ห้องน้ำภายในกันต่อค่ะ ภายในห้องน้ำ 3 นี่แทบจะ Mirror มาจากห้องน้ำ 2 เลย เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนกระเบื้องตกแต่งผนังบ้างเล็กน้อยค่ะ ส่วนสวิตช์ไฟ, ปลั๊กไฟ และตู้ Load Center จะใช้ของ Bticino :: แบบบ้าน Cala Lilly ขนาด 177 ตรม. :: รั้วบ้าน และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน ตัดมาที่โครงการ Bliss ตอนนี้เรามาอยู่ที่หน้าบ้านมาตรฐาน Calla Lilly แล้วค่ะ หน้าตาของบ้านก็จะเป็นสไตล์โมเดิร์นแบบร่วมสมัย สีสันที่ใช้ก็จะเป็นสีน้ำตาลตัดกับสีขาว บริเวณรั้วบ้านจะมีกล่องจดหมายและติดเลขที่บ้านไว้ข้างประตู, กริ่งออด, ช่องเก็บขยะ พร้อมไฟกำแพงติดมาให้เรียบร้อย ประตูรั้วจะเป็นโครงเหล็กโปร่งทาสีดำ แบบรางเลื่อนตอนเดียว เข้ามาส่วนของลานจอดรถ พื้นส่วนลานจอดรถเป็นพื้นคอนกรีตปาดหน้าเรียบซึ่งจะแยกโครงสร้างกับตัวบ้านค่ะ จึงไม่เกิดปัญหารอยร้าวหรือรอยแยกออกมาจากตัวบ้าน เพดานลานจอดรถติดดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ ลานจอดรถทำมาให้กว้างแบบจอดได้ 2 คันในร่ม ภายในลานจอดรถจะมีประตูบานเปิดที่สามารถเข้าสู่โถงทางเดินภายในบ้านได้เลย ที่พื้นทำเป็นสเต็ปยกขึ้นมาปูกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ส่วนมือจับประตูเป็นแบบก้านโยกสแตนเลสใช้คนละรุ่นกับบ้านหลังที่แล้ว บ้านหลังนี้ห้องเก็บของจะอยู่ภายนอกค่ะ ประตูใช้เป็นบานเกล็ด ฝั่งขวามือจะเป็นทางเดินสามารถเชื่อมไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ ไปดูที่ฝั่งซ้ายมือจะเป็นบริเวณเฉลียงทางเข้าบ้าน บริเวณพื้นเฉลียงกว้าง 1.5 เมตร ปูกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ยกระดับขึ้นมาประมาณ 20 ซม. ที่เฉลียงมีเพดานกันแดดกันฝนมาให้ และติดไฟดาวน์ไลท์มาให้เรียบร้อย แบบบ้านตัวอย่าง ประตูหน้าบ้านเป็นแบบประตูบานเลื่อนสามารถเลื่อนเปิดได้ทั้ง 2 ทิศทาง วงกบและบานกรอบ UPVC ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง มือจับและตัวล็อคประตูแบบเซาะร่องมาตรฐาน เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่นต่อเนื่องไปจนส่วนห้องรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย ที่ฝ้าเพดานก็สูงถึง 2.7 เมตร สามารถทำฝ้าเพดานซ่อนไฟ ซ่อนม่าน ก็ทำได้สะดวกเลย ส่วนไฟก็จะได้เป็นไฟดาวน์ไลท์ทั้งหลัง ภาพจากบ้านมาตรฐาน จะเห็นหน้าต่างบ้านได้อย่างชัดเจน หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อนกรอบ UPVC มีขนาดใหญ่ทีเดียวทำให้บ้านดูสว่างและโปร่ง พื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว มาดูในส่วนของชุดโซฟาที่ห้องนั่งเล่นกันต่อ ส่วนห้องนั่งเล่นจัดมาเป็นโซฟาแบบสามที่นั่งมาให้ 1 ชุด อาร์มแชร์อีก 1 ตัว พร้อมวางชั้นวางของด้านข้างและโต๊ะกาแฟมาให้ดูระยะใช้งานแบบสบายๆเลย จากโซฟามองไปที่ชั้นวางทีวี บ้านตัวอย่างทำเป็นผนัง Built – in มาให้ดูเป็นไอเดียในการตกแต่งบ้าน ระยะดูทีวีก็ 2.4 เมตรได้ ดูทีวีขนาดจอสัก 60 นิ้วนี่กำลังเหมาะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน ผนังส่วนชั้นวางทีวีจะเป็นผนังโล่ง แต่เตรียมงานระบบมาให้เรียบร้อย และมองเห็นโถงทางเดินไปยังห้องนอน 4 จากห้องนั่งเล่นมองไปยังห้องรับประทานอาหาร ต่อจากส่วนห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนห้องรับประทานอาหาร จัดมา 4 ที่นั่ง แต่ดูจากระยะใช้งานแล้วจะสามารถวางโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้เลย จะหมุนเปลี่ยนทิศทางการวางก็ทำได้เช่นกัน บริเวณทางเดินระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารมองไปยังส่วนโถงหน้าห้องนอน 4 บริเวณภายในห้องโถงนี้จะเหมือนพื้นทีอเนกประสงค์อีก 1 จุดที่สามารถใช้จัดเป็นมุมนั่งเล่น, อ่านหนังสือ หรือมุมโต๊ะทำงานก็ได้ ฝั่งด้านขวาจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ สามารถชมวิวภายในสวนได้ในเวลาเดียวกัน ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ประตูห้องนอนจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับประตูแบบก้านโยกแบบเดียวกับประตูลานจอดรถ เข้าไปภายในห้องนอน 4 เป็นห้องนอนที่ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพราะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ จะใช้เป็นห้องทำงานหรือห้องดูหนังตามแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ ก็ถือเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนค่ะ ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะเห็นได้ว่าภายในห้องก็ไม่ได้มีขนาดที่กว้างขวางมาก แต่ก็สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบของห้องนอนได้อย่างลงตัวเลย ในห้องจะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน และหน้าต่างบานเปิดมาอีก 1 บาน โซฟาจะวางยาวจากผนังชนผนังเลยค่ะ สามารถนั่งได้หลายคนเลย อีกฝั่งหนึ่งก็วางชั้นวางทีวี ระยะดูทีวีเหลืออยู่ประมาณ 1.8 เมตร ดูจอใหญ่ไปอาจจะไม่เหมาะสม ขนาดสัก 47 – 50 นิ้วถึงจะโอเค ตรงนี้อาจจะติดตั้งทีวีสูงไปหน่อย เหมือนจะต้องคอยเงยหน้าดูนิดนึง เขยิบทีวีลงมาอีกสักหน่อยน่าจะโอเคกว่าค่ะ จากโถงอเนกประสงค์มองไปที่โถงทางเดินระหว่างห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น โถงจะเป็นตัวแจกไปยังบันไดชั้น 2, ห้องน้ำ 4 และห้องครัวไทยที่เปิดออกไปลานซักล้างหลังบ้านได้ เดี๋ยวเราพาไล่ดูกันไปทีละอย่างค่ะ มองเข้าไปภายในบริเวณโถงทางเดิน ฝั่งซ้ายมือคือห้องครัว ตรงกลางคือห้องน้ำ ส่วนฝั่งขวามือคือบันได และประตูจากลานจอดรถ มาเริ่มที่ห้องครัวกันเลย ห้องครัวไทยจะลดระดับจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 5 ซม. บ้านตัวอย่างทำ Built – in ชุดครัวมาให้ดูเป็นไอเดียค่ะ เป็นชุดครัวรูปตัว L เราสามารถทำชั้นลอยด้านบนพร้อมบานปิดช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ดีเลยนะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน จะได้เป็นห้องเปล่าแบบนี้ค่ะ จะเห็นว่ามีหน้าต่างบานเลื่อนคู่มาให้เปิดระบายอากาศได้ อีกฝั่งหนึ่งงข้างเคาน์เตอร์ทำเป็นที่นั่งอ่านหนังสือทำอาหาร หรืออาจจะนั่งรออาหารตุ๋นให้เปื่อย แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นผ้าหรือกำมะหยี่นะคะ จะเก็บกลิ่นอับเอาไว้เลย ยิ่งถ้าไอน้ำมันมาลงแล้วด้วยจะทำความสะอาดยากอีกค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐาน ฝั่งนี้ก็จะมีหน้าต่างบานเลื่อนติดให้ ตรงนี้เป็นข้อดีที่ว่าคนภายนอกจะสามารถเปิดรับอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะได้โดยไม่ต้องผ่านประตูห้องครัวให้ยุ่งยาก พื้นห้องครัวเองก็ลดระดับ ถ้าไม่ระวังก็อาจจะสะดุดตรงธรณีประตูได้ค่ะ จากห้องครัวออกไปดูที่ลานซักล้างกันบ้าง พื้นลานซักล้างก็จะลดระดับลงจากพื้นห้องครัวอีกประมาณ 5 ซม. พื้นเป็นคอนกรีตปาดหน้าเรียบ จะเห็นได้ว่าขนาดของลานซักล้างนั้นจะไม่มีพื้นที่ไม่ค่อยมาก ลูกบ้านอาจจะต้องทำพื้นเพิ่มเติมสำหรับการซักผ้าตากผ้านะคะ กลับเข้ามาภายในบ้านมาดูห้องน้ำ 4 กันต่อ พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นโถงทางเดินประมาณ 5 ซม.เช่นกัน ห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำของแขกและห้องนอน 4 จึงมีโซนอาบน้ำมาให้พร้อม พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม.พร้อมกระเบื้องตกแต่งและกระเบื้องลายหินอ่อนจากพื้นจรดฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานจะเป็นฝ้าฉาบเรียบกันความชื้นพร้อมติดตั้งดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ ที่เห็นเป็นขั้นๆเพราะห้องน้ำอยู่ในส่วนใต้ท้องบันไดพอดี มาดูที่สุขภัณฑ์กันบ้าน อ่างล้างมือจะเป็นของ Englefield รูปไข่ขนาดใหญ่ดีค่ะ จะไม่มีที่วางของรอบๆอ่างมากนักนะคะ พอวางสบู่ล้างมือ แปรงสีฟันยาสีฟันได้นิดหน่อย ยังดีที่ฝั่งอ่างล้างมือได้ทำ Lower wall เอาไว้ให้เพิ่มเติม จึงสามารถหยิบใช้และวางอุปกรณ์ต่างๆได้ถนัดมากขึ้น ก๊อกน้ำที่ใช้ก็เป็นของ Englefield เช่นกัน ถัดมาข้างอ่างล้างมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ระบบ Single flush จาก Englefield พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ Accessories ที่ขาดไม่ได้คู่กับโถสุขภัณฑ์ เข้าไปดูในส่วนของโซนอาบน้ำกันต่อ พื้นที่โซนอาบน้ำมีขนาดกว้างขวางสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้สบายๆ พื้นที่โซนอาบน้ำจะก่อธรณีประตูขึ้นมา 5 ซม.ช่วยกันน้ำไหลย้อน ผนังส่วนฝักบัวมีเตรียมงานระบบสำหรับทำเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมชุดฝักบัวของ Englefield อีกเช่นเคย ผนังข้างๆเจาะเป็นช่องพอจะวางขวดสบู่ – แชมพูได้ 2 ชั้น เราเทียบขนาดฝ่ามือให้ดูขนาดฝักบัวที่กำลังเหมาะมือ ขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดของบ้านเป็นแบบลูกตั้งทึบ ลูกนอนจะเป็นไม้มะค่า ราวกันตกมีฝั่งซ้ายมือฝั่งเดียวเป็นราวเหล็กโปร่งทาสีขาว มือจับเป็นไม้สีเข้าชุดกัน มองกลับไปที่โถงบันได ชานพักบันไดเป็นสีเหลี่ยมผืนยาว แต่มีบางขั้นเป็นแบบสามเหลี่ยมปาด ต้องเดินชิดขวาเอาไว้นะคะ มุมมองไปที่โถงบันได จะเป็นผนังกระจกขนาดใหญ่พร้อมเจาะหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 บาน ซึ่งบริเวณตัวโถงบันไดขอแนะนำให้ติดดวงโคมระย้าเพิ่มเติมค่ะ ขึ้นมาถึงชั้น 2 พื้นจะปูด้วยพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า จากโถงบันไดจะแจกไปยังห้องนอน 3 ห้อง ฝั่งซ้ายมือของโถงจะมีห้องอเนกประสงค์อยู่ ตรงนี้จะจัดเป็นห้องพักผ่อนของครอบครัวก็ได้ค่ะ ภายในพื้นที่โถงนี้มีขนาดกว้างขวางทีเดียว สามารถจัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง, โต๊ะข้าง 1 ตัว แล้วจะวางโต๊ะกาแฟเพิ่มก็ยังได้นะ อีกฝั่งหนึ่งจัดให้เป็นชั้นวางทีวี ดูเป็นไอเดียในการแต่งบ้านได้ค่ะ บริเวณห้องโถงจะมีประตูบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปสู่ระเบียงห้องได้ พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นโถงชั้น 2 นิดหน่อย ระเบียงกว้างประมาณ 0.6 เมตรปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. ส่วนราวกันตกเป็นกระจกเทมเปอร์กรอบอลูมิเนียมพร้อมระแนงตกแต่ง ระเบียงมีขนาดกว้าง แต่ไม่ได้ลึกมาก พอออกมายืนรับลมและวางกระถางต้นไม้ได้ มุมมองออกไปภายนอกบ้าน เห็นบ้านหลังอื่นๆจะถูกทาสีสลับๆกันให้ดูไม่น่าเบื่อ โทนสีเป็นเทา – ชมพู – น้ำตาล กลับเข้ามาภายในบ้านเราจะไปดูห้องนอนใหญ่กันต่อ มองเข้าไปภายในห้อง จะเห็นว่าใหญ่พอวางเตียงคิส์ไซส์ 6 ฟุตได้สบายๆ เป็นห้องที่มีระเบียงในตัวและห้องน้ำในตัว พื้นที่แต่ละส่วนจะเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะเห็นตำแหน่งและขนาดของช่องแสงชัดเจน ฝ้าภายในห้องที่ได้จริงๆจะเป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมดาวน์ไลท์นะคะ ในส่วนแรกที่เข้ามาถึงจะเป็นมุมนั่งทำงานส่วนตัว มองไปทางด้านขวาจะเป็นโซนที่นอน จะเห็นว่าเหลือพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่ง สามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฟาก ปลายเตียงยังสามารถวางสตูลได้อีก 1 ตัว ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอนจะเป็นฝั่งชั้นวางทีวี แต่ระยะจากเตียงถึงทีวีแบบนี้นี่ไกลไปมากนะคะ เหมาะกับตำแหน่งตรงเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานหันมาดูมากกว่า ถ้าอยากจะติดทีวีจริงๆแนะนำให้ทำผนังเบากลางห้องสำหรับติดทีวีค่ะ ต้องจุดต่ำแหน่งดีๆไม่ให้ขวางทางเดินของโซนแต่งตัวฝั่งซ้ายมือด้วยนะ ตัวผนังนี้ก็จะช่วยแบ่งโซนห้องไปด้วยในตัว ทำให้โซนที่นอนมีความ Private มากขึ้นไปอีก ภายในห้องจะมีประตูบานเลื่อนเปิดออกสู่ระเบียงห้องได้ ทั้งขนาดและวัสดุระเบียงจะเหมือนกับระเบียงตรงห้องโถงข้างนอกทุกประการค่ะ พื้นที่ระเบียงก็จะเป็นแบบแคบแต่ยาวเช่นกัน มองกลับเข้ามาภายในห้องมาดูในส่วนของโซนแต่งตัวหรือ Walk – in closet กันบ้างค่ะ ตรงนี้อยากขอแนะนำให้ทำประตูบานเลื่อนกั้น หรือทำตู้เสื้อผ้าแบบมีบานเปิดนะคะ ไม่อย่างงั้นฝุ่นลงเสื้อผ้าหมดแน่เลย ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน บริเวณโซนแต่งตัวจริงๆจะเป็นห้องโล่งๆแบบนี้ค่ะ ทำตู้เสื้อผ้า Built – in เพิ่มเอาได้เลย จากโซนแต่งตัวจะเชื่อมกับห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำ 1 ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการ ต่างกันตรงที่ขนาดห้องและวิธีการจัดวางสุขภัณฑ์ ซึ่งภายในห้องจะจัดวางทั้งโถสุขภัณฑ์และโซนอาบน้ำเอาไว้ที่ฝั่งเดียวกัน พอแบ่งพื้นที่เอาแล้วอาจจะแคบไปนิดหน่อยแต่ก็ยังรับได้ค่ะ บริเวณโซนอาบน้ำก็จะก่อธรณีขึ้นมาให้ ระยะยังสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำได้อยู่ แนะนำให้ใช้ประตูแบบบานเลื่อนเข้ามุมนะคะจะได้ประหยัดพื้นที่หน่อย ออกมาจากห้องนอนใหญ่ ไปดูที่ห้องน้ำ 2 ตรงกลางโถงกันต่อ ตามด้วยห้องนอน 2 ฝั่งซ้ายและห้องนอน 3 ฝั่งขวา ห้องน้ำ 2 ทั้งวัสดุ, สุขภัณฑ์ และการจัดวางจะเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการยกเว้นกระเบื้องตกแต่งผนังจะเปลี่ยนชนิดไปบ้างค่ะ จะขอข้ามไปเลยนะคะ ภายในห้องนอน 2 จะมีขนาดกลางๆไม่เล็กไม่ใหญ่ สามารถวางที่นอนขนาดควีนไซส์ได้ค่ะแต่ต้องวางชิดริมผนังด้านในนะ ภายในห้องจะได้หน้าต่างบานเลื่อนมาทั้ง 2 ด้านเลย ขนาดอาจจะไม่ใหญ่มากแต่ก็ได้แสงสว่างอย่างเพียงพอแล้ว ที่บ้านตัวอย่างจะวางเตียงขนาดคิงซิงเกิ้ลไซส์ค่ะ ก็จะเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ตัวนึง อีกฝั่งก็จะวางตู้เสื้อผ้าขนาดกระทัดรัดและโต๊ะทำงานมาให้ดูระยะการใช้งาน อีกฝั่งนึงผนังยังว่างอยู่ ส่วนปลายเตียงจะทำชั้นวางของเอาไว้ จริงๆจะทำยาวต่อเนื่องไปอีกก็ได้นะ แต่ให้เหลือผนังบริเวณวงเปิดประตูเอาไว้ด้วย มาดูห้องนอนเล็กห้องสุดท้ายแล้ว แต่ยังมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอน 4 ชั้นล่างนะ ภายในสามารถวางเตียงขนาดคิงซิงเกิ้ลไซส์ได้ หรือจะวางขนาด 4 ฟุตก็ได้เช่นกัน แต่ขนาดชุดผ้าปูที่นอน 4 ฟุตนี่เขาไม่ค่อยผลิตกันเท่าไหร่ แบบจะมีให้เลือกน้อยกว่าขนาดเตียงตามมาตรฐานนะ เตียงรวมกรอบเตียงอันนี้ก็ประมาณ 4 ฟุตแล้วค่ะ จะเห็นว่ายังเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าอีกเหลือเฟือ ฝั่งตู้เสื้อผ้าจะได้ขนาดกลางๆ มุมมองย้อนกลับออกไปที่ประตูทางเข้าห้อง ส่วนสวิตช์ไฟ, ปลั๊กไฟ และตู้ Load Center จะใช้ของ Schneider Electric :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (มีนาคม 2560) :::: ::: แบบบ้าน Winter จาก Grandio ::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ::: แบบบ้าน Calla Lilly จาก Bliss ::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (มีนาคม 2560) :::: ::: Grandio ::: แบบบ้าน Autumn พื้นที่ใช้สอย 234 ตรม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ครัวไทย 1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 3 คัน – แปลงมาตรฐานขนาด 71.30 ตร.วา – ราคา 7,000,000 บาท ::: Bliss ::: แบบบ้าน Aster พื้นที่ใช้สอย 152 ตรม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ครัวไทย และที่จอดรถ 2 คัน – แปลงมาตรฐานขนาด 62.00 ตร.วา – ราคา 5,690,000 บาท แบบบ้าน Calla Lilly พื้นที่ใช้สอย 177 ตรม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ครัวไทย และที่จอดรถ 2 คัน – แปลงมาตรฐานขนาด 70.30 ตร.วา – ราคา 6,590,000 บาท แบบบ้าน Daffiofil พื้นที่ใช้สอย 201 ตรม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ครัวไทย 1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 2 คัน – แปลงมาตรฐานขนาด 78.00 ตร.วา – ราคา 7,990,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ ในทำเลพระราม 2 นี้จะเป็นย่านของที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทำเลนี้เป็นที่สนใจของผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงมีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามดีมานด์ทั้งระดับล่างและระดับบน ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม, ตึกแถว และอาคารพาณิชย์ขนาดย่อมรวมอยู่กับบ้านพักอาศัยดั้งเดิม ทั้งนี้ก็ยังคงมีที่ดินเปล่ารวมถึงพื้นที่ทำเกษตรกรรมเหลืออยู่อีกมาก นอกจากนี้ก็จะมีโกดังเก็บของ, โรงงานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ถนนเส้นนี้จึงมีรถใหญ่และรถบรรทุกวิ่งผ่านค่อนข้างเยอะ ถนนพระราม 2 เองก็เป็นเส้นที่สามารถเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ได้ มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะทั้งชะอำทั้งหัวหิน จึงทำให้การจราจรของเส้นนี้ค่อนข้างจะคับคั่งอยู่ตลอดเวลาค่ะ บริเวณย่านนี้ถึงจะไกลออกมาจากตัวเมืองหน่อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์เข้าถึงอย่างครบครัน ในระยะ 15 กม.บริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการบนเส้นพระราม 2 ก็จะมีห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 2, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซีพระราม 2 ทั้งสาขา 1 และสาขา 2, Porto Chino, เซ็นทรัลพลาซ่ามหาชัย นอกจากนี้ก็จะมีทั้งโรงพยาบาลและสถานศึกษาอยู่อีกหลายแห่ง สามารถเดินทางไปได้สะดวก เข้ามาในวงที่แคบลงในระยะ 5 กม. จะไม่มีห้างใหญ่ๆอยู่เลย ส่วนมากจะเป็นตลาดเสียมากกว่า ทั้งตลาดนัดแสมดำ, ตลาดลีลา รวมถึงจตุจักรพระราม 2 มีสินค้าในราคาย่อมเยาให้เลือกหลากหลาย บนเส้นพระราม 2 เองอาจจะไม่ค่อยเห็นร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะไปอยู่ตามภายในซอยต่างๆค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ทำเลพระราม 2 นั้นถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพทางด้านภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯได้ไม่ยากและใช้เวลาไม่นาน จากตัวโครงการนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากทางด่วนถึง 2 เส้น ทั้งสายเฉลิมมหานครซึ่งสามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้เลย และวงแหวนกาญจนาภิเษกสามารถใช้วิ่งขึ้นไปทางบางปะอินและวิ่งออกไปทางสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งลงไปทางใต้และวิ่งออกไปทางตะวันตกไปทางจังหวัดสมุทรสงครามได้ไม่ยาก การเดินทางโดยรถสาธารณะ ทำเลนี้มียังไม่ค่อยมีการพัฒนาด้านระบบขนส่งมวลชนมากนัก โซนนี้จะเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่าค่ะ เพราะไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านสักเท่าไหร่ และไม่สะดวกต่อการออกมาขึ้นรถสาธารณะที่หน้าโครงการด้วยเพราะบริเวณถนนหน้าโครงการจะไม่มีฟุตบาท และถนนพระราม 2 รถก็วิ่งค่อนข้างเร็ว ถ้าอยากจะใช้บริการรถแท็กซี่ก็สามารถให้ทางป้อมยามหน้าโครงการเรียกเข้าไปให้ถึงหน้าบ้านได้เลย ส่วนรถประจำทางบนถนนพระราม 2 เองก็จะมีรถเมล์อยู่ 2 สาย ได้แก่สาย ปอ.140 และ 150 และรถตู้ร่วมบริกการสายกรุงเทพฯ – มหาชัย และ กรุงเทพฯ – แม่กลอง โดยจะมีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ และฝั่งตรงข้ามก็จะมีรถวิ่งผ่านอยู่หลายสายโดยสามารถเดินข้ามสะพานลอยข้ามไปได้ นอกจากนี้ก็จะมีรถ 2 แถวท้องถิ่นวิ่งผ่านสาย ม.วิเศษสุข – วัดพันท้ายฯ – โลตัสพระราม 2 การออกแบบโครงการ และวัสดุ บ้านเดี่ยวออกแบบมามีขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ดูหรูหราด้วยวัสดุตกแต่งบ้าน ที่ดินบ้านให้มาใหญ่ สามารถจัดสวนและจอดรถได้เยอะ สามารถตอบโจทย์ครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกค่อนข้างเยอะ ฟังก์ชั่นภายในบ้านมีขนาดใหญ่มีระยะใช้งานสบายๆไม่อึดอัด โดยวิธีการจัดวางจะเป็นแบบ Open plan เชื่อมหลายๆฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง อีกทั้งหน้าต่างบานใหญ่รอบตัวบ้านทำให้บ้านดูไม่มืดทึบ ในวันที่ไม่ร้อนจัด ไม่ต้องการใช้เครื่องปรับอากาศก็สามารถเปิดหน้าต่างรับลมให้ Flow ผ่านได้ดี พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านได้ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน วัสดุและสุขภัณฑ์ที่ให้มาก็อยู่ในระดับดีสมราคา สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีสวนสาธารณะที่ล้อมรอบทะเลสาบขนาด 30 ไร่อยู่ใจกลางโครงการ ส่วนภายในคลับเฮ้าส์มี ห้องฟิตเนส, ห้องตีปิงปอง, ห้องสตีม, ห้องซาวน่าและสระว่ายน้ำแบบ Infinity edge pool ทรง Free form ขนาด 1,000 ตรม. แยกสระเด็กและสระผู้ใหญ่ รอบโครงการปลูกต้นไม้มาร่มรื่น โครงการเปิดมาแล้ว 10 ปีแต่ก็ยังคงความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในแต่ละเฟสก็จะมีสวนสาธารณะและทะเลสาบแยกให้อีกด้วย ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็ได้มาตรฐาน มีกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และ รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง ต้องผ่านซุ้มทางเข้าโครงการ 2 จุดด้วยกันก็คือ Empire Gate บริเวณหน้าโครงการจากถนนพระราม 2 และซุ้มทางเข้าแยกของแต่ละเฟส ลูกบ้านเข้าออกแบบใช้บัตร Access Key Card ผ่านเข้าไปได้เลย ส่วนคนนอกแลกบัตรกับรปภ.ก่อนเข้าโครงการ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: สำนักงานขาย : 083 – 988 – 6008 WEBSITE : ***
ถนนพระราม 2 กม.17 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร 74000
3 ห้อง
5,590,000 ฿
6/6/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.656 รีวิว ทาวน์โฮม บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา Baan Pruksa Prime Srinakarin-Bangna สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามีโครงการทาวน์โฮมมาฝากนั่นก็คือโครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา จาก พฤกษา เรียลเอสเตท นั่นเอง โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ออกแบบด้วยแนวความคิด “ให้ธรรมชาติดูแลคุณ” กับแบบบ้านพฤกษา Natural Series ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้าสู่งานดีไซน์เพื่อให้ชีวิตสงบเหมือนได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ตัวโครงการตั้งอยู่ในถนนวัดหนามแดงสามารถเข้าออกได้รอบทิศทาง เชื่อมต่อกับเส้นทางหลักอย่างถนนศรีนครินทร์, ถนนเทพารักษ์, ถนนกิ่งแก้ว และถนนบางนา – ตราด เชื่อมต่อใจกลางเมืองด้วยด่วนบางนา – ตราด, ทางด่วนบูรพาวิถี และวงแหวนรอบนอก รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการอย่าง ไบเทคบางนา, ห้างซีคอนสแควร์, พาราไดซ์พาร์ค, เซ็นทรัลบางนา, Mega บางนา, สนามบินสุวรรณภูมิ และอื่นๆอีกมากมาย อีกทั้งยังใกล้ สถานี รถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ สถานีปลัดเปรียง และ สถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ สถานีศรีด่าน ใน ราคาเริ่มต้นที่ 1.75 ล้านบาท เรามาติดตามอ่านรายละเอียดของโครงการที่ใต้ลิ้งค์นี้กันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมีความน่าสนใจขนาดไหน :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซ.วัดหนามแดง ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พิกัด : 13.623131, 100.661158 แผนที่จากทางโครงการ โครงการ บ้าน พฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นตั้งอยู่ในซอยวัดหนามแดงโซนสมุทรปราการเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ซึ่งก็ยังเป็นอีกทำเลหนึ่งที่ยังมี Demand และ Supply อยู่สูง โดยโครงการจำพวกทาวน์โฮมนั้นก็จะเป็นโครงการบ้านพักอาศัยอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดเนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงมาก สามารถจับต้องได้ง่ายกว่าบ้านเดี่ยวโดยที่เนื้อที่ใช้สอยภายในบ้านจะถูกจัดให้มีความเรียบง่ายและกระชับมากขึ้น เริ่มจากบริบทในวงกว้าง ในบริเวณนี้เองจะเป็นโซนบ้านพักอาศัย มีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายหลายโครงการ โครงการจึงถูกห้อมล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ สังเกตได้ว่าจะมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งให้เลือกเดินในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขึ้นไปทางเส้นบางนา – ตราดจะมีทั้ง ไบเทคบางนา, เซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซีบางนา, Mega บางนา, ห้างซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์พาร์ค ถัดลงมาตามเส้นศรีนครินทร์ก็จะมี บิ๊กซีศรีนครินทร์, Foodland และเทศโก้ โลตัส นอกจากนี้ตัวโครงการก็ไม่ไกลจากสวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ, โรงเรียน และโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ขยับเข้ามาในวงที่แคบลง ภายในซอยวัดหนามแดงเองก็จะเป็นอาคารพาณิชย์และตึกแถว มีฟิตเนสเซ็นเตอร์และสปา, โรงเรียนกวดวิชา, ร้านคอฟฟี่ช้อป, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่, ร้านขายยา, ร้านขายแอร์, ร้านอุปกรณ์เครื่องเสียง – ตกแต่งรถยนต์, ปั๊มน้ำมันบางจาก, ปั๊มน้ำมันเอสโซ่, ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า, หมู่บ้านจัดสรร, โกดังเก็บของ, โลตัสเอ็กเพรส และมินิบิ๊กซีในระยะ 2.7 กม.จากปากทางเข้า Pruksa Avenue นับว่าภายในซอยนี้ก็มีความอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียวนะคะ โครงการ บ้าน พฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา ตั้งอยู่ในซอยวัดหนามแดง การเดินทางเข้า – ออกตัวเมืองนั้นสามารถทำได้สะดวกเนื่องจากบริเวณโครงการล้อมรอบด้วยถนนใหญ่ 4 เส้นอย่าง ถนนบางนา – ตราด, ถนนเทพารักษ์, ถนนศรีนครินทร์ และถนนกาญจนาภิเษก โดยตัวโครงการนั้นยังสามารถการเข้า – ออก ได้ถึง 4 เส้นทางด้วยกันคือ นอกจากนี้ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก สามารถวิ่งขึ้นวงแหวนรอบนอกได้อย่างสะดวกซึ่งจะไปเชื่อมกับทางด่วนบางนาและทางด่วนบูรพาวิถี แต่การจราจรของย่านนี้บอกเลยว่าจะค่อนข้างหนาแน่นโดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นทั้งเส้นศรีนครินทร์, บางนา – ตราด และถนนกาญจนาภิเษก ก็อันเนื่องมาจากย่านนี้มีทั้งโรงเรียน, โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าอยู่เยอะ แต่ยังโชคดีที่โซนนี้ยังอยู่ห่างจากโซนการจราจรติดหนักสาหัสสากรรจ์อย่างสุขุมวิทและบางนา – ตราดออกมาพอสมควร อีกทั้งเส้นศรีนครินทร์และกาญจนาภิเษกนั้นการจราจรก็ยังไหลได้เรื่อยๆตลอดพอหายใจหายคอได้บ้าง ::: สรุปแยก และถนนใกล้เคียงที่สำคัญ ::: :::: สถานที่สำคัญใกล้เคียง :::: :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: ::: การเดินทางสู่โครงการด้วยรถส่วนตัว ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนสุขุมวิท > ถนนบางนา – ตราด > ถนนศรีนครินทร์ > ถนนวัดหนามแดง > บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนสุขุมวิทบริเวณ BTS สถานีอุดมสุข ให้วิ่งตรงตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางนา – ตราด เมื่อเลี้ยวเข้าถนนบางนา – ตราดมาแล้วให้ชิดขวาเข้าสู่ทางหลัก วิ่งตรงตามถนนบางนา – ตราดมาเรื่อยๆ สังเกตป้ายเทพารักษ์ให้เตรียมชิดซ้ายนะคะ ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวออกสู่ทางคู่ขนาน ตรงนี้จะมีบิ๊กซีบางนาอยู่ทางซ้ายมือเป็นจุดสังเกต เมื่อออกสู่ทางคู่ขนานมาแล้วให้สังเกตป้ายเทพารักษ์เอาไว้ วิ่งตรงตามทางคู่ขนานไปเรื่อยๆ สังเกตป้ายเทพารักษ์เอาไว้ให้เตรียมชิดซ้าย ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าถนนศรีนครินทร์เลย วิ่งตรงตามถนนศรีนครินทร์มาเรื่อยๆ ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นห้างแม็กโครและบิ๊กซีศรีนครินทร์ สังเกตป้ายถนนเทพารักษ์เอาไว้นะคะ ชิดซ้ายเอาไว้ ถ้าชิดขวาจะขึ้นสะพานไปถนนกาญจนาภิเษก ชิดซ้ายเอาไว้เตรียมเลี้ยวเข้าถนนวัดหนามแดง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวัดหนามแดง จากถนนศรีนครินทร์ เมื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดหนามแดงมาแล้วให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆเป็นระยะทาง 3.5 กม.จะถึงหน้าปากทางเข้า Pruksa Avenue และอีก 500 เมตรบน Pruksa Avenue รวมระยะทางเป็น 4.0 เมตรก็จะถึงซุ้มทางเข้าโครงการค่ะ เมื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดหนามแดงมาแล้วให้ขับตรงไปเรื่อยๆ ทางซ้ายและทางขวามือจะเป็นตึกแถวและอาคารพาณิชย์ จากถนนศรีนครินทร์วิ่งตรงไปประมาณ 3.5 กม.ก็จะเห็นปากทางเข้า Pruksa Avenue อยู่ทางซ้ายมือแล้ว เรามาถึงหน้า Pruksa Avenue กันแล้วนะคะ ตรงเข้าไปอีก 500 เมตรเราก็จะเจอกับซุ้มทางเข้าโครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา ค่ะ ::: การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ::: โครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา ตั้งอยู่ใกล้แนว รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงพัฒนาการ – สำโรง ที่ สถานี ศรีด่าน ในระยะ 4.0 กม. (คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2663) และ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงบางนา – สุวรรณภูมิ ที่ สถานีปลัดเปรียง ในระยะ 5.8 กม. (คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2665) ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใกล้ในระยะเดินแต่ก็อยู่ในระยะที่สามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์จากในซอยเทศบาลบางเมืองไปถึงได้ในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ถือว่าสะดวกสบายมากทีเดียว แต่ในปัจจุบันนั้นสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็น สถานีแบริ่ง ซึ่งห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 5.8 กม. ::: การเดินทางด้วยรถประจำทาง ::: ภายในซอยวัดหนามแดงจะมีรถ 2 แถววิ่งผ่านสาย สำโรง – หนามแดง – บางพลี นอกจากนั้นก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ภายในซอยโดยจะสามารถไปต่อรถเมล์ได้ที่ :::: บริเวณรอบโครงการ :::: บริเวณโดยรอบโครงการภายในซอยวัดหนามแดงในระยะ 1.5 กม.แรกจะเป็นตึกแถวและอาคารพาณิชย์ มีฟิตเนสเซ็นเตอร์และสปา, โรงเรียนกวดวิชา, ร้านคอฟฟี่ช้อป, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่, ร้านขายยา, ร้านขายแอร์, ร้านอุปกรณ์เครื่องเสียง – ตกแต่งรถยนต์, ปั๊มน้ำมันบางจาก, ปั๊มน้ำมันเอสโซ่, ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า, หมู่บ้านจัดสรร, โกดังเก็บของ, โลตัสเอ็กเพรส และมินิบิ๊กซี ถัดเข้ามาจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร, บ้านพักอาศัยส่วนตัว, ที่ดินเปล่า และยังคงมีตึกแถวบ้างเป็นระยะๆค่ะ เมื่อเข้าไปใน Pruksa Avenue ก็จะเป็นโครงการบ้านจัดสรรทั้งทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวซึ่งจะอยู่ในเครือของ พฤกษา เรียลเอสเตททั้งหมด เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณโดยรอบตัวโครงการกัน มาเริ่มกันที่หน้าปากทางเข้า Pruksa Avenue กันก่อนเลย ภายใน Pruksa Avenue ก็จะมีทั้งโครงการ เดอะแพลนท์, บ้านพฤกษา ไพร์ม, ภัสสร ไพรด์ และพฤกษาวิลล์ รวมอยู่ด้วยกัน มุมมองไปฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าของ Pruksa Avenue จะเป็นหนองน้ำและบริษัท เอ็น.วี.