ขายบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน เนื้อที่ 1 ไร่ 57 ตารางวา บ้าน1ห้องโถงรับแขก พื้นไม้สัก 2 ห้องนอนพื้นไม้ 2 ห้องน้ำ ครัวในบ้าน ครัวนอกบ้าน และห้องเก็บของ พื้นที่โดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น+โฉนด
สถานที่ : สุโขทัย บ้านด่านลานหอย ลานหอย
1,900,000 ฿
30/4/2018
เพิ่มเติมhomeland4sale.com
ขายบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน เนื้อที่ 1 ไร่ 57 ตารางวา บ้าน1ห้องโถงรับแขก พื้นไม้สัก 2 ห้องนอนพื้นไม้ 2 ห้องน้ำ ครัวในบ้าน ครัวนอกบ้าน และห้องเก็บของ พื้นที่โดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น+โฉนด
สถานที่ : สุโขทัย บ้านด่านลานหอย ลานหอย
1,900,000 ฿
30/4/2018
เพิ่มเติมhomeland4sale.com
ที่ดินมีโฉนดพร้อมโอน ที่สวยทำเลดี ไม่ต้องถมสร้างบ้านได้เลย อยู่ในแหล่งชุมชน ใกล้โรงเรียนอนุบาล ใกล้ตลาด อากาศดีไม่วุ่นวาย เหมาะสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยหรือบ้านพักตากอากาศก็ดี ในราคา350,000บาท เจ้าของที่ออกค่าธรรมเนียมการโอนค่ะ สนใจโทร0815883676 หรือโทร0850872637
สุโขทัย
350,000 ฿
10/4/2018
เพิ่มเติมthaihometown.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับอีเมลอัปเดตการค้นหาของคุณ:
บ้านด่านลานหอย
รหัสทรัพย์ 69090 ขายคอนโด Garden Place (การ์เด้น เพลส 1) 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 33 ตร.ม ชั้น 7 (ห้อง 282/41)ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ขายราคา 1,790,000 ล้าน คอนโดตั้งอยู่หลังบุญถาวร ตรงข้ามเจ้าพระยาปาร์ค ดูรูปเพิ่มเติม *** การเดินทาง MRT รัชดาภิเษก 770 เมตร / เดิน 10 นาที MRT รัชดาภิเษก 870 เมตร / ขับรถ 6 นาที MRT สุทธิสาร 1.1 กิโลเมตร / ขับรถ 4 นาที ด่านสุทธิสาร 2.9 กิโลเมตร / ขับรถ 13 นาที ด่านดินแดง 1 ดอนเมืองโทลล์เวย์ 3.8 กิโลเมตร / ขับรถ 18 นาที ด่านลาดพร้าว-ขาออก 4 กิโลเมตร / ขับรถ 14 นาที สิ่งอำนวยความสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกที่ Garden Place (การ์เด้น เพลส) รวมทั้ง ลิฟท์ ที่จอดรถ การรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด สระว่ายนำ้ ฟิตเนส ร้านอาหารในโครงการ wi-fi สถานที่ Garden Place (การ์เด้น เพลส) เดินทางสะดวกเพียง 770 เมตร หรือประมาณ 10 นาที เดินจาก รัชดาภิเษก ถ้าคุณเดินทางด้วยรถยนต์ ทางด่วนที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 2.9 กิโลเมตร จากคอนโด หลากหลายร้านค้าในบริเวณรอบๆคอนโด: • สวนลุมไนท์บาซ่าร์รัชดาภิเษก ห่างจากคอนโด 1.4 กิโลเมตร (ขับรถ 7 นาที) • บัวสุวรรณพลาซ่า – 3 กิโลเมตร (ขับรถ 14 นาที) • ห้างสรรพสินค้าแม็กซ์แวลู (บัวสุวรรณ) – 3 กิโลเมตร (ขับรถ 14 นาที) • ไดมอนด์สแควร์ – 3.2 กิโลเมตร (ขับรถ 15 นาที) • ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต (โชคชัย 4) – 3.2 กิโลเมตร (ขับรถ 15 นาที) โรงเรียนที่ใกล้ที่สุดในบริเวณ การ์เด้น เพลส รวมถึง: • สถาบันบริหารการโรงแรมนานาชาติไอ.เอช.ไอ. ระยะทางประมาณ 860 เมตร เดินทาง (ประมาณ ขับรถ 8 นาที) • โรงเรียนปัญจทรัพย์ – 1.2 กิโลเมตร (ขับรถ 7 นาที) • โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ – 1.3 กิโลเมตร (ขับรถ 8 นาที) • โรงเรียนอนุบาลวัฒนานิเวศน์ – 1.7 กิโลเมตร (ขับรถ 8 นาที) • โรงเรียนอนุบาลเอกลักษณ์ – 1.9 กิโลเมตร (ขับรถ 9 นาที) บริเวณใกล้เคียงคอนโดมีร้านอาหาร มากมาย เช่น: • ซีแอนด์ซีเอ็กซ์เพรส – 980 เมตร (ขับรถ 5 นาที) • เดอะพิซซ่าคอมปะนี (สุทธิสาร) – 980 เมตร (ขับรถ 6 นาที) • จีรพรอาหารเวียดนาม – 1 กิโลเมตร (ขับรถ 6 นาที) • ก๋วยเตี๋ยวหมูอัมพวา – 1 กิโลเมตร (ขับรถ 5 นาที) • หอยทอด – 1.1 กิโลเมตร (ขับรถ 6 นาที) โรงพยาบาลโกลเด้นเยียส์เนอสซิ่งโฮม เป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ 1.2 กิโลเมตร จากคอนโดมิเนียมจะใช้เวลาประมาณ ขับรถ 6 นาทีไปที่นั่น [size=9][color=red][url=***คลิ๊กที่นี้เพื่อฝาก ขาย เช่า ซื้อ อสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท*******[/url][/color][/size] (กรุณานัดล่วงหน้า 1 วัน) สอบถามข้อมูล ( ****กรุณาแจ้งราคา รหัสทรัพย์ และข้อมูลห้องที่ต้องสอบถามด้วยนะคะ*****) 061-641-8789 , 083-050-5274,092-465-5896 กดตรงนี้เพื่อแอดไลน์นะคะ *** ( ID Line : @smilebangkok ) ฉัตรบงกชษ์ (ปลาทอง) (รับโคว-เอเจ้นค่ะ) ID Line : pla5556 / ID Line pla33333 e-mail: *** www.smilebangkok.com (รับปรึกษา ซื้อ-ขาย-เช่า-จำนอง-ฝากขาย-ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ กู้ธนาคาร ) บริการ ซื้อ,ขาย ,บ้าน,คอนโด,ทาวน์เฮาส์,ห้องชุด,บ้านเดี่ยว,บ้านแฝด,อาคารพาณิชย์,ตึกแถว, ร้านค้า , ร้านอาหาร , ช้อป , วิวแม่น้ำ , ติดBTS , ติดMRT , ติดทะเล , บ้านพักตากอากาศ , ตึกสูง รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ลานจอดรถใต้ดิน ลานจอดรถ สนามบาส สนามเด็กเล่น สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สวนสาธารณะ ฟิตเนส ห้องประชุม ห้องเล่นเกมส์ จากุชชี่ ซัก อบ รีด ห้องสมุด กล้องวงจรปิด สระว่ายน้ำ สโมสร อ่างแช่น้ำ สปา ห้องอบซาวน่า คาราโอเกะ คลับเฮ้าส์ เครื่องปรับอากาศ เคเบิ้ลทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านกาแฟ Hi-Speed อินเตอร์เน็ต
กรุงเทพมหานคร,ห้วยขวาง,เขตห้วยขวาง,-
33 ตร.ม.
1,790,000 ฿
14/1/2018
เพิ่มเติมthaihomeonline.com
EP.935 รีวิว คอนโด เมทริส ลาดพร้าว METRIS Ladprao สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ที่รักทุกคน มีใครสนใจกำลังมองหาคอนโดในย่านลาดพร้าว ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้กันบ้างไหมเอ่ย เพราะวันนี้เราจะพามาชมทำเลที่ตั้งโครงการ เมทริส ล าดพร้าว จาก Major Development กันค่ะ โครงการเป็น High rise Condominium ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2560 นี้เอง ตัวโครงการอยู่ติดกับถนนลาดพร้าว ตรงหน้าปากซอยลาดพร้าว 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ห่างจาก รถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธิน เพียง 250 เมตร เดินทางสะดวกใกล้ ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดี-รังสิต และ ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เมทริส ล าดพร้าว เป็น High rise Condominium สูง 29 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1-0-78.1 ไร่ มี 1 อาคาร จำนวน 193 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัว ตัวตึกมีการออกแบบที่ผสมผสานองค์ประกอบของ Modernist และ Retro เข้าด้วยกัน โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Remaster the modern DNA มีขนาดห้องให้เลือกเป็น 1 Bedroom กับ 2 Bedrooms ขนาดเริ่มต้นที่ 30.0 ตรม. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2562 ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ จะเน้นมากเป็นพิเศษ มีมาให้อย่างครบครัน อาทิ Double Volume Lobby, Private Mailbox, Indoor and Outdoor Co-Working Space, Private Meeting Room, Swimming Pool, Dynamic Fitness Center, Steam, BBQ Garden, Sky Garden, Pet Zone, Car Wash Area, Laundry, Fully Automatic Parking, Passenger Lift, Access Card Control, CCTV, Security 24 hours และ Shuttle Service ใน ร าคาเริ่มต้นที่ 4.5 ล้านบาท มิ.ย.61 ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ปากซอยลาดพร้าว 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. พิกัด : 13.811143, 100.564114 แผนที่จากทางโครงการ ทำเลที่ตั้ง โครงการ เมทริส ลาดพร้าว เป็น High rise Condominium ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าวตอนบน ตรงหน้าปากซอยลาดพร้าว 8 พอดี ซึ่งอยู่ห่างจาก MRT สถานีพหลโยธินเพียง 250 เมตรเท่านั้นเองค่ะ หลายๆคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าถนนลาดพร้าวเป็นเส้นที่มีความเจริญและความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ทั้ง 2 ฝั่งถนนจะมีทั้งออฟฟิศ, อาคารพาณิชย์, ธนาคาร, อพาร์ทเม้นท์ และบ้านพักอาศัย เรื่องอาหารการกินนั้นก็ไม่ขาดปาก ตอนนี้ลาดพร้าวก็เรียกได้ว่าเป็นย่าน Vertical Living Area หรือ พื้นที่อยู่อาศัยในแนวตั้งอีกหนึ่งย่าน นั่นก็เพื่อการรองรับความเจริญของศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District) ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ซึ่งเป็น CBD ใหม่ของกรุงเทพมหานครนั่นเอง การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางถือว่าสะดวกมาก หากมองในมุมมองของคนที่ทำงานอยู่ในช่วง รัชดาภิเษก-ลาดพร้าว-วิภาวดี เพราะโครงการอยู่ติดถนนลาดพร้าวเลย จากถนนลาดพร้าวจะสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่ได้อีกหลายสาย ทั้ง พหลโยธิน ใช้วิ่งออกไปทางอนุสาวรีย์ต่อไปถึงอโศก หรือออกไปทางสะพานใหม่ได้, วิภาวดี-รังสิต วิ่งขนานกับเส้นพหลโยธิน แต่มีการจราจรที่คล่องตัวกว่าค่ะ ตัวโครงการอยู่ใกล้จุดขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่งเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัช ไปได้ทั้งทางบางนาและชลบุรี, รัชดาภิเษก ตัดกับถนนลาดพร้าวตรงแยกลาดพร้าว-รัชดา ใช้วิ่งลงไปทางพระราม 9 ได้, ประดิษฐ์มนูธรรม มีจุดขึ้นทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถใช้ออกไปทางบางนาได้ หรือจะวิ่งขึ้นไปทางวัชรพลก็ได้ค่ะ นอกจากนี้บนเส้นลาดพร้าวก็ยังมีทางลัดไปออกถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) ได้จาก ซอยลาดพร้าว 41 และ ถนนโชคชัย 4 เข้าถนนลาดพร้าววังหิน และ ถนนนาคนิวาส เชื่อมต่อกับถนนสุคนธสวัสดิ์ ใช้ออกเกษตร-นวมินทร์ได้สะดวก จากเส้นเกษตร-นวมินทร์ยังมีซอยมัยลาภ ใช้เป็นทางลัดออกถนนรามอินทราได้อีกด้วย บนเส้นรัชดาภิเษกเองก็จะมีซอยโชคชัยร่วมมิตร ที่สามารถใช้เข้าถนนวิภาวดี-รังสิตได้ จากถนนวิภาวดี-รังสิตจะเชื่อมกับซอยพหลโยธิน 18 (ซอยวิภาวดี-รังสิต 3) ออกเส้นพหลโยธินตรงแยกกำแพงเพชรพอดี แต่ข้อเสียของถนนลาดพร้าวก็คือ เป็นถนนที่ขึ้นชื่อเรื่องปริมาณรถที่มากตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีแยกไฟแดงและทางกลับรถอยู่อีกเป็นระยะๆ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ถนนซอยเล็กๆในการลัดเลาะไปออกถนนเส้นอื่นๆประกอบด้วย จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากค่ะ ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับจุดขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ในระยะเพียง 2.6 กม.เท่านั้น ซึ่งถ้ารถไม่ติดมากใช้เวลาขับไปเพียง 6 นาทีก็ถึงค่ะ โดยจากถนนลาดพร้าวให้เลี้ยวซ้ายออกถนนพหลโยธินไปกลับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหอวัง จากนั้นพอวิ่งออกมาที่ทางคู่ขนานวิภาวดี-รังสิต ตรงนั้นจะมีทางแยกฝั่งซ้าย เป็นด่านเก็บเงินลาดพร้าวขาออกขึ้นทางยกระดับค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมบนถนนลาดพร้าวและบริเวณใกล้เคียงมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ เพราะเป็นย่านของแหล่งที่พักอาศัยในแนวดิ่ง ซึ่งคนส่วนมากอาจจะไม่ได้ปรุงอาหารทานกันเองในทุกๆมื้อ ก็ต้องออกมาพึ่งร้านอาหารข้างทางกันนี่แหละ สะดวกและรวดเร็วที่สุดแล้ว ดังนั้นตลอดถนนเส้นนี้ก็จะมีทั้งร้านอาหารทั้งร้านทั่วไปและพวก Chain Restaurant, ร้านสะดวกซื้อก็เห็นมีกระจายอยู่, ร้านขายของชำ, ร้านขายยา, ร้านอินเตอร์เน็ต, คลีนิกเสริมความงาม, คลีนิกทันตกรรม ถ้าเข้าไปตามตรอกซอกซอยก็มีร้านอาหารอยู่ค่อนข้างเยอะค่ะ อย่างเส้นลาดพร้าววังหิน,ถนนโชคชัย 4 และถนนนาคนิวาสนี่ก็อุดมสมบูรณ์มากๆ ส่วนแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในย่านนี้ก็คงหนีไม่พ้นเซ็นทรัลลาดพร้าวกับแฟชั่นมอลล์อย่าง Union Mall อยู่บริเวณทางออกรถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธินพอดีค่ะ ถ้าจะดูเป็น Hypermarket เพื่อซื้อของเข้าบ้านก็จะมี Big C ลาดพร้าว 2 และ Tesco Lotus อยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าว ออกไปทางจตุจักรก็มีพวก JJ Mall, JJ Green และตลาดนัดจตุจักรให้เลือกเดินในวันสบายๆ ออกไปทางเส้นเลียบด่วนรามอินทราจะมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์, The Crystal และ CDC เลยขึ้นไปบนเส้นเกษตรนวมินทร์จะเป็นแหล่ง Community Mall และตลาดนัดขนาดใหญ่ จากตัวโครงการสามารถไปได้สะดวกนะคะ นอกจากนี้ยังตัวโครงการยังอยู่ไม่ไกลจาก โรงพยาบาล, สถานศึกษาทั้ง รร.หอวัง, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และ ม.เกษตรศาสตร์ ใกล้ธนาคารซึ่งสะดวกต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยรวมแล้วคือมีสาธารณูปโภคคอยรองรับอย่างครบครันที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยค่ะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ สำหรับการเดินทางโดยรถสาธารณะนั้นถือว่าสะดวกสบายมากเช่นกัน บริเวณหน้าโครงการมีรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านอยู่ตลอด ถ้าวันไหนไม่เร่งรีบมาก อยากประหยัดเงินก็สามารถขึ้นรถเมล์ได้ค่ะ ป้ายรถเมล์จะมีอยู่บริเวณหน้าโครงการเลย สายที่ผ่านก็มีสาย 8, 8ปอ, 44, 92, 96, 122, 145, 502, 517 และ 545 ที่มากไปกว่านั้นก็คือ ตัวโครงการอยู่ใกล้กับ รถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธิน เพียง 250 เมตรเท่านั้น (ทางออกที่ 1) ซึ่ง สถานีพหลโยธิน จะเชื่อมกับ สถานีห้าแยกลาดพร้าว ของ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วง หมอชิต-คูคต ที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ นอกจากนี้ถนนลาดพร้าวก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วง ลาดพร้าว-พัฒนาการ เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะไปเชื่อมกับ รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วง วัชรพล-ทองหล่อ บนเส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา ที่ สถานี ฉลองรัช ค่ะ นอกจากนี้ยังมีโครงการจากรถโดยสารด่วนพิเศษ บี อาร์ ที ช่วง บางซื่อ-ห้าง เซ็นทรัล เชื่อมโครงข่ายการเดินทางระหว่าง ภายใน-ภายนอกศูนย์การคมนาคมพหลโยธินกับสถานีกลางบางซื่อ เส้นทางการเดินทางเริ่มจาก สถานีกลางบางซื่อ ผ่านรถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT ที่สถานีจตุจักร ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อีกด้วย จากหน้าโครงการเดินบนฟุตบาทถนนลาดพร้าวไปเพียง 3 นาทีก็ถึง MRT สถานีพหลโยธินแล้วค่ะ ฝั่งของโครงการจะเป็นทางออกที่ 1 นะ สถานีลาดพร้าวก็อยู่ไม่ไกลนะ ทางออกที่ใกล้ที่สุดคือทางออก 3 ถ้านั่งรถไปให้เข้าทางซอยลาดพร้าว 8 เพื่อไปกลับรถบริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 10 จะเร็วกว่า ไม่ต้องวนไกล ประมาณ 2.2 กม.เท่านั้นเอง หรือถ้าจะไป BTS สถานีหมอชิตเลยก็อยู่ไม่ไกลค่ะ ถ้านั่งรถไปจากเส้นลาดพร้าวเลี้ยวซ้ายเข้าพหลโยธิน ตรงไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว ที่ใกล้ที่สุดคือทางออกที่ 4 นะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ เมทริส ลาดพร้าว โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) > ถนนลาดพร้าว > แยกรัชดา-ลาดพร้าว > ถนนลาดพร้าว > โครงการ เมทริส ลาดพร้าว วันนี้เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากถนนประดิษฐ์มนูธรรมหรือที่คุ้นหูกว่าก็คือเลียบด่วนรามอินทรานั่นเองค่ะ บริเวณที่เราอยู่ตอนนี้ก็คือช่วง CDC จากตรงนี้จะใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 20 นาทีถึงโครงการ วิ่งผ่าน CDC มาแล้วก็ให้เราวิ่งตรงไปเรื่อยๆ สังเกตป้ายประดิษฐ์มนูธรรมให้ชิดไปทางเลนขวาค่ะ จากนั้นจะเห็นป้ายพระราม 9 ให้เราชิดขวาตรงไปตามทางนั้นเลยเพื่อขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว 86 ชิดขวาขึ้นสะพานข้ามแยกไปเลยค่า เมื่อลงจากสะพานมาแล้วให้เรารีบชิดเลนขวาเพื่อกลับรถ เมื่อกลับรถมาอีกฝั่งนึงแล้วให้ดูป้ายโชคชัย 4 เอาไว้ค่ะ ดูป้ายโชคชัย 4-รัชดาภิเษกเอาไว้ ให้เราชิดซ้ายนะ ข้างหน้าถ้าชิดขวาจะขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว 86 ไปทางรามอินทราค่ะ แต่เราจะชิดซ้ายเอาไว้ จากนั้นให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว ถ้าออกทางขวาจะยูเทิร์นกลับไปอีกฝั่งนะ เข้ามาที่ถนนลาดพร้าวจะเป็นถนนขนาด 6 เลนมีเกาะกลางแบ่งอย่างชัดเจน ทั้งฝั่งซ้ายและขวาของถนนจะเป็นที่ตั้งของอาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียมทั้ง Low rise และ High rise หลากหลายแบรนด์ ขับไปเรื่อยๆเราจะวิ่งผ่านตลาดสะพาน 2 อยู่ฝั่งขวามือของเราค่ะ วิ่งตรงไปเรื่อยๆผ่านแยกรัชดา-ลาดพร้าว เลยแยกไปไม่ไกลเราจะเห็นทางออก MRT สถานี ลาดพร้าว ใกล้ถึงตัวโครงการเราจะเห็น Big C ลาดพร้าว 2 อยู่ทางฝั่งขวามือ เลยจาก Big C ลาดพร้าว 2 มาประมาณ 500 เมตรตรงปากซอยลาดพร้าว 8 พอดี ก็คือที่ตั้งของโครงการ เมทริส ลาดพร้าว ค่า บริเวณหน้า Sales Office ค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ ศาสนสถาน สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: บนถนนลาดพร้าวที่ดินที่ติดกับถนนจะเป็นออฟฟิศ, คอนโดมิเนียมทั้ง Low rise และ High rise, ธนาคาร และอาคารพาณิชย์ ชั้นล่างเปิดเป็นกิจการอย่างหลากหลายตั้งแต่ร้านอาหาร, ห้างทอง จนไปถึงคลีนิกเสริมความงามค่ะ ถัดเข้าไปภายในซอยจะเป็นบ้านพักอาศัยสูงตั้งแต่ 1-3 ชั้น มีทั้งอพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียมกระจายตัวกันอยู่ด้วย เรามาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันต่อเลยค่ะ ดูซิว่าแถวนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง � เริ่มจากฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าโครงการ จะเป็นสำนักงานควบคุมประพฤติประจำศาลแขวงพระนครเหนือ เดี๋ยวเราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งซ้ายมือกันก่อนนะ เราเดินเลยไปไม่ไกลก็จะเจอธนาคาร TMB ค่ะ ฝั่งตรงข้ามมีอาคารออมสินด้วยนะ จะเห็นว่าเลียบถนนลาดพร้าวจะเป็นอาคารพาณิชย์โดยตลอด สลับๆกับอาคารสำนักงาน เดินเลยไปไม่ไกลก็จะเจอสะพานลอยค่ะ บริเวณทางขึ้นสะพานลอยจะมี 7-Eleven ร้านถ่ายเอกสาร ด้านหน้าขายน้ำปั่น และร้านขายยา เดินผ่านสะพานลอยไปจะเจอร้านเสริมสวย หรือจะเป็นคาเฟ่นั่งสบายๆ คลีนิกเสริมความงาม ดูจากหน้าร้านแล้วเป็นที่นิยมพอสมควร ร้านเครื่องเขียนและอุปกรณ์ไอทีก็มีค่ะ หรือจะเป็นร้านสุกี้ยากี้ก็มีให้เลือกทาน เดินตรงไปจนถึงหัวมุมมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ ตรงนี้จะมีคิววินมอเตอร์ไซค์ด้วยค่ะ เพียงแค่ 250 เมตรเราก็เดินมาถึงรถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธินแล้วค่า ฝั่งนี้จะเป็นทางออกที่ 1 นะ มองไปฝั่งตรงข้ามคือ Union Mall ฝั่งนั้นจะเป็นทางออกที่ 5 กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการ เราจะเดินไปสำรวจเส้นทางฝั่งขวามือกันต่อ ถัดจากซอยลาดพร้าว 8 มา ข้างๆกันเป็นร้านขายฟิล์มติดรถยนต์ หาร้านปริ้นท์งานดีๆได้ไม่ไกลค่ะ เดินเลยมาแค่นิดเดียว มีร้านคาเฟ่เล็กขายทั้งกาแฟและฮันนี่โทสต์กลิ่นหอยเนย � เรากลับมาที่หน้า Sales Office ค่ะ เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูข้างในกัน ประตูทางเข้าเดินจากซุ้มด้านหน้าเข้ามานิดนึง บรรยากาศภายในสำนักงานขายค่ะ จะมี Staffs คอยให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตัวโครงการ ข้างหน้าเราคือ Model จำลองภาพรวมของตัวอาคารค่ะ มุมนั่งเล่น-พักคอยภายใน Sales Office :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ เมทริส ลาดพร้าว เป็นคอนโดมิเนียม High rise สูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีทั้งหมด 193 ยูนิตบนพื้นที่ 1-0-78.1 ไร่ ตัวโครงการเป็นคอนโดที่ผสมผสานองค์ประกอบของ Modernist และ Retro เข้าด้วยกัน โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Remaster the modern DNA โดยจะลดทอนรายละเอียดลงให้ดูเรียบง่ายขึ้น ตัวอาคารใช้เป็นโทนสีเขียว (แต่สุดท้ายแล้วจะเขียวแบบไหนคงต้องมาลุ้นดูนะคะ น่าจะสวยไปอีกแบบ) โดยจะเน้น Facilities มากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ภายใต้ Pet Friendly Standard มาดูในส่วนของผังอาคารกันค่ะ Site ของตัวโครงการจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ทางเข้า-ออกของตัวโครงการจะมีอยู่ 2 ทาง ทางหลักอยู่บนถนนลาดพร้าว ส่วนอีกทางอยู่ในซอยลาดพร้าว 8 เส้นทางการเดินรถตามกราฟฟิกลูกศรสีเหลืองและสีส้มค่ะ จะวนไปทางซ้ายทวนเข็มนาฬิกา ไปผ่านจุด Drop-off แล้วสามารถวนออกทางซอยลาดพร้าว 8 ได้เลย หรือจะวนมาออกที่ถนนลาดพร้าวก็ได้ เข้าไปแล้วกลับออกมาที่ทางเข้า-ออกเดิม ส่วนการจอดรถจะเป็นระบบ Fully Automatic Parking ช่วยประหยัดพื้นที่เพราะตัวโครงการมีเนื้อที่ไม่เยอะ โดยรอบตัวอาคารจะจัด Landscape อย่างสวยงาม อีกทั้งยังมี Facilities อยู่หลายจุด ทั้ง BBQ Garden, Outdoor Co-Working Space, Garden และ มุม Pet Zone เข้าสู่ตัวอาคารจะเจอโถง Main Lobby เป็นแบบ Double Volume มี Reception ตั้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะเป็นตัวแจกสู่ Indoor Co-Working Space และ Lift Lobby ในส่วนของชั้น 2-8 จะเป็นที่จอดรถ รวมทั้งหมด 112 คัน คิดเป็น 58% ค่ะ แต่ถ้ารวมจอดบริเวณรอบๆโครงการด้วยก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยเป็น 60% ชั้นที่ 10-23 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัย มีทั้งหมด 193 ยูนิตด้วยกัน แปลนอาคารก็เป็นทรงสามเหลี่ยมตามรูป Site มีการจัดแปลนแบบ Double Corridor เป็นรูปตัว L ตามทรงของอาคาร ชั้นที่มียูนิตหนาแน่นมากที่สุดอยู่ที่ 11 ห้อง ถือว่าไม่แออัดเลย ภายในอาคารมีลิฟท์โดยสารอยู่ 2 ตัว (ตัวนึงใช้เป็น Service Lift ด้วย) คิดเป็นอัตราส่วนยูนิตพักอาศัยต่อลิฟท์ 97 : 1 ถือว่ายังไม่หลุดจากเกณฑ์มาตรฐาน ชั้นที่ 10-23 จะมีห้องอยู่ 2 แบบคือ 1 Bedroom 1 Bathroom และ 2 Bedrooms 1 Bathroom ชั้นที่ 24 จะแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นห้องพัก และอีกครึ่งเป็น Main Facilities ทั้ง Dynamic Fitness Center, Garden, Swimming Pool, Pool Deck รวมถึง Steam ด้วยค่ะ ชั้นที่ 25-29 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด ชั้น Roof Top จะเป็นพื้นที่ของ Sky Garden ทั้งชั้น โดยจัดให้มีพื้นที่นั่งเล่น และ Day Bed สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ มาดูตัว Model กันบ้าง นี่คือหน้าตาของอาคารค่ะ รูปซ้ายคืออาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับถนนลาดพร้าว เป็นทางเข้า-ออกหลัก รูปขวาคืออาคารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทรงอาคารด้านนี้ดูเท่ดีนะ รูปด้านซ้ายคือทิศตะวันตกเฉียงใต้ และรูปด้านขวาคือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฝั่งซอยลาดพร้าว 8 เป็นทางเข้า-ออกอีกทางหนึ่งค่ะ Main Entrance จะอยู่บนถนนลาดพร้าว ส่วน Sub Entrance จะอยู่ในซอยลาดพร้าว 8 จะเห็นว่าตั้งแต่ชั้น 2-8 จะปิดทึบ นั่นก็คือเป็นชั้นลานจอดรถนั่นเองค่ะ บริเวณโดยรอบตัวอาคารจัดเป็น Facilities เรียงเข้ามาจากด้านหน้าเป็น BBQ Garden, Outdoor Co-Working Space, Garden และ Pet Zone ขึ้นมาที่ชั้น 24 จะเป็น Facilities หลัก คือ Swimming Pool, Garden และ Fitness ส่วนชั้นที่ 29 ก็คือ Sky Garden มาดูในส่วนของทัศนียภาพจำลองของโครงการกันบ้าง เมื่อเข้ามาสู่ตัวอาคารจะเจอ Main Lobby ก่อน ทัศนียภาพภายใน Main Lobby บรรยากาศดูสบายๆ โทนสีน้ำตาลและโทนสีเขียวช่วยทำให้สบายตาและผ่อนคลายมาก ภาพใน Main Lobby จะเชื่อมต่อกับ Indoor Co-Working Space ยกฝ้าเพดานสูงให้ดูโปร่งโล่งและสว่าง เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ในการสุมหัวและนั่งทำงาน ทัศนียภาพจำลองภายใน Fitness Center บนชั้นที่ 24 ทัศนียภาพจำลอง Swimming Pool และ Pool Deck บนชั้นที่ 24 :::: ROOM TYPE :::: ห้องของโครงการจะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบด้วยกันได้แก่ ทางโครงการขายห้องแบบ Fully Fitted จะได้พวกเคาน์เตอร์ครัว และ เครื่องปรับอากาศ มากับตัวห้องค่ะ เดี๋ยวเราจะไปดูผังพื้นของห้องแต่ละ Type กันเลย TYPE A1-1R : 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 30.00 ตร.ม. TYPE A1-4E : 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 30.00 ตร.ม. TYPE A3-1L : 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 31.00 ตร.ม. TYPE C2-2L : 2 Bedrooms 1 Bathroom ขนาด 47.00 ตร.ม. TYPE C3-1L : 2 Bedrooms 1 Bathroom ขนาด 47.00 ตร.ม. TYPE C4-1 : 2 Bedrooms 2 Bathrooms ขนาด 52.5 ตร.ม. :::: ห้องตัวอย่าง :::: สำหรับห้องตัวอย่างที่เราพามาชมในวันนี้ มีเพียงแบบเดียว นั่นก็คือแบบห้อง TYPE C2-2L : 2 Bedrooms 1 Bathroom ขนาด 47.00 ตร.ม. เราไปดูรายละเอียดแบบเจาะลึกของตัวห้องกันเลยค่า แบบห้อง TYPE C2-2L : 2 Bedrooms 1 Bathroom ขนาด 47.00 ตร.ม. ห้อง 2 Bedrooms 1 Bathroom มีขนาด 47.00 ตรม. ขนาดของห้องนี้สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 2-3 คน ภาพรวมภายในห้องสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ดี เพราะเป็นห้องที่มีหน้าห้องค่อนข้างกว้างจึงสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัวกว่า และสามารถรับแสงธรรมชาติได้มากกว่า โดยแบ่งสัดส่วนระหว่างห้องนั่งเล่น, ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ขาดออกจากห้องนอน ซึ่งทางโครงการขายห้องแบบ Fully Fitted ค่ะ มาเริ่มต้นที่ทางเข้าห้องเลยค่ะ ประตูทางเข้าเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยกพร้อม Digital Door Lock พื้นห้องเก็บรอยต่อด้วยธรณีประตูเรียบร้อย ปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม.ตามมาตรฐาน เข้าไปภายในห้องจะเจอส่วนครัวและส่วนรับประทานอาหารก่อน ด้านในสุดของโถงคือห้องนั่งเล่น เข้าไปข้างในโถงทางเดินฝั่งซ้าย จะเป็นห้องน้ำและห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ผนังของห้องเป็นผนังฉาบเรียบทาสีค่ะ ฝ้าเพดานสูงถึง 2.8 เมตรเลย เป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ พร้อมระบบไฟแบบเซ็นเซอร์ดวงหน้าห้อง มาดูรายละเอียดของส่วนครัวกันก่อนค่ะ นี่คือชุด Built-in แบบ Fully Fitted ที่เราจะได้มากับตัวห้องด้วย เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว I แบบนี้ ปิดผิวด้วยเมลามีน ใต้เคาน์เตอร์ก็มีชั้นวางไมโครเวฟ, ช่องวางเครื่องซักผ้า และมีลิ้นชักให้พอเก็บอุปกรณ์ภายในครัวได้อยู่บ้าง บนเคาน์เตอร์ได้ Top ตามภาพ ติดตั้งเตาเซรามิกและอ่างล้างจานมาให้ เมื่อวางเตาและอ่างล้างจานแล้วก็ยังพอเหลือพื้นที่ในการเตรียมอาหารอยู่บ้าง เตาเซารามิกให้มาขนาด 2 หัว ของ Hafele พร้อม Hood ดูดควันจาก Hafele อ้างล้างจานขนาดกระทัดรัด จาก Hafele เช่นกัน ล้างพวกแก้วหรือจานชามได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นหม้อหรือกระทะขนาดใหญ่นี่จะยากหน่อย ก๊อกน้ำสามารถปรับทิศทางหมุนซ้าย-ขวาได้ ใช้งานได้สะดวก ชั้นลอยเก็บของเหนือก็มีมาให้หลายช่องค่ะ เพียงพอต่อการใช้งาน ตัวบานเปิดและลิ้นชักจะเป็นแบบ Soft Closed นะ มุมมองจากส่วนครัวไปยังโต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่น ในส่วนของโต๊ะรับประทานอาหารได้จัดเอาไว้สำหรับ 4 ที่นั่ง พื้นที่ก็ยังเหลือแบบสบายๆเลยนะ ซึ่งเราสามารถหมุนทิศโต๊ะก็ได้ค่ะ ถัดเข้าไปจากโต๊ะรับประทานอาหาร มาดูห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางโครงการได้จัดชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ขนาด 1.5 เมตร และโต๊ะกาแฟมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่จะเห็นว่าผนังด้านหลังจริงๆแล้วยาวถึง 2.7 เมตรเลยนะคะ เราสามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะข้างก็ยังได้เลย ฝั่งตรงข้ามได้จัดวางชั้นเก็บของและทีวีแบบแขวนผนังมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งตรงนี้จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 1.9 เมตร เหมาะสมสำหรับทีวีจอขนาดตั้งแต่ 42-50 นิ้วค่ะ จากห้องนั่งเล่นจะสามารถเปิดออกสู่ระเบียงห้องได้ ด้วยประตูบานกรอบเลื่อนอลูมิเนียมติดกระจกเขียวตัดแสง มือจับประตูเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน ขนาดระเบียงไม่ได้กว้างขวางมาก เพราะเน้นพื้นที่อยู่อาศัยภายในที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ระเบียงปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม. กว้างประมาณ 1.1 เมตร ส่วนราวกันตกเป็นระแนงเหล็ก แม้พื้นที่ระเบียงจะไม่กว้างขวางมาก แต่ก็พอสำหรับการตากผ้า, แขวน Compressor เครื่องปรับอากาศ, วางกระถางต้นไม้ หรือยืนรับลมชมวิวได้ค่ะ จากระเบียงมองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง กลับเข้ามาภายในห้อง เราจะเข้าไปดูในส่วนของห้องน้ำ, ห้องนอนเล็ก และห้องนอนใหญ่กันต่อ มุมมองจากโถงห้องนอนกลับออกมาที่ห้องโถงค่ะ เริ่มต้นจากห้องน้ำกัน พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม. และขนาด 60 x 60 ซม. ลดระดับลงจากพื้นโถงเล็กน้อย ห้องน้ำจะตกแต่งมาให้ตามภาพเลยนะคะ จัดวางสุขภัณฑ์เรียงจากส่วนแห้งเข้าไปยังส่วนเปียก ใช้สุขภัณฑ์จาก Lavenz และ Hafele ทั้งหมด ส่วนผนังก็กรุด้วยวัสดุเดียวกับพื้น ฝ้าห้องน้ำเป็นฝ้าฉาบเรียบ ติดดวงโคมดาวน์ไลน์และพัดลมดูดอากาศมาให้ ห้องน้ำจะพึ่งระบบการระบายอากาศของตัวอาคารเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีหน้าต่างให้ มาดูรายละเอียดของสุขภัณฑ์กันค่ะ อ่างล้างมือที่ได้เป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์สำเร็จรูป ด้านล่างพอจะเก็บของได้บ้าง อ่างเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีขนาดใหญ่กำลังดี สามารถวางขวดสบู่หรือแปรงสีฟันที่ขอบอ่างได้อยู่บ้าง เป็นของ Lavenz พร้อมก๊อกน้ำของ Hafele ถัดเข้ามาคือโถสุขภัณฑ์ เป็นระบบ Dual Flush ช่วยประหยัดน้ำ ติดตั้งมาพร้อม Accessories ประกอบการใช้งาน ใช้ของ Hafele เช่นกัน ที่ใส่แกนกระดาษชำระ และสายฉีดชำระค่ะ ฝั่งตรงข้ามข้างโซนอาบน้ำติดตั้งราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ โซนอาบน้ำทางโครงการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำบานเลื่อนมาให้ตามภาพเลยค่ะ พื้นที่ยืนอาบน้ำก็กำลังพอเหมาะ อาจจะดูเล็กหน่อยแต่ก็ไม่อึดอัด ที่พื้นก่อธรณีประตูขึ้นมาให้กันน้ำไหลย้อน ภายในติดตตั้งชุดฝักบัวสายอ่อนพร้อมราวปรับระดับมาให้ ข้างๆเจาะผนังทำเป็นชั้นวางสบู่ เรียบร้อยดี ขนาดหัวฝักบัวกำลังดีเลยนะ จับถนัดมือ หัวฝักบัวสามารถปรับระดับสายน้ำได้ มาดูห้องนอนเล็กที่อยู่ฝั่งขวามือของโถงกันต่อค่ะ ภายในห้องนอนเล็กจะมีขนาดค่อนข้างกระทัดรัด แต่ก็สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว ทั้งเตียงขนาด 3.5 ฟุต, โต๊ะข้างหัวเตียง และตู้เสื้อผ้า วางเตียงจะต้องชิดไปทางขวาหน่อย เกือบติดกำหน้าต่าง เพื่อให้มีพื้นที่ฝั่งซ้ายเหลือสามารถเปิดตู้เสื้อผ้าและแต่งตัวได้ กว้าง 0.9 เมตร ซึ่งตู้เสื้อผ้าจะขอแนะนำให้ใช้เป็นแบบบานเลื่อนค่ะ จะได้ประหยัดพื้นที่มากขึ้น พื้นที่ปลายเตียงสามารถเดินผ่านได้สบาย ถ้าจะวางชั้นวางของเพิ่ม แนะนำให้เป็นแบบแขวนผนังแทน ซึ่งหนาไม่เกิน 0.3 เมตรค่ะ ผนังอีกด้านจะเป็นช่องแสงของห้อง เป็นบาน Fix และบานกระทุ้งสำหรับเปิดระบายอากาศ มือจับบานหน้าต่างแบบก้านโยกค่ะ มาดูห้องนอนใหญ่ที่อยู่กลางโถงกันต่อ ภาพรวมของห้องจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาเยอะเลย สามารถจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุต, โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้าได้อย่างลงตัว เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้ว ก็จะยังเหลือพื้นที่ข้างๆเตียงอยู่พอสมควร ฝั่งซ้ายวางตู้เสื้อผ้า ส่วนฝั่งขวาสามารถวางโต๊ะทำงานตัวเล็กๆได้ แต่จะทำชั้นวางของแบบแขวนผนังเพิ่มก็ยังพอไหวอยู่ ช่องแสงภายในห้องเหมือนห้องนอนเล็กค่ะ เป็นหน้าต่างบาน Fix และ บานกระทุ้ง :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กันยายน 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (กันยายน 2560) :::: แบบห้อง TYPE A1-1R : 1 Bedroom 1 Bathroom – ขนาด 30.00 ตร.ม. – ราคา 3,942,840 บาท แบบห้อง TYPE A3-1L : 1 Bedroom 1 Bathroom – ขนาด 31.00 ตรม. – ราคา 4,265,848 บาท แบบห้อง TYPE A1-4E : 1 Bedroom 1 Bathroom – ขนาด 30.00 ตรม. – ราคา 4,054,080 บาท แบบห้อง TYPE C2-2L : 2 Bedrooms 1 Bathroom – ขนาด 47.00 ตรม. – ราคา 6,419,166 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ เมทริส ลาดพร้าว เป็น High rise Condominium ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าวตอนบน ตรงหน้าปากซอยลาดพร้าว 8 พอดี ซึ่งอยู่ห่างจาก MRT สถานีพหลโยธินเพียง 250 เมตร ถนนลาดพร้าวเป็นเส้นที่มีความเจริญและความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ทั้ง 2 ฝั่งถนนจะมีทั้งออฟฟิศ, อาคารพาณิชย์, ธนาคาร, อพาร์ทเม้นท์, คอนโดมิเนียมทั้ง High rise และ Low rise และบ้านพักอาศัย ตอนนี้ลาดพร้าวก็เรียกได้ว่าเป็นย่าน Vertical Living Area หรือ พื้นที่อยู่อาศัยในแนวตั้งอีกหนึ่งย่าน นั่นก็เพื่อการรองรับความเจริญของศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District) ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ซึ่งเป็น CDB ใหม่ของกรุงเทพมหานครนั่นเอง แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในย่านนี้มี เซ็นทรัลลาดพร้าว กับ Union Mall อยู่บริเวณทางออกรถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธินพอดีค่ะ ส่วน Hypermarket ก็จะมี Big C ลาดพร้าว 2 และ Tesco Lotus อยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าว ออกไปทางจตุจักรก็มีพวก JJ Mall, JJ Green และตลาดนัดจตุจักรให้เลือกเดิน ออกไปทางเส้นเลียบด่วนรามอินทราจะมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์, The Crystal และ CDC เลยขึ้นไปบนเส้นเกษตรนวมินทร์จะเป็นแหล่ง Community Mall และตลาดนัดขนาดใหญ่ จากตัวโครงการสามารถไปได้สะดวก นอกจากนี้ยังตัวโครงการยังอยู่ไม่ไกลจาก โรงพยาบาล, สถานศึกษาทั้ง รร.หอวัง, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และ ม.เกษตรศาสตร์ ใกล้ธนาคารซึ่งสะดวกต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยรวมแล้วคือมีสาธารณูปโภคคอยรองรับอย่างครบครันที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางถือว่าสะดวกมาก เพราะโครงการอยู่ติดถนนลาดพร้าว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่ได้อีกหลายสาย ทั้ง พหลโยธิน ใช้วิ่งออกไปทางอนุสาวรีย์ต่อไปถึงอโศก หรือออกไปทางสะพานใหม่ได้, วิภาวดี-รังสิต วิ่งขนานกับเส้นพหลโยธิน แต่มีการจราจรที่คล่องตัวกว่าค่ะ ตัวโครงการอยู่ใกล้จุดขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่งเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัช ไปได้ทั้งทางบางนาและชลบุรี, รัชดาภิเษก ตัดกับถนนลาดพร้าวตรงแยกลาดพร้าว-รัชดา ใช้วิ่งลงไปทางพระราม 9 ได้, ประดิษฐ์มนูธรรม มีจุดขึ้นทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถใช้ออกไปทางบางนาได้ หรือจะวิ่งขึ้นไปทางวัชรพลก็ได้ค่ะ นอกจากนี้บนเส้นลาดพร้าวก็ยังมีทางลัดไปออกถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) ได้จาก ซอยลาดพร้าว 41 และ ถนนโชคชัย 4 เข้าถนนลาดพร้าววังหิน และ ถนนนาคนิวาส เชื่อมต่อกับถนนสุคนธสวัสดิ์ ใช้ออกเกษตร-นวมินทร์ได้สะดวก จากเส้นเกษตร-นวมินทร์ยังมีซอยมัยลาภ ใช้เป็นทางลัดออกถนนรามอินทราได้อีกด้วย บนเส้นรัชดาภิเษกเองก็จะมีซอยโชคชัยร่วมมิตร ที่สามารถใช้เข้าถนนวิภาวดี-รังสิตได้ จากถนนวิภาวดี-รังสิตจะเชื่อมกับซอยพหลโยธิน 18 (ซอยวิภาวดี-รังสิต 3) ออกเส้นพหลโยธินตรงแยกกำแพงเพชรพอดี แต่ข้อเสียของถนนลาดพร้าวก็คือ เป็นถนนที่ขึ้นชื่อเรื่องปริมาณรถที่มากตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีแยกไฟแดงและทางกลับรถอยู่อีกเป็นระยะๆ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ถนนซอยเล็กๆในการลัดเลาะไปออกถนนเส้นอื่นๆประกอบด้วย จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากค่ะ การเดินทางโดยรถสาธารณะ สำหรับการเดินทางโดยรถสาธารณะนั้นถือว่าสะดวกสบายมาก บริเวณหน้าโครงการมีรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านอยู่ตลอด ถ้าวันไหนไม่เร่งรีบมาก อยากประหยัดเงินก็สามารถขึ้นรถเมล์ได้ค่ะ มีผ่านตลอดทั้งวัน ที่เด่นที่สุดก็คือ ตัวโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธินเพียง 250 เมตรเท่านั้น (ทางออกที่ 1) ซึ่งสถานีพหลโยธินจะเชื่อมกับสถานีห้าแยกลาดพร้าวของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วง หมอชิต-คูคต นอกจากนี้ถนนลาดพร้าวก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วง ลาดพร้าว-พัฒนาการ เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วง วัชรพล-ทองหล่อ บนเส้นเลียบทางด่วนรามอินทราที่สถานีฉลองรัชค่ะ การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นคอนโดมิเนียม สูง 29 ชั้น มี 1 อาคาร ทั้งหมด 193 ยูนิต บนพื้นที่ 1 ไร่เศษๆ วางผังอาคารแบบทรงสามเหลี่ยม ไปตามรูปของ Site ชั้นพักอาศัยวางห้องเป็นแบบ Double Corridor ส่วนห้องแต่ละ Type ก็ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างลงตัว โดยหลักจะขออิงไปที่ห้อง 2 ฺBedrooms 1 Bathroom ที่เราได้รีวิวให้ดูกันนะคะ ตัวห้องจะมีหน้าห้องที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถจัดห้องได้ลงตัวมากกว่า สามารถใช้งานได้จริง เสียอย่างที่ห้องน้ำบางห้องไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ ต้องพึ่งระบบระบายอากาศของอาคารเพียงอย่างเดียว และห้องนอนเล็กจะค่อนข้างเล็กไปหน่อย ส่วนของวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาก็ค่อนข้างดีทีเดียวนะ ตอนนี้ราคาของโครงการตกอยู่ที่ ตร.ม.ละ 127,000-137,000 บาทค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ถือว่าให้มาพอใช้ได้เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตภายในโครงการ โดยรอบอาคารมี BBQ Garden, Outdoor Co-Working Space, Garden และ Pet Zone เข้าไปภายในอาคาร ที่ชั้น G จะเป็นส่วนของ Main Lobby, Indoor Co-Working Space และ Lift Lobby ที่ชั้น 24 เป็น Main Facilities มี Fitness Center, Swimming Pool, Pool Deck, Garden และ Steam และที่ชั้น 29 เป็น Sky Garden ภาพรวมทำออกมาได้ดูดีทีเดียว ทางโครงการมีที่จอดรถอยู่ 112 คิดเป็น 58% เป็นที่จอดรถแบบ Fully Automatic Parking แต่ถ้ารวมพื้นที่จอดโดยรอบตัวอาคารก็จะเพิ่มมาอีกเล็กน้อยเป็น 60% ถือว่าให้มาค่อนข้างเพียงพอนะ เพราะลูกบ้านบางส่วนก็น่าจะเดินทางด้วยรถสาธารณะหรือรถไฟฟ้าเป็นประจำ อาคารมีอัตราส่วนห้องพักอาศัยต่อลิฟท์โดยสารอยู่ที่ 97 : 1 ยังอยู่ในมาตรฐานที่รับได้ค่ะ ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็จะประกอบไปด้วยกล้อง CCTV, Security guard ตลอด 24 ชม. พร้อมทั้ง Access card สำหรับเข้าสู่โถงลิฟท์ รวมถึงระบบลิฟท์แบบล็อคชั้น และ Digital Door Lock ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 02 116 1111 WEBSITE : *** รายละเอียดโครงการเมทริส ลาดพร้าว : ***
ปากซอยลาดพร้าว 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
127,000 ฿