เค การโยธา จำกัด มุมมองไปทางขวามือ มุมมองไปทางซ้ายมือ เดี๋ยวเราจะไปเดินสำรวจเส้นทางนี้กันก่อนนะคะ ทางซ้ายมือจะเป็นที่ดินเปล่า มีหนองน้ำอยู่ตรงกลาง ยังไม่ทราบว่าที่ดินตรงนี้ในอนาคตจะถูกพัฒนาเป็นอะไร ฝั่งขวามือก็จะเป็นหนองน้ำอีกเช่นกัน มองตรงไปข้างหน้าจะเป็นถนนวิ่งลอดใต้วงแหวนรอบนอก ตรงนี้สามารถวิ่งไปออกถนนเทพารักษ์ได้ทางซอยบุญธรรมอนุสรณ์ กลับมาที่หน้าปากทางเข้า Pruksa Avenue เราจะมาสำรวจเส้นทางด้านขวามือกันต่อค่ะ ทางขวามือจะเป็นที่ดินเปล่า จากสภาพตอนนี้น่าจะยังไม่มีแผนสำหรับโครงการที่จะพัฒนาในอนาคต ฝั่งตรงข้ามจะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัว ด้านหน้ามีซุ้มขายของเล็กๆ ข้างๆกันกำลังปรับพื้นที่เพื่อทำเป็นตลาดนัด เดินจากหน้า Pruksa Avenue มานิดเดียวก็มีอาหารขายแล้วค่ะ ตรงไปข้างหน้าจะข้ามสะพานข้ามคลองตัน ข้างๆจะมีศาลาท่าน้ำอยู่ด้วย ข้ามสะพานไปแล้วจะเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ ตรงข้ามจะเป็นหอพักสูง 5 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นกิจการส่วนตัวและร้านขายของ ตึกแถวสูง 3 ชั้น และโกดังเก็บของ กลับมาที่ปากทางเข้า Pruksa Avenue กันต่อ ที่หน้าปากทางเข้าจะมีป้อมยามอยู่ก่อน 1 ชั้น ที่ทางเข้า – ออกทั้ง 2 ฝั่งจะติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ด้วย เมื่อเข้ามาภายใน Pruksa Avenue แล้ว สังเกตทางซ้ายมือกำลังก่อสร้างโครงการทาวน์โฮมในอนาคต ซึ่งโครงการทาวน์โฮมตรงนี้จะเป็นเหมือนอาคารพาณิชย์ด้วยในตัว ที่ชั้นล่างจะสามารถเปิดเป็นร้านขายของหรือกิจการส่วนตัวได้ ตรงต่อไปเรื่อยๆจะเป็นสะพานข้ามคลองตัน เมื่อข้ามสะพานมาแล้วทางขวามือจะเจอกับโครงการ เดอะแพลนท์ ศรีนครินทร์ – หนามแดง ก่อน ตรงต่อไปเรื่อยๆทางซ้ายมือจะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา อยู่ไกลๆแล้วค่ะ เรามาถึงหน้าซุ้มทางเข้าโครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา กันแล้วนะคะ :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 495 ยูนิต บนพื้นที่ 40 ไร่ โครงการถูกออกแบบมาด้วยแนวความคิด “ให้ธรรมชาติดูแลคุณ” ผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับบ้านพักอาศัยเพื่อให้บ้านเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนที่สุขสงบโดยสมบูรณ์ เนื่องจากไซท์ของโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางเข้าของโครงการจะถูกเจาะบริเวณส่วนริมของไซท์ ตัวโครงการจึงถูกวางผังด้วยถนนเมนกว้าง 16 เมตรและ 12.70 เมตร ผ่าเข้าไปตรงกลางไซท์เป็นรูปตัว L แล้วแจกด้วยซอยกว้าง 8.10 เมตรเพื่อเข้าสู่ตัวบ้านแต่ละหลังโดยจะวางสวนสาธารณะไว้บริเวณทางเข้า – ออกของโครงการ ระยะจากหน้าป้อมยามไปจนถึงซอยสุดท้ายของโครงการมีระยะ 350 เมตร ลูกบ้านซอบสุดท้ายสามารถเดินออกมาใช้งานสวนสาธารณะได้ไม่ไกลนัก ::: แบบบ้านของโครงการ ::: แบบบ้านภายในโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นเป็นแบบบ้าน Natural Series ของพฤกษา มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ 1. แบบบ้าน Painus 2. แบบบ้าน Willow :: แบบบ้าน Painus :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย รีวิวแบบบ้าน (พื้นที่ใช้สอย ตรม.) แปลนบ้านถูกวางมาให้เป็น Open plan เมื่อเข้าไปภายในตัวบ้านจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อน ถัดไปจะเป็นห้องรับประทานอาหารและห้องครัว โดยห้องน้ำ 2 จะสามารถเข้าได้จากภายในห้องครัว ฟังก์ชั่นทั้ง 3 นี้จะทำเชื่อมกันทั้งหมด ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด ส่วนลานซักล้างหลังบ้านจะสามารถออกได้จากประตูภายในห้องรับประทานอาหาร เมื่อขึ้นมาสู่ชั้น 2 จะขึ้นมาเจอกับโถงบันไดก่อน โถงบันไดจะทำหน้าที่เป็นตัวแจกเข้าสู่ห้องต่างๆ มีห้องนอน Master Bedroom, ห้องนอน 2,ห้องนอน 3 และห้องน้ำ 1 ซึ่งจะเป็นห้องน้ำใช้รวมของทุกห้อง ห้องนอน Master bedroom จะถูกวางไว้อยู่ข้างหน้าบ้านและจะถูกแยกออกเป็น 2 โซนคือโซนที่นอนและโซน Walk – in closet :: แบบบ้าน Willow :: แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย รีวิวแบบบ้าน (พื้นที่ใช้สอย ตรม.) แบบบ้าน Willow จะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยและมีการวางผังแบบเดียวกันกับแบบบ้าน Painus ทุกประการ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ที่ชั้น 2 ห้องน้ำ 1 จะสามารถเข้าได้จากทางห้องนอน Master bedroom จากโซน Walk – in closet ด้วย :::: บริเวณภายในโครงการ :::: เมื่อสักครู่เราได้เดินชมบรรยากาศรอบๆบริเวณโครงการกันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปภายในโครงการไปดูว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่า ::: ทางเข้าโครงการ และป้อมยาม ::: ซุ้มทางเข้าโครงการจะใช้ไม้เทียมเป็น Finishing และตัดทอนรายละเอียดจากธรรมชาติมาใช้ให้ดูเรียบเท่ ซูมไปที่ป้ายโครงการ การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านซุ้มทางเข้าโครงการซึ่งประกอบด้วย ป้อมยาม, กล้อง CCTV, รั้วไม้กระดก และ Access key card มุมมองไปที่ด้านข้างของป้อมยาม เครื่องสแกน Access key card กล้อง CCTV จะมีอยู่ 2 ตัว ตัวบนจะจับภาพคนขับ ส่วนตัวล่างจะจับภาพป้ายทะเบียนรถ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอกับถนนเมนกว้าง 16 เมตร ทางซ้ายมือจะเป็นสำนักงานขาย ทางขวาจะเป็นที่จอดรถสำหรับลูกค้ากับลูกบ้านภายในและสวนสาธารณะของโครงการ ข้างๆกันกับซุ้มทางเข้าจะมีที่จอดรถจักรยานยนต์ให้ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ กลับมาที่ถนนเมนกว้าง 16 เมตร เดี๋ยวเราจะเดินดูตามเส้นทางหลักนี้ไปนะคะ มองตรงไปข้างหน้าจะเข้าซอยบ้านกว้าง 8.10 แมตร ซ้ายมือจะเป็นซอยบ้านซอยที่ 1 ทางขวามือจะเป็นถนนเมนกว้าง 16 เมตรผ่าเข้าไปตามไซท์ จากถนนเมนกว้าง 16 เมตรซึ่งจะเชื่อมกับถนนเมนกว้าง 12.70 เมตร ทางขวามือของเราตอนนี้จะเป็นสวนสาธารณะ ติดกับสวนจะเป็นซอยที่ 3 ซึ่งบ้านตรงหัวมุมเคยเป็นบ้านตัวอย่างแบบ Willow แต่ว่าตอนนี้มีลูกบ้านขอซื้อไปแล้วค่ะ ทางซ้ายจะเป็นซอยที่ 4 ตรงไปข้างหน้าเราจะเห็นวงเวียนรถอยู่ไกลๆ ที่ถนนเมนจะปลูกต้นไม้เลียบตลอดทางเดิน ในอนาคตโครงการน่าจะดูร่มรื่นขึ้นนะคะ ทางขวามือจะเป็นซอยที่ 9 ตั้งแต่ซอยนี้เป็นต้นไปจะเป็นแบบบ้าน Painus ทั้งหมด บ้านตรงหัวมุมเป็นบ้านตัวอย่างแบบ Painus ที่หน้าปากซอยทุกซอยจะมีป้ายบอกเลขที่ซอยแบบนี้ มุมมองเข้าไปในซอย กลับมาที่ถนนเมนกว้าง 12.70 เมตร ข้างหน้าจะเป็นวงเวียนรถ มุมมองไปทางซ้ายมือ มุมมองไปทางขวามือ มุมมองย้อนกลับไปที่ถนนเมนกว้าง 12.70 เมตรที่เราเพิ่งเดินเข้ามา :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ :::: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วย จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการกันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดู สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อเลยค่ะ ::: สวนสาธารณะ ::: มุมมองเข้าไปในสวน สวนสาธารณะของโครงการมีพื้นที่ค่อนข้างจะกว้างขวางคิดเป็นพื้นที่จำนวน 1 ไร่เศษ ถูกวางอยู่ใกล้กับซุ้มทางเข้าของโครงการตรงข้ามกับสำนักงานขาย เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปสำรวจตามทางเดินนี้เลยนะคะ ทางซ้ายมือของเราในตอนนี้จะเป็นซอยที่ 3 ทางขวามือจะเป็นสำนักงานขาย ทางเดินจะถูกปูยาวไปรอบๆสวนสามารถใช้เป็น Jogging track ได้ ภายในสวนสาธารธาณะจะมีศาลาพักผ่อนอยู่ตรงกลาง มุมมองไปที่สวนพักผ่อน ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ภายในศาลาจะมีชุดเกาอี้สำหรับนั่งพักผ่อน ในช่วงเย็นๆก็เหมาะสำหรับใช้เป็นที่นั่งจับกลุ่มเม้าท์สำหรับสาวเล็กสาวใหญ่รอลูกๆวิ่งเล่นได้ คุยกันจนเบื่อก็นั่งเล่นรับลมไปสบายๆ มุมมองจากภายในศาลาออกมาที่สนามหญ้า ข้างๆกันกับศาลาบริเวณ Jogging Track จะมีเก้าอี้นั่งพักผ่อนอยู่เป็นระยะๆ มุมมองกลับมาที่ศาลาพักผ่อน บริเวณข้างๆศาลาพักผ่อนจะมีม้ากระดกอยู่ 2 ตัว กลับมาที่ทางเดิน ข้างหน้าจะมีชิงช้าให้ด้วย บริเวณชิงช้าจะถูกจัดแยกออกมาจากส่วนไม้กระดกและศาลาพักผ่อน เกือบจะมีความเป็นส่วนตัวและจะโรแมนติกเบาๆท่ามกลางผู้คนบน Jogging Track และเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ที่สนามข้างหลัง น่าเสียดายจังเลย > < มุมมองไปตามทางเดิน ที่ริมสุดของสวนจะมีที่นั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ด้วย ดูร่มรื่นดี ทางซ้ายมือจะเป็นสำนักงานนิติบุคคล บริเวณด้านหน้าสำนักงานนิติบุคคล มุมมองย้อนกลับไปที่สวนสาธารณะ :::: บ้านตัวอย่าง :::: จากเมื่อสักครู่เราได้เดินชมบรรยากาศรอบๆโครงการและสวนธารณะส่วนกลางกันไปแล้ว เราจะมาต่อด้วยแบบบ้านของโครงการกันนั่นก็คือแบบบ้าน Painus และ แบบบ้าน Willow ขนาด 95 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 1 ที่จอดรถ เชิญชมรายละเอียดกันต่อเลยค่า ::: แบบบ้าน Painus ::: :: บ้านมาตรฐาน :: มาเริ่มต้นจากแบบบ้าน Pinus ขนาด 95 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถเลยกันเลย หน้าตาบ้านดูเป็นสไตล์โมเดิร์นแบบคลีนๆหน่อย มีการทำชายคาบ้านยาวออกมาเพื่อสร้าง Shade ให้แก่ตัวบ้าน บ้านที่เรากำลังจะเข้าไปชมนี้เป็นบ้านติดมุมถนนค่ะ อุ๊ย ไม่ให้ถ่ายรูปด้วย แต่วันนี้เราถือบัตร VIP. มาค่า ฮ่าๆๆ แบบบ้าน Painus มีหน้ากว้างถึง 5.7 เมตร ที่รั้วบ้านทุกหลังจะมีกริ่งออด, ป้ายเลขที่บ้าน และไฟกิ่งติดมาให้ด้วย กริ่งออด, ป้ายเลขที่บ้าน และไฟกิ่งแบบซูมหน่อย ประตูรั้วของบ้านจะเป็นประตูเลื่อนระแนงเหล็กทาสีน้ำมัน สามารถเลื่อนเปิดไปด้านข้างได้แบบนี้ ที่ประตูจะมีห่วงคล้องแม่กุญแจให้ เข้ามาในส่วนของลานจอดรถจะสามารถจอดรถได้ 1 คัน พื้นลานจอดรถเป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบ ภายในลานจอดรถจะติดดวงโคมซาลาเปามาให้ 1 ดวง และช่องเก็บของซึ่งเป็นพื้นที่ใต้บันไดอีก 1 ช่อง มุมมองไปทางซ้ายมือ จะเป็นสนามหญ้าและเฉลียงหน้าบ้าน เนื่องจากว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ติดอยู่กับมุมถนนจึงได้พื้นที่สนามข้างบ้านมาเพิ่มด้วย สนามข้างบ้านมีพื้นที่พอสมควรเลยค่ะ ใครซื้อบ้านหลังติดมุมถนนก็จะมีพื้นที่จัดสวนเลิศๆข่มบ้านฝั่งตรงข้ามยังได้ จากสวนข้างบ้านจะสามารถเดินเชื่อมไปลานซักล้างหลังบ้านได้ มุมมองเข้าไปภายในลานซักล้าง มุมมองย้อนกลับไปที่หน้าบ้าน กลับมาที่เฉลียงหน้าบ้านกันค่ะ พื้นเฉลียงจะยกระดับขึ้นมาจากพื้นดินประมาณ 10 ซม.กว้าง 60 ซม.ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. บริเวณเฉลียงจะติดไฟกิ่งมาให้ด้วย 1 ดวง ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีธรรมชาติติดกระจกเขียวตัดแสง มือจับประตูใหญ่จับถนัดมือดีค่ะ ระบบล็อคเป็นแบบบิดล็อคและใช้กุญแจไขธรรมดา มุมมองเข้าไปภายในตัวบ้าน พื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังฉาบเรียบ ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร ภายในบ้านจะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมด ยกเว้นที่ห้องน้ำจะใช้ดวงโคมดาวน์ไลท์ เมื่อเข้าไปภายในตัวบ้านแล้วจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปจะเป็นห้องรับประทานอาหาร ขวามือจะเป็นโถงบันได, ห้องครัว และห้องน้ำ 2 ส่วนลานซักล้างจะออกทางประตูข้างห้องครัว ฝ้าเพดานภายในบ้านจะเป็นฝ้าฉาบเรียบ มีการเล่นระดับฝ้าเพื่อสร้างขอบเขตของพื้นที่แต่ละห้อง มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นด้านสำหรับการจัดชุดโซฟารับแขก ซึ่งพื้นที่ห้องตรงนี้กว้างเพียงพอสำหรับการวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง หรือจะวางเป็นโซฟาเบดก็ยังได้อยู่ค่ะ ที่ข้างๆโซฟายังจะสามารถวางโต๊ะตัวเล็กๆสำหรับวางแจกันดอกไม้, โคมไฟ, หนังสือ หรือของประดับตกแต่งอื่นๆเพิ่มเติมได้อีก เนื่องจากเป็นบ้านฝั่งติดมุมถนน ผนังฟากนี้จึงจะได้หน้าต่างมาเพิ่มเติมด้วย หน้าต่างเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง สามารถเปิด – ปิดได้ตามภาพ มือจับแบบก้านโยก สามารถบิดล็อคได้ตามภาพ มุมมองไปที่ผนังฝั่งตรงข้ามซึ่งจะใช้สำหรับวางทีวีและเครื่องเสียงต่างๆ จากผนังจนถึงวงกบประตูอลูมิเนียมจะกว้างประมาณ 50 ซม. ดังนั้นเราจะสามารถวางชั้นวางทีวีหรือทำชั้น Built – in ให้ยื่นออกมาจากผนังได้ไม่ควรเกิน 45 ซม. เพื่อให้งานเฟอร์นิเจอร์ดูจบได้อย่างเรียบร้อย ใครกลัวบ้านดูทึบตันแนะนำให้ตกแต่งผนังด้วยกระจกเป็นบางส่วน จะช่วยทำให้บ้านดูกว้างขวางมากขึ้น ภายในห้องนั่งเล่นจะกว้างประมาณ 3.00 ซม. เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งชุดโซฟาและชั้นวางทีวีแล้วจะเหลือระยะประมาณ 1.70 เมตร ซึ่งระยะนี้จะเหมาะสำหรับการดูทีวีจอขนาด 42 นิ้วได้เลย จากห้องนั่งเล่นมองไปยังห้องรับประทานอาหารและห้องครัว มาที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ภายในห้องรับประทานอาหารจะสามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 – 6 ที่นั่งได้ ฝั่งในบ้านติดหน้าต่างจะสามารถวางโต๊ะเคาน์เตอร์สำหรับเก็บจาน – ชามและวางเครื่องปรุงได้อีก ตรงนี้ถ้าใช้วอลเปเปอร์คนละสีก็จะทำให้พื้นที่ห้องดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น แต่ควรจะใช้สีที่อยู่ในโทนเดียวกันด้วยนะ หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียม ตัวล็อคหน้าต่าง ทางด้านซ้ายของห้องรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนที่สามารถใช้ออกสู่สวนข้างบ้านได้ มือจับประตูเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน ตรงนี้จะมีสเกิร์ตของบ้านเป็นสเต็ปให้ มุมมองออกไปที่สวนข้างบ้าน สวนบ้านเราต้องสวยกว่าบ้านฝั่งตรงข้ามค่ะ จากห้องรับประทานอาหารมองไปยังห้องครัว ไฟจะได้มาห้องละ 1 ดวง หากไม่เพียงพอสามารถติดเป็นไฟกิ่งหรือดวงโคมดาวน์ไลท์ตามจุดที่ต้องการเพิ่มเติมได้ เราจะมาดูหอช้องครัวกันต่อ ภายในห้องครัวกว้าง 1.75 เมตร ติดหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน สามารถจัดวางเคาน์เตอร์เป็นแบบ L – shape ได้แล้วยังเหลือพื้นที่สำหรับยืนทำอาหารประมาณ 1.20 เมตร ไม่แคบอย่างที่คิดนะคะ ยังไงก็อย่าลืมเหลือพื้นที่สำหรับการวางตู้เย็นเอาไว้อย่างน้อย 60 ซม.ด้วยล่ะ สำหรับเรื่องการระบายอากาศในห้องครัวนั้น หากต้องการไม่ให้ส่วนอื่นๆของบ้านติดกลิ่นอาหารไปด้วยขอแนะนำให้ติดฮูดดูดควันเพิ่มเติม และทำประตูบานเลื่อนกระจกกั้นระหว่างห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร จะได้ดูไม่ทึบตัน ส่วนผนังหลังเคาน์เตอร์แนะนำให้กรุกระเบื้องหรือติดแผ่น Splash board จะได้ทำความสะอาดคราบเขม่าควันได้ง่ายๆ จะใช้แผ่นกระจกดำก็ได้นะคะ เราจะสามารถเข้าห้องน้ำได้จากภายในห้องครัว ประตูห้องน้ำจะเป็นประตูบานสำเร็จติดเกล็ดระบายอากาศ มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 4 ซม. มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 จะมีการวางจากโซนแห้งเข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. ผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ภายในห้องน้ำจะได้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ 1 ดวง อ่างล้างมือแบบแขวนผนังขนาดกำลังดี มีขอบให้วางสบู่ได้นิดหน่อยของ American Standard ก๊อกน้ำรูปทรงกระทัดรัดจับถนัดมือของ American Standard ถัดจากอ่างล้างมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ของ American Standard ระบบ Single flush พื้นที่โถสุขภัณฑ์กว้าง 1.2 เมตร ลองนั่งดูแล้วกว้างกำลังดีไม่อึดอัดค่ะ สายฉีดชำระพลาสติกน้ำหนักเบามือ และที่ใส่กระดาษชำระของ Mogen ด้านในสุดของห้องน้ำจะเป็นส่วนของ Shower แต่จะไม่มีการลดระดับพื้นหรือกั้นแยกโซนออกจากกันอย่างชัดเจน หัวฝักบัวขนาดพอดีมือของ Prema หัวฝักบัวแอบเล็กไปนิดนึงสำหรับคนชอบอาบน้ำแบบทั่วถึงสะใจๆ ที่วางสบู่ของ Mogen ตรงนี้น่าจะวางของเครื่องใช้ไม่เพียงพอนะคะ คงจะต้องหาชั้นวางสบู่ – แชมพูมาวางเพิ่มเติม และราวแขวนผ้าเช็ดตัวของ Mogen ไปดูลานซักล้างหลังบ้านกันต่อ ประตูลานซักล้างจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับประตูเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 10 ซม. พื้นลานเป็นซีเมนต์ปาดหน้าเรียบกว้าง 2 เมตร มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นสวนข้างบ้าน มุมมองไปทางซ้ายมือ กำแพงกั้นระหว่างหลังบ้านสูง 1.75 ซม. ที่ลานซักล้างจะมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้สำหรับเครื่องซักผ้าและดวงโคมฟลูออเรสเซนต์เหนือประตูลานซักล้าง ปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำ ดวงโคมฟลูออเรสเซนต์ มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน มุมมองย้อนจากห้องรับประทานอาหารไปที่ห้องนั่งเล่น จบจากชั้น 1 กันแล้วเราจะขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลยค่ะ พื้นบันไดลูกนอนจะเป็นไม้ยางพาราอัดประสานส่วนลูกตั้งจะเป็นซีเมนต์ฉาบเรียบทาสีกว้าง 90 ซม. ราวมือจับจะเป็นโครงเหล็กฝังผนัง มือจับเป็นไม้ยางพาราอัดประสานเช่นกัน ที่โถงบันไดจะมีช่องแสงให้ 1 ช่องบริเวณลานจอดรถพอดี ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมก็ให้หาม่านมู่ลี่มาติดได้นะ มุมมองจากชั้น 1 มองขึ้นไปยังโถงบันได มุมมองจากชานพักบันไดขึ้นไปยังโถงบันไดชั้น 2 ทางซ้ายมือจะเป็นประตูห้องนอน Master bedroom ตรงกลางเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ ส่วนทางขวามือคือห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ยกเว้นพื้นห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มุมมองย้อนกลับไปที่ชานพักบันได เราจะเริ่มจากห้องนอน Master bedroom กันก่อน ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับลูกบิดสแตนเลสแบบเดียวกับประตูลานซักล้าง ที่พื้นจะติด Door stopper มาให้ ระวังอย่าเดินเตะกันนะคะ มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน Master bedroom อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าห้องนอน Master bedroom จะถูกแยกออกเป็น 2 โซน ที่โซนทางขวาจะเป็นโซนที่นอน โซนทางซ้ายจะเป็นโซน Walk – in closet มาดูที่โซนที่นอนกันก่อน โซนนี้จะสามารถวางที่นอนขนาด 5 ฟุตได้โดยให้วางหัวเตียงฝั่งผนังด้านใน จะเหลือพื้นที่ข้างที่นอนอีกข้างละประมาณ 65 ซม. สามารถวางโต๊ะข้างหัวเตียงหรือชั้นเก็บของเล็กๆได้ทั้ง 2 ฟาก หรือถ้าใครอยากจะเพิ่มเป็นที่นอนขนาด 6 ฟุตก็ได้เหมือนกัน แต่จะเหลือพื้นที่ข้างที่นอนน้อยลงข้างละ 15 ซม.นะ ภายในห้องติดหน้าต่างขนาดใหญ่มาให้ ทำให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟเลย แต่ถ้าใครชอบนอนดึกตื่นสายก็ให้ติดม่านแบบทึบๆหน่อยจะได้นอนต่อได้ยาวๆ หน้าต่างบานเปิดมือจับแบบก้านโยก ตรงนี้ถ้าเป็นบ้านยูนิตข้างในที่ไม่ใช่ยูนิตมุมถนนหรือยูนิตมุมรั้วจะเป็นผนังทึบค่ะ อีกฝั่งเป็นหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ มือจับหน้าต่างเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน รับแสงธรรมชาติได้เต็มๆ มุมมองไปที่โซน Walk – in closet ฝ้าเพดานและดวงโคมภายในห้อง ภายในโซน Walk – in Closet จะสามารถทำตู้เสื้อผ้าแบบ Built – in เป็นรูป L – shape และโต๊ะเครื่องแป้งได้อีก 1 ตัว โดยแนะนำให้วางโต๊ะเครื่องแป้งชิดริมผนังด้านในข้างๆหน้าต่างเพราะถ้าวางชิดริมผนังฝั่งซ้ายอาจจะย้อนแสงได้ คุณผู้หญิงจะแต่งหน้าลำบากเอา มุมมองย้อนกลับไปที่โซนที่นอน มาดูที่ห้องน้ำ 1 กันต่อซึ่งจะเป็นห้องน้ำใช้รวมของห้องนอนทุกห้อง ประตูห้องน้ำจะเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นห้องน้ำ 1 จะลดระดับลงไปจากพื้นชั้น 2 ประมาณ 2.5 ซม. ภายในห้องน้ำทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำ 2 ทั้งหมด แต่จะต่างกันที่การจัดวางสุขภัณฑ์โดยโซน Shower จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำกว้างขึ้น แต่ไม่มีการลดสเต็ปพื้นหรือแบ่งพื้นที่ส่วนแห้ง – เปียกออกจากกันอย่างชัดเจน อ่างล้างมือและก๊อกน้ำเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำ 2 เลยค่ะ บริเวณโถสุขภัณฑ์จะมีพื้นที่กว้างประมาณ 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานนั่งแล้วไม่อึดอัด บริเวณโซน Shower สามารถติดตั้ง Shower box เพิ่มเติมได้ แนะนำให้ใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบเข้ามุม ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดี โดยจะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำประมาณ 90 x 90 ซม. เหนือโซน Shower จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาเป็นช่องแสงและระบายอากาศให้ 1 ช่อง มาดูที่ห้องนอน 2 กันต่อค่ะเป็นห้องทางซ้ายมือ มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน 2 จะมีหน้าต่างบานเลื่อนให้ทั้งสองฟาก แต่ถ้าเป็นบ้านที่ไม่ใช่ยูนิตมุมถนนหรือมุมรั้วผนังฝั่งซ้ายมือจะเป็นผนังทึบแทนค่ะ ไฟภายในห้อง ห้องนอน 2 จะมีขนาด 2.25 x 3.00 เมตร โดยจะสามารถวางที่นอนขนาด 3 ฟุตชิดฝั่งขวาโดยวางหัวเตียงฝั่งผนังด้านใน ปลายเตียงจะเหลือพื้นที่ประมาณ 1 เมตร ฝั่งซ้ายวางเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานขนาดไม่ใหญ่มากได้ มุมมองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้า ที่มุมห้องฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ปลายที่นอน สามารถติดทีวีแบบแขวนผนังและวางชั้นวางของ แนะนำให้มีความกว้างยื่นออกมาจากผนังไม่เกิน 45 ซม.จะได้เหลือพื้นที่ปลายที่นอนสำหรับเปิดหยิบของได้ และยาวไม่เกิน 1.35 เมตร จะได้ไม่กินระยะวงเปิดของประตู เรามาถึงห้องนอน 3 เป็นห้องนอนห้องสุดท้ายแล้ว ภายในห้องจะติดหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน ไฟภายในห้อง ในห้องนอน 3 จะมีขนาด 2.25 x 2.40 เมตร แนะนำการจัดห้องแบบเดียวกันกับห้องนอน 2 ก็คือให้วางที่นอนชิดฝั่งซ้ายติดหน้าต่าง โดยปลายที่นอนจะเหลือเพียง 40 ซม. จึงแนะนำให้ทำชั้น Built – in แบบลอยตัวแทนการวางชั้นวางของที่พื้นแทน จะได้ยังมีพื้นที่ปลายที่นอนไว้สำหรับเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และวางตู้เสื้อผ้าชิดฝั่งขวา มุมมองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง ที่ฝั่งนี้เมื่อวางตู้เสื้อผ้าแล้วอาจจะเหลือที่สำหรับชั้นวางของเล็กๆ แต่ไม่พอสำหรับโต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในบ้านจะใช้ตู้ Load center ของ Bticino สวิตช์และปลั๊กไฟใช้ของ Bticino ทั้งหมด ::: แบบบ้าน Willow ::: :: บ้านมาตรฐาน :: จบกันไปแล้วนะคะกับแบบบ้าน Painus ตอนนี้เรามาอยู่ที่แบบบ้าน Willow ขนาด 95 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถกันแล้วค่ะ จริงๆเรียกได้ว่าการวางแปลนและวัสดุของแบบบ้านทั้ง 2 หลังนี้นั้นแทบจะเหมือนกันทุกประการ ส่วนรูปร่างหน้าตาของบ้านจะแตกต่างกันนิดหน่อยตรง Facade แบบบ้าน Willow จะมีการเล่นสีสันดูน่ารักดี มีการทำระเบียงหลอกยื่นออกมาเพิ่มมิติให้แก่ตัวบ้าน แต่จริงๆแล้วไม่สามารถเดินออกมาได้นะคะ บ้านหลังที่เรากำลังจะเข้าไปชมกันนี้เป็นหลังติดมุมรั้วเลยได้สวนข้างบ้านมาด้วย อย่ารอช้ารีบเข้าไปชมกันเลยดีกว่า แบบบ้าน Willow มีหน้ากว้างถึง 5.7 เมตร ที่รั้วบ้านทุกหลังจะมีกริ่งออด, ป้ายเลขที่บ้าน และไฟกิ่งติดมาให้ด้วย ส่วนที่ลานจอดรถและสวนข้างบ้านก็จะเหมือนกับแบบบ้าน Painus เช่นกัน ดังนั้นจะขอข้ามไปดูที่เฉลียงหน้าบ้านกันเลยนะคะ พื้นเฉลียงจะยกระดับขึ้นมาจากพื้นดินประมาณ 15 ซม.กว้าง 60 ซม.ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายไม้ขนาด 15 x 60 ซม. ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมติดกระจกเขียวตัดแสงเหมือนกันกับแบบบ้าน Painus แต่จะต่างกันที่เป็นสีขาว มุมมองเข้าไปภายในตัวบ้านจะไม่ต่างไปจากแบบบ้าน Painus เลยคือพื้นบ้านจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังฉาบเรียบ ที่ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร ภายในบ้านจะใช้ดวงโคมซาลาเปาทั้งหมด เมื่อเข้าไปภายในตัวบ้านแล้วจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปจะเป็นห้องรับประทานอาหาร ขวามือจะเป็นโถงบันได, ห้องครัว และห้องน้ำ 2 ส่วนลานซักล้างจะออกทางประตูข้างห้องครัว ฝ้าเพดานมีการเล่นระดับเหมือนกันทุกประการ แต่ภายในบ้านแบบ Willow จะดูขาวคลีนกว่าเพราะใช้กรอบหน้าต่างเป็นสีขาว มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นด้านสำหรับการจัดชุดโซฟารับแขก ซึ่งพื้นที่ห้องตรงนี้กว้างเพียงพอสำหรับการวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง ส่วนหน้าต่างบานกระทุ้งจะยาวกว่าแบบบ้าน Painus ยาวลงมาจนเกือบถึงพื้น มุมมองไปที่ผนังฝั่งตรงข้ามซึ่งจะใช้สำหรับวางทีวีและเครื่องเสียงต่างๆ ภายในห้องนั่งเล่นจะกว้างประมาณ 3.00 ซม. เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งชุดโซฟาและชั้นวางทีวีแล้วจะเหลือระยะประมาณ 1.70 เมตร ซึ่งระยะนี้จะเหมาะสำหรับการดูทีวีจอขนาด 42 นิ้ว จากห้องนั่งเล่นมองไปยังห้องรับประทานอาหารและห้องครัว มาที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ ภายในห้องรับประทานอาหารจะสามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 – 6 ที่นั่งได้ สามารถวางโต๊ะเคาน์เตอร์สำหรับเก็บจาน – ชามและวางเครื่องปรุงได้อีก ทางด้านซ้ายของห้องรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนที่สามารถใช้ออกสู่สวนข้างบ้าน จากห้องรับประทานอาหารมองไปยังห้องครัว ภายในห้องครัวกว้าง 1.75 เมตร ติดหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 1 บาน สามารถจัดวางเคาน์เตอร์เป็นแบบ L – shape ได้แนะนำให้ติดฮูดดูดควัน และทำประตูบานเลื่อนกระจกกั้นระหว่างห้องครัวและห้องรับประทานอาหารกันกลิ่นอาหารฟุ้งไปทั่วบ้าน เราจะสามารถเข้าห้องน้ำได้จากภายในห้องครัว ประตูห้องน้ำจะเป็นประตูบานสำเร็จติดเกล็ดระบายอากาศมือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสมาตรฐาน มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 4 ซม. การจัดวางสุขภัณฑ์และวัสดุจะเป็นแบบเดียวกันกับแบบบ้าน Painus เลย แต่กระเบื้องกรุผนังจะมีขนาดใหญ่กว่าเป็นขนาด 30 x 60 ซม. อ่างล้างมือแบบแขวนผนังขนาดกระทัดรัด มีขอบให้วางสบู่ได้นิดหน่อยของ Cotto ก๊อกน้ำจะใช้ของ American standard ถัดจากอ่างล้างมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์ของ Cotto ระบบ Single flush พื้นที่โถสุขภัณฑ์กว้าง 1.2 เมตร สายฉีดชำระพลาสติกน้ำหนักเบามือ และที่ใส่กระดาษชำระของ Mogen ด้านในสุดของห้องน้ำจะเป็นส่วนของ Shower แต่จะไม่มีการลดระดับพื้นหรือกั้นแยกโซนออกจากกัน เพิ่มเติมจากแบบบ้าน Painus คือจะได้ราวปรับระดับ Shower มาด้วย หัวฝักบัวจะได้เป็นของ Prema ที่วางสบู่ของ Mogen และราวแขวนผ้าเช็ดตัวของ Mogen ไปดูลานซักล้างหลังบ้านกันต่อ ประตูลานซักล้างจะเป็นประตูบานสำเร็จ มือจับประตูเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ประมาณ 10 ซม. พื้นลานเป็นซีเมนต์ปาดหน้าเรียบกว้าง 2 เมตรเหมือนแบบบ้าน Painus มุมมองไปทางซ้ายมือจะเป็นสวนข้างบ้าน มุมมองไปทางซ้ายมือ กำแพงกั้นระหว่างหลังบ้านสูง 1.75 ซม. แต่ที่เห็นสูงขึ้นมาอีกคือลูกบ้านข้างๆทำการต่อเติมเองค่ะ จะมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้สำหรับเครื่องซักผ้าและดวงโคมฟลูออเรสเซนต์เหนือประตูลานซักล้าง มุมมองย้อนกลับเข้ามาในบ้าน จากห้องรับประทานอาหารไปที่ห้องนั่งเล่น จบจากชั้น 1 กันแล้วเราจะขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลยค่ะ ลูกตั้งและลูกนอนบันไดก็จะเป็นเหมือนกับแบบบ้าน Painus กว้าง 90 ซม. ราวมือจับจะเป็นราวเหล็ก มือจับไม้ยางพาราอัดประสาน มีช่องแสงให้ 1 ช่องบริเวณลานจอดรถพอดี มุมมองจากชั้น 1 มองขึ้นไปยังโถงบันได มุมมองจากชานพักบันไดขึ้นไปยังโถงบันไดชั้น 2 ทางซ้ายมือจะเป็นประตูห้องนอน Master bedroom ตรงกลางคือเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ ส่วนทางขวามือคือห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตามลำดับ พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม. เราจะเริ่มจากห้องนอน Master bedroom กันก่อนคือห้องฝั่งซ้ายมือ มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน Master bedroom โซนทางซ้ายจะเป็นโซนที่นอน โซนทางขวาจะเป็นโซน Walk – in closet ที่โซนที่นอนจะสามารถวางที่นอนขนาด 5 ฟุตหรือ 6 ฟุตได้โดยให้วางหัวเตียงฝั่งผนังด้านในตามที่เคยแนะนำไว้ในแบบบ้าน Painus มุมมองไปที่โซน Walk – in closet ภายในโซน Walk – in Closet จะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้อย่างละ 1 ตัว การจัดวางตามที่แนะนำไปในแบบบ้าน Painus แต่ตรงนี้อาจจะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูป L – shape ไม่ได้เพราะจะติดประตูทางเข้าห้องน้ำ 1 หน้าต่างบานเลื่อนโซนนี้มีความสูงมาก เป็นเรื่องของความสวยงามของรูปด้านบ้านภายนอกด้วย มองออกไปที่หน้าต่างบานนี้จะเป็นส่วนของระเบียงหลอก อย่าปีนออกไปเชียวนะคะ ใช้วางคอมเพรสเซอร์แอร์แทนละกัน มุมมองออกไปนอกบ้าน ส่วนมากยูนิตในซอยนี้จะมีลูกบ้านเข้าอยู่กันหมดแล้ว จากโซน Walk – in closet จะเชื่อมกับห้องน้ำ 1 ตรงนี้จะเป็นจุดที่แตกต่าง 1 จุดใหญ่ๆของแบบบ้านทั้ง 2 หลัง มาดูที่ห้องน้ำ 1 กันต่อซึ่งจะเป็นห้องน้ำใช้รวมของห้องนอนทุกห้อง ภายในห้องน้ำทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำ 2 ทั้งหมด แต่จะต่างกันที่การจัดวางสุขภัณฑ์โดยจะมีการแบ่งโซนแห้งและโซนเปียกออกจากกันอย่างชัดเจน ยกเว้นอ่างล้างมือจะเป็นของ Mogen ทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ฝังเคาน์เตอร์สำเร็จรูป ที่ใต้เคาน์เตอร์สามารถวางของได้เล็กน้อย บริเวณโถสุขภัณฑ์จะมีพื้นที่กว้างประมาณ 90 ซม. Shower box จะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบเข้ามุม ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดี มือจับประตูแบบนี้จับถนัดมือดีนะ ภายใน Shower box จะมีพื้นที่สำหรับยืนอาบน้ำประมาณ 90 x 90 ซม. กำลังดีไม่แคบจนเกินไปโดยจะมีธรณีสูงขึ้นมาประมาณ 5 ซม. ฝักบัวอาบน้ำและที่วางสบู่จะเป็นแบบเดียวกันกับห้องน้ำ 2 มาดูที่ห้องนอน 2 กันต่อค่ะเป็นห้องทางซ้ายมือ มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน 2 จะมีหน้าต่างบานเลื่อนให้ทั้งสองฟาก แต่ถ้าเป็นบ้านที่ไม่ใช่ยูนิตมุมถนนหรือมุมรั้ว ฝั่งซ้ายมือจะเป็นผนังทึบค่ะ การจัดวางห้องก็จะเป็นเหมือนแบบที่แนะนำไปในแบบบ้าน Painus มุมมองเข้าไปภายในห้องนอน 3 การจัดวางห้องก็จะเป็นเหมือนกับที่แนะนำไปในแบบบ้าน Painus เช่นกัน :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (พฤศจิกายน 2559) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (พฤศจิกายน 2559) :::: แบบบ้าน Painus พื้นที่ใช้สอย 95 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ – แปลงมาตรฐานขนาด 17.40 ตร.วา – ราคา 1,890,000 บาท แบบบ้าน Willow พื้นที่ใช้สอย 95 ตรม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ – แปลงมาตรฐานขนาด 24.40 ตร.วา – ราคา 2,430,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ บ้านพฤกษา ไพร์ม ศรีนครินทร์ – บางนา เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นตั้งอยู่ในซอยวัดหนามแดงโซนสมุทรปราการ เป็นย่านบ้านพักอาศัย โครงการจึงถูกล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ตรงเส้นบางนา – ตราดจะมีทั้ง ไบเทคบางนา, เซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซีบางนา, Mega บางนา, ห้างซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์พาร์ค ถัดลงมาตามเส้นศรีนครินทร์ก็จะมี บิ๊กซีศรีนครินทร์, Foodland และเทศโก้ โลตัส และไม่ไกลจากสวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ, โรงเรียน และโรงพยาบาล ภายในซอยวัดหนามแดงก็จะมีอาคารพาณิชย์และตึกแถว มีฟิตเนสเซ็นเตอร์และสปา, โรงเรียนกวดวิชา, ร้านคอฟฟี่ช้อป, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่, ร้านขายยา, ร้านขายแอร์, ร้านอุปกรณ์เครื่องเสียง – ตกแต่งรถยนต์, ปั๊มน้ำมันบางจาก, ปั๊มน้ำมันเอสโซ่, ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า, หมู่บ้านจัดสรร, โกดังเก็บของ, โลตัสเอ็กเพรส และมินิบิ๊กซีในระยะ 2.7 กม.จากปากทางเข้า Pruksa Avenue มีความอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวโครงการสามารถเดินทางเข้า – ออกตัวเมืองได้สะดวกเนื่องจากบริเวณโครงการล้อมรอบด้วยถนนใหญ่ 4 เส้นอย่าง ถนนบางนา – ตราด, ถนนเทพารักษ์, ถนนศรีนครินทร์ และถนนกาญจนาภิเษก โดยตัวโครงการนั้นยังสามารถการเข้า – ออกได้ถึง 4 เส้นทาง จาก ถนนศรีนครินทร์ ทางซอยวัดหนามแดง และถนนศรีด่าน 22, จาก ถนนเทพารักษ์ ทางซอยบุญธรรมอนุสรณ์ และจาก ถนนบางนา – ตราด ทางถนนบัวนครินทร์ นอกจากนี้ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก สามารถวิ่งขึ้นวงแหวนรอบนอกได้อย่างสะดวกซึ่งจะไปเชื่อมกับทางด่วนบางนาและทางด่วนบูรพาวิถี แต่การจราจรก็มีติดขัดและหนาแน่นบ้างในบางช่วงตามปกติสุขของถนนในกรุงเทพฯ การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางจากตัวโครงการด้วยรถสาธารณะถือว่าค่อนข้างสะดวกทีเดียวเพราะที่หน้าโครงการจะมีรถ 2 แถววิ่งผ่านสาย สำโรง – หนามแดง – บางพลี นอกจากนั้นก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ภายในซอยโดยจะสามารถไปต่อรถเมล์ได้ที่ถนนศรีนครินทร์, ถนนเทพารักษ์ และถนนบางนา – ตราดได้ และในอนาคตก็จะมีสถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สายเปิดให้ใช้บริการ โดยจะอยู่ใกล้แนว รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงพัฒนาการ – สำโรง ที่ สถานีศรีด่าน ในระยะ 4.0 กม. และรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงบางนา – สุวรรณภูมิ ที่ สถานีปลัดเปรียง ในระยะ 5.8 กม. การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 495 ยูนิต บนพื้นที่ 40 ไร่ ไม่ถึงกับแออัด ในเรื่องของตัวบ้านถูกออกแบบมาด้วยแนวความคิด “ให้ธรรมชาติดูแลคุณ” ผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับบ้านพักอาศัยออกมาในรูปแบบของ Facade ของบ้าน แต่ถ้าพูดถึงความเกี่ยวพันกับตัวบ้านและแปลนบ้านนั้นอาจจะไม่ค่อยเห็นได้เด่นชัดเท่าไหร่ ส่วนวัสดุที่ใช้ภายในบ้านถือว่าได้มาตรฐานค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย โครงการจะมีส่วนกลางเป็นสวนสาธารณะขนาด 1 ไร่เศษ แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตภายในโครงการแล้วตัวสวนอาจจะเล็กไปสักหน่อย ส่วนระบบความปลอดภัยก็ได้มาตรฐานมีทั้งรปภ.ตลอด 24 ชม., ระบบ Access Key Card และกล้องวงจรปิด :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 1739 สำนักงานขาย : 098 – 835 – 4895 WEBSITE : ***บ้านพฤกษา-ไพร์ม-87-1-ศรีนครินทร์-บางนา
ซ.วัดหนามแดง ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
3 ห้อง
95 ตร.ม.
1,750,000 ฿
21/2/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.660 รีวิว บ้านเดี่ยว เพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์ PERFECT PLACE RATTANATHIBET สวัสดีค่ะ ผู้อ่าน Homenayoo ที่รักทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการบ้านเดี่ยวย่านราชพฤกษ์ กับโครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ จาก Property perfect เป็นโครงการที่มีบ้าน 5 แบบให้เลือก ขนาดพื้นที่ใช้สอย 147-204 ตร.ม. ขนาดที่ดิน เริ่มต้นที่ 52.0 ตร.วา ราคาเริ่มต้นที่ 6.59 ล้านบาท โดยจะเป็นบ้านที่มีพื้นที่สวนโดยรอบ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการมีครบครัน ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่รอบทะเลสาบ, Club House ที่มีสระว่ายน้ำและฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์หลากหลาย ร้านค้าในโครงการและ Shuttle Bus สำหรับรับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการตั้งอยู่บนถนนไทรม้าซอย 3 เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนท่าอิฐ-ไทรม้า สามารถวิ่งไปถนนรัตนาธิเบศร์ ,ราชพฤกษ์ และกาญจนาภิเษก โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกล ใกล้สถานศึกษา และสถานที่ราชการ วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจสถานที่ วิเคราะห์ทำเล และดูบ้านตัวอย่างกันค่ะ ว่าโครงการนี้เป็นอย่างไร : ) ที่ตั้งโครงการ พิกัด google map: 13°52’56.8″N 100°28’04.0″E ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองเมือง จังหวัดนนทบุรี โครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่บนถนนไทรม้าซอย 3 เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนท่าอิฐ-ไทรม้า สามารถวิ่งไปถนนรัตนาธิเบศร์ และราชพฤกษ์ได้ทำให้เดินทางได้หลากหลายเส้นทาง ปากซอยติดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง และไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ร้านค้า ตลาดสด ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนไทรม้าซอย 3 ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่ถนนไทรม้าซอย 3 เป็นถนนที่ไปยังเส้นรัตนาธิเบศร์, ราชพฤกษ์ได้ไม่ยาก ถ้ารู้จักลัดเลาะเส้นทางก็จะทำให้เดินทางได้สะดวก โดยทางเข้าจากถนนท่าอิฐ-ไทรม้าจะมีการลัดเลี้ยวเยอะ แต่จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดและเชื่อมไปราชพฤกษ์ได้ง่าย ส่วนอีกเส้นที่ต้องผ่านหมู่บ้านมนียา มาสเตอร์พีซจะเป็นถนนเส้นตรงและสั้นกว่า เดินทางได้รวดเร็วกว่าถ้าจะไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตั ว ถือว่าสะดวกทีเดียวเนื่องจากถนนหน้าโครงการสามารถลัดเลาะไปยังถนนได้หลายสาย โดยไปยังถนนท่าอิฐ-ไทรม้า, รัตนาธิเบศร์, ราชพฤกษ์ ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษก และสะพานพระนั่งเกล้า สำหรับเส้นรัตนาธิเบศร์ก็เป็นถนนเส้นหลักที่สามารถตรงไปยังตัวเมืองนนทบุรีได้ วิ่งข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปยังแยกแครายได้เลย เส้นนี้จะวิ่งขึ้นทางด่วนเพื่อตรงไปยังพระราม 9,สุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือจะวิ่งไปนครอินทร์ตรงไปยังพระราม 5,ตลิ่งชันก็ได้ค่ะ อีกเส้นทางหนึ่งคือจากสามแยกบางใหญ่จะเป็นจุดที่เชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษก เส้นนี้ก็ตรงไปยังสุพรรณบุรีและปทุมธานีได้ ดังนั้นถ้าจะเข้าหรือออกนอกเมืองไปต่างจังหวัด เส้นนี้ก็สะดวก ส่วนเส้นราชพฤกษ์นั้นก็วิ่งไปยังเชื่อมกับถนน 345 ไปยังนนทบุรีหรือจะวิ่งลงไปยังนครอินทร์, ปิ่นเกล้า เส้นนี้ก็สะดวกเพราะเป็นถนนเส้นใหญ่ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ แม้ว่า ถนนโครงการนั้นอยู่บนถนนที่ยังไม่มีรถโดยสารสาธารณะวิ่งผ่าน การเดินทางด้วยรถสาธารณะจึงยังไม่สะดวกนัก แต่ก็มีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้าค่ะ และทางโครงการก็จะมีรถ Shuttle Bus ให้บริการรับ-ส่งยังสถานีด้วย โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเป็นรถไฟฟ้าช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สถานีสุดท้ายจะอยู่ที่สถานีคลองบางไผ่ ส่วนสถานีปลายทางคือสถานีเตาปูน โดยเส้นนี้ปลายทางที่สถานีเตาปูนจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเส้นที่วิ่งในตัวกรุงเทพ แต่ถ้าออกมาจากโครงการมายังปากซอยท่าอิฐตรงถนนรัตนาธิเบศร์ ก็จะมีรถตู้ ที่วิ่งไปยังเดอะมอลล์งามวงศ์วาน,พันธ์ทิพย์,ขึ้นทางด่วนไปอนุสาวรีย์, สีลม, พระราม 9 และยังมีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่านค่ะ โดยวินรถตู้หลายสายมีอยู่ที่เซ็นทรัลเวสเกต ความอุดมสมบูร ณ์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย มีหลายหมู่บ้าน พื้นที่ใกล้เคียงบางส่วนยังเป็นที่ดินเปล่า ทำให้โดยรอบพอที่จะมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่บ้าน โดยตรงถนนท่าอิฐ-ไทรน้อยจะมีทั้งตลาดสดท่าอิฐ, Lotus Express และ Mini BigC แต่ความอุดมสมบูรณ์เยอะๆนั้น จะเห็นชัดว่าอยู่ตรงสามแยกบางใหญ่ เพราะจุดนั้นมีทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานที่ราชการ, ตลาดสดและโรงพยาบาล โดยห้างสรรพสินค้าใหญ่คือ เซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งเป็นเซ็นทรัลที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ภายในมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ร้านค้าก็มีหลายหลายแนว เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองไปเดินสยาม หรือพารากอนกันเลย หรือถ้าจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของใช้เข้าบ้านก็มีทั้ง Home Pro และ Index ส่วน Big C ใหญ่ ก็มีถึง 2 แห่ง และมีตลาดสด และบางใหญ่ไนท์พลาซ่า ให้เลือกมาเดินเล่น พักผ่อนและจับจ่ายใช้สอยกันได้ ส่วนเส้นรัตนาธิเบศร์นั้นก็จะมีทั้ง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, BigC รัตนาธิเบศร์, The Mall งามวงศ์วาน, พันทิพย์พลาซ่า, เอสพลานาด งามวงศ์วาน และมีทั้งโรงพยาบาลและศูนย์ราชการหลายแห่ง ส่วนเส้นราชพฤกษ์นั้นก็จะมี The Crystal ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์, HomePro ราชพฤกษ์, HomeWork ราชพฤกษ์ แยกและถนนสำคัญใกล้เคียง การเดินทาง เรามีภาพการเดินทางโดยรถมาให้ชมกัน เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทางจาก จากถนนรัตนาธิเบศร์ → เลี้ยวขวาเข้าถนนท่าอิฐ-ไทรม้า → เลี้ยวขวาเข้าถนนไทรม้าซอย 3 → ตรงเข้าไปประมาณ 1.4 กม. ก็จะเจอพื้นที่โครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ แล้วค่ะ ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนไทรม้าซอย 3 ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง จากถนนรัตนาธิเบศร์จะเห็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงตลอดสาย ตรงนี้จะผ่านสถานีไทรม้า ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดค่ะ สำหรับการเดินทางวันนี้ ทีมงานจะพาไปทางถนนท่าอิฐ-ไทรม้านะคะ เพื่อดูถนนโดยรอบว่าความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างไร ส่วนใครที่คุ้นเคยเส้นนี้ ก็ใช้ทางเข้าโครงการมณียาได้เลย เส้นนั้นจะถึงโครงการเร็วกว่าจากถนนรัตนาธิเบศร์ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาให้ตรงเข้ามายังถนนท่าอิฐ-ไทรม้าค่ะ จะผ่านซุ้มประตูแบบนี้ เป็นถนน 2 เลนกว้าง ทำให้พอจอดรถข้างทางยังสัญจรได้สะดวก สองข้างทางมีร้านค้า ร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ต เลี้ยวขวาไปตามถนนท่าอิฐ-ไทรม้าค่ะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะตรงไปเชื่อมยังถนนราชพฤกษ์ ตรงมาเรื่อยๆสองข้างทางยังคงคึกคัก ตรงมาผ่านตลาดท่าอิฐ ซึ่งเป็นตลาดสดที่ใกล้โครงการมากที่สุด เลี้ยวขวาเข้าถนนไทรม้าซอย 3 ได้เลยค่ะ สองข้างทางจะเริ่มเห็นว่าเป็นย่านพักอาศัย และจะผ่านที่ดินเปล่า ทุ่งนา เลี้ยวขวาตรงเทศบาลตำบลไทรม้า ตรงไปค่ะ ตรงนี้ยังพอมีร้านอาหาร ร้านค้าเล็กๆให้ได้ฝากท้องกันบ้าง ตรงไปตามทาง จุดนี้จะผ่านทางเข้า-ออกหมู่บ้านมณียา ซึ่งสามารถวิ่งไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ได้ง่าย สำหรับลูกบ้านโครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ สามารถผ่านเข้าหมู่บ้านนี้ได้นะคะ เพราะเป็นของ Property Perfect เช่นเดียวกัน ตรงเข้าไปจากหน้าหมู่บ้านมณียาเพียงเล็กน้อยก็จะเห็นป้ายโครงการสีฟ้าๆแล้วค่ะ ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ติดกับถนน สามารถสังเกตได้ง่าย มีป้ายโครงการให้เห็นชัดเจน ถนนทางเข้า-ออกก็แบ่งเลนเป็นถนนกว้าง บริเวณโดยรอบโครงการ โครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่บนถนนไทรม้าซอย 3 โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมอยู่รายล้อม และที่ดินเปล่าอยู่เยอะ บรรยากาศภายในโครงการจึงสงบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่ไกลจะมีอาคารราชการ โดยถนนไทรม้าซอย 3 พอมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่บ้าง ปากซอยมีตลาดสด หน้าโครงการจะเป็นถนนไทรม้าซอย 3 ค่ะ ตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย มีร้านค้าเล็กๆอยู่ด้วย ด้านขวาตรงไปยังถนนท่าอิฐ-ไทรม้า หรือจะทะลุผ่านโครงการมนียา มาสเตอร์พีซ จะตรงไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ได้เร็วและสะดวกกว่า ตรงข้ามมีร้านโชห่วยเล็กๆค่ะ ด้านขวาติดกับทางเข้าโครงการนั้นก็เป็นบ้านพักอาศัย ที่เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง และร้านค้าโชห่วย ด้านซ้ายตรงไปตามถนนไทรม้าซอย 3 ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังถนนรัตนาธิเบศน์ได้เช่นกัน สถานที่สำคัญ บริเวณโครงการ ทางเข้า-ออกหน้าโครงการที่อยู่ติดกับถนนไทรม้าซอย 3 จะมีป้ายโครงการ และถนนกว้าง แบ่งเลนชัดเจน มีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มให้ความร่มรื่น ตรงเข้ามาด้านในจะเจอกับประตูทางเข้าโครงการ ประตูทางเข้า-ออก เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ใช้โทนสีเทา มีการตกแต่งให้ผนังซุ้มมีลายเส้นในตัวผนัง และมีลายที่นูนออกมา ทางเข้า-ออก แบ่งกันชัดเจนโดยมีป้อม รปภ.กั้นตรงกลาง ทางเข้า-ออกกั้นด้วยไม้กระดก เป็นระบบ Auto access มี CCTV ประตูมีไม้กระดกกั้น โดยจะมีสองช่องทางคือด้านขวาที่ติดกับป้อม รปภ.จะเป็นทางเข้าของแขกที่มาเยี่ยมชม ส่วนด้านซ้ายคือของลูกบ้านค่ะโดยสามารถใช้บัตร Pass Card แตะเพื่อเข้าโครงการได้เลย ตรงกลางเป็นป้อม รปภ. จุดนี้จะมี รปภ.อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านหน้าป้อมมีไม้พุ่มตกแต่ง เข้ามาด้านในจะเป็นถนนหลักที่ตรงเข้าไปในโครงการ ถนนช่วงด้านหน้านี้จะมีเกาะกลาง สองข้างทางและเกาะกลางมีต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ่มเป็นระยะ ทำให้โครงการดูร่มรื่น เนื่องจากเป็นโครงการที่เฟสแรกสร้างเสร็จก่อนและมีลูกบ้านเข้ามาอยู่ จะเห็นว่ายังคงมีความเป็นระเบียบ และสะอาด อีกทั้งต้นไม้ก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นในโครงการ เมื่อตรงเข้ามาเรื่อยๆจะเจอกับอาคารที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานขายค่ะ จะอยู่ติดกับทะเลสาบของโครงการ ถนนหลักที่ไม่ได้มีเกาะกลาง ก็ยังคงกว้างประมาณ 12 ม.ค่ะ สองข้างทางมีต้นไม้และฟุตบาท โครงการภายในจะดูร่มรื่นเป็นอย่างมาก สำหรับถนนในซอยนั้นกว้าง 9 ม. สองข้างทางมีฟุตบาท โดยวันนี้ทีมงานจะพามาชมเฟส3 ที่เพิ่งเปิดขาย ดังนั้นต้นไม้ใหญ่อาจจะไม่ดูเยอะเท่าช่วงต้นโครงการที่ได้ชมกันมาบ้างแล้ว หน้าเฟส 3 จะเป็นถนนหลักในโครงการที่กว้าง มีเกาะกลางและอยู่ไม่ไกลจากสวนส่วนกลาง, ทะเลสาบ และ Club House ซึ่งเฟส 3 นี้ก็จะมีป้อม รปภ.อีก 1 จุดเพื่อความปลอดภัยภายในโครงการค่ะ ตัวป้อมจะเป็นป้อมขนาดไม่ใหญ่นัก แยกช่องทางเข้า-ออกโครงการโดยมีประตูไม้กระดก ถนนหน้าเฟส 3 ตรงข้ามจะเป็นพื้นที่สวนส่วนกลาง สวนส่วนกลางจุดแรกจะเป็นสวนขนาดใหญ่ เป็นสวนที่รอบล้อมทะเลสาบ มีไม้พุ่มและไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น มีทางเดินให้สามารถเดินเล่น เดินออกกำลังกายรอบทะเลสาบได้ โดยจะเป็นทางเดินตลอดแนวสวน ทำให้เวลาเดินก็ได้ความร่มรื่น ทะเลสาบขนาดใหญ่ สามารถมานั่งเล่นพักผ่อน โดยไม่จำเป็นต้องไปหาสวนสาธารณะที่ไหนเลยค่ะ ออกมาจากบ้านเดินมาก็เจอสวนให้นั่งเล่นได้แล้ว ทางเดินและต้นไม้ใหญ่ จะเห็นเลยนะคะว่าบรรยากาศโดยรอบสวนมีความร่มรื่น และได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่หลายต้น ในสวนก็จะมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายค่ะ เป็นลานออกกำลังกายกลางแจ้ง มีเครื่องเล่นและพื้นที่จะมีร่มเงาของต้นไม้ สามารถมาออกช่วงเช้าๆที่อากาศยังไม่ร้อนนักได้ สวนจะอยู่รอบทะเลสาบแบบนี้ค่ะ มีต้นไม้ใหญ่รอบสวน ในพื้นที่สวนก็จะมีสนามให้ 2 สนามด้วยกันค่ะ อันแรกเป็นสนามเทนนิส มีม้านั่งข้างสนาม อีกสนามจะเป็นสนามฟุตบอลขนาดเล็กค่ะ และยังเป็นสนามบาสอีกด้วย ถือว่าเป็นพื้นที่กิจกรรมที่คนหลายวัยสามารถมาเล่น และออกกำลังกายได้ ถัดจากสนามกีฬาไม่ไกลจะเป็นอาคาร Club House ด้านหน้า Club House จะเป็นจุดของ Bus Station เป็นจุดที่รับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงค่ะ ตรงนี้ก็จะมีช่วงเวลาการวิ่งของรถ คือช่วงเช้าตั้งแต่ 6.00น.- 8.00 น. และช่วงเย็น 17.00น.-20.30น. อาคาร Club House จะเป็นอาคาร 2 ชั้นขนาดใหญ่มีกระจกบานใหญ่โดยรอบเพื่อให้คนที่กำลังใช้งานด้านบนสามารถเห็นวิวโครงการ วิวสวนสาธารณะและทะเลสาบ เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนและส่วนงานบริการClubhouseค่ะ ด้านขวาติดกับบันไดทางขึ้นชั้นบนจะเป็นห้องนั่งเล่น ภายในมีโต๊ะ เก้าอี้สามารถมานั่งอ่านหนังสือ นั่งทำการบ้าน หรือจะนั่งเล่นในนี้ก็ได้ และสามารถใช้ Wifi ได้โดยขอใช้บริการจากทางสโมสร เดินผ่านส่วนอาคารจะเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำที่จะอยู่ติดกับทะเลสาบ มีเก้าอี้ ให้นั่งเล่นริมสระ วิวที่ได้จะเป็นวิวทะเลสาบและสวนสาธารณะในโครงการ สระนี้จะเป็นสระผู้ใหญ่ค่ะ มีขนาดกว้างสามารถว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกายได้เลย ด้านขวามือจะเป็นทางเดินไปยังสระเด็ก สระเด็กจะได้วิวทะเลสาบเช่นกันค่ะ ขึ้นมาชั้น 2 ของ Club House ด้านขวามือจะเป็นห้องออกกำลังกาย เช่นโยคะ เต้น หรือกิจกรรมอื่นๆโดยจะมีตารางกิจกรรมอยู่ด้านนอกนะคะ ว่าแต่ละอาทิตย์จะมีอะไรมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนบ้าง อุปกรณ์ที่มีในห้องค่ะ สำหรับด้านซ้ายมือเมื่อขึ้นมาจากบันไดจะเป็นห้องฟิตเนส ภายในมีอุปกรณ์มากมายหลากหลายค่ะ อีกทั้งยังมีเทรนเนอร์ที่สามารถให้คำแนะนำและวิธีการเล่นเครื่องเล่นต่างๆได้ เรียกได้ว่าเป็นฟิตเนสที่มีอุปกรณ์เยอะมากจริงๆ ถ้าใครชอบออกกำลังกายคงจะชอบเพราะไม่จำเป็นต้องไปสมัครฟิตเนสที่ไหนเพิ่มเลย ลู่วิ่งมีให้ถึง 8 เครื่องค่ะ มุมนี้จะได้วิวทะเลสาบ อีกมุมจะเป็นมุมของเครื่องเล่นนะคะ เครื่องออกกำลังกายแบบ Weight Lifting ต่างๆ เครื่องเดินแบบวงรี 3 เครื่อง จักรยาน 4 เครื่อง เครื่อง Weight Lifting อุปกรณ์สำหรับ Weight Lifting เครื่อง Weight Lifting เครื่อง Weight Lifting เครื่อง Weight Lifting บาร์เบลค่ะ เครื่อง Weight Lifting และชุดดัมเบลชุดใหญ่ จะเห็นว่ามีทีวีสำหรับฉายให้ชมขณะออกกำลังกายด้วยค่ะ เครื่องสำหรับ Weight Lifting อีกหนึ่งเครื่อง ด้านข้างกันนั้นก็มีบอลและแผ่นโยคะ และอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายแบบอื่นๆอีกด้วย ด้านล่างของ Club House จะมีร้านมินิมาร์ทอยู่ค่ะ เป็นร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย ถัดไปนั้นก็ยังมีพื้นที่สวนอยู่ มุมนี้จะเป็นพื้นที่สนามเด็กเล่น มีเครื่องเล่นและที่นั่งพักผ่อนโดยรอบ เครื่องเล่นสำหรับเด็กค่ะ อีกวิวของทะเลสาบ จะเห็นว่ามีท่าเรือและเรือถีบให้ด้วยนะคะ มุมนั่งเล่นและพักผ่อนในสวนค่ะ จุดนี้จะเป็นสวนสาธารณะจุดที่ 2 ค่ะ อยู่ในเฟสแรก พื้นที่สวนไม่ใหญ่นักแต่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นอยู่เยอะ มีทางเดินรอบสวนและที่นั่งเล่นให้พักผ่อน สระน้ำเล็กๆ มีต้นไม้โดยรอบ สวนจุดสุดท้ายจะอยู่ในส่วนเฟส 2 เป็นสวนที่มีขนาดเล็กสุดค่ะ มีไม้พุ่มและไม้ใหญ่อยู่เป็นระยะ แบบบ้าน บ้านในโครงการมี 5 แบบค่ะ คือ บ้านตัวอย่าง วันนี้ทีมงานจะพาไปชม 2 แบบ คือบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยที่สุด และแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดค่ะ Vicia เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 147 ตร.ม. 4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่สวนรอบบ้าน ทั้งด้านหน้าตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านและด้านข้างบ้าน ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหาร ถัดไปเป็นห้องนอน 4 ซึ่งจะเป็นห้องนอนชั้นล่าง ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เหมาะสำหรับทำเป็นห้องนอนแขกหรือห้องทำงาน พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 3-4 คนได้ เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและเป็นครัวปิด พื้นที่ใช้สอยขนาดพอเหมาะสำหรับการใช้งาน โดยเมื่อวางเตาไฟฟ้าและอ่างล้างจานก็เหลือพื้นที่เตรียมอาหารพอสมควร จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องต่อเติมครัวไทยเพิ่มเพียงแต่ติดตั้งเครื่องดูดควันเท่านั้น ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่เหลือให้เป็นสวนหลังบ้านด้วยค่ะ ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ โดยห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ ห้องนี้จะมีห้องน้ำและระเบียงส่วนตัว ห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกัน ซึ่งเพียงพอให้วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้ ตัวบ้านใช้สีโทนเรียบคือสีน้ำตาลและขาว มีการเพิ่มมิติและสีสันด้วยเฉดสีน้ำตาลและเส้นสาย โครงการได้ออกแบบให้ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดีค่ะ พื้นที่ภายในบ้านจะกว้าง พื้นที่จอดรถสามารถจอดรถในร่มได้ 2 คัน และถ้าหลังไหนพื้นที่ดินกว้างก็จะสามารถจอดกลางแจ้งได้ และจะเป็นพื้นที่สวนเยอะขึ้นทำให้บ้านร่มรื่นค่ะ โดยตรงพื้นที่จอดรถจะมีประตูเปิดเข้าไปยังตัวบ้านได้โดยตรงเลย ด้านหน้าประตูทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นที่สวน ทำให้บ้านดูร่มรื่นและสดชื่นค่ะ พื้นที่ด้านข้างก็ยังมีพื้นที่สวนด้านข้างอีก อีกด้านก็จะมีพื้นที่สวนให้อีกเช่นกัน ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีเทา กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีเทาขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน พื้นภายในบ้านก็จะยกระดับจากพื้นเฉลียงอีกทีค่ะ โดยมีหลังคาเชื่อมมาจากที่จอดรถ ทำให้สะดวกเวลาฝนตกแล้วต้องเดินเข้าบ้านค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงห้องนอน 4 ด้านหลัง แสงธรรมชาติเข้าจากประตูกระจกบานใหญ่ และด้านข้างบ้านจะมีหน้าต่างกระจกที่ได้วิวสวนข้างบ้าน ทำให้บ้านดูสว่างและโปร่ง ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางโต๊ะกาแฟเล็กๆ หรือโคมไฟ ด้านหลังโซฟาจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บ้านดูสว่าง และระบายอากาศได้ดี ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี จะทำเป็นชั้นวางทีวีเพื่อวางทีวีตัวใหญ่ได้เพราะระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา สามารถวางขนาดใหญ่ได้ พื้นที่ด้านบนและด้านล่างก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ หรือจะทำเป็นชั้นวางของด้านข้างยาวแบบนี้ก็ได้ค่ะ หันกลับไปดูหน้าบ้าน จะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาว่ามีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดหรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆก็ได้ ส่วนด้านหน้าโซฟาถ้าวางโต๊ะกาแฟก็ยังเดินผ่าน และใช้งานได้สะดวก ติดกันนั้นเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ, ครัว และบันไดขึ้นไปยังชั้นบน ครัวเป็นครัวปิดมีพื้นที่ห้องครัวใหญ่ ด้านในสุดเป็นห้องนอน 4 ค่ะ มุมนี้จะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านข้าง ทำให้ช่วยระบายอากาศได้ดีและอยู่ติดกับสวนข้างบ้าน ก็ได้วิวสวนอีกด้วยค่ะ ส่วนทานอาหารสามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ และสามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานได้สะดวก ห้องนอน 4 จะอยู่ด้านในสุด ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกใส ห้องนี้เหมาะทำหรับทำเป็นห้องนอนเล็ก, ห้องนอนแขก หรือห้องทำงาน ภายในจะสว่างเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่สองจุด ขนาดห้องเหมาะสำหรับห้องนอนแขกหรือห้องผู้สูงอายุ สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้ครบ หรือถ้าจะทำเป็นห้องทำงานก็จะสะดวกค่ะ เพราะเป็นสัดส่วน ขนาดห้องไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปที่จะทำเป็นห้องทำงาน วางโต๊ะทำงานได้หลายตัว เตียงสามารถวางขนาด 3.5 ฟุตได้ ด้านข้างมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงเล็กๆได้ทั้งสองฝั่ง ด้านข้างเดินผ่านใช้งานสะดวก ปลายเตียงวางโต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ แต่พื้นที่จะเหลือตรงปลายเตียงไม่มากนัก ดังนั้นถ้าวางตู้เสื้อผ้าแนะนำให้เป็นประตูตู้แบบบานเลื่อนนะคะ ถัดไปอีกส่วนของบ้าน ด้านซ้ายที่เป็นเป็นประตูหน้าบันไดคือประตูเปิดไปยังพื้นที่จอดรถ ด้านขวาเป็นห้องน้ำชั้นล่างและห้องครัวค่ะ ประตูนี้จะเปิดไปยังพื้นที่จอดรถได้โดยตรงเลย ทำให้สะดวกถ้าฝนตกก็ไม่ต้องเดินตากฝนไปเข้าตรงหน้าบ้าน บันไดจะมีขั้นเล็กๆดังนั้นเวลาใช้งานก็ระมัดระวังตรงนี้หน่อยนะคะ ต่อไปจะพาไปชมห้องน้ำและห้องครัวกันค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย และจะมีกระจกเงาให้ โถสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมสายชำระ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ มีผนังปูนกั้นเล็กน้อย ส่วนพื้นจะลดระดับลงไปอีก ดังนั้นเวลาอาบน้ำอาจมีน้ำกระเด็นมาส่วนแห้งบ้างแต่ไม่มากนัก มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยระบายอากาศ พื้นลดระดับลงไปเล็กน้อย ขนาดพื้นที่กว้างสำหรับส่วนอาบน้ำทำให้ถ้าจะกั้นฉากอาบน้ำก็จะไม่อึดอัด ฝักบัวและที่วางสบู่ ติดกับห้องน้ำจะเป็นครัว ซึ่งเป็นครัวปิดมีประตูติดตั้งให้ ทำให้สะดวกเวลาทำอาหารเพราะกลิ่นก็จะไม่ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน พื้นลดระดับลงไปเล็กน้อย ภายในห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องขนาด 30×30 ซม. ภายในห้องครัวจะเป็นครัวแนวยาว มีหน้าต่างกระจกทำให้สว่าง และมีประตูที่เชื่อมตรงไปยังส่วนซักล้างหลังบ้าน ขนาดครัววางเคาน์เตอร์ยาวได้ตลอดแนว เมื่อวางอ่างล้างจานและเตาก็ยังมีพื้นที่เหลือให้เตรียมอาหารได้สะดวก ด้านบนและด้านล่างก็ทำเป็นตู้เก็บของได้ ด้านหลังยังมีพื้นที่วางตู้เย็นและวางตู้เก็บของหรือจะทำเป็นเคาน์เตอร์ก็ได้อีกค่ะ ระยะห่างระหว่างสองเคาน์เตอร์ก็ใช้งานสะดวก คนสามารถเดินผ่านได้ไม่เกะกะกัน ประตูหลังบ้านจะอยู่ในครัวค่ะ เปิดไปจะเป็นพื้นที่ส่วนซักล้าง ด้านหลังก็จะยกระดับจากพื้นดินบ้านเล็กน้อย และมีพื้นที่สวนให้ บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ระหว่างประตูที่จอดรถกับครัว ด้านขวามือจะเป็นห้องเก็บของ บันไดมีหน้าต่างตรงชานพัก เพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน ห้องเก็บของใต้บันได พื้นจะเป็นแกรนิตโต้แบบเดียวกับด้านนอกห้องค่ะ บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้ตลอดแนวและชานพักเป็นสี่เหลี่ยมทำให้ใช้งานได้สะดวก ตรงบันไดจะมีหน้าต่างสูงอีกหนึ่งบานเพื่อให้มีแสงเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในตอนกลางวันก็เดินใช้งานได้สะดวก ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 2 ห้อง พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ขึ้นมาจากบันได หันมาทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำ โดยด้านซ้ายสุดประตูไม้จะเป็นห้องนอน 3 ส่วนประตูตรงกลางที่เห็นประตูสีขาวคือประตูห้องน้ำค่ะ ห้องที่อยู่ติดกับบันไดจะเป็นห้องนอน 3 พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในมีหน้าต่างกระจกให้ 2 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ถ้าเปิดหน้าต่างก็มีลมพัดเข้ามาเย็นสบายค่ะ ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้ โดยรอบเตียงมีพื้นที่ให้เดินใช้งานได้สะดวก ด้านข้างอีกด้านถ้าเอาไปชิดผนังก็จะทำให้มีพื้นที่เหลืออีกด้านใช้งานมากขึ้น วางเตียง 3.5 ฟุต ก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ติดกันนั้นสามารถวางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก และหัวเตียงมีหน้าต่างกระจกทำให้ห้องสว่าง ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ สามารถวางตู้ใบใหญ่ได้ ติดกับห้องนอน 3 จะเป็นห้องน้ำ ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องที่ห้องนอน 2-3 ใช้งานร่วมกัน พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อย พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย และจะมีกระจกเงาให้ โถสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมสายชำระและที่ใส่ทิชชู่ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ มีผนังปูนกั้นเล็กน้อย ส่วนพื้นจะลดระดับลงไปอีก ดังนั้นเวลาอาบน้ำอาจมีน้ำกระเด็นมาส่วนแห้งบ้างแต่ไม่มากนัก มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยระบายอากาศ ฝักบัวและที่วางสบู่ ห้องถัดไปคือห้องนอน 2 พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในมีหน้าต่างกระจกให้ 2 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ถ่ายเทอากาศได้ดี ขนาดพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับห้องนอน 3 ค่ะ ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้ โดยรอบเตียงมีพื้นที่ให้เดินใช้งานได้สะดวก วางเตียง 3.5 ฟุต ก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง และหัวเตียงมีหน้าต่างกระจกทำให้ห้องสว่าง ปลายเตียงเป็นตำแหน่งวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานค่ะ สามารถวางตู้ใบใหญ่ได้ พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะพอสมควร ใช้งานได้สะดวก ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ เข้ามาในห้องด้านขวามือจำเป็นตำแหน่งเตียงนอน ซึ่งจะอยู่ติดกับระเบียงห้อง ทำให้มุมนี้สว่างและถ่ายเทอากาศได้ดี เตียงสามารถวางขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่เดินรอบเตียงได้สะดวก ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุต สองข้างเตียงจะสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ หรืออีกด้านจะวางเป็นมุมของโต๊ะทำงานพื้นที่ก็มีเหลือให้ใช้สอย ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวี หรือชั้นวางของได้ เมื่อวางไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านได้สะดวก ติดกันนั้นเป็นระเบียงส่วนตัว ซึ่งประตูระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง พื้นลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย โดยพื้นที่ระเบียงจะกว้าง สามารถวางชุดโต๊ะเล็กๆไว้นั่งเล่นได้ ราวกันตกเป็นกระจกใสทำให้ระเบียงดูกว้างมากขึ้น อีกฝั่งของห้องจะเป็นมุมแต่งตัวและห้องน้ำ โดยห้องน้ำจะอยู่ทางซ้ายมือ ตรงนี้สามารถกั้นประตูหรือทำฉากกั้นเพื่อให้ห้องเป็นสัดส่วนได้นะคะ ถ้ากั้นเป็นห้องก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ขนาดกันได้ ทำให้เก็บเสื้อผ้าได้มากขึ้น มุมนี้จากบ้านตัวอย่างจะเห็นว่าวางตู้ใบใหญ่ปละมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเครื่องแป้งด้วค่ะ ติดกันนั้นจะเป็นห้องน้ำ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย และจะมีกระจกเงาให้ โถสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมสายชำระและที่ใส่ทิชชู่ ด้านบนจะมีขอบปูนทำให้วางของเพิ่มตรงนี้ได้ อาจเอาไว้เป็นมุมวางหนังสือหรือกระถางต้นไม้เล็กๆได้ค่ะ ห้องนี้ส่วนแห้งและเปียกจะแยกส่วนได้ชัดเจนเพราะมีฉากกั้นอาบน้ำให้ พื้นลดระดับลงไปเล็กน้อย ขนาดพื้นที่กว้างสำหรับส่วนอาบน้ำทำให้ใช้งานสะดวก ไม่แคบไม่อึดอัดเวลาอาบน้ำค่ะ ฝักบัว, ที่วางสบู่ และหน้าต่างกระจกบานเลื่อน เผื่อช่วยในการระบายอากาศ Veronica เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 204 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องแม่บ้าน มีพื้นที่สวนรอบบ้าน ทั้งด้านหน้าตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านและด้านข้างบ้าน ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น โดยห้องนั่งเล่นสามารถกั้นผนังเพื่อทำเป็นพื้นที่ห้องทำงานชั้นล่างได้ ติดกับส่วนนั่งเล่นจะเป็นโต๊ะทานอาหาร พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 4-5 คนได้ เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง และพร้อมที่จะรองรับแขก พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและสามารถทำเป็นครัวปิด พื้นที่ใช้สอยขนาดพอเหมาะสำหรับการใช้งาน โดยเมื่อวางเตาไฟฟ้าและอ่างล้างจานก็เหลือพื้นที่เตรียมอาหารพอสมควร จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องต่อเติมครัวไทยเพิ่มเพียงแต่ติดตั้งเครื่องดูดควันเท่านั้น ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่เหลือให้เป็นสวนหลังบ้านด้วยค่ะ ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ และ 1 พื้นที่นั่งเล่น โดยพื้นที่ส่วนนี้จะสามารถทำเป็นมุมทำงาน หรือมุมนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัวก็ได้ค่ะ สำหรับห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าบ้านทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ ห้องนี้จะมีห้องน้ำและระเบียงส่วนตัว สำหรับห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกันและมีห้องน้ำส่วนตัว ขนาดพื้นที่ใช้สอยในห้องเพียงพอให้วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้ ตัวบ้านใช้สีโทนเรียบคือสีน้ำตาลและขาว มีการเพิ่มมิติและสีสันด้วยเฉดสีน้ำตาลและเส้นสาย โครงการได้ออกแบบให้ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดีค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ด้านหน้ามีรั้วเหล็กสีเทา กำแพงโปร่ง มีฟุตบาทตลอดแนวทำให้เดินผ่านได้สะดวก รั้วประตูจะเป็นรั้วแบบรางเลื่อน ด้านข้างมีประตูคนเข้าแยกให้ต่างหาก ติดกับประตูทางคนเข้าจะเป็นถังขยะ ซึ่งจัดเก็บเป็นระเบียบ พื้นยกระดับจากพื้นดินปูด้วยกระเบื้องขนดา 30×30 ซม.