29/9/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.818 รีวิว บ้านเดี่ยว เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง The Palm Kathu-Patong สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน HOMENAYOO ที่น่ารักทุกคนค่ะ วันนี้เราจะขอพาไปชมโครงการ เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง จาก พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Luxury บนทำเลใกล้หาดป่าตอง ตั้งอยู่บน ซ.บางทอง ถ.วิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ใกล้ทั้งหาดป่าตองที่เป็นหาดขึ้นชื่อของจ.ภูเก็ต และไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตที่มี Central Festival ภูเก็ต, Big C, HomePro, Tesco Lotus, SB Furniture, Index Living Mall, Makro และ Premium Outlet เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 120 ยูนิต บนที่ดิน 42-3- 8.19 ไร่ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ 3 ห้องนอน และ 3-4 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 179 ตร.ม. ด้วยฟังก์ชั่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ที่ต้องการขยายครอบครัวหรือหาบ้านพักตากอากาศวิวภูเขา และไม่ไกลจากตังเมืองกะทู้ค่ะ และสร้างเสร็จพร้อมอยู่ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ อาทิ คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมเตียงอาบแดด, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน, ทะเลสาบ, ประตูคีย์การ์ด, CCTV และรปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท* โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดเงินสด 300,000 บาท*, ฟรี ! สัญญาณกันขโมย, ฟรี ! ปั๊มน้ำ-ถังสำรองน้ำ, ฟรี ! วอลเปเปอร์ทั้งหลัง, ฟรี ! จัดสวนมาตรฐาน* (ม.ค.2561) ลงทะเบียนรับอภิสิทธิ์เพื่อครอบครอง คลิก : *** ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ � :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซ.บางทอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83120 พิกัด GOOGLE MAP : 7.903092, 98.335040 โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บน ซอย บางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ ตัวโครงการอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต , หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ โดยโครงการของเรา เป็นโครงการที่ราคาสูงที่สุด บน Concept มนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา รังสรรค์ชีวิตเหนือระดับ ด้วยเพราะนอกจากดีไซน์ของตัวบ้านแบรนด์ The Palm ที่เป็นอีกแบรนด์บ้าน Luxury ของพฤกษาแล้ว ทำเลที่ตั้งของโครงการยังอยู่ในแนวที่สามารถมองเห็นวิวของภูเขา โซนด้านหลังสุดของ Pruksa Avenue นั่นเอง การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางโดยรถยนต์หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ค่ะ โดยเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว และ ถนนภก.3030 การเดินทางในตัวโครงการถือว่าสะดวกสบายเนื่องจาก อ.กะทู้ เป็นอำเภอที่อยู่ระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต โดยใช้ถนนพระบารมี และถ.พระภูเก็ตแก้ว และสามารถวิ่งไปโซนเกาะแก้วได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ จากโครงการสามารถวิ่งออกสู่โซนเกาะแก้วได้อีกเส้นทางหนึ่งคือ ถ.ภภ.3030 ซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวไปมาสักนิดหนึ่งแต่รถไม่ติดเลยค่ะ จะวิ่งไปโผล่ที่บริเวณ รร.นานาชาติบริทิช ภูเก็ต และช่วยย่นระยะทาง จากโครงการออกสู่ถนนเทพกระษัตรีหากต้องการวิ่งไปสนามบินภูเก็ตอีกด้วย ในอนาคต การเดินทางระหว่างโครงการ และหาดป่าตอง จะสะดวกสบายขึ้นอีกค่ะ เนื่องด้วยมีจะมี ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ทางหลักในอนาคตที่จะใช้สัญจรแทนถนนพระบารมีที่เป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงภูเขาตามลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ต โดยทางพิเศษสายใหม่นี้จะเริ่มจาก ถ.ผังเมืองรวมสาย ก. ความกว้าง 6 ช่องจราจร โครงสร้างทางยกระดับ ข้ามถนนพิสิษฐ์กรณีย์ เข้าสู่โครงสร้างปากอุโมงค์ ลอดใต้ภูเขา ออกที่ปากอุโมงค์ ต.กะทู้ เชื่อมต่อกับทางยกระดับ ด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่สามารถผ่านได้ทั้งรถจักรยานต์ยนต์ รถยนต์ และรถ 10 ล้อ และเชื่อมต่อกับ ถ.พระบารมี ที่ประมาณกม.ที่ 0+850 เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.เมือง ต่อไปค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจาก ซ.บางทอง ไม่ใช่ถนนเส้นหลักค่ะ เป็นถนนเส้นรองที่เชื่อมต่อกับ ถ.ภก.4020 หรือถ.วิชิตสงคราม ถึงแม้จะไม่ใช่ถนนทางตัน แต่เป็นทางที่วิ่งข้ามเขาค่ะ หากดูจากแผนที่ด้านบนจะเห็นว่าลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ตตัวเมืองจะอยู่ที่เชิงเขาทั้งหมด ตัวเมืองกะทู้ที่มีสาธารณูปโภคที่หนาแน่น ก็จะอยู่ที่ ถ.วิชิตสงคราม และถ.พระภูเก็ตแก้ว ที่เป็นถนนเชื่อมตัวเมืองค่ะ โซนพื้นที่ตั้งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโซนที่อยู่อาศัย ที่เงียบสงบ โครงการอยู่ไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และร้านค้าอาคารพาณิชย์มากมายหลายแห่งค่ะ ทั้งร้านขายยา ร้านช่าง ร้านอาหารต่างๆ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่ง ของ จ.ภูเก็ตค่ะ เนื่องจากโครงการอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตซึ่งสามารถเดินทางไปได้ในเวลา 10 นาที และยังถือเป็นทำเลที่กำลังมีการขยายตัวสูง ในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. อยู่ตรงข้ามกับ Central Festival Phuket เดิมที่เปิดให้บริการในปัจจุบันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรค้าปลีกเซ็นทรัลที่ใหญ่มากที่สุด ของจังหวัดเลยทีเดียว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในอีก1-2 ปีที่จะถึงนี้ ภาพจำลองโครงการ Central ภูเก็ตแห่งใหม่ เป็นห้างที่ขนาดใหญ่และพื้นที่กว้างขวางจริงๆคะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยบางทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมาให้ชมกันค่ะ เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทาง จากถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 > ถ.พระภูเก็ตแก้ว (ภก.4029) > เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ภก.4020 > ซอยบางทอง > ถนนส่วนบุคคลของ Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต > The Palm กะทู้-ป่าตอง เริ่มต้นกันบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บริเวณ Premium Outlet Phuket มุ่งหน้าไปทางแยกกะทู้นะคะ ไปตามทางป้ายสีเขียวภูเก็ต – กะทู้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระบารมี (ภก.4029) วิ่งเข้าสู่ถนนพระภูเก็ตแก้ว (ภก.ภจ4029) วิ่งตรงไปตามทาง เข้าสู่ถนนภก.4020 ผ่านโรงเรียนกะทู้วิทยา จากนั้นเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ซอยบางทอง ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็น Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ตอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ จากนั้นเราจะเข้าสู่ถนน Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต ซึ่งเป็นถนนส่วนบุคคลเฉพาะโครงการพฤกษาเท่านั้น โดยเราจะตรงเข้าไปในสุดเลยค่ะ และก็จะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง แล้วค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบๆโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการก็อย่างที่เราขับรถพามากันตลอดทางเลยค่ะ คือเป็นหมู่บ้านในเครือ Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ทั้งหมด กลับหลังหัน ก็จะเจอกับภาพนี้ค่ะ คือวงเวียนที่เราผ่านมาเมื่อสักครู่ ด้านข้างนี้เป็นส่วน Club House ซึ่งเป็น Club House ที่ใช้ร่วมกันในทุกโครงการของพฤกษาที่อยู่ในทำเลนี้ เดี๋ยวเราพาไปดูอีกทีนะคะ ฝั่งขวาของวงเวียนนี้เป็นโครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง ซึ่งเป็นโครงการราคาถูกลงมาหน่อยเมื่อเทียบกับโครงการเรานะคะ ด้วย Product ตัวบ้านจะค่อนข้างกะทัดรัดกว่า และหมู่บ้านภัสสรด้านซ้ายมือค่ะ ส่วนโครงการเรานั้นจะตรงเลยวงเวียนนี้เข้าไปอีกหน่อย สำหรับทำเลเดียวกันนั้นโครงการ The Palm เป็นโครงการที่แพงที่สุด ซึ่งเน้นที่บรรยากาศโครงการและขนาดบ้านรวมที่ดินที่ใหญ่กว่าโครงการอื่นๆ เหมาะกับครอบครัวใหญ่ สภาพแวดล้อมโครงการฝั่งด้านหลังนั้นจะเป็นทิวเขาไกลๆ และที่ติดกับโครงการเลยเป็นภูเขาเตี้ยลงมาหน่อยซึ่งยังเป็นเขาที่มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้หลังบ้านนั้นได้วิวพื้นที่สีเขียวไปเต็มๆ และสัมผัสกับธรรมชาติแท้จริง วิวภายในโครงการเมื่อมองมาจากบ้านตัวอย่าง จะเห็นภูเขาหลังโครงการชัดเจนมาก :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Luxury จำนวน 120 ยูนิต บนพื้นที่ขนาด 42-3- 8.19 ไร่ค่ะ ซึ่งเป็นโครงการที่ลักษณะ ตั้งอยู่บนเชิงเขา ทำให้บ้านทุกหลังจะได้วิวจากธรรมชาติค่ะ แบบบ้านจะมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน ว่าจะไปตั้งบนส่วนไหนของทางลาดเชิงเขาบ้าง บางหลังก็จะเป็นบ้าน 2 ชั้น ส่วนบางหลังก็ 3 ชั้นค่ะ โดยทุกหลัง จะมีที่จอดรถ 2 คัน ภายในโครงการ มีพื้นที่ส่วนกลางคือสวนสาธารณะ พร้อมสนามเด็กเล่น ส่วน Club House ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมทะเลสาบที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ แต่จะเป็นคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง ภายใน Pruksa Avenue แห่งนี้นะคะ :::: House Type :::: แบบบ้านทั้ง 5 แบบ ประกอบด้วยแบบที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว 3 แบบ และแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว อีก 2 แบบค่ะ นั่นก็คือ 1. แบบบ้าน : DYPSIS พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน และ Skydeck ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 / Skydeck 2. แบบบ้าน : LICUALA พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน 1 ส่วนอเนกประสงค์ และ Skydeck ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 / Skydeck 3. แบบบ้าน : BISMARCKIA พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำห้องนอนใหญ่ Foyer โถงต้อนรับ และ Skydeck 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : Foyer / ชั้น 1 / ชั้น 2 แบบบ้าน : BUTIA (New) พื้นที่ใช้สอย 179 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 แบบบ้าน : ROYSTONEA (New) พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 ::: Club House : สระว่ายน้ำ และฟิตเนส ส่วนกลาง Pruksa Avenue ::: เรามาพูดถึงส่วน Club House กันนะคะ หน้าตาของ Club House นี้ทำออกมาได้สวยในสไตล์ Modern ชัดเจน ดูเรียบง่ายแต่มีความโอ่โถงพอสมควรเลยค่ะ ด้านข้างติดป้าย Club House ไว้ เข้ามาภายในชั้นแรกจะเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor เปิดโล่งทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้รับลมพัดผ่านได้ดี เย็นสบายทีเดียว ด้านข้างมีชุดโซฟาแบบ Outdoor ให้นั่งเล่นตากลมเพลินๆ ได้ค่ะ ด้านข้างเป็นสำนักงานส่วน Club House ออกมาด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พอสมควร ที่เชื่อมกับทะเลสาบด้านหลังและเห็นทิวภูเขาสีเขียว เสมือนสระว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางภูเขาห้อมล้อม บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ ด้านข้างวาง Day Bed ขนาดใหญ่ให้นอนอาบแดด ชมธรรมชาติกันชิลๆ บรรยากาศทะเลสาบที่ติดกับสระว่ายน้ำ ของจริงสวยทีเดียวค่ะ จากสระว่ายน้ำหันกลับมาส่วน ClubHouse อีกฝั่งของระเบียงด้านข้างสระก็มีวาง Day Bed ให้อีกจุด ประมาณ 6 ที่นั่ง สระว่ายน้ำใน Club House นี้ออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ระบบคลอรีน ใครกลัวแดดหน่อยก็มาว่ายช่วงเช้าหรือเย็นๆ ก็ได้นะ บรรยากาศและอากาศก็ดีเลยค่ะ ความลึกสระของผู้ใหญ่ค่อนข้างลึกกว่ามาตรฐานอยู่เหมือนกันนะ ปกติส่วนใหญ่จะลึก 1.2 ม. กัน แต่ที่นี่สระผู้ใหญ่ลึก 1.35 ม. ส่วนสระเด็กลึกที่ 75 ซม. ค่ะ ด้านล่างมีบอกค่าระดับของคลอรีนและกรด-ด่างในสระว่ายน้ำ ด้านข้างสระมีจุดล้างตัวให้ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำด้านใน จุดล้างตัวมีฝักบัวให้ 2 จุดค่ะ ด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายแยกกัน บรรยากาศภายในห้องน้ำตกแต่งเรียบง่ายค่ะ มีอ่างล้างมือให้ 3 จุดและแบ่งห้องน้ำให้ 3 ห้อง ภายในห้องน้ำ ด้านข้างมีตู้ Locker ให้เรียบร้อย สำหรับลูกบ้านเก็บข้าวของได้ ก่อนลงไปไว้ว่ายน้ำ ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อนะคะ บันไดทางขึ้นเป็นบันไดโปร่งแบบนี้ดูสวยดีค่ะ แต่คุณผู้หญิงคนไหนใส่กระโปรงก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ ด้วยความที่เป็นบันไดโปร่งก็อาจจะดูโป๊ได้ บนชั้น 2 ด้านข้างทำเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ โดยปูหญ้าเทียมให้ ส่วนสุดทางจะเป็นห้อง Fitness ค่ะ ภายในห้อง Fitness ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ รวมทั้งไว้วิวรอบทิศทางด้วย มีชุดเครื่องเล่นให้ครบครันทีเดียวทั้งชุดสำหรับเวทเทรนนิ่ง เครื่องออกกำลังกาย มีชุดเวท ยกน้ำหนักให้ ลู่วิ่ง 2 เครื่องพร้อมเครื่องปั่นจักรยาน วิวบรรยากาศจากส่วนห้อง Fitness ด้วยความที่อยู่ชั้น 2 เลยสามารถ Take View ได้ไกลทีเดียวค่ะ :::: ภายในโครงการ :::: บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง จะเห็นว่าทางซุ้มโครงการตกแต่งออกมาในสไตล์ Modern ชัดเจน และเน้นความโอ่โถงให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ป้ายโครงการชัดเจนอยู่ด้านข้างซุ้มทางเข้าโครงการเลยค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการแบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งและวางป้อมยามอยู่ตรงกลางเพื่อที่จะสามารถดูแลรถทั้งฝั่งเข้าและฝั่งออกได้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ระบบการเข้า-ออกโครงการที่นี่ใช้เป็นระบบ Key Card Access ระยะใกล้ และเปิด-ปิดด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ อีกมุมของส่วนป้อมยาม เครื่องสแกนบัตรแบบระยะใกล้ และมีกล้อง CCTV บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ 2 ตำแหน่ง ส่องทะเบียนรถและหน้าคนขับ หันกลับมาดูอีกมุมของส่วนทางเข้ารถยนต์ ด้านหลังซุ้มโครงการมีปลูกไม้พุ่มแบบนี้ให้ด้วย ดูสดใสดีนะคะ เข้ามาภายในโครงการกันแล้วค่ะ ด้านข้างมีทำทางเดินเท้าให้เดินได้ง่าย ไม่เดินลงถนน เข้ามาจะเป็นวงเวียนขนาดใหญ่ ตรงกลางมีต้นปาล์ม 3 ต้น เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ตามชื่อโครงการ The Palm เลย ฝั่งขวาเลยวงเวียนมาหน่อยนั้นจะเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ ซึ่งจัดไว้ให้ค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยค่ะ ดูร่มรื่นมากทีเดียว ภายในทำทางเดินสะอาดเรียบร้อย น่าเดินเล่นดีค่ะ ตลอดทางมีทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้พุ่ม รวมทั้งทำทางเดินให้เดินได้ง่ายตลอดภายในสวน เพื่อลูกบ้านมาเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นในสวนได้ หันกลับไปเป็นพื้นที่สวนร่มรื่นมากๆ เดินต่อไปอีกหน่อยจะเห็น Details การจัด Landscape มีที่ให้นั่งเล่น นั่งพักกันได้ในสวน ถัดมาอีกหน่อยเป็นสนามเด็กเล่นค่ะ มีชิงช้าและน้องไดโนเสาร์ให้เล่นในบ่อทราย เด็กๆ หกล้มก็ไม่บาดเจ็บมากนักเท่ากับทางเดินที่เป็นคอนกรีตอีกด้วย ดูสวนเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราพาไปดูส่วนถนนภายในโครงการกันต่อนะคะ ความกว้างของถนนภายในโครงการประมาณ 9 ม. การจัดผังของที่นี่ค่อนข้างดีสำหรับการวางแนวหน้าบ้านนะคะ เพราะบริเวณหน้าบ้านนั้นหันหน้าเข้าหาพื้นที่สวนทั้งหมด ซึ่งสำหรับถนนเส้นนี้จะไม่มีบ้านไหนที่หันหน้าเข้าหาบ้านฝั่งตรงข้ามเลย ทำให้บ้านบนถนนเส้นนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวค่ะ ตรงมาเรื่อยๆ ตำแหน่งบ้านก็ยังหันเข้าหาสวน และไม่มีบ้านฝั่งตรงข้ามเลย ลักษณะการจัดผังตัวบ้านเค้าจะยกบ้านขึ้นสูงเพื่อให้สามารถมองวิวได้ไกลมากขึ้น อีกฝั่งของบ้านมีจัดพื้นที่สำหรับจอดรถให้เพิ่มเติมเล็กน้อย สำหรับลูกบ้านหลังไหนที่มีรถเยอะจะได้ไม่ต้องไปจอดหน้าบ้านให้ดูเกะกะถนน สัญจรไม่สะดวกด้วยค่ะ ตรงมาเรื่อยๆ บริเวณนี้จะยังไม่ได้มีการก่อสร้างนะคะ ตามป้ายของพฤกษาบอกว่าเป็นพื้นที่ในอนาคตอยู่ ถัดมาจะเป็นบ้านอีกแบบนึงในโครงการ ซึ่งการวางผังก็ยังตาม Concept เดิมคือด้านหน้าบ้านเป็นสวนสีเขียวดูสบายตาและเป็นส่วนตัวค่ะ ซึ่งถนนหลักนี้จะเป็นถนนทอดยาวไปสุดที่ปลายไซต์โครงการเลยค่ะ ก็จะมีบ้านเกาะอยู่หน้าถนนหลักโครงการเลย ไม่ได้แยกเข้าซอยย่อยไปอีก :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้เอาบ้านตัวอย่างมาให้ชมทั้งหมด 3 แบบ แบบบ้าน DYPSIS : 230 ตร.ม. บ้าน Dypsis หลังเล็กสุดของโครงการนะคะ นับว่าเป็นบ้านขนาดกลางๆ นะ เพราะด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในก็ประมาณ 230 ตร.ม.แล้วมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำและ 2 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกบ้านประมาณ 3-4 คนได้สบายๆ ค่ะ ลักษณะการออกแบบบ้านของที่นี่เน้นความโมเดิร์น ใช้โทนและรูปลักษณ์ตัวบ้านเรียบง่าย จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือด้านบนสุดเลย จะเห็น Sky Deck อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor พักผ่อนชิลๆ หรือเวลามีปาร์ตี้ก็สามารถจัดปาร์ตี้ด้านบน ปิ้งย่างบาร์บีคิวกันได้ ป้ายบอกขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน Dypsis อยู่ที่ 230 ตร.ม. ภายในได้ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ และ Sky Deck บ้าน DYPSIS : ชั้น 1 พื้นโรงจอดรถสามารถจอดได้สองคัน ด้านบนติดโคมไฟดาวน์ไลท์ 4 ดวง มีปลั๊กไฟบริเวณด้านหลังให้ และมีพื้นที่สามารถเดินเข้า-ออกสวน รวมทั้งประตูทางเข้าบ้านได้จากที่จอดรถ ประตูทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถ ไม้ HDF ปิดผิวลามิเนตสีขาว มือจับแบบก้านโยกสแตนเลส หน้าทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ด้านข้างที่จอดรถนะคะ ด้านหน้ามีเฉลียงเล็กน้อยพร้อมกันสาดยื่นออกมากันแดดกันฝนได้ระดับนึง ตัวบ้านถูกยกระดับจากพื้นที่จอดรถพอสมควร เพื่อกันน้ำไหลย้อนเข้าตัวบ้านได้ ประตูทางเข้าโครงการใช้เป็นประตูกระจกสีเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมแบบ Power Coat ลักษณะการเปิดเป็นแบบเปิดออกทั้ง 2 ด้านทำให้มีความกว้างของทางเข้าบ้านพอสมควรเลยค่ะ ตัวล็อกและมือจับมาตรฐาน เข้ามาด้านในจะเป็นส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลัง บริเวณที่ค่อนข้างโปร่งโล่งด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่ให้มาค่อนข้างเยอะทีเดียว บริเวณที่นั่งส่วนโซฟาได้พื้นที่ค่อนข้างใหญ่สามารถวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะด้านข้างได้ ส่วนหน้าต่างนั้นเป็นบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ มือจับมาตรฐานพร้อมตัวล็อกแบบ 2 ตอนคือส่วนบริเวณมือจับและตัวล็อกก้นหอยตรงกลาง หันมาทางส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟา จะได้เป็นผนังโล่งๆ นะคะสำหรับบ้านมาตรฐาน ไว้สำหรับเป็นพื้นที่แขวนทีวีหรือวางชั้นโชว์ของต่างๆ ได้ ถัดมาคือส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร มีขนาดที่สามารถรองรับที่นั่งได้ประมาณ 4-6 ที่นั่ง สบายๆ ทั้ง 2 ฝั่งได้หน้าต่างและประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้อากาศบริเวณนี้ถ่ายเทได้ดี รวมทั้งได้แสงสว่างภายนอกเข้ามาในตัวบ้านได้ดีในช่วงกลางวัน เรียกได้ว่าไม่ต้องเปิดไฟกันได้เลย ลักษณะบานเลื่อนจะเป็นบานเปิด 2 ตอน ได้พื้นที่เปิดค่อนข้างกว้าง ถัดจากพื้นที่รับประทานอาหาร ติดๆกันเลยเค้าออกแบบให้เป็นส่วนเตรียมอาหาร ซึ่งจะทำเป็น Pantry ไว้ให้ค่ะ และถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนครัวปิด หรือครัวไทยในบ้าน การทำพื้นที่เตรียมอาหารเล็กๆ นี้ไว้นั้นถือว่าค่อนข้างดีนะคะ เป็นสัดส่วน ใครอยากจะเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มง่ายๆ ก็ทำได้ภายในบ้านเลยไม่ต้องเข้าไปในส่วนครัวไทย ที่เป็นพื้นที่ทำอาหารหนักๆ ระหว่างครัวไทยและ Pantry เตรียมอาหารกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก สามารถมองเห็นกันได้ทำให้ดูโปร่งโล่งดีค่ะ แต่ในเชิงของการใช้งานที่แยกเป็นสัดส่วนและช่วยให้กลิ่นอาหารหนักไม่เข้ามาภายในตัวบ้านก็ยังคงอยู่ ครัวไทยจัดพื้นที่มาให้พอสมควรนะคะ สามารถจัดวางฟังก์ชันได้ดีและแยกส่วนกันชัดเจนระหว่าง ตู้เย็น อ่างล้างจาน และ Hob สำหรับส่วน Pantry นั้นจัดให้เป็นไอเดียให้ดูนะคะ ซึ่งดูจากบ้านตัวอย่างแล้วมีการจัดวางฟังก์ชันได้ดีทีเดียวเลยค่ะ ส่วนอ่างล้างจานนั้นติดกับหน้าต่างบานเลื่อน จัดเป็นตำแหน่งดีทีเดียวค่ะ เพราะสามารถช่วยระบายความชื้นได้ดี ด้านข้างเป็นส่วนงานระบบต่างๆ ซึ่งจะปิดด้วยประตูขนาดเล็กให้ดูเรียบร้อยค่ะ ฝั่งที่ติดกับประตูบานเลื่อนนั้นเป็นตำแหน่งวางตู้เย็นขนาดกลางๆ กำลังพอดีค่ะ ติดกับตู้เย็นเป็นประตู HDF ออกไปยังส่วนซักล้างด้านหลังบ้าน มือจับสแตนเลสแบบก้านโยกพร้อมตัวล็อก ลานซักล้างได้เป็นพื้นคอนกรีต ซึ่งจะได้เป็นมาตรฐานนะคะ ถัดจากส่วนซักล้างนั้นจะเป็นสวนหลังบ้าน ด้านบนบริเวณลานซักล้างติดดวงโคมให้ค่ะ มีก็อกสนามไว้ให้ต่อสายยางซักล้างต่างๆ ได้ หรือจะต่อสายยางไปรดน้ำต้นไม้รอบบ้านก็ได้เช่นกัน ติดกับส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำในชั้นล่างค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกัน บริเวณทางเข้าส่วนห้องน้ำจะลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อย เนื่องจากห้องน้ำอยู่ใต้โถงบันได หากไม่ลดระดับก็จะทำให้ฝ้าเพดานห้องน้ำต่ำลงไปนะคะ ดังนั้นการลดระดับก็จะช่วยให้ฝ้าเพดานภายในห้องน้ำสูงขึ้น ใช้งานได้ถนัดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการขึ้น-ลงบันไดแม้จะขั้นไม่มาก ก็อาจจะไม่สะดวกนักสำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกในบ้านเป็นผู้สูงอายุ ประตูห้องน้ำขนาดมาตรฐาน มือจับเป็นก้านโยกค่ะ ภายในห้องน้ำชั้นล่างนี้จะทำเป็นแบบ Power Room นะคะ คือไม่มีพื้นที่อาบน้ำในชั้นล่างจะมีแค่ส่วนโถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างมือ พื้นภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิกแบบด้าน พื้นภายในห้องน้ำมีการลดระดับลงมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี อ่างล้างมือให้มาขนาดกะทัดรัดแต่มีพื้นที่ด้านข้างไว้ให้พอสมควรเลย สามารถวางข้าวของต่างๆ ได้พอสมควรค่ะ ก็อกน้ำแบบเปิดขึ้น จาก American Standard ด้านล่าง Built-in ช่องเก็บของไว้ให้เล็กน้อย โดยใช้บานเปิดได้ข้างนึงค่ะ โถสุขภัณฑ์จาก American Standard เช่นเดียวกับอ่างล้างมือ ด้านข้างมีพื้นที่ข้างโถพอสมควร นั่งได้สบายๆ ไม่อึดอัด ลักษณะปุ่มกดของโถสุขภัณฑ์จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ให้ขึ้นอยู่กับการใช้งานค่ะ จะได้ไม่เปลืองน้ำมากนัก อุปกรณ์ห้องน้ำอื่นๆ ใช้ยี่ห้อ American Standard เช่นเดียวกัน ดูสวยงามและแข็งแรงดี ได้ราวแขวนเสื้อหรือผ้าขนหนูจาก American Standard เช่นเดิม สำหรับห้องน้ำนั้นเค้าจะติดบานกระทุ้งมาให้ด้วยนะคะ อยู่ด้านบน ซึ่งช่วยระบายความชื้นและอากาศภายในห้องน้ำได้ดีค่ะ และไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมดูดอากาศให้เปลืองไฟด้วยนะ ติดกับห้องน้ำ และอยู่ด้านใต้บันไดนั้นจะมีการ Built-in ชั้นเก็บของใต้บันไดให้ เพื่อสามารถใช้พื้นที่ใช้สอยได้สูงสุดค่ะ ภายในพื้นที่เก็บของนี้สามารถเก็บของได้ระดับนึงนะคะ ไม่ได้เล็กนะ จริงๆสามารถใส่กล่องเก็บของใหญ่ๆ ได้เหมือนกันค่ะ ผนังด้านในห้องเก็บของติดดวงไฟให้ ลักษณะบันไดนั้นจะเป็นบันไดโครงเหล็กแบบนี้ค่ะ ถัดจากส่วนห้องน้ำมาแล้วเราขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อเลยนะคะ ในส่วนของบันไดนั้นใช้ราวจับเป็นไม้และเหล็กพ่นสีดำ ส่วนลูกตั้งและลูกนอนก็ได้เป็นไม้ยางเช่นเดียวกัน ดูสวยงามดีค่ะ ด้านข้างของบันไดมีเจาะช่องเปิดเป็นกระจกบาน Fixed ให้ด้วย เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามายังโถงบันไดได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองไฟเป็นดวงโคมในช่วงกลางวันด้วย หน้าตาสวิตช์ไฟภายในบ้าน จาก Siemens ค่ะ บริเวณโถงกลางของบันไดได้ช่องเปิดขนาดใหญ่ ซึ่งให้มาเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งด้วยนะคะ ช่วยให้บริเวณโถงบันไดสามารถระบายอากาศได้ดี รวมทั้งช่วยให้ลดพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้ดีเช่นกัน ลักษณะบันไดนั้นจะเป็นบันไดแบบพับผ้า หรือตัว U สลับขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงชั้นบนสุดเลย ข้อดีของการทำบันไดแบบพับผ้านี้คือไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านดีค่ะ ชานพักบันไดแบ่งให้เป็น 2 ขั้นแบบนี้ เดินได้ง่ายขึ้นกว่าบันไดที่ให้ขั้นมาเป็นแบบสามเหลี่ยม บ้าน DYPSIS : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับส่วนพื้นที่อเนกประสงค์ก่อน ค่อยแยกออกเป็นห้องนอนอีก 3 ห้องนะคะ สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์นั้นชั้น 2 นี้จะไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนนะ เค้าทำพื้นที่นี้ขึ้นมาเพื่อให้ลูกบ้านสามารถนำมาปรับฟังก์ชันเป็นพื้นที่ที่ตัวเองต้องการใช้งาน เช่นทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัวมากขึ้น เผื่อบ้านไหนรับแขกบ่อยๆ จะได้ให้พื้นที่นั่งเล่นด้านล่างเป็นพื้นที่รับแขกไป สมาชิกในบ้านก็ยังสามารถมาใช้งานพื้นที่นั่งเล่นด้านบนได้ หรือทำเป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวไปเลยก็ได้เช่นกันค่ะ อย่างบ้านตัวอย่างนั้นจะจัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นในชั้นบนนะคะ ก็สามารถวางชุดโซฟาและทีวีขนาดใหญ่ได้นะ ใครชอบดูหนังมากๆ จะกั้นห้องนี้เป็นห้อง Home Theater ก็สามารถทำได้สบายๆ เลยค่ะ ถัดมาเป็นเราจะพาไปดูห้องนอนเล็กกันนะคะ ภายในห้องนอนเล็กเหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 – 5 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างเตียงเหลือพอสมควรให้วางชุดโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้ ด้านข้างให้หน้าต่างบานใหญ่ทำให้แสงสว่างเข้ามาได้ดีทีเดียวค่ะ ดูห้องโปร่งโล่งดี อีกฝั่งด้านข้างเตียงเค้าจัดให้เป็นส่วนตู้เสื้อผ้านะคะ และปลายเตียงเป็นชั้นวางของ หรือวางทีวีก็ได้นะ มาที่ห้องน้ำรวมที่ใช้ร่วมกันบนชั้น 2 กันต่อนะคะ สำหรับภายในห้องน้ำนั้นแยกส่วนเปียกและให้ไว้ชัดเจนดีทีเดียวค่ะ คือบริเวณพื้นที่อาบน้ำมีการกั้นกระจกไว้ให้พร้อมยกธรณีสูงขึ้นมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนเรียบร้อย พื้นภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิกเช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อย พร้อมจบขอบด้วยไม้สำเร็จรูป ส่วนอ่างล้างมือให้มาทั้งหมดแบบนี้เลยค่ะ พร้อมกระจกเงาด้วยนะ อ่างล้างมือขนาดใหญ่ขึ้นจากชั้นล่างนะคะ แต่ไม่มีพื้นที่วางของมากนัก เค้าเลยแก้เป็นการ Built-in ตู้ด้านล่างมาให้อย่างดีทีเดียวค่ะ ขนาดกำลังดีเลยไม่เล็กไป ใช้งานได้ดี โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อเดิมกับห้องน้ำห้องที่แล้วนะคะ แต่เสียดายพื้นที่ด้านข้างโถที่ค่อนข้างน้อยเหมือนกัน ลักษณะของโถโค้งมน สวยงามดีค่ะ ส่วน Shower Box จะได้เป็นประตูกระจกเปิดเข้าแบบนี้ค่ะ ใช้งานสะดวกและเป็นสัดส่วนดี พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกะทัดรัดพอสมควรนะ ส่วนฝักบัวนั้นจะได้เป็นฝักบัวสายอ่อน ขนาดหัวฝักบัวค่อนข้างใหญ่ทีเดียว และบริเวณมือจับก็แข็งแรงดีทีเดียวค่ะ ด้านข้างผนังส่วนพื้นที่อาบน้ำนั้นได้หน้าต่างบานกระทุ้งด้านบนด้วย ช่วยระบายความชื้นได้ดีค่ะ ด้านล่างให้ก็อกสนามมาด้วย เผื่อไว้ซักล้างหรือทำความสะอาดห้องน้ำได้ หันกลับไปฝั่งประตูทางเข้าห้องน้ำ จะเห็นที่แขวนเสื้อผ้าอยู่ด้านข้างค่ะ เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนภายในชั้นนี้กันต่อเลย เดี๋ยวเราดูห้องนอนเล็กกันก่อนนะ ค่อยไปดูห้อง Master Bedroom กันต่อ ภายในห้องนอนเล็กอีกห้อง มีขนาดใกล้เคียงกับห้องนอนเล็กห้องที่แล้วนะคะ เหมาะกับการวางเตียง 3.5 – 5 ฟุต จะกำลังดีเลย ส่วนหน้าต่างห้องนี้ดูจะได้เยอะทีเดียวทำให้ตัวห้องดูโปร่งโล่งมากๆ เลยค่ะ แม้จะวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงพอสมควรนะคะ ปลายเตียงก็เหลือนะ สามารถวางชั้นวางทีวีได้เลยค่ะ ปลายเตียงสามารถวางทีวีได้เลย ส่วนด้านข้างเตียงทำเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าค่ะ เข้ามายังห้อง Master Bedroom กันต่อนะคะ ขนาดห้องนอนนี้ค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ สามารถแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ ได้เลยคือ โซนเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่วางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้และมีที่สำหรับ Built-in ชั้นวางทีวีพร้อมวางทีวีขนาดใหญ่ได้ ส่วนพื้นที่เตียงนอนสามารถวางเตียง King Size ได้สบายๆ พร้อมเหลือพื้นที่ทางเดินด้านข้าง ด้านหลังเตียงมีหน้าต่างให้ทั้ง 2 ข้างเลย รวมกับประตูบานเลื่อนกระจกฝั่งหน้าบ้านอีกทำให้ห้องดูสว่าง และโปร่งโล่งดีมากๆ ส่วนข้างเตียงเป็นประตูบานเลื่อนที่เปิดออกทั้ง 2 ด้านตามรูปเลยค่ะ ทำให้ได้ทางเข้า-ออกขนาดใหญ่ทีเดียว ใครชอบเปิดประตูสูดอากาศได้จากภายในห้องนอนกันได้เลยค่ะ เปิดประตูออกมาก็เจอกับภูเขาที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สดชื่นไปอีกก บริเวณระเบียงนั้นพื้นจะเป็นทรายล้างแบบนี้ค่ะ จากพื้นห้องนอนมีลดระดับลงมาเล็กน้อย ระเบียงใช้เป็นกระจกทำให้สามารถมองวิวภายนอกได้ดี และดู Modern ด้วยค่ะ อีกฝั่งก็เป็นเหมือนกันค่ะ ในส่วนของขนาดความกว้างระเบียงนั้นสามารถนำเก้าอี้ขนาดกะทัดรัดมานั่งเล่นชมวิวระยะไกลได้เลยนะ เพราะขนาดความกว้างระเบียงไม่ได้สั้นมาก เข้ามาภายในห้องนอนกันต่อนะคะ ด้านในสุดจะมีส่วน Walk in Closet ซึ่งจะเชื่อมกับห้องน้ำภายในห้องนอนด้วย กั้นประตูกระจกแบบนี้ให้ดูเป็นสัดส่วนดีค่ะ บริเวณพื้นที่ Walk in Closet แม้ไม่ได้ขนาดใหญ่มากแต่ก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าแบบ 2 ประตูได้นะคะ รวมทั้งโต๊ะเครื่องแป้งด้วย ถัดจาก Walk in Closet จะเป็นห้องน้ำภายในห้องนอนนี้ค่ะ ผังการจัดวางทั้งสุขภัณฑ์และขนาดจะใกล้เคียงกับห้องน้ำด้านนอกในชั้น 2 เลย สุขภัณฑ์ก็เหมือนกัน คือยี่ห้อ American Standard อีกมุมของโถสุขภัณฑ์ ด้านข้างมีพื้นที่เหลือเล็กน้อย ปุ่มกดน้ำแบ่งออกเป็น 2 ปุ่มเช่นเดียวกับห้องน้ำรวมในชั้น 2 เลย ส่วนพื้นที่ภายในห้องน้ำและฝักบัวก็เหมือนกับห้องน้ำรวมชั้น 2 อีกเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนอ่างล้างมือจะแตกต่างกันนิดหน่อยคือขนาดของตู้ Built-in ด้านล่างที่ได้ขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย และก็อกน้ำจาก Cotto ขนาดใหญ่ สวยงามดีค่ะ ขึ้นไปชั้น 3 กันต่อเลยนะคะ ช่องเปิดในชั้น 3 จะเล็กลงมาจากบริเวณชานพักชั้น 2 ชัดเจนมากเลย เนื่องจากเป็นชั้นที่ไม่ได้มักจะขึ้นบ่อยๆ อยู่แล้วเป็นปกตินะคะ ภายในชั้น 3 นี้จะมีฟังก์ชันเดียวค่ะ ซึ่งจะอยู่ภายนอก เดี๋ยวเราไปดูพร้อมกัน บ้าน DYPSIS : ชั้น 3 ก่อนเปิดประตูออกเค้าก็ทำทางให้เดินได้นะคะ เป็นกึ่งชานพักไม่ใช่ขึ้นบันไดแล้วก็ถึงหน้าประตูเลยจะค่อนข้างอันตรายไป สามารถพลัดตกได้ หน้าตาสวิตช์ไฟจาก Siemens เช่นเดียวกับชั้น 1 เลย ธรณีประตูค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ ออกมาจะมีขั้นบันไดออกไปยังส่วนพื้นที่สวนแบบ Outdoor บนชั้นดาดฟ้า หลังคานี้ได้เป็นแบบระแนงไม้สำเร็จรูปนะคะ สามารถกันแดดได้บางส่วนแต่ไม่สามารถกันฝนได้นะคะ บ้านตัวอย่างจัด Day Bed มาให้ดูเป็นไอเดียในการตกแต่ง เพราะบนชั้นนี้ได้วิวภูเขาสวยงามมากและบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ มองกลับไปจะเห็นว่าพื้นที่ชั้นดาดฟ้ามีขนาดพอสมควรนะคะ สามารถจัดชุดที่นั่งได้พอสมควรเลย ฟังก์ชันสวนดาดฟ้านี้ไม่ใช่แค่มานั่งเล่นชมวิวอย่างเดียวนะ ลูกบ้านสามารถจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างบาร์บีคิวกันได้ด้วยนะ ได้อารมณ์บ้านพักตากอากาศดีเลยทีเดียวค่ะ ราวกันตกใช้กระจกสลับกับราวเหล็กพ่นสีดำ มือจับเป็นไม้สำเร็จรูป วิวภายนอกที่เห็นเป็นแบบนี้เลยค่ะ มีอีกส่วนเป็นช่องทางเดินเล็กๆ แบบนี้ค่ะ แบบบ้าน BISMARCKIA : 292 ตร.ม. มาดูบ้านตัวอย่างหลังที่ 2 กันต่อนะคะ สำหรับบ้าน Type Bismarckia เป็นบ้านที่มีการออกแบบภายในค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ แม้จะมีพื้นที่ใช้สอยเท่ากับบ้านตัวอย่างที่แล้วแต่การจัดวางถือว่าต่างกันไปเลยเป็นคนละแนว แต่ยังคงไว้คือสไตล์และวัสดุต่างๆ จะมีความเป็นหนึ่งเดียวกันค่ะ ลองถ่ายรูปจากด้านข้างของตัวบ้านให้ดูเพิ่มเติม แล้วเดี๋ยวเราไปดูส่วนที่จอดรถกันค่ะ ในส่วนที่จอดรถนั้นสามารถจอดได้ 2 คันกำลังดี ภายในใช้เป็นพื้นคอนกรีตปูด้วยทรายล้าง ฝ้าเพดานติดด้วยดวงโคมดาวน์ไลท์ ทางเข้าบ้านถูกยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย ตรงกลางทำเป็นพื้นที่เก็บของซึ่งจะอยู่ใต้บันไดของตัวบ้าน และประตูด้านขวานั้นจะเป็นประตูทางเข้าตัวบ้านค่ะ เพื่อเวลาจอดรถเข้าบ้านแล้วไม่ต้องเดินอ้อมไปยังหน้าบ้านเพื่อเข้าบ้านค่ะ เข้าทางนี้สะดวกกว่า มาที่ทางเข้าหลักของบ้านกันต่อนะคะ สำหรับตัวบ้านนี้จะมีการยกระดับจากพื้นดินปกติค่อนข้างสูงพอสมควรเลย ดูจากขั้นบันไดหลายขั้นทีเดียว ข้อดีคือเรื่องของน้ำท่วมก็ช่วยให้น้ำไม่ไหลย้อนเข้าบ้านได้ค่ะ บ้าน BISMARCKIA : ชั้น 1 บริเวณหน้าบ้านมีเฉลียงและม้านั่งเล็กๆ ให้ ไว้สำหรับมานั่งใส่ร้องเท้าได้ ด้านบนทำกันสาดให้ช่วยกันแดดกันฝนได้ระดับนึงค่ะ ส่วนประตูทางเข้าบ้านนั้นเป็นประตูบานเลื่อนกระจกสีเขียวตัดแสงกรอบบานเป็นอลูมิเนียม ด้านข้างประตูได้กระจกบาน Fixed เพิ่มมาให้ด้วย เพื่อช่วยให้แสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวบ้านได้ดียิ่งขึ้น มือจับและตัวล็อกประตูได้แบบมาตรฐาน ภายในชั้น Foyer นี้จะมีแค่ส่วนของพื้นที่รับแขกนะคะ โดยสามารถจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้อยู่ และทำที่วางรองเท้าได้ พื้นที่นี้เหมาะกับครอบครัวที่มักจะต้องต้อนรับแขกที่บ้านอยู่บ่อยๆ นะคะ และการแยกพื้นที่บริเวณนี้ชัดเจนเลย โดยการยกฟังก์ชันอื่นๆ ทั้งหมดขึ้นไปที่ชั้น 1 ทำให้สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ มีความส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ด้านข้างเป็นประตูที่ออกไปยังส่วนที่จอดรถค่ะ ซึ่งบริเวณนี้ก็มีการลดระดับพื้นลงไปประมาณ 2 ขั้น หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุในบ้าน ก็ควรจะกั้นราวกันตกบริเวณขอบเพิ่มขึ้นมาหน่อยนะคะ จะได้ไม่สะดุดล้ม ขึ้นมาที่ชั้น 1 กันต่อนะคะ จะเห็นว่าบริเวณโถงหน้าบ้านนั้นได้ช่องเปิดเยอะมาก และฝ้าเพดานด้านบนก็สามารถติดโคมระย้าได้ด้วย ด้วยความที่เค้าออกแบบให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นแบบ Double Volumn พอมองไปที่พื้นที่ห้องรับแขกด้านล่างนั้นจะเห็นว่าพื้นที่ห้องรับแขกนั้นไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่เมื่อออกแบบให้เป็น Double Volumn ให้ก็ทำให้พื้นที่นี้ดูโปร่งโล่งและไม่เล็กอย่างทีคิดนะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 1 เราจะเจอส่วนพื้นที่รับแขกก่อนเลยค่ะ ซึ่งจัดว่าได้ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวนะคะ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ชุดเลย ด้านหลังชุดโซฟานั้นเป็นประตู-หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ค่อนข้างโปร่งโล่ง รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่ลดพัดผ่านได้ดีทีเดียวค่ะ แค่ติดมุ้งลวดเพิ่มเติมนะ ก็ไม่ต้องกลัวแมลงเข้า เปิดประตู-หน้าต่างได้สบายใจเลย แทบจะไม่ต้องเปิดแอร์ให้เปลืองค่าไฟ เดี๋ยวเราไปดูระเบียงที่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นกันต่อนะคะ ขนาดพื้นที่ระเบียงไม่เล็กไม่ใหญ่นะ สามารถวางโต๊ะเก้าอี้แบบ Outdoor มานั่งชมวิวกันได้อยู่ค่ะ บริเวณระเบียงนี้มีหลังคายื่นออกมาคลุมพื้นที่ส่วนนี้ทั้งหมด ไม่โดนแดดและฝน ราวกันตกได้เป็นกระจกพร้อมมือจับแบบไม้ ส่วนพื้นที่ได้เป็นพื้นทรายล้างล้อมรอบกระเบื้องด้านใน บริเวณทรายล้างนี้ช่วยในเรื่องกันลื่นได้ดีเลยค่ะ กลับเข้ามาส่วนพื้นที่นั่งเล่นกันต่อนะคะ จากพื้นที่นั่งเล่น จะมีขั้นบันไดขึ้นไปยังส่วนพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ เพราะจะอยู่ติดกับครัวหลักในชั้น 1 นี้เลย สังเกตว่าบ้านหลังนี้มีขั้นบันไดหรือการเล่นระดับบ้านค่อนข้างมากกว่าบ้านแบบแรกพอสมควรนะคะ การเล่นระดับบ้านนี้ช่วยให้สามารถแบ่งพื้นที่ภายในบ้านได้เป็นสัดส่วนและชัดเจนากขึ้นได้ โดยไม่ต้องใช้ผนังมากั้นเพื่อแยกพื้นที่การใช้งานออกจากกันนะคะ แต่ก็เหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้มีผู้สูงอายุที่เดินลำบากแล้วนะคะ ขึ้นมาแล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดเลยไปถึงด้านหลังด้วยเค้าออกแบบให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารทั้งหมด ซึ่งสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 8-10 ที่นั่งได้เลยนะ แต่หากครอบครัวไหนมีจำนวนสมาชิกไม่มาก ก็สามารถกั้นพื้นที่รับประทานอาหารออกมาเหมือนบ้านตัวอย่างได้นะ เช่นทำพื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่นอีกจุด หรือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ลูกบ้านเลยค่ะ ฝั่งด้านในติดกับพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นส่วน Pantrt เตรียมอาหารนะคะ ซึ่งส่วนนี้สามารถทำเป็น Pantry ล้างจาน เตรียมอาหารเบาๆ และทำเคาน์เตอร์นั่งกินข้าวเบาๆ ได้ หรือเรียกว่าเป็น Breakfast Counter ถัดมาเป็นส่วนครัวไทยนะคะ ซึ่งจะลดระดับพื้นลงมาเล็กน้อยและมีประตูบานเลื่อนปิดให้ เพื่อที่จะสามารถทำอาหารหนักได้ มีหน้าต่างให้ 2 จุดเพื่อระบายความชื้นและอากาศภายในครัว บริเวณ Sink ล้างจานติดหน้าต่างแบบบานเกร็ดให้เพื่อช่วยระบายความชื้นได้ดีมากขึ้น ออกมาจะเป็นส่วนพื้นที่ซักล้างและห้องแม่บ้านนะคะ ลานซักล้างให้เป็นพื้นคอนกรีตปกติ ภายนอกติดกับสวนหลังบ้านค่ะ ในชั้นล่างก็ติดคอมเพรสเซอร์ตรงหลังบ้านแบบนี้เลย อีกฝั่งมีก็อกสนามให้และตำแหน่งปั๊มน้ำจะอยู่บริเวณนี้ค่ะ ซ้ายมือจะเป็นประตูห้องครัวที่เราออกมาเมื่อสักครู่นี้ ส่วนประตูตรงกลางเป็นห้องนอนแม่บ้าน และขวามือเป็นห้องน้ำของแม่บ้านค่ะ ภายในห้องนอนแม่บ้าน มีหน้าต่างบานเลื่อนให้สำหรับระบายอากาศได้ ประตูห้องได้เป็นมือจับแบบโยก ภายในห้องน้ำทำออกมาได้ดีนะคะ แม้ไม่ได้กั้นส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ ส่วนอ่างล้างมือพร้อมกระจกเงา ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำที่จะอยู่ติดกันเลย ฝักบัวแบบสายอ่อนพร้อมกับที่วางสบู่ด้านข้าง พื้นที่โถสุขภัณฑ์ขนาดกระทัดรัดแต่ไม่ถึงกับอึดอัดนะ กลับมาที่ส่วนรับประทานอาหารกันอีกรอบนะคะ พื้นที่รับประทานอาหารส่วนด้านในนั้นแม้จะถูกกั้นพื้นที่ไปแล้วก็ยังสามารถจัดชุดที่นั่งได้ถึง 6 ที่นั่งเลยทีเดียวค่ะ มุมนี้ได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ถึง 2 ฝั่งทำให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งและลมพัดผ่านได้ดีเลย ด้านหน้าบ้านได้ส่วนระเบียงด้วย ขนาดระเบียงกะทัดรัด เหมาะกับออกไปชมวิวมากกว่าจะนั่งเล่นได้นะคะ กลับเข้ามาบริเวณพื้นที่รับประทานอาหารอีกรอบ ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะเป็นส่วนห้องน้ำชั้น 1 และโถงบันไดขึ้นไปยังชั้น 2 ค่ะ ภายในห้องน้ำชั้น 1 นี้จะได้พื้นที่อาบน้ำด้วยนะคะ ซึ่งเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกับชั้น Foyer ด้านล่างด้วย พร้อมฉากกั้นกระจกแยกส่วนเปียกและแห้งมาเรียบร้อยเลย โถสุขภัณฑ์ใช้ American Standard เช่นเดียวกับทุกห้อง ส่วนพื้นที่โดยรอบโถสุขภัณฑ์นั้นมีความกว้างกำลังดี ทำให้เวลานั่งไม่อึดอัดมากนัก บนฝาโถสุขภัณฑ์มีปุ่มกดน้ำแบบแยก 2 ปุ่มให้ มาที่โถงบันไดกันต่อนะคะ ด้านล่างโถงบันไดมีห้องเก็บของใต้บันไดให้เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่ใช้สอยภายในได้คุ้มค่ามากที่สุด บริเวณโถงบันได ได้กระจกและหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ทีเดียวสามารถระบายอากาศภายในบ้านได้ รวมทั้งยังไม่ต้องเปิดไฟบริเวณโถงในช่วงกลางวันด้วยนะ เพราะแสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาได้ดีมากเลย ส่วนชานพักบันไดในชั้นนี้จะไม่ได้ชานพักแบบเต็มพื้นที่นะ มีแบ่งเป็นขั้นบันไดสามเหลี่ยมอยู่ด้วย เนื่องจากฝ้าเพดานในแต่ละชั้นที่ให้มาค่อนข้างสูง ทำให้ต้องทำขั้นบันไดเพิ่มขึ้นมา บ้าน BISMARCKIA : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่มีห้องนอน 3 ห้อง และพื้นที่นั่งเล่นแบบ Out door นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ เมื่อขึ้นมาแล้วจะมีทางเดินหรือ Corridor แจกไปยังห้องต่างๆ ซึ่งการทำทางเดินของเค้าก็ไม่ได้ดูเหมือนบ้านปกติทั่วไปนะ เค้ามีการเปิดพื้นที่ด้านนึงให้โล่ง และทำเป็นเหมือนทางเดินลอยค่ะ บริเวณนี้จะเปิดเป็น Double Volumn ดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ พร้อมกับให้กระจกบานใหญ่ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้ดี มองลงไปด้านล่างเราจะเห็นพื้นที่รับประทานอาหาร, พื้นที่นั่งเล่นของชั้น 1 และทางเข้าบ้าน เข้ามาดูห้อง Master Bedroom ก่อนนะคะ เป็นห้องที่อยู่ตำแหน่งหน้าบ้าน และได้ห้องขนาดใหญ่ทีเดียว ว่าเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย อีกมุมบริเวณเตียงนอนซึ่งติดกับระเบียงหน้าบ้าน ได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ อีกมุมนึงของบริเวณเตียงนอน ด้านข้างมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยทำให้สามารถวางชุดโซฟาหรือโต๊ะทำงานด้านข้างได้ ประตูบานเลื่อนเป็นแบบ 4 ตอน เปิดออกตรงกลางทั้ง 2 ด้าน ได้ระเบียงค่อนข้างยาวทีเดียวค่ะ และเข้ามุมด้วยทำให้ได้วิวในมุมกว้าง อีกฝั่งเชื่อมกับพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ที่อยู่ตรงกลางบ้าน บริเวณพื้นที่นั่งเล่น Outdoor นี้ได้ขนาดพื้นที่มากพอสมควรเลยนะคะ สามารถวางชุดที่นั่งแบบ Outdoor ขนาดใหญ่ได้เลย จัดเป็นพื้นที่ Hangout ของครอบครัวอีกจุดนึง ให้มาปาร์ตี้ ปิ้งย่างบาร์บีคิวช่วงเย็น-ดึก เพลินๆ ได้เลย หรือครอบครัวไหนชอบตื่นเช้าชมวิวภูเขาก็มาจิบกาแฟที่มุมนี้ก็ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบเช่นกันนะ วิวที่ได้จากพื้นที่ Outdoor บริเวณพื้นที่ Outdoor นี้จะมีทางเชื่อมเข้ากับห้องนอนกลางด้วยนะคะ ด้านข้างของส่วนพื้นที่ Outdoor นี้จะมีมุมที่เซตผนังเข้าไปเล็กน้อย สามารถทำส่วน Pantry เตรียมอาหารและเครื่องดื่มได้นะ กลับเข้ามาส่วนภายในห้อง Master Bedroom กันอีกรอบนะคะ ที่ถัดจากโซนเตียงนอนแล้วจะเป็นส่วน Walk in Closet ภายในส่วน Walk in Closet สามารถวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ 2 ตู้พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง 1 ตัวตรงกลาง ติดกับ Walk in Closet เป็นห้องน้ำในห้อง Master Bedroom ค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งออกเป็น 3 โซน ชัดเจน ด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำแบบ Shower ตรงกลางจัดให้เป็นอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ส่วนฝั่งซ้ายนั้นมีอ่างอาบน้ำให้ค่ะ บริเวณพื้นที่อาบน้ำได้ฉากกั้นกระจกกันน้ำกระเด็นออกมาส่วนแห้งได้ดี ติดกับพื้นที่อาบน้ำนั้นจะมี Pocket Garden เล็กๆ ให้ซึ่งสามารถตกแต่งโดยการวางต้นไม้ให้ดูสีเขียวร่มรื่นได้เหมือนบ้านตัวอย่างเลยค่ะ แนะนำว่าไม่ควรเลือกต้นไม้ที่ชอบแดดมากนักนะคะ เพราะตำแหน่งนี้ไม่ค่อยโดนแดดเสียเท่าไหร่ เนื่องจากเค้าทำระแนงบังสายตาส่วนนี้อยู่ เพื่อให้ไม่ให้ภายนอกสามารถมองเห็นเข้ามาภายในห้องน้ำได้นั่นเอง ขนาดพื้นที่ Pocket Garden นี้ไม่ใหญ่มากค่ะ วางต้นไม้ได้ประมาณ 1-2 กระถาง สำหรับต้นไม้ไซส์กลาง ถัดมาเป็นส่วนอ่างอาบน้ำนะคะ บริเวณนี้จะติดกับพื้นที่ภายในห้องนอนนะ เค้าทำให้เป็น Sexy Bathroom คือมีกระจกใสมองเห็นได้จากภายในห้องนอน ซึ่งเหมาะกับใช้งานแบบคู่รัก หากใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิล์มฝ้าได้นะคะ สำหรับอ่างให้มาขนาดกำลังดี ไม่เล็กเกินไป นอนแช่ได้สบายๆ ค่ะ มีฝักบัวสายอ่อนให้เรียบร้อย อ่างนี้จากยี่ห้อ American Standard ด้านข้างได้หน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศและให้แสงสว่างเข้ามาได้ดี ถัดมาดูห้องนอนเล็กกันบ้างนะคะ ค่อยไปดูห้องนอนกลางที่อยู่มุมในสุด ภายในห้องนอนเล็กมีขนาดกะทัด สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้กำลังดีค่ะ และจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงพอสมควรให้สามารถวางโต๊ะทำงานได้ แต่หากใครไม่ได้ต้องการโต๊ะทำงานในห้องนอนก็สามารถขยายเตียงเป็น 5 ฟุตได้นะคะ บริเวณห้องเตียงได้หน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่พอสมควร ปลายเตียงมีพื้นที่ไม่มากเท่าไหร่ บริเวณนี้เป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า สุดทางจะแบ่งเป็นห้องนอนกลางและห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กและห้องนอนกลาง ภายในห้องนอนกลางค่อนข้างใหญ่กว่าห้องนอนเล็กพอสมควรเลยค่ะ และได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่มองวิวได้ดีเลย โซนเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย ได้หน้าต่างเยอะทีเดียวค่ะ ประตูบานเลื่อนนี้จะเชื่อมกับระเบียงห้องและพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ตรงกลางที่เชื่อมกับห้อง Master Bedroom ด้วย ทางเชื่อมกับส่วนพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ส่วนห้องน้ำชั้น 2 นี้มีตำแหน่งและการจัดวางผัง รวมไปถึงสเป็คของสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้น 1 เลยค่ะ :::: ราคา (ม.ค.61) :::: **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และข้อมูลที่อัปเดตที่สุดค่ะ :::: สรุป :::: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บนบน ซอย บางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ โดยโครงการของเรา เป็นโครงการที่ราคาสูงที่สุด ด้วยดีไซน์และทำเลที่ได้วิวธรรมชาติ ภูเขาด้านหลังโครงการมากที่สุด ตัวโครงการตั้งอยู่บน ซ.บางทอง ซึ่งนับว่าเป็นย่านอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต , หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน และ ซ.บางทอง นั้นเองเป็นถนนเส้นรองจาก ถ.ภก.4020 หรือ ถ.วิชิตสงคราม และไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และแยกเก็ตโฮ่ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าอ.เมืองภูเก็ตได้ภายใน 10 นาที ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. มาเปิดอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ต ช่วยชูศักยภาพทำเลในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ซึ่งถือว่าสะดวกสบายค่ะ เนื้องจาก อ.กะทู้ มีถนนเส้นหลัก ที่เชื่อมต่อกับถ.4020 คือ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว สามารถเดินทางระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต ได้ และใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือ ถ.ภก.3030 วิ่งไปโซนอ.เกาะแก้วได้อย่างรวดเร็วค่ะ ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ ในอนาคตจะมีทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง เป็นทางด่วนเก็บค่าผ่านทาง แต่จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ • การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยบางทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ • การออกแบบโครงการและวัสดุ โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Luxury จำนวน 120 ยูนิต บนพื้นที่ขนาดประมาณ 39 ไร่ค่ะ ซึ่งเป็นโครงการที่การวางผังจะเรียงตามแนวของเชิงเขา ทำให้บ้านทุกหลังจะได้วิวธรรมชาติของภูเขาค่ะ โดยแบบบ้านทั้งหมดจะมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน ว่าจะไปตั้งบนส่วนไหนของทางลาดเชิงเขาบ้าง ประกอบด้วยแบบที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว 3 แบบ และแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว อีก 2 แบบค่ะ โดยหลังเล็กที่สุด จะเป็นแบบใหม่ที่ยังไม่มีบ้านตัวอย่าง ก็คือบ้าน BUTIA(179 ตร.ม.) รองลงมาก็จะเป็นบ้าน ROYSTEONIA (222 ตร.ม.) ซึ่งสูง 2 ชั้น ส่วนอีกสามแบบ DYPSIS พื้นทีใช้สอย 230 ตร.ม. ส่วน LICUALA, และ BISMARCKIA นั้น พื้นที่ใช้สอยเท่ากันที่ 292 ตร.ม. แต่จะเป็นบ้านสูง 2 ชั้นพร้อม Sky Deck ที่สามารถนั่งพักผ่อนชมวิวบริเวณดาดฟ้าของบ้านได้ บ้านทุกหลังจะแตกต่างกันที่ Function พื้นที่ใช้สอยค่ะ ซึ่งก็แล้วแต่ลูกค้าว่าชอบฟังก์ชั่นแบบไหน แต่ที่เหมือนกันคือเน้นความโปร่งโล่งและเปิดมุมมองให้เห็นวิวธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ วัสดุที่ได้อยู่ในระดับมาตรฐาน-ดีมาก • สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ จะเป็นสวนสาธารณะสวยงามทอดยาวจากป้อมยามจนถึงกลางโครงการค่ะ มีการจัด Landscape ที่สวยงามพร้อม Jogging Track ศาลาพักผ่อนในร่มขนาดใหญ่ และสนามเด็กเล่น ที่ลงต้นไม้สวยงามให้ร่มเงา ส่วนอาคารคลับเฮ้าส์ จะเป็นอาคารส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับโครงการทั้งหมดภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ตจำนวน 5 โครงการด้วยกันค่ะ ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมบ่อน้ำที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ แต่ข้อดีคือ ตำแหน่งที่ตั้งของคลับเฮ้าส์ นั้นอยู่ด้านหน้าโครงการเราพอดีเลย เดินออกไป 30 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: TEL : 1739 SALES OFFICE : 076-319-496 (9.00-18.00 น.) WEBSITE : *** หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
พิกัด GOOGLE MAP : 7.903092, 98.335040
3 ห้อง
7,900,000 ฿
18/7/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.819 รีวิว บ้านเดี่ยว เดอะ แพลนท์ กะทู้-ป่าตอง The Plant Kathu-Pathong สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน Homenayoo ทุกท่าน วันนี้เราจะขอพาไปชมโครงการ เดอะ แพลนท์ กะทู้-ป่าตอง จาก พฤกษา เรียลเอสเตท บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Resort บนทำเลใกล้หาดป่าตอง ตั้งอยู่บน ถ.วิชิตสงคราม ซ.บางทอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ใกล้ทั้งหาดป่าตองที่เป็นหาดขึ้นชื่อของจ.ภูเก็ต และไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตที่มี Central Festival Phuket, Big C, HomePro, Tesco Lotus, SB Furniture, Index Living Mall, Makro และ Premium Outlet เดอะ แพลนท์ กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 231 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 38 ไร่ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ พื้นที่ใช้สอย 124-145 ตร.ม. 3 ห้องนอน และ 3-4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1-2 คัน โดยมีฟังก์ชั่นแตกต่างกันไปในแต่ละหลัง และสร้างเสร็จพร้อมอยู่ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ อาทิ คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมเตียงอาบแดด, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน, ทะเลสาบ, ประตูคีย์การ์ด, กล้องวงจรปิดภายในโครงการและ รปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง โปรโมชั่นพิเศษ ราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท* ฟรี! แอร์ทั้งหลัง, ส่วนลดเงินสด 50,000 บาท และ Pre-booking รับเพิ่ม 10,000 บาท* ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ � ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท คลิก : *** :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซ.บางทอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83120 พิกัด GOOGLE MAP : 7.903092, 98.335040 โครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บน ซอยบางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ ตัวโครงการอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต, หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ โดยโครงการของเรา จะอยู่ตรงข้ามกับโครงการ ภัสสร กะทู้-ป่าตอง พอดีค่ะ โครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือหาดป่าตองซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5 km. และอยู่ห่างสถานศึกษาสำคัญของจังหวัด คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ประมาณ 2 km. อีกทั้งห่างจาก เซ็นทรัลเฟสติวัล ประมาณ 5 km. ใช้เวลาเดินทางถึงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางโดยรถยนต์หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ค่ะ โดยเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว และ ถนนภก.3030 การเดินทางในตัวโครงการถือว่าสะดวกสบายเนื่องจาก อ.กะทู้ เป็นอำเภอที่อยู่ระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต โดยใช้ถนนพระบารมี และถ.พระภูเก็ตแก้ว และสามารถวิ่งไปโซนเกาะแก้วได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ จากโครงการสามารถวิ่งออกสู่โซนเกาะแก้วได้อีกเส้นทางหนึ่งคือ ถ.ภภ.3030 ซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวไปมาสักนิดหนึ่งแต่รถไม่ติดเลยค่ะ จะวิ่งไปโผล่ที่บริเวณ รร.นานาชาติบริทิช ภูเก็ต และช่วยย่นระยะทาง จากโครงการออกสู่ถนนเทพกระษัตรีหากต้องการวิ่งไปสนามบินภูเก็ตอีกด้วย ในอนาคต การเดินทางระหว่างโครงการ และหาดป่าตอง จะสะดวกสบายขึ้นอีกค่ะ เนื่องด้วยมีจะมี ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ทางหลักในอนาคตที่จะใช้สัญจรแทนถนนพระบารมีที่เป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงภูเขาตามลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ต โดยทางพิเศษสายใหม่นี้จะเริ่มจาก ถ.ผังเมืองรวมสาย ก. ความกว้าง 6 ช่องจราจร โครงสร้างทางยกระดับ ข้ามถนนพิสิษฐ์กรณีย์ เข้าสู่โครงสร้างปากอุโมงค์ ลอดใต้ภูเขา ออกที่ปากอุโมงค์ ต.กะทู้ เชื่อมต่อกับทางยกระดับ ด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่สามารถผ่านได้ทั้งรถจักรยานต์ยนต์ รถยนต์ และรถ 10 ล้อ และเชื่อมต่อกับ ถ.พระบารมี ที่ประมาณกม.ที่ 0+850 เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.เมือง ต่อไปค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจาก ซ.บางทอง ไม่ใช่ถนนเส้นหลักค่ะ เป็นถนนเส้นรองที่เชื่อมต่อกับ ถ.ภก.4020 หรือถ.วิชิตสงคราม ถึงแม้จะไม่ใช่ถนนทางตัน แต่เป็นทางที่วิ่งข้ามเขาค่ะ หากดูจากแผนที่ด้านบนจะเห็นว่าลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ตตัวเมืองจะอยู่ที่เชิงเขาทั้งหมด ตัวเมืองกะทู้ที่มีสาธารณูปโภคที่หนาแน่น ก็จะอยู่ที่ ถ.วิชิตสงคราม และถ.พระภูเก็ตแก้ว ที่เป็นถนนเชื่อมตัวเมืองค่ะ โซนพื้นที่ตั้งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโซนที่อยู่อาศัย ที่เงียบสงบ โครงการอยู่ไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และร้านค้าอาคารพาณิชย์มากมายหลายแห่งค่ะ ทั้งร้านขายยา ร้านช่าง ร้านอาหารต่างๆ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่ง ของ จ.ภูเก็ตค่ะ เนื่องจากโครงการอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตซึ่งสามารถเดินทางไปได้ในเวลา 10 นาที และยังถือเป็นทำเลที่กำลังมีการขยายตัวสูง ในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. อยู่ตรงข้ามกับ Central Festival Phuket เดิมที่เปิดให้บริการในปัจจุบันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรค้าปลีกเซ็นทรัลที่ใหญ่มากที่สุด ของจังหวัดเลยทีเดียว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในอีก1-2 ปีที่จะถึงนี้ ภาพจำลองโครงการ Central ภูเก็ตแห่งใหม่ เป็นห้างที่ขนาดใหญ่และพื้นที่กว้างขวางจริงๆคะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมาให้ชมกันค่ะ เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทาง จากถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 > ถ.พระภูเก็ตแก้ว (ภก.4029) > เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ภก.4020 > ซอยบางทอง > ถนนส่วนบุคคลของ Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต > The Plant กะทู้-ป่าตอง เริ่มต้นกันบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บริเวณ Premium Outlet Phuket มุ่งหน้าไปทางแยกกะทู้นะคะ ไปตามทางป้ายสีเขียวภูเก็ต – กะทู้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระบารมี (ภก.4029) วิ่งเข้าสู่ถนนพระภูเก็ตแก้ว (ภก.ภจ4029) วิ่งตรงไปตามทาง เข้าสู่ถนนภก.4020 ผ่านโรงเรียนกะทู้วิทยา จากนั้นเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ ซอยบางทอง ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็น Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ตอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ จากนั้นเราจะเข้าสู่ถนน Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต ซึ่งเป็นถนนส่วนบุคคลเฉพาะโครงการพฤกษาเท่านั้น โครงการของเราจะอยู่ตรงข้ามกับ ภัสสร กะทู้-ป่าตอง พอดีค่ะ หากตรงไปจนสุดก็จะเป็นโครงการ The Palm กะทู้ – ป่าตอง เพื่อนบ้านสไตล์ Modern Luxury ของเรา ถึงแล้วค่ะ โครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ซุ้มทางเข้าโครงการค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบๆโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: เริ่มจากหน้าทางเข้าโครงการกันนะคะ บริเวณทางเข้าเป็นวงเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแจกไปยังทางเข้า-ออกโครงการทั้ง 3 โครงการของพฤกษาที่ใช้ถนนร่วมกันอยู่ ฝั่งตรงข้ามกับโครงการนั้นจะเป็นโครงการบ้านภัสสร และหากตรงไปด้านในสุดจะเป็นโครงการ The Plam กะทู้-ภูเก็ต จัดเป็นบ้านระดับบนสุดของทั้ง 3 โครงการเลย เดี๋ยวเราขอพาไปดู Club House กันต่อนะคะ ค่อยเข้าไปในตัวโครงการกัน :: :: ตัวโครงการ :::: โครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยวเนื้อที่ 38 ไร่ จำนวน 231 ยูนิต ค่ะ โดยประกอบด้วยบ้านทั้งหมด 3 แบบด้วยกันที่มีฟังก์ชั่นแตกต่างกันไปค่ะ การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่จะเป็นลักษณะถนนเมนกว้าง 12 เมตร ตัดผ่าลงไปทางทิศใต้ โดยสวนสาธารณะขนาดใหญ่จะอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง เป็นเกาะกลาง เพื่อให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถเข้ามาใช้งานได้ในระยะเท่าๆกันค่ะ สำหรับสำนักงานขายจะเป็นพื้นที่อยู่ติดกับป้อมยามทางเข้าไปทางด้านขวามือ บ้านสี่หลังเรียงกัน หลังแรกสุด หรือสีเหลืองในผัง จะเป็น Sales Office ค่ะ ส่วนบ้านตัวอย่างทั้งสาม จะอยู่ถัดไป ด้านหน้าบ้านตัวอย่าง ณ ปัจจุบัน จะถูกจัดเป็นสวนหย่อม และลานจอดรถสำหรับผู้มาเยี่ยมชมโครงการค่ะ แต่ภายหลังเมื่อโครงการด้านหลังสร้างเสร็จหมดแล้ว สวนแห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ขายต่อไป ส่วน Club House ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมทะเลสาบที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ แต่จะเป็นคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง ที่ใช้ร่วมกันกับโครงการทั้งหมด ภายใน Pruksa Avenue แห่งนี้นะคะ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆกับโครงการเรานี้เอง เดินไปได้ในระยะ 100 เมตรค่ะ :::: House Type :::: โครงการมีบ้านทั้งหมด 3 แบบ ประกอบด้วย 1. แบบ i-Privy : พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม. แปลนชั้น 1 / ชั้น 2 บ้าน i-Privy หลังเล็กสุดของโครงการที่พื้นที่ใช้สอยครบครัน บ้านนี้ถึงแม้จะมี 1 ที่จอดรถ แต่ก็เป็นหลังเดียวที่มีทางเข้าจากโรงจอดรถเชื่อมเข้าไปที่โถงบันไดค่ะ ข้อดีของแบบบ้านทุกแบบของที่นี่คือจะมีระเบียงใช้สอยที่ห้องนอนชั้น 2 ที่สามารถใช้ได้จริงครบทุกหลัง บ้านหลังนี้มีห้องน้ำ 2 ห้อง โดยห้องน้ำชั้น 2 จะใช้ร่วมกันกับห้องนอนทั้งหมดค่ะ 2.แบบ i-Prima : พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. แปลนชั้น 1 / ชั้น 2 บ้าน i-Prima จะหลังใหญ่ขึ้นจาก i-Privy เมื่อสักครู่ โดยส่วนที่เพิ่มเติมมาคือ 2 ที่จอดรถ และห้องครัวที่กว้างขวางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ทำกับข้าวทานเองเป็นประจำค่ะ ห้องน้ำที่ชั้น 1 ของบ้านหลังนี้จะเป็นห้องน้ำใต้บันได แตกต่างจากบ้านหลังที่แล้วที่พื้นที่ใต้บันไดจะเป็นห้องเก็บของ แต่เข้าไปก็ไม่อึดอัดเท่าไหร่นะคะ บ้านหลังนี้ที่ชั้น 2 จะมีเพิ่มเติมมาคือ Living Terrace ระเบียงพักผ่อนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องนอน 2 หน้าบ้านค่ะ สามารถออกไปนั่งตากอากาศชมวิว หรือจะปรับฟังก์ชั่นให้เป็นห้องทำงาน ที่มีพื้นที่พักผ่อนบริเวณระเบียงก็ย่อมได้ 3.แบบ i-Pricey : พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. แปลนชั้น 1 / ชั้น 2 บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ ฟังก์ชั่นก็จะคล้ายๆกับบ้าน i-Prima แต่จะเพิ่มเติมที่ชั้น 2 ห้องน้ำของ Master Bedroom กับห้องน้ำของห้องนอน 2 และ 3 จะแยกเป็นส่วนตัวออกจากกัน ::: Club House : สระว่ายน้ำ และฟิตเนส ส่วนกลาง Pruksa Avenue ::: เรามาพูดถึงส่วน Club House ภายใน Prusa Avenue กันนะคะ หน้าตาของ Club House นี้ทำออกมาได้สวยในสไตล์ Modern ชัดเจน ดูเรียบง่ายแต่มีความโอ่โถงพอสมควรเลยค่ะ ด้านข้างติดป้าย Club House ไว้ เข้ามาภายในชั้นแรกจะเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor เปิดโล่งทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้รับลมพัดผ่านได้ดี เย็นสบายทีเดียว ด้านข้างมีชุดโซฟาแบบ Outdoor ให้นั่งเล่นตากลมเพลินๆ ได้ค่ะ ด้านข้างเป็นสำนักงานส่วน Club House ออกมาด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พอสมควร ที่เชื่อมกับทะเลสาบด้านหลังและเห็นทิวภูเขาสีเขียว เสมือนสระว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางภูเขาห้อมล้อม บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ ด้านข้างวาง Day Bed ขนาดใหญ่ให้นอนอาบแดด ชมธรรมชาติกันชิลๆ บรรยากาศทะเลสาบที่ติดกับสระว่ายน้ำ ของจริงสวยทีเดียวค่ะ จากสระว่ายน้ำหันกลับมาส่วน ClubHouse อีกฝั่งของระเบียงด้านข้างสระก็มีวาง Day Bed ให้อีกจุด ประมาณ 6 ที่นั่ง สระว่ายน้ำใน Club House นี้ออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ระบบคลอรีน ใครกลัวแดดหน่อยก็มาว่ายช่วงเช้าหรือเย็นๆ ก็ได้นะ บรรยากาศและอากาศก็ดีเลยค่ะ ความลึกสระของผู้ใหญ่ค่อนข้างลึกกว่ามาตรฐานอยู่เหมือนกันนะ ปกติส่วนใหญ่จะลึก 1.2 ม. กัน แต่ที่นี่สระผู้ใหญ่ลึก 1.35 ม. ส่วนสระเด็กลึกที่ 75 ซม. ค่ะ ด้านล่างมีบอกค่าระดับของคลอรีนและกรด-ด่างในสระว่ายน้ำ ด้านข้างสระมีจุดล้างตัวให้ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำด้านใน จุดล้างตัวมีฝักบัวให้ 2 จุดค่ะ ด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายแยกกัน บรรยากาศภายในห้องน้ำตกแต่งเรียบง่ายค่ะ มีอ่างล้างมือให้ 3 จุดและแบ่งห้องน้ำให้ 3 ห้อง ภายในห้องน้ำ ด้านข้างมีตู้ Locker ให้เรียบร้อย สำหรับลูกบ้านเก็บข้าวของได้ ก่อนลงไปไว้ว่ายน้ำ ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อนะคะ บันไดทางขึ้นเป็นบันไดโปร่งแบบนี้ดูสวยดีค่ะ แต่คุณผู้หญิงคนไหนใส่กระโปรงก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ ด้วยความที่เป็นบันไดโปร่งก็อาจจะดูโป๊ได้ บนชั้น 2 ด้านข้างทำเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ โดยปูหญ้าเทียมให้ ส่วนสุดทางจะเป็นห้อง Fitness ค่ะ ภายในห้อง Fitness ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ รวมทั้งไว้วิวรอบทิศทางด้วย มีชุดเครื่องเล่นให้ครบครันทีเดียวทั้งชุดสำหรับเวทเทรนนิ่ง เครื่องออกกำลังกาย มีชุดเวท ยกน้ำหนักให้ ลู่วิ่ง 2 เครื่องพร้อมเครื่องปั่นจักรยาน วิวบรรยากาศจากส่วนห้อง Fitness ด้วยความที่อยู่ชั้น 2 เลยสามารถ Take View ได้ไกลทีเดียวค่ะ :::: ภายในโครงการ :::: ทางเข้าโครงการและป้อมยาม จากหน้าทางเข้าโครงการจะแบ่งทางเข้าและทางออกคนละฝั่งคั่นกลางด้วยป้อมยอมตรงกลาง ช่วยให้การสัญจรภายในโครงการชัดเจนดีค่ะ บริเวณทางเข้าจะมีพี่ยามสามารถตรวจตราดูได้ง่าย ส่วนด้านข้างถนนนั้น ทำฟุตบาทให้สำหรับคนเดินเรียบร้อยดีค่ะ การเข้า-ออกโครงการนั้นจะใช้ระบบ Key Card Access ระยะใกล้ เปิด-ปิดด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ ใช้งานได้สะดวกดีค่ะ ถนนบริเวณหน้าโครงการปูด้วย Concrete Stamp ดูสวยงามเรียบร้อย ทางโครงการจัดว่าใส่ใจเรื่องการสัญจรพอสมควรนะคะ จะเห็นว่ามีการทำทางเดินเท้าตั้งแต่ทางเข้าโครงการเลย เพื่อให้ลูกบ้านที่ใช้เดินนั้นสามารถเข้า-ออกโครงการได้สะดวกเช่นเดียวกับทางเดินรถ รวมทั้งลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการลงไปเดินบนถนนได้อีกด้วยค่ะ ถนนภายในโครงการ บรรยากาศถนนภายในโครงการเป็นพื้นคอนกรีตปกติ ความกว้างถนนอยู่ที่ 12 ม. เป็นความกว้างที่สามารถขับรถสวนกันเพียง 2 เลนได้สบายมากๆ ค่ะ มองไปด้านขวามือ เห็นพื้นที่ขายในอนาคต เป็นสวนสาธารณะ ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานขาย และบ้านตัวอย่าง มองตรงไปจนสุด เป็นถนนในซอยย่อยที่มีความกว้าง 8 เมตร จัดเป็นความกว้างที่สามารถถอยรถเข้าบ้านได้ง่ายค่ะ มองไปด้านซ้ายมือ เป็นถนนกว้าง 8 เมตร เช่นกัน มองไปด้านขวามือ เป็นถนนหลักกว้าง 12 เมตร ที่ตรงไปจนสุดจะเจอกับสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น มองภาพมุมตรงจากถนนเมื่อสักครู่นี้ ก็จะเห็นพื้นที่ตั้งสำนักงานขายอีกมุมนึง ด้านขวามือ อาคารสำนักงานขายก็จะมีป้ายติดอยู่ด้านหน้าเห็นชัดเจนแบบนี้ ด้านหน้าอาคารสำนักงานขายก็จะมีที่จอดรถ ปูบล็อคหญ้าคอนกรีต สามารถจอดรถได้ 5-6 คัน ถัดจากสำนักงานขายก็จะเป็นบ้านตัวอย่าง ขับเข้ามาต่อที่ถนนหลักเมื่อสักครู่นี้ ไปจนสุดก็จะเจอสนามเด็กเล่นอยู่ด้านขวามือค่ะ เดี๋ยวเราจะพาเข้าไปเดินเล่นที่สนามกันค่ะ สวนสาธารณะ และสนามเด็กเล่น ภายในโครงการ บรรยากาศภายในสนามเด็กเล่นจะเน้นเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ปูด้วยหญ้า ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นกัน พื้นที่ด้านข้างที่ล้อมสนามหญ้าตรงกลางนั้นจะมีการจัดสวน ที่ให้เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เพิ่มความร่มรื่นได้ดีเลยค่ะ ด้านข้างจัดให้มีม้านั่งเล่นๆ ช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ ก็ชิลไปอีกแบบนึงนะคะ สนามเด็กเล่นให้เครื่องเล่นประมาณ 5 เครื่อง ตรงกลางเป็น Slider ขนาดกะทัดรัด บริเวณนี้จะปูพื้นด้วยยางเพื่อลดการกระแทกให้กับเด็กๆ เวลาวิ่งเล่นแล้วล้ม ม้าโยกลายการ์ตูนต่างๆ น่ารัก เดินเข้าไปถัดจากสนามเด็กเล่นก็จะเป็นส่วนศาลาพักผ่อนที่ทำเป็นสวนเนินวงกลมขั้นบันไดขนาดใหญ่ สวยงามดึงดูดสายตา มีพื้นที่ลานอเนกประสงค์ด้านหน้าและตัวศาลาขนาดประมาณ 4 x 4 เมตร พร้อมหลังคากันแดดกันฝนตรงกลาง ทำให้สามารถมานั่งเล่น นอนเล่นกันได้ เดินลงจากศาลาด้านหลังออกแบบสวนเป็นทางเดิน เล่นพร้อม Jogging Track และม้านั่งคอนกรีตสำหรับนั่งพักผ่อนด้านหลัง บรรยากาศสวนภายในโครงการเขียวขจีทีเดียวค่ะ ส่วนตรงกลางนั้นทำเป็นทางเดินยาวไปจนสุดอีกฝั่งสามารถใช้เป็นเลนจักรยาน หรือจะใช้เป็น Jogging Track ไว้วิ่งออกกำลังกายได้ดีเลยค่ะ โครงการปลูกต้นปาล์มขนาดใหญ่ไว้หลายต้นเพื่อให้ร่มเงา อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่ทนแดดทนฝน :::: บ้านตัวอย่าง :::: สำหรับบ้านตัวอย่างในวันนี้เราจะพามาชมทั้งหมด 2 แบบด้วยกันค่ะ คือแบบบ้านหลังเล็กที่สุด และหลังใหญ่ที่สุดของโครงการ เริ่มจากแบบ i-Privy และต่อด้วยแบบบ้าน i-Pricey ค่ะ แบบบ้าน i-Privy. : 124 ตร.ม. บ้าน i-privy เป็นบ้านขนาดเล็กที่สุดของโครงการนะคะ โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในอยู่ที่ 124 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คน ภายนอกตัวบ้านตกแต่งมาในสไตล์ Modern Resort โดยใช้วัสดุตกแต่งเป็นไม้เทียบ สลับกับสีครีมอ่อนทำให้ตัวบ้านดูสว่าง และเล่ยสีด้วยสีฟ้าดูสดชื่น ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง สำหรับหน้าบ้านนั้นค่อนข้างในความสำคัญในเรื่องของช่องเปิด จะเห็นว่าได้ช่องเปิดขนาดใหญ่และมากพอสมควร ช่วยให้แสงเข้าไปยังภายในตัวบ้านได้ดี ดูโปร่งโล่งมากขึ้น บ้าน i-Privy : ชั้น 1 เริ่มจากพื้นที่จอดรถกันก่อนนะคะ สำหรับพื้นที่จอดรถนี้จะสามารถจอดรถได้ 1 คันแบบพอดีๆ ด้านบนทำฝ้าเพดานฉาบเรียบให้เรียบร้อยพร้อมติดดวงโคมแบบดาวน์ไลท์ ด้านข้างของที่จอดรถเป็นประตูทางเข้าตัวบ้าน ซึ่งจะมีขั้นบันไดขึ้นมาเล็กๆ ให้เข้าบ้านได้ง่ายขึ้น เพราะระดับพื้นที่ตัวบ้านค่อนข้างยกสูงจากพื้นที่จอดรถพอสมควร ข้อดีของการยกระดับพื้นภายในบ้านขึ้นสูงนั้นช่วยให้น้ำจากพื้นถนนปกติไม่ไหลย้อนเข้าบ้านได้ง่าย ป้องกันสัตว์หรือแมลงต่างๆ ได้ระดับนึง มาที่บริเวณหน้าบ้านกันบ้างนะคะ บริเวณทางเข้า-ออกหลักบ้านจะเป็นพื้นที่เฉลียงก่อน ซึ่งด้านข้างสามารถวางชั้นวางรองเท้าต่างๆ ได้ค่ะ ไม่เปียกฝนเพราะด้านบนเค้ายื่นหลังคาให้เรียบร้อย ประตูจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกไซส์มาตรฐาน โดยจะเลื่อนไปทางซ้าย ส่วนฝั่งขวาสุดเป็นกระจกบาน Fixed เพิ่มพื้นที่ช่องเปิดให้แสงเข้าสู่ภายในตัวบ้านได้ดีขึ้น ตัวล็อกได้แบบมาตรฐาน ใช้งานง่าย เข้ามาภายในตัวบ้านจะเจอกับส่วนพื้นที่นั่งเล่นก่อน ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลัง ในส่วนพื้นที่นั่งเล่นหรือพื้นที่รับแขกนั้น สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่แบบ 3 ที่นั่งได้กำลังดีเลยค่ะ ด้านหลังโซฟาออกแบบให้มีหน้าต่างบานเลื่อนบานใหญ่ ช่วยให้ลมพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้ดีเลยค่ะ ตัวล็อกของหน้าต่างบานเลื่อนนี้จะใช้เป็นตัวล็อกก้นหอยแบบมาตรฐาน มาดูพื้นที่นั่งเล่นกันอีกรอบนะคะ จะเห็นว่าพื้นที่นี้โปร่งโล่งดีทีเดียว เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้ช่องเปิดขนาดใหญ่จากทั้ง 2 ฝั่งเลย ส่วนระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟานั้นอยู่ที่ประมาณ 2.5 ม. สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ประมาณ 40″-50″ ได้ ถัดมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ สามารถรองรับโต๊ะรับประทานอาหารขนาดประมาณ 4-6 ที่นั่งได้สบายเลยค่ะ บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารนี้เค้าตกแต่งมาให้เป็นแบบเคาน์เตอร์สูงแบบ Breakfast Counter นะคะ แต่หากลูกบ้านไม่ถนัดใช้รับประทานอาหารแบบนี้ก็สามารถปรับเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาก็ได้นะ สามารถรองรับได้ 4-6 ที่นั่งเช่นกัน ส่วนด้านหลังนั้นจะได้หน้าต่างและประตูบานเลื่อนกระจกช่วยให้พื้นที่โปร่งโล่ง และระบายอากาศภายในบ้านได้ดีมาก พื้นที่ด้านข้างซ้ายระหว่างเสานั้นมีพื้นที่เล็กๆ สามารถจัดเป็นโซฟานั่งเล่นยาวๆ ได้เลยเหมือนบ้านตัวอย่างค่ะ ประตูบานเลื่อนด้านข้าง เปิดออกไปยังสวนข้างบ้าน ถัดเข้าไปภายในบ้านกันมากขึ้นอีกหน่อย โดยฝั่งด้านหลังซ้ายสุดจะเป็นส่วนครัว ห้องนอนอยู่ตรงกลาง และซ้ายสุดเป็นประตูทางเข้าบ้านจากที่จอดรถค่ะ บริเวณพื้นที่ครัวนั้นในบ้านจริงจะไม่ได้กั้นส่วนครัวและพื้นที่ภายในบ้านมาให้นะคะ หากลูกบ้านต้องการครัวไทยแบบปิดชัดเจนเพื่อที่จะทำอาหารหนักได้โดยกลิ่นอาหารไม่ลอยฟุ้งออกแบบหน้านอกนั้นก็สามารถทำประตูบานเลื่อนกั้นครัวและพื้นที่ภายในบ้านได้ค่ะ ภายในห้องครัว สามารถจัดพื้นที่แยกโซน Hob & Hood และโซน Sink ได้เป็นสัดส่วนดี แต่มีพื้นที่ไม่มากเท่าไหร่นัก พื้นในครัวปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. ง่ายต่อการทำความสะอาดดี ส่วนระดับพื้นครัวนั้นจะลดลงมาเล็กน้อย เพื่อให้สามารถล้างครัวได้ไม่ต้องกลัวน้ำไหลย้อน ตำแหน่ง Sink จัดมาให้ดีตรงที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างด้านบน ทำให้ช่วยระบายอากาศได้ดี ประตูออกไปยังโซนลานซักล้าง พื้นลานซักล้างได้เป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กวางบนดิน และด้านข้างจัดเป็นพื้นที่สวนเล็กๆ ถัดมาจะเป็นบริเวณโถงบันได ด้านข้างทำเป็นห้องน้ำและถัดเป็นประตูออกไปยังส่วนที่จอดรถ ประตู UPVC ทนน้ำได้ดี มือจับและตัวล็อกทำออกมาโอเค ถนัดมือและแข็งแรง ภายในห้องน้ำชั้นล่างแบ่งเป็นพื้นที่เปียกและแห้งชัดเจน ด พื้นห้องน้ำลดระดับลงไปเล็กน้อย ส่วนกระเบื้องพื้นห้องน้ำใช้กระเบื้องเซรามิก บริเวณอ่างล้างมือได้ Low Wall ด้านหลัง สามารถวางข้าวของได้ระดับนึง ด้านหลังติดกระจกเงาให้เรียบร้อย อ่างล้างมือขนาดกำลังดี จาก Cotto ก็อกน้ำจาก Cotto เช่นกัน บริเวณโถสุขภัณฑ์มีพื้นที่กว้างประมาณ 60 ซม. จัดว่ามีความกว้างมาตรฐาน นั่งได้กำลังพอดีค่ะ ส่วนยี่ห้อสุขภัณฑ์ใช้เป็นยี่ห้อ Mogen สายชำระสแตนเลส Cotto, ที่แขวนกระดาษทิชชู่ ยี่ห้อ Prema ที่แขวนผ้าจาก Prema มาที่พื้นที่อาบน้ำกันบ้างนะคะ บริเวณพื้นที่อาบน้ำนี้ไม่ได้ให้ฉากกั้นกระจกไว้นะ แต่ลูกบ้านสามารถมาติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ ส่วนใครงบน้อยหน่อยก็เปลี่ยนเป็นม่านพลาสติกได้นะคะ พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี ขนาดพื้นที่อาบน้ำให้มาพอสมควร อาบน้ำได้สบาย ชุดฝักบัวสายอ่อนจาก Cotto ด้านข้างได้ที่วางสบู่ จาก Prema บริเวณส่วนแห้งนั้น ด้านบนของสุขภัณฑ์มีหน้าต่างบานเลื่อนช่วยให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้ระดับนึงและระบายความชื้นภายในห้องน้ำได้ดีค่ะ เดี๋ยวเราออกไปด้านนอกกันต่อนะ มาที่บันไดกันต่อนะคะ สำหรับบันไดนี้จะได้ลูกตั้งและลูกนอนปูด้วยพื้นไม้ ใช้โครงสร้างบันไดหลักเป็นโครงสร้างสำเร็จรูป ด้านล่างของโถงบันไดทำเป็นห้องเก็บของให้ เพื่อสามารถใช้พื้นที่ภายในตัวบ้านให้มีประโยชน์สูงสุด ภายในห้องเก็บของจัดว่าได้ขนาดพอสมควรนะคะ ด้านในปูกระเบื้องเซรามิก มีติดดวงโคมฟลูออเรสเซนต์ด้านข้างผนังให้เรียบร้อย บริเวณชานพักโถงบันได ได้กระจกขนาดใหญ่ช่วยให้แสงเข้ามาภายในตัวบ้านได้ดีเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟช่วยในตอนกลางวันเลย ส่วนชานพักบันไดนั้นจะไม่ได้เป็นชานพักเต็มพื้นนะคะ แต่จะมีหั่นชานพักออกเป็นขั้นแบบ 3 เหลี่ยมอยู่ด้านนึง เนื่องจากความสูงของฝ้าเพดานในชั้นล่างค่อนข้างสูง บ้าน i-Privy : ชั้น 2 ขึ้นมาชั้น 2 จะเจอกับโถงก่อนแจกไปยังห้องต่างๆ โดยเรียงจากซ้ายไปขวานะคะ เริ่มจากห้องนอนที่ 2, ห้องนอนที่ 3, ห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันบนชั้น 2 และห้องขวาสุดจะเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ ห้อง Master Bedroom อยู่ติดกับห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำสามารถเข้าได้ทั้งจากโถงบันได และ Master Bedroom ภายในห้อง Master Bedroom ซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย ด้านข้างได้หน้าต่างบานเลื่อนทั้ง 2 ฝั่งของหัวเตียงเลย และด้านหน้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ให้แสงเข้ามาได้ดี ลองดูอีกมุมหนึ่งของห้องนะคะ บริเวณปลายเตียงนี้ก็สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีได้นะ เพราะเหลือพื้นที่ปลายเตียงพอสมควร ด้านข้างของเตียงมีพื้นที่ค่อนข้างมาก เดินไปมาได้สบายแม้จะวางเตียงขนาด 6 ฟุต ที่เป็นขนาด king size ก็ตามค่ะ ประตูบานเลื่อนกระจกออกไปยังส่วนระเบียง ราวระเบียงเป็นเหล็กพ่นสีดำมาตรฐาน พื้นเป็นพื้นทรายล้างสลับกับตกแต่งด้วยกระเบื้องเล็กน้อย ซึ่งคุณสมบัติของทรายล้างคือกันลื่นได้ดี แต่อาจจะมีคราบตะไครืขึ้นง่ายกว่าพื้นอื่นๆ นะคะ อาจจะต้องหมั่นทำความสะอาดหน่อย ด้านข้างมีพื้นที่เล็กๆ จะวางเป็นกระถางต้นไม้ตกแต่งก็ได้นะคะ กลับเข้ามาภายในห้องนอนกันต่อ ฝั่งด้านข้างโซนเตียงนอนนี้ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ Walk-in Closet ซึ่งพื้นที่ Walk-in Closet นี้ให้มาค่อนข้างใหญ่ทีเดียวนะคะ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ หันมาอีกฝั่ง ก็สามารถวางโต๊ะเครื่องสำอางค์ได้นะคะ ภายในห้องน้ำที่เป็นห้องน้ำใช้ร่วมกันทั้ง 3 ห้องนอน เป็นห้องน้ำที่สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือจากห้องนอนใหญ่และโถงทางเดินชั้น 2 ตำแหน่งประตูตามในรูปเลยค่ะ ในบ้านจริงอาจจะต้องลองดูว่าทิศทางการเปิด-ปิดประตูเป็นอย่างไร แล้วใช้งานได้สะดวกไหมด้วยนะคะ บริเวณอ่างล้างมือ ได้ Low Wall และกระจกเงา ส่วนอ่างล้างมือเหมือนห้องน้ำในชั้นล่างเลยค่ะ ส่วนโถสุขภัณฑ์ กว้างพอสมควรนั่งได้สบายๆ พื้นที่อาบน้ำขนาดกะทัดรัด มียกธรณีขึ้นสูงเพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนออกไปส่วนแห้ง หากใครกลัวน้ำกระเด็นออกมาด้านนอก สามารถติดฉากกั้นกระจกได้นะคะ แต่ช่องเปิดจะเล็กลงหน่อย หากเอาง่ายๆ ติดตั้งเองก็ติดเป็นม่านพลาสติกราวแบบครึ่งวงกลมได้เช่นกัน ด้านบนติดหน้าต่างบานเลื่อนไว้ระบายอากาศ ฝ้าเพดานฉาบเรียบและดวงโคมแบบดาวน์ไลท์ มาที่ห้องนอน 2 และห้องนอน 3 กันต่อนะคะ ภายในห้องนอนที่ 2 มีขนาดพื้นที่เล็กลงมาจากห้องนอนใหญ่ สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้สบายๆ ค่ะ แต่หากใครชอบเตียงใหญ่ขึ้นมาหน่อยประมาณ 5 ฟุต อาจจะเบียดพอสมควรนะ มีหน้าต่างบานใหญ่ เป็นหน้าต่างบานเลื่อน ชมวิวได้กว้าง อีกฝั่งข้างเตียงเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า ใกล้ๆ กับปลายเตียงนั้นจะเป็นประตูทางเข้าห้องนอนค่ะ ห้องนอน 3 ขนาดเท่ากันกับห้องนอน 2 แต่อยู่หลังบ้าน มีช่องแสง หน้าต่างบานเลื่อน 1 จุด แต่ขนาดเล็กกว่าห้องนอน 2 พื้นที่ปลายเตียงมีไม่มากนัก พื้นที่ใช้สอยเท่ากันกับห้องนอน 2 สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า หรือ ทำเป็นมุมอ่านหนังสือเพิ่มเติมที่ขนาดใหญ่กว่านี้ได้ค่ะ มีปลั๊กไฟติดให้ที่ประตูทางเข้าให้ด้วย แบบบ้าน i-Pricey : 145 ตร.