โทนสีน้ำตาลแดง พื้นที่ภายในบ้านจะกว้าง พื้นที่จอดรถสามารถจอดรถในร่มได้ 2 คัน และถ้าหลังไหนพื้นที่ดินกว้างก็จะสามารถจอดกลางแจ้งได้ และจะเป็นพื้นที่สวนเยอะขึ้นทำให้บ้านร่มรื่นค่ะ โดยตรงพื้นที่จอดรถจะมีประตูเปิดเข้าไปยังตัวบ้านได้โดยตรงเลย ด้านหน้าประตูทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นที่สวน ทำให้บ้านดูร่มรื่นและสดชื่นค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ถ้าหลังไหนมีพื้นที่ดินเยอะ ก็จะมีพื้นที่สวนเพิ่มขึ้นแบบนี้เลยค่ะ ทำให้บ้านดูร่มรื่นน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ด้านขวาของตัวบ้านก็จะเป็นพื้นที่ส่วนซักล้าง และทางเข้าห้องนอนและห้องน้ำแม่บ้าน ด้านซ้ายของตัวบ้านจะเป็นพื้นที่สวน ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีเทา กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีเทาขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน พื้นภายในบ้านก็จะยกระดับจากพื้นเฉลียงอีกทีค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงส่วนหลังบ้าน แสงธรรมชาติเข้าจากประตูกระจกบานใหญ่ และด้านข้างบ้านจะมีหน้าต่างกระจก ประตูกระจกที่เปิดไปยังสวนด้านข้างอีกด้วยค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นแกรนิตโต้ ผนังติดตั้งWallpaperให้ทั้งหลัง ไฟดาวน์ไลท์ ประตูหน้าต่างกรอบเป็นอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางโต๊ะกาแฟเล็กๆ หรือโคมไฟ ด้านหลังโซฟาจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บ้านดูสว่าง และระบายอากาศได้ดี บ้านจริงที่ได้ค่ะ ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี จะทำเป็นผนังกั้นแล้วมีชั้นวางทีวีทำให้บ้านเป็นสัดส่วน และสามารถวางทีวีตัวใหญ่ได้เพราะระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา สามารถวางขนาดใหญ่ได้ พื้นที่ด้านบนและด้านล่างก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ บ้านจริงที่ได้จะไม่มีผนังกั้นนะคะ เป็นพื้นที่โปร่งไปถึงผนังด้านหลัง ตรงนี้จะมีเสาซึ่งถ้าต่อเติมก็ใช้ระยะเสาให้เป็นระยะที่กั้นผนังเพิ่มได้ค่ะ ซึ่งด้านหลังทีวี ถ้ากั้นผนังขึ้นมาก็จะทำให้มีพื้นที่เป็นห้องทำงานได้ค่ะ และตรงที่วางทีวีก็จะเป็นสัดส่วน มีตู้เก็บของเพิ่มขึ้นด้วย บ้านจริงที่ได้ค่ะ หั้นมาแล้วขนาดห้องทำเป็นห้องทำงานได้ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ 2 ตัวสบายๆ มีแสงสว่างจากหน้าต่างกระจกด้านข้าง ทำให้ส่วนนี้ไม่ทึบ หันกลับไปดูหน้าบ้าน จะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาว่ามีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดแบบนี้ได้หรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆ ด้านหน้าวางโต๊ะกาแฟก็ยังเดินผ่าน และใช้งานได้สะดวก บ้านจริงที่ได้ค่ะ ประตูกระจกเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีเทา ติดกันนั้นเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำและครัว ครัวเป็นครัวปิดมีพื้นที่ห้องครัวใหญ่ ด้านขวาจะมีประตูข้างบ้าน เป็นประตูกระจกทำให้ส่วนนี้สว่างค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ มุมนี้จะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านข้าง ทำให้ช่วยระบายอากาศได้ดีและอยู่ติดกับสวนข้างบ้าน ก็ได้วิวสวนอีกด้วยค่ะ ส่วนทานอาหารสามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ และสามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานได้สะดวก ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง ออกมาด้านนอกจะเป็นพื้นที่สวนข้างบ้านค่ะ และมีเฉลียงไว้ให้นั่งเล่น สามารถตั้งชุดโต๊ะกาแฟไว้นั่งได้ ถัดไปอีกส่วนของบ้าน ส่วนนี้จะมีห้องทำงานอยู่ทางซ้ายมือซึ่งจะอยู่หลังทีวี ห้องน้ำ ห้องครัวและบันไดขึ้นไปชั้นบนค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ด้านหน้าครัว เป็นส่วนระหว่างครัวกับโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ว่าง สามารถทำเป็นส่วนของ Pantry ได้ค่ะ ไว้เป็นโซนเครื่องดื่มหรืออาหารเช้าแบบง่ายๆ มีตู้เก็บของด้านบนและล่าง ตรงเคาน์เตอร์ก็วางเครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องชมกาแฟ กาน้ำร้อนได้ ส่วนห้องครัวจะอยู่ถัดไป พื้นลดระดับลงเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องขนาด 30×30 ซม. ประตูครัวสามารถติดตั้งได้ภายหลังเพื่อทำให้เป็นครัวปิด ภายในห้องครัวจะเป็นครัวแนวยาว มีหน้าต่างกระจกทำให้สว่าง และมีประตูที่เชื่อมตรงไปยังส่วนซักล้างหลังบ้าน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ขนาดครัววางเคาน์เตอร์ยาวได้ตลอดแนว เมื่อวางอ่างล้างจานและเตาก็ยังมีพื้นที่เหลือให้เตรียมอาหารได้สะดวก ด้านบนและด้านล่างก็ทำเป็นตู้เก็บของได้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องต่อเติมครัวเพิ่มเลยเพราะพื้นที่ใช้งานน่าจะเพียงพอแล้ว ระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์กับผนังก็เดินผ่าน ใช้งานได้สะดวก ประตูที่เห็นเป็นประตูเปิดไปยังส่วนซักล้างหลังบ้าน ติดกับประตูทางเข้าครัวสามารถวางชั้นวางของได้อีกค่ะ หรือทำเคาน์เตอร์เพิ่มตรงนี้ก้ได้ ห้องจริงที่ได้ค่ะ เปิดไปจะเป็นพื้นที่ส่วนซักล้าง ด้านหลังก็จะยกระดับจากพื้นดินบ้านเล็กน้อย ตรงนี้จะมีห้องนอนและห้องน้ำของแม่บ้านนะคะ แยกทางเข้ามาอยู่ตรงด้านหลังบ้าน และมีพื้นที่สวนให้ บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ระหว่างประตูที่จอดรถกับครัว ด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำ บันไดมีหน้าต่างตรงชานพัก เพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน ประตูทางซ้ายมือคือประตูที่เปิดไปยังที่จอดรถ ส่วนประตูขาวติดกับบันไดคือประตูห้องน้ำ บันไดจะมีขั้นเล็กๆดังนั้นเวลาใช้งานก็ระมัดระวังตรงนี้หน่อยนะคะ ห้องน้ำชั้นล่าง ตกแต่งด้วยโทนสีเขา น้ำตาล มีส่วนอาบน้ำให้และพื้นที่ใช้สอยไม่เล็กจนเกินไปค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย และจะมีกระจกเงาให้ โถสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมสายชำระ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ส่วนพื้นจะลดระดับลงไปอีก ส่วนนี้ไม่ได้แยกโซนแห้งและเปียกชัดเจน มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยระบายอากาศ ฝักบัวและที่วางสบู่ บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้ตลอดแนวและชานพักเป็นสี่เหลี่ยมทำให้ใช้งานได้สะดวก ตรงบันไดจะมีหน้าต่างสูงอีกหนึ่งบานเพื่อให้มีแสงเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในตอนกลางวันก็เดินใช้งานได้สะดวก ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 3 ห้อง และห้องนั่งเล่นอีก 1 จุด พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ด้านขวามือเมื่อขึ้นมาจากบันไดจะเป็นห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน มุมเล่นของเด็กๆก็ได้ค่ะ ตรงนี้จะมีระเบียงส่วนตัวที่มีประตูกระจก ทำให้ห้องสว่างและถ่ายเทอากาศได้ดี ห้องจริงที่ได้ค่ะ ผนัง Wallpaper โคมไฟซาลาเปา กระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง สามารถวางโซฟา 2-3 ที่นั่งได้ จะวางเป็นโซฟาชุด หรือตัว L เพื่อให้หลายๆคนได้ใช้งานก็ทำได้ค่ะ ตรงข้ามวางชั้นวางทีวี ด้านล่างและด้านบนทำเป็นชั้นวางของได้ ระยะห่างระหว่างโซฟากับโต๊ะวางทีวีสามารถวางโต๊ะกาแฟด้านหน้า และยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านใช้งานได้สะดวก พื้นที่ส่วนระเบียงนั้นจะลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องสีเทาขนาด 30×30 ซม. พื้นที่ระเบียงกว้างพอให้วางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นได้ ส่วนถัดไปจะเป็นห้องนอนค่ะ โดยห้องนอน 2-3 จะอยู่ทางซ้ายมือ ด้านขวาเป็นห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom โดยทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว ห้องที่อยู่ติดกับบันไดคือห้องนอน 3 ค่ะ ห้องนอน 3 พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในมีหน้าต่างกระจกให้ 1 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ถ้าเปิดหน้าต่างก็มีลมพัดเข้ามาเย็นสบายค่ะ ห้องจริงที่ได้ค่ะ ผนัง Wallpaper โคมไฟซาลาเปา กระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้ ข้างเตียงมีพื้นที่ให้เดินใช้งานได้สะดวก โดยด้านข้างอีกด้านถ้าเอาไปชิดผนังก็จะทำให้มีพื้นที่เหลืออีกด้านใช้งานมากขึ้น วางเตียง 3.5 ฟุต ก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงหรือโต๊ะทำงานได้ ติดกันนั้นสามารถวางตู้เสื้อผ้า และหัวเตียงมีหน้าต่างกระจกทำให้ห้องสว่าง ตู้เสื้อผ้าวางตู้ใบใหญ่ มีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งหรือชั้นวางของได้อีกค่ะ อีกฝั่งของห้องที่ติดกับเตียงจะเป็นห้องน้ำ โดยถ้าหันเตียงไปทางนี้ ปลายเตียงจะเลยประตูห้องน้ำเล็กน้อยแต่ก็เดินเข้าไปใช้งานในห้องน้ำได้ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อย พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. ภายในห้องน้ำมีส่วนอาบน้ำ และมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนทำให้มีแสงเข้ามาในห้องน้ำ และช่วยถ่ายเทอากาศ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย ด้านบนมีขอบปูนทำให้วางของได้เยอะ และจะมีกระจกเงาให้ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ มีผนังปูนกั้นเล็กน้อย ส่วนพื้นจะลดระดับลงไปอีก ดังนั้นเวลาอาบน้ำอาจมีน้ำกระเด็นมาส่วนแห้งบ้างแต่ไม่มากนัก มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยระบายอากาศ ฝักบัวและที่วางสบู่ ห้องที่อยู่ติดกันนั้นจะเป็นห้องนอน 2 ค่ะ ภายในห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอน 3 เล็กน้อย ห้องนี้จะสว่างกว่าเพราะมีหน้าต่างกระจก 2 บาน เข้ามาด้านในห้อง เยื้องกับประตูห้องนอนจะเป็นประตูห้องน้ำค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อย พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย ด้านบนมีขอบปูนทำให้วางของได้เยอะ และจะมีกระจกเงาให้ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ มีผนังปูนกั้นเล็กน้อย ส่วนพื้นจะลดระดับลงไปอีก ดังนั้นเวลาอาบน้ำอาจมีน้ำกระเด็นมาส่วนแห้งบ้างแต่ไม่มากนัก มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยระบายอากาศ ฝักบัวและที่วางสบู่ เดินเข้าไปในห้อง ด้านขวามือจะเป็นตำแหน่งให้วางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ได้ พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในส่วนที่นอนจะสว่างและโปร่งเพราะมีกระจกหน้าต่างให้ 2 จุด ถ้าเปิดหน้าต่างก็มีลมพัดเข้ามาเย็นสบายค่ะ ห้องจริงที่ได้ค่ะ ผนัง Wallpaper โคมไฟซาลาเปา กระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้ ข้างเตียงมีพื้นที่ให้เดินใช้งานได้สะดวก และสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ ข้างกันนั้นก็เป็นมุมวางโต๊ะทำงานได้ค่ะ ปลายเตียงเป็นมุมวางชั้นวางของ ชั้นวางทีวีและตู้เสื้อผ้า ยังมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกด้วย ระยะปลายเตียงกับชั้นวางของถ้าวางชั้นตัวใหญ่แบบนี้จะเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านไม่มากนัก แนะนำให้ทำเป็นชั้นเล็กๆนะคะ ออกมานอกห้องพื้นที่ระหว่างห้องนอน 2 และห้องนอนใหญ่ตรงโถงทางเดิน สามารถวางชั้นวางของแบบนี้ได้ ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ เข้ามาในห้องด้านซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งเตียงนอน มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่หลายจุด ทำให้มุมนี้สว่างและถ่ายเทอากาศได้ดี ห้องจริงที่ได้ค่ะ ผนัง Wallpaper โคมไฟซาลาเปา กระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีเทา กระจกเขียวตัดแสง ด้านขวาของห้องเมื่อเข้ามาจะเป็นมุมโต๊ะทำงานค่ะ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ 2 ตัวเลย หรือจะแบ่งให้เป็นชั้นหนังสือหรือตู้เก็บของก็ได้ บ้านจริงที่ได้ค่ะ เตียงสามารถวางขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่เดินรอบเตียงได้สะดวก สองข้างเตียงจะสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ หรืออีกด้านจะวางเป็นมุมของโต๊ะทำงานพื้นที่ก็มีเหลือให้ใช้สอย ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวี หรือชั้นวางของได้ เมื่อวางไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านได้สะดวก อีกฝั่งของเตียงจะเป็นมุมโต๊ะทำงานหรือมุมนั่งเล่น มีมุมแต่งตัวและห้องน้ำ บ้านจริงที่ได้ค่ะ มุมนี้สามารถวางเป็นโต๊ะทำงาน หรือทำเป็นมุมพักผ่อนวางโซฟาตัวเล็กๆไว้นั่งเล่นได้ค่ะ ปลายเตียงจะมีพื้นที่เป็นมุมแต่งตัว แต่ผนังไม่ได้กั้นปิดให้แบบนี้ค่ะ บ้านตัวอย่างทำเป็นไอเดียให้ไปตกแต่งว่าสามารถกั้นผนังเพื่อให้ห้องเป็นสัดส่วน บ้านจริงที่ได้ผนังจะไม่ยาวมาจนเกือบถึงผนังห้องน้ำนะคะ ภายในทำเป็นห้องแต่งตัว วางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ได้ อีกด้านก็จะเป็นประตูห้องน้ำค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีครีมขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ Cotto เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย ด้านบนมีขอบปูนทำให้วางของได้เยอะ และจะมีกระจกเงาให้ ห้องนี้ส่วนแห้งและเปียกจะแยกส่วนได้ชัดเจนเพราะมีฉากกั้นอาบน้ำให้ พื้นลดระดับลงไปเล็กน้อย ขนาดพื้นที่กว้างสำหรับส่วนอาบน้ำทำให้ใช้งานสะดวก ไม่แคบไม่อึดอัดเวลาอาบน้ำค่ะ ฝักบัว, ที่วางสบู่ และหน้าต่างกระจกบานเลื่อน เผื่อช่วยในการระบายอากาศ ราคา (พ.ย.59) จอง 30,000 – 50,000 บาท ,ทำสัญญา 70,000 – 100,000 บาท (แล้วแต่แบบบ้าน) ค่าส่วนกลาง : 25 บาท/ตร.วา/เดือน (ฟรี 1 ปีแรก) สอบถามราคาเพิ่มเติมกรุณาติดต่อสำนักงานขายเพื่อข้อมูลที่อัพเดตที่สุดค่ะ* บทสรุปโครงการ ทำเลที่ตั้งโครงการ – โครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่ถนนไทรม้าซอย 3 เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนท่าอิฐ-ไทรม้า สามารถวิ่งไปถนนรัตนาธิเบศร์ และราชพฤกษ์ได้ทำให้เดินทางได้หลากหลายเส้นทาง ปากซอยติดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง และไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ร้านค้า ตลาดสด ความอุดมสมบูรณ์ – ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย ทำให้โดยรอบพอที่จะมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่บ้าน โดยตรงถนนท่าอิฐ-ไทรน้อยจะมีทั้งตลาดสดท่าอิฐ, Lotus Express และ Mini BigC แต่ความอุดมสมบูรณ์เยอะๆนั้น จะเห็นชัดว่าอยู่ตรงสามแยกบางใหญ่ เพราะจุดนั้นมีทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานที่ราชการ, ตลาดสดและโรงพยาบาล โดยห้างสรรพสินค้าใหญ่คือ เซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งเป็นเซ็นทรัลที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ภายในมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ร้านค้าก็มีหลายหลายแนว เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองไปเดินสยาม หรือพารากอนกันเลย หรือถ้าจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของใช้เข้าบ้านก็มีทั้ง Home Pro และ Index ส่วน Big C ใหญ่ ก็มีถึง 2 แห่ง และมีตลาดสด และบางใหญ่ไนท์พลาซ่า ให้เลือกมาเดินเล่น พักผ่อนและจับจ่ายใช้สอยกันได้ ส่วนเส้นรัตนาธิเบศร์นั้นก็จะมีทั้ง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, BigC รัตนาธิเบศร์, The Mall งามวงศ์วาน, พันทิพย์พลาซ่า, เอสพลานาด งามวงศ์วาน และมีทั้งโรงพยาบาลและศูนย์ราชการหลายแห่ง ส่วนเส้นราชพฤกษ์นั้นก็จะมี The Crystal ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์, HomePro ราชพฤกษ์, HomeWork ราชพฤกษ์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว – สำหรับคนขับรถ ถือว่าสะดวกเพราะ ถนนไทรม้าซอย 3 เป็นถนนที่ไปยังเส้นรัตนาธิเบศร์, ราชพฤกษ์ได้ไม่ยาก โดยทางเข้าจากถนนท่าอิฐ-ไทรม้าจะมีการลัดเลี้ยวเยอะ แต่จะเชื่อมไปราชพฤกษ์ได้ง่าย ส่วนอีกเส้นที่ต้องผ่านหมู่บ้านมนียา มาสเตอร์พีซจะเป็นถนนเส้นตรงและสั้นกว่า เดินทางได้รวดเร็วกว่าถ้าจะไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ค่ะ สำหรับเส้นรัตนาธิเบศร์ก็เป็นถนนเส้นหลักที่สามารถตรงไปยังตัวเมืองนนทบุรีได้ วิ่งข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปยังแยกแครายได้เลย เส้นนี้จะวิ่งขึ้นทางด่วนเพื่อตรงไปยังพระราม 9,สุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือจะวิ่งไปนครอินทร์ตรงไปยังพระราม 5,ตลิ่งชันก็ได้ค่ะ อีกเส้นทางหนึ่งคือจากสามแยกบางใหญ่จะเป็นจุดที่เชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษก เส้นนี้ก็ตรงไปยังสุพรรณบุรีและปทุมธานีได้ ดังนั้นถ้าจะเข้าหรือออกนอกเมืองไปต่างจังหวัด เส้นนี้ก็สะดวก ส่วนเส้นราชพฤกษ์นั้นก็วิ่งไปยังเชื่อมกับถนน 345 ไปยังนนทบุรีหรือจะวิ่งลงไปยังนครอินทร์, ปิ่นเกล้า เส้นนี้ก็สะดวกเพราะเป็นถนนเส้นใหญ่ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ – การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ที่ตั้งโครงการเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า เพราะหน้าโครงการไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน ส่วนแท็กซี่มีบ้าง แต่ถ้าออกมาจากโครงการประมาณ 1.7 กม.มายังปากซอยท่าอิฐตรงถนนรัตนาธิเบศร์ ก็จะมีรถตู้ ที่วิ่งไปยังเดอะมอลล์งามวงศ์วาน,พันธ์ทิพย์,ขึ้นทางด่วนไปอนุสาวรีย์, สีลม, พระราม 9 และยังมีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่านค่ะ โดยวินรถตู้หลายสายมีอยู่ที่เซ็นทรัลเวสเกต แต่ก็มีรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกลนั่นคือรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้าค่ะ และทางโครงการก็จะมีรถ Shuttle Bus ให้บริการรับ-ส่งยังสถานีด้วย โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเป็นรถไฟฟ้าช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สถานีสุดท้ายจะอยู่ที่สถานีคลองบางไผ่ ส่วนสถานีปลายทางคือสถานีเตาปูน โดยเส้นนี้ปลายทางที่สถานีเตาปูนจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเส้นที่วิ่งในตัวกรุงเทพ การออกแบบโครงการและวัสดุ – การออกแบบสำหรับภายนอกนั้นในเรื่องความสวยงามอาจขอข้ามนะคะ เพราะความชอบไม่เหมือนกัน โดยตัวบ้านใช้สีโทนเรียบคือใช้เพียงสองสี มีสีเข้มและสีขาว เพิ่มมิติและสีสันด้วยเฉดที่อ่อนกว่าและเส้นสาย โครงการได้ออกแบบให้ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดีค่ะ การออกแบบฟังก์ชั่นภายในถือว่าครบครัน พอเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางประมาณ 4- 5 คน( หรือมากกว่านั้นแล้วแต่แบบบ้าน) พื้นที่นั่งเล่นกว้างเดินใช้งานได้สะดวก ด้านข้างและด้านหน้ามีที่ให้วางโต๊ะกาแฟ สามารถวางโซฟาชุดได้ ถัดไปเป็นโต๊ะทานอาหารวางโต๊ะใหญ่สำหรับ 4-6 ที่นั่ง พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและเป็นครัวปิด บางหลังจะมีพื้นที่สำหรับเป็น Pantry พื้นที่ครัวขนาดพอเหมาะสำหรับประกอบอาหารจึงทำให้ไม่ต้องต่อเติมเพิ่ม ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน บางแบบก็จะมีห้องแม่บ้านให้ด้วยค่ะ สำหรับส่วนที่เป็นห้องนอน ฟังก์ชั่นก็สะดวกต่อการใช้งานค่ะ ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom ก็กว้าง วางเตียง 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะทำงาน ส่วนแต่งตัวก็สามารถจัดเป็นสัดส่วน สำหรับห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่ใช้สอย ก็พอเหมาะ วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆอย่างเตียงนอน, โต๊ะทำงาน, และตู้เสื้อผ้าได้ พื้นที่ใช้สอยก็เดินใช้ได้สะดวกไม่อึดอัด ในห้องมีหน้าต่างให้หลายจุด อากาศถ่ายเทได้ดี วัสดุ – วัสดุถือว่าให้มามาตรฐาน พื้นชั้นล่างเป็นแกรนิตโต้ ชั้นบนเป็นลามิเนตหนา 8 มม., พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 30×30 ซม., กระจกเขียวตัดแสง ,ไฟโคมซาลาเปา, กรอบประตูทางเข้าบ้านและหน้าต่างเป็นกรอบอลูมิเนียมสีขาวหรือสีเทา ,สุขภัณฑ์ Cotto และให้ Wallpaper ทุกหลังยกเว้นในห้องครัวและห้องแม่บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวก – มีอาคาร Club House ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำแยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่ มีพื้นที่นั่งเล่นริมสระ และฟิตเนสขนาดใหญ่ มีเครื่องออกกำลังกายครบครันพร้อมมีเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำ และมีห้องโยคะ ห้องกิจกรรมให้ โครงการจะมีสวนสาธารณะให้ 3 จุดค่ะ จุดแรกอยู่ติดกับ Club House จะเป็นสวนใหญ่พร้อมทะเลสาบ มีสนามเด็กเล่นและมุมออกกำลังกายให้ และจะมีสนามเทนนิสกับสนามฟตุบอล ด้านในจะเป็นสวนเล็กอีก 2 จุด หน้าโครงการตรงประตูทางเข้า -ออกติดตั้ง CCTV ประตูทางเข้า-ออกมีไม้กระดกกั้น มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ข้อดีของการมาเยี่ยมชมโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมขาย และมีเฟสที่มีผู้พักอาศัยอยู่เต็มแล้วทำให้เห็นบรรยากาศภายในว่าพื้นที่ในโครงการเป็นอย่างไร ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานดูแล พนักงานทำความสะอาด ซึ่งตัวโครงการ Perfect Place รัตนาธิเบศร์ ถือว่าร่มรื่นและเป็นระเบียบทีเดียวค่ะ ดังนั้นถ้าใครไปชมโครงการแนะนำว่าให้เข้าไปชมรอบๆเพื่อจะได้ดูบรรยากาศต่างๆในโครงการที่กล่าวไว้ข้างต้น คะแนน สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1375 Website : *** หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
3 ห้อง
6,590,000 ฿
25/1/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.610 รีวิว บ้านเดี่ยว ฮาบิเทีย บอนด์ ราชพฤกษ์ HABITIA BOND RATCHAPREUK สวัสดีค่ะ ผู้อ่าน Homenayoo ที่รักทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการบ้านเดี่ยวย่านราชพฤกษ์ กับโครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ จาก แสนสิริ เป็นโครงการที่มีบ้าน 7 แบบให้เลือก ขนาดพื้นที่ใช้สอย 113 – 223 ตร.ม. ขนาดที่ดิน เริ่มต้นที่ 50 ตร.วา ราคาเริ่มต้นที่ 3.89 – 7.59 ล้านบาท โดยจะเป็นบ้านที่มีพื้นที่ดินเยอะ มีสวนโดยรอบ และจอดรถได้ 2-3 คัน โครงการตั้งอยู่บนถนน 345 ไม่ไกลจากถนนราชพฤกษ์, กาญจนาภิเษก และรัตนาธิเบศร์ โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกล ใกล้สถานศึกษา และสถานที่ราชการ วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจสถานที่ วิเคราะห์ทำเล และดูบ้านตัวอย่างกันค่ะ ว่าโครงการนี้เป็นอย่างไร : ) ชม Virtual Tour 360 ฮาบิเทีย บอนด์ ราชพฤกษ์ ที่ตั้งโครงการ พิกัด google map: 13°57’30.6″N 100°28’49.3″E ถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง (345) ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง หรือถนน 345 เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนราชพฤกษ์ สามารถวิ่งไปยังรังสิต และนนทบุรีได้ ไม่ไกลจากสถานศึกษา ตลอดเส้นทางมีร้านค้า ร้านอาหาร และไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวสต์เกตค่ะ ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่บนถนน 345 เป็นถนนที่เชื่อมถนนกาญจนาภิเษก ตรงไปยังปทุมธานีและนนทบุรีได้ เพราะที่ตั้งพื้นที่อยู่ติดระหว่างสองจังหวัดนี้เลยค่ะ เนื่องจากถนนหน้าโครงการเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย ทำให้ไปได้หลายเส้นทาง เดินทางเข้า-ออกเมืองนนทบุรี และกรุงเทพได้ไม่ยาก และถ้าไปเส้นราชพฤกษ์ หรือตรงสามแยกบางใหญ่ก็จะมีห้างสรรพสินค้า และตลาดสดค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตั ว ถือว่าสะดวกทีเดียวเนื่องจากถนนหน้าโครงการเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย แต่ที่ตั้งโครงการอยู่ในถนนเส้นที่เป็นย่านพักอาศัยและไม่ไกลจากสถานศึกษา ดังนั้นจึงมีบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมที่รถจะคึกคักเป็นพิเศษ ดังนั้นก็ดูช่วงเวลาในการใช้ถนนกันดีๆนะคะ และถนน 345 จะเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่ตรงไปยังอยุธยา, สุพรรณบุรีได้ ดังนั้นจะมีรถวิ่งกันคึกคัก ทั้งรถใหญ่ รถเล็ก เส้นนี้เดินทางออกต่างจังหวัดได้สะดวก ถ้าวิ่งเส้นราชพฤกษ์ตรงมายังถนนรัตนาธิเบศร์ ก็เป็นถนนเส้นหลักที่สามารถตรงไปยังตัวเมืองนนทบุรีได้ วิ่งข้ามสะพานพระนั่งเกล้า ไปยังแยกแครายได้เลย เส้นนี้จะวิ่งขึ้นทางด่วน เพื่อตรงไปยังพระราม 9, สุขุมวิท ได้ไม่ยาก หรือจะวิ่งไปนครอินทร์ตรงไปยังพระราม 5, ตลิ่งชันก็ได้ค่ะ ส่วนตรงสามแยกบางใหญ่นั้น จะเชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษกด้วยค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ซึ่งที่ตั้งโครงการนั้นอยู่บนถนนที่ยังไม่มีรถโดยสารสาธารณะวิ่งผ่าน การเดินทางด้วยรถสาธารณะจึงยังไม่สะดวกนัก แต่รถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงค่ะ โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเป็นรถไฟฟ้าช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สถานีสุดท้ายจะอยู่ที่สถานีคลองบางไผ่ ส่วนสถานีปลายทางคือสถานีเตาปูน โดยเส้นนี้ปลายทางที่สถานีเตาปูนจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเส้นที่วิ่งในตัวกรุงเทพค่ะ สำหรับสถานีที่ใกล้โครงการและสะดวกในการใช้งานคือสถานีบางรักใหญ่ และสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และตรงเส้นกาญจนาภิเษกนั้น ก็มีรถตู้ รถสองแถววิ่งผ่าน หรือไปตรงเซ็นทรัลเวสต์เกต ตรงนั้นจะมีวินรถตู้อยู่ค่ะ มีไปได้หลายเส้นทางเลยทีเดียว ความอุดมสมบูร ณ์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย มีหลายหมู่บ้าน พื้นที่ใกล้เคียงบางส่วนยังเป็นที่ดินเปล่า และเส้นนี้ยังมีสถานศึกษา อย่างโรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ทำให้สองข้างทางมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมากมาย ในปั๊มน้ำมันใกล้โครงการ ก็มีร้านกาแฟอย่าง Amazon และร้าน MCDonalds ดังนั้นก็ถือว่ายังพอมีร้านอาหารให้ฝากท้องกันบ้างค่ะ แต่ถ้าจะไปตลาดสด ก็จะต้องไปเส้นกาญจนาภิเษก ตรงนั้นจะมีตลาดสมบัติบุรี แต่ความอุดมสมบูรณ์เยอะๆนั้น จะเห็นชัดว่าอยู่ตรงสามแยกบางใหญ่ เพราะจุดนั้นมีทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานที่ราชการ, ตลาดสดและโรงพยาบาล โดยห้างสรรพสินค้าใหญ่คือ เซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งเป็นเซ็นทรัลที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ภายในมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ร้านค้าก็มีหลายหลายแนว เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองไปเดินสยาม หรือพารากอนกันเลย หรือถ้าจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของใช้เข้าบ้านก็มีทั้ง Home Pro และ Index ส่วน Big C ใหญ่ ก็มีถึง 2 แห่ง และมีตลาดสด และบางใหญ่ไนท์พลาซ่า ให้เลือกมาเดินเล่น พักผ่อนและจับจ่ายใช้สอยกันได้ และยังมีโรบินสันศรีสมาน, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เพรียวเพลส ราชพฤกษ์ และ The Crystal ราชพฤกษ์ แยกและถนนสำคัญใกล้เคียง การเดินทาง เรามีภาพการเดินทางโดยรถมาให้ชมกัน เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทางจาก จากถนนรัตนาธิเบศร์ → เลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ → เลี้ยวขวาเข้าถนน 345 → ตรงเข้าไปประมาณ 1.8 กม. ก็จะเจอพื้นที่โครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ แล้วค่ะ จากถนนรัตนาธิเบศร์ จะเห็นด้านบนคือเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีม่วงค่ะ ตรงนี้ตามป้ายไปยังถนนราชพฤกษ์ โดยสถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีบางรักใหญ่ หรือสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ เบี่ยงซ้ายเพื่อขึ้นทางเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ เข้ามายังถนนราชพฤกษ์แล้วค่ะ เส้นนี้จะเห็นว่าเป็นถนนเส้นใหญ่ มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ด้านขวามือคือ Chic Republic เป็นคอมมูนิตี้มอลค่ะ ตรงมาเรื่อๆจะเห็นป้ายชี้ทางไปยังถนน 345 ตรงมาจะผ่านถนนชัยพฤกษ์ค่ะ วิ่งตรงตามทางไปเรื่อยๆ เห็นป้ายชี้ทางไปยังสะพานนนทบุรีก็ให้ชิดขวาไว้นะคะ ชิดขวามาแล้วก็จะตรงมาขึ้นทางเพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนน 345 มายังถนน 345 แล้วค่ะ ยังจะเห็นว่าตามทางมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผ่านปั๊ม ปตท.ตรงนี้ หรือจะเป็นโรงเรียนสารสาสน์ก็แสดงว่าใกล้ถึงที่ตั้งโครงการแล้วค่ะ เลยปั๊มมานิดเดียวก็จะเห็นป้ายเข้าโครงการ เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ ป้ายโครงการและซุ้มประตูจะอยู่ติดกับถนน 345 แบบนี้ค่ะ สามารถสังเกตได้ง่ายและเข้า-ออกได้สะดวก บริเวณโดยรอบโครงการ โครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง หรือถนน 345 โดยป้ายโครงการจะอยู่ติดกับถนน 345 โดยจะต้องเข้ามาตามถนนของโครงการอีกประมาณ 700 ม. ซึ่งถนนเป็นถนนสาธารณะ มีบ้านพักอาศัย บ้านเดี่ยวอยู่ แต่โครงการทำถนนให้เป็นระเบียบ ร่มรื่น เข้ามาจะเจอกับวงเวียน โดยจะอยู่ติดกับโครงการ ฮาบิเทีย ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อนบ้านค่ะ โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย และที่ดินเปล่า บรรยากาศภายในจึงสงบ ไม่มีเสียงรบกวนค่ะ มีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนสารสาสน์ ใกล้ปั๊ม ปตท. ถนนที่อยู่ตรงป้ายโครงการจะเป็นถนน 345 ค่ะ ด้านขวาอยู่ใกล้ปั๊ม ปตท.