ม. มาถึงแบบบ้าน i-Pricey ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. กันค่ะ สไตล์และหน้าตาของบ้านจะคล้ายคลึงกับบ้านหลังแรกเลยนะคะ แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา บ้าน i-Pricey : ชั้น 1 บ้านหลังนี้สามารถจอดรถได้ 2 คัน แต่จะไม่มีทางเข้าจากโรงจอดรถเหมือนบ้าน i-Privy 1 ที่จอดรถ ที่เราพาไปชมเมื่อสักครู่นะ ประตูและเฉลียงทางเข้าวัสดุเดียวกันกับบ้าน i-Privy เปิดเข้าไปเจอกับโซนห้องนั่งเล่น ภายในดูโปร่งโล่งทีเดียวค่ะ จะเห็นว่าช่องเปิดทั้งที่เป็นหน้าต่างและประตูกระจกเยอะพอสมควรเลย หน้าต่างข้างโซฟา ทั้งสองฝั่งเป็นหน้าต่างบานเลื่อนทรงสูง ฝั่งตรงข้าม สามารถ Build in ผนังวางทีวีได้ขนาดใหญ่ หรือทำเป็น Home Theater ได้ ถัดจากห้องนั่งเล่นไปก็จะเป็นห้องทานอาหาร ที่เชื่อมต่อกัน ห้องทานอาหารมีหน้าต่างบานใหญ่เชื่อมต่อพื้นที่กับสวนหลังบ้าน และหน้าต่างบานเลื่อน ที่ธรณียกสูงขึ้นมาประมาณ 1 ฟุต สามารถใช้เป็นประตูเดินออกสู่สวนด้านข้างบ้านได้ค่ะ โครงการวาง Counter Bar มาให้เห็นว่า พื้นที่โซนหน้าห้องครัวนั้นเหลือเยอะมาก สามารถปรับฟังก์ชั่นได้ตามใจ จะทำเป็น Pantry ครัวฝั่งติดหน้าต่างแทนก็ได้จะได้ไม่ขวางทางเดิน ห้องทานอาหารเชื่อมต่อกับห้องครัว โดยประตูที่เห็นนี้เป็นประตูที่โครงการตกแต่งมาให้ชมเฉยๆนะคะ บ้านจริง ลูกบ้านสามารถเลือกได้เองเลยว่าจะติดประตูอะไร เป็นประตูกระจกก็ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งดีค่ะ ห้องครัวขนาดใหญ่สามารถ Built-in ตู้เคาน์เตอร์ได้เต็มพื้นที่แบบนี้ เหมาะกับการเข้าทำครัวแบบจริงจัง ตู้ Load Center ติดตั้งอยู่ภายในห้องครัวนี้เอง ประตูออกสู่ระเบียง ลานซักล้างที่ได้ขนาดค่อนข้างกะทัดรัดทีเดียว และจะเห็นได้ว่าบ้านหลังใหญ่นี้สร้างบ้านค่อนข้างคับที่พอสมควรนะคะ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ดินมากนัก แต่ชอบบ้านขนาดให้ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะ พื้นเฉลียงหลังบ้านเหมือนกันกับบ้านหลังที่แล้ว จุดบางปั๊มน้ำก่อปูนยกสูงจากระดับดินให้ด้วย ออกจากห้องครัว ไปชมห้องน้ำ ที่อยู่ก่อนถึงทางขึ้นบันไดชั้น 2 กัน หน้าประตูห้องน้ำมีตู้ห้องเก็บของใต้บันได บานไม้อัดอยู่ด้วยค่ะ ขั้นบันไดลดลงประมาณ 18 ซม. ห้องน้ำนี้เป็นห้องที่อยู่ใต้บันไดขึ้นชั้น 2 ของบ้าน สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเหมือนกันกับบ้านหลังที่แล้วทุกประการ ระดับพื้นห้องน้ำลดลงจากพื้นปกติประมาณ 1 นิ้ว มี Low Wall สำหรับวางของหลังอ่าง อ่างล้างมือยี่ห้อ Cotto เหมือนกัน โถสุขภัณฑ์ MOGEN เหมือนกันกับบ้านหลังที่แล้ว ที่แขวนผ้าเช็ดตัวอยู่ตรงข้ามกับโถ ห้องน้ำนี้เป็นห้องใต้บันได จึงมีฝ้าเพดานเฉียงที่เป็นพื้นที่ใต้ท้องบันไดอยู่นะคะ ออกจากห้องน้ำเราจะพาขึ้นชั้น 2 ของบ้านกัน บรรยากาศบริเวณชานพักบันไดโปร่งโล่ง มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดให้แสงจากภายนอกเข้ามาภายในบ้าน ชานพักบันได มีขั้นบันไดรูปสามเหลี่ยมฝั่งนึง ส่วนอีกฝั่งเป็นชานพักแบบเต็มขั้น หน้าต่างบริเวณโถงบันไดมองลงไปจากชั้น 2 ของบ้าน บริเวณนี้จะได้กระจกบานใหญ่ช่วยให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้ดีทีเดียวค่ะ บ้าน i-Pricey : ชั้น 2 มาถึงชั้น 2 กันแล้วค่ะ สำหรับตำแหน่งห้องต่างๆเรียงจาก ซ้าย ไปขวามือ คือห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้อง Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว และห้องนอน 3 ค่ะ เดินตรงเข้าไปชมห้องนอน Master Bedroom กันก่อน ภายในห้อง Master Bedroom มีพื้นที่มากทีเดียวค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย ด้านข้างเตียงได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ออกไปยังส่วนระเบียง ส่วนระเบียงกว้างประมาณ 1 ม. ปูพื้นด้วยทรายล้างสลับกับกระเบื้อง ด้านข้างได้ช่องเปิดให้แสงส่องเข้ามาได้ดี แล้วยังช่วยในเรื่องของความส่วนภายนอกอาคารได้ดวย เข้ามาภายในห้องนอนกันต่อ บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่กว้างพอสมควรสามารถวางชั้นวางทีวีหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ ด้านข้างของโซนเตียงจัดให้เป็นพื้นที่ Walk-in Closet และด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำภายในห้องนอน พื้นที่ Walk-in Closet นี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง ภายในห้องน้ำสุขภัณฑ์ทุกอย่างได้เหมือนกับชั้นล่างยกเว้นอ่างล้างหน้า พื้นห้องน้ำลดระดับลงจากพื้นห้องนอน ธรณีประตูเป็นคิ้วไม้ลามิเนตสีเดียวกับพื้นห้องนอน อ่างล้างมือยี่ห้อ MOGEN ดีไซน์โมเดิร์นความกว้าง 60 ซม. พร้อมกระจกเจียปรีขนาด 60×90 ซม. อ่างขนาดใหญ่ดี มีพื้นที่วางแปรงสีฟันด้านหลัง มีตู้เก็บของกระจุกกระจิก ใต้อ่างด้วยค่ะ และช่วยปิดท่อ P Trap ด้านล่างให้สวยงาม ส่วนก๊อกน้ำเป็นแบบมือหมุนสแตนเลส บรรยากาศบริเวณโถสุขภัณฑ์ด้านข้างมีพื้นที่กว้างขวาง มี Low Wall ด้านหลังยาวตลอดแนว ส่วนพื้นที่อาบน้ำยกธรณีประตูให้ แต่ไม่ได้ฉากกั้นกระจกนะ ลูกบ้านสามารถมาติดตั้งเองได้ค่ะ เป็นขนาดมาตรฐานเลยก็ได้นะ เพราะพื้นที่อาบน้ำค่อนข้างใหญ่ติดตั้งง่าย จะเป็นแบบบานเลื่อนหรือบานเปิดก็ได้ค่ะ แล้วแต่ถนัดเลย ส่วนฝักบัวด้านในเป็นฝักบัวสายอ่อนขนาดมาตรฐาน เดี๋ยวเราเดินออกไปดูส่วนห้องนอน 2 และ 3 กันต่อนะคะ ชมห้องนอน Master Bedroom หมดแล้ว เราจะไปชมอีกห้องนึงที่อยู่ติดกับทางขึ้นบันไดที่เราพาขึ้นมากันนะคะ นั่นก็คือห้องนอน 2 ค่ะ ห้องนอน 2 วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้กำลังดี ด้านข้างได้หน้าต่างบานเลื่อนทั้ง 2 ฝั่ง ระบายอากาศภายในห้องได้ดีเลยค่ะ อีกฝั่งของเตียงเป็นที่สำหรับ Built-in หรือวางตู้เสื้อผ้าได้ ปลายเตียงก็มีพื้นที่ว่างพอจะวางโต๊ะทำงานได้ค่ะ ห้องน้ำ ข้างห้องนอน 2 ที่ใช้ร่วมกันกับห้องนอน 3 บริเวณพื้นที่อาบน้ำได้หน้าต่างบานเลื่อนได้บน ช่วยระบายความชื้นและให้แสงสว่างได้ดี ในโซนแห้งมี Low wall อยู่ด้านหลัง ทำให้มีพื้นที่วางของจุกจิกต่างๆ ได้ ห้องนี้คือห้องนอน 3 ค่ะ อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำเมื่อสักครู่ ซึ่งโครงการจัดทำเป็นห้องนั่งเล่น และเป็นห้องที่มีระเบียงพักผ่อนส่วนตัวด้านข้าง จริงๆ ขนาดพื้นที่นี้สามารถวางเตียงตรงกลางได้ ไม่ต้องชิดผนัง เพื่อให้เดินได้รอบด้าน ประตูบานเลื่อนออกไปยังระเบียงภายนอกได้ค่ะ บริเวณนี้สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานได้เลยนะ ด้วยขนาดพื้นที่และบรรยากาศที่ติดกับระเบียงภายนอก ใครปลูกต้นไม้เยอะๆ นี่ชิลเลย ทำงานไปดูพื้นที่สีเขียวสบายๆ ตาดีค่ะ ระเบียงบริเวณนี้ได้ขนาดค่อนข้างเยอะพอสมควรนะ ใครชอบปลูกไม้กระถางต่างๆ ยกมาปลูกในชั้นบนได้เลย ได้แดดดีด้วยค่ะ :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ :::: วัสดุโดยรวม บันได ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า **รายละเอียด Spec ของวัสดุต่างๆอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า :::: ราคา (ม.ค.2561) :::: 1. แบบ i-Privy ที่ดิน เริ่มต้น 35 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท* 2. แบบ i-Prima ที่ดิน เริ่มต้น 38 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท* 3.แบบ i-Pricey ที่ดิน เริ่มต้น 50 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท* โปรโมชั่นพิเศษ เดือน ม.ค. 61 **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และข้อมูลที่อัปเดตที่สุดค่ะ :::: สรุป :::: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บนบน ซอย บางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ ตัวโครงการตั้งอยู่บน ซ.บางทอง ซึ่งนับว่าเป็นย่านอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต , หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน และ ซ.บางทอง นั้นเองเป็นถนนเส้นรองจาก ถ.ภก.4020 หรือ ถ.วิชิตสงคราม และไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และแยกเก็ตโฮ่ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าอ.เมืองภูเก็ตได้ภายใน 10 นาที ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. มาเปิดอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ต ช่วยชูศักยภาพทำเลในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ซึ่งถือว่าสะดวกสบายค่ะ เนื้องจาก อ.กะทู้ มีถนนเส้นหลัก ที่เชื่อมต่อกับถ.4020 คือ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว สามารถเดินทางระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต ได้ และใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือ ถ.ภก.3030 วิ่งไปโซนอ.เกาะแก้วได้อย่างรวดเร็วค่ะ ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ ในอนาคตจะมีทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง เป็นทางด่วนเก็บค่าผ่านทาง แต่จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ • การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยบางทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ • การออกแบบโครงการและวัสดุ The Plant กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยวเนื้อที่ 38 ไร่ จำนวน 231 ยูนิต โดยประกอบด้วยบ้านทั้งหมด 3 แบบด้วยกันที่มีฟังก์ชั่นแตกต่างกันไปค่ะ คือ แบบบ้าน i-Privy(124 ตร.ม.), i-Prima(135 ตร.ม.) และ i-Pricey(145 ตร.ม.) โดยแบบ้าน i-Privy จะเป็นบ้านที่หลังเล็กที่สุด และเป็นบ้านแบบเดียว ที่มี 1 ที่จอดรถ และมีทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถค่ะ ส่วนบ้านอีกสองแบบที่เหลือ จะเป็นบ้านที่มี 2 ที่จอด มีห้องครัวที่ขนาดใหญ่กว้างขวางขึ้น และที่ชั้น 2 ของบ้าน ห้องนอน 2 จะมีระเบียงพักผ่อนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันไว้ให้ด้วย สามารถปรับฟังก์ชั่นเป็นห้องทำงานก็ได้ตามใจค่ะ บ้าน i-Prima กับบ้าน i-Pricey ฟังก์ชั่นไม่ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็คือห้องน้ำที่ชั้น 2 มีทั้งหมด 2 ห้องแยกเป็นส่วนตัวจากกัน วัสดุที่ได้เป็นวัสดุมาตรฐาน-ดี การออกแบบดีค่ะ สุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto, Mogen ส่วน Accessories ยี่ห้อ Prema • สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เริ่มต้นจากการจัดผังเป็นถนนเมนกว้าง 12 เมตร ตัดผ่าลงไปทางทิศใต้ โดยสวนสาธารณะขนาดใหญ่จะอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง เป็นเกาะกลาง เพื่อให้ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถเข้ามาใช้งานได้ในระยะเท่าๆกันค่ะ มีการจัด Landscape ที่สวยงามพร้อม Jogging Track ศาลาพักผ่อนในร่ม และสนามเด็กเล่น ที่ประกอบด้วยชุด Slider ชิ้นใหญ่ 1 ชุด และม้าโยกสปริงน่ารักอีก 3 ชุด ส่วนอาคารคลับเฮ้าส์ จะเป็นอาคารส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับโครงการทั้งหมดภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ตจำนวน 5 โครงการด้วยกันค่ะ ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมบ่อน้ำที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ อยู่ตรงข้ามโครงการเราติดกับ โครงการภัสสร กะทู้ ภูเก็ต สามารถเดินไปได้ในระยะ 100 เมตร :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: TEL : 1739 SALES OFFICE : 076-319-496 (9.00-18.00 น.) WEBSITE : ***บ้านเดี่ยว/2207/เดอะ-แพลนท์-กะทู้-ป่าตอง-1 หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
ซ.บางทอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83120
3,990,000 ฿
18/7/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.844 รีวิว ทาวน์โฮม บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น Lumpini Townville Lat Pladuk – Bangpai Station สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ทุกคน วันนี้เราจะพามาชมทำเลที่ตั้งโครงการ Baan Lumpini Townville ลาดปลาดุก-บางไผ่ สเตชั่น จาก LPN. เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น หน้ากว้าง 5.0 เมตร ที่กำลังจะเปิดให้จองในเร็วๆนี้ โครงการตั้งอยู่บน ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี อยู่ใกล้ เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต และ รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เดินทางสะดวกใกล้ ถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อ ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้อย่างง่ายดาย บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น มีเนื้อที่โครงการ 15 – 0 – 73.1 ไร่ จำนวน 200 ยูนิต เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น กับฟังก์ชั่นขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 16.2 ตร.วา ซึ่งจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่บางส่วนในปี 2560 นี้แล้วนะคะ สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการมีมาให้อย่างครบครันทั้ง อาคารสโมสร, สระว่ายน้ำ, สวนสวยสำหรับพักผ่อน และลานออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมต้นไม้รายรอบทั้งโครงการ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ทั้งกล้อง CCTV และ Double Gate Security บริหารงานโดยทีมงานมืออาชีพจาก บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ภายใต้แนวทาง “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ด้วยราคาที่หยิบจับง่ายเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท โดยรายละเอียดที่เราจะพาท่านไปชมก็จะมีทำเลที่ตั้งโครงการ, สภาพแวดล้อม, ข้อมูลโครงการ และบ้านตัวอย่างแบบเจาะลึก เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี 11110 พิกัด : 13.908922, 100.372626 ทำเลที่ตั้ง โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 เข้ามาจากซอยวัดลาดปลาดุก (หรือถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002) เพียง 200 เมตรค่ะ เป็นอีกทำเลนึงที่น่าสนใจในโซนนนทบุรี ซึ่งจริงๆแล้วตัวโครงการจะอยู่ในเขตบางบัวทองนะ แต่จะอยู่เหลื่อมๆกับเขตบางใหญ่หน่อย ย่านนี้จะเป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ บริบทโดยรอบจะเป็นบ้านพักอาศัยและหมู่บ้านจัดสรร ถ้าคนที่ชอบความเงียบสงบก็คงจะหลงรักย่านนี้เลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน ขับเข้าไปภายในซอยจะรู้สึกว่าสบายตาเพราะยังมีระยะให้มองไปได้ไกล มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ฟังดูแล้วอาจเหมือนว่าบริเวณนี้ยังไม่ค่อยเจริญหรือเปล่า ขอค้านเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล แต่ถ้าให้เทียบกับใจกลางกรุงเทพฯย่าน CBD ( Central Business District) ก็คงจะเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วนะคะ ฮ่าๆๆ การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบายเลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ตัดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึง ถนนกาญจนาภิเษก แล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว (ปกติจะรถติดแถวๆด่านเก็บเงินเท่านั้นเองค่ะ) วิ่งยาวเป็นวงแหวนรอบตัวเมืองกรุงเทพฯ สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆและอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ถ้าจะวิ่งขึ้นไปทางบางปะอินให้วิ่งจากถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ออกมาที่ซอยวัดลาดปลาดุก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางคู่ขนาน ตรงไปอีกหน่อยก็จะมีทางเข้าทางหลักค่ะ แต่ถ้าจะไปขึ้นทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ให้วิ่งจากถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 มาออกที่ถนนเลียบคลองบางใหญ่นะ จะสามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษกได้เลย แต่ถ้าวิ่งออกมาจากทางซอยวัดลาดปลาดุกจะต้องไปกลับรถใต้สะพานอีกทีค่ะ จากถนนกาญจนาภิเษกให้วิ่งลงมาเรื่อยๆ ให้ออกมาที่ทางคู่ขนานแล้วขึ้นทางยกระดับทางซ้ายไปค่ะ ตรงนี้จะไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9 และทางบางนา – ดาวคะนอง ความอุดมสมบูรณ์ ในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ แต่ถ้าเดินเล่นในบริเวณย่านบางใหญ่จนเบื่อแล้ว ก็ยังมีห้างใกล้เคียงให้เลือกช็อปอยู่อีกนะ วิ่งออกไปที่เส้นรัตนาธิเบศร์ก็จะมีทั้งโรบินสัน, เซ็นทรัล, บิ๊กซี และเอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันเลย ถ้าออกไปทางเส้นชัยพฤกษ์เข้าแจ้งวัฒนะก็จะผ่านทั้ง The Crystal PTT, บิ๊กซี และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะคะ กล้บเข้ามาดูในบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันบ้าง เรื่องสาธารณูปโภคนี่ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัว เนื่องจากเป็นย่านที่อยู่ศัย (แม้ว่าจะค่อนข้างกระจายตัวกันอยู่ก็ตาม) เลยสามารถหาร้านอาหารอร่อยๆได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านขนมไทย, ร้านกาแฟ, ร้านข้าวต้มหัวปลา, ร้านอาหารซีฟู้ด และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซีมาร์เก็ต, Max Value, 7 – Eleven, ตลาดป.สามเกลอ, ตลาดแม่สมคิด และตลาดนัดธารทอง การเดินทางด้วยรถสาธารณะ จากบริเวณหน้าโครงการบนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 จะไม่มีรถสาธารณะวิ่งผ่านค่ะ แต่จะมีวินมอเตอร์ไซค์ และ รถตู้ (พฤกษา 3-เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ พาต้า) อยู่บริเวณหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุก และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งวัน นับว่าสะดวกสำหรับคนที่พักอาศัยในย่านนี้เลย นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง สถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็น สถานีคลองบางไผ่ ห่างจากตัวโครงการออกไป 5.5 กม. ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีเท่านั้นค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนกาญจนาภิเษก > ซอยวัดลาดปลาดุก > ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 > โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น วันนี้เราจะเริ่มการเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาเล็กน้อย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ พอขับเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาหน่อยจะผ่าน Plus Mall ฝั่งซ้ายมือ ตอนนี้เราอยู่บนทางคู่ขนานนะคะ ขับตรงไปเรื่อยๆจะเจอทางเข้าทางหลักค่ะ จะอยู่แถวๆบริเวณสะพานลอยพอดี มีศูนย์รวมต้นไม้และของตกแต่งบ้านแสงอารีอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ เมื่อขับเข้าทางหลักมาแล้วก็ให้วิ่งตรงไปยาวๆสบายๆเลย เดี๋ยวเราจะขับผ่านห้างสรรพสินค้าใหญ่ในย่านนี้กัน มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ฝั่งซ้ายมือจะมี Index Living Mall ส่วนฝั่งขวามือจะมีเซ็นทรัลเวสต์เกต ติดๆกับเซ็นทรัลก็จะมีทั้ง Ikea และบิ๊กซี บางใหญ่ ขับเลยไปอีกไม่ไกลก็จะเห็นบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ ตรงนี้จะมีป้ายบอกทางอยู่ด้วย เดี๋ยวเราจะวิ่งออกทางคู่ขนานด้านหน้านี้นะ ออกมาจากทางหลักแล้วจะเห็นปั๊มปตท.อยู่ข้างหน้าฝั่งซ้ายมือเลย ให้เราขับตรงต่อไป จากนั้นให้เราขับชิดซ้ายเอาไว้ไปทางบางบัวทอง – สุพรรณบุรี ถ้าชิดขวาจะไปขึ้นสะพานกลับรถนะ เราขับเลยจากบริเวณสะพานกลับรถมาประมาณ 1.4 กม.ก็จะเห็นทางเข้าถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002 หรือซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ฝั่งซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่า เข้ามาภายในซอยวัดลาดปลาดุกจะเป็นถนนขนาด 4 เลน มีรถวิ่งผ่านเส้นนี้กันพอสมควร แต่ไม่ถึงกับติดนะ วิ่งได้สบายๆเรื่อยๆเลย ในระยะ 500 เมตรแรกที่ฝั่งซ้ายมือจะมี Big C Market ค่ะ ขับเลยจาก Big C Market เข้าไปอีกประมาณ 850 เมตร ก็จะเจอ Tesco Lotus Express อยู่ทางฝั่งซ้ายมืออีกเช่นกัน จากนั้นมองไปทางขวามือก็จะเห็น Max Value อยู่ในระยะใกล้เคียงกันค่ะ เรายังคงขับตรงไปเรื่อยๆนะ ทางฝั่งซ้ายมือเราจะเห็นทางเข้าวัดลาดปลาดุก เป็นวัดที่มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวบ้านที่เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณย่านนี้ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เลยจากบริเวณทางเข้าวัดลาดปลาดุกมาอีกประมาณ 900 เมตรจะเจอไฟแดงค่ะ ตรงนี้ให้เราเลี้ยวเข้าถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 จากซอยวัดลาดปลาดุกเข้ามาประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอโครงการอยู่ทางฝั่งซ้ายมือแล้วละค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ ศาสนสถาน :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินเปล่า, ทุ่งนา, บ้านพักอาศัยดั้งเดิม และโครงการบ้านจัดสรรค่ะ ทางทิศเหนือ, ทิศใต้ และทิศตะวันออกติดกับพื้นที่ดินเปล่าทั้งหมด ส่วนทิศตะวันตกติดกับถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ค่ะ ทีมงานจะขอพาท่านผู้อ่านเดินชมทำเลบริเวณรอบกันก่อนนะคะ ว่าสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการจะเป็นอย่างไรบ้าง นี่คือบริเวณหน้าซุ้มทางเข้าโครงการ ป้ายหน้าทางเข้าโครงการ มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ดินเปล่า มองเลยไปจะเห็นหมู่บ้านรสสุคนธ์ เป็นโครงการเพื่อนบ้านข้างเคียง จากหน้าโครงการมองไปทางฝั่งขวามือ เดินออกไปเพียง 200 เมตรก็จะเป็นซอยวัดลาดปลาดุกที่เราเพิ่งใช้เดินทางกันเข้ามาเมื่อสักครู่ พื้นที่บริเวณข้างๆโครงการตอนนี้ถูกใช้ในการเก็บวางวัสดุก่อสร้างต่างๆ ข้างๆกันเป็นที่นา จากหน้าโครงการมองไปทางฝั่งซ้ายมือกันบ้าง ภายในถนนทางหลวงชนบท นนบบุรี 3086 ส่วนมากจะยังคงเป็นที่ดินเปล่าอยู่ค่ะ มีบ้านพักอาศัยดั้งเดิมอยู่บ้างเป็นระยะๆ พื้นที่ข้างๆตัวโครงการถูกใช้เป็นทางขนวัสดุก่อสร้างเข้าสู่ไซท์งาน ติดๆกับตัวโครงการเลยจะมีบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้นค่ะ ถ้าวิ่งตรงไปเรื่อยๆถนนทางหลวงชนบท นนบบุรี 3086 จะสามารถวิ่งลัดเลาะไปยังถนนเลียบคลองบางใหญ่ได้ ทางนี้เราสามารถใช้ออกถนนกาญจนาภิเษกฝั่งวิ่งลงไปทางบางแค ขึ้นทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอกโดยไม่ต้องไปกลับรถใต้สะพาน :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 200 ยูนิต บนที่ดิน 15 ไร่ เป็นทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์นที่ตอบสนองความต้องของการของชีวิตได้อย่างครบครัน ฟังก์ชั่นครบถ้วน หน้าบ้านให้กว้าง Master Bedroom ขนาดใหญ่ พร้อมครัวไทย ในแนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการบนถนนทางหลวงชนบท นนบทุรี 3086 โดยจะต้องผ่านซุ้มรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมรปภ., ระบบ Auto access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 15 เมตร ผ่าเข้าไปในโครงการ และแจกเป็นถนนซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายและบ้านตัวอย่างจะอยู่ทางขวามือในบ้านชุดแรก ส่วนกลางของโครงการจะมีอาคารสโมสรและสระว่ายน้ำ ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านตัวอย่างและสำนักงานขายค่ะ ส่วนสวนพักผ่อนจะอยู่เลยเข้าไปบริเวณกลางไซท์ ซึ่งวัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการจะมีระยะประมาณ 250 เมตร จะเดินมาใช้งานส่วนกลาง หรือจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ได้สบายๆเลยค่ะ :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เดินดูบริบทโดยรอบโครงการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรากลับมาที่หน้าโครงการการกันค่ะ เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปดูบรรยากาศภายในโครงการกันต่อเลย เริ่มจากที่ซุ้มทางเข้าโครงการ เป็นสไตล์โมเดิร์น ทำเป็นระแนงเหล็กโปร่ง ใช้สีเทาเข้มและเทาอ่อนออกโทนฟ้าๆ ทั้งฝั่งทางเข้า – ทางออกจะต้องผ่านป้อมรปภ., ระบบ Access card, กล้อง CCTV, รั้วไม้กระดก และรั้วเลื่อนอีก 1 ชั้น หน้าโครงการทำทางเท้ายกระดับขึ้นมาจากพื้นถนน แยกการสัญจรของรถกับคนออกจากกันอย่างชัดเจน จะมีประตูรั้วแยกให้บานนึง สามารถเดินได้ปลอดภัยค่ะ มองไปฝั่งป้อมยามตรงกลางทางเข้า – ออก จุดนั้นจะเป็นที่ติดตั้งเครื่องสแกน Access card, กล้อง CCTV และเป็นจุดควบคุมรั้วไม้กระดก เครื่องสแกน Access card สำหรับลูกบ้าน จะสามารถสแกนบัตรและขับผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย ส่วนผู้ที่เข้ามาติดต่อจะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการแลกบัตรและตรวจเช็คความปลอดภัยอีกที และกล้อง CCTV ช่วยจับภาพเพิ่มความปลอดภัยให้อีกชั้นค่ะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 15 เมตรแบ่งการจราจรด้วยเกาะกลางถนน ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นสวยงาม ฝั่งซ้ายมือของเราคืออาคารสโมสรค่ะ ภายในมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 6 x 12 เมตร ลึก 1.2 เมตร แบ่งเป็นสระใหญ่และสระเด็ก แต่ตอนนี้สระว่ายน้ำยังสร้างไม่เสร็จ เลยยังไม่มีภาพมาฝากกันนะ ส่วนฝั่งขวามือของเราคือบ้านตัวอย่างและสำนักงานขาย บ้านตัวอย่างคือบ้านแปลงมุมหลังแรก หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร ขนาดพื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. ส่วนบ้านแปลงมุมหลังสุดท้ายคือสำนักงานขายค่ะ เดินเข้าไปจนสุดถนนตอนนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ ซึ่งเฟสแรกคาดว่าจะเสร็จในเดือนตุลาคม ปี 2560 นี้แล้วค่า :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: บ้านของโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ทั้งโครงการใช้แบบบ้านเหมือนกันทั้งหมด มีขนาด 105 ตรม. หน้ากว้าง 5.0 เมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถ 2 คัน ไปดูแปลนบ้านกันเลยดีกว่าค่ะ แบบบ้านของโครงการ แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่างของโครงการกันค่ะ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. หน้ากว้าง 5 เมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ เนื้อที่บ้านเริ่มต้นอยู่ที่ 16.2 ตร.วา ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบบ้านของโครงการ :: หน้าตาของบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ทรงเหลี่ยมๆมาแรง สีบ้านใช้เป็นสีเทาเข้ม-อ่อน ออกโทนฟ้าๆไปทางพาสเทลหน่อยๆดูสบายตา ตัดด้วยระแนงเหล็กสีเหลืองเป็นลูกเล่น ทำให้บ้านดูน่ารักและอบอุ่นขึ้นมาเลย หน้าบ้านจะสามารถจอดรถได้ 2 คันพอดีเลยนะ พื้นลานจอดรถจริงๆจะได้เป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบขัดหยาบ บริเวณหน้าบ้านมีตู้เก็บของสำหรับพวกสายยาง, อุปกรณ์ล้างรถ และทำสวนได้ ไฟเฉลียงหน้าบ้านเป็นดวงโคมซาลาเปาแบบนี้ พื้นเฉลียงหน้าบ้านจะยกระดับขึ้นมาประมาณ 15 ซม.ค่ะ ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. เก็บมุมด้วย Boarder ทรายล้างสีทอง เข้าไปดูในตัวบ้านกันต่อเลย ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ติดลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตูขนาดใหญ่จับถนัดมือดีทั้งข้างนอกและข้างใน มีตัวล็อคท้ายบานแบบก้อยหอยอีก 1 ชั้น เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร ฝั่งซ้ายมือคือโถงบันได, ห้องน้ำ และห้องครัวตามลำดับ จัดแปลนบ้านแบบ Open plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย ภาพจากบ้านมาตรฐาน พื้นบ้านปูกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ฝ้าเพดานสูงถึง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ทั้งหลัง ตรงนี้จะมีจุดแตกต่างจากบ้านตัวอย่างอยู่ 1 ประการก็คือ ประตูทางเข้าห้องน้ำจะเข้าจากในห้องครัวค่ะ (บ้านตัวอย่าง ประตูทางเข้าห้องน้ำจะอยู่ข้างๆชั้นวางทีวี) มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟารูปตัว L ขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จะเห็นว่าพื้นที่ก็ยังพอเหลืออยู่ จะวางขนาด 3 ที่นั่งก็เพียงพอ จะวางโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆเพิ่มอีกหนึ่งตัวก็ยังลงตัวดี เนื่องจากบ้านตัวอย่างเป็นบ้านแปลงมุมจึงได้หน้าต่างมาเพิ่มอีก 2 บาน ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะไม่มีนะ หน้าต่างเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม ติดกระจกเขียวตัดแสงแบบนี้ค่ะ มือจับบ้านหน้าต่างเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นด้วยตัวล็อคแบบก้นหอยท้ายบานค่ะ มุมมองไปฝั่งชั้นวางทีวี เนื่องจากทางเข้าห้องน้ำอยู่ที่ฝั่งนี้จึงมีที่วางชั้นวางทีวีค่อนข้างจำกัด ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที ส่วนระยะจากโซฟาถึงชั้นวางทีวีเหลือ 1.9 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 50 นิ้วค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้ระยะดูทีวีเพิ่มขึ้นก็สามารถใช้วิธีเอาทีวีติดผนังได้ จะเพิ่มขนาดจอได้ถึง 60 นิ้วเลย ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะเห็นว่าประตูทางเข้าห้องน้ำถูกย้ายเข้าไปในห้องครัวแล้ว จึงได้พื้นที่ผนังเพิ่มขึ้น ที่ลายผนังทำการเดินสายไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย สวิตช์และปลั๊กไฟ จะใช้ของ Haco ทั้งหลังค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องน้ำ, ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จะต่อหัวท้ายเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในวันที่มีแขกก็ยังรองรับไหว จัดให้ดูน่านั่งจะได้สามารถเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 มุม จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับแพนทรี่ จะติดตั้งประตูบานเลื่อนเพื่อกั้นส่วนห้องเพิ่มก็ทำได้ ภายในบ้านมาตรฐานจะได้พื้นที่ของแพนทรี่โล่งๆแบบนี้ค่ะ มีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร มีการเจาะผนังเตรียมท่อสำหรับอ่างล้างจานให้เรียบร้อย ฝั่งขวามือคือตำแหน่งประตูห้องน้ำจริงๆนะ ภายในแพนทรี่จะมีพื้นที่พอดีสำหรับอ่างล้างจาน, พื้นที่เตรียมอาหาร และพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น จะเหลือพื้นที่ยืนกว้างประมาณ 1.15 เมตร กำลังพอดีค่ะ มาดูห้องน้ำ 2 กันต่อค่ะ ประตูห้องน้ำจะเป็นบานสำเร็จรูป พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 2.5 ซม. ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ และเนื่องจากภายในห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ บนฝ้าเพดานจึงติดพัดลมดูดอากาศมาให้เพิ่มด้วย มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 จะวางจากโซนแห้งไล่เข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. แบบผิวกันลื่น ผนังกรุด้วยกระเบื้องกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ทางโครงการจะเลือกใช้สุขภัณฑ์ของ American Standard ทั้งหมด มาดูที่อ่างล้างหน้ากันต่อ เหนืออ่างล้างหน้าติดกระจกเจียปรีให้ 1 บาน ขนาดกำลังพอดี อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนัง ส่วนท่อดักกลิ่นจะครอบด้วยอุปกรณ์อ่างเซรามิกให้เรียบร้อย มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ก๊อกน้ำเป็นแบบลูกบิดเกลียว ถัดจากอ่างล้างหน้าไปจะเป็นโถสุขภัณฑ์และโซน Shower โถสุขภัณฑ์แบบแยกชิ้น ระบบ Single flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ฝั่งขวาคือโซนอาบน้ำ ลดระดับพื้นลงไปให้เล็กน้อย อันนี้ถือว่าลดน้อยไปหน่อยค่ะ ไม่ค่อยช่วงเรื่องกันน้ำไหลย้อนเท่าไหร่ ที่ใส่กระดาษชำระ และสายฉีดชำระค่ะ ผนังข้างโถสุขภัณฑ์ติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ฝักบัวที่ได้เป็นฝักบัวสายอ่อน ติดตั้งมาพร้อมกับชั้นวางสบู่ เราเทียบขนาดหัวฝักบัวให้ดูกับอุ้งมือค่ะ ขนาดหัวอาจจะเล็กไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบอาบเร็วๆทีเดียวทั่วตัว ชั้นวางสบู่ขนาดพอสำหรับสบู่ 1 ก้อน แนะนำให้หาชั้นวางสบู่แขวนผนังมาติดตั้งเพิ่มเอานะ เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ ประตูเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมและมือจับแบบเซาะร่อง พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปประมาณ 10 ซม.ค่ะ จริงๆแล้วจะได้เป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบนะ พื้นที่ด้านนึงสามารถจัดเป็นครัวไทยได้พอดี สามารถวางเคาน์เตอร์ได้ทั้ง 2 ฝั่ง อีกด้านนึงแนะนำให้ทำเป็นลานซักล้าง วางเครื่องซักผ้า, ราวตากผ้า และชั้นวางเก็บอุปกรณ์ซักรีด มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป ราวมือจับเป็นโครงเหล็กฝังผนัง ใช้ตัวราวเป็นวัสดุไม้สำเร็จรูปสีเข้ากันกับพื้นบันได มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบหักกลับรูปตัว U วนขวาขึ้นไป มุมมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอน Master bedroom ตามลำดับ ที่พื้นจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ทั้งหมด มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องนอน Master bedroom กันก่อน ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส ที่พื้นติดธรณีประตูให้เรียบร้อย เข้ามาภายในห้องนอน Master bedroom จะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกันคือโซนที่นอนฝั่งซ้าย และโซน Walk-in closet ฝั่งขวา ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ภายในห้องถือว่าสว่างดีเลยแม้จะไม่ได้เปิดไฟเพราะมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 บาน บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้ มาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และระยะการใช้งานกันต่อเลยค่ะ ในโซนที่นอน จะสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ที่โซนนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้กับห้อง ไฟที่ได้ภายในห้องนอนจะเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ทุกห้อง ไปดูที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ภาพจากบ้านมาตรฐาน ผนังฝั่งขวาจะถูกเซ็ตเข้ามาเล็กน้อยเพื่อทำเป็นระเบียง ในโซน Walk – in closet ก็จะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกลางๆได้อย่างละตัว จริงๆแล้วจะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L เลยก็ยังได้ ตรงนี้จะมีประตูบานเลื่อนเพื่อเปิดออกสู่ระเบียงห้องค่ะ พื้นที่ระเบียงมีขนาดเล็กๆ พอจะออกไปยืนสูดอากาศรับลมได้อยู่บ้าง ราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กทาด้วยสีเหลืองสดใส พื้นระเบียงเป็นซีเมนต์ปาดเรียบ ลดระดับจากพื้นห้องนอนลงไปเล็กน้อย มาดูที่ห้องน้ำชั้นบนกันต่อค่ะ วัสดุประตูใช้เหมือนห้องน้ำชั้นล่าง ภายในห้องน้ำชั้นบนจะใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการ แต่โซนอาบน้ำจะอยู่ด้านในอีกฝั่งของห้องค่ะ พื้นที่ยืนอาบน้ำมีขนาดที่กว้างขวางขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้ติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเอานะ มาดูห้องนอน 2 และห้องนอน 3 กันต่อ ห้องนอน 2 อยู่ฝั่งซ้ายมือ มีขนาดเล็กกว่าห้องนอนใหญ่ครึ่งนึงได้ แต่ภายในก็สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัวและครบครันค่ะ ภายในทำเตียงนอน Built-in ขนาด 4 ฟุตเศษๆ และก็ยังมีที่เหลือพอสำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพจากบ้านมาตรฐาน ขนาดห้องกว้างประมาณ 2.8 x 2.5 เมตร ภายในห้องจะได้หน้าต่างมา 1 บาน มีขนาดที่พอเหมาะกับตัวห้อง ทำให้ได้แสงสว่างอย่างเพียงพอ จริงๆแล้วตู้เสื้อผ้าจะทำเป็นรูปตัว L เลียบมากับผนังอีกฝั่งนึงก็ยังได้นะ จะได้มีพื้นที่ในการเก็บของเพิ่มมากขึ้น มาถึงห้องนอนห้องสุดท้าย หรือห้องอเนกประสงค์นั่นเอง ตามบ้านตัวอย่างได้จัดเอาไว้เป็นห้องสำหรับนั่งเล่นและทำงาน แต่จริงๆแล้วจะจัดเป็นห้องนอนอีกห้องก็สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้พอดี ภาพจากบ้านมาตรฐาน ขนาดห้องกว้างประมาณ 2.8 x 2.2 เมตรค่ะ เล็กกว่าห้องนอน 2 นิดหน่อย พื้นที่ฝั่งโซฟาสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3-4 ฟุตได้ ก็จะเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าพอดีๆ มุมนั่งทำงาน ให้เด็กๆแบ่งโต๊ะกันคนละตัวพอดี :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กรกฎาคม 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (กรกฎาคม 2560) :::: แบบบ้านของโครงการ พื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 17.00 ตร.วา – ราคา 1,822,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 เข้ามาจากซอยวัดลาดปลาดุก 200 เมตร ย่านนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีความเงียบสงบดี เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ภายในซอยวัดลาดปลาดุกมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล สามารถหาร้านอาหารอร่อยๆได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ส่วนในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบาย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ตัดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆและอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนสาย 345, ถนนบางกรวย – ไทรน้อย และ ถนนราชพฤกษ์ จึงสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้น นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งไปขึ้น ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้สะดวกอีกด้วย ไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9 และทางบางนา – ดาวคะนอง การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางจะยังยึดรถส่วนตัวเป็นหลัก เพราะหน้าโครงการจะไม่มีรถสาธารณะวิ่งผ่าน แต่สามารถเดินจากหน้าโครงการออกมายืนรอรถตู้ในซอยลาดปลาดุกได้ จะมีไปทางพาต้าและเดอะมอลล์งามวงศ์วานค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆต่อรถเอา และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ การเดินทางโดยรวมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะอาจจะต้องต่อรถหลายต่อ แต่ก็ถือว่าสามารถไปไหนเองโดยไม่ต้องใช้รถแท็กซี่ค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีคลองบางไผ่ ห่างจากตัวโครงการออกไป 5.5 กม. ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีเท่านั้น การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 200 ยูนิต บนพื้นที่ 15 ไร่ สไตล์ Modern มีแบบบ้าน 1 แบบขนาด 105 ตรม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบสไตล์ทาวน์โฮมทั่วๆไป ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ติดอยู่ที่ว่าห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้แต่ทางบ้านจะติดพัดลมดูดอากาศมาช่วยแทน บริเวณห้องครัวภายในมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก สามารถทำเป็นแพนทรี่ได้ แต่ครัวไทยจะต้องไปต่อเติมเพิ่มในบริเวณของลานซักล้างค่ะ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐานและสวยงามดี คำนึงถึงผู้ใช้งานค่ะ โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2 – 4 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีคลับเฮ้าส์ประกอบด้วย Lobby กับสระว่ายน้ำ และสวนพักผ่อนส่วนกลาง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องCCTV, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐานที่ดีค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 02 689 6888 สำนักงานขาย : 02 069 4956, 02 002 4072 และ 099 351 1998 WEBSITE : ***บ้านลุมพินี
ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี 11110
2 ห้อง
105 ตร.ม.