และโรงเรียนสารสาสน์ ตรงไปทางนี้จะตรงไปยังถนนราชพฤกษ์ และกาญจนาภิเษกได้ ด้านซ้ายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงไปยังรังสิต หรือจะเลี้ยวเข้าไปยังจังหวัดนนทบุรีก็ไปทางนี้ได้ค่ะ ป้ายโครงการจะขนาด 2 ข้างแบบนี้ ตรงกลางเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ทางเข้าและทางออกแยกกันชัดเจน ถนนเป็นถนนส่วนบุคคลของทางแสนสิริดูแลอยู่ค่ะ ดังนั้นจึงดูเป็นระเบียบ ภายในก็มีต้นไม้ตลอดสองข้างทาง เกาะกลางก็มีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มทำให้โครงการดูร่มรื่น ตรงมาเรื่อยๆก็ยังเห็นว่ามีต้นไม้ตลอดแนวนะคะ เส้นนี้อาจผ่านบ้านบุคคลอื่นด้วยค่ะ ตรงมาจากด้านหน้าประมาณ 700 ม. ก็จะถึงวงเวียนตรงนี้ซึ่งจะเป็นจุดที่แจกจ่ายไปยัง 2 โครงการซึ่งถือว่าเป็นโครงการเพื่อนบ้านกันค่ะ ด้านซ้ายคือโครงการฮาบิเทีย สำหรับโครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ จะต้องตรงไป จากวงเวียนตรงเข้ามาก็จะเป็นโครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ แล้วนะคะ สถานที่สำคัญ บริเวณโครงการ ประตูทางเข้า-ออก เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ใช้โทนสีน้ำตาลจากไม้ และเส้นลายหลากสีตรงป้ายโครงการ ซึ่งสีที่ป้ายจะอสดคล้องกับสีของบ้านในโครงการค่ะ ตัวทางเข้า-ออก แบ่งกันชัดเจนโดยมีป้อม รปภ.กั้นตรงกลาง ทางเข้า-ออกกั้นด้วยไม้กระดก เป็นระบบ Auto access มี CCTV ประตูมีไม้กระดกกั้น ด้านข้างนั้นที่เห็นเป็นทางเดินคือจะเป็นทางเดินสำหรับคนเดินเท้า ตรงกลางเป็นป้อม รปภ. จุดนี้จะมี รปภ.อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เข้ามาด้านในจะเป็นถนนหลักของโครงการ ถนนด้านหน้านี้จะกว้าง 16 ม. โดยส่วนแรกที่เจอจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่เป็นสวนสาธารณะและ Club House ค่ะ เลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอกับสำนักงานขายเป็นส่วนแรก และถัดไปก็จะเป็นบ้านพักอาศัยในโครงการ โครงการเปิดทยอยขายทีละเฟส ซึ่งเป็นข้อดีที่จะได้เห็นสภาพแวดล้อมภายในโครงการ และจะเห็นว่าโครงการดูเป็นระเบียบ ร่มรื่น และเงียบสงบมากทีเดียวค่ะ ถนนในซอยจะกว้าง 12 ม.ค่ะ มีฟุตบาทตลอดทาง สองข้างทางจะมีไม้พุ่ม และได้ความเขียวของต้นไม้จากต้นไม้ภายในบ้าน ถนนในซอยย่อยจะกว้าง 8 ม. พื้นที่คั่นระหว่างส่วนบ้านพักจะเป็นสวนเล็กๆ มีทางเดินผ่านได้ สวนสาธารณะและ Club House ด้านหน้าจะเป็นสวนและสระน้ำที่มีน้ำพุ ทำให้ได้วิวและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พื้นที่สวนแม้ว่าโครงการเฟสแรกสร้างเสร็จมาซักพักแล้ว แต่จะเห็นว่ายังมีการดูแลหญ้าอย่างสม่ำเสมอ ต้นไม้ใหญ่ก็เริ่มให้ร่มเงาค่ะ พื้นที่เดินรอบสวน มุมนี้จะได้ร่มเงาจากต้นไม้ด้วยค่ะ มุมสนามเด็กเล่น มีพื้นที่เดินเล่น และเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ อีกทั้งช่วงกลางวันก็มาเล่นได้เพราะมีร่มเงาจากต้นไม้ทำให้ไม่ร้อนนัก สระว่ายน้ำจะอยู่หน้าอาคาร Club House อยู่ติดกับริมสวนสาธารณะ ตรงนี้ถ้าให้พุ่มไม้สูงขึ้นมาอีกนิดก็จะช่วยบังเพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกบ้านที่มาว่ายน้ำได้ ทางเดินจะวนรอบสวนและลัดเลาะสระน้ำ สามารถเดินไปอีกฝั่งได้ไม่ต้องอ้อมไกลค่ะ อีกมุมของสวนส่วนกลาง พื้นที่เดินเล่นรอบสวนก็จะวนรอบมาแบบนี้เลยค่ะ มุมอีกฝั่งของสวนจะเป็นมุมออกกำลังกาย มีเครื่องเล่นหลากหลายชนิด และทางเดินตรงไปยังทางเข้า Club House และติดกันนั้นจะมีที่นั่งเล่นริมสระน้ำ มีเงาของร่มไม้ให้ความร่มรื่น อีกมุมของเครื่องเล่นแบบ Outdoor มุมนี้ จะได้เงาจากร่มไม้ให้ความร่มรื่น และเย็นสบาย ยังมีความเป็นระเบียบและสะอาด เดินตรงมาจากมุมเครื่องเล่นจะเป็นทางเข้าของ Club House โดยด้านหน้าจะมีที่จอดรถจักรยานค่ะ เดินเข้ามาก็จะเป็นสระว่ายน้ำและส่วนของอาคาร Club House ด้านขวาของ Club House จะเป็นสระเด็ก มีกำแพงน้ำตกและทางเดินไปยังศาลาริมสระ มุมนี้จะเป็นสระเด็ก มีศาลานั่งเล่นให้ตรงนี้ ก็จะสะดวกสำหรับผู้ปกครองที่มาดูแลเด็กๆนะคะ เพราะอยู่ไม่ไกลจากสระ สามารถมองเห็นเด็กๆเวลาเล่นน้ำได้ ด้านซ้ายจะเป็นอาคารที่มีพื้นที่นั่งเล่น ห้องน้ำ และฟิตเนส มุมนี้เข้ามาจะเป็นทางเดินที่อยู่ริมสระว่ายน้ำ ด้านขวาของทางเดินจะมีทางไปยังห้องน้ำ ซึ่งจะแยกห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิง ภายในมีตู้ล็อกเกอร์ ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ริมสระจะมีพื้นที่นั่งเล่น และมีร่มชูชีพพร้อมห่วงยางให้เวลาฉุกเฉินค่ะ สระเป็นแนวยาว ทำให้สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้ วิวสระก็จะเป็นสวนส่วนกลางทำให้ได้ความร่มรื่น พื้นที่นั่งเล่นริมสระ และติดกันนั้นเป็นฟิตเนสค่ะ พื้นที่นั่งเล่นจะมีชุดเก้าอี้ ชุดโซฟาให้นั่งพักผ่อน วันไหนเบื่อๆก็มานั่งอ่านหนังสือ นั่งเล่นริมสระได้ ด้านข้างมีต้นไม้ทำให้ได้ความสดชื่นจากต้นไม้อีกด้วย ภายในฟิตเนส สำหรับฟิตเนสของโครงการจะมีขนาดไม่ใหญ่นักค่ะ ดังนั้นเครื่องเล่นจึงไม่ได้มีหลากหลายมากนัก ชุดดัมเบลครบชุด เก้าอี้สำหรับออกกำลังกาย 1 ตัว จักรยานไฟฟ้า 1 เครื่อง และลู่วิ่ง 1 เครื่อง เข้ามาในโครงการอีกนิด จะมีพื้นที่สวนจุดที่ 2 ค่ะ พื้นที่สวนและทางเดินเล่นโดยรอบ ต้นไม้ใหญ่มีให้ความร่มรื่นรอบสวน มุมนี้เป็นมุมนั่งเล่นและสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นจุดนี้จะมีมากกว่าสวนจุดแรกค่ะ ติดกับสวนจะเป็นอาคารสำนักงานนิติบุคคล แบบบ้าน บ้านในโครงการมี 7 แบบค่ะ คือ บ้านตัวอย่าง HBB 6 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 113 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่สวนรอบบ้าน ทั้งด้านหน้าตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านและด้านข้างบ้าน ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหาร มีพื้นที่ว่างระหว่างสองส่วนนี้ทำให้สามารถวางชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานได้ พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 3-4 คนได้ เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและเป็นครัวปิด มีประตูานเลื่อนปิดให้ พื้นที่ครัวขนาดพอเหมาะสำหรับบ้านที่ทำอาหารไม่หนักนัก จึงทำให้บ้านที่ไม่ทำกับข้าวหนักๆต้องต่อเติมเพิ่ม ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่เหลือให้เป็นสวนหลังบ้านด้วยค่ะ ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องนอนโดยห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ โดยชั้นนี้จะมีห้องน้ำ 1 ห้อง ซึ่งทั้ง 3 ห้องนอนจะใช้ร่วมกัน ห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่เพียงพอให้วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้ ตัวบ้านใช้โทนเรียบคือสีน้ำตาลและขาว มีการตกแต่งด้วยการเล่นเส้นสาย ด้วยสีน้ำตาลหลายเฉด เพื่อเพิ่มสีสันให้ตัวบ้าน โครงการได้ออกแบบให้ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดี บ้านจริงที่ได้ รั้วจะเป็นรั้วเหล็กสีดำ ประตูรั้วบ้านเป็นประตูรางเลื่อน กำแพงบ้านเป็นกำแพงทึบครึ่ง อีกครึ่งเป็นเหล็ก ถ้าอยากให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็ปลูกไม้พุ่มเพิ่มตรงรั้วได้อีกค่ะ ด้านข้างกำแพงจะมีช่องสำหรับวางถังขยะ รั้วประตูเหล็กรางเลื่อนแบบนี้ ด้านข้างมีช่องขยะ และไฟหน้าบ้านให้ พื้นที่ภายในบ้านจะกว้าง พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน ทั้งที่จอดในร่มและกลางแจ้ง ด้านหน้าบ้านและด้านข้าง จะเป็นพื้นที่สวน ทำให้บ้านร่มรื่นค่ะ พื้นที่ด้านข้างเป็นพื้นที่สวน ตรงไปยังส่วนหลังบ้านที่เป็นส่วนซักล้างได้ ด้านหน้าประตูทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นที่สวนเช่นกันค่ะ ห้องเก็บของใต้บันได ประตูจะอยู่ตรงที่จอดรถ พื้นที่จอดรถที่ติดกับประตูบ้านจะเป็นที่จอดรถในร่ม ซึ่งประตูทางเข้าจะมีหลังคาตรงนี้ด้วยทำให้เวลาฝนตกจะสะดวกในการเข้าบ้าน ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีเทาขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน พื้นภายในบ้านก็จะยกระดับจากพื้นเฉลียงอีกทีค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงหลังบ้าน แสงธรรมชาติเข้าจากประตูกระจกบานใหญ่ และด้านข้างบ้านจะมีหน้าต่างหลายจุด บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสี ไฟโคมซาลาเปา ประตูหน้าต่างกรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางโต๊ะกาแฟเล็กๆ หรือโคมไฟ ด้านหลังโซฟาจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บ้านดูสว่าง และระบายอากาศได้ดี บ้านจริงที่ได้ค่ะ ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี จะทำเป็นชั้นวางทีวีเพื่อวางทีวีตัวใหญ่ได้เพราะระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา สามารถวางขนาดใหญ่ได้ พื้นที่ด้านบนและด้านล่างก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ ด้านข้างมีหน้าต่างบานปิดเป็นกระจกยาวเกือบถึงเพดาน ทำให้มุมนี้สว่างขึ้นไปอีกค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ หันกลับไปดูหน้าบ้าน จะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาว่ามีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดแบบนี้ได้หรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆ ด้านหน้าวางโต๊ะกาแฟก็ยังเดินผ่าน และใช้งานได้สะดวก บ้านจริงที่ได้ค่ะ ประตูกระจกเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีขาว ติดกันนั้นเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำและครัว ครัวเป็นครัวปิดมีพื้นที่ห้องครัวใหญ่ ด้านขวาจะมีประตูข้างบ้าน เป็นประตูกระจกทำให้ส่วนนี้สว่างค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ที่สามารถวางชั้นวางของหรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็ได้ ถัดไปเป็นส่วนทางอาหาร จะมีหน้าต่างและประตูกระจกข้างบ้าน ทำให้ส่วนโต๊ะทานอาหารดูสว่าง โปร่งและระบายอากาศได้ดี จะเห็นว่าพื้นที่โต๊ะกับระยะห่างตรงผนัง สามารถเดินรอบโต๊ะ ใช้งานได้สะดวก บ้านจริงที่ได้ค่ะ มุมนี้สามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานได้สะดวก ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ออกมาด้านนอกจะเป็นพื้นที่สวนข้างบ้านค่ะ ติดกับโต๊ะทานอาหารเป็นห้องครัวค่ะ ครัวเป็นครัวปิดมีประตูกระจกบานเลื่อนติดตั้งให้ ทำให้สะดวกเวลาทำอาหารเพราะกลิ่นก็จะไม่ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ห้องครัวพื้นจะลดระดับจากพื้นห้องด้านนอกเล็กน้อย พื้นปูด้วยแกรนิตโต้แบบเดียวกันต่อเนื่องเข้าไปค่ะ สามารถวางเคาน์เตอร์ตัว L ได้ และมีที่วางตู้เย็น บ้านจริงที่ได้ค่ะ เคาน์เตอร์ครัวขนาดพอเหมาะสำหรับบ้านที่ทำอาหารไม่หนักนัก วางอ่างล้างจาน และเตาก็จะเหลือพื้นที่ให้เตรียมอาหารได้ค่ะ เหนือเคาน์เตอร์มีหน้าต่างกระจกเล็กๆ ด้านข้างก็มีหน้าต่างกระจกใหญ่เป็นกระจกบานเกล็ด ประตูที่อยู่ด้านในห้องครัวจะเป็นประตูที่เปิดไปยังส่วนหลังบ้านค่ะ ส่วนซักล้างหลังบ้านจะทำเป็นสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่เหลือเป็นสวนหลังบ้านได้ บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับครัว ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ มีหน้าต่างเล็กๆตรงชานพัก เพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ด้านซ้ายมือตรงบันไดจะเป็นห้องน้ำ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนือโถสุขภัณฑ์จะมีช่องสำหรับวางของ ตรงนี้เอาไว้วางต้นไม้เล็กๆ หรือหนังสือก็ได้ค่ะเผื่อใครชอบนั่งอ่านหนังสือในห้องน้ำ และเหนืออ่างล้างหน้าจะมีกระจกเงาให้ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้นหรือขอบปูนกั้นตรงพื้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้ง และเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งเล็กๆช่วยระบายอากาศ บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้บางช่วงค่ะ ชานพักมีทั้งแบบสี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยม ตรงบันไดจะมีหน้าต่างสูงอีกหนึ่งบานเพื่อให้มีแสงเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในตอนกลางวันก็เดินใช้งานได้สะดวก ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ห้องที่อยู่ติดกับบันไดจะเป็นห้องนอน 3 อยู่ฝั่งด้านหลังของบ้านค่ะ พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในห้องนอน 3 มีหน้าต่างกระจกให้ 2 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ถ้าเปิดหน้าต่างก็มีลมพัดเข้ามาเย็นสบายค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาล ไฟโคมซาลาเปา หน้าต่างกระจกกรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า วางเตียง 3.5 ฟุต ก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ด้านข้างอีกฝั่งที่วางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก มุมวางตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของ อาจทำโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆตรงนี้เพิ่มได้นะคะ อีกด้านของเตียงจะมีหน้าต่างกระจก ปลายเตียงทำเป็นชั้นวางของได้ ห้องที่อยู่ติดกันคือห้องนอน 2 ค่ะ พื้นเป็นลามิเนตแบบเดียวกับด้านนอก ตัวจบเป็นลามิเนต ห้องนอน 2-3 มีพื้นที่ใช้สอยเท่ากันค่ะ ภายในห้องสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์หลักๆได้ครบครัน มีหน้าต่างกระจก 2 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะจะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า วางเตียง 3.5 ฟุตก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ด้านข้างอีกฝั่งที่วางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก มุมวางตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของ และโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆตรงนี้เพิ่มได้ หรือจะทำเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ ปลายเตียงวางตู้เก็บของ หรือทำเป็นชั้นวางของแบบนี้ ข้างเตียงด้านนี้มีหน้าต่างกระจกทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ห้องที่อยู่ติดกับห้องนอน 2 คือห้องน้ำค่ะ โดยห้องนี้ทั้ง 3 ห้องจะใช้ร่วมกัน พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อย พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. ประตูมี 2 บานซึ่งจะเชื่อมจากโถงทางเดินและจากในห้อง Master Bedroom ค่ะ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ขอบปูนสำหรับวางของได้ ตรงนี้เอาไว้วางต้นไม้เล็กๆ หรืออุปกรณ์ในห้องน้ำ และเหนืออ่างล้างหน้าจะมีกระจกเงาให้ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้นแต่ตรงพื้นจะมีขอบปูนกั้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้งและเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งเล็กๆช่วยระบายอากาศ แต่เวลาอาบน้ำขอบปูนจะพอช่วยไม่ให้น้ำไหลมาส่วนแห้งได้ พื้นที่กว้างเพียงพอถ้าจะกั้นฉากกั้นอาบน้ำภายหลัง ฝักบัวและที่วางของ ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงแบบนี้ค่ะ สามารถเดินใช้งานได้สะดวก เข้ามาในห้องด้านขวามือจะเป็นตำแหน่งเตียง วางเตียงขนาด 5 ฟุต สองข้างเตียงจะสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ หัวเตียงมีหน้าต่างกระจก 2 บาน ทำให้ห้องสว่าง ด้านข้างก็จะมีหน้าต่างกระจกอีก 1 บานค่ะ ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวี หรือชั้นวางของได้ เมื่อวางไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านได้สะดวก บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ข้างเตียงมุมนี้ สามารถวางโซฟาตัวเล็กไว้นั่งเล่น หรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็มีพื้นที่เหลือให้วางได้สะดวก โดยมุมวางโซฟาจะอยู่ติดกับส่วนแต่งตัวค่ะ ส่วนนี้สามารถกั้นประตูเพื่อให้เป็นสัดส่วนได้ หรือจะทำเป็นชั้นวางของมากั้นก็จะเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานได้เช่นกัน ประตูทำเป็นประตูบานเลื่อนแบบนี้ หรือถ้ากั้นชั้นวางของแบบโปร่ง ก็จะทำให้ห้องดูไม่แคบนะคะ และภายในส่วนแต่งตัวจะมีประตูห้องน้ำ ห้องจริงที่ได้ค่ะ ภายในเป็นส่วนแต่งตัว วางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ได้ ด้านข้างสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง ติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง จะเป็นประตูที่เปิดไปยังระเบียง ห้องนี้จะมีระเบียงส่วนตัวนะคะ ขนาดพื้นที่ระเบียงกว้างพอจะวางเก้าอี้ตัวเล็กๆไว้นั่งเล่นได้ HBB 7 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. 4 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่สวนรอบบ้าน ทั้งด้านหน้าตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านและด้านข้างบ้าน ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหาร มีพื้นที่ว่างระหว่างสองส่วนนี้ทำให้สามารถวางชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานได้ พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 4-5 คนได้ และชั้นนี้จะมีห้องนอนอีก 1 ห้องสามารถทำเป็นห้อนนอนแขก, ห้องนอนผู้สูงอายุ หรือห้องทำงานก็ได้ค่ะ เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและเป็นครัวปิด มีประตูานเลื่อนปิดให้ พื้นที่ครัวขนาดพอเหมาะสำหรับบ้านที่ทำอาหารไม่หนักนัก จึงทำให้บ้านที่ไม่ทำกับข้าวหนักๆต้องต่อเติมเพิ่ม ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่เหลือให้เป็นสวนหลังบ้านด้วยค่ะ ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องนอนโดยห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ โดยชั้นนี้จะมีห้องน้ำ 1 ห้องซึ่งทั้ง 3 ห้องนอนจะใช้ร่วมกัน ห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่ากัน เพียงพอให้วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้ ตัวบ้านใช้โทนเรียบคือสีน้ำตาลและขาว ใช้สีคุมโทนให้เข้ากันกับบ้านแบบอื่นๆในโครงการ มีการตกแต่งด้วยการเล่นเส้นสายด้วยสีน้ำตาลหลายเฉด เพื่อเพิ่มสีสันและมิติให้ตัวบ้าน โครงการได้ออกแบบให้ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่หลายจุด เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดี บ้านจริงที่ได้ รั้วจะเป็นรั้วเหล็กสีดำ ประตูรั้วบ้านเป็นประตูรางเลื่อน กำแพงบ้านเป็นกำแพงทึบครึ่ง อีกครึ่งเป็นเหล็ก ถ้าอยากให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ปลูกไม้พุ่มเพิ่มตรงรั้วได้อีกค่ะ ด้านข้างกำแพงจะมีช่องสำหรับวางถังขยะ จะเห็น่าหน้าบ้านแม้จะเป็นบ้านในซอยก็จะมีฟุตบาทตลอดถนนทำให้เดินใช้งานได้สะดวกค่ะ รั้วประตูเหล็กรางเลื่อนแบบนี้ ด้านข้างมีช่องขยะ และไฟหน้าบ้านให้ พื้นที่ภายในบ้านจะกว้าง พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน ทั้งที่จอดในร่มและกลางแจ้ง ด้านข้าง จะเป็นพื้นที่สวนทำให้บ้านร่มรื่นค่ะ ด้านหน้าประตูทางเข้าบ้านจะเป็นพื้นที่สวนเช่นกันค่ะ ด้านข้างบ้านหลังนี้ จะมีพื้นที่ของห้องนอนด้านล่างค่ะ ห้องเก็บของใต้บันได ประตูจะอยู่ตรงที่จอดรถ พื้นที่จอดรถที่ติดกับประตูบ้านจะเป็นที่จอดรถในร่ม ซึ่งประตูทางเข้าจะมีหลังคาตรงนี้ด้วยทำให้เวลาฝนตกจะสะดวกในการเข้าบ้าน ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีเทาขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน พื้นภายในบ้านก็จะยกระดับจากพื้นเฉลียงอีกทีค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงหลังบ้าน แสงธรรมชาติเข้าจากประตูกระจกบานใหญ่ และด้านข้างบ้านจะมีหน้าต่างหลายจุด ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้ หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางโต๊ะกาแฟเล็กๆหรือโคมไฟ ด้านหลังโซฟาจะมีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บ้านดูสว่างและระบายอากาศได้ดี ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี เหมาะสำหรับวางตู้วางทีวี พื้นที่ด้านบน และด้านล่าง ก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ ด้านข้างมีหน้าต่างบานปิดเป็นกระจกยาวเกือบถึงเพดาน ทำให้มุมนี้สว่างขึ้นไปอีกค่ะ หันกลับไปดูหน้าบ้าน จะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา มีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดแบบนี้ได้หรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆ ด้านหน้าวางโต๊ะกาแฟ ก็ยังเดินผ่านและใช้งานได้สะดวก ถัดไปเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำและครัว ครัวเป็นครัวปิดมีพื้นที่ห้องครัวใหญ่ ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอน 4 พื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ที่สามารถวางชั้นวางของหรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็ได้ ถัดไปเป็นส่วนทางอาหาร จะมีหน้าต่างหลังบ้าน ทำให้ส่วนโต๊ะทานอาหารดูสว่าง โปร่งและระบายอากาศได้ดี จะเห็นว่าพื้นที่โต๊ะกับระยะห่างตรงผนัง สามารถเดินรอบโต๊ะ ใช้งานได้สะดวก มุมนี้สามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานได้สะดวก ด้านซ้ายของส่วนทานอาหารจะเป็นห้องนอน 4 ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ภายในห้องพื้นเป็นแกรนิตโต้แบบเดียวกับด้านนอก ห้องสว่างเพราะมีหน้าต่าง 2 จุด ภายในมีพื้นที่เพียงพอสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทั้งเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานได้ หรือจะทำห้องนี้เป็นห้องทำงานก็สะดวกค่ะ เตียงสามารถวางขนาด 3.5 ฟุตได้ พื้นที่ข้างเตียงเหลือให้เดินผ่านได้สะดวก มีที่ให้วางโต๊ะหัวเตียง วางเตียง 3.5 ฟุต ก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ด้านข้างอีกฝั่งที่วางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก มุมวางตู้เสื้อผ้าขอแนะนำว่าให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนเพราะจะทำให้ใช้งานได้สะดวกกว่า อาจทำโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆตรงนี้เพิ่มได้นะคะ ปลายเตียงวางชั้นวางของ หรือชั้นวางทีวี ก็ยังมีพื้นที่เหลือระหว่างเตียงกับชั้นให้เดินผ่านได้ง่าย อีกด้านของโต๊ะทานอาหารเป็นห้องครัวค่ะ ครัวเป็นครัวปิดมีประตูกระจกบานเลื่อนติดตั้งให้ ทำให้สะดวกเวลาทำอาหาร เพราะกลิ่นก็จะไม่ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน ประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ห้องครัวพื้นจะลดระดับจากพื้นห้องด้านนอกเล็กน้อย พื้นปูด้วยแกรนิตโต้แบบเดียวกันต่อเนื่องเข้าไปค่ะ สามารถวางเคาน์เตอร์ตัว L ได้ และมีที่วางตู้เย็น เคาน์เตอร์ครัวขนาดพอเหมาะ สามารถทำอาหารง่ายๆได้ เมื่อวางอ่างล้างจาน และเตาก็จะเหลือพื้นที่ให้เตรียมอาหารได้สะดวก เหนือเคาน์เตอร์มีหน้าต่างกระจกเล็กๆ ด้านข้างก็มีหน้าต่างกระจกใหญ่เป็นกระจกบานเกล็ด ประตูที่อยู่ด้านในห้องครัวจะเป็นประตูที่เปิดไปยังส่วนหลังบ้านค่ะ ส่วนซักล้างหลังบ้านจะทำเป็นสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่เหลือเป็นสวนหลังบ้านได้ บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับครัว ด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำ มีหน้าต่างเล็กๆตรงชานพักเพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน ประตูห้องน้ำอยู่ตรงทางก่อนขึ้นบันไดแบบนี้เลยค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนือโถสุขภัณฑ์จะมีช่องสำหรับวางของ ตรงนี้เอาไว้วางต้นไม้เล็กๆ หรือหนังสือก็ได้ค่ะ เผื่อใครชอบนั่งอ่านหนังสือในห้องน้ำ และเหนืออ่างล้างหน้าจะมีกระจกเงาให้ ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้นหรือขอบปูนกั้นตรงพื้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้ง และเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งเล็กๆช่วยระบายอากาศ บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้บางช่วงค่ะ ชานพักมีทั้งแบบสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยม ตรงบันไดจะมีหน้าต่างสูงอีกหนึ่งบานเพื่อให้มีแสงเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในตอนกลางวันก็เดินใช้งานได้สะดวก ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ห้องที่อยู่ติดกับบันไดจะเป็นห้องนอน 3 พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกัน ปูต่อเนื่องไปเลย ภายในห้องนอน 3 มีหน้าต่างกระจกให้ 2 บาน ทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ถ้าเปิดหน้าต่างก็มีลมพัดเข้ามาเย็นสบายค่ะ บ้านจริงที่ได้ผนังจะฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาล ไฟโคมซาลาเปา หน้าต่างกระจกกรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะจะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า วางเตียง 3.5 ฟุตก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ด้านข้างอีกฝั่งที่วางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก มุมวางตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของ อาจทำโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆตรงนี้เพิ่มได้นะคะ ปลายเตียงทำเป็นชั้นวางของได้ ห้องที่อยู่ติดกันคือห้องนอน 2 ค่ะ พื้นเป็นลามิเนตแบบเดียวกับด้านนอก ตัวจบเป็นลามิเนต ห้องนอน 2-3 มีพื้นที่ใช้สอยเท่ากันค่ะ ภายในห้องสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์หลักๆได้ครบครัน มีหน้าต่างกระจก 2 บานทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ จะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า วางเตียง 3.5 ฟุตก็มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะตัวเตียงได้ ด้านข้างอีกฝั่งที่วางตู้เสื้อผ้าก็เหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวก มุมวางตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของ และโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆตรงนี้เพิ่มได้หรือจะทำเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ ข้างเตียงด้านนี้มีหน้าต่างกระจกทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ปลายเตียงวางตู้เก็บของ หรือทำเป็นชั้นวางของแบบนี้ ห้องที่อยู่ติดกับห้องนอน 2 คือห้องน้ำค่ะ โดยห้องนี้ทั้ง 3 ห้องจะใช้ร่วมกัน พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อย พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. ประตูมี 2 บานซึ่งจะเชื่อมจากโถงทางเดินและจากในห้อง Master Bedroom ค่ะ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหนืออ่างล้างหน้าพอมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ขอบปูนสำหรับวางของได้ ตรงนี้เอาไว้วางต้นไม้เล็กๆ หรืออุปกรณ์ในห้องน้ำ และเหนืออ่างล้างหน้าจะมีกระจกเงาให้ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้น แต่ตรงพื้นจะมีขอบปูนกั้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้ง และเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานเล็กช่วยระบายอากาศ ฝักบัวและที่วางของ มีให้แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อชั้นวางของมาติดตั้งเพิ่มนะคะ ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ เข้ามาในห้องด้านซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งเตียง มุมนี้จะสว่างเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เกือบถึงพื้น ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือให้วางเก้าอี้ไว้นั่งเล่น หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงแบบนี้ค่ะ สามารถเดินใช้งานได้สะดวก หัวเตียงจะมีหน้าต่างกระจกให้สองฝั่งแบบนี้เลยค่ะ ด้านนึงเป็นกระจกเล็กแต่ยาว อีกด้านจะเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่กว่า ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีหรือชั้นวางของได้ เมื่อวางไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านได้สะดวก พื้นที่ข้างเตียงมุมนี้สามารถวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่น หรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็มีพื้นที่เหลือให้วางได้สะดวก ด้านข้างเตียงทำเป็นมุมวางเก้าอี้นั่งเล่น ซึ่งจะอยู่ติดกับส่วนแต่งตัวค่ะ ส่วนนี้สามารถกั้นประตูเพื่อให้เป็นสัดส่วนได้ หรือจะทำเป็นชั้นวางของมากั้นก็จะเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานได้เช่นกัน ประตูทำเป็นประตูบานเลื่อนแบบนี้ หรือถ้ากั้นชั้นวางของแบบโปร่งก็จะทำให้ห้องดูไม่แคบนะคะ และภายในส่วนแต่งตัวจะมีประตูห้องน้ำ ภายในเป็นส่วนแต่งตัว วางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ได้ ด้านข้างสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง ประตูห้องน้ำจะอยู่ติดกับส่วนแต่งตัวแบบนี้เลยค่ะ ซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน คือออกจากห้องน้ำก็เข้ามาตรงนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านเตียงนอน ติดกับโต๊ะเครื่องแป้งจะเป็นประตูที่เปิดไปยังระเบียง ห้องนี้จะมีระเบียงส่วนตัวนะคะ ขนาดพื้นที่ระเบียงกว้างพอจะวางเก้าอี้ตัวเล็กๆไว้นั่งเล่นได้ ราคา (พ.ย.59) จอง 20,000 – 30,000 บาท ,ทำสัญญา 30,000 – 100,000 บาท (แล้วแต่แบบบ้าน) ค่าส่วนกลาง : 25 บาท/ตร.วา/เดือน (เก็บล่วงหน้าถึง 31 ธ.ค. 2560) สอบถามราคาเพิ่มเติมกรุณาติดต่อสำนักงานขายเพื่อข้อมูลที่อัพเดตที่สุดค่ะ* บทสรุปโครงการ ทำเลที่ตั้งโครงการ – โครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง หรือถนน 345 เป็นถนนที่เชื่อมกับถนนหลายสาย ทั้งถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนศรีสมาน เดินทางเข้า-ออกต่างจังหวัด และตัวเมืองได้สะดวก ไม่ไกลจากสถานศึกษา ตลอดเส้นทางมีร้านค้า ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวสต์เกต, ตลาดสดค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ – ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย และยังมีสถานศึกษาอย่างโรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ทำให้สองข้างทางมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมากมาย ในปั๊มน้ำมันใกล้โครงการก็มีร้านกาแฟอย่าง Amazon และร้าน McDonalds ดังนั้นก็ถือว่ายังพอมีร้านอาหารให้ฝากท้องกันบ้างค่ะ แต่ถ้าจะไปตลาดสดก็จะต้องไปเส้นกาญจนาภิเษก ตรงนั้นจะมีตลาดสมบัติบุรี ส่วนเส้นราชพฤกษ์ก็มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และสถานศึกษาอย่างโรงเรียนนนทบุรี วิทยาลัย และ ม.ราชภัฎพระนคร แต่ความอุดมสมบูรณ์เยอะๆนั้นจะเห็นชัดว่าอยู่ตรงสามแยกบางใหญ่ เพราะจุดนั้นมีทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานที่ราชการ, ตลาดสดและโรงพยาบาล โดยห้างสรรพสินค้าใหญ่คือเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งเป็นเซ็นทรัลที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ภายในมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ร้านค้าก็มีหลายหลายแนว เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองไปเดินสยาม หรือพารากอนกันเลยนะคะ หรือถ้าจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของใช้เข้าบ้านก็มีทั้ง HomePro และ Index ส่วน BigC ใหญ่ก็มีถึง 2 แห่ง และมีตลาดสด และบางใหญ่ไนท์พลาซ่า ให้เลือกมาเดินเล่น พักผ่อนและจับจ่ายใช้สอยกันได้ และยังมีโรบินสันศรีสมาน, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เพรียวเพลส ราชพฤกษ์, The crystal ราชพฤกษ์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว – สำหรับคนขับรถ ถือว่าสะดวกเพราะหน้าโครงการเป็นถนนเส้นใหญ่ และถนน 345 เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสาย แต่ที่ตั้งโครงการอยู่ในถนนเส้นที่เป็นย่านพักอาศัยและไม่ไกลจากสถานศึกษา ดังนั้นจึงมีบางช่วงเวลาที่รถจะคึกคักเป็นพิเศษ และถนน 345 จะเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่ตรงไปยังอยุธยา, สุพรรณบุรีได้ ดังนั้นจะมีรถวิ่งกันคึกคัก ทั้งรถใหญ่ รถเล็ก เส้นนี้เดินทางออกต่างจังหวัดได้สะดวก ถ้าวิ่งเส้นราชพฤกษ์ตรงมายังถนนรัตนาธิเบศร์ ก็เป็นถนนเส้นหลักที่สามารถตรงไปยังตัวเมืองนนทบุรีได้ วิ่งข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปยังแยกแครายได้เลย เส้นนี้จะวิ่งขึ้นทางด่วนเพื่อตรงไปยังพระราม 9,สุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือจะวิ่งไปนครอินทร์ตรงไปยังพระราม 5,ตลิ่งชันก็ได้ค่ะ ส่วนตรงสามแยกบางใหญ่นั้นจะเชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษกด้วยค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ – การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ที่ตั้งโครงการเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า เพราะหน้าโครงการไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน ส่วนแท็กซี่มีเป็นระยะค่ะ แต่รถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงค่ะ โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเป็นรถไฟฟ้าช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สถานีสุดท้ายจะอยู่ที่สถานีคลองบางไผ่ ส่วนสถานีปลายทางคือสถานีเตาปูน โดยเส้นนี้ปลายทางที่สถานีเตาปูนจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเส้นที่วิ่งในตัวกรุงเทพค่ะ สำหรับสถานีที่ใกล้โครงการและสะดวกในการใช้งานคือสถานีบางรักใหญ่ และสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และตรงเส้นกาญจนาภิเษกนั้น ก็มีรถตู้ รถสองแถววิ่งผ่าน หรือไปตรงเซ็นทรัลเวสต์เกต ตรงนั้นจะมีวินรถตู้อยู่ค่ะ มีไปได้หลายเส้นทาง การออกแบบโครงการและวัสดุ – การออกแบบสำหรับภายนอกนั้นในเรื่องความสวยงามอาจขอข้ามนะคะ เพราะความชอบไม่เหมือนกัน โดยตัวบ้านใช้สีโทนเรียบคือสีน้ำตาลและขาว มีการตกแต่งด้วยการเล่นเส้นสาย ด้วยสีน้ำตาลหลายเฉด เพื่อเพิ่มสีสันให้ตัวบ้าน ชั้นบนและล่างมีหน้าต่างกระจกหลายจุดทำให้ภายในบ้านจะไม่ทึบ ด้านในมีแสงส่องเข้าไปเพียงพอ ทำให้ดูโปร่ง สบายตาและถ่ายเทอากาศได้ดีค่ะ การออกแบบฟังก์ชั่นภายในถือว่าครบครัน พอเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางประมาณ 4- 5 คน( หรือมากกว่านั้นแล้วแต่แบบบ้าน) พื้นที่นั่งเล่นกว้างเดินใช้งานได้สะดวก ด้านข้างและด้านหน้ามีที่ให้วางโต๊ะกาแฟ สามารถวางโซฟาชุดได้ ถัดไปเป็นโต๊ะทานอาหารวางโต๊ะใหญ่สำหรับ 4 ที่นั่ง พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหากและเป็นครัวปิด พื้นที่ครัวขนาดพอเหมาะสำหรับบ้านที่ทำอาหารไม่หนักนัก จึงทำให้บ้านที่ไม่ทำกับข้าวหนักๆต้องต่อเติมเพิ่ม ด้านหลังบ้านมีพื้นที่ส่วนซักล้างเป็นสัดส่วน สำหรับส่วนที่เป็นห้องนอน ฟังก์ชั่นก็สะดวกต่อการใช้งานค่ะ ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom ก็กว้าง วางเตียง 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะทำงาน ส่วนแต่งตัวก็สามารถจัดเป็นสัดส่วน สำหรับห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่ใช้สอย ก็พอเหมาะ วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆอย่างเตียงนอน, โต๊ะทำงาน, และตู้เสื้อผ้าได้ พื้นที่ใช้สอยก็เดินใช้ได้สะดวกไม่อึดอัด ในห้องมีหน้าต่างให้หลายจุด อากาศถ่ายเทได้ดี วัสดุ – วัสดุถือว่าให้มามาตรฐาน พื้นชั้นล่างเป็นแกรนิตโต้ ชั้นบนเป็นลามิเนตหนา 8 มม., พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 30×30 ซม., กระจกเขียวตัดแสง ,ไฟโคมซาลาเปา, กรอบประตูทางเข้าบ้านและหน้าต่างเป็นกรอบอลูมิเนียมสีขาว ,สุขภัณฑ์ American Standard สิ่งอำนวยความสะดวก – มีอาคาร Club House ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำแยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่ มีพื้นที่นั่งเล่นริมสระ และฟิตเนส โครงการจะมีสวนสาธารณะให้ 2 จุดค่ะ ด้านหน้าที่อยู่ติดกับ Club House จะเป็นสวนใหญ่ มีสนามเด็กเล่นและมุมออกกำลังกายให้ พร้อมมีสระน้ำและที่นั่งเล่นให้นั่งพักผ่อน ด้านในจะเป็นสวนเล็กที่มีสนามเด็กเล่นให้เช่นกัน หน้าโครงการตรงประตูทางเข้า -ออกติดตั้ง CCTV ประตูทางเข้า-ออกมีไม้กระดกกั้น มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ข้อดีของการมาเยี่ยมชมโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมขาย และมีเฟสที่มีผู้พักอาศัยอยู่เต็มแล้วทำให้เห็นบรรยากาศภายในว่าพื้นที่ในโครงการเป็นอย่างไร ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานดูแล พนักงานทำความสะอาด ซึ่งตัวโครงการ Habitia Bond ราชพฤกษ์ ถือว่าร่มรื่นและเป็นระเบียบทีเดียวค่ะ ดังนั้นถ้าใครไปชมโครงการแนะนำว่าให้เข้าไปชมรอบๆเพื่อจะได้ดูบรรยากาศต่างๆในโครงการที่กล่าวไว้ข้างต้น คะแนน สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1685 Website : *** หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
พิกัด google map: 13°57’30.6″N 100°28’49.3″E ถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง (345) ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
3 ห้อง
3,890,000 ฿
10/12/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.351 รีวิว ทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์- พระราม 3 สวัสดีค่าผู้อ่าน Homenayoo ที่น่ารัก วันนี้ทีมงานจะพาไปดูโครงการทาวน์โฮม พลีโน่ สุขสวัสดิ์-พระราม 3 กันนะคะ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้นจาก AP ค่ะ ตั้งอยู่ใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 (ซอยยอดวีรบุรุษ) ซึ่งเป็นทางลัดออกสู่ ซ.พุทธบูชา 39 ได้และเป็นทำเลเชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลากหลายอาทิเช่น ถ.พระราม 2, ถ.พระราม 3, ถ.กาญจนาพิเษก, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และวงแหวนอุตสาหกรรมค่ะ ด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Classic เรียบง่ายแต่ทันสมัย พร้อมสวนสวยงาม สระว่ายน้ำ และคลับเฮ้าส์ ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท รายละเอียดโครงการสามารถเลื่อนลงไปดูด้านล่างกันได้เลยค่ะ ที่ตั้งโครงการ ซอยสุขสวัสดิ์ 30 (ซอยยอดวีรบุรุษ) แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. แผนที่จากทางโครงการ คลิกที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ พิกัด GOOGLE MAPS : 13.656041,100.492268 คลิกที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ โครงการทาวน์โฮม Pleno สุ ขสวัสดิ์-พระราม 3 นั้นตั้งอยู่ใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ค่ะ ซึ่งซอยนี้เป็นทางลัดออกสู่ ซ.พุทธบูชา 39 ได้โดยผ่าน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 แยก 10 และอยู่ใกล้ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีค่ะ อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อถนนสายหลักนั่นก็คือ ถ.สุขสวัสดิ์ , ถ.พุทธบูชา , ถ.พระราม 2 , ถ.ประชาอุทิศ และสามารถวิ่งขึ้น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อไปยัง ถ.พระราม 3 ได้ใน 20 นาที , วิ่งออก ถ.วงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งใต้ (กม.9) เพื่อออกสู่ย่านบางนา หรือมหาชัย และอยู่ใกล้ ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม และ สะพานภูมิพล ซึ่งสามารถออกสู่ย่านพระประแดงได้ ทำเลสุขสวัสดิ์ เป็นทำเลย่านอยู่อาศัยที่เงียบสงบร่มรื่น สามารถเชื่อมต่อโซนย่านการค้าชั้นนำของกทม. ได้คือย่าน พระราม 3-สาทร ค่ะ อีกทั้งยังมีโครงการ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) โดยมีสถานีที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ 4 สถานี คือ สถานีดาวคะนอง, สถานีบางปะกอก, สถานีประชาอุทิศ และ สถานีราษฏร์บูรณะ ทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบย้อนหลัง 4 ปี ที่ผ่านมา และเนื่องจากทำเลนี้เป็นที่น่าสนใจ ปีที่ผ่านมา AP ได้เปิดตัวโครงการในย่านสุขสวัสดิ์ ถึง 3 โครงการด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ 66 , โครงการ บ้านแฝด Pleno สุขสวัสดิ์ และ โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์-พระราม 3 ที่เราจะไปชมกันค่ะ ภายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 มีโครงการ Pleno จาก AP ทั้งหมด 3 โครงการด้วยกัน โดยจะขับรถผ่านตามลำดับดังนี้ 1. โครงการ The Pleno สุขสวัสดิ์ 30 2. โครงการ บ้านแฝด Pleno สุขสวัสดิ์ 3. โครงการ ทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ – พระราม 3 โดยโครงการที่เราจะพาไปดูจะถึงลำดับสุดท้ายค่ะ จากแผนที่ด้านบน หากขับรถมาจาก ถ.สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายเข้า ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ประมาณ 1 กม. จะเจอ แยกไฟแดงใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร ให้ตรงไปค่ะ (หากเลี้ยวซ้าย จะออก ถ.ประชาอุทิศ เลี้ยวขวาจะออก ถ.พระราม 2) > ขับตรง เข้า ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ประมาณ 330 ม. จะเจอ โครงการ The Pleno สุขสวัสดิ์ 30 ด้านขวามือ > ขับตรงไป 180 ม. จะเจอ ซ.ศาลเจ้าจือกง ซึ่งเป็นซ.เข้าสู่ โครงการบ้านแฝด Pleno สุขสวัสดิ์ > ขับตรงไป 1 กม. ด้านขวามือจะเจอ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 แยก 10 ซึ่งสามารถออกสู่ ถ.พุทธบูชาได้ > ขับตรงไปอีกประมาณ 540 ม. ก็จะถึง โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ – พระราม 3 ค่ะ รวมระยะทางจาก ปากซอยสุขสวัสดิ์ 30 ถึงโครงการเท่ากับ 3.14 กม. จุดขับรถขึ้นทางด่วน จากโครงการ หากต้องการขับรถขึ้น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อไป ดินแดง – แจ้งวัฒนะ ได้ 2 ทางค่ะ ทางแรกคือ จากหน้าโครงการ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 > ขับจนถึงปากซอย เลี้ยวซ้ายออก ถ.สุขสวัสดิ์ > เจอสามแยก เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ออกสู่ ถ.พระราม 2 > ชิดซ้าย ทางขึ้นทางด่วนจะอยู่ซ้ายมือ หรือ หากไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน ช่วงเช้าหรือเย็น สามารถขับขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร โดยขับจากหน้าโครงการ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 > เจอแยกไฟแดงใต้ทางด่วน ให้เลี้ยวขวา เพื่อออก ถนนประชาอุทิศ > สามารถตรงไปขึ้นทางด่วนได้เลยค่ะ จากหน้าโครงการ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 > วิ่งออก ถนนสุขสวัสดิ์ > เลี้ยวซ้าย ออกวงแหวนอุตสาหกรรม > ขึ้น สะพานภูมิพล 1 > ออก ถ.พระราม 3 เพื่อ เข้าตัวเมืองย่านสาทร ได้ค่ะ หรือ ขึ้น สะพานภูมิพล 2 เพื่อ ออกสู่ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย หรืออีกทางถ้าต้องการวิ่งขึ้น ถนนกาญจนาภิเษก (กม.9) เพื่อไปยังโซน จ.สมุทรปรากร – เทพารักษ์ – บางนา และ มหาชัย สามารถวิ่งขึ้นวงแหวนได้โดย จากหน้าโครงการ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 > วิ่งออก ถนนสุขสวัสดิ์ > ตรงไป วิ่งขึ้น ถ.วงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งใต้ > ขึ้น ทางด่วนกาญจนาภิเษก (กม.9) ค่ะ การเดินทางโดยใช้รถยนต์ วันนี้ทีมงาน Homenayoo จะพาเดินทางไปยังโครงการโดยรถยนต์ส่วนตัวนะคะ สรุปการเดินทาง ถ.พระราม 3 > ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม > สะพานภูมิพล 1 > ถ.สุขสวัสดิ์ > ซ.สุขสวัสดิ์ 30 > ทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ – พระราม 3 ค่ะ คลิกที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ ตอนนี้เราอยู่ ถ.พระราม 3 มุ่งหน้าสู่ สะพานภูมิพล ค่ะ ให้สังเกตป้าย สะพานภูมิพล 1 และ 2 นะคะ ให้อยู่เลนกลาง อย่าขับขึ้นสะพานลอยนะ เมื่อเลยทางขึ้นสะพานลอยไปให้ชิดขวา เพื่อเตรียมเลี้ยวขวาค่ะ รอสัญญาณไฟแดง เลี้ยวขวาเพื่อออกสู่ ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม ตอนนี้เราอยู่บน ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม แล้วค่ะ ให้สังเกตป้ายที่เขียนว่า ถ.สุขสวัสดิ์ ไว้ตลอด ขับตรงไปเพื่อขึ้น สะพานภูมิพล 1 ตอนนี้เรากำลังขึ้น สะพานภูมิพล 1 ด้านหน้ากันแล้วนะคะ ให้สังเกตป้าย ถ.สุขสวัสดิ์ เตรียมชิดซ้ายค่ะ ตอนนี้เราอยู่บน สะพานภูมิพล 1 เตรียมชิดซ้ายเพื่อออก ถ. สุขสวัสดิ์ ขับตรงไปตามทางไปเรื่อยๆค่ะ ตอนนี้เราออกสู่ ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม แล้วนะคะ สังเกต ป้ายดาวคะนอง ขับขึ้นวงแหวนไปเลยค่ะ ตอนนี้เราอยู่บนวงแหวนนะคะ สังเกตขวามือจะเจอ Major Hollywood สุขสวัสดิ์ เลี้ยวออก ถ.สุขสวัสดิ์ แล้วค่ะ ตอนนี้เราอยู่บน ถ.สุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าสู่ดาวคะนอง สังเกตซ้ายมือจะมีทางขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครค่ะ ตรงไปเรื่อยๆจะเจอ แยกประชาอุทิศ ค่ะ หากเลี้ยวซ้ายจะออก ถ.ประชาอุทิศ ขับตรงไปจะเจออีกไฟแดงค่ะ ถ้าเลี้ยวขวา จะออก ถ.ราษฏร์พัฒนา (ซ.สุขสวัสดิ์ 27) ตรงไปเรื่อยๆ สังเกตปั๊ม ปตท. เตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้า ซ.สุขสวัสดิ์ 30 เลี้ยวซ้ายเข้า ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ค่ะ ซอยนี้เป็นทางลัดออกสู่ ซ.พุทธบูชา 39 ได้นะคะ นี่คือภาพแผนที่ระยะทางสู่โครงการค่ะ ตอนนี้เราอยู่หน้าปาก ซ.สุขสวัสดิ์ 30 เดินทางตามลูกศรสีเขียวค่ะ เราต้องขับรถเข้าไปอีกประมาณ 3.14 กม. จะถึงหน้าโครงการค่ะ ไปต่อกันเลย ตอนนี้เราอยู่บน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ค่ะ ให้ขับตรงไปตามลูกศรสีแดง เจอทางโค้ง ให้ขับไปตามทางเลยค่ะ ภายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ตอนต้น ถนนจะแคบ และมีทางโค้งอยู่บ้างนะคะ ข้างทางมีร้านอาหาร และร้านโชห่วยประปราย ตรงไปจนสุดทางจะเจอไฟแดง ลอดใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร ขับตรงไปตามลูกศรสีแดงนะคะ แยกนี้หากเลี้ยวซ้าย จะออก ถ.ประชาอุทิศ, เลี้ยวขวา ออกสู่ ถ.พระราม 2 ค่ะ ขับเลยแยกไฟแดงใต้ทางด่วนมาแล้วค่ะ ข้างทางฝั่งขวามือจะมี 7-11 และไก่ย่างห้าดาว ขับตรงไปตามทางเรื่อยๆ ยาวๆเลยนะคะ ภาพด้านบนจะเป็นโครงการ The Pleno สุขสวัสดิ์ 30 นะคะ ซึ่งยังไม่ใช่โครงการที่เราจะไปดูกันค่ะ ให้ขับตรงไปตามทางลูกศรสีแดง ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเจอป้าย โครงการ บ้านแฝด Pleno สุขสวัสดิ์ ค่ะ ให้ขับตรงไป ขับตรงไปตามทาง จะเจอแยกด้านขวามือ ออกสู่ ซ.สุขสวัสดิ์ 30 แยก 10 ซึ่งเป็นทางลัดออกสู่ ซ.พุทธบูชา 39 ค่ะ ถึงแล้วค่า โครงการ ทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์-พระราม 3 การเดินทางโดยรถประจำทาง เนื่องจากโครงการอยู่ภายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ลึกจาก ถ.สุขสวัสดิ์ 3.14 กิโลเมตร และสภาพแวดล้อมภายในซอยส่วนใหญ่เป็นร่องสวนและชุมชน ไม่มีร้านค้า ทำให้ไม่มีรถประจำทางผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ ตัดเรื่องการเดินทางโดยรถประจำทางได้เลย ต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้นค่ะ หรือใครมีสมาร์ทโฟน อาจใช้บริการ Application Grab Taxi, All Thai Taxi หรือ UBER ได้ค่ะ หรือหากต้องการเรียกรถสองแถว ก็จะมีวิ่งอยู่บริเวณ หน้า Big C สุขสวัสดิ์ ถึง ถ.ประชาอุทิศค่ะ รถหมด 3 ทุ่ม ดังนั้น โครงการนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก และเข้า – ออกตัวเมืองเป็นประจำ เนื่องจากเป็นทางเชื่อมต่อทางด่วนหลายสาย การเดินทางโดยรถไฟฟ้า อีกทั้งยังมีโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) ในอนาคต กำหนดการเริ่มก่อสร้าง 2560 เปิดให้บริการ 2563 โดยมีสถานีที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ 4 สถานี 1.สถานีดาวคะนอง : ระหว่าง ซ.สุขสวัสดิ์ 12 และ สุขสวัสดิ์ 14 2.สถานีบางปะกอก : ระหว่าง ซ.สุขสวัสดิ์ 23 และ สุขสวัสดิ์ 25 3.สถานีประชาอุทิศ : หน้า ซ.สุขสวัสดิ์ 44 4.สถานีราษฏร์บูรณะ : สถานีอยู่บริเวณกลางถนนสุขสวัสดิ์ คร่อมคลองแจงร้อน เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ (Park and Ride) โดยมีอาคารจอดรถ 2 แห่ง คือ อาคารที่ 1 จอดรถยนต์ได้ประมาณ 800 คัน และ อาคารที่ 2 จอดรถยนต์ได้ประมาณ 900 คัน สถานีใกล้โครงการที่สุดอยู่ที่ สถานีบางปะกอก ห่างจากโครงการ 4 กม. *ขอบคุณรูปภาพจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สถานที่สำคัญใกล้เคียง – รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สถานีบางปะกอก 4.0 กม. – วัดพุทธบูชา 4.0 กม. – รพ.ราษฏร์บูรณะ 4.6 กม. – บิ๊กซี บางปะกอก 4.8 กม. – เทสโก้ โลตัส บางปะกอก 5.4 กม. – ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 5.2 กม. – รพ.บางปะกอก 5.2 กม. – Major Hollywood 5.8 กม. – รร.รุ่งอรุณ 5.8 กม. – รพ.บางปะกอก 9 International 8.1 กม. – รร. สวนกุหลาบ ธนบุรี 8.0 กม. – สน.ราษฏร์บูรณะ 6.1 กม. – เซ็นทรัลพระราม 2 10 กม. **ระยะทางวัดจากการเดินทางจากรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** บริเวณรอบโครงการ คลิกที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ ภายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ส่วนใหญ่เป็นชุมชนและร่องสวนค่ะ จะมีร้านอาหาร ร้านขายของชำ และ 7-11 บ้างอยู่บริเวณปากซอย และบริเวณ แยกไฟแดง ใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร หากขับเข้ามาในซอยจะเงียบสงบ รายทางมีสวนและต้นมะพร้าวเหมือนอยู่ต่างจังหวัดเลยค่ะ เนื่องจากย่านนี้เป็นทำเลอยู่อาศัยที่เชื่อมต่อย่าน CBD ของกรุงเทพ ภายในซอยจึงมีหมู่บ้านและโครงการอยู่หลายที่อยู่ค่ะ เช่น โครงการทาวน์โฮม Gusto , โครงการทาวน์โฮม Golden Town โดยรอบโครงการ Pleno ทิศเหนือ ติดกับ ถ.สุขสวัสดิ์ 30 และโดยรอบที่เหลือทางทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และ ทิศใต้ จะติดกับพื้นที่ชุมชนและร่องสวนค่ะ เราจะพาไปเดินชมกันนะคะ เดินจากหน้าโครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ – พระราม 3 ไปตาม ถ.สุขสวัสดิ์ 30 หน้าโครงการฝั่งซ้าย ติดรั้วโครงการ เป็นที่ดินว่างเปล่าค่ะ หน้าโครงการฝั่งขวามือเป็นเพิงบ้านพักอาศัย หันหน้ามองเข้าไปยังป้อมยาม กลับหลังหันค่ะ จะเห็นว่าด้านข้างถนนหน้าโครงการจะเป็นร่องสวน และต้นมะพร้าว ภาพร่องสวนหน้าโครงการค่ะ ทั้งซ้าย และขวามือของ ถ.สุขสวัสดิ์ 30 จะเป็นบ้านพักอาศัย พื้นที่ว่างเปล่ามีต้นไม้ปกคลุม พื้นที่ร่องสวน และเรือนเพาะชำ มีบริษัท โรงงาน และโกดังสินค้าอยู่บ้างประปรายค่ะ ตัวโครงการ คลิกที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์-พระราม 3 มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 27-1-25 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ขาย 6,106.5 ตร.วา พื้นที่สวนสาธารณะ 309.6 ตร.วา พื้นที่ Club House และสระว่ายน้ำ 176.2 ตร.วา ตัวโครงการจะแบ่งเป็น 3 Phase ค่ะ โดย ขับรถเข้าไปจะเจอ Phase 1 (สีส้ม) > Phase 2 (สีชมพู) และ Phase 3 (สีเขียว) โดย Phase 1 ได้ขายหมดแล้ว และ Phase 2 กำลังเปิดขายค่ะ (คาดว่าจะสร้างเสร็จ เม.ย.59) ส่วน Phase 3 ยังไม่เปิดเผยข้อมูลค่ะ จำนวนบ้านทั้งหมดรวมทั้ง 3 Phase คือ 285 ยูนิต ถนนหลัก ของโครงการ กว้าง 12 เมตร ถนนภายในซอย กว้าง 9 เมตร จากปากทางเข้าโครงการจะเจอ ป้อมยาม มีเครื่องสแกนบัตร และ CCTV ค่ะ Club House , Fitness จะอยู่ด้านขวามือของป้อมยาม Sale Gallery และบ้านตัวอย่างจะอยู่ ซ.2 หลังแรกด้านซ้ายมือ (สีฟ้า จากแผนที่) ส่วน สวนหย่อม และ สนามเด็กเล่น จะอยู่ซ้ายมือจากทางเข้า Phase 2 ค่ะ หน้าโครงการ เดินเข้ามาภายในโครงการกันค่ะ มองเข้ามาจะเจอป้ายโครงการอยู่ซ้ายมือ ตรงเข้าไปจะเจอป้อมยาม ฟุตบาทหน้าโครงการ กว้างขวาง สามารถเดินเท้าได้สะดวก ฝั่งขวามือของป้อมยาม เป็น Club House ทางขับรถเข้าโครงการค่ะ ป้อมยามจะมี ทั้งหมด CCTV 4 ตัว ติดอยู่ที่ป้อมค่ะ ภาพไม้กั้นรถ ภาพเครื่องสแกนบัตร และ CCTV หน้ากล้องหันมายังหน้ารถค่ะ ภาพด้านหลังป้อมยาม หลังป้อมยาม มี CCTV ติด 2 ตัว หันหน้าเข้าสองฝั่งถนน หันหน้าออกสู่ถนนทางเข้าโครงการ ขวามือเป็นป้ายโครงการ ซ้ายมือเป็น Club House ค่ะ พื้นที่ส่วนกลาง ตอนนี้เราจะพาผู้อ่านเดินมาชม Club House ของโครงการกันนะคะ ภาพป้าย Club House Club House มีทั้งหมด 2 ชั้นค่ะ โดยชั้นล่างจะเป็นสระว่ายน้ำ พื้นที่นั่งเล่น และห้องอาบน้ำ ส่วนชั้นบนจะเป็นสำนักงานนิติบุคคล ฟิตเนส และห้องเด็ก บันไดทางเดินขึ้น Club House ค่ะ ขึ้นบันไดไปจะเจอโถงนั่งเล่นค่ะ มีม้านั่งคอนกรีต และโต๊ะหวายเทียมบริการ หันหน้าไปด้านขวามือจะเจอป้ายสำนักงานนิติบุคคล, ระเบียบการใช้สระว่ายน้ำ และทางขึ้นไปยังสำนักงานนิติบุคคล และ Fitness ค่ะ ป้ายระเบียบการใช้สระว่ายน้ำ ป้ายบอกค่า คลอรีน และค่า pH ในสระว่ายน้ำ กลับหลังหันค่ะ นี่คือภาพมุมมองยังสระว่ายน้ำ และด้านขวามือคือบันไดที่เราเพิ่งเดินขึ้นมากันสักครู่ สระว่ายน้ำจะเป็นระบบเกลือ ขนาด 9×15 ม. ลึก 1.5 ม. ส่วนสระเด็กลึก 40 ซม. พื้นขอบสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นทรายล้างทั้งหมดค่ะ ลดระดับถัดลงมาที่ม้านั่ง Day Bed หวายเทียม จะเป็นพื้นกระเบื้องลายไม้ มุมมองย้อนกลับไปยังตัวอาคารค่ะ ภาพขอบสระว่ายน้ำค่ะ เป็นระบบน้ำล้น ภาพถ่ายสวนข้างสระว่ายน้ำ เดินย้อนกลับไปที่อาคารกันนะคะ ห้องอาบน้ำแต่งตัวจะอยู่บริเวณซ้ายมือ ใต้บันไดทางขึ้น Fitness ค่ะ แยกสองฝั่ง หญิง – ชาย ไม่มี Locker นะคะ ภายในห้องน้ำหญิงค่ะ มีห้องส้วม 1 ห้อง ห้องอาบน้ำ 1 ห้อง มาดูห้องน้ำชายกันบ้างค่ะ ห้องอาบน้ำชายแบ่งเป็น ห้องส้วม 1 ห้อง , ห้องอาบน้ำ 1 ห้อง และมีโถปัสสาวะชาย 2 โถ ขึ้นบันไดมาชั้นบนกันค่ะ ไปดูห้อง Fitness กัน ป้ายหน้าห้องจะเขียนว่า สำนักงานนิติบุคคล ภายในจะมีห้องสำนักงานนิติบุคคล ในอนาคตจะแบ่งโซนเป็นห้องเด็กค่ะ และห้องฟิตเนส เปิดประตูเข้ามาห้องฟิตเนสค่ะ มีเครื่องออกกำลังกายทั้งหมด 4 ชิ้นด้วยกัน ประกอบด้วย เครื่องปั่นจักรยาน 1 เครื่อง, เครื่องเดินวงรี 1 เครื่อง ม้าราบฝึกดัมเบลล์ 1 ตัว มีเสื่อและลูกบอลสำหรับฝึกโยคะด้วยค่ะ ลู่วิ่ง 1 เครื่อง มุมมองจากห้องฟิตเนส ไปยังสระว่ายน้ำ มุมมองจากฟิตเนส ยังป้ายหน้าโครงการค่ะ มุมมองจากฟิตเนส ไปยังป้อมยามและถนนทางเข้าโครงการ ถนนหลักของโครงการกว้าง 12 เมตร คราวนี้เราจะพาเดินเข้าไปในโครงการ ดูถนนภายในโครงการ และสนามเด็กเล่น ที่อยู่ใน Phase 2 กันนะคะ ภาพนี้คือมุมมองจากป้อมยาม มองเข้าไปในโครงการ ด้านขวามือจะมีศาลพระภูมิค่ะ หันไปทางซ้ายมือ มองตรงไปจะเจอ Sale Gallery และบ้านตัวอย่าง ถนนกว้าง 9 เมตร ภาพ Sale Gallery ค่ะ กลับมาที่ถนนหลัก เดินเข้าไปข้างในโครงการกันต่อค่ะ ภาพมุมมองไปยังซอยบ้าน Phase 1 ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว ถนนกว้าง 9 เมตร ถึงทางเข้า Phase 2 กันแล้วค่ะ สังเกตจากด้านข้างจะมีรั้วประตูเหล็ก มองออกไปจะเป็นแอ่งน้ำ ทั้งสองฝั่ง ภาพมุมมองเข้าไปในโครงการ จากประตู Phase 2 ด้านขวามือจะเป็นบ้าน Type Bloom 20 ตร.ม. ด้านซ้ายเป็นสนามเด็กเล่น และสวนสวยงาม เราจะเดินชมกันตั้งแต่หน้าศาลพระภูมิกันเลยนะคะ เดินเข้ามาจะเจอศาลพระภูมิก่อนเลยค่ะ มีการยกระดับ ทำพื้นทรายล้างสวยงาม ถัดไปเป็นส่วนสนามเด็กเล่นค่ะ มีเครื่องเล่นทั้งหมด 4 ชุดด้วยกัน ชุดบาร์โหน 1 ชุด ชุด Slider และชิงช้า 1 ชุด ม้ากระดก 2 ตัว ภาพถ่ายเครื่องเล่นภายในสนามเด็กเล่นค่ะ มุมมองตรงเข้าไปในโครงการ ด้านขวามือจะเป็นถนนภายในโครงการค่ะ สังเกตว่าสวนจะมีการปลูกไม้พุ่ม และต้นไม้สูงไว้ เพื่อแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น พื้นทางเดินเป็นคอนกรีต อยู่กลางสนามหญ้า กว้าง 50 ซม. ไว้ ซึ่งทำไว้รอบสวนเลยค่ะ สามารถวิ่งจ๊อกกิ้งในสวน ระหว่างดูลูกเล่นเครื่องเล่นเด็กได้เลย ซึ่งทางเดินคอนกรีตออกแบบมาสวยงามค่ะ เส้นทางเดินบางส่วนจะยิงออกไปที่ขอบฟุตบาท เพื่อให้คนสามารถเดินเข้ามายังสวนได้ ภาพนี้คือมุมมองเข้าไปยัง Phase 2 จะเห็นว่าโครงการบางส่วนยังสร้างไม่เสร็จ ลวดลายพื้นคอนกรีต ตอนนี้เดินวนรอบสวนได้ครึ่งรอบแล้วนะคะ สนามเด็กเล่นจะอยู่ตรงไป ภายในสวนก็มีพื้นคอนกรีตเช่นกันค่ะ ในอนาคตต้นไม้ใหญ่โตขึ้นจะเป็นร่มเงา บริเวณนี้อาจเป็นที่นั่งพัก เดินครบรอบสวน กลับมายังสนามเด็กเล่นแล้วค่ะ แบบบ้าน และบ้านตัวอย่าง โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์ – พระราม 3 เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. มีทั้งหมด 2 Type คือ โดยมีแนวคิดการออกแบบคือ “Modern Classic” เรียบง่ายแต่ทันสมัย สุขุมนุ่มลึกแต่งดงามน่าค้นหาในรายละเอียด พรั่งพร้อมด้วยพื้นที่ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติและความสะดวกสบายใกล้เมือง แบบบ้าน Type Blossom แบบบ้าน Blossom : ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. ลึก 7.4 ม. (เฉพาะตัวบ้าน) เนื้อที่บ้าน : 18 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 100.2 ตร.ม. ขนาด : 3 ห้องนอน, 1 ห้องอเนกประสงค์, 2 ห้องน้ำ, 1 ที่จอดรถ ความสูงเพดาน : ชั้นล่าง 2.6 ม., ชั้นบน 2.6 ม.,ห้องนอนใหญ่ชั้นบน 2.6 ม., ห้องน้ำ 2.4 ม. ราคา : 2,660,000 บาท 1st Floor Plan : ชั้น 1 ประกอบไปด้วย โถงทางเข้า ห้องนั่งเล่น : 15 ตร.ม. ห้องครัว : 9 ตร.ม. ห้องเอนกประสงค์ : 7 ตร.ม. ห้องน้ำ : 3 ตร.ม. ระเบียงหลังบ้าน : 10 ตร.ม. สวนหน้าบ้าน : 11 ตร.ม. พื้นที่จอดรถ 1 คัน : 13.4 ตร.ม. 2nd Floor Plan : ชั้น 2 ประกอบไปด้วย โถงบันได : 2.4 ตร.ม. ห้องนอน 1 (Master Bedroom) : 15 ตร.ม. ห้องนอน 2 : 8.6 ตร.ม. ห้องนอน 3 : 8.2 ตร.ม. (จากภาพเป็นห้องออกกำลังกาย) ห้องน้ำรวม : 2.7 ตร.ม. ระเบียง : 1.3 ตร.ม. เราจะพาไปชมบ้าน Type Bloossom 18 ตร.วา บ้านตกแต่ง และบ้านมาตรฐานกันนะคะ เข้ามาชมบ้านตกแต่งกันค่ะ พื้นที่หน้าบ้านของ Type นี้ จะมีสวน และที่จอดรถ 1 คัน นี่ภาพรั้วบ้านจริงที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วค่ะ ประตูรั้วเหล็กทาสีน้ำมันสีดำ บานเฟี้ยมพับข้าง, พื้นที่จอดรถคอนกรีตปาดเรียบ ทางโครงการจะติดกันสาดผ้าใบให้ที่หน้าบ้านทุกบ้าน เหมือนบ้านกลางเมืองนะคะ เพื่อประโยชน์ของลูกค้าที่จะไม่ต้องต่อเติมกันสาดที่จอดรถ ให้เสียเงิน เสียเวลาค่ะ และเพื่อให้ Theme ของทั้งโครงการเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้น ลูกบ้านคนใดที่ต้องการต่อเติมระเบียง หรือรั้วบ้านของตัวเอง จำเป็นต้องส่งแบบให้ทางนิติบุคคลพิจารณาก่อนค่ะ ซึ่งแบบนั้นจำเป็นต้องคลุม Theme ในเรื่องของโทนสี อาจต้องเป็นสีเดียวกับผนัง คือสีน้ำตาลอมส้ม สีครีม เทา ไม่ Fix เรื่องของรูปแบบมากนัก แต่ต้องไม่ทำให้ภาพรวมของโครงการเสียไปค่ะ หากไปดูบ้านของโครงการอื่น ที่อนุญาตให้ลูกบ้านต่อเติมโรงจอดรถของตัวเองได้อิสระ จะเห็นว่าแบบและโทนสีจะมั่วซั่วมากค่ะ มองเข้ามาในโครงการไม่สวยเลย กันสาดสามารถปรับความยาวที่ยื่นออกไปได้ โดยใช้ไม้ยาวๆ หมุนสลักที่ปลายด้านขวามือค่ะ วงกบประตู เป็นบาน UPVC กระจกเขียวตัดแสง ค่ะ อุปกรณ์มือจับประตู ใช้กุญแจไขเข้าประตูค่ะ Type Bloossom : 1st Floor เข้ามาในบ้านภาพแรกที่เห็นจะเป็นห้องนั่งเล่นนะคะ สไตล์การตกแต่งภายในของบ้านตัวอย่างจะเป็น “Classic Homme” แต่บ้านเปล่ามีแนวคิดการออกแบบคือ “Modern Classic ค่ะ” ระยะจากโซฟา – ทีวี ประมาณ 2.7 ม. ค่ะ นี่คือภาพจากบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ ภาพจากบ้านมาตรฐานจะกลับซ้าย-ขวานะคะ บ้านตกแต่ง ดวงไฟจะเป็นดาวน์ไลท์ แต่ของจริงไม่มีให้ค่ะ จะเป็นโคมไฟซาลาเปา แบบในภาพแทน การตกแต่งบริเวณโซนนั่งเล่น มุมมองจากโซฟา ไปยังทีวี เห็นโถงบันไดขึ้นชั้น 2 ด้านขวามือ มุมมองจากห้องครัวย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าค่ะ มองเข้าไปกันในโซนห้องครัวกันบ้าง ผนังด้านขวามือในภาพ ที่จัดเป็นโซนนั่งเล่นอีกฝั่งหนึ่ง ในบ้านมาตรฐานจะไม่ได้กั้นให้นะคะ นี่คือภาพมาตรฐานมุมมองเดียวกันกับภาพด้านบนค่ะ จะเห็นว่าไม่ได้กั้นผนังให้ มีแอร์ไดกิ้น รุ่น Inverter ให้ 1 ตัว พื้นที่ครัวมีเจาะช่องเดินท่อ และปลั๊กไฟให้ค่ะ สามารถดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวเองได้บริเวณนี้ ตัวอย่างการจัดพื้นที่ครัว และพื้นที่ทานอาหาร ด้านซ้ายเป็นประตูที่ออกไประเบียงนะคะ มุมมองจากประตูระเบียงย้อนกลับไปที่ทางเข้าค่ะ พื้นที่เคาน์เตอร์ครัว หากตกแต่งตามภาพนี้จะมีความกว้าง 1.4 เมตรนะคะ สามารถยืนทำครัวได้ 2 คน กลับหลังหันค่ะ เจอประตูห้องอเนกประสงค์ ผนังในภาพนี้บ้านจริงจะไม่ได้กั้นให้นะคะ บ้านมาตรฐานตามภาพเลยค่ะ จะไม่มีผนังกั้นโซนห้องอเนกประสงค์ให้ เข้าไปดูในโซนนั่งเล่น อเนกประสงค์กันเลยค่ะ แต่เราก็เข้าไปชมกันหน่อยค่ะ ว่าพื้นที่นี้สามารถจัดเป็นอะไรได้บ้าง บ้านตกแต่งทางโครงการจัดเป็นโซนนั่งเล่นค่ะ แต่เอาจริงแล้วใครที่อยากได้ครัว และพื้นที่ทานอาหารกว้างกว่าด้านบน ก็สามารถจัดขยายครัวเพิ่มได้ หรือทำเป็นห้องเก็บของก็ได้ค่ะ เฉพาะโซนอเนกประสงค์จะกว้าง 2.5 x 3 เมตร หากทำเป็นพื้นที่ดูทีวีจะมีระยะ สายตาประมาณ 2.5 เมตรค่ะ มุมมองจากโซฟา ไปยังทีวี ด้านนอกจะเป็นห้องครัว เราจะพาออกไปที่ระเบียงกันนะคะ ประตูระเบียงที่เห็นว่าวัสดุเป็นไม้ แต่จริงๆแล้วเขาเอาไม้แผ่นมาตกแต่งโดยปิดผิวประตูจริงไว้ค่ะ เป็นไม้ทั้งแผ่น ประตูจริงเป็นบาน WPVC (Wood-Plastic Composite) เปิดประตูออกไปค่ะ ด้านนอกพื้นระเบียงตกแต่งเป็นพื้นไม้เทียม แต่บ้านมาตรฐาน จะเป็นพื้นคอนกรีตปาดเรียบค่ะ ภาพมุมมองระเบียงไปด้านขวามือ บ้านจะยกสูง 17.5 ซม. นะคะ มุมมองพื้นระเบียงจากบ้านมาตรฐาน ภาพมุมมองระเบียงไปด้านซ้ายมือค่ะ ฝั่งนี้จะเป็นที่วางแทงค์น้ำ และปั๊มน้ำ แทงค์น้ำที่โครงการให้ ขนาด 1,000 ลิตร ถังไฟเบอร์ ปั๊มน้ำ Hitashi 250 w. มีการติดตั้งปลั๊กไฟ ฝาครอบกันน้ำที่ระเบียงให้ด้วยค่ะ กลับมาที่ภายในกันนะคะ เราจะพาไปดูห้องน้ำ ชั้น 1 กัน จากภาพเป็นโถงบันได มีห้องน้ำ ซ้ายมือเป็นภาพบ้านตกแต่ง ขวามือเป็นภาพบ้านมาตรฐานค่ะ จุดเด่นของห้องน้ำโครงการนี้คือพื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากระดับพื้นห้องนั่งเล่นค่ะ โดยลดระดับลง 2 ขั้นบันได ขั้นล่างสูง 13 ซม. ขั้นบนสูง 17 ซม. ภาพภายในห้องน้ำ พื้นที่ 3 ตร.