1,590,000 ฿
29/3/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.861 รีวิว บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส Baan Pruksa 122 Amata-By Pass สวัสดีค่าผู้อ่านชาว Homenayoo ทุกคนค่ะ วันนี้เราจะขอพาไปชมโครงการ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส จาก พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นทาวนโฮม 2 ชั้น สไตล์ Modern ตั้งอยู่ในซอยบายพาส 12 หรือ ถ.สุขไพโรจน์ เพียง 850 เมตร ออกสู่ ถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร, ศูนย์ปฏิบัติธรรมสินสันติธรรม, โฮมโปร ชลบุรี อมตะ และเชื่อมต่อกับโซนตัวเมืองชล-บ้านบึง-บางแสนค่ะ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น มีจำนวนยูนิตทาวน์โฮม 376 ยูนิต และอาคารพาณิชย์ 11 ยูนิต บนเนื้อที่ดินทั้งหมดประมาณ 33 ไร่ แบบบ้านมีแบบเดียวคือ Type Klover มีที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 95 ตร.ม. หน้ากว้าง 5.7 ม. ภายในมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ที่จอดรถ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการ เช่น สวนสาธารณะ, เข้า-ออกด้วยระบบ Auto Access Card, กล้องวงจรปิด และรปภ.ตลอด 24 ชม. ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ � :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซ.บายพาส 12 (ถนนสุขไพโรจน์) ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พิกัด GOOGLE MAP : 13.380553,101.025899 แม้โครงการจะเข้าไปในซอยสักหน่อย แต่ก็เดินทางสะดวกสบายด้วยถนนเลี่ยงเมือง และมีเส้นทางลัดออกสู่ ถ.ศุขประยูร, ถ.สุขสามารถค่ะ สำหรับผู้อาศัยอยู่โซนนี้หาไม่ชินทาง ก็สามารถมาได้ไม่ยากนะคะ เข้าซอยไม่ได้ลึกลับซับซ้อนมาก และอยู่ในทำเลเรียกได้ว่าอยู่กลางๆ ระหว่าง ถ.มอเตอร์เวย์ และทางพิเศษบูรพาวิถี หากเป็นผู้ที่เดินทางขับรถกรุงเทพ-ชลบุรีบ่อยๆ ก็สามารถเลือกได้ถึงสองเส้นทางด่วนค่ะ รวมถึงภายในซอยมีเส้นทางลัดออกสู่ ถ.มอเตอร์เวย์ ได้แบบรถไม่ติดอีกด้วย การเดินทางด้วยรถยนต์ หากดูแผนที่ถอยออกมาในมุมกว้างรัศมี 10 กม. ซึ่งเป็นระยะที่ขับรถได้ไม่เหนื่อย ภายใน 15-30 นาที จะเห็นว่า โครงการอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองชลบุรีค่ะ ซึ่งถนนเลี่ยงเมืองนั้นเป็นถนนที่สามารถวิ่งลงใต้ เชื่อมต่อกับ ถ.สุขุมวิท บริเวณ Central ชลบุรีซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย และสามารถวิ่งออกสู่แยกต่างระดับบางแสน ไปพัทยาได้ ในระยะเวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้นค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ สำหรับความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินไม่มีร้านค้าร้านอาหารค่ะ ส่วนใหญ่เป็นชุมชนบ้านพักอาศัย และโรงงานทั้งหมด ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณถนนเส้นหลัก บริเวณปากซอย ถ.เลี่ยงเมืองชลบุรี มีปั๊มน้ำมันและร้านค้าอาคารพาณิชย์อยู่เป็นระยะๆที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ค่ะ แต่ที่หนาแน่นกว่าจะอยู่บริเวณ ถ.ศุขประยูร ซึ่งสามารถใช้เส้นทางลัดภายในโครงการ คือถนนประชาสุขสว่าง ทะลุออกไปบริเวณปากซอยฝั่งตรงข้ามจะเป็น สำนักงานเทศบาลต.นาป่า มองไปทางขวามือจะเป็นสะพานลอย และมีปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่ภายในมี Jiffy, Cafe Amezon ค่ะ รวมถึงใกล้ๆกันก็มีร้านขายต้นไม้ หากใครชอบทำสวนก็สามารถออกมาซื้อที่ตรงนี้ได้ไม่ไกล ส่วนสาธารณูปโภคที่เป็นตัวเมือง ก็สามารถใช้ถนนศุขประยูร วิ่งตรงสู่ศาลากลางเมืองชลบุรีได้ใน 10 นาที ค่ะ ซึ่งโซนนั้นจะเป็นศูนย์ราชการทั้งหมด รวมถึงสถานีตำรวจ, สนามกีฬา และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่าง รพ.ชลบุรี และ รพ.เอกชลค่ะ ขับเลยไปหน่อยมุ่งหน้าสู่บางแสนก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่คือ Central Chonburi ซึ่งบริเวณรอบๆก็มี Hyper Market อีกหลายแห่งเช่น Index Living Mall และ Big C ส่วนหากใครอยากหาซื้อของแต่งบ้านที๋โฮมโปร ไม่จำเป็นต้องวิ่งมาถึงตรงนี้ก็ได้นะคะ บริเวณ ถ.ศุขประยูรก็มี โฮมโปรชลบุรี-อมตะ ห่างจากโครงการประมาณ 4 กม.เท่านั้น หรือใครชอบชิล จะวิ่งไปบางแสน ก็แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ หรืออีกโซนนึงที่เชื่อมต่อกับ ถ.เลี่ยงเมืองโดยตรงนั่นก็คือ โซนนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งสาธารณูปโภคก็จะรองรับคนทำงานแถวนี้อยู่แล้วค่ะ รอบๆก็จะมี Tesco Lotus Plus Mall , ม.ศรีปทุม ชลบุรี, สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี, และ รร.สาธิตม.เกษตรศาสตร์ ค่ะ จุดขึ้นทางด่วน จากโครงการสามารถใช้เส้นทางลัด ออกสู่ ถ.สุขสามารถ เลี้ยวขวาออก ถ.ศุขประยูร เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.บ้านเก่า 5 ก็จะเจอทางขึ้นแยกต่างระดับ ถ.มอเตอร์เวย์ มุ่งหน้าบางปะกง-กทม. ได้ค่ะ หรือหากต้องการใช้ทางพิเศษบูรพาวิถี ก็สามารถวิ่งออก ถ.เลี่ยงเมืองชลบุรีได้เช่นกัน แต่แนะนำให้ใช้ทางลัดออกสู่ ถ.ศุขประยูรตามแผนที่จะใกล้กว่านะคะ เนื่องจากหากออกที่ปากซอยบายพาส 12 ต้องไปกลับรถไกล ถึงแยกเลี่ยงเมือง-เศรษฐกิจ ระยะทาง 3 กม. รวมๆก็ 6 กม. ค่ะ หากต้องการไปพัทยา ก็สามารถเลือกขึ้นมอเตอร์เวย์ได้ 2 เส้นทางด้วยกัน ค่ะ คือวิ่งออกเลี่ยงเมือง ขึ้นแยกต่างระดับบางแสน จะใกล้กว่า วิ่งออก ถ.ทล.344 ขึ้นที่แยกต่างระดับชลบุรีค่ะ แถมแผนที่การเดินทางสู่ตัวเมืองต่างๆ จากโครงการอีก 1 ภาพค่ะ จาก ถ.ทล.344 สามารถวิ่งไป อ.บ้านบึง ถึงเมืองแกลง จ.ระยอง ยาวไปถึงจันทบุรีได้ค่ะ ส่วนจากแยกต่างระดับบางแสน วิ่งออก ถ.สุขุมวิท สามารถไปบางแสน-บางพระ ศรีราชา ได้ในเวลาไม่เกิน 20 นาทีเท่านั้นด้วย การเดินทางด้วยรถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ลึกเข้าไปในซอยบายพาส 12 ประมาณ 850 เมตร และไม่ติดถนนหลัก ทำให้ไม่มีรถสาธารณะผ่านหน้าโครงการค่ะ แต่จะมีผ่านที่ถนนเส้นหลัก อย่าง ถ.เลี่ยงเมือง และ ถ.ศุขประยูร สามารถเลือกเดินทางไปยังตัวเมืองชลบุรี หรือมตะนครได้ค่ะ ส่วนรถสาธารณะอื่นๆในระยะเดินอย่างวินมอเตอร์ไซค์นั้นก็ไม่มีเช่นกัน ดังนั้นโครงการนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ที่มักจะเดินทางข้ามสู่ตัวเมืองต่างๆในโซนนิคมอุตสาหกรรมไปถึงพัทยา และเข้าเมืองกทม.นะคะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมาให้ชมกันค่ะ เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทางจาก ถ.มอเตอร์เวย์ > ถ.บางนา-ตราด > ถ.สุขุมวิท > ถ.เลี่ยงเมืองชลบุรี > ซ.บายพาส 12 > โครงการ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส การเดินทางเริ่มต้นจากถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพชลบุรี วิ่งออกป้ายบางวัว ผ่านด่านบางบ่อขาเข้า ชำระค่าผ่านทาง เมื่อชำระค่าผ่านทางเรียบร้อยแล้ว ชิดซ้ายวิ่งออกป้ายบางวัว ชลบุรีค่ะ ตอนนี้เราอยู่บนทางคู่ขนาน ถนนบางนา- ตราด ให้ชิดขวา แล้ววิ่งไปตามถนนเส้นหลักบางนาตราด วิ่งยาวไปเรื่อยๆจะทะลุออกสู่ถนนสุขุมวิทค่ะ วิ่งตรงยาวมาจนใกล้ถึงแยกถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี จุดสังเกตคือด้านซ้ายมือ จะมีเทสโก้โลตัสพลัสมอลล์ตั้งอยู่ ให้เตรียมชิดซ้ายค่ะ เลยโลตัสมา ก็จะเจอกับสะพานลอยนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ให้ชิดซ้าย ออกสู่ทางคู่ขนาน ต่างป้ายพัทยาระยอง ชิดซ้ายและเลี้ยวซ้ายมาตามป้ายพัทยาระยองมาเรื่อยๆ ก็จะออกสู่ถนนเลี่ยงเมืองชลบุรีค่ะ ตอนนี้เราอยู่ที่ถนนเลี่ยงเมืองชลบุรีแล้ว ให้วิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกถนนวิบูลย์ประชารักษ์ และถนนศุขประยูรมา โครงการอยู่ภายในซอยบายพาส 12 ค่ะ จุดสังเกตคือป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ ที่ซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ซอย ซึ่งทางเข้าจุดสังเกตจะอยู่ก่อนถึงสะพานลอย ตามภาพ ตอนนี้เราอยู่ภายในซอยบายพาส 12 แล้วค่ะ โครงการอยู่ลึกจากปากซอยประมาณ 850 เมตร วิ่งตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอทางแยกให้ชิดซ้ายไปตลอดทางเลยค่ะ วิ่งตรงไปตามทางยาวๆ ชิดซ้ายตลอดทาง วิ่งมาจนสุดทางก็จะเจอกับแยกนี้ค่ะ ให้เลี้ยวขวา ก็ถึงโครงการของเราแล้ว ถึงแล้วค่ะ โครงการบ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย หากลงไปก็จะเป็นเส้นทางลัดออกสู่ถนนสุขสามารถ และถนนศุขประยูรค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการสไตล์โมเดิร์นดูใหญ่โตดีค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบๆโครงการ **ระยะทางวัดจากการเดินทางจากรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: มาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันนะคะ เริ่มจากบริเวณหน้าโครงการกันก่อน ฝั่งขวามือถัดจากโครงการไปนั้นจะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสินสันติธรรม ซึ่งใช้ถนนร่วมกันกับหน้าโครงการค่ะ ลึกไปอีกหน่อยนั้นจะมีซอยย่อยซึ่งมีโรงงานขนาดกลาง-ใหญ่อยู่ด้านใน ส่วนถนนเส้นนี้สุดทางจะเป็นซอยตันนะคะ ฝั่งซ้ายมือนั้นสุดขอบเขตของถนนแล้ว เป็นที่ดินเปล่าค่ะ ซึ่งก็มีการล้อมรั้วเป็นขอบเจตที่ชัดเจนเรียบร้อย ถนนทางเข้าโครงการที่เชื่อมเข้าซอยมาลัย ไมตรี 1 ถัดมาเป็นพื้นที่ว่างเปล่านะคะ ปัจจุบันก็มีการทำเกษตรกรรมอยู่ ส่วนอีกฝั่งนั้นเป็นด้านหลังของโรงงานที่อยู่บนถนนถัดจากโครงการลึกเข้าไปด้านในนั่นเองค่ะ สำหรับถนนทางเข้าโครงการนั้นเป็นถนนขนาดใหญ่มีความกว้างพอสมควรเลยทีเดียวนะคะ โดยถนนนี้จะเป็นถนนที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้านอื่นๆ ด้วยนะ เดี๋ยวเราเดินไปด้านข้างโครงการฝั่งขวามือกันอีกเล็กน้อยนะคะ เพื่อดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกัน สุดที่ดินโครงการนั้นจะเป็นทางเลี้ยวแล้วค่ะ มีถนนเล็กๆ ย่อยเพิ่มจากถนนใหญ่มา ภายในเป็นบ้านพักอาศัย ฝั่งขวามือตรงข้ามกับโครงการนั้นจะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสินสันติธรรมค่ะ ลักษณะของศูนย์ปฏิบัติธรรมสินสันติธรรมนี้จะเป็นอาคารขนาดกลางสูง 2 ชั้น ไม่ใหญ่มากค่ะ โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมทำเลนี้ค่อนข้างเงียบสงบพอสมควร :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส เป็นโครงการทาวน์โฮม ขนาด 376 ยูนิต และอาคารพาณิชย์ 11 ยูนิต บนพื้นที่ 33 ไร่ ค่ะ ซึ่งปัจจุบันจะมีแบบบ้านแบบเดียว นั่นก็คือแบบบ้าน Klover สูง 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 95.00 ตร.ม. นะคะ ส่วนอาคารพาณิชย์ในโซนด้านหน้ายังไม่เปิดเผยหน้าตาค่ะ คาดว่าน่าจะเปิดขายทีหลังเลย ส่วนการจัดผังโครงการจะวางพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เอาไว้ด้านหน้าค่ะ ซึ่งเป็นส่วนต้อนรับ และพักผ่อนของลูกบ้าน มี Jogging Track ให้ด้วย ถนนเมนภายในหลักกว้าง 16 เมตร ส่วนถนนซอยกว้าง 8 เมตรมาตรฐานค่ะ สำหรับพื้นที่อาคารพาณิชย์ด้านหน้า ปัจจุบันจะยังถูกเว้นไว้เป็นถนนขนาดใหญ่กว้าง 11 เมตร ที่จะเป็นพื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการร้านค้าในอนาคต ป้อมยามจะอยู่ถัดเข้าไป เพื่อสกรีนคนเข้า-ออกภายในซึ่งเป็นทาวน์โฮมที่อยู่อาศัยเป็นหลักอีกที รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย กล้อง CCTV และรปภ. 24 ชม. เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Key Card ค่ะ พื้นทีส่วนกลางประกอบด้วยสวนสาธารณะถูกจัดอยู่ด้านหน้าสุดของโครงการถัดจากป้อมยามมมาประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ :::: House Type :::: แบบบ้านทั้งหมดของโครงการมี 2 แบบด้วยกันค่ะ คือ แบบบ้านทาวน์โฮม Klover ซีรีส์ใหม่จากพฤกษา และอาคารพาณิชย์ ที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูล วันนี้เราจะพาไปชมทาวน์โฮมกันนะคะ แปลนบ้านชั้น 1 – ในชั้น 1 นี้จะมีที่จอดรถ 1 คัน มีประตูเข้า-ออกหลักอยู่ทางหน้าบ้าน เข้ามาภายในบ้านจะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร มีห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องทานอาหารและห้องนั่งเล่นเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งหากใครที่ชอบทำอาหารหนักๆ ก็สามารถกั้นผนังปิด หรือต่อเติมครัวที่ภายนอกบ้านได้ค่ะ ส่วนห้องน้ำชั้น 1 ของบ้านซีรีส์ใหม่นี้ข้อดีคือ อยู่ติดกับภายนอกบ้าน ทำให้ระบายอากาศได้ดี กว่าบ้านซีรีส์ก่อนๆค่ะ แปลนบ้านชั้น 2 – มีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง และ 1 ห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกันทั้ง 3 ห้อง โดยห้องนอนใหญ่ และห้องนอนรอง จะอยู่ด้านหน้าบ้านค่ะ สำหรับห้องนอนใหญ่จะไม่ได้มี Walk-in Closet แยกออกเป็นสัดส่วนชัดเจน ซึ่งสามารถ Build In ตู้เสื้อผ้าบริเวณด้านข้างประตูได้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องที่จะต้องแต่งตัวในห้องนอนมากนัก ส่วนห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องมีขนาดใกล้เคียงกันค่ะ ตำแหน่งห้องจะอยู่ด้านหลังบ้าน 1 ห้อง สำหรับปรับเปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์ อย่างห้องทำงาน หรือห้องสะสมงานอดิเรก หรือจะเป็น Walk-in Closet ซักรีดขนาดใหญ่ก็ได้ค่ะเผื่อใครของเยอะ เพราะอยู่ข้างกับห้องน้ำพอดีเลย :::: ภายในโครงการ :::: จากหน้าโครงการมีการออกแบบซุ้มขนาดใหญ่มาในสไตล์ Modern ด้วยขนาดซุ้มที่ใหญ่และสูงให้ความรู้สึกโอ่โถง ด้านข้างติดบ้านโครงการไว้ขนาดใหญ่ดูสวยงามและชัดเจนดีค่ะ ลักษณะของซุ้มโครงการนั้นแบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางกั้นด้วยป้อมยอมเพื่อให้สามารถดูแลลูกบ้านได้ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกค่ะ ส่วนด้านบนหลังคาซุ้มนั้นทำออกมาได้ดี เป็นหลังคาชัดเจนไม่ใช่เพียงระแนงทั่วไป ซึ่งสามารถกันแดดกันฝนได้ดีค่ะ เวลาเราจะยื่นมือไปสแกนบัตรหรือต้องติดต่อกับรปภ.หน้าหมู่บ้านก็ไม่เปียกในเวลาฝนตก บริเวณทางเข้าแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางคือทางรถยนต์และทางคนเดิน ซึ่งการแบ่งทางไว้ชัดเจนทำให้ง่ายในการเดินทางมากขึ้นและลดอุบัติเหตุได้ดีเลยค่ะ สำหรับส่วนทางเข้าโครงการของรถยนต์นั้นจะมีจุดให้สแกนบัตร ด้วยระบบ Keycard Access ระยะใกล้ค่ะ และเปิด-ปิดด้วยไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ สะดวกในการใช้งานดีทีเดียว ถัดมาก่อนจะเข้าสู่ภายในโครงการก็มี CCTV ส่องหน้ารถและคนขับให้ด้วย เพิ่มความปลอดภัยของลูกบ้านให้มากขึ้น ทางเดินด้านข้างเพื่อเข้าโครงการค่ะ เข้ามาภายในโครงการแล้วหันกลับไปดูบริเวณซุ้มโครงการกันอีกทีนะคะ ซึ่งด้านหลังของป้อมยามและด้านข้างนั้นก็มีการจัดพื้นที่สีเขียว เป็นสวนหย่อมขนาดกะทัดรัดให้ดูสดชื่นมากขึ้น มาสังเกตที่พื้นบริเวณทางเข้าโครงการกันหน่อยจะเห็นว่าระดับพื้นตรงซุ้มโครงการนั้นมีการยกระดับให้สูงกว่าพื้นถนนภายนอกและพื้นถนนภายในโครงการนะคะ เพื่อให้สามารถกันน้ำเข้าโครงการในเวลาน้ำท่วมถนนด้านนอกได้ระดับนึง เสมือนหน้าที่เป็นเขื่อนขนาดเล็กๆ ค่ะ ด้านข้างถัดมาก็ติดป้ายโครงการขนาดใหญ่ให้ด้วย ส่วนทางเดินจากหน้าโครงการเข้ามานั้นก็จะมีทางเดินหรือฟุตบาทให้เดินได้ง่ายเข้ามายังภายในโครงการเรื่อยๆ เลยค่ะ ถนนสายหลัก หรือถนน Main นั้นค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะ รถวิ่งสวนกันได้สบายๆ แม้จะมีการจอดรถหน้าบ้านตามปกติของทาวน์โฮมนะคะ เข้ามาอีกหน่อยก็จะเป็นพื้นที่สวนสาธารณะภายในโครงการแล้วค่ะ สำหรับพื้นที่สวนที่นี่จัดมาให้ใหญ่ทีเดียวนะคะ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนกันได้ หรือใครมีลูกหลานก็พาเด็กๆ มาวิ่งเล่นในสวนช่วงเช้าหรือเย็นๆ ก็ได้เช่นกัน ทางเดินไปยังสวน ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ติดกับพื้นที่สวนนั้นทำเป็นที่จอดรถสำหรับลูกบ้านหรือผู้เข้ามาติดต่อให้ด้วยนะคะ ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 5 คัน สวนฝั่งซ้ายติดกับซุ้มโครงการนั้นจะเน้นเป็นสนามหญ้าสีเขียว เสมือนเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นออกกำลังกายกันได้ค่ะ อีกฝั่งนั้นจะมีการจัด Landsacpe เพิ่มเติมจากฝั่งตรงข้ามนะคะ มีการทำทางเดินให้เดินได้ง่าย จัดต้นไม้ทั้งแบบไม้พุ่มและไม้ยืนต้นให้ดูร่มรื่นมากขึ้น เดินมาตามทางเดินเรื่อยๆ จะเห็นศาลานั่งเล่นอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ ศาลานี้ออกแบบให้ดู Modern สอดคล้องกับตัวทาวน์โฮมนะคะ เสียดายที่น่าจะได้หลังคาแบบกันแดดกันฝนได้บ้าง ซึ่งจะน่านั่งมากขึ้นเยอะเลย ถัดมาจะเห็นอาคารนิติบุคคล บริเวณนี้จะต้นไม้ใหญ่มาให้ค่อนข้างเยอะดูร่มรื่นดีค่ะ สำหรับอาคารนิติบุคคลนี้จะเป็นอาคารชั้นเดียว ขนาดกะทัดรัดสไตล์ Modern สอดคล้องกับทาวน์โฮม ภายในสวนทำทางเดินให้ใหญ่เลยเดินได้ง่าย หันกลับมาดูบริเวณนิติบุคคลอีกรอบค่ะ ถัดจากส่วนนิติบุคคลไปนั้นก็จะเป็นทางเดินยาวๆ เลยค่ะ เชื่อมออกไปยังฟุตบาทริมถนน Main :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้เอาบ้านมาให้ชมเพียงแบบเดียวนะคะ เนื่องจากตัวโครงการมีทาวน์โฮมแบบเดียวนั้นก็คือแบบ Klover ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใช้สอย 95 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา โดยประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ แบบบ้าน Klover : 95 ตร.ม. ทาวน์โฮม Klover ตกแต่งและออกแบบมาในสไตล์ Modern เน้นความเรียบง่าย ด้วย Detail ที่ไม่หวือหวาและโทนสี Monochrome แต่จะเน้นไปที่กระจกขนาดใหญ่และเยอะเพื่อให้ภายในตัวบ้านโปร่งโล่ง ดูโอ่โถงมากขึ้นด้วยค่ะ บ้าน Klover : ชั้น 1 เริ่มจากหน้าบ้านกันเลยนะคะ เนื่องจากเป็นบ้านตัวอย่างเลยจะไม่มีประตูรั้วหน้าบ้านอย่างที่เห็น ซึ่งหากเป็นบ้านมาตรฐานนั้นจะได้รั้วเหล็กแบบบานพับพ่นสีดำมาตรฐานให้ในทุกหลังค่ะ ในชั้นล่างนี้จะจัดให้มีพื้นที่จอดรถได้ 1 คันนะคะ ความกว้างพื้นที่จอดรถอยู่ที่ประมาณ 2.5 ม. สามารถจอดรถได้กำลังดีค่ะ ถ้าใครขับรถขนาดเล็กหน่อยก็จะเหลือพื้นที่ด้านข้างให้เปิดประตูรถได้ง่าย เข้า-ออกรถก็ง่ายมากขึ้น ด้านข้างส่วนที่จอดรถเป็นประตูทางเข้าหน้าบ้านนะคะ โดยจะได้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกสีเขียวตัวแสงมาตรฐาน ด้านข้างประตูนั้นให้กระจกบาน Fixed เพิ่มมาอีกบานเพื่อให้มีช่องแสงเข้าสู่ภายในบ้านได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ ส่วนด้านบนผนังนั้นติดดวงโคมให้เรียบร้อยดูสวยงาม มือจับประตูบานเลื่อนสีดำจับได้ถนัดมือและใช้งานง่าย เข้ามาภายในบ้านนั้นจะเจอส่วนพื้นที่รับแขก หรือพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเชื่อมไปยังพื้นที่รับประทานอาหารบริเวณด้านหลังบ้านค่ะ สำหรับบ้านมาตรฐานนั้นจะได้เป็นบ้านเปล่า ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสีขาว พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. โดยสำหรับทาวน์โฮมแปลงจะมีช่องเปิดจากหน้าบ้านแล้วก็จะมีหน้าต่างอยู่ด้านหลังอีกทีเลย ไม่มีหน้าต่างด้านข้างเหมือนทาวน์โฮมแปลงมุมนะคะ สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนั้นสามารถวางชุดโซฟาขนาด Love Seat ได้กำลังดีค่ะ สำหรับทาวน์โฮมแปลงมุมนั้นบริเวณด้านหลังโซฟาจะได้หน้าต่างบานเลื่อนเพิ่มมาด้วย ทำให้ทาวน์โฮมแปลงมุมนี้จะได้ข้อได้เปรียบคือความโปร่งโล่งที่มากกว่าทาวน์โฮมแปลงกลาง แม้จะมีพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน นอกเหนือจากขนาดที่ดินที่มากกว่านะคะ ซึ่งก็แลกมากับราคาที่แพงกว่าเช่นกันนะ หันกลับมาดูอีกมุมนึงของพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นส่วนชั้นวางทีวีค่ะ สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบาย ส่วนปลั๊กไฟและสวิชต์ไฟที่นี่จะใช้ของ bticino เป็นมาตรฐานค่ะ โซนด้านหลังบ้านนั้นจะเป็นส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่ครัว ซึ่งใช้เป็นพื้นที่เดียวกันเลยค่ะ ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยบ้านที่มีไม่มากนักค่ะ สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้กำลังดีเลยค่ะ บริเวณด้านหลังบ้านจัดให้เป็นพื้นที่วาง Pantry ครัวนะคะ เนื่องจากอยู่ติดกับหน้าต่างหลังบ้านด้วย การระบายอากาศและความชื้นตำแหน่งนี้จะดีที่สุดค่ะ ถัดมาเป็นประตูหลังบ้านค่ะ บริเวณหลังบ้านในบ้านมาตรฐานนั้นจะได้เป็นลานซักล้างโล่งๆ นะคะ แต่บ้านตัวอย่างได้ต่อเติมเป็นห้องครัวไทยให้ดูเป็นตัวอย่างสำหรับบ้านไหนที่ต้องการพื้นที่ครัวขนาดใหญ่ขึ้นค่ะ เทียบพื้นที่หลังบ้านที่จากบ้านตัวอย่างและบ้านมาตรฐานนะคะ สำหรับบ้านมาตรฐานบริเวณนี้จะโล่งเลยอย่างที่เห็นค่ะ ซึ่งใครที่ต้องการจะต่อเติมด้านหลังนั้นสิ่งที่ต้องคำนังคือพื้นที่วางแท็งก์น้ำปั๊มน้ำ และรางระบายน้ำใต้หลังคาที่ควรจะต้องติดตั้งด้วยเพื่อไม่ให้ไปรบกวนเพื่อนบ้านนะคะ ประตูหลังบ้านจะเป็นลูกบิดมาตรฐาน บริเวณตัวล็อกค่ะ ใช้วัสดุมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากบริเวณด้านหลังหากใครที่จะต่อเติมเต็มพื้นที่นะคะ สิ่งที่ต้องแลกมากับพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นก็คือ ไม่มีช่องเปิดด้านหลังบ้านเลยนะคะ เพราะทั้ง 3 ฝั่งเลยต้องติดกับกำแพงทึบ ส่วนอีกฝั่งติดกับพื้นที่ภายในบ้าน ทำให้ลมไม่พัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านนะคะ นี่คือข้อเสียอย่างนึงเลย ซึ่งการแก้ปัญหาที่พอจะช่วยได้บ้างคือทำหลังแบบ Skylight และติดเครื่องดูดอากาศหลังคา ติดกับหลังบ้านนั้นมีการเตรียมท่อน้ำไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ด้วยค่ะ ภายในห้องน้ำชั้นล่างนั้นเป็นห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำได้แม้จะไม่มีพื้นที่อาบน้ำเป็นสัดส่วนนะคะ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน โดยภายในห้องน้าในบ้านมาตรฐานเมื่อเทียบกับบ้านตัวอย่างนั้นเหมือนกันเกือบทั้งหมดค่ะ ยกเว้นกระจกเงาด้านหลังที่บ้านมาตรฐานจะมีขนาดเล็กลงมา พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อยจากพื้นชั้นล่าง ภายในปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีน้ำตาลมาตรฐาน บริเวณอ่างล้างมือได้กระจกเงาขนาดปานกลาง อ่างล้างมือจาก Kohler ขนาดกะทัดรัดใช้งานได้ดีระดับนึง ด้านข้างก็อกมีพื้นที่เล็กน้อยสำหรับวางข้าวของได้บ้าง ก็อกแบบหัวหมุนมาตรฐาน ลักษณะอ่างนั้นจะติดตั้งกับผนังด้านหลัง บริเวณโถสุขภัณฑ์มีพื้นที่ให้พอสมควรค่ะ สามารถนั่งได้สบายๆ อุปกรณ์ห้องน้ำต่างๆ ติดกับส่วนโถสุขภัณฑ์นั้นเป็นพื้นที่อาบน้ำเล็กๆ ได้ฝักบัวสายอ่อนขนาดใหญ่กำลังดีมือ บริเวณพื้นที่อาบน้ำเป็นพื้นที่เดียวกับส่วนโถสุขภัณฑ์ค่ะ ด้านข้างติดที่วางสบู่ให้เรียบร้อย ราวแขวนผ้ามีติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยค่ะ ถัดมาด้านข้างของห้องน้ำนั้นจะเป็นส่วนโถงบันไดนะคะ ใต้โถงบันไดใช้เป็นพื้นที่เก็บของค่ะ สามารถเก็บของใช้ภายในบ้านได้ระดับนึง โถงบันไดขนาดความกว้างประมาณ 1 ม. ใช้ลูกนอนเป็นไม้ประสาน บริเวณฝ้าเพดานโถงมีความสูงแบบ Double Volume ดูโปร่งโล่ง เสียดายที่หน้าจะมีช่องเปิดบริเวณโถง ลักษณะบันไดทำออกมาได้ดีแม้ในพื้นที่จำกัด โดยไม่มีขั้นบันไดแบบสามเหลี่ยมเลย ซึ่งทำออกให้เป็นชานพักขนาดเล็กลงแต่เดินได้สะดวกและไม่อันตราย บริเวณโถงบันไดชั้น 2 เมื่อไม่มีช่องเปิดแล้วก็ควรจะติดไฟแขวนฝ้าเพดานหรือไฟติดผนังเพื่อให้แสงสว่างได้เหมือนอย่างบ้านตัวอย่างค่ะ บ้าน Klover : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 บริเวณโถงทางเดินซึ่งแจกไปยังห้องนอนทั้ง 3 ห้อง และห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันทั้งหมดในชั้นนี้ มาที่ห้องนอนใหญ่กันก่อนนะคะ ซึ่งอยู่ตำแหน่งหน้าบ้านค่ะ ในส่วนบริเวณโถงทางเดินชั้น 2 นั้นจะได้ Main Breaker ของ Siemens ซึ่งติดตั้งอยู่ผนังด้านบน เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่นี้ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย ซึ่งใครที่อยากมีพื้นที่ทางเดินมากขึ้นอีกหน่อยก็เลือกวางเตียงขนาด 5 ฟุตแทนนะคะ ส่วนบริเวณหน้าบ้านนั้นจะได้หน้าต่างทั้งแบบเข้ามุมและหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ บริเวณหัวเตียงของบ้านตัวอย่างที่เลือกขนาดเตียง 5 ฟุต จะเห็นว่ามีพื้นที่เหลือด้านข้างเตียงพอสมควร สามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ ขนาดพื้นที่ข้างเตียงสามารถเดินได้สบายๆ พื้นที่ปลายเตียงนี้แม้ไม่สามารถวางโต๊ะวางทีวีหรือ Built-in ชั้นวางทีวีได้ แต่ก็สามารถแขวนทีวีบนผนังได้นะคะ เพื่อให้เหลือพื้นที่ปลายเตียงให้เดินได้ง่ายค่ะ บริเวณหน้าบ้านได้กระจกขนาดใหญ่เลย ช่วยให้ห้องโปร่งดีทีเดียวค่ะ ลักษณะบริเวณนี้จะเป็นเหมือนหน้าต่างบานเลื่อนหลอกว่าเป็นประตูบานเลื่อนนะคะ เพราะจริงๆ แล้วไม่สามารถออกไปด้านนอกได้เพราะไม่มีระเบียงด้านนอกค่ะ ซึ่งที่เห็นราวกันตกนั้นก็เพื่อให้สามารถทำหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ได้นั่นเองค่ะ มือจับและตัวล็อกก้นหอยแบบมาตรฐาน ส่วนนี้จะไม่มีระเบียงนะคะ แต่ทำราวไว้ให้สำหรับกันตก เนื่องจากได้หน้าต่างบานใหญ่ค่ะ ถัดมาเป็นหน้าต่างบานเลื่อนและกระจกเข้ามุมด้านข้างเพื่อเปิดมุมมองได้ดีขึ้น บริเวณนี้จะเป็นตำแหน่งที่วางเครื่องปรับอากาศ หันมาอีกฝั่งของห้องบริเวณทางเข้าห้องนะคะ ด้านข้างของเตียงเป็นตำแหน่งตู้เสื้อผ้าซึ่งสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบ 3 บานเปิดได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้เช่นกันค่ะ ลักษณะตู้เสื้อผ้านั้นแนะนำเป็นแบบบานเลื่อนจะดีกว่านะคะ เพราะจะได้ไม่ไปเบียดพื้นที่ทางเดินค่ะ มาดูที่ห้องนอนกลางกันบ้างนะคะ ภายในห้องนี้จะเหมาะกับวางเตียงขนาด Single Bed ซึ่งจะลงตัวสุด หากวางเตียงขนาด Single Bed ติดผนังด้านนึงจะทำให้มีพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งกว้างขวางดี ฝั่งนึงสามารถวางโต๊ะทำงานได้นะคะ หรือจะทำเป็นที่วางตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ ต่อมาเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องนะคะที่อยู่ติดกับห้องน้ำรวมชั้น 2 ภายในห้องนี้เหมาะกับวางเตียงขนาด Single Bed ได้กำลังดีสุดค่ะ ในห้องนี้ได้หน้าต่างขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งหากใครเลือกทาวน์โฮมแปลงมุมก็จะได้หน้าต่างด้านข้างมาด้วยเหมือนบ้านตัวอย่าง การวางเตียงขนาด Single Bed นั้นจะเหมาะมากสุดถ้าวางเตียงด้านนึงติดกับผนังนะคะ เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินด้านข้างในมากขึ้น และอีกด้านนึงจะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ ปลายเตียงมีพื้นที่ว่างพอสำหรับ Built-in ชั้นวางทีวีได้อยู่นะคะ ภายในห้องน้ำชั้น 2 นั้นจะได้ขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำชั้นล่างพอสมควรนะคะ ภายในสามารถจัดเป็นโซนแห้งและโซนเปียกได้ ส่วนพื้นห้องน้ำนั้นปูกระเบื้องเซรามิกเช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง และลดระดับพื้นมาเช่นเดียวกันเพื่อกันน้ำไหลย้อนได้ดี บริเวณโซนแห้งนั้นประกอบไปด้วยส่วนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ค่ะ โซนเปียกนั้นจะเป็นพื้นที่อาบน้ำค่ะ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่ได้ลดระดับหรือกั้นพื้นที่ให้ชัดเจนเลย ทำให้โซนแห้งนั้นอาจจะเปียกได้ วิธีง่ายและประหยัดงบประมาณก็เพียงติดม่านพลาสติกนะคะ หรือใครที่มีงบขึ้นมาหน่อยก็สามารถติดตั้งฉากกั้นกระจกให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ บริเวณพื้นที่อาบน้ำจะได้ฝักบัวสายอ่อนและที่วางสบู่เหมือนห้องน้ำชั้นแรกเป็นมาตรฐานค่ะ และผนังด้านบนนั้นจะติดหน้าต่างเล็กๆ ให้ ช่วยระบายอากาศและความชื้นได้พอสมควรค่ะ :::: ราคา (มิย. 2560) :::: ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท บ้าน Klover หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 98 ตร.ม. ที่ดินแปลงมาตรฐาน 17.4 ตร.วา ราคา 1,895,000 บาท (+ส่วนลด 4 แสนบาท) ที่ดินแปลงมาตรฐาน 21.0 ตร.วา ราคา 2,108,000 บาท (+ส่วนลด 3 แสนบาท) ที่ดินแปลงมุมเมน ไม่มีหน้าต่าง 20.8 ตร.วา ราคา 2,382,000 บาท (+ส่วนลด 3 แสนบาท) ที่ดินแปลงมุม 30.1 ตร.วา ราคา 2,820,000 บาท (+ส่วนลด 3 แสนบาท) **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และข้อมูลที่อัพเดทที่สุดค่ะ :::: สรุป :::: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส ตั้งอยู่ภายใน ซ.บายพาส 12 หรือ ถนนสุขไพโรจน์ ซึ่งสามารถเข้าได้จาก ถ.เลี่ยงเมืองชลบุรี (By Pass) และ ถ.สุขสามารถ ภายใน ต.นาป่า ค่ะ ซึ่งทำเลนี้ เป็นทำเลเชื่อมต่อระหว่าง ต.บ้านสวน, บางทราย, หนองไม้แดง-คลองตำหรุหรือโซนนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และ ต.หนองรี-บ้านบึง ซึ่งหากเข้าจาก ถ.เลี่ยงเมืองจะอยู่ลึกจากปากซอยบายพาส 12 ประมาณ 850 เมตรค่ะ โครงการนี้เน้นเรื่องความสะดวกสบายของการเดินทางเป็นหลักเหมาะสำหรับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวเนื่องจากค่อนข้างอยู่ลึกจากปากซอยแต่จะสะดวกสบายเชื่อมต่อถนนเส้นหลักในเวลาเพียงแป๊บเดียวเท่านั้น แต่ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินหากจะหาของกินจะไม่มีร้านค้าและร้านอาหารเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นชุมชนบ้านพักอาศัย และโรงงานทั้งหมด ของกินและสาธารณูปโภคอื่นๆส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณถนนเส้นหลัก อย่าง ถ.เลี่ยงเมืองชลบุรี หนาแน่นหน่อยจะอยู่บริเวณ ถ.ศุขประยูร ซึ่งสามารถใช้เส้นทางลัดภายในโครงการ คือถนนประชาสุขสว่าง ทะลุออกไปบริเวณปากซอยฝั่งตรงข้ามจะเป็น สำนักงานเทศบาลต.นาป่า มองไปทางขวามือจะเป็นสะพานลอย และมีปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่ภายในมี Jiffy, Cafe Amezon ค่ะ รวมถึงใกล้ๆกันก็มีร้านขายต้นไม้ หากใครชอบทำสวนก็สามารถออกมาซื้อที่ตรงนี้ได้ไม่ไกล ส่วนสาธารณูปโภคที่เป็นตัวเมือง จะอยู่ในระยะ 5-10 กม. ขึ้นไปค่ะ วิ่งออกศาลากลางเมืองชลบุรีได้ใน 10 นาที ซึ่งโซนนั้นจะเป็นศูนย์ราชการทั้งหมด รวมถึงสถานีตำรวจ, สนามกีฬา และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่าง รพ.ชลบุรี และ รพ.เอกชลค่ะ ขับเลยไปหน่อย ประมาณ 10 กม. ก็จะเป็นสาธารณูปโภคในโซนตัวเมืองชลบุรีและบางแสนค่ะ อย่าง Central Chonburi ซึ่งบริเวณรอบๆก็มี Hyper Market อีกหลายแห่งเช่น Index Living Mall และ Big C ส่วนหากใครอยากหาซื้อของแต่งบ้านที๋โฮมโปร ไม่จำเป็นต้องวิ่งมาถึงตรงนี้ก็ได้นะคะ บริเวณ ถ.ศุขประยูรก็มี โฮมโปรชลบุรี-อมตะ ห่างจากโครงการประมาณ 4 กม.เท่านั้น และตามชื่อโครงการเลยคือ อมตะ-บายพาส จากโครงการเราสามารถใช้ถ.บายพาสออก โซนนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ได้ในเวลา 10 นาที รอบๆก็จะมี Tesco Lotus Plus Mall , ม.ศรีปทุม ชลบุรี, สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี, และ รร.สาธิตม.เกษตรศาสตร์ ค่ะ เรียกได้ว่าสะดวกครบครันทีเดียว • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว แม้โครงการจะเข้าไปในซอยสักหน่อยเพียง 850 เมตร แต่ก็เดินทางสะดวกสบายด้วยถนนเลี่ยงเมือง และมีเส้นทางลัดออกสู่ ถ.ศุขประยูร, ถ.สุขสามารถค่ะ หากเข้ามาจาก ซ.บายพาส 12 ถึงแม้จะดูยึกยักสักหน่อย แต่จำไว้ว่าแค่ชิดซ้ายมาตลอดทางก็ถึงค่ะ หากไม่ชินทาง ก็สามารถมาได้ไม่ยาก โครงการอยู่ในทำเลกลางๆ ระหว่าง ถ.มอเตอร์เวย์ และทางพิเศษบูรพาวิถี หากเป็นผู้ที่เดินทางขับรถกรุงเทพ-ชลบุรีบ่อยๆ ก็สามารถเลือกได้ถึงสองเส้นทางด่วนค่ะ รวมถึงภายในซอยมีเส้นทางลัดออกสู่ ถ.มอเตอร์เวย์ ได้แบบรถไม่ติดอีกด้วย หรือ สามารถวิ่งออกสู่แยกต่างระดับบางแสน ไปพัทยาได้ ในระยะเวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้นค่ะ • การเดินทางโดยรถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ลึกเข้าไปในซอยบายพาส 12 ประมาณ 850 เมตร และไม่ติดถนนหลัก ทำให้ไม่มีรถสาธารณะผ่านหน้าโครงการค่ะ แต่จะมีผ่านที่ถนนเส้นหลัก อย่าง ถ.เลี่ยงเมือง และ ถ.ศุขประยูร สามารถเลือกเดินทางไปยังตัวเมืองชลบุรี หรือมตะนครได้ค่ะ ส่วนรถสาธารณะอื่นๆในระยะเดินอย่างวินมอเตอร์ไซค์นั้นก็ไม่มีเช่นกัน ดังนั้นโครงการนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ที่มักจะเดินทางข้ามสู่ตัวเมืองต่างๆในโซนนิคมอุตสาหกรรมไปถึงพัทยา และเข้าเมืองกทม.นะคะ • การออกแบบโครงการและวัสดุ โครงการ บ้านพฤกษา 122 อมตะ-บายพาส เป็นโครงการทาวน์โฮม ขนาด 376 ยูนิต และอาคารพาณิชย์ 11 ยูนิต บนพื้นที่ 33 ไร่ ค่ะ ซึ่งปัจจุบันจะมีแบบบ้านแบบเดียว นั่นก็คือแบบบ้าน Klover สูง 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 95.00 ตร.ม. นะคะ ส่วนอาคารพาณิชย์ในโซนด้านหน้ายังไม่เปิดเผยหน้าตาค่ะ ซึ่งแบบบ้านทาวน์โฮม Klover นั้นเป็นแบบซีรีส์ใหม่จากพฤกษา ที่ออกแบบมาหน้าตาค่อนข้างโมเดิร์นเรียบเท่อบอุ่นด้วยสีโทนน้ำตาล และตัดด้วยสีเขียวจากวัสดุหน้าต่างกระจกตัดแสง และกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติซึ่งข้อดีคือ ถึงแม้จะเก่า ก็หมดกังวลเรื่องสีลอกค่ะ แบบบ้านซีรีส์นี่ข้อดีที่แตกต่างอยู่อย่างคือ ห้องน้ำทั้งชั้น 1 และสอง จะเป็นห้องที่อยู่ติดกับภายนอกบ้านทั้งหมดค่ะ ทำให้ระบายอากาศได้ดี กว่าบ้านซีรีส์ก่อนๆ แต่ก็ทำให้ตำแหน่งของห้องครัวถูกเบียดออกมาเชื่อมต่อกับบริเวณห้องทานอาหารเป็นครัวเปิดที่ไม่ได้เป็นสัดส่วนเท่าไหร่นัก แต่ก็สามารถกั้นให้เป็นสัดส่วนได้ด้วยประตูบานเลื่อน หรือจะต่อเติมเป็นครัวที่สามารถทำอาหารหนักๆ ภายนอกได้ ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องนอน 3 ห้อง ที่ปกติแล้วแบบบ้านพฤกษาส่วนใหญ่จะทำห้องนอน Master Bedroom อยู่เต็มหน้ากว้างด้านหน้าสุดของบ้าน แต่บ้านหลังนี้จะแบ่งค่ะ คือห้อง Master Bedroom และห้องนอน 2 จะอยู่ติดกับหน้าบ้านแทน ซึ่งก็จะได้ขนาด Master Bedroom ที่เล็กลงกว่าบ้านซีรีส์ก่อนๆสักหน่อยนึง แต่ข้อดีคือ ทำให้ห้องอื่นๆของบ้านนั้นมีฟังก์ชั่นขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงห้องน้ำด้วยค่ะ วัสดุก่อสร้างเป็นบ้านโครงสร้าง Pre Fabrication เช่นเดียวกับแทบทุกโครงการของทาวน์โฮมพฤกษา สุขภัณฑ์ได้ของ Kohler Accessories ยี่ห้อ Englefield • สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย การจัดผังโครงการจะวางพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เอาไว้ด้านหน้าค่ะ ซึ่งเป็นส่วนต้อนรับ และพักผ่อนของลูกบ้าน มี Jogging Track ให้ด้วย ถนนเมนภายในหลักกว้าง 16 เมตร ส่วนถนนซอยกว้าง 8 เมตร มาตรฐานค่ะ สำหรับพื้นที่อาคารพาณิชย์ด้านหน้า ปัจจุบันจะยังถูกเว้นไว้เป็นถนนขนาดใหญ่กว้าง 11 เมตร ที่จะเป็นพื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการร้านค้าในอนาคต ป้อมยามจะอยู่ถัดเข้าไป เพื่อสกรีนคนเข้า-ออกภายในซึ่งเป็นทาวน์โฮมที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ส่วนระบบรักษาความปลอดภัย มี กล้อง CCTV และรปภ. 24 ชม. เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Key Card ค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: Tel : 1739 Website : *** หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
พิกัด GOOGLE MAP : 13.380553,101.025899
3 ห้อง
95 ตร.ม.
1,590,000 ฿
3/4/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.844 รีวิว ทาวน์โฮม บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น Lumpini Townville Lat Pladuk – Bangpai Station สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ทุกคน วันนี้เราจะพามาชมทำเลที่ตั้งโครงการ Baan Lumpini Townville ลาดปลาดุก-บางไผ่ สเตชั่น จาก LPN. เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น หน้ากว้าง 5.0 เมตร ที่กำลังจะเปิดให้จองในเร็วๆนี้ โครงการตั้งอยู่บน ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี อยู่ใกล้ เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต และ รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เดินทางสะดวกใกล้ ถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อ ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้อย่างง่ายดาย บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น มีเนื้อที่โครงการ 15 – 0 – 73.1 ไร่ จำนวน 200 ยูนิต เป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น กับฟังก์ชั่นขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 16.2 ตร.วา ซึ่งจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่บางส่วนในปี 2560 นี้แล้วนะคะ สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการมีมาให้อย่างครบครันทั้ง อาคารสโมสร, สระว่ายน้ำ, สวนสวยสำหรับพักผ่อน และลานออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมต้นไม้รายรอบทั้งโครงการ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ทั้งกล้อง CCTV และ Double Gate Security บริหารงานโดยทีมงานมืออาชีพจาก บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ภายใต้แนวทาง “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ด้วยราคาที่หยิบจับง่ายเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท โดยรายละเอียดที่เราจะพาท่านไปชมก็จะมีทำเลที่ตั้งโครงการ, สภาพแวดล้อม, ข้อมูลโครงการ และบ้านตัวอย่างแบบเจาะลึก เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่า :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี 11110 พิกัด : 13.908922, 100.372626 ทำเลที่ตั้ง โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 เข้ามาจากซอยวัดลาดปลาดุก (หรือถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002) เพียง 200 เมตรค่ะ เป็นอีกทำเลนึงที่น่าสนใจในโซนนนทบุรี ซึ่งจริงๆแล้วตัวโครงการจะอยู่ในเขตบางบัวทองนะ แต่จะอยู่เหลื่อมๆกับเขตบางใหญ่หน่อย ย่านนี้จะเป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ บริบทโดยรอบจะเป็นบ้านพักอาศัยและหมู่บ้านจัดสรร ถ้าคนที่ชอบความเงียบสงบก็คงจะหลงรักย่านนี้เลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน ขับเข้าไปภายในซอยจะรู้สึกว่าสบายตาเพราะยังมีระยะให้มองไปได้ไกล มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ฟังดูแล้วอาจเหมือนว่าบริเวณนี้ยังไม่ค่อยเจริญหรือเปล่า ขอค้านเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล แต่ถ้าให้เทียบกับใจกลางกรุงเทพฯย่าน CBD ( Central Business District) ก็คงจะเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วนะคะ ฮ่าๆๆ การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบายเลย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ตัดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึง ถนนกาญจนาภิเษก แล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว (ปกติจะรถติดแถวๆด่านเก็บเงินเท่านั้นเองค่ะ) วิ่งยาวเป็นวงแหวนรอบตัวเมืองกรุงเทพฯ สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆและอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ทางด่วน จากตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ถ้าจะวิ่งขึ้นไปทางบางปะอินให้วิ่งจากถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ออกมาที่ซอยวัดลาดปลาดุก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางคู่ขนาน ตรงไปอีกหน่อยก็จะมีทางเข้าทางหลักค่ะ แต่ถ้าจะไปขึ้นทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ให้วิ่งจากถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 มาออกที่ถนนเลียบคลองบางใหญ่นะ จะสามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษกได้เลย แต่ถ้าวิ่งออกมาจากทางซอยวัดลาดปลาดุกจะต้องไปกลับรถใต้สะพานอีกทีค่ะ จากถนนกาญจนาภิเษกให้วิ่งลงมาเรื่อยๆ ให้ออกมาที่ทางคู่ขนานแล้วขึ้นทางยกระดับทางซ้ายไปค่ะ ตรงนี้จะไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9 และทางบางนา – ดาวคะนอง ความอุดมสมบูรณ์ ในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ แต่ถ้าเดินเล่นในบริเวณย่านบางใหญ่จนเบื่อแล้ว ก็ยังมีห้างใกล้เคียงให้เลือกช็อปอยู่อีกนะ วิ่งออกไปที่เส้นรัตนาธิเบศร์ก็จะมีทั้งโรบินสัน, เซ็นทรัล, บิ๊กซี และเอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันเลย ถ้าออกไปทางเส้นชัยพฤกษ์เข้าแจ้งวัฒนะก็จะผ่านทั้ง The Crystal PTT, บิ๊กซี และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะคะ กล้บเข้ามาดูในบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันบ้าง เรื่องสาธารณูปโภคนี่ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอตัว เนื่องจากเป็นย่านที่อยู่ศัย (แม้ว่าจะค่อนข้างกระจายตัวกันอยู่ก็ตาม) เลยสามารถหาร้านอาหารอร่อยๆได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านขนมไทย, ร้านกาแฟ, ร้านข้าวต้มหัวปลา, ร้านอาหารซีฟู้ด และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซีมาร์เก็ต, Max Value, 7 – Eleven, ตลาดป.สามเกลอ, ตลาดแม่สมคิด และตลาดนัดธารทอง การเดินทางด้วยรถสาธารณะ จากบริเวณหน้าโครงการบนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 จะไม่มีรถสาธารณะวิ่งผ่านค่ะ แต่จะมีวินมอเตอร์ไซค์ และ รถตู้ (พฤกษา 3-เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ พาต้า) อยู่บริเวณหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุก และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านอยู่ตลอดทั้งวัน นับว่าสะดวกสำหรับคนที่พักอาศัยในย่านนี้เลย นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วง สถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็น สถานีคลองบางไผ่ ห่างจากตัวโครงการออกไป 5.5 กม. ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีเท่านั้นค่ะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก ถนนกาญจนาภิเษก > ซอยวัดลาดปลาดุก > ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 > โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น วันนี้เราจะเริ่มการเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาเล็กน้อย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ พอขับเลยแยกต่างระดับบางคูเวียงมาหน่อยจะผ่าน Plus Mall ฝั่งซ้ายมือ ตอนนี้เราอยู่บนทางคู่ขนานนะคะ ขับตรงไปเรื่อยๆจะเจอทางเข้าทางหลักค่ะ จะอยู่แถวๆบริเวณสะพานลอยพอดี มีศูนย์รวมต้นไม้และของตกแต่งบ้านแสงอารีอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ เมื่อขับเข้าทางหลักมาแล้วก็ให้วิ่งตรงไปยาวๆสบายๆเลย เดี๋ยวเราจะขับผ่านห้างสรรพสินค้าใหญ่ในย่านนี้กัน มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ฝั่งซ้ายมือจะมี Index Living Mall ส่วนฝั่งขวามือจะมีเซ็นทรัลเวสต์เกต ติดๆกับเซ็นทรัลก็จะมีทั้ง Ikea และบิ๊กซี บางใหญ่ ขับเลยไปอีกไม่ไกลก็จะเห็นบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ ตรงนี้จะมีป้ายบอกทางอยู่ด้วย เดี๋ยวเราจะวิ่งออกทางคู่ขนานด้านหน้านี้นะ ออกมาจากทางหลักแล้วจะเห็นปั๊มปตท.อยู่ข้างหน้าฝั่งซ้ายมือเลย ให้เราขับตรงต่อไป จากนั้นให้เราขับชิดซ้ายเอาไว้ไปทางบางบัวทอง – สุพรรณบุรี ถ้าชิดขวาจะไปขึ้นสะพานกลับรถนะ เราขับเลยจากบริเวณสะพานกลับรถมาประมาณ 1.4 กม.ก็จะเห็นทางเข้าถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 1002 หรือซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ฝั่งซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่า เข้ามาภายในซอยวัดลาดปลาดุกจะเป็นถนนขนาด 4 เลน มีรถวิ่งผ่านเส้นนี้กันพอสมควร แต่ไม่ถึงกับติดนะ วิ่งได้สบายๆเรื่อยๆเลย ในระยะ 500 เมตรแรกที่ฝั่งซ้ายมือจะมี Big C Market ค่ะ ขับเลยจาก Big C Market เข้าไปอีกประมาณ 850 เมตร ก็จะเจอ Tesco Lotus Express อยู่ทางฝั่งซ้ายมืออีกเช่นกัน จากนั้นมองไปทางขวามือก็จะเห็น Max Value อยู่ในระยะใกล้เคียงกันค่ะ เรายังคงขับตรงไปเรื่อยๆนะ ทางฝั่งซ้ายมือเราจะเห็นทางเข้าวัดลาดปลาดุก เป็นวัดที่มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวบ้านที่เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณย่านนี้ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เลยจากบริเวณทางเข้าวัดลาดปลาดุกมาอีกประมาณ 900 เมตรจะเจอไฟแดงค่ะ ตรงนี้ให้เราเลี้ยวเข้าถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 จากซอยวัดลาดปลาดุกเข้ามาประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอโครงการอยู่ทางฝั่งซ้ายมือแล้วละค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ศูนย์การแพทย์ สถานที่ราชการและหน่วยงานอื่นๆ ศาสนสถาน :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินเปล่า, ทุ่งนา, บ้านพักอาศัยดั้งเดิม และโครงการบ้านจัดสรรค่ะ ทางทิศเหนือ, ทิศใต้ และทิศตะวันออกติดกับพื้นที่ดินเปล่าทั้งหมด ส่วนทิศตะวันตกติดกับถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ค่ะ ทีมงานจะขอพาท่านผู้อ่านเดินชมทำเลบริเวณรอบกันก่อนนะคะ ว่าสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการจะเป็นอย่างไรบ้าง นี่คือบริเวณหน้าซุ้มทางเข้าโครงการ ป้ายหน้าทางเข้าโครงการ มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ดินเปล่า มองเลยไปจะเห็นหมู่บ้านรสสุคนธ์ เป็นโครงการเพื่อนบ้านข้างเคียง จากหน้าโครงการมองไปทางฝั่งขวามือ เดินออกไปเพียง 200 เมตรก็จะเป็นซอยวัดลาดปลาดุกที่เราเพิ่งใช้เดินทางกันเข้ามาเมื่อสักครู่ พื้นที่บริเวณข้างๆโครงการตอนนี้ถูกใช้ในการเก็บวางวัสดุก่อสร้างต่างๆ ข้างๆกันเป็นที่นา จากหน้าโครงการมองไปทางฝั่งซ้ายมือกันบ้าง ภายในถนนทางหลวงชนบท นนบบุรี 3086 ส่วนมากจะยังคงเป็นที่ดินเปล่าอยู่ค่ะ มีบ้านพักอาศัยดั้งเดิมอยู่บ้างเป็นระยะๆ พื้นที่ข้างๆตัวโครงการถูกใช้เป็นทางขนวัสดุก่อสร้างเข้าสู่ไซท์งาน ติดๆกับตัวโครงการเลยจะมีบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้นค่ะ ถ้าวิ่งตรงไปเรื่อยๆถนนทางหลวงชนบท นนบบุรี 3086 จะสามารถวิ่งลัดเลาะไปยังถนนเลียบคลองบางใหญ่ได้ ทางนี้เราสามารถใช้ออกถนนกาญจนาภิเษกฝั่งวิ่งลงไปทางบางแค ขึ้นทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอกโดยไม่ต้องไปกลับรถใต้สะพาน :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ บ้าน ลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น เป็นโครงการทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 200 ยูนิต บนที่ดิน 15 ไร่ เป็นทาวน์โฮมในสไตล์โมเดิร์นที่ตอบสนองความต้องของการของชีวิตได้อย่างครบครัน ฟังก์ชั่นครบถ้วน หน้าบ้านให้กว้าง Master Bedroom ขนาดใหญ่ พร้อมครัวไทย ในแนวคิด “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” ก่อนที่จะพาเข้าไปดูภาพภายในโครงการจะขออธิบายผังโครงการคร่าวๆเพื่อความเข้าใจกันก่อนนะคะ ทางเข้า – ออกของโครงการหลักจะมีเพียงทางเดียวคือจากซุ้มทางเข้าโครงการบนถนนทางหลวงชนบท นนบทุรี 3086 โดยจะต้องผ่านซุ้มรปภ.ซึ่งจะประกอบด้วย ป้อมรปภ., ระบบ Auto access card, กล้อง CCTV และรั้วไม้กระดก เมื่อผ่านเข้ามาภายในตัวโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 15 เมตร ผ่าเข้าไปในโครงการ และแจกเป็นถนนซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อเข้ามาภายในตัวโครงการแล้ว สำนักงานขายและบ้านตัวอย่างจะอยู่ทางขวามือในบ้านชุดแรก ส่วนกลางของโครงการจะมีอาคารสโมสรและสระว่ายน้ำ ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านตัวอย่างและสำนักงานขายค่ะ ส่วนสวนพักผ่อนจะอยู่เลยเข้าไปบริเวณกลางไซท์ ซึ่งวัดระยะทางจากซุ้มทางเข้าโครงการเข้าไปถึงท้ายโครงการจะมีระยะประมาณ 250 เมตร จะเดินมาใช้งานส่วนกลาง หรือจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ได้สบายๆเลยค่ะ :::: บริเวณภายในโครงการ :::: ::: ทางเข้าโครงการ ::: เดินดูบริบทโดยรอบโครงการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรากลับมาที่หน้าโครงการการกันค่ะ เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปดูบรรยากาศภายในโครงการกันต่อเลย เริ่มจากที่ซุ้มทางเข้าโครงการ เป็นสไตล์โมเดิร์น ทำเป็นระแนงเหล็กโปร่ง ใช้สีเทาเข้มและเทาอ่อนออกโทนฟ้าๆ ทั้งฝั่งทางเข้า – ทางออกจะต้องผ่านป้อมรปภ., ระบบ Access card, กล้อง CCTV, รั้วไม้กระดก และรั้วเลื่อนอีก 1 ชั้น หน้าโครงการทำทางเท้ายกระดับขึ้นมาจากพื้นถนน แยกการสัญจรของรถกับคนออกจากกันอย่างชัดเจน จะมีประตูรั้วแยกให้บานนึง สามารถเดินได้ปลอดภัยค่ะ มองไปฝั่งป้อมยามตรงกลางทางเข้า – ออก จุดนั้นจะเป็นที่ติดตั้งเครื่องสแกน Access card, กล้อง CCTV และเป็นจุดควบคุมรั้วไม้กระดก เครื่องสแกน Access card สำหรับลูกบ้าน จะสามารถสแกนบัตรและขับผ่านเข้าไปภายในโครงการได้เลย ส่วนผู้ที่เข้ามาติดต่อจะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการแลกบัตรและตรวจเช็คความปลอดภัยอีกที และกล้อง CCTV ช่วยจับภาพเพิ่มความปลอดภัยให้อีกชั้นค่ะ มุมมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ ::: บริเวณภายในโครงการ ::: เมื่อเข้ามาภายในโครงการแล้วจะเจอถนนเมนกว้าง 15 เมตรแบ่งการจราจรด้วยเกาะกลางถนน ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นสวยงาม ฝั่งซ้ายมือของเราคืออาคารสโมสรค่ะ ภายในมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 6 x 12 เมตร ลึก 1.2 เมตร แบ่งเป็นสระใหญ่และสระเด็ก แต่ตอนนี้สระว่ายน้ำยังสร้างไม่เสร็จ เลยยังไม่มีภาพมาฝากกันนะ ส่วนฝั่งขวามือของเราคือบ้านตัวอย่างและสำนักงานขาย บ้านตัวอย่างคือบ้านแปลงมุมหลังแรก หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร ขนาดพื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. ส่วนบ้านแปลงมุมหลังสุดท้ายคือสำนักงานขายค่ะ เดินเข้าไปจนสุดถนนตอนนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ ซึ่งเฟสแรกคาดว่าจะเสร็จในเดือนตุลาคม ปี 2560 นี้แล้วค่า :::: แบบบ้านของโครงการ และ บ้านตัวอย่าง :::: บ้านของโครงการจะเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ทั้งโครงการใช้แบบบ้านเหมือนกันทั้งหมด มีขนาด 105 ตรม. หน้ากว้าง 5.0 เมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถ 2 คัน ไปดูแปลนบ้านกันเลยดีกว่าค่ะ แบบบ้านของโครงการ แปลนบ้านชั้นที่ 1 ประกอบด้วย แปลนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ::: บ้านตัวอย่าง ::: วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมบ้านตัวอย่างของโครงการกันค่ะ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. หน้ากว้าง 5 เมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ เนื้อที่บ้านเริ่มต้นอยู่ที่ 16.2 ตร.วา ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ :: แบบบ้านของโครงการ :: หน้าตาของบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ทรงเหลี่ยมๆมาแรง สีบ้านใช้เป็นสีเทาเข้ม-อ่อน ออกโทนฟ้าๆไปทางพาสเทลหน่อยๆดูสบายตา ตัดด้วยระแนงเหล็กสีเหลืองเป็นลูกเล่น ทำให้บ้านดูน่ารักและอบอุ่นขึ้นมาเลย หน้าบ้านจะสามารถจอดรถได้ 2 คันพอดีเลยนะ พื้นลานจอดรถจริงๆจะได้เป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบขัดหยาบ บริเวณหน้าบ้านมีตู้เก็บของสำหรับพวกสายยาง, อุปกรณ์ล้างรถ และทำสวนได้ ไฟเฉลียงหน้าบ้านเป็นดวงโคมซาลาเปาแบบนี้ พื้นเฉลียงหน้าบ้านจะยกระดับขึ้นมาประมาณ 15 ซม.ค่ะ ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. เก็บมุมด้วย Boarder ทรายล้างสีทอง เข้าไปดูในตัวบ้านกันต่อเลย ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ติดลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ มือจับและตัวล็อคประตูขนาดใหญ่จับถนัดมือดีทั้งข้างนอกและข้างใน มีตัวล็อคท้ายบานแบบก้อยหอยอีก 1 ชั้น เปิดประตูเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปคือห้องรับประทานอาหาร ฝั่งซ้ายมือคือโถงบันได, ห้องน้ำ และห้องครัวตามลำดับ จัดแปลนบ้านแบบ Open plan ทำให้บ้านดูโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์และ Finishing มาให้เห็นความลงตัวในแง่ของการใช้งานและความสวยงามเพื่อเป็นไอเดีย ภาพจากบ้านมาตรฐาน พื้นบ้านปูกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม. พร้อมบัวพื้นสีขาว ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ฝ้าเพดานสูงถึง 2.6 เมตร เป็นฝ้าฉาบเรียบติดดวงโคมดาวน์ไลท์ให้ทั้งหลัง ตรงนี้จะมีจุดแตกต่างจากบ้านตัวอย่างอยู่ 1 ประการก็คือ ประตูทางเข้าห้องน้ำจะเข้าจากในห้องครัวค่ะ (บ้านตัวอย่าง ประตูทางเข้าห้องน้ำจะอยู่ข้างๆชั้นวางทีวี) มาดูการจัดพื้นที่ในห้องนั่งเล่นกันต่อ ทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางโซฟารูปตัว L ขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ แต่จะเห็นว่าพื้นที่ก็ยังพอเหลืออยู่ จะวางขนาด 3 ที่นั่งก็เพียงพอ จะวางโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆเพิ่มอีกหนึ่งตัวก็ยังลงตัวดี เนื่องจากบ้านตัวอย่างเป็นบ้านแปลงมุมจึงได้หน้าต่างมาเพิ่มอีก 2 บาน ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะไม่มีนะ หน้าต่างเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม ติดกระจกเขียวตัดแสงแบบนี้ค่ะ มือจับบ้านหน้าต่างเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นด้วยตัวล็อคแบบก้นหอยท้ายบานค่ะ มุมมองไปฝั่งชั้นวางทีวี เนื่องจากทางเข้าห้องน้ำอยู่ที่ฝั่งนี้จึงมีที่วางชั้นวางทีวีค่อนข้างจำกัด ใครอยากให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นลองใช้กระจกมาติดที่ผนังบางส่วนดูก็จะทำให้บ้านของท่านดูกว้างขวางขึ้นในทันที ส่วนระยะจากโซฟาถึงชั้นวางทีวีเหลือ 1.9 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการนั่งดูทีวีขนาด 50 นิ้วค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้ระยะดูทีวีเพิ่มขึ้นก็สามารถใช้วิธีเอาทีวีติดผนังได้ จะเพิ่มขนาดจอได้ถึง 60 นิ้วเลย ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน จะเห็นว่าประตูทางเข้าห้องน้ำถูกย้ายเข้าไปในห้องครัวแล้ว จึงได้พื้นที่ผนังเพิ่มขึ้น ที่ลายผนังทำการเดินสายไฟและสายอากาศเอาไว้ให้เรียบร้อย สวิตช์และปลั๊กไฟ จะใช้ของ Haco ทั้งหลังค่ะ มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องน้ำ, ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว มาดูที่ห้องรับประทานอาหารกันต่อ สำหรับโต๊ะอาหารสามารถวางได้ขนาด 4 ที่นั่งพอดี จะต่อหัวท้ายเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในวันที่มีแขกก็ยังรองรับไหว จัดให้ดูน่านั่งจะได้สามารถเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 มุม จากห้องรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับแพนทรี่ จะติดตั้งประตูบานเลื่อนเพื่อกั้นส่วนห้องเพิ่มก็ทำได้ ภายในบ้านมาตรฐานจะได้พื้นที่ของแพนทรี่โล่งๆแบบนี้ค่ะ มีความกว้างประมาณ 1.8 เมตร มีการเจาะผนังเตรียมท่อสำหรับอ่างล้างจานให้เรียบร้อย ฝั่งขวามือคือตำแหน่งประตูห้องน้ำจริงๆนะ ภายในแพนทรี่จะมีพื้นที่พอดีสำหรับอ่างล้างจาน, พื้นที่เตรียมอาหาร และพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น จะเหลือพื้นที่ยืนกว้างประมาณ 1.15 เมตร กำลังพอดีค่ะ มาดูห้องน้ำ 2 กันต่อค่ะ ประตูห้องน้ำจะเป็นบานสำเร็จรูป พร้อมอุปกรณ์มือจับเป็นลูกบิดสแตนเลสแบบมาตรฐาน พื้นห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นชั้น 1 ลงไปประมาณ 2.5 ซม. ไฟในห้องน้ำจะใช้เป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ และเนื่องจากภายในห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ บนฝ้าเพดานจึงติดพัดลมดูดอากาศมาให้เพิ่มด้วย มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ 2 จะวางจากโซนแห้งไล่เข้าไปยังโซนเปียก พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. แบบผิวกันลื่น ผนังกรุด้วยกระเบื้องกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ทางโครงการจะเลือกใช้สุขภัณฑ์ของ American Standard ทั้งหมด มาดูที่อ่างล้างหน้ากันต่อ เหนืออ่างล้างหน้าติดกระจกเจียปรีให้ 1 บาน ขนาดกำลังพอดี อ่างล้างมือจะเป็นแบบแขวนผนัง ส่วนท่อดักกลิ่นจะครอบด้วยอุปกรณ์อ่างเซรามิกให้เรียบร้อย มีขนาดกระทัดรัดทรงมนปลอดภัยในการใช้งาน มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางขวดสบู่ได้นิดหน่อย ก๊อกน้ำเป็นแบบลูกบิดเกลียว ถัดจากอ่างล้างหน้าไปจะเป็นโถสุขภัณฑ์และโซน Shower โถสุขภัณฑ์แบบแยกชิ้น ระบบ Single flush พร้อมสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ฝั่งขวาคือโซนอาบน้ำ ลดระดับพื้นลงไปให้เล็กน้อย อันนี้ถือว่าลดน้อยไปหน่อยค่ะ ไม่ค่อยช่วงเรื่องกันน้ำไหลย้อนเท่าไหร่ ที่ใส่กระดาษชำระ และสายฉีดชำระค่ะ ผนังข้างโถสุขภัณฑ์ติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ฝักบัวที่ได้เป็นฝักบัวสายอ่อน ติดตั้งมาพร้อมกับชั้นวางสบู่ เราเทียบขนาดหัวฝักบัวให้ดูกับอุ้งมือค่ะ ขนาดหัวอาจจะเล็กไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบอาบเร็วๆทีเดียวทั่วตัว ชั้นวางสบู่ขนาดพอสำหรับสบู่ 1 ก้อน แนะนำให้หาชั้นวางสบู่แขวนผนังมาติดตั้งเพิ่มเอานะ เราจะออกไปดูลานซักล้างกันต่อ ประตูเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมและมือจับแบบเซาะร่อง พื้นลานซักล้างจะลดระดับลงไปประมาณ 10 ซม.ค่ะ จริงๆแล้วจะได้เป็นพื้นซีเมนต์ปาดเรียบนะ พื้นที่ด้านนึงสามารถจัดเป็นครัวไทยได้พอดี สามารถวางเคาน์เตอร์ได้ทั้ง 2 ฝั่ง อีกด้านนึงแนะนำให้ทำเป็นลานซักล้าง วางเครื่องซักผ้า, ราวตากผ้า และชั้นวางเก็บอุปกรณ์ซักรีด มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน ขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลย ตัวโถงบันไดจะกว้าง 90 ซม.ได้ระยะมาตรฐานพอดี บันไดจะเป็นบันไดทึบ วัสดุลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูป ราวมือจับเป็นโครงเหล็กฝังผนัง ใช้ตัวราวเป็นวัสดุไม้สำเร็จรูปสีเข้ากันกับพื้นบันได มุมมองขึ้นไปที่โถงบันไดชั้น 2 บันไดจะเป็นบันไดแบบหักกลับรูปตัว U วนขวาขึ้นไป มุมมองกลับไปที่ชานพักบันได ขึ้นมาที่โถงบันไดชั้น 2 โถงบันไดจะเป็นตัวแจกเข้าห้องต่างๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ตรงกลางโถงเป็นห้องน้ำ 1 ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอน Master bedroom ตามลำดับ ที่พื้นจะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ทั้งหมด มุมมองย้อนกลับไปที่โถงบันได เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูห้องนอน Master bedroom กันก่อน ประตูห้องนอนทุกห้องจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบลูกบิดสแตนเลส ที่พื้นติดธรณีประตูให้เรียบร้อย เข้ามาภายในห้องนอน Master bedroom จะแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกันคือโซนที่นอนฝั่งซ้าย และโซน Walk-in closet ฝั่งขวา ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ภายในห้องถือว่าสว่างดีเลยแม้จะไม่ได้เปิดไฟเพราะมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 บาน บริเวณลายผนังของห้องนอนจะเดินปลั๊กไฟและสายอากาศเอาไว้ให้ มาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และระยะการใช้งานกันต่อเลยค่ะ ในโซนที่นอน จะสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้และยังเหลือที่สำหรับวางโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฟาก พื้นที่ฝั่งละประมาณ 0.5 เมตร ภาพจากทางบ้านมาตรฐาน ที่โซนนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนคู่บานใหญ่มาเป็นช่องแสงให้กับห้อง ไฟที่ได้ภายในห้องนอนจะเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์ทุกห้อง ไปดูที่โซน Walk – in closet กันบ้าง ภาพจากบ้านมาตรฐาน ผนังฝั่งขวาจะถูกเซ็ตเข้ามาเล็กน้อยเพื่อทำเป็นระเบียง ในโซน Walk – in closet ก็จะสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกลางๆได้อย่างละตัว จริงๆแล้วจะทำตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L เลยก็ยังได้ ตรงนี้จะมีประตูบานเลื่อนเพื่อเปิดออกสู่ระเบียงห้องค่ะ พื้นที่ระเบียงมีขนาดเล็กๆ พอจะออกไปยืนสูดอากาศรับลมได้อยู่บ้าง ราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กทาด้วยสีเหลืองสดใส พื้นระเบียงเป็นซีเมนต์ปาดเรียบ ลดระดับจากพื้นห้องนอนลงไปเล็กน้อย มาดูที่ห้องน้ำชั้นบนกันต่อค่ะ วัสดุประตูใช้เหมือนห้องน้ำชั้นล่าง ภายในห้องน้ำชั้นบนจะใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างทุกประการ แต่โซนอาบน้ำจะอยู่ด้านในอีกฝั่งของห้องค่ะ พื้นที่ยืนอาบน้ำมีขนาดที่กว้างขวางขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้ติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเอานะ มาดูห้องนอน 2 และห้องนอน 3 กันต่อ ห้องนอน 2 อยู่ฝั่งซ้ายมือ มีขนาดเล็กกว่าห้องนอนใหญ่ครึ่งนึงได้ แต่ภายในก็สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัวและครบครันค่ะ ภายในทำเตียงนอน Built-in ขนาด 4 ฟุตเศษๆ และก็ยังมีที่เหลือพอสำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพจากบ้านมาตรฐาน ขนาดห้องกว้างประมาณ 2.8 x 2.5 เมตร ภายในห้องจะได้หน้าต่างมา 1 บาน มีขนาดที่พอเหมาะกับตัวห้อง ทำให้ได้แสงสว่างอย่างเพียงพอ จริงๆแล้วตู้เสื้อผ้าจะทำเป็นรูปตัว L เลียบมากับผนังอีกฝั่งนึงก็ยังได้นะ จะได้มีพื้นที่ในการเก็บของเพิ่มมากขึ้น มาถึงห้องนอนห้องสุดท้าย หรือห้องอเนกประสงค์นั่นเอง ตามบ้านตัวอย่างได้จัดเอาไว้เป็นห้องสำหรับนั่งเล่นและทำงาน แต่จริงๆแล้วจะจัดเป็นห้องนอนอีกห้องก็สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้พอดี ภาพจากบ้านมาตรฐาน ขนาดห้องกว้างประมาณ 2.8 x 2.2 เมตรค่ะ เล็กกว่าห้องนอน 2 นิดหน่อย พื้นที่ฝั่งโซฟาสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3-4 ฟุตได้ ก็จะเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าพอดีๆ มุมนั่งทำงาน ให้เด็กๆแบ่งโต๊ะกันคนละตัวพอดี :::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กรกฎาคม 2560) :::: วัสดุโดยรวม ห้องน้ำ และสุขาภิบาล งานไฟฟ้า ***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ :::: ราคา (กรกฎาคม 2560) :::: แบบบ้านของโครงการ พื้นที่ใช้สอย 105 ตรม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ – แปลงมาตรฐานขนาด 17.00 ตร.วา – ราคา 1,822,000 บาท ***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :::: สรุป :::: ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก – บางไผ่ สเตชั่น ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 เข้ามาจากซอยวัดลาดปลาดุก 200 เมตร ย่านนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีความเงียบสงบดี เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยจะยังอยู่แบบกระจายตัวกัน มีทั้งแปลงนา, บ่อน้ำ และทุ่งหญ้าขนาดกว้างขวางสลับกับอาคารบ้านเรือนเป็นระยะๆ ภายในซอยวัดลาดปลาดุกมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดทั้งเส้น เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่พักอาศัยภายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคในระยะที่ไม่ไกล สามารถหาร้านอาหารอร่อยๆได้ตลอดทั้งซอย มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และสามารถหาตลาดและร้านสะดวกซื้อได้ตลอดทั้งเส้น ส่วนในภาพรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจะตั้งอยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นบริเวณแยกต่างระดับบางใหญ่ (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนรัตนาธิเบศร์) ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้ง เซ็นทรัลเวสต์เกต, Ikea, HomePro, บิ๊กซีบางใหญ่, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บางใหญ่, บางใหญ่ซิตี้, Index Living Mall, The Square และ รพ.เกษมราษฎร์ ถ้าลงไปบริเวณแยกต่างระดับบางคูเวียง (จุดตัดถนนกาญจนาฯ – ถนนนครอินทร์) ก็จะมี เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่อีกค่ะ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบาย เพราะภายในซอยวัดลาดปลาดุกนั้นมีการจราจรที่ไม่ตัดขัด จากภายในซอยวัดลาดปลาดุกวิ่งออกมาไม่กี่กิโลก็ถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัวอยู่แล้ว สามารถเชื่อมกับถนนสายหลักได้หลายสาย โดยถนนสายหลักที่น่าจะได้ใช้บ่อยๆและอยู่ใกล้กับตัวโครงการเลยก็จะมี ถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนสาย 345, ถนนบางกรวย – ไทรน้อย และ ถนนราชพฤกษ์ จึงสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้น นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งไปขึ้น ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก ได้สะดวกอีกด้วย ไปได้ทั้งทางจตุจักร, ดินแดง – พระราม 9 และทางบางนา – ดาวคะนอง การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางจะยังยึดรถส่วนตัวเป็นหลัก เพราะหน้าโครงการจะไม่มีรถสาธารณะวิ่งผ่าน แต่สามารถเดินจากหน้าโครงการออกมายืนรอรถตู้ในซอยลาดปลาดุกได้ จะมีไปทางพาต้าและเดอะมอลล์งามวงศ์วานค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆต่อรถเอา และมีจะมีรถประจำทางสาย 134 (หมอชิตใหม่ – บัวทองเคหะ) และสาย 516 (บางบัวทอง – เทเวศร์) วิ่งผ่านหน้าปากซอยวัดลาดปลาดุกอยู่ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สายต่างๆตามจุดบริการอีก เช่น บิ๊กซี, บางใหญ่ซิตี้ และ รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้ การเดินทางโดยรวมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะอาจจะต้องต่อรถหลายต่อ แต่ก็ถือว่าสามารถไปไหนเองโดยไม่ต้องใช้รถแท็กซี่ค่ะ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีคลองบางไผ่ ห่างจากตัวโครงการออกไป 5.5 กม. ซึ่งพอจะนั่งรถสาธารณะไปได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาทีเท่านั้น การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น จำนวน 200 ยูนิต บนพื้นที่ 15 ไร่ สไตล์ Modern มีแบบบ้าน 1 แบบขนาด 105 ตรม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ ฟังก์ชั่นการออกแบบก็เป็นแบบสไตล์ทาวน์โฮมทั่วๆไป ตัวบ้านสามารถออกแบบได้กระชับและเรียบง่าย ใช้สอยได้สะดวก ติดอยู่ที่ว่าห้องน้ำจะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้แต่ทางบ้านจะติดพัดลมดูดอากาศมาช่วยแทน บริเวณห้องครัวภายในมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก สามารถทำเป็นแพนทรี่ได้ แต่ครัวไทยจะต้องไปต่อเติมเพิ่มในบริเวณของลานซักล้างค่ะ ส่วนวัสดุและสุขภัณฑ์ที่ได้ภายในบ้านก็มีมาตรฐานและสวยงามดี คำนึงถึงผู้ใช้งานค่ะ โดยรวมบ้านหลังนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 2 – 4 คน ที่ไม่มีสิ่งของและสัมภาระเยอะมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะมีคลับเฮ้าส์ประกอบด้วย Lobby กับสระว่ายน้ำ และสวนพักผ่อนส่วนกลาง ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะมีกล้องCCTV, การเข้า – ออกโครงการจะต้องผ่านป้อมยาม และระบบ Auto Access Card ได้มาตรฐานที่ดีค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: CALL CENTER : 02 689 6888 สำนักงานขาย : 02 069 4956, 02 002 4072 และ 099 351 1998 WEBSITE : ***บ้านลุมพินี
ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 3086 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ. นนทบุรี 11110
2 ห้อง
105 ตร.ม.
1,590,000 ฿
21/2/2017
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.818 รีวิว บ้านเดี่ยว เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง The Palm Kathu-Patong สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน HOMENAYOO ที่น่ารักทุกคนค่ะ วันนี้เราจะขอพาไปชมโครงการ เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง จาก พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Luxury บนทำเลใกล้หาดป่าตอง ตั้งอยู่บน ซ.บางทอง ถ.วิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ใกล้ทั้งหาดป่าตองที่เป็นหาดขึ้นชื่อของจ.ภูเก็ต และไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตที่มี Central Festival ภูเก็ต, Big C, HomePro, Tesco Lotus, SB Furniture, Index Living Mall, Makro และ Premium Outlet เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 120 ยูนิต บนที่ดิน 42-3- 8.19 ไร่ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ 3 ห้องนอน และ 3-4 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 179 ตร.ม. ด้วยฟังก์ชั่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ที่ต้องการขยายครอบครัวหรือหาบ้านพักตากอากาศวิวภูเขา และไม่ไกลจากตังเมืองกะทู้ค่ะ และสร้างเสร็จพร้อมอยู่ค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ อาทิ คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมเตียงอาบแดด, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน, ทะเลสาบ, ประตูคีย์การ์ด, CCTV และรปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท* โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดเงินสด 300,000 บาท*, ฟรี ! สัญญาณกันขโมย, ฟรี ! ปั๊มน้ำ-ถังสำรองน้ำ, ฟรี ! วอลเปเปอร์ทั้งหลัง, ฟรี ! จัดสวนมาตรฐาน* (ม.ค.2561) ลงทะเบียนรับอภิสิทธิ์เพื่อครอบครอง คลิก : *** ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ � :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ซ.บางทอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83120 พิกัด GOOGLE MAP : 7.903092, 98.335040 โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บน ซอย บางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ ตัวโครงการอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต , หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ โดยโครงการของเรา เป็นโครงการที่ราคาสูงที่สุด บน Concept มนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา รังสรรค์ชีวิตเหนือระดับ ด้วยเพราะนอกจากดีไซน์ของตัวบ้านแบรนด์ The Palm ที่เป็นอีกแบรนด์บ้าน Luxury ของพฤกษาแล้ว ทำเลที่ตั้งของโครงการยังอยู่ในแนวที่สามารถมองเห็นวิวของภูเขา โซนด้านหลังสุดของ Pruksa Avenue นั่นเอง การเดินทางด้วยรถยนต์ การเดินทางโดยรถยนต์หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ค่ะ โดยเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว และ ถนนภก.3030 การเดินทางในตัวโครงการถือว่าสะดวกสบายเนื่องจาก อ.กะทู้ เป็นอำเภอที่อยู่ระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต โดยใช้ถนนพระบารมี และถ.พระภูเก็ตแก้ว และสามารถวิ่งไปโซนเกาะแก้วได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ จากโครงการสามารถวิ่งออกสู่โซนเกาะแก้วได้อีกเส้นทางหนึ่งคือ ถ.ภภ.3030 ซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวไปมาสักนิดหนึ่งแต่รถไม่ติดเลยค่ะ จะวิ่งไปโผล่ที่บริเวณ รร.นานาชาติบริทิช ภูเก็ต และช่วยย่นระยะทาง จากโครงการออกสู่ถนนเทพกระษัตรีหากต้องการวิ่งไปสนามบินภูเก็ตอีกด้วย ในอนาคต การเดินทางระหว่างโครงการ และหาดป่าตอง จะสะดวกสบายขึ้นอีกค่ะ เนื่องด้วยมีจะมี ทางพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ทางหลักในอนาคตที่จะใช้สัญจรแทนถนนพระบารมีที่เป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงภูเขาตามลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ต โดยทางพิเศษสายใหม่นี้จะเริ่มจาก ถ.ผังเมืองรวมสาย ก. ความกว้าง 6 ช่องจราจร โครงสร้างทางยกระดับ ข้ามถนนพิสิษฐ์กรณีย์ เข้าสู่โครงสร้างปากอุโมงค์ ลอดใต้ภูเขา ออกที่ปากอุโมงค์ ต.กะทู้ เชื่อมต่อกับทางยกระดับ ด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่สามารถผ่านได้ทั้งรถจักรยานต์ยนต์ รถยนต์ และรถ 10 ล้อ และเชื่อมต่อกับ ถ.พระบารมี ที่ประมาณกม.ที่ 0+850 เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.เมือง ต่อไปค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจาก ซ.บางทอง ไม่ใช่ถนนเส้นหลักค่ะ เป็นถนนเส้นรองที่เชื่อมต่อกับ ถ.ภก.4020 หรือถ.วิชิตสงคราม ถึงแม้จะไม่ใช่ถนนทางตัน แต่เป็นทางที่วิ่งข้ามเขาค่ะ หากดูจากแผนที่ด้านบนจะเห็นว่าลักษณะภูมิประเทศของภูเก็ตตัวเมืองจะอยู่ที่เชิงเขาทั้งหมด ตัวเมืองกะทู้ที่มีสาธารณูปโภคที่หนาแน่น ก็จะอยู่ที่ ถ.วิชิตสงคราม และถ.พระภูเก็ตแก้ว ที่เป็นถนนเชื่อมตัวเมืองค่ะ โซนพื้นที่ตั้งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโซนที่อยู่อาศัย ที่เงียบสงบ โครงการอยู่ไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และร้านค้าอาคารพาณิชย์มากมายหลายแห่งค่ะ ทั้งร้านขายยา ร้านช่าง ร้านอาหารต่างๆ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่ง ของ จ.ภูเก็ตค่ะ เนื่องจากโครงการอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองภูเก็ตซึ่งสามารถเดินทางไปได้ในเวลา 10 นาที และยังถือเป็นทำเลที่กำลังมีการขยายตัวสูง ในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. อยู่ตรงข้ามกับ Central Festival Phuket เดิมที่เปิดให้บริการในปัจจุบันค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรค้าปลีกเซ็นทรัลที่ใหญ่มากที่สุด ของจังหวัดเลยทีเดียว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในอีก1-2 ปีที่จะถึงนี้ ภาพจำลองโครงการ Central ภูเก็ตแห่งใหม่ เป็นห้างที่ขนาดใหญ่และพื้นที่กว้างขวางจริงๆคะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยบางทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมาให้ชมกันค่ะ เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทาง จากถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 > ถ.พระภูเก็ตแก้ว (ภก.4029) > เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ภก.4020 > ซอยบางทอง > ถนนส่วนบุคคลของ Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต > The Palm กะทู้-ป่าตอง เริ่มต้นกันบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บริเวณ Premium Outlet Phuket มุ่งหน้าไปทางแยกกะทู้นะคะ ไปตามทางป้ายสีเขียวภูเก็ต – กะทู้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระบารมี (ภก.4029) วิ่งเข้าสู่ถนนพระภูเก็ตแก้ว (ภก.