ม. เนื่องจากห้องน้ำห้องนี้ สร้างอยู่ใต้บันได ทำให้ความสูงของฝ้าจะอยู่ที่ 2.4 เมตร แต่ความสูงของฝ้าบริเวณโถสุขภัณฑ์จะลดต่ำลงมาอยู่ที่ 2.0 เมตรค่ะ พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิค 30 x 30 ซม. ผนังห้องน้ำก็เป็นกระเบื้องเซรามิค ปูจรดเพดานค่ะ อ่างล้างหน้า มีกระจกติดให้ อ่างล้างหน้า และก๊อกน้ำ ยี่ห้อ American Standard ภาพก๊อกน้ำที่โครงการให้ค่ะ มุมมองจากโถสุขภัณฑ์ ไปยังพื้นที่อาบน้ำ และอ่างล้างหน้า ชุดฝักบัวยี่ห้อ Bathero ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ภาพฝักบัวยี่ห้อ Bathero ค่ะ มาดูโซนโถสุขภัณฑ์กันบ้าง ชุดโถสุขภัณฑ์ทั้งหมด รวมที่แขวนผ้าเช็ดตัว และที่วางกระดาษทิชชู่ ยี่ห้อ American Standard ผนังด้านหลังโถสุขภัณฑ์ ก่อคอนกรีตสำหรับวางของ สูง 80 ซม. มีการเจาะหน้าต่างเป็นช่องแสงเพื่อระบายอากาศ และให้ห้องน้ำได้แสงธรรมชาติค่ะ ติดมุ้งลวดกันแมลงให้ด้วย โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard ที่ใส่กระดาษทิชชู่ยี่ห้อ American Standard สายชำระพลาสติกสีขาว ที่แขวนผ้าเช็ดตัว American Standard ขนาด 60 ซม. แสตนเลสชุบโครเมียม ภาพพื้นห้องน้ำค่ะ พื้นกระเบื้องเซรามิกสีน้ำตาล ขนาด 30 x 30 ซม. ผนังห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิก สีขาว ขนาด 30 x 30 ซม. ปูจรดเพดาน ตะแกรงดักกลิ่น Prema เราจะพาขึ้นไปชมแบบบ้าน Type Blossom 18 ตร.วา ที่ชั้น 2 กันนะคะ ภาพหน้าโถงบันได ซ้ายมือสุดเป็นอเนกประสงค์ ขึ้นบันไดกันเลยค่ะ ขั้นบันไดและชานพักบันได เป็นไม้สำเร็จรูป บัวเชิงผนัง ไม้สังเคราะห์ มีการเจาะช่องแสงด้านข้างบันไดด้วยค่ะ แต่มันติดปากโถงไปสักหน่อย จึงช่วยเรื่องความสว่างของโถงบันไดบ้าง แต่ไม่มากค่ะ ต้องติดไฟที่โถงบันไดเพิ่ม ภาพมองขึ้นไปยังเพดานโถงบันไดค่ะ ภาพจากชานพักบันได มองไปยังห้องนั่งเล่น ภาพชานพักบันได บันไดกว้าง 90 ซม. เล่นระดับลงเหมือนบันไดเวียน Type Bloossom : 2nd Floor ขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วค่ะ มองตรงไปจะเจอห้องน้ำ ซ้ายมือเป็นห้องนอน 2 ห้อง ขวามือจะเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ เราจะพาผู้อ่านไปชมที่ห้อง Master Bedroom กันก่อนนะคะ นี่คือภาพด้านขวามือจากโถงบันได เปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน เข้าไปดูห้อง Master Bedroom กันเลยค่ะ ห้องนอน Master Bedroom มีขนาด 15 ตร.ม. ซ้ายมือตกแต่งเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพมุมมองของบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพบ้านตกแต่งด้านบนค่ะ ห้อง Master Bedroom จะมีระเบียงส่วนตัว แอร์ไดกิ้น รุ่น Inverter มองไปด้านขวามือ เป็นเตียงนอนค่ะ ห้องกว้าง 2.5 ม. วางเตียงนอนขนาด King Size เกือบชิดผนังฝั่งซ้าย มีพื้นที่ข้างเตียงฝั่งขวามือประมาณ 50 ซม. ภาพมุมมองบ้านมาตรฐาน เปรียบเทียบจากภาพด้านบนค่ะ ภาพมุมมองไปยังเตียง จากตู้เสื้อผ้า พื้นที่ข้างเตียงประมาณ 50 ซม. ค่ะ ฝั่งซ้ายมือของเตียง มีหน้าต่างบานเลื่อน UPVC นี่คือลักษณะหน้าต่างข้างเตียงค่ะ ประกอบไปด้วยหน้าต่างบานกระทุ้ง และหน้าต่างบานเลื่อน วัสดุ UPVC ภาพหน้าต่างบานเลื่อนข้างเตียง ภาพหน้าต่างบานกระทุ้งข้างเตียง มือจับหน้าต่างบานกระทุ้ง วัสดุ UPVC มุมมองจากเตียงไปยังตู้เสื้อผ้าค่ะ ความกว้างของผนังตู้เสื้อผ้า 2.4 ม. ออกไปที่ระเบียงกันบ้างค่ะ ประตูระเบียงวัสดุ UPVC ความสูงธรณีประตู 14 ซม. มือจับประตูระเบียง พื้นที่ระเบียงทั้งหมด กว้าง 60 ซม. ยาว 1.85 ม. นะคะ ภาพมุมมองระเบียงไปด้านซ้ายมือ ภาพจากระเบียง มองไปยังด้านบนค่ะ หลังคาคลุมระเบียงจะเป็นหลังคาของบ้านเลยค่ะ ค่อนข้างสูง ไม่มีไฟระเบียงติดให้ ระเบียงนี้ไม่มีท่อระบายน้ำนะคะ พื้นจะเป็นคอนกรีต ปูกระเบื้อง ทำระดับให้น้ำไหลลงสู่กันสาดด้านล่าง Detail ระเบียงเหล็กค่ะ ติดตั้งลอย ยึดติดกับผนังทั้งสองฝั่งเลย ไม่มีเสายึดที่พื้นระเบียง หากมีน้ำขังที่ระเบียงสามารถระบายออกไปได้เลย และจะไม่เป็นคราบติดอยู่กับเสาระเบียงด้วยค่ะเนื่องจากติดตั้งลอยไว้แล้ว เพื่อที่เสาระเบียงจะไม่เป็นสนิมด้วย ภาพโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ ซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้าห้องนอนหลัก ภาพมุมมองจากประตูห้องนอน Master Bedroom ไปยังฝั่งตรงข้ามนะคะ จะเป็นห้องนอน 2 ห้องค่ะ ห้องนอนฝั่งขวามือทางโครงการตกแต่งเป็นห้องออกกำลังกาย ห้องของชั้นนี้ จะเป็นห้องน้ำรวม ใช้ด้วยกันทั้ง 3 ห้องนอนเลยค่ะ อยู่ทางด้านขวามือ นี่ค่ะ จากประตูห้องนอน หันไปด้านขวามือจะเจอห้องน้ำ ห้องน้ำนี้มีขนาด 2.7 ตร.ม. ค่ะ วัสดุอุปกรณ์ห้องน้ำจะเหมือนกันทุกห้อง ทุก Type เลยค่ะ ห้องนี้มีเจาะหน้าต่างระบายอากาศ ติดมุ้งลวดด้วยเช่นกัน บริเวณที่อาบน้ำ ข้อเสียของห้องอาบน้ำที่นี่คือไม่มีการแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งค่ะ แต่สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองได้ พื้นห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิก ลดระดับจากพื้นโถงซึ่งเป็นไม้ลามิเนต 1 นิ้วค่ะ ให้ระวังเรื่องความชื้นด้วยนะคะ ควรมีผ้าเช็ดเท้าวางที่พื้นกระเบื้อง เพื่อลดความชื้นสัมผัสที่ไม้ลามิเนต ยืดอายุการใช้งานค่ะ โถสุขภัณฑ์ ยี่ห้อ American Standard ระยะห่างระว่างโถสุขภัณฑ์ กับพื่นที่ฝักบัวอาบน้ำ ประมาณ 1 เมตร หน้าต่างระบายอากาศบานเกล็ด วงกบ PVC ติดมุ้งลวดกันแมลง ตะแกรงดักกลิ่น ยี่ห้อ Prema ภาพอ่างล้างหน้าค่ะ ด้านหลังอ่างก่อปูนสำหรับวางสบู่ สูง 80 ซม. กว้าง 70 ซม. ลึก 7 ซม. ปูกระเบื้องเซรามิก อ่างล้างหน้า ยี่ห้อ American Standard ก๊อกน้ำ ยี่ห้อ American Standard ชุดฝักบัว ยี่ห้อ Bathero ออกมาจากห้องน้ำแล้วค่ะ นี่คือภาพมุมมองเปรียบเทียบบ้านตกแต่ง กับบ้านมาตรฐาน เราจะพาไปชมห้องนอนแรกกันนะคะ ห้องนี้ถูกจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ค่ะ เป็นห้องออกกำลังกาย ภาพมุมมองห้องออกกำลังกาย ติดกระจกสูงถึงเพดานค่ะ ฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. ภาพห้องออกกำลังกาย จากบ้านมาตรฐานค่ะ มีหน้าต่าง UPVC และแอร์ไดกิ้น Inverter ห้องนี้ค่อนข้างสว่างทีเดียวค่ะ พื้นห้อง วัสดุไม้ลามิเนต เพดานห้อง จากภาพเป็นไฟ Down Light แต่บ้านมาตรฐานจะได้เป็นโคมซาลาเปานะคะ สวิตช์ไฟยี่ห้อ Siemens ภาพมุมมองจากห้องออกกำลังกาย ไปยังประตูฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้อง Master Bedroom เราไปดูห้องติดกันกับห้องออกกำลังกายกันบ้างค่ะ นั่นก็คือ ห้องนอนเดี่ยวนั่นเอง ห้องนอนเดี่ยว จะอยู่ข้างกับห้องออกกำลังกายเลยค่ะ ห้องนอนนี้ขนาด 8.6 ตร.ม. ภาพห้องนอนเดี่ยว จากบ้านมาตรฐาน สามารถวางเตียง 3.5 x 6 ฟุตได้ค่ะ ซ้ายมือจะเป็นตู้เสื้อผ้า พื้นที่ปลายเตียง 40 ซม. ค่ะ มีพื้นที่ข้างเตียงฝั่งซ้ายมือ 1 เมตร พื้นที่ข้างเตียงฝั่งขวามือ 60 ซม. ภาพมองไปยังหัวเตียง ภาพมุมมองไปยังปลายเตียง ภาพจากมุมห้อง มองไปยังประตูทางเข้า ถัดมาเป็นตู้เสื้อผ้า ประตูกว้าง 90 ซม. นะคะ ส่วนตู้เสื้อผ้ากว้าง 1.5 ซม. ห้องนี้จะเป็นหน้าต่างบานเลื่อน วัสดุ UPVC ค่ะ แบบบ้าน Type Bloom แบบบ้าน Bloom : ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ลึก 9.8 เมตร (เฉพาะตัวบ้าน) เนื้อที่บ้าน : 20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 130.45 ตร.ม. ขนาด : 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ ความสูงเพดาน : ชั้นล่าง 2.6 ม., ชั้นบน 2.7 ม., ห้องน้ำ 2.4 ม. 1st Floor Plan : ชั้น 1 ประกอบด้วย พื้นที่จอดรถ 2 คัน : 28.3 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น : 7.3 ตร.ม. ห้องโถง : 9.1 ตร.ม. ห้องทานอาหาร : 11.3 ตร.ม. ห้องครัว : 7.1 ตร.ม. ห้องน้ำ : 2.7 ตร.ม. พื้นที่สวนหลังบ้าน : 9.6 ตร.ม. 2nd Floor Plan : ชั้น 2 ประกอบด้วย โถงบันได : 5.9 ตร.ม. ห้องนอน 1 (Master Bedroom) : 13.6 ตร.ม. ห้องน้ำ Master Bedroom : 4.6 ตร.ม. ระเบียง Master Bedroom : 2.2 ตร.ม. ห้องน้ำรวม : 2.6 ตร.ม. ห้องนอน 2 : 10.7 ตร.ม. ห้องนอน 3 (จากภาพเป็นห้องเด็ก) : 7.7 ตร.ม. เราจะพาไปชมบ้าน Type Bloom 20.62 ตร.วา บ้านตกแต่ง และบ้านมาตรฐานกันนะคะ นี่คือหน้าบ้าน Type Bloom ซึ่งเป็นบ้านตกแต่งค่ะ สังเกตว่าจะไม่มีพื้นที่สวนหน้าบ้าน เหมือน Type Blossom พื้นที่บริเวณประตูหน้าบ้านตกแต่งค่ะ ยกพื้นธรณีประตูสูง 10 ซม. โป๊ะไฟเพดานระเบียงหน้าบ้าน เป็นไฟซาลาเปาค่ะ วงกบประตู เป็นบาน UPVC กระจกเขียวตัดแสง อุปกรณ์มือจับประตู ใช้กุญแจไขเข้าประตูค่ะ Type Bloom : 1st Floor เข้ามาในบ้านภาพแรกที่เห็นจะเป็นห้องโถงค่ะ ห้องนั่งเล่นจะอยู่ขวามือ สังเกตที่มีทีวีติดอยู่ ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ โคมไฟเพดานจะเป็น โคมซาลาเปา ไม่ใช่ Down Light เหมือนบ้านตกแต่ง ภาพโคมซาลาเปาค่ะ สวิตช์ไฟ และปลั๊กไฟทั้งหมด ยี่ห้อ Siemens ภาพมุมมองจากประตูทางเข้าค่ะ ขวามือจะเป็นห้องนั่งเล่น ถัดไปเป็นโถงบันได, ห้องน้ำ, ห้องทานอาหาร, และห้องครัวค่ะ ภาพมุมมอง ห้องโถงอเนกประสงค์ ไปยังประตูทางเข้า พื้นที่ด้านหน้าทางเข้า ในบ้านตกแต่งจัดเป็นโถงอเนกประสงค์ค่ะ จัดเป็นห้องทำงาน ภาพห้องนั่งเล่น ขนาด 7.3 ตร.ม. ซ้ายมือเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ภาพบ้านมาตรฐาน มุมมองห้องนั่งเล่นค่ะ มาดูห้องนั่งเล่นกันเลย ระยะจากโซฟา ถึงทีวี ของห้องนี้จะอยู่ที่ 2.4 เมตรนะคะ กลับมายืนที่ประตูทางเข้านะคะ มองไปยังพื้นที่รับประทานอาหารค่ะ ห้องครัวจะอยู่ขวามือ ถัดจากพื้นที่รับประทานอาหาร ห้องทานอาหาร มีพื้นที่ 11.3 ตร.ม. ฉากกระจกด้านขวามือ ในบ้านจริงจะไม่มีกั้นให้นะคะ ต้องกั้นเองค่ะ ภาพมุมมองห้องทานอาหาร ถัดไปซ้ายมือเป็นห้องน้ำลดระดับจากพื้นบ้าน และบันไดขึ้นชั้น 2 ภาพบ้านมาตรฐาน มุมมองเปรียบเทียบกับภาพด้านบนค่ะ จะเห็นว่าไม่ได้กั้นผนังให้ มีแอร์ไดกิ้น รุ่น Inverter ให้ 1 ตัว พื้นที่ครัวมีเจาะช่องเดินท่อ และปลั๊กไฟให้ ภาพพื้นที่รับประทานอาหาร ความกว้างผนัง 3 เมตร ไม่รวมห้องครัว ซ้ายมือเป็นประตูระเบียงค่ะ มุมมองจากหน้าประตูห้องครัว ไปยังประตูระเบียงค่ะ วัสดุ UPVC ภาพมุมมองพื้นระเบียงจากห้องทานอาหารค่ะ ภาพมุมมองพื้นระเบียงโซนห้องทานอาหาร จากด้านนอกประตูระเบียง ภาพมองเข้าไปยังห้องครัว ด้านซ้ายมือของห้องครัวก็มีประตูออกนอกระเบียงเช่นกันค่ะ ภาพบ้านมาตรฐาน มุมมองเปรียบเทียบกับภาพห้องครัวด้านบน ภาพห้องครัวค่ะ ภาพระเบียงจากบ้านตกแต่ง ภาพระเบียงจากบ้านจริงค่ะ พื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ บานประตู UPVC สีขาว ผนังห้องครัวมีการเดินท่อ และปลั๊กไฟให้เสร็จ พื้นระเบียงบ้านตกแต่งเขาใช้ไม้เทียมมาวางปิดบนพื้นระเบียงคอนกรีตค่ะ สามารถนำไปใช้เป็นไอเดียตกแต่งได้ หากใครต้องการปูกระเบื้องก็ทำได้ค่ะ ภาพระเบียงจากบ้านจริง พื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ ธรณีประตู ยกระดับ 17.5 ซม. ภาพระเบียง และสวน จากบ้านตกแต่ง มองไปด้านซ้ายมือ ภาพระเบียง และสวน จากบ้านตกแต่ง มองไปด้านขวามือ มุมมองเดียวกันจากภาพด้านบน จะเป็นจุดวาง แทงค์น้ำ ขนาด 1,000 ลิตร ถังไฟเบอร์ และ ปั๊มน้ำ Hitashi 250 w. เราไปชมห้องน้ำกันบ้างค่ะ ห้องน้ำ วัสดุอุปกรณ์จะเหมือนกันทุก Type นะคะ ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากระดับพื้นห้องนั่งเล่น ลดระดับลง 2 ขั้นบันได ขั้นล่างสูง 13 ซม. ขั้นบนสูง 17 ซม. เข้ามาดูภายในห้องน้ำกันค่ะ จุดเด่นของห้องน้ำโครงการนี้คือพื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากระดับพื้นห้องนั่งเล่นค่ะ โดยลดระดับลง 2 ขั้นบันได ขั้นล่างสูง 13 ซม. ขั้นบนสูง 17 ซม. ภาพภายในห้องน้ำ พื้นที่ 2.7 ตร.ม. ห้องน้ำจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ Type Blossom ค่ะ คืออยู่ใต้บันได ความสูงของฝ้าจะอยู่ที่ 2.4 เมตร ความสูงของฝ้าบริเวณโถสุขภัณฑ์จะอยู่ที่ 2.0 เมตรค่ะ พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิค 30 x 30 ซม. ผนังห้องน้ำก็เป็นกระเบื้องเซรามิค ปูจรดเพดาน มาดูโซนโถสุขภัณฑ์กันบ้างค่ะ ความกว้างของโซนนี้คือ 90 ซม. นะคะ ถึงแม้เพดานจะเตี้ย แต่สามารถนั่งได้สบายอยู่ค่ะ ชุดโถสุขภัณฑ์ทั้งหมด รวมที่แขวนผ้าเช็ดตัว และที่วางกระดาษทิชชู่ ยี่ห้อ American Standard ผนังด้านหลังโถสุขภัณฑ์ ก่อคอนกรีตสำหรับวางของ สูง 80 ซม. ที่ใส่กระดาษทิชชู่ยี่ห้อ American Standard สายชำระพลาสติกสีขาว มุมมองจากโถสุขภัณฑ์ค่ะ อ่างล้างหน้า มีกระจกติดให้ อ่างล้างหน้า ยี่ห้อ American Standard ก๊อกน้ำ ยี่ห้อ American Standard ชุดฝักบัวยี่ห้อ Bathero ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ที่วางสบู่ ยี่ห้อ Bathero ยึดติดผนัง ฝักบัว ยี่ห้อ Bathero ตะแกรงดักกลิ่น ยี่ห้อ Prema เราจะพาขึ้นไปชมแบบบ้าน Type Blossom 20.62 ตร.วา ที่ชั้น 2 กันนะคะ Type Bloom : 2nd Floor ขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วค่ะ มองตรงไปจะเจอผนังห้อง Master Bedroom ซึ่งของจริงจะปิดทึบตามเส้นสีเขียวนะคะ ประตูด้านขวามือ จะเป็นห้องนอน 2 ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ ไฟเพดานเป็นโคมซาลาเปา มีตู้คุมไฟ Siemens อยู่ที่โถงบันได ตู้คุมไฟ ยี่ห้อ Siemens ราวจับบันไดคอนกรีตก่อทึบ ปิดผิวด้วยไม้สำเร็จรูป ภาพชานพักบันได บันไดกว้าง 90 ซม. ไม้สำเร็จรูป เล่นระดับลงเหมือนบันไดเวียน กลับมาที่บ้านตกแต่งค่ะ เราจะพาไปดูที่บ้านตกแต่ง ห้องนอน 2 กัน ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ จะเห็นว่าผนังห้อง Master Bedroom จะปิดทึบ ภาพจะกลับด้านกันนะคะ เข้ามาในห้องนอน2 กันค่ะ ห้องนอนนี้บ้านตกแต่งจะวางเตียง 3.5 x 6 ฟุต สองเตียงชิดผนัง ภาพขวามือคือบ้านจริงค่ะ ผนังด้านข้างเตียงมีหน้าต่างบานเลื่อน วัสดุ UPVC ให้สองบาน ประตูวงกบ WPVC บานสำเร็จรูป HDF มี Door Stopper ติดให้ด้วยค่ะ ลูกบิดกุญแจไข ภาพห้องนอน 2 บ้านตกแต่งค่ะ ห้องนอนนี้มีขนาด 10.7 ตร.ม. เตียง 3.5 x 6 ฟุต สองเตียงวางชิดผนัง พื้นที่ว่างตรงกลาง 60 ซม. ภาพมุมมองจากหัวเตียง ไปยังสุดกำแพงห้อง ภาพมุมมองไปยังหน้าต่างของนอนค่ะ หน้าต่างบานเลื่อน วัสดุ UPVC มือจับหน้าต่างค่ะ มีกลอนล็อค ขอบหน้าต่างบานเลื่อน ห้องนอน 2 ออกมาจากห้องนอน 2 กันแล้วนะคะ นี่คือภาพมุมมองจากประตู ด้านซ้ายมือจะเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูกัน ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบน ประตูด้านขวามือ คือประตูห้องน้ำรวม ประตูกลาง คือห้องนอน 3 (บ้านตกแต่งจัดเป็นห้องเด็ก) ประตูซ้ายมือ คือ ประตูห้อง Master Bedroom ไปดูห้อง Master Bedroom กันค่ะ ห้อง Master Bedroom จะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ ซ้ายมือจะเป็นห้องนอน มีระเบียงส่วนตัว ส่วนขวามือจะเป็น Walk-in Closet เดินไปจนสุดจะเป็นห้องน้ำในตัว เข้ามาก็จะเจอหน้าต่าง กับโซฟาก่อนเลย มองไปด้านขวามือ จะเป็นห้องนอนค่ะ มีเตียง King Size วางอยู่ ภาพเปรียบเทียบห้องนอน Master Bedroom กับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ เรามาดูส่วนของห้องนอนกัน มุมมองจากปลายเตียง พื้นที่ข้างเตียง ฝั่งติดประตูระเบียง 60 ซม. มุมมองจากหน้าต่างระเบียง พื้นที่ปลายเตียง 70 ซม. มุมมองจากปลายเตียงไปยังห้องน้ำ มุมมองจากหัวเตียงค่ะ ระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.7 เมตร ออกไปที่ระเบียงกันบ้างค่ะ ห้อง Master Bedroom จะมีระเบียงส่วนตัว ประตูระเบียงวัสดุ UPVC ธรณีประตูสูง 7 cm ระเบียง กว้าง 60 ซม. ยาว 3 ม. นะคะ พื้นระเบียงใช้กระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. มุมมองจากประตูระเบียงฝั่งขวามือ ระเบียงนี้ ไม่มีไฟระเบียงติดให้นะคะ บัวด้านบนประตูระเบียงเซาะร่องหยดน้ำ เพื่อกันน้ำซึมเข้าประตูค่ะ ระเบียงนี้ไม่มีท่อระบายน้ำนะคะ สังเกตราวเหล็กที่ระเบียงบ้าน Type Bloom จะต่างกับ Blossom ที่ระเบียงนี้ จะมีเสายึดอยู่ที่พื้นขอบระเบียงค่ะ เพราะระเบียงนี้จะกว้างกว่า Type Blossom ถึง 1 เมตรด้วยกัน จึงจำเป็นต้องมีเสาที่พื้นเพื่อรับน้ำหนัก เพราะฉะนั้นการระบายน้ำของระเบียงนี้ ที่ไม่มีท่อระบายน้ำ ในอนาคตอาจเป็นคราบอยู่ที่เสาระเบียงนะคะ มุมมองจากระเบียง ไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม เดินไปดู Walk-in Closet กันค่ะ ภาพเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐาน มุมเดียวกับภาพด้านบนค่ะ ในโซนนี้ทางโครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่สามารถวางตู้เสื้อผ้า ขนาดลึก 60 ซม. ได้ค่ะ จะมีพื้นที่ทางเดินเหลือ 1 เมตร พอดีกับประตูห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้าขนาดแนะนำคือยาว 2 เมตรค่ะ 3 เมตรก็วางได้แต่ทางเข้าห้องจะแคบลง ตอนนี้เราอยู่ตรงกลาง ในส่วนของ Walk-in Closet กันแล้วนะคะ ผนังฝั่งขวามือในบ้านจริงจะปิดทึบค่ะ เข้ามาดูในห้องน้ำ Master Bedroom กัน ห้องน้ำนี้มีขนาด 4.6 ตร.ม. ค่ะ วัสดุอุปกรณ์ห้องน้ำจะเหมือนกันทุกห้อง ทุก Type บริเวณที่อาบน้ำของห้องนี้ไม่มีการแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้ง สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองได้ แต่จะกว้างกว่า Type Blossom ค่ะ คือสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำ ถัดจากผนังได้ 1 เมตร โดยจะมีพื้นที่ข้างโถสุขภัณฑ์ เหลือ 1 ฟุต ให้นั่งสบายๆ พื้นห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. ลดระดับจากพื้นโถงซึ่งเป็นไม้ลามิเนต 1 นิ้ว ภาพอ่างล้างหน้าค่ะ ด้านหลังอ่างก่อปูนสำหรับวางสบู่ สูง 80 ซม. กว้าง 90 ซม. ลึก 7 ซม. ปูกระเบื้องเซรามิก อ่างล้างหน้า ยี่ห้อ American Standard ที่วางกระดาษทิชชู่ เซรามิก ยี่ห้อ American Standard โถสุขภัณฑ์ ยี่ห้อ American Standard ชุดฝักบัว ยี่ห้อ Bathero ที่แขวนผ้าเช็ดตัว ยี่ห้อ American Standard หน้าต่างระบายอากาศบานเกล็ด วงกบ PVC ติดมุ้งลวดกันแมลง ภาพมุมมองจากโซนอาบน้ำ ไปยังประตูห้องน้ำ ออกมาจากห้อง Master Bedroom แล้วค่า นี่คือมุมมองจากห้อง Master Bedroom ไปยังโถงบันไดนะคะ ไปดูห้องนอน 3 กันๆๆ ห้องนอน 3 บ้านตกแต่งจะเป็นห้องเด็กนะคะ พื้นที่ 7.7 ตร.ม. ตกแต่งสีสันสดใส น่ารักด้วยสีเหลืองมัสตาร์ด แต่เท่ด้วยผนังลาย Stripe สีขาวดำ สามารถนำไปใช้เป็นไอเดียตกแต่งห้องตัวเองได้นะคะ ภาพมุมมองจากหน้าต่างห้องไปยังประตูห้อง หน้าต่างห้องเด็กจะเป็นบานเลื่อน และ บานกระทุ้งค่ะ วัสดุ UPVC ออกจากห้องนอน 3 กันค่า ไปดูห้องน้ำรวม ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน 3 กันค่ะ หากออกจากประตูไป ประตูห้องน้ำรวมจะอยู่ด้านขวามือเลยค่ะ ดูห้องน้ำรวมกัน วัสดุอุปกรณ์ก็จะเหมือนกันทุกห้อง เช่นเดิมค่ะ ห้องน้ำห้องนี้จะขนาดพอๆ กับด้านล่างค่ะ คือ 2.6 ตร.ม. ไม่มีการแยกโซนเปียก – แห้งให้ค่ะ ต้องซื้อฉากกั้นอาบน้ำมาติดตั้งเอง พื้นห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. พื้นห้องน้ำ กระเบื้องเซรามิก ลดระดับจากพื้นโถงบันได วัสดุลามิเนต 1 นิ้ว โคมไฟซาลาเปาค่ะ โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำข้างโถสุขภัณฑ์ด้านขวา 80 ซม. ชุดฝักบัว ยี่ห้อ Bathero ตะแกรงดักกลิ่น ยี่ห้อ Prema โถสุขภัณฑ์ ยี่ห้อ American Standard อ่างล้างหน้า American Standard ด้านหลังอ่างก่อปูนสำหรับวางสบู่ สูง 80 ซม. กว้าง 90 ซม. ลึก 7 ซม. ปูกระเบื้องเซรามิก ราวแขวนผ้าเช็ดตัวแสตนเลส ชุบโครเมียม ยี่ห้อ American Standard ขนาด 60 ซม. สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (29 กย. 58) โครงสร้าง เสาเข็ม : คอนกรีตอัดแรง ขนาด I26 โครงสร้าง : ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนัก พื้น : คสล. ผนัง : คสล. แต่งผิวเรียบ ทาสี ผนังใต้หลังคาระหว่างห้อง : คสล. หลังคา : โครงหลังคาสำเร็จรูป มุงกระเบื้องลอนคู่ ตกแต่งผิวพื้น พื้นชั้นล่าง : กระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พื้นชั้น 2 : ไม้ลามิเนต สำเร็จรูป พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. พื้นที่จอดรถ และ ลานซักล้าง : คสล.ปาดเรียบ ตกแต่งผนัง ภายนอกและภายใน : แต่งผิวเรียบทาสี Acrylic ของ TOA หรือเทียบเท่า ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิค ปูจรดฝ้าเพดาน บัวเชิงผนังชั้น 1 : ไม้สังเคราะห์ บัวเชิงผนังชั้น 2 : MDF ฝ้าเพดาน ฝ้าชายคา : ด้านหน้า และหลังบ้าน ใช้ฝ้าสมาร์ทบอร์ดแผ่นเรียบทาสี ฝ้าเพดานภายใน : ยิปซั่มบอร์ดโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ฉาบเรียบทาสี ฝ้าเพดานห้องน้ำ : ยิปซั่มบอร์ด (กันชื้น) โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ฉาบเรียบทาสี ฝ้าที่จอดรถ : คอนกรีตฉาบเรียบทาสี ประตู-หน้าต่าง ระเบียง : อลูมิเนียม สีขาว กระจกเขียวตัดแสง วงกบ ประตูภายในทั่วไป : วงกบ WPVC – บานสำเร็จรูป HDF วงกบ ประตูทางเข้า : อลูมิเนียม สีขาว กระจกเขียวตัดแสง วงกบ ประตูห้องน้ำ : วงกบ PVC บานสำเร็จรูป PVC มีเกล็ด วงกบ ประตูหลังบ้าน : วงกบ UPVC บานสำร็จรูป UPVC วงกบ ประตูห้องเก็บของ : วงกบ WPVC บานไม้อัดยางทาสี อุปกรณ์ประตูไม้ : ผิวแสตนเลส สุขภัณฑ์ สุขภัณฑ์ : American Standard ฝักบัว : Bathero ที่แขวนผ้าเช็ดตัว : American Standard ขนาด 60 ซม. แสตนเลสชุบโครเมียม ที่วางกระดาษทิชชู่ : American Standard เซรามิก สายชำระ : พลาสติกสีขาว ตะแกรงดักกลิ่น : Prema งานสุขาภิบาล ถังบำบัดน้ำเสีย : ขนาด 1,600 ลิตร ถังดักไขมัน : ขนาด 40 ลิตร มิเตอร์น้ำ : ขนาด3/4″ ท่อประปา : PVC แทงค์น้ำ : ขนาด 1,000 ลิตร ถังไฟเบอร์ ปั๊มน้ำ : Hitashi 250 w. ไฟฟ้า มิเตอร์ : 15/45 Amps. สวิทช์ – ปลั๊กไฟ : Siemens สายไฟฟ้า : ร้อยท่อ PVC ที่ผนังเหนือฝ้า โคมไฟทั่วไป : โคมซาลาเปา 14″ และ 10″ ราคา (มีนาคม 2559) TYPE BLOSSOM ขนาดที่ดิน 18.00 ตร.วา ราคา 2,690,000 บาท TYPE BLOOM ขนาดทีดิน 22.60 ตร.วา ราคา 3,060,000 บาท เงินจอง 10,000 บาท เงินทำสัญญา 20,000 บาท สรุป ♦ ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์-พระราม 3 ตั้งอยู่ใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 (ซอยยอดวีรบุรุษ) แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. ซึ่ง ซ.สุขสวัสดิ์ 30 เป็นทางลัดออกสู่ ซ.พุทธบูชา 39 ได้ และสามารถเชื่อมต่อถนนสายหลักนั่นก็คือ ถ.สุขสวัสดิ์, ถ.พุทธบูชา, ถ.พระราม 2, ถ.ประชาอุทิศ, สามารถวิ่งขึ้น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ถ.วงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งใต้ (กม.9), ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม และ สะพานภูมิพล เดินทางเข้า หรืออกตัวเมืองได้ภายในเวลาอันสั้น อีกทั้งย่านนี้เป็นทำเลอยู่อาศัยที่เชื่อมต่อย่าน CBD ที่หนาแน่นของกรุงเทพ นั่นก็คือ ย่านพระราม 3 – สาทร แต่โครงการจะอยู่ลึกจากย่านสาธารณูปโภคค่ะ ระยะทางจากถ.สุขสวัสดิ์ ปากซอยสุขสวัสดิ์ 30 ถึงโครงการเท่ากับ 3.14 กม. สภาพแวดล้อมภายในซอยส่วนใหญ่เป็นร่องสวนและชุมชน ในซอยจะเงียบสงบ รายทางมีสวนและต้นมะพร้าวเหมือนอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีร้านค้า ต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น โครงการนี้จึงเหมาะสำหรับครอบครัว 2-5 คน และ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เข้า – ออกตัวเมืองเป็นประจำ เนื่องจากเป็นทางเชื่อมต่อทางด่วนหลายสาย และโครงการยังอยู่ในโซนที่มี รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) ในอนาคต (กำหนดการปี 2563) ถึง 4 สถานี ค่ะ ราคาที่ดินในย่านนี้จึงปรับตัวสูงขึ้นในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา ♦ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สำหรับคนขับรถ การเดินทางจะใช้ ถนนสุขสวัสดิ์ และ ถนนพุทธบูชา เป็นหลักค่ะ เนื่องจากที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่ใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ซึ่งเป็นซอยทางลัดออกสู่ ถ.พุทธบูชา 39 ได้ และจากโครงการสามารถวิ่งขึ้นทางทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อไปยัง ถ.พระราม 3 ได้ใน 20 นาที, ถ.วงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งใต้ (กม.9) เพื่อออกสู่สมุทรปราการ หรือมหาชัย, และวิ่งออก ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม และ สะพานภูมิพล ซึ่งสามารถออกสู่ย่านพระประแดงได้ค่ะ ♦ การเดินทางโดยรถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ภายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 30 ลึกจาก ถ.สุขสวัสดิ์ 3.14 กิโลเมตร และสภาพแวดล้อมภายในซอยส่วนใหญ่เป็นร่องสวนและชุมชน ไม่มีร้านค้า ทำให้ไม่มีรถประจำทางผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ ต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น หรือใครมีสมาร์ทโฟน อาจใช้บริการ Application Grab Taxi, All Thai Taxi หรือ UBER ได้ หากต้องการเรียกรถสองแถว มีวิ่งอยู่บริเวณ บริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ หน้า Big C สุขสวัสดิ์ ถึง ถ.ประชาอุทิศค่ะ รถหมด 3 ทุ่ม ♦ การออกแบบโครงการและที่ดิน โครงการทาวน์โฮม Pleno สุขสวัสดิ์-พระราม 3 มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 27-1-25 ไร่ ตัวโครงการจะแบ่งเป็น 3 Phase การก่อสร้าง โดย ขับรถเข้าไปจะเจอ Phase 1 > Phase 2 และ Phase 3 ตามลำดับ จำนวนบ้านทั้งหมดรวมทั้ง 3 Phase คือ 285 ยูนิต การจัดวางผัง ทางทิศเหนือจะเป็นทางเข้าโครงการค่ะ ฟุตบาทค่อนข้างกว้าง สามารถเดินเท้าเข้า-ออกโครงการได้ ถนนหลักของโครงการกว้าง 12 เมตร ถนนในซอย กว้าง 9 เมตร โดยเข้ามาหน้าโครงการจะเจอ Club House ด้านขวามือหน้าป้อมยาม พื้นที่ Club House และสระว่ายน้ำทั้งหมด 176.2 ตร.วา สวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นจะอยู่ทางเข้า Phase 2 ค่ะ การออกแบบ Landscape ที่นี่มีการเล่นเส้นสายของพื้นคอนกรีต ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวได้สวยงามเลยค่ะ โดยยังคงฟังก์ชั่นการใช้งานของพื้นคอนกรีตไว้ สามารถเดินได้สะดวก พื้นที่สวนสาธารณะ และพื้นที่สีเขียวทั้งหมด 309.6 ตร.วา แบบบ้านเป็นทาวน์โฮม หน้ากว้าง 5.5 เมตร มีทั้งหมด 2 Type ค่ะ คือ แบบบ้าน Blossom 18 ตร.วา และแบบบ้าน Bloom 20.62 ตร.วา 3 ห้องนอน, 1 ห้องอเนกประสงค์, 2-3 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 1-2 คัน ♦ วัสดุ วัสดุที่โครงการให้เป็นวัสดุมาตรฐาน ทั้งหมดค่ะ อุปกรณ์ประตูภายในบ้าน ใช้ วงกบ WPVC – บานสำเร็จรูป HDF ส่วนประตู-หน้าต่างภายนอกบ้านรวมทั้งประตูระเบียงทั้งหมด ใช้เป็นวัสดุ UPVC สีขาว วัสดุพื้นชั้นล่างเป็นกระเบื้องแกรนิตโต 60 x 60 ซม., พื้นชั้นบนใช้เป็นไม้ลามิเนต, พื้นห้องน้ำและระเบียงทั้งหมด ใช้กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30 x 30 ซม. หลังคาเป็นแบบ Lean-to มุงกระเบื้องลอนคู่ ผนังจะได้ฉาบเรียบทาสีทั้งหลัง บันไดบ้านเป็นไม้สำเร็จรูป สุขภัณฑ์ใช้ยี่ห้อ American Standard ทั้งหมด ห้องน้ำไม่แยกส่วนเปียก-แห้ง ไฟที่ได้เป็นโคมซาลาเปา มีติดกันสาดผ้าใบที่โรงจอดรถให้ค่ะ ♦ สิ่งอำนวยความสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่ Club House ทั้งหมด 2 ชั้นที่ดีไซน์สวยงาม ชั้นล่างเป็น พื้นที่นั่งเล่น , สระว่ายน้ำ : ระบบเกลือ ขนาด 9 x 15 ม. ลึก 1.5 ม. สระเด็กลึก 40 ซม และ ห้องอาบน้ำแยกชาย-หญิง ซึ่งสระว่ายน้ำมีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สามารถว่ายออกกำลังกายได้ ชั้นบนเป็นสำนักงานนิติบุคคล, ฟิตเนส มีเครื่องเล่นทั้งหมด 4 ชิ้น ซึ่งค่อนข้างน้อยและแคบ เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ส่วนห้องเด็ก จะอยู่บริเวณสำนักงานนิติบุคคล หน้าฟิตเนส ทางโครงการยังไม่ได้ซื้อของเล่นและอุปกรณ์มาค่ะ จึงไม่สามารถ Comment ได้ว่าเป็นอย่างไร พื้นที่สีเขียวในโครงการทั้งหมด 309.6 ตร.วา รวมสนามเด็กเล่น ซึ่งสนามเด็กเล่น มองว่ามีเครื่องเล่นเพียงพอ และรอบๆมีการปลูกต้นไม้ เพื่อให้ร่มเงา ระบบรักษาความปลอดภัย มี รปภ. 24 ชม. (สแกนรอบโครงการทุก 1 ชม.) การ เข้า-ออกโครงการ ใช้ระบบคีย์การ์ด บริเวณป้อมยาม และมี CCTV ที่ป้อมยามหน้าโครงการ 4 จุด คะแนน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TEL : 1623 สำนักงานขาย : 02-408-4255 WEBSITE : *** หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิว
ซอยสุขสวัสดิ์ 30 (ซอยยอดวีรบุรุษ) แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม.