ภจ4029) วิ่งตรงไปตามทาง เข้าสู่ถนนภก.4020 ผ่านโรงเรียนกะทู้วิทยา จากนั้นเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ซอยบางทอง ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็น Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ตอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ จากนั้นเราจะเข้าสู่ถนน Pruksa Avenue กะทู้-ภูเก็ต ซึ่งเป็นถนนส่วนบุคคลเฉพาะโครงการพฤกษาเท่านั้น โดยเราจะตรงเข้าไปในสุดเลยค่ะ และก็จะเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ เดอะ ปาล์ม กะทู้-ป่าตอง แล้วค่ะ สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ สรุปสถานที่สำคัญรอบๆโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ :::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการก็อย่างที่เราขับรถพามากันตลอดทางเลยค่ะ คือเป็นหมู่บ้านในเครือ Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ทั้งหมด กลับหลังหัน ก็จะเจอกับภาพนี้ค่ะ คือวงเวียนที่เราผ่านมาเมื่อสักครู่ ด้านข้างนี้เป็นส่วน Club House ซึ่งเป็น Club House ที่ใช้ร่วมกันในทุกโครงการของพฤกษาที่อยู่ในทำเลนี้ เดี๋ยวเราพาไปดูอีกทีนะคะ ฝั่งขวาของวงเวียนนี้เป็นโครงการ The Plant กะทู้-ป่าตอง ซึ่งเป็นโครงการราคาถูกลงมาหน่อยเมื่อเทียบกับโครงการเรานะคะ ด้วย Product ตัวบ้านจะค่อนข้างกะทัดรัดกว่า และหมู่บ้านภัสสรด้านซ้ายมือค่ะ ส่วนโครงการเรานั้นจะตรงเลยวงเวียนนี้เข้าไปอีกหน่อย สำหรับทำเลเดียวกันนั้นโครงการ The Palm เป็นโครงการที่แพงที่สุด ซึ่งเน้นที่บรรยากาศโครงการและขนาดบ้านรวมที่ดินที่ใหญ่กว่าโครงการอื่นๆ เหมาะกับครอบครัวใหญ่ สภาพแวดล้อมโครงการฝั่งด้านหลังนั้นจะเป็นทิวเขาไกลๆ และที่ติดกับโครงการเลยเป็นภูเขาเตี้ยลงมาหน่อยซึ่งยังเป็นเขาที่มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้หลังบ้านนั้นได้วิวพื้นที่สีเขียวไปเต็มๆ และสัมผัสกับธรรมชาติแท้จริง วิวภายในโครงการเมื่อมองมาจากบ้านตัวอย่าง จะเห็นภูเขาหลังโครงการชัดเจนมาก :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Luxury จำนวน 120 ยูนิต บนพื้นที่ขนาด 42-3- 8.19 ไร่ค่ะ ซึ่งเป็นโครงการที่ลักษณะ ตั้งอยู่บนเชิงเขา ทำให้บ้านทุกหลังจะได้วิวจากธรรมชาติค่ะ แบบบ้านจะมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน ว่าจะไปตั้งบนส่วนไหนของทางลาดเชิงเขาบ้าง บางหลังก็จะเป็นบ้าน 2 ชั้น ส่วนบางหลังก็ 3 ชั้นค่ะ โดยทุกหลัง จะมีที่จอดรถ 2 คัน ภายในโครงการ มีพื้นที่ส่วนกลางคือสวนสาธารณะ พร้อมสนามเด็กเล่น ส่วน Club House ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมทะเลสาบที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ แต่จะเป็นคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง ภายใน Pruksa Avenue แห่งนี้นะคะ :::: House Type :::: แบบบ้านทั้ง 5 แบบ ประกอบด้วยแบบที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว 3 แบบ และแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว อีก 2 แบบค่ะ นั่นก็คือ 1. แบบบ้าน : DYPSIS พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน และ Skydeck ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 / Skydeck 2. แบบบ้าน : LICUALA พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน 1 ส่วนอเนกประสงค์ และ Skydeck ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 / Skydeck 3. แบบบ้าน : BISMARCKIA พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำห้องนอนใหญ่ Foyer โถงต้อนรับ และ Skydeck 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : Foyer / ชั้น 1 / ชั้น 2 แบบบ้าน : BUTIA (New) พื้นที่ใช้สอย 179 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 แบบบ้าน : ROYSTONEA (New) พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม. ขนาดห้อง : 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่เตรียมอาหาร ห้องครัว ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แปลนบ้าน : ชั้น 1 / ชั้น 2 ::: Club House : สระว่ายน้ำ และฟิตเนส ส่วนกลาง Pruksa Avenue ::: เรามาพูดถึงส่วน Club House กันนะคะ หน้าตาของ Club House นี้ทำออกมาได้สวยในสไตล์ Modern ชัดเจน ดูเรียบง่ายแต่มีความโอ่โถงพอสมควรเลยค่ะ ด้านข้างติดป้าย Club House ไว้ เข้ามาภายในชั้นแรกจะเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor เปิดโล่งทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้รับลมพัดผ่านได้ดี เย็นสบายทีเดียว ด้านข้างมีชุดโซฟาแบบ Outdoor ให้นั่งเล่นตากลมเพลินๆ ได้ค่ะ ด้านข้างเป็นสำนักงานส่วน Club House ออกมาด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พอสมควร ที่เชื่อมกับทะเลสาบด้านหลังและเห็นทิวภูเขาสีเขียว เสมือนสระว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางภูเขาห้อมล้อม บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ ด้านข้างวาง Day Bed ขนาดใหญ่ให้นอนอาบแดด ชมธรรมชาติกันชิลๆ บรรยากาศทะเลสาบที่ติดกับสระว่ายน้ำ ของจริงสวยทีเดียวค่ะ จากสระว่ายน้ำหันกลับมาส่วน ClubHouse อีกฝั่งของระเบียงด้านข้างสระก็มีวาง Day Bed ให้อีกจุด ประมาณ 6 ที่นั่ง สระว่ายน้ำใน Club House นี้ออกแบบให้เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ระบบคลอรีน ใครกลัวแดดหน่อยก็มาว่ายช่วงเช้าหรือเย็นๆ ก็ได้นะ บรรยากาศและอากาศก็ดีเลยค่ะ ความลึกสระของผู้ใหญ่ค่อนข้างลึกกว่ามาตรฐานอยู่เหมือนกันนะ ปกติส่วนใหญ่จะลึก 1.2 ม. กัน แต่ที่นี่สระผู้ใหญ่ลึก 1.35 ม. ส่วนสระเด็กลึกที่ 75 ซม. ค่ะ ด้านล่างมีบอกค่าระดับของคลอรีนและกรด-ด่างในสระว่ายน้ำ ด้านข้างสระมีจุดล้างตัวให้ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำด้านใน จุดล้างตัวมีฝักบัวให้ 2 จุดค่ะ ด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายแยกกัน บรรยากาศภายในห้องน้ำตกแต่งเรียบง่ายค่ะ มีอ่างล้างมือให้ 3 จุดและแบ่งห้องน้ำให้ 3 ห้อง ภายในห้องน้ำ ด้านข้างมีตู้ Locker ให้เรียบร้อย สำหรับลูกบ้านเก็บข้าวของได้ ก่อนลงไปไว้ว่ายน้ำ ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อนะคะ บันไดทางขึ้นเป็นบันไดโปร่งแบบนี้ดูสวยดีค่ะ แต่คุณผู้หญิงคนไหนใส่กระโปรงก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ ด้วยความที่เป็นบันไดโปร่งก็อาจจะดูโป๊ได้ บนชั้น 2 ด้านข้างทำเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ โดยปูหญ้าเทียมให้ ส่วนสุดทางจะเป็นห้อง Fitness ค่ะ ภายในห้อง Fitness ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ รวมทั้งไว้วิวรอบทิศทางด้วย มีชุดเครื่องเล่นให้ครบครันทีเดียวทั้งชุดสำหรับเวทเทรนนิ่ง เครื่องออกกำลังกาย มีชุดเวท ยกน้ำหนักให้ ลู่วิ่ง 2 เครื่องพร้อมเครื่องปั่นจักรยาน วิวบรรยากาศจากส่วนห้อง Fitness ด้วยความที่อยู่ชั้น 2 เลยสามารถ Take View ได้ไกลทีเดียวค่ะ :::: ภายในโครงการ :::: บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง จะเห็นว่าทางซุ้มโครงการตกแต่งออกมาในสไตล์ Modern ชัดเจน และเน้นความโอ่โถงให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ป้ายโครงการชัดเจนอยู่ด้านข้างซุ้มทางเข้าโครงการเลยค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการแบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งและวางป้อมยามอยู่ตรงกลางเพื่อที่จะสามารถดูแลรถทั้งฝั่งเข้าและฝั่งออกได้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ระบบการเข้า-ออกโครงการที่นี่ใช้เป็นระบบ Key Card Access ระยะใกล้ และเปิด-ปิดด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ อีกมุมของส่วนป้อมยาม เครื่องสแกนบัตรแบบระยะใกล้ และมีกล้อง CCTV บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ 2 ตำแหน่ง ส่องทะเบียนรถและหน้าคนขับ หันกลับมาดูอีกมุมของส่วนทางเข้ารถยนต์ ด้านหลังซุ้มโครงการมีปลูกไม้พุ่มแบบนี้ให้ด้วย ดูสดใสดีนะคะ เข้ามาภายในโครงการกันแล้วค่ะ ด้านข้างมีทำทางเดินเท้าให้เดินได้ง่าย ไม่เดินลงถนน เข้ามาจะเป็นวงเวียนขนาดใหญ่ ตรงกลางมีต้นปาล์ม 3 ต้น เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ตามชื่อโครงการ The Palm เลย ฝั่งขวาเลยวงเวียนมาหน่อยนั้นจะเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ ซึ่งจัดไว้ให้ค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยค่ะ ดูร่มรื่นมากทีเดียว ภายในทำทางเดินสะอาดเรียบร้อย น่าเดินเล่นดีค่ะ ตลอดทางมีทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้พุ่ม รวมทั้งทำทางเดินให้เดินได้ง่ายตลอดภายในสวน เพื่อลูกบ้านมาเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นในสวนได้ หันกลับไปเป็นพื้นที่สวนร่มรื่นมากๆ เดินต่อไปอีกหน่อยจะเห็น Details การจัด Landscape มีที่ให้นั่งเล่น นั่งพักกันได้ในสวน ถัดมาอีกหน่อยเป็นสนามเด็กเล่นค่ะ มีชิงช้าและน้องไดโนเสาร์ให้เล่นในบ่อทราย เด็กๆ หกล้มก็ไม่บาดเจ็บมากนักเท่ากับทางเดินที่เป็นคอนกรีตอีกด้วย ดูสวนเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราพาไปดูส่วนถนนภายในโครงการกันต่อนะคะ ความกว้างของถนนภายในโครงการประมาณ 9 ม. การจัดผังของที่นี่ค่อนข้างดีสำหรับการวางแนวหน้าบ้านนะคะ เพราะบริเวณหน้าบ้านนั้นหันหน้าเข้าหาพื้นที่สวนทั้งหมด ซึ่งสำหรับถนนเส้นนี้จะไม่มีบ้านไหนที่หันหน้าเข้าหาบ้านฝั่งตรงข้ามเลย ทำให้บ้านบนถนนเส้นนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวค่ะ ตรงมาเรื่อยๆ ตำแหน่งบ้านก็ยังหันเข้าหาสวน และไม่มีบ้านฝั่งตรงข้ามเลย ลักษณะการจัดผังตัวบ้านเค้าจะยกบ้านขึ้นสูงเพื่อให้สามารถมองวิวได้ไกลมากขึ้น อีกฝั่งของบ้านมีจัดพื้นที่สำหรับจอดรถให้เพิ่มเติมเล็กน้อย สำหรับลูกบ้านหลังไหนที่มีรถเยอะจะได้ไม่ต้องไปจอดหน้าบ้านให้ดูเกะกะถนน สัญจรไม่สะดวกด้วยค่ะ ตรงมาเรื่อยๆ บริเวณนี้จะยังไม่ได้มีการก่อสร้างนะคะ ตามป้ายของพฤกษาบอกว่าเป็นพื้นที่ในอนาคตอยู่ ถัดมาจะเป็นบ้านอีกแบบนึงในโครงการ ซึ่งการวางผังก็ยังตาม Concept เดิมคือด้านหน้าบ้านเป็นสวนสีเขียวดูสบายตาและเป็นส่วนตัวค่ะ ซึ่งถนนหลักนี้จะเป็นถนนทอดยาวไปสุดที่ปลายไซต์โครงการเลยค่ะ ก็จะมีบ้านเกาะอยู่หน้าถนนหลักโครงการเลย ไม่ได้แยกเข้าซอยย่อยไปอีก :::: บ้านตัวอย่าง :::: วันนี้เอาบ้านตัวอย่างมาให้ชมทั้งหมด 3 แบบ แบบบ้าน DYPSIS : 230 ตร.ม. บ้าน Dypsis หลังเล็กสุดของโครงการนะคะ นับว่าเป็นบ้านขนาดกลางๆ นะ เพราะด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในก็ประมาณ 230 ตร.ม.แล้วมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำและ 2 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกบ้านประมาณ 3-4 คนได้สบายๆ ค่ะ ลักษณะการออกแบบบ้านของที่นี่เน้นความโมเดิร์น ใช้โทนและรูปลักษณ์ตัวบ้านเรียบง่าย จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือด้านบนสุดเลย จะเห็น Sky Deck อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor พักผ่อนชิลๆ หรือเวลามีปาร์ตี้ก็สามารถจัดปาร์ตี้ด้านบน ปิ้งย่างบาร์บีคิวกันได้ ป้ายบอกขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน Dypsis อยู่ที่ 230 ตร.ม. ภายในได้ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ และ Sky Deck บ้าน DYPSIS : ชั้น 1 พื้นโรงจอดรถสามารถจอดได้สองคัน ด้านบนติดโคมไฟดาวน์ไลท์ 4 ดวง มีปลั๊กไฟบริเวณด้านหลังให้ และมีพื้นที่สามารถเดินเข้า-ออกสวน รวมทั้งประตูทางเข้าบ้านได้จากที่จอดรถ ประตูทางเข้าบ้านจากโรงจอดรถ ไม้ HDF ปิดผิวลามิเนตสีขาว มือจับแบบก้านโยกสแตนเลส หน้าทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ด้านข้างที่จอดรถนะคะ ด้านหน้ามีเฉลียงเล็กน้อยพร้อมกันสาดยื่นออกมากันแดดกันฝนได้ระดับนึง ตัวบ้านถูกยกระดับจากพื้นที่จอดรถพอสมควร เพื่อกันน้ำไหลย้อนเข้าตัวบ้านได้ ประตูทางเข้าโครงการใช้เป็นประตูกระจกสีเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมแบบ Power Coat ลักษณะการเปิดเป็นแบบเปิดออกทั้ง 2 ด้านทำให้มีความกว้างของทางเข้าบ้านพอสมควรเลยค่ะ ตัวล็อกและมือจับมาตรฐาน เข้ามาด้านในจะเป็นส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลัง บริเวณที่ค่อนข้างโปร่งโล่งด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่ให้มาค่อนข้างเยอะทีเดียว บริเวณที่นั่งส่วนโซฟาได้พื้นที่ค่อนข้างใหญ่สามารถวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะด้านข้างได้ ส่วนหน้าต่างนั้นเป็นบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ มือจับมาตรฐานพร้อมตัวล็อกแบบ 2 ตอนคือส่วนบริเวณมือจับและตัวล็อกก้นหอยตรงกลาง หันมาทางส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟา จะได้เป็นผนังโล่งๆ นะคะสำหรับบ้านมาตรฐาน ไว้สำหรับเป็นพื้นที่แขวนทีวีหรือวางชั้นโชว์ของต่างๆ ได้ ถัดมาคือส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร มีขนาดที่สามารถรองรับที่นั่งได้ประมาณ 4-6 ที่นั่ง สบายๆ ทั้ง 2 ฝั่งได้หน้าต่างและประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้อากาศบริเวณนี้ถ่ายเทได้ดี รวมทั้งได้แสงสว่างภายนอกเข้ามาในตัวบ้านได้ดีในช่วงกลางวัน เรียกได้ว่าไม่ต้องเปิดไฟกันได้เลย ลักษณะบานเลื่อนจะเป็นบานเปิด 2 ตอน ได้พื้นที่เปิดค่อนข้างกว้าง ถัดจากพื้นที่รับประทานอาหาร ติดๆกันเลยเค้าออกแบบให้เป็นส่วนเตรียมอาหาร ซึ่งจะทำเป็น Pantry ไว้ให้ค่ะ และถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนครัวปิด หรือครัวไทยในบ้าน การทำพื้นที่เตรียมอาหารเล็กๆ นี้ไว้นั้นถือว่าค่อนข้างดีนะคะ เป็นสัดส่วน ใครอยากจะเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มง่ายๆ ก็ทำได้ภายในบ้านเลยไม่ต้องเข้าไปในส่วนครัวไทย ที่เป็นพื้นที่ทำอาหารหนักๆ ระหว่างครัวไทยและ Pantry เตรียมอาหารกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก สามารถมองเห็นกันได้ทำให้ดูโปร่งโล่งดีค่ะ แต่ในเชิงของการใช้งานที่แยกเป็นสัดส่วนและช่วยให้กลิ่นอาหารหนักไม่เข้ามาภายในตัวบ้านก็ยังคงอยู่ ครัวไทยจัดพื้นที่มาให้พอสมควรนะคะ สามารถจัดวางฟังก์ชันได้ดีและแยกส่วนกันชัดเจนระหว่าง ตู้เย็น อ่างล้างจาน และ Hob สำหรับส่วน Pantry นั้นจัดให้เป็นไอเดียให้ดูนะคะ ซึ่งดูจากบ้านตัวอย่างแล้วมีการจัดวางฟังก์ชันได้ดีทีเดียวเลยค่ะ ส่วนอ่างล้างจานนั้นติดกับหน้าต่างบานเลื่อน จัดเป็นตำแหน่งดีทีเดียวค่ะ เพราะสามารถช่วยระบายความชื้นได้ดี ด้านข้างเป็นส่วนงานระบบต่างๆ ซึ่งจะปิดด้วยประตูขนาดเล็กให้ดูเรียบร้อยค่ะ ฝั่งที่ติดกับประตูบานเลื่อนนั้นเป็นตำแหน่งวางตู้เย็นขนาดกลางๆ กำลังพอดีค่ะ ติดกับตู้เย็นเป็นประตู HDF ออกไปยังส่วนซักล้างด้านหลังบ้าน มือจับสแตนเลสแบบก้านโยกพร้อมตัวล็อก ลานซักล้างได้เป็นพื้นคอนกรีต ซึ่งจะได้เป็นมาตรฐานนะคะ ถัดจากส่วนซักล้างนั้นจะเป็นสวนหลังบ้าน ด้านบนบริเวณลานซักล้างติดดวงโคมให้ค่ะ มีก็อกสนามไว้ให้ต่อสายยางซักล้างต่างๆ ได้ หรือจะต่อสายยางไปรดน้ำต้นไม้รอบบ้านก็ได้เช่นกัน ติดกับส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำในชั้นล่างค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกัน บริเวณทางเข้าส่วนห้องน้ำจะลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อย เนื่องจากห้องน้ำอยู่ใต้โถงบันได หากไม่ลดระดับก็จะทำให้ฝ้าเพดานห้องน้ำต่ำลงไปนะคะ ดังนั้นการลดระดับก็จะช่วยให้ฝ้าเพดานภายในห้องน้ำสูงขึ้น ใช้งานได้ถนัดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการขึ้น-ลงบันไดแม้จะขั้นไม่มาก ก็อาจจะไม่สะดวกนักสำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกในบ้านเป็นผู้สูงอายุ ประตูห้องน้ำขนาดมาตรฐาน มือจับเป็นก้านโยกค่ะ ภายในห้องน้ำชั้นล่างนี้จะทำเป็นแบบ Power Room นะคะ คือไม่มีพื้นที่อาบน้ำในชั้นล่างจะมีแค่ส่วนโถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างมือ พื้นภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิกแบบด้าน พื้นภายในห้องน้ำมีการลดระดับลงมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี อ่างล้างมือให้มาขนาดกะทัดรัดแต่มีพื้นที่ด้านข้างไว้ให้พอสมควรเลย สามารถวางข้าวของต่างๆ ได้พอสมควรค่ะ ก็อกน้ำแบบเปิดขึ้น จาก American Standard ด้านล่าง Built-in ช่องเก็บของไว้ให้เล็กน้อย โดยใช้บานเปิดได้ข้างนึงค่ะ โถสุขภัณฑ์จาก American Standard เช่นเดียวกับอ่างล้างมือ ด้านข้างมีพื้นที่ข้างโถพอสมควร นั่งได้สบายๆ ไม่อึดอัด ลักษณะปุ่มกดของโถสุขภัณฑ์จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ให้ขึ้นอยู่กับการใช้งานค่ะ จะได้ไม่เปลืองน้ำมากนัก อุปกรณ์ห้องน้ำอื่นๆ ใช้ยี่ห้อ American Standard เช่นเดียวกัน ดูสวยงามและแข็งแรงดี ได้ราวแขวนเสื้อหรือผ้าขนหนูจาก American Standard เช่นเดิม สำหรับห้องน้ำนั้นเค้าจะติดบานกระทุ้งมาให้ด้วยนะคะ อยู่ด้านบน ซึ่งช่วยระบายความชื้นและอากาศภายในห้องน้ำได้ดีค่ะ และไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมดูดอากาศให้เปลืองไฟด้วยนะ ติดกับห้องน้ำ และอยู่ด้านใต้บันไดนั้นจะมีการ Built-in ชั้นเก็บของใต้บันไดให้ เพื่อสามารถใช้พื้นที่ใช้สอยได้สูงสุดค่ะ ภายในพื้นที่เก็บของนี้สามารถเก็บของได้ระดับนึงนะคะ ไม่ได้เล็กนะ จริงๆสามารถใส่กล่องเก็บของใหญ่ๆ ได้เหมือนกันค่ะ ผนังด้านในห้องเก็บของติดดวงไฟให้ ลักษณะบันไดนั้นจะเป็นบันไดโครงเหล็กแบบนี้ค่ะ ถัดจากส่วนห้องน้ำมาแล้วเราขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อเลยนะคะ ในส่วนของบันไดนั้นใช้ราวจับเป็นไม้และเหล็กพ่นสีดำ ส่วนลูกตั้งและลูกนอนก็ได้เป็นไม้ยางเช่นเดียวกัน ดูสวยงามดีค่ะ ด้านข้างของบันไดมีเจาะช่องเปิดเป็นกระจกบาน Fixed ให้ด้วย เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามายังโถงบันไดได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองไฟเป็นดวงโคมในช่วงกลางวันด้วย หน้าตาสวิตช์ไฟภายในบ้าน จาก Siemens ค่ะ บริเวณโถงกลางของบันไดได้ช่องเปิดขนาดใหญ่ ซึ่งให้มาเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งด้วยนะคะ ช่วยให้บริเวณโถงบันไดสามารถระบายอากาศได้ดี รวมทั้งช่วยให้ลดพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้ดีเช่นกัน ลักษณะบันไดนั้นจะเป็นบันไดแบบพับผ้า หรือตัว U สลับขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงชั้นบนสุดเลย ข้อดีของการทำบันไดแบบพับผ้านี้คือไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านดีค่ะ ชานพักบันไดแบ่งให้เป็น 2 ขั้นแบบนี้ เดินได้ง่ายขึ้นกว่าบันไดที่ให้ขั้นมาเป็นแบบสามเหลี่ยม บ้าน DYPSIS : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับส่วนพื้นที่อเนกประสงค์ก่อน ค่อยแยกออกเป็นห้องนอนอีก 3 ห้องนะคะ สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์นั้นชั้น 2 นี้จะไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนนะ เค้าทำพื้นที่นี้ขึ้นมาเพื่อให้ลูกบ้านสามารถนำมาปรับฟังก์ชันเป็นพื้นที่ที่ตัวเองต้องการใช้งาน เช่นทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัวมากขึ้น เผื่อบ้านไหนรับแขกบ่อยๆ จะได้ให้พื้นที่นั่งเล่นด้านล่างเป็นพื้นที่รับแขกไป สมาชิกในบ้านก็ยังสามารถมาใช้งานพื้นที่นั่งเล่นด้านบนได้ หรือทำเป็นพื้นที่ทำงานส่วนตัวไปเลยก็ได้เช่นกันค่ะ อย่างบ้านตัวอย่างนั้นจะจัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นในชั้นบนนะคะ ก็สามารถวางชุดโซฟาและทีวีขนาดใหญ่ได้นะ ใครชอบดูหนังมากๆ จะกั้นห้องนี้เป็นห้อง Home Theater ก็สามารถทำได้สบายๆ เลยค่ะ ถัดมาเป็นเราจะพาไปดูห้องนอนเล็กกันนะคะ ภายในห้องนอนเล็กเหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 – 5 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างเตียงเหลือพอสมควรให้วางชุดโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้ ด้านข้างให้หน้าต่างบานใหญ่ทำให้แสงสว่างเข้ามาได้ดีทีเดียวค่ะ ดูห้องโปร่งโล่งดี อีกฝั่งด้านข้างเตียงเค้าจัดให้เป็นส่วนตู้เสื้อผ้านะคะ และปลายเตียงเป็นชั้นวางของ หรือวางทีวีก็ได้นะ มาที่ห้องน้ำรวมที่ใช้ร่วมกันบนชั้น 2 กันต่อนะคะ สำหรับภายในห้องน้ำนั้นแยกส่วนเปียกและให้ไว้ชัดเจนดีทีเดียวค่ะ คือบริเวณพื้นที่อาบน้ำมีการกั้นกระจกไว้ให้พร้อมยกธรณีสูงขึ้นมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนเรียบร้อย พื้นภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิกเช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อย พร้อมจบขอบด้วยไม้สำเร็จรูป ส่วนอ่างล้างมือให้มาทั้งหมดแบบนี้เลยค่ะ พร้อมกระจกเงาด้วยนะ อ่างล้างมือขนาดใหญ่ขึ้นจากชั้นล่างนะคะ แต่ไม่มีพื้นที่วางของมากนัก เค้าเลยแก้เป็นการ Built-in ตู้ด้านล่างมาให้อย่างดีทีเดียวค่ะ ขนาดกำลังดีเลยไม่เล็กไป ใช้งานได้ดี โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อเดิมกับห้องน้ำห้องที่แล้วนะคะ แต่เสียดายพื้นที่ด้านข้างโถที่ค่อนข้างน้อยเหมือนกัน ลักษณะของโถโค้งมน สวยงามดีค่ะ ส่วน Shower Box จะได้เป็นประตูกระจกเปิดเข้าแบบนี้ค่ะ ใช้งานสะดวกและเป็นสัดส่วนดี พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกะทัดรัดพอสมควรนะ ส่วนฝักบัวนั้นจะได้เป็นฝักบัวสายอ่อน ขนาดหัวฝักบัวค่อนข้างใหญ่ทีเดียว และบริเวณมือจับก็แข็งแรงดีทีเดียวค่ะ ด้านข้างผนังส่วนพื้นที่อาบน้ำนั้นได้หน้าต่างบานกระทุ้งด้านบนด้วย ช่วยระบายความชื้นได้ดีค่ะ ด้านล่างให้ก็อกสนามมาด้วย เผื่อไว้ซักล้างหรือทำความสะอาดห้องน้ำได้ หันกลับไปฝั่งประตูทางเข้าห้องน้ำ จะเห็นที่แขวนเสื้อผ้าอยู่ด้านข้างค่ะ เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนภายในชั้นนี้กันต่อเลย เดี๋ยวเราดูห้องนอนเล็กกันก่อนนะ ค่อยไปดูห้อง Master Bedroom กันต่อ ภายในห้องนอนเล็กอีกห้อง มีขนาดใกล้เคียงกับห้องนอนเล็กห้องที่แล้วนะคะ เหมาะกับการวางเตียง 3.5 – 5 ฟุต จะกำลังดีเลย ส่วนหน้าต่างห้องนี้ดูจะได้เยอะทีเดียวทำให้ตัวห้องดูโปร่งโล่งมากๆ เลยค่ะ แม้จะวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงพอสมควรนะคะ ปลายเตียงก็เหลือนะ สามารถวางชั้นวางทีวีได้เลยค่ะ ปลายเตียงสามารถวางทีวีได้เลย ส่วนด้านข้างเตียงทำเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าค่ะ เข้ามายังห้อง Master Bedroom กันต่อนะคะ ขนาดห้องนอนนี้ค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ สามารถแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ ได้เลยคือ โซนเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่วางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้และมีที่สำหรับ Built-in ชั้นวางทีวีพร้อมวางทีวีขนาดใหญ่ได้ ส่วนพื้นที่เตียงนอนสามารถวางเตียง King Size ได้สบายๆ พร้อมเหลือพื้นที่ทางเดินด้านข้าง ด้านหลังเตียงมีหน้าต่างให้ทั้ง 2 ข้างเลย รวมกับประตูบานเลื่อนกระจกฝั่งหน้าบ้านอีกทำให้ห้องดูสว่าง และโปร่งโล่งดีมากๆ ส่วนข้างเตียงเป็นประตูบานเลื่อนที่เปิดออกทั้ง 2 ด้านตามรูปเลยค่ะ ทำให้ได้ทางเข้า-ออกขนาดใหญ่ทีเดียว ใครชอบเปิดประตูสูดอากาศได้จากภายในห้องนอนกันได้เลยค่ะ เปิดประตูออกมาก็เจอกับภูเขาที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สดชื่นไปอีกก บริเวณระเบียงนั้นพื้นจะเป็นทรายล้างแบบนี้ค่ะ จากพื้นห้องนอนมีลดระดับลงมาเล็กน้อย ระเบียงใช้เป็นกระจกทำให้สามารถมองวิวภายนอกได้ดี และดู Modern ด้วยค่ะ อีกฝั่งก็เป็นเหมือนกันค่ะ ในส่วนของขนาดความกว้างระเบียงนั้นสามารถนำเก้าอี้ขนาดกะทัดรัดมานั่งเล่นชมวิวระยะไกลได้เลยนะ เพราะขนาดความกว้างระเบียงไม่ได้สั้นมาก เข้ามาภายในห้องนอนกันต่อนะคะ ด้านในสุดจะมีส่วน Walk in Closet ซึ่งจะเชื่อมกับห้องน้ำภายในห้องนอนด้วย กั้นประตูกระจกแบบนี้ให้ดูเป็นสัดส่วนดีค่ะ บริเวณพื้นที่ Walk in Closet แม้ไม่ได้ขนาดใหญ่มากแต่ก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าแบบ 2 ประตูได้นะคะ รวมทั้งโต๊ะเครื่องแป้งด้วย ถัดจาก Walk in Closet จะเป็นห้องน้ำภายในห้องนอนนี้ค่ะ ผังการจัดวางทั้งสุขภัณฑ์และขนาดจะใกล้เคียงกับห้องน้ำด้านนอกในชั้น 2 เลย สุขภัณฑ์ก็เหมือนกัน คือยี่ห้อ American Standard อีกมุมของโถสุขภัณฑ์ ด้านข้างมีพื้นที่เหลือเล็กน้อย ปุ่มกดน้ำแบ่งออกเป็น 2 ปุ่มเช่นเดียวกับห้องน้ำรวมในชั้น 2 เลย ส่วนพื้นที่ภายในห้องน้ำและฝักบัวก็เหมือนกับห้องน้ำรวมชั้น 2 อีกเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนอ่างล้างมือจะแตกต่างกันนิดหน่อยคือขนาดของตู้ Built-in ด้านล่างที่ได้ขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย และก็อกน้ำจาก Cotto ขนาดใหญ่ สวยงามดีค่ะ ขึ้นไปชั้น 3 กันต่อเลยนะคะ ช่องเปิดในชั้น 3 จะเล็กลงมาจากบริเวณชานพักชั้น 2 ชัดเจนมากเลย เนื่องจากเป็นชั้นที่ไม่ได้มักจะขึ้นบ่อยๆ อยู่แล้วเป็นปกตินะคะ ภายในชั้น 3 นี้จะมีฟังก์ชันเดียวค่ะ ซึ่งจะอยู่ภายนอก เดี๋ยวเราไปดูพร้อมกัน บ้าน DYPSIS : ชั้น 3 ก่อนเปิดประตูออกเค้าก็ทำทางให้เดินได้นะคะ เป็นกึ่งชานพักไม่ใช่ขึ้นบันไดแล้วก็ถึงหน้าประตูเลยจะค่อนข้างอันตรายไป สามารถพลัดตกได้ หน้าตาสวิตช์ไฟจาก Siemens เช่นเดียวกับชั้น 1 เลย ธรณีประตูค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ ออกมาจะมีขั้นบันไดออกไปยังส่วนพื้นที่สวนแบบ Outdoor บนชั้นดาดฟ้า หลังคานี้ได้เป็นแบบระแนงไม้สำเร็จรูปนะคะ สามารถกันแดดได้บางส่วนแต่ไม่สามารถกันฝนได้นะคะ บ้านตัวอย่างจัด Day Bed มาให้ดูเป็นไอเดียในการตกแต่ง เพราะบนชั้นนี้ได้วิวภูเขาสวยงามมากและบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ มองกลับไปจะเห็นว่าพื้นที่ชั้นดาดฟ้ามีขนาดพอสมควรนะคะ สามารถจัดชุดที่นั่งได้พอสมควรเลย ฟังก์ชันสวนดาดฟ้านี้ไม่ใช่แค่มานั่งเล่นชมวิวอย่างเดียวนะ ลูกบ้านสามารถจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างบาร์บีคิวกันได้ด้วยนะ ได้อารมณ์บ้านพักตากอากาศดีเลยทีเดียวค่ะ ราวกันตกใช้กระจกสลับกับราวเหล็กพ่นสีดำ มือจับเป็นไม้สำเร็จรูป วิวภายนอกที่เห็นเป็นแบบนี้เลยค่ะ มีอีกส่วนเป็นช่องทางเดินเล็กๆ แบบนี้ค่ะ แบบบ้าน BISMARCKIA : 292 ตร.ม. มาดูบ้านตัวอย่างหลังที่ 2 กันต่อนะคะ สำหรับบ้าน Type Bismarckia เป็นบ้านที่มีการออกแบบภายในค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ แม้จะมีพื้นที่ใช้สอยเท่ากับบ้านตัวอย่างที่แล้วแต่การจัดวางถือว่าต่างกันไปเลยเป็นคนละแนว แต่ยังคงไว้คือสไตล์และวัสดุต่างๆ จะมีความเป็นหนึ่งเดียวกันค่ะ ลองถ่ายรูปจากด้านข้างของตัวบ้านให้ดูเพิ่มเติม แล้วเดี๋ยวเราไปดูส่วนที่จอดรถกันค่ะ ในส่วนที่จอดรถนั้นสามารถจอดได้ 2 คันกำลังดี ภายในใช้เป็นพื้นคอนกรีตปูด้วยทรายล้าง ฝ้าเพดานติดด้วยดวงโคมดาวน์ไลท์ ทางเข้าบ้านถูกยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย ตรงกลางทำเป็นพื้นที่เก็บของซึ่งจะอยู่ใต้บันไดของตัวบ้าน และประตูด้านขวานั้นจะเป็นประตูทางเข้าตัวบ้านค่ะ เพื่อเวลาจอดรถเข้าบ้านแล้วไม่ต้องเดินอ้อมไปยังหน้าบ้านเพื่อเข้าบ้านค่ะ เข้าทางนี้สะดวกกว่า มาที่ทางเข้าหลักของบ้านกันต่อนะคะ สำหรับตัวบ้านนี้จะมีการยกระดับจากพื้นดินปกติค่อนข้างสูงพอสมควรเลย ดูจากขั้นบันไดหลายขั้นทีเดียว ข้อดีคือเรื่องของน้ำท่วมก็ช่วยให้น้ำไม่ไหลย้อนเข้าบ้านได้ค่ะ บ้าน BISMARCKIA : ชั้น 1 บริเวณหน้าบ้านมีเฉลียงและม้านั่งเล็กๆ ให้ ไว้สำหรับมานั่งใส่ร้องเท้าได้ ด้านบนทำกันสาดให้ช่วยกันแดดกันฝนได้ระดับนึงค่ะ ส่วนประตูทางเข้าบ้านนั้นเป็นประตูบานเลื่อนกระจกสีเขียวตัดแสงกรอบบานเป็นอลูมิเนียม ด้านข้างประตูได้กระจกบาน Fixed เพิ่มมาให้ด้วย เพื่อช่วยให้แสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวบ้านได้ดียิ่งขึ้น มือจับและตัวล็อกประตูได้แบบมาตรฐาน ภายในชั้น Foyer นี้จะมีแค่ส่วนของพื้นที่รับแขกนะคะ โดยสามารถจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้อยู่ และทำที่วางรองเท้าได้ พื้นที่นี้เหมาะกับครอบครัวที่มักจะต้องต้อนรับแขกที่บ้านอยู่บ่อยๆ นะคะ และการแยกพื้นที่บริเวณนี้ชัดเจนเลย โดยการยกฟังก์ชันอื่นๆ ทั้งหมดขึ้นไปที่ชั้น 1 ทำให้สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ มีความส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ด้านข้างเป็นประตูที่ออกไปยังส่วนที่จอดรถค่ะ ซึ่งบริเวณนี้ก็มีการลดระดับพื้นลงไปประมาณ 2 ขั้น หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุในบ้าน ก็ควรจะกั้นราวกันตกบริเวณขอบเพิ่มขึ้นมาหน่อยนะคะ จะได้ไม่สะดุดล้ม ขึ้นมาที่ชั้น 1 กันต่อนะคะ จะเห็นว่าบริเวณโถงหน้าบ้านนั้นได้ช่องเปิดเยอะมาก และฝ้าเพดานด้านบนก็สามารถติดโคมระย้าได้ด้วย ด้วยความที่เค้าออกแบบให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นแบบ Double Volumn พอมองไปที่พื้นที่ห้องรับแขกด้านล่างนั้นจะเห็นว่าพื้นที่ห้องรับแขกนั้นไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่เมื่อออกแบบให้เป็น Double Volumn ให้ก็ทำให้พื้นที่นี้ดูโปร่งโล่งและไม่เล็กอย่างทีคิดนะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 1 เราจะเจอส่วนพื้นที่รับแขกก่อนเลยค่ะ ซึ่งจัดว่าได้ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวนะคะ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ชุดเลย ด้านหลังชุดโซฟานั้นเป็นประตู-หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ค่อนข้างโปร่งโล่ง รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่ลดพัดผ่านได้ดีทีเดียวค่ะ แค่ติดมุ้งลวดเพิ่มเติมนะ ก็ไม่ต้องกลัวแมลงเข้า เปิดประตู-หน้าต่างได้สบายใจเลย แทบจะไม่ต้องเปิดแอร์ให้เปลืองค่าไฟ เดี๋ยวเราไปดูระเบียงที่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นกันต่อนะคะ ขนาดพื้นที่ระเบียงไม่เล็กไม่ใหญ่นะ สามารถวางโต๊ะเก้าอี้แบบ Outdoor มานั่งชมวิวกันได้อยู่ค่ะ บริเวณระเบียงนี้มีหลังคายื่นออกมาคลุมพื้นที่ส่วนนี้ทั้งหมด ไม่โดนแดดและฝน ราวกันตกได้เป็นกระจกพร้อมมือจับแบบไม้ ส่วนพื้นที่ได้เป็นพื้นทรายล้างล้อมรอบกระเบื้องด้านใน บริเวณทรายล้างนี้ช่วยในเรื่องกันลื่นได้ดีเลยค่ะ กลับเข้ามาส่วนพื้นที่นั่งเล่นกันต่อนะคะ จากพื้นที่นั่งเล่น จะมีขั้นบันไดขึ้นไปยังส่วนพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ เพราะจะอยู่ติดกับครัวหลักในชั้น 1 นี้เลย สังเกตว่าบ้านหลังนี้มีขั้นบันไดหรือการเล่นระดับบ้านค่อนข้างมากกว่าบ้านแบบแรกพอสมควรนะคะ การเล่นระดับบ้านนี้ช่วยให้สามารถแบ่งพื้นที่ภายในบ้านได้เป็นสัดส่วนและชัดเจนากขึ้นได้ โดยไม่ต้องใช้ผนังมากั้นเพื่อแยกพื้นที่การใช้งานออกจากกันนะคะ แต่ก็เหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้มีผู้สูงอายุที่เดินลำบากแล้วนะคะ ขึ้นมาแล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดเลยไปถึงด้านหลังด้วยเค้าออกแบบให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารทั้งหมด ซึ่งสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 8-10 ที่นั่งได้เลยนะ แต่หากครอบครัวไหนมีจำนวนสมาชิกไม่มาก ก็สามารถกั้นพื้นที่รับประทานอาหารออกมาเหมือนบ้านตัวอย่างได้นะ เช่นทำพื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่นอีกจุด หรือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ลูกบ้านเลยค่ะ ฝั่งด้านในติดกับพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นส่วน Pantrt เตรียมอาหารนะคะ ซึ่งส่วนนี้สามารถทำเป็น Pantry ล้างจาน เตรียมอาหารเบาๆ และทำเคาน์เตอร์นั่งกินข้าวเบาๆ ได้ หรือเรียกว่าเป็น Breakfast Counter ถัดมาเป็นส่วนครัวไทยนะคะ ซึ่งจะลดระดับพื้นลงมาเล็กน้อยและมีประตูบานเลื่อนปิดให้ เพื่อที่จะสามารถทำอาหารหนักได้ มีหน้าต่างให้ 2 จุดเพื่อระบายความชื้นและอากาศภายในครัว บริเวณ Sink ล้างจานติดหน้าต่างแบบบานเกร็ดให้เพื่อช่วยระบายความชื้นได้ดีมากขึ้น ออกมาจะเป็นส่วนพื้นที่ซักล้างและห้องแม่บ้านนะคะ ลานซักล้างให้เป็นพื้นคอนกรีตปกติ ภายนอกติดกับสวนหลังบ้านค่ะ ในชั้นล่างก็ติดคอมเพรสเซอร์ตรงหลังบ้านแบบนี้เลย อีกฝั่งมีก็อกสนามให้และตำแหน่งปั๊มน้ำจะอยู่บริเวณนี้ค่ะ ซ้ายมือจะเป็นประตูห้องครัวที่เราออกมาเมื่อสักครู่นี้ ส่วนประตูตรงกลางเป็นห้องนอนแม่บ้าน และขวามือเป็นห้องน้ำของแม่บ้านค่ะ ภายในห้องนอนแม่บ้าน มีหน้าต่างบานเลื่อนให้สำหรับระบายอากาศได้ ประตูห้องได้เป็นมือจับแบบโยก ภายในห้องน้ำทำออกมาได้ดีนะคะ แม้ไม่ได้กั้นส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ ส่วนอ่างล้างมือพร้อมกระจกเงา ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำที่จะอยู่ติดกันเลย ฝักบัวแบบสายอ่อนพร้อมกับที่วางสบู่ด้านข้าง พื้นที่โถสุขภัณฑ์ขนาดกระทัดรัดแต่ไม่ถึงกับอึดอัดนะ กลับมาที่ส่วนรับประทานอาหารกันอีกรอบนะคะ พื้นที่รับประทานอาหารส่วนด้านในนั้นแม้จะถูกกั้นพื้นที่ไปแล้วก็ยังสามารถจัดชุดที่นั่งได้ถึง 6 ที่นั่งเลยทีเดียวค่ะ มุมนี้ได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ถึง 2 ฝั่งทำให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งและลมพัดผ่านได้ดีเลย ด้านหน้าบ้านได้ส่วนระเบียงด้วย ขนาดระเบียงกะทัดรัด เหมาะกับออกไปชมวิวมากกว่าจะนั่งเล่นได้นะคะ กลับเข้ามาบริเวณพื้นที่รับประทานอาหารอีกรอบ ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะเป็นส่วนห้องน้ำชั้น 1 และโถงบันไดขึ้นไปยังชั้น 2 ค่ะ ภายในห้องน้ำชั้น 1 นี้จะได้พื้นที่อาบน้ำด้วยนะคะ ซึ่งเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกับชั้น Foyer ด้านล่างด้วย พร้อมฉากกั้นกระจกแยกส่วนเปียกและแห้งมาเรียบร้อยเลย โถสุขภัณฑ์ใช้ American Standard เช่นเดียวกับทุกห้อง ส่วนพื้นที่โดยรอบโถสุขภัณฑ์นั้นมีความกว้างกำลังดี ทำให้เวลานั่งไม่อึดอัดมากนัก บนฝาโถสุขภัณฑ์มีปุ่มกดน้ำแบบแยก 2 ปุ่มให้ มาที่โถงบันไดกันต่อนะคะ ด้านล่างโถงบันไดมีห้องเก็บของใต้บันไดให้เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่ใช้สอยภายในได้คุ้มค่ามากที่สุด บริเวณโถงบันได ได้กระจกและหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ทีเดียวสามารถระบายอากาศภายในบ้านได้ รวมทั้งยังไม่ต้องเปิดไฟบริเวณโถงในช่วงกลางวันด้วยนะ เพราะแสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาได้ดีมากเลย ส่วนชานพักบันไดในชั้นนี้จะไม่ได้ชานพักแบบเต็มพื้นที่นะ มีแบ่งเป็นขั้นบันไดสามเหลี่ยมอยู่ด้วย เนื่องจากฝ้าเพดานในแต่ละชั้นที่ให้มาค่อนข้างสูง ทำให้ต้องทำขั้นบันไดเพิ่มขึ้นมา บ้าน BISMARCKIA : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่มีห้องนอน 3 ห้อง และพื้นที่นั่งเล่นแบบ Out door นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ เมื่อขึ้นมาแล้วจะมีทางเดินหรือ Corridor แจกไปยังห้องต่างๆ ซึ่งการทำทางเดินของเค้าก็ไม่ได้ดูเหมือนบ้านปกติทั่วไปนะ เค้ามีการเปิดพื้นที่ด้านนึงให้โล่ง และทำเป็นเหมือนทางเดินลอยค่ะ บริเวณนี้จะเปิดเป็น Double Volumn ดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ พร้อมกับให้กระจกบานใหญ่ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้ดี มองลงไปด้านล่างเราจะเห็นพื้นที่รับประทานอาหาร, พื้นที่นั่งเล่นของชั้น 1 และทางเข้าบ้าน เข้ามาดูห้อง Master Bedroom ก่อนนะคะ เป็นห้องที่อยู่ตำแหน่งหน้าบ้าน และได้ห้องขนาดใหญ่ทีเดียว ว่าเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย อีกมุมบริเวณเตียงนอนซึ่งติดกับระเบียงหน้าบ้าน ได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ อีกมุมนึงของบริเวณเตียงนอน ด้านข้างมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยทำให้สามารถวางชุดโซฟาหรือโต๊ะทำงานด้านข้างได้ ประตูบานเลื่อนเป็นแบบ 4 ตอน เปิดออกตรงกลางทั้ง 2 ด้าน ได้ระเบียงค่อนข้างยาวทีเดียวค่ะ และเข้ามุมด้วยทำให้ได้วิวในมุมกว้าง อีกฝั่งเชื่อมกับพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ที่อยู่ตรงกลางบ้าน บริเวณพื้นที่นั่งเล่น Outdoor นี้ได้ขนาดพื้นที่มากพอสมควรเลยนะคะ สามารถวางชุดที่นั่งแบบ Outdoor ขนาดใหญ่ได้เลย จัดเป็นพื้นที่ Hangout ของครอบครัวอีกจุดนึง ให้มาปาร์ตี้ ปิ้งย่างบาร์บีคิวช่วงเย็น-ดึก เพลินๆ ได้เลย หรือครอบครัวไหนชอบตื่นเช้าชมวิวภูเขาก็มาจิบกาแฟที่มุมนี้ก็ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบเช่นกันนะ วิวที่ได้จากพื้นที่ Outdoor บริเวณพื้นที่ Outdoor นี้จะมีทางเชื่อมเข้ากับห้องนอนกลางด้วยนะคะ ด้านข้างของส่วนพื้นที่ Outdoor นี้จะมีมุมที่เซตผนังเข้าไปเล็กน้อย สามารถทำส่วน Pantry เตรียมอาหารและเครื่องดื่มได้นะ กลับเข้ามาส่วนภายในห้อง Master Bedroom กันอีกรอบนะคะ ที่ถัดจากโซนเตียงนอนแล้วจะเป็นส่วน Walk in Closet ภายในส่วน Walk in Closet สามารถวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ 2 ตู้พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง 1 ตัวตรงกลาง ติดกับ Walk in Closet เป็นห้องน้ำในห้อง Master Bedroom ค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งออกเป็น 3 โซน ชัดเจน ด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำแบบ Shower ตรงกลางจัดให้เป็นอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ส่วนฝั่งซ้ายนั้นมีอ่างอาบน้ำให้ค่ะ บริเวณพื้นที่อาบน้ำได้ฉากกั้นกระจกกันน้ำกระเด็นออกมาส่วนแห้งได้ดี ติดกับพื้นที่อาบน้ำนั้นจะมี Pocket Garden เล็กๆ ให้ซึ่งสามารถตกแต่งโดยการวางต้นไม้ให้ดูสีเขียวร่มรื่นได้เหมือนบ้านตัวอย่างเลยค่ะ แนะนำว่าไม่ควรเลือกต้นไม้ที่ชอบแดดมากนักนะคะ เพราะตำแหน่งนี้ไม่ค่อยโดนแดดเสียเท่าไหร่ เนื่องจากเค้าทำระแนงบังสายตาส่วนนี้อยู่ เพื่อให้ไม่ให้ภายนอกสามารถมองเห็นเข้ามาภายในห้องน้ำได้นั่นเอง ขนาดพื้นที่ Pocket Garden นี้ไม่ใหญ่มากค่ะ วางต้นไม้ได้ประมาณ 1-2 กระถาง สำหรับต้นไม้ไซส์กลาง ถัดมาเป็นส่วนอ่างอาบน้ำนะคะ บริเวณนี้จะติดกับพื้นที่ภายในห้องนอนนะ เค้าทำให้เป็น Sexy Bathroom คือมีกระจกใสมองเห็นได้จากภายในห้องนอน ซึ่งเหมาะกับใช้งานแบบคู่รัก หากใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิล์มฝ้าได้นะคะ สำหรับอ่างให้มาขนาดกำลังดี ไม่เล็กเกินไป นอนแช่ได้สบายๆ ค่ะ มีฝักบัวสายอ่อนให้เรียบร้อย อ่างนี้จากยี่ห้อ American Standard ด้านข้างได้หน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศและให้แสงสว่างเข้ามาได้ดี ถัดมาดูห้องนอนเล็กกันบ้างนะคะ ค่อยไปดูห้องนอนกลางที่อยู่มุมในสุด ภายในห้องนอนเล็กมีขนาดกะทัด สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้กำลังดีค่ะ และจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงพอสมควรให้สามารถวางโต๊ะทำงานได้ แต่หากใครไม่ได้ต้องการโต๊ะทำงานในห้องนอนก็สามารถขยายเตียงเป็น 5 ฟุตได้นะคะ บริเวณห้องเตียงได้หน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่พอสมควร ปลายเตียงมีพื้นที่ไม่มากเท่าไหร่ บริเวณนี้เป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า สุดทางจะแบ่งเป็นห้องนอนกลางและห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กและห้องนอนกลาง ภายในห้องนอนกลางค่อนข้างใหญ่กว่าห้องนอนเล็กพอสมควรเลยค่ะ และได้ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่มองวิวได้ดีเลย โซนเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบาย ได้หน้าต่างเยอะทีเดียวค่ะ ประตูบานเลื่อนนี้จะเชื่อมกับระเบียงห้องและพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ตรงกลางที่เชื่อมกับห้อง Master Bedroom ด้วย ทางเชื่อมกับส่วนพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ส่วนห้องน้ำชั้น 2 นี้มีตำแหน่งและการจัดวางผัง รวมไปถึงสเป็คของสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องน้ำชั้น 1 เลยค่ะ :::: ราคา (ม.ค.61) :::: **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และข้อมูลที่อัปเดตที่สุดค่ะ :::: สรุป :::: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บนบน ซอย บางทอง ซึ่งเป็นถนนเส้นรองจาก ถนน ภก.4020(วิชิตสงคราม) ค่ะ โดย Pruksa Avenue แห่งนี้ ประกอบด้วยโครงการในเครือพฤกษา อยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกันค่ะ โดยโครงการของเรา เป็นโครงการที่ราคาสูงที่สุด ด้วยดีไซน์และทำเลที่ได้วิวธรรมชาติ ภูเขาด้านหลังโครงการมากที่สุด ตัวโครงการตั้งอยู่บน ซ.บางทอง ซึ่งนับว่าเป็นย่านอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากตัวเมือง อ.กะทู้ และสามารถเดินทางไปยังโซนตัวเมือง Central Festival ภูเก็ต , หาดป่าตอง หรือตัวเมืองเก่าภูเก็ตได้ในระยะประมาณ 5 กม. เท่าๆกัน และ ซ.บางทอง นั้นเองเป็นถนนเส้นรองจาก ถ.ภก.4020 หรือ ถ.วิชิตสงคราม และไม่ไกลจากแยกกะทู้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ รร.กะทู้วิทยา , ที่ว่าการ อ.กะทู้, ตลาดสดกะทู้ และแยกเก็ตโฮ่ จากโครงการหากวิ่งถนน 4020 ไปทางทิศตะวันออก ก็จะเจอกับสนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อยู่ตรงข้ามกัน และสามารถวิ่งเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำบางวาดได้ อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าอ.เมืองภูเก็ตได้ภายใน 10 นาที ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการ Central ภูเก็ต เนื้อที่กว่า 300,000 ตร.ม. มาเปิดอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ต ช่วยชูศักยภาพทำเลในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หลักๆจะใช้ถนนเส้น ภก.4020 (หรือถนนวิชิตสงคราม) ซึ่งถือว่าสะดวกสบายค่ะ เนื้องจาก อ.กะทู้ มีถนนเส้นหลัก ที่เชื่อมต่อกับถ.4020 คือ ถนนพระบารมี, ถนนพระภูเก็ตแก้ว สามารถเดินทางระหว่างตัวเมืองหาดป่าตอง-อ.เมืองภูเก็ต ได้ และใช้ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 หรือ ถ.ภก.3030 วิ่งไปโซนอ.เกาะแก้วได้อย่างรวดเร็วค่ะ ส่วนจากโครงการ หากต้องการวิ่งเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก็สามารถใช้ ถนนวิชิตสงคราม วิ่งออกสู่ บริเวณแยก Central Festival ภูเก็ต และต่อออก ถ.พระเจ้าฟ้าตะวันตก หรือถนนสตูลได้เลย หรือ จะใช้ถนนพระภูเก็ตแก้ว วิ่งออก ถ.เยาวราช ก็สะดวกค่ะ ในอนาคตจะมีทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง เป็นทางด่วนเก็บค่าผ่านทาง แต่จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ • การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะของโครงการนี้อาจลำบากสักนิดนึงค่ะเนื่องจาก พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ลึกในสุดของ Pruksa Avenue เลย ต้องเดินออกไปที่ซอยบางทองประมาณ 680 เมตร และเดินต่อไปอีก 100 เมตร จะถึง ถ.4020(วิชิตสงคราม) ที่จะมีรถสองแถววิ่งในช่วงกลางวันประมาณ 7.30-17.00 เท่านั้น หากต้องการเดินทางในเวลากลางคืนคงจะเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว, รถจักรยานยนต์เสียมากกว่านะคะ • การออกแบบโครงการและวัสดุ โครงการ The Palm กะทู้-ป่าตอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Luxury จำนวน 120 ยูนิต บนพื้นที่ขนาดประมาณ 39 ไร่ค่ะ ซึ่งเป็นโครงการที่การวางผังจะเรียงตามแนวของเชิงเขา ทำให้บ้านทุกหลังจะได้วิวธรรมชาติของภูเขาค่ะ โดยแบบบ้านทั้งหมดจะมีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน ว่าจะไปตั้งบนส่วนไหนของทางลาดเชิงเขาบ้าง ประกอบด้วยแบบที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว 3 แบบ และแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว อีก 2 แบบค่ะ โดยหลังเล็กที่สุด จะเป็นแบบใหม่ที่ยังไม่มีบ้านตัวอย่าง ก็คือบ้าน BUTIA(179 ตร.ม.) รองลงมาก็จะเป็นบ้าน ROYSTEONIA (222 ตร.ม.) ซึ่งสูง 2 ชั้น ส่วนอีกสามแบบ DYPSIS พื้นทีใช้สอย 230 ตร.ม. ส่วน LICUALA, และ BISMARCKIA นั้น พื้นที่ใช้สอยเท่ากันที่ 292 ตร.ม. แต่จะเป็นบ้านสูง 2 ชั้นพร้อม Sky Deck ที่สามารถนั่งพักผ่อนชมวิวบริเวณดาดฟ้าของบ้านได้ บ้านทุกหลังจะแตกต่างกันที่ Function พื้นที่ใช้สอยค่ะ ซึ่งก็แล้วแต่ลูกค้าว่าชอบฟังก์ชั่นแบบไหน แต่ที่เหมือนกันคือเน้นความโปร่งโล่งและเปิดมุมมองให้เห็นวิวธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ วัสดุที่ได้อยู่ในระดับมาตรฐาน-ดีมาก • สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ จะเป็นสวนสาธารณะสวยงามทอดยาวจากป้อมยามจนถึงกลางโครงการค่ะ มีการจัด Landscape ที่สวยงามพร้อม Jogging Track ศาลาพักผ่อนในร่มขนาดใหญ่ และสนามเด็กเล่น ที่ลงต้นไม้สวยงามให้ร่มเงา ส่วนอาคารคลับเฮ้าส์ จะเป็นอาคารส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับโครงการทั้งหมดภายใน Pruksa Avenue กะทู้ ภูเก็ตจำนวน 5 โครงการด้วยกันค่ะ ประกอบด้วยสระว่ายน้ำริมบ่อน้ำที่ให้ความรู้สึก เหมือนว่ายน้ำสระใหญ่ๆ และฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นครบครันค่ะ แต่ข้อดีคือ ตำแหน่งที่ตั้งของคลับเฮ้าส์ นั้นอยู่ด้านหน้าโครงการเราพอดีเลย เดินออกไป 30 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: TEL : 1739 SALES OFFICE : 076-319-496 (9.00-18.00 น.) WEBSITE : *** หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