3 ห้อง
2,690,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.620 รีวิว ทาวน์โฮม บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวน Bann Pruksa 84 Phetkasem 63-Wongwaen สวัสดีค่ะ ผู้อ่าน Homenayoo ที่รักทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการทาวน์โฮม และบ้านแฝดย่านเพชรเกษม กับโครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63-วงแหวนฯ จาก พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นโครงการที่มีบ้าน 2 แบบให้เลือกนั่นก็คือทาวน์โฮม 2 ชั้น และบ้านแฝด 2 ชั้นที่มีพื้นที่ครัวกว้าง พร้อมกับมีพื้นที่สวนหน้าบ้านให้ สามารถมีสวนเล็กๆทำให้บ้านดูร่มรื่น โครงการตั้งอยู่บนกาญจนาภิเษก3 เป็นถนนเชื่อมต่อกับซอยเพชรเกษม63 ปากซอยคือถนนเพชรเกษม ไม่ไกลจากถนนบรมราชชนนี และถนนพระราม 2 โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดมากมาย ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ และสถานศึกษา วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจสถานที่ วิเคราะห์ทำเล และดูบ้านตัวอย่างกันค่ะ ว่าโครงการนี้เป็นอย่างไร : ) ที่ตั้งโครงการ พิกัด google map: 13°45’35.0″N 100°17’29.4″E ซอยไร่ขิง 42 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210 โครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ ตั้งอยู่ในซอยวัดม่วง หรือเพชรเกษม 63 เป็นซอยที่เชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษม โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้า, ตลาดสด, สถานศึกษา และโรงพยาบาล เดินทางได้หลานเส้นทาง ไปยังถนนเพชรเกษม, ถนนเอกชัย และถนนพระราม 2 ได้ไม่ยาก ไม่ไกลจาก BTS สายสีน้ำเงิน และวงแหวนรอบนอกกาญจนา ที่ตั้งโครงการจะตั้งอยู่บนซอยกาญจนาภิเษก 3 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมต่อกับเพชรเกษม 63 อีกทีค่ะ โดยตรงเพชรเกษม 63 สามารถทะลุไปยังเพชรเกษม 69 ได้ เส้นนั้นจะเป็นเส้นที่ตรงไปเชื่อมกับถนนเอกชัยได้ ในซอยเป็นย่านพักอาศัย มีหมู่บ้าน และบ้านเดี่ยวมากมาย และอยู่ไม่ไกลจากวัดม่วงตรงคลองภาษีเจริญ ทำให้ละแวกนั้นมีร้านค้าเล็กๆ ร้านโชห่วย ร้านอาหารตามสั่งมากมาย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตั ว ถือว่าสะดวกถนนหน้าโครงการเป็นถนนในซอยแต่เป็นถนนกว้าง รถยนต์สามารถสัญจรได้สะดวก ถนนหน้าโครงการเชื่อมตรงไปยังถนนเพชรเกษมได้ หรือถ้าจะไปยังถนนเอกชัย ก็วิ่งไปยังเพชรเกษม 69 จะสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องลัดเลาะมากมาย และถนนจะกว้างกว่า จากแผนที่จะเห็นว่าที่ตั้งโครงการมีเส้นทางลัดเลาะมากมาย เชื่อมต่อและทะลุไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทางค่ะ ถนนเพชรเกษมนั้น เป็นถนนหลักเส้นยาวที่เป็นเส้นที่ขนานกับถนนบรมราชชนนี เส้นนี้ตรงไปยังนครปฐมได้ และตรงเข้าเมืองไปยังถนนตากสิน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะไปพระราม 2 ตรงไปยังสาทรได้ และถ้าวิ่งขึ้นทางเหนือก็ยังเป็นเส้นที่สามารถตรงไปยังนนทบุรี เพราะถนนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ทำให้วิ่งออกไปต่างจังหวัดได้ไม่ยากค่ะ จากนนทบุรี ตรงไปอีกก็ไปปทุมธานี, อยุธยาได้ ส่วนเส้นที่วิ่งขนานเพชรเกษมคือถนนบรมราชชนนีนั้น ถ้าจะเข้าเมืองกรุงเทพไปทางปิ่นเกล้าก็วิ่งตามเส้นบรมราชชนนีได้เลย หรือจะวิ่งขึ้นคู่ขนานลอยฟ้าก็จะลงตรงใกล้สะพานปิ่นเกล้า เรียกได้ว่าเลี่ยงรถติดตามแยกต่างๆได้ถือว่าสะดวกเลยค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ซึ่งที่ตั้งโครงการนั้นอยู่ในซอย การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่สะดวกมากนัก แต่ไม่ไกลกันนั้นตรงวัดม่วงจะมีท่าเรือของคลองภาษีเจริญ ซึ่งเป็นเรือที่ตรงไปยัง BTS สถานีบางหว้าได้เลยค่ะ ถือว่าสะดวกมาก สำหรับรถโดยสารประจำทางสามารถมาขึ้นได้ตรงเส้นเพชรเกษม เส้นนั้นจะมีรถโดยสารหลายสายวิ่งผ่าน สะดวกทั้งขาเข้าและออกโดยตรงปากซอยเพชรเกษม 63 จะมีป้ายรถโดยสารอยู่พอดีค่ะ และมีสะพานลอยเพื่อข้ามไปอีกฝั่งได้สะดวกด้วย โดยรถโดยสารประจำทางที่ผ่านจะมี 7, 80, 80ก, 84, 84ก, 91, 91ก, 123ร, 157ร, 163ร, 165, 183, 547, 547ร สำหรับรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดตอนนี้คือ BTS สถานีบางหว้าที่อยู่ตรงเส้นเพชรเกษม ถือว่าไม่ไกลจากโครงการมากนักทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางเข้าเมืองได้ ส่วนในอนาคตนั้นจะมีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่คือสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายโดยสถานีปลายทางจะอยู่ตรงพุทธมณฑลสาย 2 (สถานีหลักสอง)และโครงการในอนาคตก็จะมีต่อขยายมาจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 ค่ะ(จากแผนที่ข้างบนคือสถานีที่อยู่ในกรอบสีแดง) ทางด่วน เส้นที่เชื่อมต่อกับทางด่วนคือวงแหวนรอบนอกกาญจนา เป็นเส้นที่วิ่งรอบนอกกรุงเทพ เชื่อมต่อกับทางด่วนหลายสาย จุดขึ้นลงวงแหวนจะอยู่ตรงเส้นเพชรเกษมตัดกับกาญจนา ห่างจากโครงการประมาณ 7.2 กม.ค่ะ ความอุดมสมบูร ณ์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย พื้นที่ใกล้เคียงบางส่วนยังเป็นที่ดินเปล่า แต่ก็มีบ้านพักอาศัย หมู่บ้านต่างๆ และไม่ไกลจากคลองภาษีเจริญ ทำให้ถนนหน้าโครงการมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรค่ะ มีทั้งร้านค้าห้องแถว ร้านอาหาร, ร้านอาหารรถเข็น,ร้านโชห่วย โดยไม่ไกลกันนั้นตรงเส้นเพชรเกษม 69 ก็จะมีตลาดสด, ตลาดนัด อีกทั้งยังมีสถานศึกษา และโรงพยาบาลหลายแห่ง สำหรับความอุดมสมบูรณ์หลักๆนั้นจะเห็นชัดว่าส่วนใหญ่อยู่บนถนนเพชรเกษม จะมีตลาดสดและห้างร้านมากมายค่ะ มีสถานศึกษา, โรงพยาบาล, คอมมูนิตี้มอลเช่น Victoria Garden, และห้างใหญ่อย่าง BigC, The Mall บางแค, Season บางแค ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้เลยค่ะ วันหยุดหรือช่วงเย็นก็มาเดินเล่น จับจ่ายและทานอาหารได้ หรือถ้าตลาดสดใหญ่ๆก็จะมีตลาดสดบางแค โดยเส้นนี้จะมีโรงพยาบาลและสถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยสยามด้วย แยกและถนนสำคัญใกล้เคียง การเดินทาง เรามีภาพการเดินทางโดยรถมาให้ชมกัน เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทางจาก จากถนนเพชรเกษม → เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 63 → เลี้ยวตรงเข้าซอยกาญจนาภิเษก 3 → ผ่านวัดม่วง → ตรงเข้าไปประมาณ 700 ม. ก็จะเจอพื้นที่โครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ แล้วค่ะ วิ่งจากถนนเพชรเกษม จะเห็นด้านบนคือเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่จะต่อมาจากสถานีบางหว้า ตรงมาเรื่อยๆผ่านโลตัสบางแคทางขวามือค่ะ ตรงมาอีกก็จะเป็น The Mall บางแค จะเห็นเลยว่าแถบนี้หาห้างสรรพสินค้าไว้มาจับจ่ายใช้สอยได้ไม่ยาก ตรงมาเรื่อยๆ ด้านบนตรงนี้จะเห็นว่าสิ้นสุดส่วนต่อขยายส่วนแรกแล้ว ในอนาคตก็จะมีต่อขยายเพิ่มไปจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งในอนาคตสถานีนี้จะเป็นสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 63 ในซอยเป็นถนนสองเลน สองข้างทางมีต้นไม้ร่มรื่น มีร้านค้า ร้านอาหาร คลินิกต่างๆพอสมควร ตรงมากลางๆซอยก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหารและตึกแถวอยู่ค่ะ ตรงนี้จะเริ่มใกล้กับวัดม่วง และคลองภาษีเจริญแล้ว จะเห็นว่าร้านค้าและห้องแถวจะมีเยอะขึ้น วัดม่วงที่อยู่ติดคลองภาษีเจริญค่ะ ตรงนี้จะมีท่าเรือที่สามารถนั่งไปยัง BTS บางหว้าได้เลย และจากจุดนี้จะมีเส้นที่เชื่อมไปยังซอยเพชรเกษม 69 ซึ่งเป็นทางลัดเลาะไปยังถนนเอกชัย, ถนนพระราม 2 ได้ ตรงมาเรื่อยๆผ่านโรงเรียนปัญญาวรคุณทางขวามือ แล้วค่อยขึ้นสะพานข้ามคลองไปอีกค่ะ เมื่อข้ามสะพานมาจะเจอกับหมู่บ้าน บ้านพักอาศัย ตรงด้านหน้าหมู่บ้านทางขวามือจะมีอาคารพานิชย์ซึ่งตอนนี้มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้ามาเปิดค่ะ ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมืออยู่ติดกับถนนเลย โดยจะเจอกับโครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63-วงแหวนฯ ถัดไปถึงจะเป็นทางเข้าของโครงการบ้านพฤกษา 84/2 เพชรเกษม 63-วงแหวนฯ บริเวณโดยรอบโครงการ โครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ ตั้งอยู่บนซอยกาญจนาภิเษก 3 โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีบ้านเดี่ยว หมู่บ้านที่เป็นทาวน์โฮม ที่ดินเปล่มากมาย และอยู่ไม่ไกลจากคลองภาษีเจริญ กับวัดม่วง ทำให้สองข้างทางยังพอมีร้านค้า ร้านอาหารตลอดเส้นทาง ซึ่งหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลด้านหน้าจะเป็นอาคารพานิชย์ ทำให้มีร้านอาหาร ร้านค้า สะดวกต่อการจับจ่ายใช้สอยค่ะ หน้าโครงการเป็นซอยกาญจนาภิเษก 3 ตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น ขวามือตรงไปจะเป็นเพชรเกษม 63 ซึ่งเชื่อมกับเพชรเกษม และเพชรเกษม 69 เส้นนี้ตรงไปยังวัดม่วง สามารถขึ้นท่าเรือที่คลองภาษีเจริญไปยัง BTS บางหว้าได้ ด้านซ้ายจะเห็นว่ามีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ ทำให้สะดวกเวลาออกไปตรงปากซอยมากค่ะ อาจขอเบอร์ไว้เผื่อให้เข้าไปรับในโครงการได้ มาถ่ายตรงหน้าโครงการให้เห็นนะคะว่า โครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ จะมีโครงการเพื่อนบ้านนั่นคือ บ้านพฤกษา 84/2 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ นั่นเองค่ะ ทางเข้าจะอยู่ติดกันถนน ซึ่งถนนหน้าโครงการไม่พลุกพล่านมากนัก เดินทางได้สะดวก สถานที่สำคัญ บริเวณโครงการ ประตูทางเข้า-ออก โครงการบ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ ใช้โทนสีเทา-ขาว เป็นการออกแบบให้เข้ากับป้ายโครงการและคุมสีโทนให้เข้าตัวบ้านในโครงการ ตรงทางเข้า-ออก แบ่งกันชัดเจนโดยมีป้อม รปภ.กั้นตรงกลาง ด้านข้างเป็นไม้พุ่มทำให้หน้าโครงการดูร่มรื่น ทางเข้า-ออกกั้นด้วยไม้กระดก เป็นระบบ Auto access มีCCTV ประตูเป็น Double Gate คือมีไม้กระดกกั้นและมีประตูเหล็กรางเลื่อนอีกชั้น ด้านข้างนั้นที่เห็นเป็นทางเดินคือจะเป็นทางเดินสำหรับคนเดินเท้า ตรงกลางเป็นป้อม รปภ. จุดนี้จะมี รปภ.อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เข้ามาด้านในจะเป็นถนนหลักของโครงการ ถนนด้านหน้านี้จะกว้าง 16 ม. ด้านข้างมีต้นไม้ให้ความร่มรื่น ด้านหน้าจะเป็นที่จอดรถของโครงการ ที่จะมีการบริการรับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายค่ะ อาคารด้านหน้าโครงการจะเป็นสำนักงานขายและบ้านตัวอย่าง โดยตรงนี้จะมีทั้งบ้านตัวอย่างของบ้านแฝดและแบบทาวน์โฮม ตรงเข้ามาด้านใน ถนนหลักยังคงมีต้นไม้ตลอดแนว ทำให้โครงการดูร่มรื่น ถนนในซอยจะกว้าง 9 ม. ด้านในพื้นที่ว่างจุดแรกจะเป็นตำแหน่งของเสาไฟฟ้าแรงสูง ตรงเข้ามาพื้นที่ด้านในจะเป็นพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลาง ในสวนมีทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่ม และมีทางเดินรอบสวนให้สามารถมาเดินเล่นได้ค่ะ แบบบ้าน บ้านในโครงการ 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ มี 2 แบบค่ะ คือ บ้านตัวอย่าง Viola-B บ้านแฝด เป็นบ้านแฝด 2 ชั้นของโครงการ ฟังก์ชั่นมีเพียงตรงห้องครัวที่อยู่ติดกับอีกหลัง ทำให้เป็นบ้านแฝดที่แทบจะเหมือนบ้านเดี่ยวเลยค่ะ ตัวบ้านมีพื้นที่จอดรถ 2 คัน มีประตูจากพื้นที่จอดรถ สามารถเปิดเข้าไปในตัวบ้านได้เลย ประตูทางเข้าบ้าน ด้านหน้าจะเป็นที่ดินไว้ให้ทำสวนได้ค่ะ ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหาร มีพื้นที่ว่างระหว่างสองส่วนนี้ทำให้สามารถวางชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานได้ ถัดไปนั้นติดกับโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ไว้สามารถทำเป็น Pantry ได้ จะอยู่หน้าห้องน้ำพอดี ถัดจากส่วนนี้ก็จะเป็นครัว มีพื้นที่กว้าง ทำเป็นครัวปิดได้ ขนาดครัวใหญ่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องต่อเติมเพิ่ม หรือถ้าใครอยากต่อเติมครัวไทยหลังบ้าน ก็ทำพื้นที่ส่วนนี้กั้นเป็นห้องทำงานได้ค่ะ พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 3-4 คนได้ เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องและ 1 ห้องน้ำ โดยห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ โดยชั้นนี้จะมีห้องน้ำ 1 ห้องซึ่งทั้ง 3 ห้องนอนจะใช้ร่วมกัน ห้องนอน 2-3 ขนาดพื้นที่เพียงพอให้วางเฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานได้ บ้านแฝดของโครงการ จะออกแบบให้ส่วนที่อยู่ติดกันเป็นส่วนที่เป็นห้องครัว โดยห้องส่วนอื่นที่เหลือจะไม่มีพื้นที่ติดกันอย่างห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น ทำให้เสียงรบกวนจะไม่มีมารบกวน อย่างตอนนอนก็จะไม่ได้ยินเสียงทีวีจากอีกหลัง ดังนั้นเป็นบ้านแฝดที่จะให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ รั้วบ้านเป็นรั้วเหล็กสีดำ แบบบานพับ ผนังกั้นระหว่างหลังจะเป็นกำแพงสีขาว ด้านหน้าตรงรั้งจะมีช่องถังขยะและไฟหน้าบ้าน ตัวบ้านมีการคุมโทนโดยใช้สีเทา น้ำตาลและขาว มีการตกแต่งลวดลายตรงระแนงสีน้ำตาลให้มีลักษณะเหมือนกิ่งก้านต้นไม้ ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าไปข้างใน ทำให้บ้านดูไม่ทึบ มีความโปร่งและถ่ายเทอากาศได้ดี พื้นที่ด้านหน้าตรงที่จอดรถจะเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ พื้นที่จอดรถจะมี 2 จุดคือในร่มและกลางแจ้ง ถ้าบ้านไหนมีพื้นที่ดินเยอะ ก็จะทำให้จอดรถได้มากขึ้นค่ะ ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลเข้มขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน พื้นภายในบ้านก็จะยกระดับจากพื้นเฉลียงอีกทีค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ดินส่วนประตูทางเข้าบ้าน จะเป็นดินเปล่าแบบนี้สามารถทำสวนได้ จะทำให้บ้านดูร่มรื่น ได้และความสดชื่นเข้าไปในตัวบ้านด้วยค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงหลังบ้านเลย แสงธรรมชาติเข้าจากประตูกระจกบานใหญ่ และด้านข้างบ้านจะมีหน้าต่างหลายจุด บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสี ไฟโคมซาลาเปา ประตูหน้าต่างกรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างสามารถวางโต๊ะกาแฟเล็กๆหรือโคมไฟได้ ด้านหลังโซฟาจะมีหน้าต่างสองบานเล็กๆตรงนี้ ทำให้บ้านดูสว่างขึ้น บ้านจริงที่ได้ค่ะ ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี จะทำเป็นชั้นวางทีวีเพื่อวางทีวีตัวใหญ่ได้เพราะระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาสามารถวางขนาดใหญ่ได้ พื้นที่ด้านบนก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ บ้านจริงที่ได้ค่ะ หันกลับไปดูหน้าบ้านจะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาว่ามีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดแบบนี้ได้หรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆก็ทำได้ค่ะ ด้านหน้ามีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะกาแฟ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ประตูกระจกเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีขาว ถัดไปนั้นเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำและครัว ประตูที่เห็นคือประตูทางไปหลังบ้านค่ะ พื้นที่ส่วนด้านหลังจะกว้าง มีพื้นที่ห้องครัวใหญ่ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ว่างประมาณนี้ค่ะ สามารถวางชั้นวางของหรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็ได้ มุมนี้จะมีหน้าต่าง 2 จุดคือด้านข้างและตรงส่วนหลังบ้าน ทำให้ส่วนโต๊ะทานอาหาร ซึ่งด้านข้างโต๊ะสามารถเป็นประตูเปิดไปได้ ถ้าบ้านไหนทำพื้นที่ด้านข้างเป็นสวน ตัวหน้าต่างทั้งสองจุดทำให้มุมนี้ดูสว่าง โปร่งและระบายอากาศได้ดี จะเห็นว่าพื้นที่โต๊ะกับระยะห่างตรงผนัง สามารถเดินรอบโต๊ะ ใช้งานได้สะดวก มุมนี้สามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ หรือถ้านำโต๊ะไปชิดผนังด้านหนึ่ง ก็จะวางโต๊ะยาวกว่านี้ได้ เผื่อบ้านหลังไหนอยากได้โต๊ะใหญ่เผื่อมีแขก ก็วางโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่งได้ไม่ยาก ถัดจากโต๊ะทำงานจะเป็นประตูเปิดไปยังส่วนหลังบ้าน เป็นประตูสีขาว มือจับเป็นลูกบิด เปิดออกไปจะเป็นพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน อีกฝั่งของบ้านห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูหลังบ้าน โดยสามารถกั้นประตูจากตรงนี้ได้เลย บ้านจริงที่ได้ค่ะ หรือถ้าทำมุมนี้เป็น Pantry ก็ทำเคาน์เตอร์เล็กๆไว้สำหรับชา กาแฟ ขนมปัง หรืออาหารง่ายๆตอนเช้าก็สะดวกต่อการหยิบจับ แล้วค่อยกั้นประตูตรงก่อนถึงห้องครัวแทนค่ะ ถ้าทำเคาน์เตอร์ตัว U ก็ทำให้สามารถวางของได้พอสมควร ด้านล่างทำเป็นตู้เก็บของได้ เหนือเคาน์เตอร์จะมีหน้าต่างทำให้มุมนี้สว่าง ด้านตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard ตรงอ่างสามารถวางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างมีกระจกเงาให้ค่ะ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้นหรือขอบปูนกั้นตรงพื้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้งและเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ ส่วนถัดไปจะเป็นพื้นที่ครัว ตรงนี้สามารถทำเป็นครัวปิด กั้นประตูได้เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ภายในห้องครัวจะกว้าง สามารถทำเคาน์เตอร์ตัว L ได้เลย พื้นที่เพียงพอสำหรับบ้านที่ทำครัวหนัก โดยจะต้องมีเครื่องดูดควันเหนือเตาเพิ่ม ห้องสว่างเพราะมีหน้าต่างกระจก หรือบ้านไหนถ้าอยากทำเป็นห้องนอนอีกห้องก็ทำได้ค่ะ แต่คงต้องไปต่อเติมครัวหลังบ้านกันอีกที บ้านจริงที่ได้ค่ะ เคาน์เตอร์ใหญ่ เมื่อวางเตาและอ่างล้างจานก็ยังมีพื้นที่เหลืออีกมากพอให้เตรียมอาหารได้สะดวก ซึ่งจากห้องนี้จะมีประตูเปิดไปยังพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน เปิดมาจะเจอกับพื้นที่จอดรถแบบนี้ค่ะ พื้นบ้านจะยกระดับจากพื้นที่จอดรถพอสมควรเพื่อไม่ให้ฝุ่นผงเข้าบ้านได้ง่าย ‘บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น มีหน้าต่างเล็กๆทางซ้ายมือติดกับที่จอดรถ เพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้ตลอดแนวค่ะ ชานพักมีทั้งแบบสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยม ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ด้านซ้ายคือห้องนอน 2-3 ตรงกลางเป็นห้องน้ำ ด้านขวาคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ขึ้นมาชั้นบน ห้องที่อยู่ติดกับบันไดจะเป็นห้องนอน 3 อยู่ฝั่งด้านหลังของบ้านค่ะ พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในห้องนอน 3 เป็นห้องนอนขนาดเล็กสุดมีหน้าต่างกระจก 2 บานเพื่อให้ห้องได้แสงธรรมชาติเข้ามาและดูโปร่งค่ะ พื้นที่ไม่มากนักเหมาะสำหรับห้องเด็ก หรือทำเป็นห้องทำงาน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาล ไฟโคมซาลาเปา หน้าต่างกระจกกรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง ภายในห้องพื้นที่ไม่กว้างนักจึงเหมาะที่จะวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตค่ะ หรือจะทำเป็นห้องทำงานห้องอ่านหนังสือ ห้องพักผ่อนก็ได้ มุมนี้สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ ด้านข้างอาจจะวางตระกร้าผ้าหรือโต๊ะเครื่องแป้งเล็ก วางเตียงและตู้ จะเหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้ แต่ขอแนะนำว่าประตูตู้เสื้อผ้าควรเป็นบานเลื่อนเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานค่ะ ห้องติดกันนั้นเป็นห้องนอน 2 พื้นเป็นลามิเนตแบบเดียวกันปูต่อเนื่องเข้าไปเลยค่ะ ภายในห้องจะกว้างกว่าห้องเมื่อกี้ พื้นที่ภายในห้องวางเฟอร์นิเจอร์ได้มากกว่า และเดินใช้งานได้สะดวก ห้องนี้ยังมีหน้าต่าง 2 จุดเช่นเดียวกัน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะจะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า ปลายเตียงอาจทำเป็นชั้นวางของ หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งตรงนี้ก็ได้ค่ะ ข้างเตียงมุมนี้ทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน และวางตู้เสื้อผ้าใบเล็กได้ค่ะ ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนใหญ่และห้องนอน 2 พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. เป็นห้องน้ำที่มีประตู 2 บานคือจากโถงทางเดิน กับประตูที่เชื่อมกับห้องนอนใหญ่ โถสุขภัณฑ์ของ American Standard มีสายฉีดชำระและที่ใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าของ American Standard ตรงอ่างมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างมีกระจกเงาให้ค่ะ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า มีฉากกั้นอาบน้ำให้ ทำให้ห้องนี้สามารถแยกส่วนแห้งและเปียกได้ชัดเจน ข้างฝักบัวจะมีหน้าต่างเล็กๆเป็นบานกระทุ้ง ทำให้ช่วยระบายอากาศและทำให้ห้องน้ำสว่าง ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา เข้ามาในห้องด้านขวามือจะเป็นตำแหน่งเตียง มุมนี้จะสว่างเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงแบบนี้ค่ะ สามารถเดินใช้งานได้สะดวก พื้นที่ข้างเตียงจะเหลือให้วางโต๊ะเล็กๆทั้งสองข้างแบบนี้ค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ปลายเตียงทำเป็นมุมทำงาน มุมนั่งเล่น หรือจะกั้นผนังขึ้นมาเพื่อกั้นและเป็นตำแหน่งวางทีวีก็ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ปลายเตียงถ้ากั้นผนังขึ้นมา ก็จะทำให้สามารถทำเป็นตำแหน่งที่แขวนหรือวางทีวีได้ และทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนแต่ไม่ทำให้ห้องดูแคบลง มุมแต่งตัว สามารถวางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ ด้านข้างวางโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้ได้ หรือจะทำตู้ให้เป็นตัว L สำหรับคนที่เสื้อผ้าเยอะก็สะดวกนะคะ ตรงนี้จะมีหน้าต่างกระจก ทำให้ห้องสว่าง Cozy เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นมีพื้นที่จอดรถ 1 คัน ชั้นล่างเปิดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น อยู่ติดกับโต๊ะทานอาหาร มีพื้นที่ว่างระหว่างสองส่วนนี้ทำให้สามารถวางชั้นวางของหรือโต๊ะทำงานได้ พื้นที่แต่ละส่วนสามารถวางเฟอร์นิเจอร์พอสำหรับ 3-4 คนได้เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก พื้นที่ครัวมีให้แยกต่างหาก สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ พื้นที่ครัวไม่มากนักแต่ก็พอทำกับข้าวได้ จึงทำให้บ้านที่ไม่ทำกับข้าวหนักๆต้องต่อเติมเพิ่ม ชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมดมี 3 ห้องนอนโดยห้องนอนใหญ่จะอยู่ส่วนด้านหน้าทำให้ห้องนอนใหญ่หรือ Master bedroom นั้นได้แสงธรรมชาติและดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ค่ะ โดยชั้นนี้จะมีห้องน้ำ 1 ห้องซึ่งทั้ง 3 ห้องนอนจะใช้ร่วมกัน ตัวบ้านใช้โทนเรียบคือสีเทาเข้มและขาว มีการเพิ่มสีสันคือราวกันตกเหล็กตรงระเบียงของห้องนอนใหญ่จะมีสีสันสดใส เป็นลูกเล่นขนาดไม่เท่ากั้น สั้นบ้างยาวบ้าง ซึ่งระเบียงตรงนั้นจะเป็นตำแหน่งที่สามารถวางคอมเพลสเซอร์แอร์ได้ค่ะ ภาพโดยรวมของตัวบ้านที่ติดกันจะมีหน้าตาจะเป็นแบบนี้ บ้านจริงที่ได้รั้วบ้านเป็นแบบบานพับเหล็กสีดำ มีกำแพงสีขาวกั้นระหว่างหลังค่ะ หน้าบ้านมีไฟและถังขยะวางไว้ให้ด้านหน้า พื้นที่ภายในรั้วบ้านตรงด้านหน้าจะเป็นที่จอดรถและพื้นที่สวนหน้าบ้าน ประตูบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมธรรมชาติ กระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง มีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องสีเทาเข้มขนาด 30×30 ซม. ยกระดับจากพื้นดิน ด้านข้างจะมีพื้นที่จอดรถ พื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ มีห้องเก็บของตรงที่จอดรถ หน้าประตูทางเข้าจะมีพื้นที่ไว้ทำสวนหน้าบ้านค่ะ เข้าไปในบ้านส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่น จากตรงนี้จะเห็นไปถึงหลังบ้านเลย ตรงนี้บ้านริมจะดูโปร่งและสว่างเพราะมีหน้าต่างที่อยู่ด้านข้างให้ และจะเห็นว่าพื้นที่ระหว่างโซฟากับชั้นวางทีวี มีพื้นที่ห่างในระยะที่เดินใช้งานได้สะดวกค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสี ไฟโคมซาลาเปา ประตูหน้าต่างกรอบเป็นอลูมิเนียมสีธรรมชาติ กระจกเขียวตัดแสง ด้านนี้จะเป็นตำแหน่งวางโซฟา สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เป็นชุดได้หรือ L-shape ได้ มีพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางโต๊ะกาแฟเล็กๆด้านข้าง บ้านริมจะได้หน้าต่างสองบานเล็กๆตรงนี้ทำให้บ้านดูสว่างขึ้น บ้านจริงที่ได้ค่ะ สำหรับบ้านจริงหลังริมจะมีหน้าต่างเล็กๆสองบานให้เหมือนบ้านตัวอย่าง ด้านตรงข้ามเป็นตำแหน่งวางทีวี จะทำเป็นชั้นวางทีวีเพื่อวางทีวีตัวใหญ่ได้เพราะระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาสามารถวางขนาดใหญ่ได้ พื้นที่ด้านบนก็ยังทำเป็นชั้นวางของได้ บ้านจริงที่ได้ค่ะ หันกลับไปดูหน้าบ้านจะเห็นระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาว่ามีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถวางโซฟาชุดแบบนี้ได้หรือจะวางโซฟา L-shape ให้นอนดูทีวีแบบสบายๆก็ทำได้ค่ะ ด้านหน้ามีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะกาแฟด้วย ส่วนถัดไปจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำและครัว ประตูที่เห็นคือประตูทางไปหลังบ้านค่ะ มุมนี้ถ้าเป็นบ้านแปลงมุมจะทำให้มีหน้าต่างกระจกด้านข้าง พื้นที่ส่วนนี้จึงสว่างขึ้นอีก บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหารจะมีพื้นที่ว่างประมาณนี้ค่ะ สามารถวางชั้นวางของหรือจะวางเป็นมุมโต๊ะทำงานก็ได้ บ้านมุมจะได้หน้าต่าง 2 จุดแบบนี้ค่ะจะทำให้ส่วนโต๊ะทานอาหารดูสว่าง โปร่งและระบายอากาศได้ดี จะเห็นว่าพื้นที่โต๊ะกับระยะห่างตรงผนัง สามารถเดินรอบโต๊ะ ใช้งานได้สะดวก มุมนี้สามารถวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ หรือถ้านำโต๊ะไปชิดผนังด้านหนึ่ง ก็จะวางโต๊ะยาวกว่านี้ได้ เผื่อบ้านหลังไหนอยากได้โต๊ะใหญ่เผื่อมีแขก ก็วางโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่งได้ไม่ยาก ถัดจากโต๊ะทำงานจะเป็นประตูเปิดไปยังส่วนหลังบ้าน เป็นประตูสีขาว มือจับเป็นลูกบิด เปิดไปยังหลังบ้าน พื้นหลังบ้านที่ได้บ้านจริงจะเป็นเทคอนกรีตฉาบเรียบให้ กำแพงที่กั้นระหว่างหลังจะสูงในระดับกั้นสายตา เป็นกำแพงสีขาว อีกฝั่งของบ้านห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูหลังบ้าน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ครัวจะเป็นพื้นที่แบบนี้ให้ สามารถกั้นประตูเพื่อให้เป็นครัวปิดได้ พื้นห้องครัวเป็นแกรนิตโต้แบบเดียวกับตรงห้องนั่งเล่น และส่วนทานอาหาร ห้องครัวพื้นปูด้วยแกรนิตโต้แบบเดียวกันต่อเนื่องเข้าไปค่ะ สามารถวางเคาน์เตอร์ตัว L ได้ ที่ว่างที่เว้นไว้คือตู้เย็น ในห้องมีหน้าต่างกระจก ทำให้ห้องครัวสว่างและช่วงระบายอากาศค่ะ พื้นที่เคาน์เตอร์ถ้าทำเป็นแนวนี้ เมื่อวางอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้าจะเหลือพื้นที่ให้เตรียมของได้เล็กน้อย เหมาะสำหรับบ้านที่ทำอาหารไม่หนักมากนัก ด้านตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำ พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard พื้นที่ขอบอ่างล้างหน้าสามารถวางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างมีกระจกเงาให้ค่ะ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีฉากกั้นหรือขอบปูนกั้นตรงพื้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้งและเปียกได้ชัดเจนนักค่ะ บันไดขึ้นชั้นบนจะอยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น มีหน้าต่างเล็กๆทางขวามือติดกับที่จอดรถ เพื่อให้บันไดไม่ทึบจนเกินไป ลูกนอนเป็นไม้ยางประสาน บันไดพื้นลูกนอนและราวจับเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนค่ะ มีราวจับให้ตลอดแนวค่ะ ชานพักมีทั้งแบบสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยม ชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นเป็นลามิเนตโทนสีน้ำตาล ขึ้นมาชั้นบน ห้องที่อยู่ติดกับบันไดจะเป็นห้องนอน 3 อยู่ฝั่งด้านหลังของบ้านค่ะ พื้นเป็นลามิเนตเช่นเดียวกันปูต่อเนื่องไปเลย ภายในห้องนอน 3 เป็นห้องนอนขนาดเล็กสุดมีหน้าต่างกระจก 1 บานเพื่อให้ห้องได้แสงธรรมชาติเข้ามาและดูโปร่งค่ะ พื้นที่ไม่มากนักเหมาะสำหรับห้องเด็ก หรือทำเป็นห้องทำงาน บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาล ไฟโคมซาลาเปา หน้าต่างกระจกกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ กระจกเขียวตัดแสง ภายในห้องพื้นที่ไม่กว้างนักจึงเหมาะที่จะวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตค่ะ หรือจะทำเป็นห้องทำงานห้องอ่านหนังสือ ห้องพักผ่อนก็ได้ ถ้าเป็นห้องนอนพื้นที่ระหว่างเตียงกับโต๊ะจะเหลือไม่มาก แต่ก็พอให้นั่งทำงานได้สะดวก หรือจะวางเป็นตู้เสื้อผ้าแทนก็ได้ ถ้าวางเตียงด้านข้างจะมีพื้นที่เหลือให้วางเป็นโต๊ะทำงาน หรือตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ ห้องติดกันนั้นเป็นห้องนอน 2 พื้นเป็นลามิเนตแบบเดียวกันปูต่อเนื่องเข้าไปเลยค่ะ ภายในห้องจะกว้างกว่าห้องเมื่อกี้ พื้นที่ภายในห้องวางเฟอร์นิเจอร์ได้มากกว่า และเดินใช้งานได้สะดวก บ้านริมจะมีหน้าต่างกระจกอีกบานทำให้ห้องนี้ดูสว่าง บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา ภายในวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะจะทำให้มีพื้นที่เหลือระหว่างตู้เสื้อผ้า สามารถเดินเข้าไปใช้งานได้ แต่แนะนำให้เป็นตู้แบบบานเลื่อนนะคะ เพราะจะใช้งานได้สะดวกกว่า ข้างเตียงมุมนี้ทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน และวางตู้เสื้อผ้าใบเล็กได้ค่ะ ปลายเตียงอาจทำเป็นชั้นวางของ หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งตรงนี้ก็ได้ค่ะ ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนใหญ่และห้องนอน 2 พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงไปเล็กน้อยค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาขนาด 30×30 ซม. โถสุขภัณฑ์ของ American Standard มีสายฉีดชำระและที่ใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าของ American Standard ตรงอ่างมีพื้นที่ให้วางของได้เล็กน้อย เหนืออ่างมีกระจกเงาให้ค่ะ ด้านข้างมีที่แขวนผ้าขนหนู ส่วนอาบน้ำจะอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า ไม่มีฉากกั้นหรือขอบปูนกั้นตรงพื้น ทำให้ห้องนี้ไม่สามารถแยกส่วนแห้งและเปียกได้ชัดเจน แต่มีพื้นที่อาบน้ำมากกว่าห้องด้านล่างค่ะ บ้านมุมจะมีหน้าต่างเล็กๆเป็นบานกระทุ้ง ทำให้ช่วยระบายอากาศและทำให้ห้องน้ำสว่าง ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะเป็นส่วนหน้าบ้านทั้งหมด มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้ค่ะ บ้านจริงที่ได้ค่ะ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ไฟโคมซาลาเปา เข้ามาในห้องจะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน โดยด้านขวามือเป็นมุมที่วางเตียง ถ้าวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงแบบนี้ค่ะ ข้างเตียงมีหน้าต่างกระจกติดกับหัวเตียงทำให้ดูไม่อึดอัด บ้านริมจะมีหน้าต่างกระจกบานเล็กๆให้ตรงหัวเตียง ถ้าวางเตียง 5 ฟุต จะมีพื้นที่เหลือด้านข้างให้วางโต๊ะหัวเตียงเล็กแบบนี้ได้ บ้านจริงที่ได้ค่ะ หน้าต่างข้างเตียงนอน เป็นหน้าต่างกระจก เปิดรับลมและระบายอากาศได้ดี ทำให้ห้องสว่างไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในห้องช่วงกลางวันเลยค่ะ ปลายเตียงเป็นตำแหน่งวางตู้เสื้อผ้า พื้นที่ระหว่างเตียงและตู้เสื้อผ้าจะมีเหลือพอให้วางโซฟานั่งเล่นแบบนี้หรือจะวางโต๊ะทำงานก็ได้ ส่วนตู้เสื้อผ้าถ้าทำเป็นตัว L หรือวางชิดผนังด้านขวาก็จะได้บานใหญ่กว่านี้ บ้านจริงที่ได้ค่ะ พื้นที่ปลายเตียงทำเป็นมุมทำงาน มุมนั่งเล่น หรือจะกั้นผนังขึ้นมาแบบบ้านตัวอย่างของบ้านแฝด เพื่อกั้นและเป็นตำแหน่งวางทีวีก็ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนค่ะ มุมแต่งตัว สามารถวางตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ ด้านข้างวางโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้ได้ หรือจะทำตู้ให้เป็นตัว L สำหรับคนที่เสื้อผ้าเยอะก็สะดวกนะคะ ดกันนั้นเป็นหน้าต่างบานใหญ่ ด้านนอกเป็นพื้นที่ระเบียงเล็กๆ เอาไว้วางคอมเพลสเซอร์แอร์ ราคา (ต.ค.59) ทาวน์โฮม จองและทำสัญญา 3,000 บาท, บ้านแฝด จองและทำสัญญา 5,000 บาท ราคาเพิ่ม-ลด ตารางวาละ 60,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 27 บาท/ตร.วา/เดือน (เก็บล่วงหน้า 2 ปี) สอบถามราคาเพิ่มเติมกรุณาติดต่อสำนักงานขายเพื่อข้อมูลที่อัพเดตที่สุดค่ะ* บทสรุปโครงการ ทำเลที่ตั้งโครงการ – โครงการ บ้านพฤกษา 84 เพชรเกษม 63 – วงแหวนฯ ตั้งอยู่ในซอยวัดม่วง หรือซอยกาญจนาภิเษกที่เชื่อมกับซอยเพชรเกษม 63 สามารถตรงเข้าไปถนนเพชรเกษมได้ โดยรอบเป็นย่านพักอาศัย มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้า, ตลาดสด, สถานศึกษา และโรงพยาบาล เดินทางได้หลานเส้นทาง ไปยังถนนเพชรเกษม, ถนนเอกชัย และถนนพระราม 2 ได้ไม่ยาก ไม่ไกลจาก BTS สายสีน้ำเงิน และวงแหวนรอบนอกกาญจนา ความอุดมสมบูรณ์ – ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านพักอาศัย สองข้างทางถนนมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร จะมีทั้งร้านค้าห้องแถว ร้านอาหาร, , ร้านอาหารรถเข็น,ร้านโชห่วย โดยไม่ไกลกันนั้นตรงเส้นเพชรเกษม 69 ก็จะมีตลาดสด, ตลาดนัด อีกทั้งยังมีสถานศึกษา และโรงพยาบาลหลายแห่ง สำหรับความอุดมสมบูรณ์หลักๆนั้นจะเห็นชัดว่าส่วนใหญ่อยู่บนถนนเพชรเกษม จะมีตลาดสดและห้างร้านมากมายค่ะ มีสถานศึกษา, โรงพยาบาล, คอมมูนิตี้มอลเช่น Victoria Garden, และห้างใหญ่อย่าง BigC, The Mall บางแค, Season บางแค ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้เลยค่ะ วันหยุดหรือช่วงเย็นก็มาเดินเล่น จับจ่ายและทานอาหารได้ หรือถ้าตลาดสดใหญ่ๆก็จะมีตลาดสดบางแค โดยเส้นนี้จะมีโรงพยาบาลและสถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยสยามด้วย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว – สำหรับคนขับรถ ถือว่าสะดวกเพราะหน้าโครงการเป็นถนนซอยแต่กว้าง ทำให้สัญจรไปมาได้สะดวก ถนนหน้าโครงการเชื่อมตรงไปยังถนนเพชรเกษมได้ หรือถ้าจะไปยังถนนเอกชัย ก็วิ่งไปยังเพชรเกษม 69 ซึ่งที่ตั้งโครงการมีเส้นทางลัดเลาะมากมาย เชื่อมต่อและทะลุไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทางค่ะ ถนนเพชรเกษมนั้น เป็นถนนหลักเส้นยาวที่เป็นเส้นที่ขนานกับถนนบรมราชชนนี เส้นนี้ตรงไปยังนครปฐมได้ และตรงเข้าเมืองไปยังถนนตากสิน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะไปพระราม 2 ตรงไปยังสาทรได้ และถ้าวิ่งขึ้นทางเหนือก็ยังเป็นเส้นที่สามารถตรงไปยังนนทบุรี เพราะถนนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ทำให้วิ่งออกไปต่างจังหวัดได้ไม่ยากค่ะ จากนนทบุรี ตรงไปอีกก็ไปปทุมธานี, อยุธยาได้ ส่วนเส้นที่วิ่งขนานเพชรเกษมคือถนนบรมราชชนนีนั้น ถ้าจะเข้าเมืองกรุงเทพไปทางปิ่นเกล้าก็วิ่งตามเส้นบรมราชชนนีได้เลย หรือจะวิ่งขึ้นคู่ขนานลอยฟ้าก็จะลงตรงใกล้สะพานปิ่นเกล้า เรียกได้ว่าเลี่ยงรถติดตามแยกต่างๆได้ถือว่าสะดวกเลยค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ – การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ที่ตั้งโครงการเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า เพราะหน้าโครงการไม่มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน ส่วนแท็กซี่พอมีให้เรียกเป็นระยะ แต่ไม่ไกลกันนั้นตรงวัดม่วงจะมีท่าเรือของคลองภาษีเจริญ ซึ่งเป็นเรือที่ตรงไปยัง BTS สถานีบางหว้าได้เลยค่ะ ถือว่าสะดวกมาก สำหรับรถโดยสารประจำทางสามารถมาขึ้นได้ตรงเส้นเพชรเกษม เส้นนั้นจะมีรถโดยสารหลายสายวิ่งผ่าน สะดวกทั้งขาเข้าและออกโดยตรงปากซอยเพชรเกษม 63 จะมีป้ายรถโดยสารอยู่พอดี และตรงหน้าโครงการจะมีวินมอเตอร์ไซค์ สามารถเรียกให้ไปส่งหน้าปากซอยได้ไม่ยากค่ะ สำหรับรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ BTS สถานีบางหว้าที่อยู่ตรงเส้นเพชรเกษม ถือว่าไม่ไกลจากโครงการมากนัก ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางเข้าเมืองได้ ส่วนในอนาคตนั้นจะมีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่คือสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายโดยสถานีปลายทางจะอยู่ตรงพุทธมณฑลสาย 2 (สถานีหลักสอง)และโครงการในอนาคตก็จะมีต่อขยายมาจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 ค่ะ การออกแบบโครงการและวัสดุ – การออกแบบสำหรับภายนอกนั้นในเรื่องความสวยงามอาจขอข้ามนะคะ เพราะความชอบไม่เหมือนกัน โดยตัวบ้านใช้สีโทนเรียบด้วยสีขาวและสีน้ำตาล มีการใช้หลายเฉดเพื่อให้ตัวบ้านดูมีมิติ มีการเพิ่มระแนงเหล็กทำลายเป็นเหมือนกิ่งไม้ เพื่อช่วยบังคอมเพลสเซอร์แอร์เพื่อความสวยงาม ชั้นบนและล่างมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทำให้ภายในบ้านจะไม่ทึบ ด้านในมีแสงส่องเข้าไปเพียงพอ ทำให้ดูโปร่ง สบายตา การออกแบบฟังก์ชั่นภายในถือว่าครบครัน พอเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางประมาณ 4- 5 คน พื้นที่นั่งเล่นกว้างเดินใช้งานได้สะดวก ด้านข้างและด้านหน้ามีที่ให้วางโต๊ะกาแฟ ถัดไปเป็นโต๊ะทานอาหาร บ้านแฟดจะมีครัวแยกให้สามารถทำเป็นครัวปิดได้ ซึ่งครัวบ้านแฝดจะใหญ่ ไม่จำเป็นต้องต่อเติมเพิ่มเลย ส่วนทาวน์โฮมครัวจะขนาดพอเหมาะสำหรับบ้านทำทำอาหารไม่หนักนัก และยังสามารถทำเป็นครัวปิดได้เช่นกัน ชั้นบนฟังก์ชั่นของทั้งสองแบบแทบไม่ต่างกัน ห้องนอนทั้ง 3 ขนาดกำลังพอดีสามารถวางเฟอร์นิเจอร์หลักๆได้ครบครัน มีหน้าต่างทุกห้องทำให้ห้องสว่าง โปร่ง สบายตา วัสดุ – วัสดุถือว่าให้มามาตรฐาน พื้นชั้นล่างเป็นแกรนิตโต้ ชั้นบนเป็นลามิเนตหนา 8 มม., พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 30×30 ซม., กระจกเขียวตัดแสง ,ไฟโคมซาลาเปา, กรอบประตูทางเข้าบ้านและหน้าต่างเป็นกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ(ทาวน์โฮม) ส่วนบ้านแฝดจะเป็นกรอบอลูมิเนียมสีขาว ,ประตูห้องเห็น UPVC ,สุขภัณฑ์ Kohler สิ่งอำนวยความสะดวก – มีสวนสาธารณะให้ หน้าโครงการตรงประตูทางเข้า -ออกติดตั้ง CCTV ประตูทางเข้า-ออกใช้ระบบ Auto Access Card ประตูเป็น Double Gate คือมีไม้กระดกกั้น และประตูเหล็กรางเลื่อน มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชมค่ะ คะแนน สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1739 Website : *** หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
พิกัด google map: 13°45’35.0″N 100°17’29.4″E ซอยไร่ขิง 42 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210
3 ห้อง
1,930,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
We at Flatfy use cookies to improve quality of your overall browsing experience. By using our services you agree to our use of cookies.Learn more