พิกัด GOOGLE MAP : 7.903092, 98.335040
3 ห้อง
7,900,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
EP.514 รีวิว กัสโต้ ราชพฤกษ์-พระราม 5 Gusto Ratchapruek-Rama 5 สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ทุกคนค่ะ วันนี้เราจะพาไปชมโครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม5 จาก กัสโต้ วิลเลจ ในเครือ Q House เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น บนถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ใกล้แยกบางสีทองและสามแยกบางศรีเมือง เดินทางเข้า-ออกตัวเมืองสะดวกด้วย ถ.นครอินทร์ และ ถ.ราชพฤกษ์ กัสโต้ ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 350 ยูนิต บนเนื้อที่ทั้งหมด 33-2-83.3 ไร่ เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 17.9 – 21.2 ตร.ว. มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 106 – 131 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน, 2-3 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือนสิงหาคม 2561 สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ อาทิ สระว่ายน้ำ, คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, CCTV และประตูคีย์การ์ดพร้อมรปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท (มี.ค.61) ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นอย่างไร อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ :::: ที่ตั้งโครงการ :::: ถ.บางกรวย-ไทรน้อย (ใกล้สามแยกบางศรีเมือง) ตำบล บางกร่าง อำเภอเมือง จ.นนทบุรี พิกัด GOOGLE MAPS : 13.832398,100.468514 โครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นโครงการทาวน์โฮม สูง 2 ชั้น ตั้งอยู่บน ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ช่วงใกล้ สามแยกบางศรีเมือง และ แยกบางสีทอง ค่ะ เนื่องจากถนนเส้นนี้วิ่งตัดผ่านหลายตำแหน่งด้วยกัน ตั้งแต่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ผ่านบางบัวทอง, บางใหญ่ ตัดเป็นแนวเฉียงจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จนถึง อ.บางกรวย สะพานพระราม 7 ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงแม้จะเป็นถนนที่ยาว แต่ไม่สามารถขับรถได้เร็วมากนักค่ะ เนื่องจากเป็นถนนสวนกันสองเลนซะส่วนใหญ่ สองฝั่งข้างทางก็จะเป็นวัดและพื้นที่ชุมชน การเดินทางหลักๆจึงจะอยู่ถนนเส้นใหญ่ เส้นหลักๆที่ตัดผ่าน หากเป็นบริเวณโครงการก็คือ ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ นั่นเอง การเดินทางหากดูจากแผนที่ด้านบนถือว่าสะดวกสบายมากๆด้วยถนนเส้นหลักหลายสายด้วยกัน เนื่องจากอยู่ตรงกลางระหว่าง ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ตัดกับ ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ เป็นสามเหลี่ยม ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวกในทุกทิศทาง หากขึ้นเหนือใช้ ถ.ราชพฤกษ์ไปบางบัวทอง วิ่งออกรัตนาธิเบศร์ไปบางใหญ่ หรือสะพานพระนั่งเกล้า หากลงใต้มุ่งหน้าไปเพชรเกษมก็ใช้ ถ.ราชพฤกษ์ก็สะดวกค่ะ แต่ก็สามารถวิ่งจากแยกบางสีทอง ออกวงเวียนเทอดพระเกียรติ สู่สะพานพระราม 7 ไปประชาชื่น หรือ ออกสะพานซังฮี้ ไปฝั่งพระนครได้ หรือจะวิ่งนครอินทร์ออก ถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักมุ่งตรงสู่ย่านพระราม2, มหาชัย ก็รวดเร็วค่ะ ความอุดมสมบูรณ์ก็ใช้ได้เลยค่ะ เนื่องจากอยู่ใกล้แยกบางสีทอง ซึ่งมี Tesco Lotus นครอินทร์ และ Makro ตั้งอยู่ และอยู่ใกล้ วงเวียนราชพฤกษ์ ซึ่งมีห้างสรรพสินค้า และ Hyper Market หลายแห่งทั้งสองฝั่งถนน เส้นราชพฤกษ์ก็เช่น The Walk, Home Pro, The Crystal และ Home Work ส่วนเส้นนครอินทร์มุ่งหน้ากาญจนาภิเษกก็จะเจอตลาดพระราม 5 และ Plus Mall บางใหญ่ค่ะ ส่วนความอุดมสมบูรณ์ภายในซอยถึงแม้จะเป็นพื้นที่ชุมชนบ้านพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ มีวัด และโรงเรียน สาธารณูปโภคก็จะเป็นร้านค้าอาคารพาณิชย์ เรียงรายอยู่สองข้างทาง ทั้งร้านอาหาร คลีนิค ร้านขายยาและจิปาถะต่างๆ และก็มีตลาดที่ใกล้ที่สุดอย่างตลาดนัดศิริมงคล อยู่เส้นบางศรีเมือง ห่างจากโครงการ 500 เมตร โครงการอยู่ห่างสามแยกบางศรีเมือง 70 เมตรเท่านั้น โดยบริเวณแยกจะมี 7-11 และวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งใกล้ๆมากๆเลยค่ะ พื้นที่รอบๆส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในแนวราบ และมีโครงการหมู่บ้านหลายแห่งด้วยกัน หากทางที่เข้ามาจากแยกบางสีทองก็จะเจอทั้งโครงการหมู่บ้านใหม่ๆ และชุมชนดั้งเดิม ส่วนขา Shop ก็ต้องไปไกลหน่อยเพราะห้างใหญ่ๆในละแวกนี้ไม่มี คงต้องขับรถไป Central Westgate บนถนนกาญจนาภิเษก, Central รัตนาธิเบศร์ บนถนนรัตนาธิเบศร์ หรือเดอะมอลล์ งามวงศ์วานและพันทิพย์ บนถนนงามวงศ์วานค่ะ ::: สรุปแยกและถนนสำคัญใกล้เคียง ::: :::: การเดินทางสู่โครงการ :::: วันนี้ทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว เส้นทางการเดินทางตาม ลูกศรแดง โดยเริ่มเดินทางจาก แยกวงศ์สว่าง > ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี > แยกติวานนท์ > สะพานพระราม 5 > Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 โดยเราจะพาชมทำเลรอบๆโครงการไปพร้อมกันเลยนะคะ ไปชมกันเลยค่ะ การเดินทางเริ่มต้นจาก แยกวงศ์สว่าง มุ่งหน้าสะพานพระราม 7 รอสัญญาณไฟแดง เลี้ยวขวาออก ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ตอนนี้เราอยู่ที่ ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี ค่ะ จะเห็นรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีวงศ์สว่างทันทีที่เลี้ยวมา จากถ.กรุงเทพ-นนทบุรี มุ่งหน้าแยกติวานนท์ เข้าสู่เขต จ.นนทบุรี ถึงแยกติวานนท์แล้วค่ะ ให้เลี้ยวซ้าย เพื่อไปสะพานพระราม 5 เมื่อเลี้ยวซ้ายมาก็จะออก ถ.นครอินทร์ค่ะ ให้ใช้ช่องทางขวามือ ขึ้นสะพานพระราม 5 ตามป้ายบอกทาง เมื่อวิ่งลงสะพานมาก็จะเจอ Makro นครอินทร์อยู่ขวามือ ซ้ายมือจะเจอ Honda พระราม 5 และป้ายบอกทางให้ชิดซ้ายเพื่อไป ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ชิดซ้ายออกทางคู่ขนาน ถ.นครอินทร์ เมื่อชิดซ้ายมาแล้วตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าสู่แยกบางสีทอง ฝั่งซ้ายมือจะเจอกับ Tesco Lotus นครอินทร์ ซึ่งเป็นโลตัสที่ใกล้ที่สุดของโครงการ รอสัญญาณไฟแดงที่แยกบางสีทอง แล้วเลี้ยวขวาไปเลยค่ะ ตอนนี้เราอยู่บน ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ขวามือจะเจอปั๊มน้ำมัน PT ถนนเส้นนี้มีโครงการหมู่บ้านเรียงรายอยู่สองฝั่งข้างทางซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแนวราบค่ะ ซ้ายมือเป็นหมู่บ้านนนทรี 1 และร้านอาหาร ร้านขายยาทั่วไป เลยมาหน่อยก็จะเจอวัดแดงประชาราษฏร์ ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการ 460 เมตร ซึ่งชุมชนบริเวณนี้ก็จะเรียกว่าชุมชนหลวงพ่อแดง ริมคลองบางกอกน้อย ก่อนถึงโครงการก็จะเจอกับหมู่บ้านจิราวดี บางกรวย-พระราม 5 ซึ่งด้านหน้าก็จะเป็นอาคารพาณิชย์ เป็นร้านรับเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนถึงโครงการก็จะเจอกับอาคารโกดังทรงโค้ง บริษัทรัตนอะไหล่ยนต์ จำกัด ภาพบริษัทรัตนอะไหล่ยนต์ ภาพบริษัทรัตนอะไหล่ยนต์ และพื้นที่ข้างเคียงขวามือเป็นบ้านพักอาศัยติดซุ้มทางเข้าโครงการ ฝั่งตรงข้ามรัตนอะไหล่ยนต์ เลยมาหน่อยก็จะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนายตุ้ย ซึ่งด้านหน้าที่จอดรถ ของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ และสนามฟุตบอลบางกรวย ซึ่งสนามฟุตบอลนี้จะอยู่ติดกับซอยสินสมบูรณ์ค่ะ ทางเข้าโครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 จะอยู่ตรงข้ามเยื้องๆกับ ซอยสินสมบูรณ์ และก่อนถึงสามแยกบางศรีเมือง 70 เมตร ให้สังเกตอาคารสูง 3 ชั้นครึ่ง สีส้มด้านหน้า ปัจจุบันซุ้มหน้าโครงการยังสร้างไม่เสร็จนะคะ หากสร้างเสร็จสวยงามเรียบร้อยแล้วเราจะมาอัพเดทภาพให้ชมกันต่อไปค่ะ อาคารข้างเคียงโครงการฝั่งขวามือจะเป็นตึกสีส้มสูง 3 ชั้นครึ่ง ถัดไปก็จะเป็นอาคารอพาร์ทเมนท์สูง 2 ชั้น ส่วนฝั่งซ้ายมือก็จะเป็นบ้านพักอาศัยมีรั้วกั้นแบบนี้ ฝั่งตรงข้ามโครงการก็จะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่งเช่นกัน ซอยด้านขวามือคือซอยสินสมบูรณ์ เลยหน้าโครงการ ฝั่งมุ่งหน้า ถ.ราชพฤกษ์ไปประมาณ 70 เมตร ก็จะเจอสามแยกบางศรีเมือง หากเลี้ยวขวาก็จะออก ถ.บางศรีเมืองค่ะ ฝั่งตรงข้ามแยกมี 7-11 ค่ะ ห่างจากโครงการประมาณ 80 เมตร ภาพมุมมองตรงๆไปยัง ถ.บางศรีเมือง จากสามแยกบางศรีเมือง ซ้ายมือเป็นวินมอเตอร์ไซค์ ขวามือเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ ภาพร้านเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ขวามือก่อนถึงแยกบางศรีเมือง ร้านค้าอาคารพาณิชย์บริเวณแยกบางศรีเมืองจะอยู่ฝั่งที่มีวินมอเตอร์ไซค์ค่ะ มีทัั้งคลีนิคหมอฟัน บ้านน้ำนนท์คลีนิครักษาสัตว์ ห้างทองกิจมนตรี ร้านรับทำกรอบรูปและรับสร้างบ้าน มีร้านเสริมสวย และร้านอินเตอร์เนต ::: จุดขับรถขึ้นทางด่วน ::: จากโครงการเดินทางสะดวกสบายในทุกทิศทางค่ะ เพราะมีถนนเส้นใหญ่อย่าง ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ตัดเป็นรูปกากบาท หากวิ่งจากถ.นครอินทร์ ก็สามารถออกสู่ ถ.กาญจนาภิเษกได้ หากต้องการใช้ ถ.กาญจนาภิเษก มุ่งหน้าลงใต้ ไปบางหว้า, พระราม2 ธนบุรี-ปากท่อ ให้ออกทางแยกบางสีทอง จะใกล้ที่สุดค่ะ ส่วนหากต้องการมุ่งหน้าไปบางบัวทอง แล้ววิ่งออกแยกบางสีทอง จะอ้อมสักหน่อย แนะนำจากหน้าโครงการให้เลี้ยวซ้าย ออกถ.ราชพฤกษ์ วิ่งตรงสู่ ถ.บางใหญ่- บางคูลัด ถึงต้องไปกลับรถสักหน่อยบริเวณถ.กาญจนาภิเษก แต่ก็ใกล้กว่ากันถึง 2 กม. ค่ะ หรือหากต้องการใช้ทางพิเศษศรีรัช เพื่อเข้าตัวเมือง กทม. หรือวิ่งไปยังบางปะอินก็สามารถขึ้นได้ 2 จุด คือ ::: การเดินทางโดยรถไฟฟ้า ::: โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการตามแนวรถไฟฟ้าค่ะ แต่ก็สามารถใช้วินมอเตอร์ไซค์บริเวณสามแยกบางศรีเมืองห่างจากโครงการ 80 เมตร ไปยังรถไฟฟ้า “สถานีตลิ่งชัน” ได้ในระยะทางประมาณ 8.9 กิโลเมตร โดยสถานีนี้เป็นสถานี Interchange ของโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตถึง 3 สายด้วยกัน คือ 1. รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ซึ่งแบ่งออกเป็นช่วงดังต่อไปนี้ ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน : ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้บริการ ช่วงตลิ่งชัน- ศิริราช : คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา : คาดว่าแล้วเสร็จปี 2562 ซึ่งสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุด คือสถานีบางบำหรุ ระยะทาง 6 กม. ค่ะ 2. รถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยาย สายสีเขียวอ่อน (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน) : ปัจจุบันกำลังรอพิจารณาโครงการ คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 3. รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) : อยู่ในแผนก่อสร้างปี2560 คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 นอกจากนี้ หากวิ่งจากเส้นราชพฤกษ์หรือบางกรวย-ไทรน้อย ไปทางทิศเหนือ ก็จะมี รถไฟฟ้าสายสีม่วง(ช่วงเตาปูน-บางใหญ่) สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีสะพานพระนั่งเกล้า (5.5 กม.) โดยจากโครงการวิ่งผ่าน ถ.บางศรีเมือง ออกสู่ ถ.นนทบุรี 1 ข้ามสะพานนนทบุรี 1 วิ่ง ถ.สนามบินน้ำก็จะถึงสถานีค่ะ ซึ่งใกล้กว่า สถานีบางรักใหญ่ (7.7 กม.) ที่ดูเหมือนจะวิ่งออกเส้นราชพฤกษ์ได้ง่ายกว่ากันถึง 2 กม. ซึ่งปัจจุบันสร้างเสร็จและเปิดให้บริการแล้วค่ะ ::: การเดินทางโดยรถประจำทาง ::: การเดินทางสำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวอาจจะลำบากหน่อย เพราะหน้าโครงการจะไม่มีรถสาธารณะใดๆผ่าน นอกจากพี่ Taxi ให้ได้เรียกใช้บริการ ป้ายรถเมล์จะอยู่หน้า Tesco Lotus แยกบางสีทอง ถ.นครอินทร์ค่ะ ส่วนถ.ราชพฤกษ์ให้ทำใจหน่อยเพราะมีรถเมล์วิ่งผ่านแค่สายเดียวค่ะ คือสาย 751 เป็นรถเมล์ฟรี วิ่งจากสะพานพระราม 4 ไปยัง BTS บางหว้า โดยสายนี้จะวิ่งเส้นราชพฤกษ์ตรงยาวจากปากเกร็ดไปเพชรเกษมค่ะ แต่อาจจะรถน้อย คอยนานสักหน่อยน่าจะไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์ บริเวณสามแยกบางศรีเมือง เดินจากหน้าโครงการไป 80 เมตรค่ะ อัตราค่าบริการตามภาพด้านบน :: รถเมล์สายที่ผ่าน :: ถ.นครอินทร์ : ป้ายหน้า Tesco Lotus สาย 63,114 ถ.ราชพฤกษ์ : 751 :::: สถานที่สำคัญใกล้เคียง :::: **ระยะทางวัดจากการเดินทางจากรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** :::: ตัวโครงการ :::: โครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 350 ยูนิต บนเนื้อที่ทั้งหมด 33-2-83.3 ไร่ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 106 – 131 ตร.ม. โครงการวางผังเป็นรูปตัว H หมุนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ โดยจะมีถนนเมนกว้าง 16 เมตร ตัดเข้ามาภายในโครงการ ผ่านถนนซอยกว้าง 8 เมตรแยกออกไปเป็นทาวน์โฮมแต่ละเฟส จนเจอวงเวียนทางแยก ซึ่งจะเป็นถนนเมนตัดไปทางขวามือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Club House, อาคารสำนักงานขาย และสวนสาธารณะ ถัดเข้าไปอีกก็จะเป็นบ้านพักอาศัยทั้งหมดแล้วค่ะ ส่วนบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบ จะอยู่ที่ด้านซ้ายมือ ของวงเวียน โดยถนนหลักมีการแบ่งเลนขี่จักรยานเอาไว้ให้ด้วย สามารถขี่จักรยานเล่นรอบโครงการได้ ซึ่งโครงการถือว่าจัดตำแหน่งของส่วนกลางได้ดีทีเดียวค่ะ อยู่ตรงกลางและเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวจากภายนอก และทุกยูนิตบ้านสามารถเข้ามาใช้งานได้ในระยะเท่าๆกัน ซึ่งประกอบด้วย สวนสาธารณะขนาดใหญ่, สนามเด็กเล่น, ศาลาพักผ่อน, Club House สระว่ายน้ำ ขนาด20 x 9 เมตร ลึก 1.3 เมตร ระบบน้ำเกลือ, ห้องฟิตเนส และห้องอาบน้ำแยกชาย-หญิง ค่อนข้างครบครันทีเดียว :::: ภายในโครงการ :::: หน้าโครงการและป้อมยาม บริเวณทางเข้าโครงการมีซุ้มตกแต่งสวยงามติด Logo Q.House ชัดเจน แบ่งทางเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่งและมีป้อมรปภ.อยู่ตรงกลางเพื่อให้สามารถดูแลลูกบ้านทั้งฝั่งเข้าและออกได้ทั่วถึง ประตูทางเข้าเป็นแบบบานเลื่อนอัตโนมัติ ดูแข็งแรง ด้านข้างติด CCTV และเครื่องสแกนบัตรสำหรับใช้คีย์การ์ดสแกนเข้าได้เลย ไม่ต้องรอรปภ.มาเปิดให้ สะดวกในการใช้งาน อีกฝั่งก็เหมือนกันค่ะ หันกลับมาอีกฝั่งจะเห็นว่าบริเวณทางเข้าโครงการมีการยกระดับพื้นขึ้นสูงเล็กน้อย นั้นก็เพื่อที่จะสามารถกันน้ำจากบนถนนไม่ให้ไหลย้อนเข้ามาในโครงการได้ระดับนึงค่ะ ในช่วงที่ฝนตกหนัก แล้วท่อระบายน้ำบนถนนระบายไม่ทัน ถนนภายในโครงการ เข้ามาภายในโครงการบริเวณถนนหลักนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งขาเข้าและขาออกชัดเจน โดยกั้นด้วยเกาะกลางปลูกไม้พุ่มและไม้ยืนต้นให้ดูร่มรื่นสวยงาม นอกจากถนนกว้างขวางแล้วด้านข้างถนนก็มีการตีเส้นถนนแบ่งให้มี Bike Lane เพิ่มมาด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ขี่จักรยาน เพราะได้พื้นที่ชัดเจน ภายในซอยย่อยของโครงการส่วนใหญ่จะเป็นซอยตัน และมีจำนวนยูนิตไม่มากนักเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านในแต่ละซอย อีกซอยเป็นซอยของทาวน์โฮมขนาดใหญ่ขึ้นจะมีจำนวนยูนิตในแต่ละซอยน้อยลงไปอีกหน่อย ถัดมาจากส่วนบ้านตัวอย่างนั้น ด้านข้างจะมีพื้นที่จอดรถสำหรับ Visitor ที่มาดูโครงการ หันมาอีกฝั่งบริเวณด้านข้างของถนนหลักนั้นจะเป็นส่วน Club House ค่ะ ซึ่งอีกฝั่งนั้นจะเป็นทาวน์โฮมขนาดใหญ่ของโครงการที่หันหน้าเข้าหาพื้นที่ส่วนกลาง ข้อดีก็คือหน้าบ้านไม่หันไปประชันหน้ากับบ้านฝั่งตรงข้าม แต่จะได้เป็นวิวของสวนและพื้นที่ส่วนกลางแทน เดี๋ยวเราไปดูบรรยากาศบริเวณ Club House กันต่อนะคะ โดยติดกับส่วน Club House นั้นจะเป็นพื้นที่สวนหย่อมภายในโครงการและสนามเด็กเล่นค่ะ Club House และสระว่ายน้ำ Club House ของที่นี่ออกแบบมาในสไตล์ Modern สีขาว-ฟ้าสะอาดตา สอดคล้องกับสไตล์ของตัวบ้าน หน้าทางเข้าส่วน Club House เป็นสระว่ายน้ำแบบกลางแจ้ง บริเวณทางเข้าส่วน Club House ตกแต่งด้วยกระจกและประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ทำให้ภายในดูโปร่งโล่ง เข้ามาจะเป็นพื้นที่ขายของโครงการอยู่นะคะ แต่ในอนาคตจะมีการปรับเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่จะให้ทางนิติบุคคลของหมู่บ้านดูแลบริหารต่อไป บริเวณส่วนสระว่ายน้ำดูร่มรื่นเพราะรอบข้างได้ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปลูกอยู่โดยรอบสระ แม้จะเป็นสระกลางแจ้งแต่ก็ดูร่มรื่นดีค่ะ ส่วนขนาดของสระนั้นจัดว่ามีขนาดพอสมควรทีเดียวสามารถรองรับลูกบ้านมาเล่นได้หลายคนเลยค่ะ และเป็นขนาดที่สามารถว่ายออกกำลังกายได้ ฝั่งที่ติดกับพื้นที่ทางเดินนั้นจะเป็นสระเด็ก ซึ่งจัดให้อยู่ในตำแหน่งค่อนข้างดี ตรงที่ใกล้ฝั่ง ทำให้ผู้ปกครองดูแลได้ง่าย ส่วนพื้นที่ทางเดินรอบข้างสระนั้นวางชุดที่นั่งโซฟาแบบ Outdoor ให้นั่งเล่นกันได้ในร่มไม่โดดแดดตรงๆ อีกฝั่งวาง Day Bed ให้ประมาณ 5 ตัว เผื่อใครอยากนอนอาบแดดให้ผิวแทนสวยๆ ค่ะ บริเวณด้านข้างสระนั้นทำเป็นพื้นที่นั่งแช่ในสระได้ ชิลๆ กันไปค่ะ หันกลับมาดูอีกวิวหนึ่งของสระว่ายน้ำ บรรยากาศร่มรื่น สะอาด น่าใช้งานดีทีเดียวค่ะ ด้านข้างมีมุมสำหรับล้างตัวให้ด้วยนะคะ เป็นส่วนตัวหน่อย ห้องฟิตเนส ถัดมาติดกับสระว่ายน้ำเลยจะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ ภายในห้องฟิตเนสค่อนข้างโปร่งโล่งเพราะได้หน้าต่างจากทั้ง 2 ฝั่ง พื้นของฟิตเนสปูด้วยไม้ลามิเนตมาตรฐาน ภายในให้เครื่องออกกำลังกายมาพอสมควร มีเครื่องสำหรับเวทเทรนนิ่ง ด้านข้างติดกระจกเงาให้ ไว้เช็คร่างกายและท่าทางได้ ฝั่งที่หันหน้าไปดูวิวสระว่ายน้ำนั้นวางลู่วิ่งและเครื่องเล่นแบบคาดิโออีก 3 เครื่องให้ ผนังด้านบนติดแอร์แบบ Split Type 2 ตัว เครื่องคาดิโอแบบใหม่ให้ออกกำลังกายได้ทุกสัดส่วน อีกตำแหน่งที่ได้วิวสระว่ายน้ำนั้นจะมีเครื่องออกกำลังกายแบบคาดิโออย่างเครื่องปั่นจักรยาน ซึ่งให้มาทั้งหมด 3 เครื่อง อย่างละ 1 ชนิด ด้านหลังนั้นจะเป็นโซนเวทเทรนนิ่ง มีที่นั่งให้ Sit Up ได้ และติดกันจะเป็นมุมยกน้ำหนักสร้างมวลกล้ามเนื้อค่ะ ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ แยกชาย-หญิง ระหว่างห้องฟิตเนส และสำนักงานขาย จะมีทางเดินเข้าสู่ห้องน้ำแยกชาย-หญิง บริเวณข้างป้าย Club House ห้องน้ำชายอยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนผู้หญิงอยู่ขวามือค่ะ ภายในห้องน้ำหญิง สะอาดและใหม่มากๆ มีห้องน้ำ 3 ห้อง ส่วนห้องอาบน้ำ 1 ค่ะ มีอ่างล้างมือให้ 2 จุด ตกแต่งออกมาค่อนข้างหรูหราทีเดียว และตู้ล็อคเกอร์สำหรับเก็บของก่อนลงสระ ไม่มีกุญแจล็อคนะคะ ภายในห้องอาบน้ำ และห้องน้ำค่ะ ส่วนห้องน้ำชายก็จะมีโถปัสสาวะ สองจุดแบบนี้ สวนสาธารณะ สวนสาธารณะของโครงการจะอยู่ถัดจาก Club House ข้างทางเข้าสำนักงานขายค่ะ ซึ่งสามารถเดินไปทางขวามือ ของทางเดินไปยังสำนักงานขายได้เลย บรรยากาศภายในสวน ลงต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ให้ร่มเงาค่ะ มีศาลพระภูมิ และสนามเด็กเล่นด้านหลัง มุมมองจากสนามเด็กเล่นไปยัง Club House มีโคมไฟทางเดินสวนให้แสงสว่างตอนกลางคืน ไม้กระดกสีสันสดใส 1 ตัว และชุด Slider 1 ชุด มีม้าโยกสปริงรูปสิงโต 1 ตัว ถัดจากสนามเด็กเล่นไปก็จะเป็นลานหญ้าอเนกประสงค์ค่ะ ซึ่งจะมีศาลาพักผ่อน ด้านในเป็นพื้นคอนกรีตและม้านั่งปูนยาว สามารถมานั่งเล่น หลบแดดสบายๆได้ ท้ายสุดของสวนจะเป็นศาลาพักผ่อน มีกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ปลูกต้นใบเตยส่งกลิ่นหอม ซึ่งเป็นที่นั่งพักผ่อนไปด้วยในตัว มุมมองจากด้านหลังสุดของสวน ไปยัง Club House :::: House Type และ บ้านตัวอย่าง :::: แบบบ้านที่นี่มีทั้งหมด 2 แบบ ค่ะ นั่นก็คือ ซึ่งวันนี้เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างภายในครบกันทั้งสองแบบเลยนะคะ บ้าน Fresco : 106 ตร.ม. เริ่มต้นด้วยบ้านตกแต่งและบ้านมาตรฐาน Fresco ขนาดเล็ก ต่อด้วย บ้านตกแต่งทาวน์โฮม Aspro ขนาดใหญ่ ไปชมกันค่ะ บ้านมาตรฐาน Fresco และโรงจอดรถ บ้านมาตรฐาน Fresco รูปแบบบ้านออกแบบมาในสไตล์ Modern โดยใช้โทนสีบ้านครีมตัดสีน้ำตาลอ่อน เล่นบัวขอบหน้าต่างสวยงาม เน้นช่องหน้าต่างและประตูกระจกแบบทรงสูงเพื่อให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น หลังคาด้านบนออกแบบให้เป็นหลังคาทรง Lean ดู Modern เช่นเดียวกับหลังคา Flat แต่ก็ยังสามารถระบายน้ำฝนได้ดีกว่า ประตูรั้วหน้าบ้านใช้เป็นประตูเหล็กโปร่งมาตรฐาน ลักษณะเป็นประตูบานพับ เพื่อให้สามารถเปิดประตูได้เต็มพื้นที่ความกว้างของบ้าน จึงจะสามารถนำรถเข้าไปจอดได้ 2 คัน เลขที่บ้านใช้เป็นแผ่นอลูมิเนียม และกริ่งกดอยู่ด้านล่างโทนสีเทาดู Modern ทีเดียวค่ะ ส่วนที่เก็บขยะหน้าบ้านนั้นจะเป็นประตูเปิดเล็กๆ แบบนี้ค่ะ รั้วข้างบ้านสูง 1 เมตร ติดตั้งถังขยะ PVC ไว้ให้ไม่ต้องเดินออกไปทิ้งหน้าบ้าน ง่ายและเป็นสัดส่วนดีด้วยค่ะ บริเวณที่จอดรถได้พื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมาตรฐาน ความกว้างของบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งบริเวณหน้าบ้านนี้จะมีกันสาดยื่นออกมาไม่มากนักนะคะ สำหรับใครที่ไม่อยากให้รถตากแดดตากฝนก็สามารถต่อเติมหลังคาเพิ่มได้ แต่แนะนำให้ต่อเติมเป็นผ้าใบหรือหลังคาเบาอย่างโพลีคาร์บอเนตจะได้ไม่ไปหนักทางโครงสร้างมากนัก ส่วนลึกเข้ามาหน่อยบริเวณทางเข้าบ้านได้ประตูบานเลื่อนกระจก อีกฝั่งเป็นหน้าต่างบานเลื่อนบริเวณโถงบันไดค่ะ ช่องเก็บของขนาดเล็กใช้บานเปิด UPVC ด้านข้างได้ก็อกสนาม สำหรับแปลงมุมนั้นจะได้พื้นที่ด้านข้างเพิ่มขึ้นมา ซึ่งทางโครงการจะปูหญ้าให้เป็นมาตรฐานค่ะ ความกว้างของพื้นที่สามารถปลูกต้นไม้และจัดสวนเล็กๆ น้อยๆ ได้อยู่นะคะ สุดทางเป็นพื้นที่สำหรับวางแท็งก์น้ำและปั๊มน้ำ ส่วนด้านซ้ายนั้นจะมีช่องประตูทางออกสู่สวนข้างบ้านสำหรับแปลงมุม แต่ภายในเป็นซีเมนต์ปาดเรียบทั้งหมดนะคะ กลับมาที่บ้านตัวอย่างกันต่อนะคะ บ้าน Fresco : ชั้น 1 หน้าตาบ้านตัวอย่างเหมือนกับบ้านมาตรฐาน เพียงแต่ด้านหน้าตัดรั้วบ้านออกและทำพื้นที่จอดรถใหม่เท่านั้นค่ะ ประตูบานเลื่อนกระจก บานกรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว ตัวล็อกแบบบิดมาตรฐาน เข้ามาจะเป็นพื้นที่รับแขก/นั่งเล่นก่อน เชื่อมเข้ากับพื้นที่รับประทานอาหารด้านในสุด สำหรับบ้านตัวอย่างนั้นจะเป็นแปลงมุมเลยจะได้หน้าต่างจากด้านข้างเพิ่มมาด้วยทำให้ตัวบ้านดูโปร่งโล่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับบ้านมาตรฐานที่เป็นบ้านแปลงกลางที่แสงสามารถเข้าได้จากประตูบานเลื่อนส่วนหลังบ้านเท่านั้น ส่วนบ้านมาตรฐานนั้นจะเป็นบ้านเปล่าเลย พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ข้างผนังเก็บขอบบัวสีไม้ให้เรียบร้อยดี ฝ้าเป็นแบบฉาบเรียบทั้งหมด และดวงโคมได้แบบ Downlight ค่ะ บริเวณพื้นที่นั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาได้ 2 ที่นั่ง ด้านหลังติดกับหน้าต่างบานเลื่อน (เฉพาะแปลงมุม) ฝั่งตรงข้ามชุดโซฟาเป็นผนังฉาบเรียบ สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีได้ค่ะ ส่วนฝั่งซ้ายนั้นเป็นโถงบันไดขึ้นไปยังชั้น 2 และฝั่งขวานั้นเป็นพื้นที่อเนกประสงค์เล็กๆ ก่อนเข้าสู่ห้องน้ำในชั้นล่าง ปลั๊กและสวิตช์ไฟจาก Schinder หันกลับมายังส่วนพื้นที่นั่งเล่น จะเห็นว่าระยะห่างระหว่างทีวีและชุดโซฟาค่อนข้างกว้างพอสมควร เป็นระยะที่สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้ และมีทางเดินให้เดินได้สะดวกแม้จะวางโต๊ะกลางแล้วก็ตามค่ะ ถัดมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถรองรับโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 4 ที่นั่งได้กำลังดีค่ะ ตรงข้ามกับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะเป็นพื้นที่เล็กๆ ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำชั้นล่าง อย่างทางโครงการจะจัดฟังก์ชันนี้ให้เป็นโต๊ะเล็กๆ นั่งเล่น แต่ลูกบ้านอาจจะปรับเลี่ยนฟังก์ชันได้นะคะ เช่นทำ Pantry เตรียมอาหารเบาๆ วางตู้เย็น แทนที่จะไปวางที่ครัวไทยภายนอกอย่างเดียว โดยพื้นที่นี้มีความกว้างประมาณ 1.2 ม. เองนะคะ จะวางเฟอร์นิเจอร์อะไรอย่าลืมเผื่อทางเดินเราเองด้วยนะ บริเวณนี้ได้หน้าต่างบานเลื่อนมาด้วยนะ หน้าต่างบานเลื่อนเปิดได้ทางเดียว ตรงกลางล็อกด้วยตัวล็อกก้นหอย ตัวล็อกแบบก้นหอยมาตรฐาน ประตูห้องน้ำชั้นล่างใช้วัสดุเป็น UPVC กันน้ำได้ดี มือจับประตูเป็นแบบก้านโยกมาตรฐาน ภายในห้องน้ำชั้นล่างแม้ไม่ได้กั้นพื้นที่โซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชัดเจน แต่ก็ได้ฝักบัวมาด้วย ทำให้ห้องน้ำชั้นล่างนี้สามารถอาบน้ำได้ ไม่ใช่เป็นเพียงห้องน้ำแบบ Powder Room ส่วนยี่ห้อสุขภัณฑ์ทั้งหมดนั้นจาก American Standard ค่ะ พื้นห้องน้ำลดระดับเล็กน้อยจากพื้นภายนอกกันน้ำไหลย้อนได้ระดับนึง ภายในปูกระเบื้องเซรามิกแบบด้านเล็กน้อยกันลื่นได้ระดับนึงค่ะ อ่างล้างมือ ด้านหลังติดกระจกเงาให้เรียบร้อย อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัด รอบๆ ก็อกมีพื้นที่ให้วางของเล็กๆ น้อยๆ ได้ ก็อกจาก American Standard เช่นเดียวกัน ราวตากผ้าสแตนเลส ด้านข้างเป็นพลาสติกสีขาว โถสุขภัณฑ์จาก American Standard พื้นที่โดยรอบโถมีไม่มากนักแต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดค่ะ อุปกรณ์ต่างๆ ก็จาก American Standard เช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่อาบน้ำนั้นจะเป็นพื้นที่อยู่ด้านหน้าโถสุขภัณฑ์ หัวฝักบัว Hand Shower นั้นให้มาค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ และมือจับก็จับได้ถนัดมือและมีน้ำหนักแข็งแรงดี ด้านบนมีพัดลมดูดอากาศให้ด้วยค่ะ ประตูออกไปยังส่วนครัวไทยด้านนอกใช้เป็นประตูบานเลื่อนเปิดได้ทางเดียว ทรงคล้ายกับประตูหน้าบ้านเลยค่ะ ภายนอกนั้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาดมาตรฐาน แต่ในส่วนของเคาน์เตอร์ปูนนั้นจะมีให้เป็นโปรโมชั่นเฉพาะยูนิตที่โครงการกำหนดนะคะ พื้นจริงจะเป็นซีเมนต์ปาดเรียบ ลดระดับลงจากพื้นปกติประมาณ 10 ซม. พื้นที่ในส่วนนี้ทางโครงการออกแบบมาให้สำหรับต่อเติมเป็นครัวไทยภายนอกค่ะ หลังคาด้านบนนั้นทางบ้านตัวอย่างตกแต่งมาให้ดูเป็นไอเดียว่าหลังคาเบาติดกระจกใสก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ หรือใครไม่ได้เน้นทำอาหารจะปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ก็ได้เช่นกันค่ะ โครงสร้างรั้วเฉลียงหลังบ้านเป็นผนังรับน้ำหนักสามารถต่อเติมหลังคาได้เลย มาที่ชั้น 2 กันต่อนะคะ ตัวบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กความกว้างประมาณ 1.2 ม. ด้านข้างได้หน้าต่างบานเลื่อนขนาดเล็ก ช่วยให้แสงเข้ามาบริเวณโถงได้ดีแล้วยังสามารถระบายอากาศได้ด้วยเช่นกันค่ะ ราวจับไม้สำเร็จรูปติดตั้งกับผนังบ้านเลย ลักษณะบันไดเป็นบันไดแบบพับผ้าหรือรูปตัว U ไม่มีชานพักชัดเจน จะได้เป็นขั้นสามเหลี่ยมแทน เดินได้ยากกว่าแบบที่เป็นชานพักเต็ม บ้าน Fresco : ชั้น 2 ยึดจากบ้านตกแต่ง ซ้ายมือ เป็นห้องนอนใหญ่ ตรงกลาง ห้องน้ำ ใช้ร่วมกันกับห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ขวามือคือห้องนอน 3 และห้องนอน 2 บริเวณโถงมีแผงควบคุมต่างๆ เข้าไปดูส่วน Master Bedroom กันก่อนนะคะ ภายใน Master Bedroom สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 5-6 ฟุตได้สบาย บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งด้วยฝ้าเพดานสูง 3 เมตร หน้าบ้านออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ส่วนระเบียงด้านนอกเป็นระเบียงหลอก ไม่สามารถใช้งานได้จริง ที่ออกแบบมาเป็นแบบนี้เพื่อให้สามารถทำช่องเปิดเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ขึ้นจากหน้าต่างปกติค่ะ ตัวล็อกแบบมาตรฐาน โซนเตียงนอนเหมาะกับวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดี จะมีพื้นที่ทางเดินเหลือด้านข้าง ฝั่งข้างเตียงมีพื้นที่สำหรับ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ ปลายเตียงเป็นโซน Walk in Closet ค่ะ บริเวณนี้จะได้หน้าต่างบานกระทุ้ง 1 บานมาช่วยระบายอากาศให้ เงยหน้าขึ้นไปด้านบนจะเห็นฝ้าเพดานของหลังคาภายนอกทำออกมาได้เรียบร้อยดีค่ะ และยังหมดปัญหาเรื่องนกมาทำรังบริเวณหลังคาด้วยนะ ด้านข้างติดกับส่วน Walk in Closet นั้นเป็นห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ ก่อนเข้าสู่ห้องน้ำนั้นจะผ่านส่วน Walk in Closet ขนาดกะทัดรัด สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบ 3 บานเปิดได้ค่ะ ประตูห้องนอนไม้ HDF ทาสีน้ำมันสีครีม ห้องน้ำ UPVC มือจับเป็นแบบก้านโยกทั่วไป เปิด-ปิดง่าย ด้านล่างมี Door Stopper ให้กันกระแทกด้วย เข้าไปดูภายในห้องน้ำในห้องนอนใหญ่นั้นจะเป็นห้องน้ำที่สามารถเปิดได้ 2 ทางคือจากในห้องนอนใหญ่และบริเวณโถงทางเดิน เพราะเป็นห้องน้ำที่ใช้แชร์ร่วมกันทั้ง 3 ห้องนอน พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องเซรามิกกันลื่นขนาด 30×30 ซม. ภาพมุมมองไปยังห้องน้ำ จากโถงทางเดิน จะผ่าตรงกลางห้องพอดี ฝ้าเพดานสูงโปร่ง สุขภัณฑ์เหมือนกับชั้นล่าง มีช่องแสงธรรมชาติจากหลังคามายังห้องน้ำชั้น 2 พื้นที่อาบน้ำยกธรณีสูงขึ้นมากันน้ำไหลย้อนได้ดี พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างอาบน้ำได้สบายๆ ส่วนฉากกั้นบริเวณพื้นที่อาบน้ำนั้นจะไม่ได้มีให้นะคะ แต่ถ้าลูกบ้านคนไหนอยากแยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจนไปเลยก็สามารถซื้อมาติดเพิ่มเติมได้เลยค่ะ ฝักบัวสายอ่อนจาก American Standard เช่นเดิมเหมือนห้องน้ำชั้นล่าง มาดูห้องนอนกลางและห้องนอนเล็กกันต่อนะคะ โดยตำแหน่งห้องจะอยู่ฝั่งหลังบ้านค่ะ ภายในห้องนอนกลางมีขนาดกะทัดรัด ผนังฝั่งนึงติดหน้าต่างบานเลื่อนให้ทำให้แสงสว่างเข้ามาภายในได้ดี ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น บริเวณห้องเตียงจะติดกับประตูทางเข้าห้องด้านข้าง ปลายเตียงสามารถ Built-in โต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้าได้ ส่วนโซนเตียงนอนเหมาะกับวางเตียงขนาด Single Bed หรือ 3.5 ฟุต ถัดมาดูห้องนอนเล็กกันต่อนะคะ ภายในห้องนอนเล็กข้อดีเลยคือได้หน้าต่างบานเลื่อนทั้ง 2 ฝั่งเลย ทำให้ห้องขนาดเล็กๆ นั้นดูกว้างมากขึ้น พื้นที่ภายในห้องนอนเล็กนี้เหมาะกับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตเช่นกัน หากวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตนั้นจะพอเหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ บ้า น Aspro : 131 ตร.ม. ถัดมาดูทาวน์โฮมขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย โดยมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 131 ตร.ม. ได้ห้องนอนเพิ่มมาอีกห้องหนึ่ง เมื่อเทียบกับทาวน์โฮม Type Fresco นะคะ โดยภายในประกอบด้วย 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บ้าน Aspro : ชั้น 1 หน้าตาบ้านออกแบบมาในสไตล์เดียวกับ Type Fresco เลยค่ะ คือเน้นความ Modern เรียบง่าย แต่มีสีบ้านที่แตกต่างกันชัดเจนค่ะ บ้าน ASPRO สามารถจอดรถได้ 2 คันเช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่จอดรถนั้นจะได้เหมือนบ้านมาตรฐานของบ้าน Type Fresco ที่เราพาไปดูก่อนหน้าเลยค่ะ ประตูบานเลื่อนกระจก ซึ่งเป็นทางเข้าหลักหน้าบ้านนั้นจะคล้ายคลึงกับบ้าน Type แรกนะคะ แต่ได้กระจกบาน Fixed ด้านข้างและด้านบนเพิ่มขึ้นมาด้วย มีช่องแสงมากขึ้น ช่วยให้แสงเข้าภายในบ้านได้ดีขึ้น ทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งดี ด้านข้างเป็นกระจกเพื่อให้แสงเข้าบริเวณโถงบันได ช่วยประหยัดไฟได้ในตอนกลางวัน แต่เมื่อเทียบกับบ้าน Type แรกนั้น จะมีข้อดี และข้อด้อยอยู่เหมือนกัน คือได้ช่องแสงขนาดใหญ่กว่า มีแสงเข้าภายในบ้านได้ดีกว่า แต่น่าจะได้เป็นหน้าต่างเหมือนบ้าน Type แรก เพราะจะได้สามารถระบายอากาศภายในได้ด้วย เข้ามาภายในบ้านกันต่อนะคะ บริเวณแรกจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเชื่อมเข้ากับพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลังบ้าน ฟังก์ชันภายในจะคล้ายคลึงกับบ้าน Type แรกอยู่ค่ะ ภาพบ้านมาตรฐานส่งมอบ โคมไฟภายในได้เป็นดาวน์ไลท์ LED โคมกลมทั้งหมดค่ะ แต่บริเวณพื้นที่นั่งเล่น/รับแขกนี้จะได้พื้นที่ยาวขึ้นมาหน่อยสามารถวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้ ส่วนหน้าต่างด้านหลังนั้นจะได้เฉพาะบ้านแปลงมุมเท่านั้นนะ สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้ผนัง ยุบเข้าไปเป็นพื้นที่ Build in ตู้เก็บของ หรือตู้วางทีวีค่ะ ซึ่งสามารถดูภาพบ้านตัวอย่างด้านบนตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดีย เผื่อลูกบ้านคนไหนสนใจตกแต่งตามค่ะ หันกลับมาดูบริเวณพื้นที่นั่งเล่นกันอีกรอบ บริเวณนี้ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถวางโต๊ะกลางแล้วยังเหลือพื้นที่ทางเดินเยอะพอสมควรเลยค่ะ ถัดมาเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งสามารถรองรับโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้สบายๆ ด้านหลังจัดให้เป็นห้องครัว ซึ่งมีการลดระดับพื้นเพื่อจัดฟังก์ชันเป็นสัดส่วนชัดเจนมากขึ้น สามารถเช็ดหรือล้างครัวได้ง่าย น้ำไม่ไหลย้อน และทางที่ดีสำหรับใครที่ชอบทำอาหารหนักก็สามารถติดประตูบานเลื่อนกระจกบริเวณนี้ได้ เพื่อที่จะกั้นไม่ให้กลิ่นอาหารฟุ้งเข้าไปถึงภายในบ้าน เข้ามาที่พื้นที่ห้องครัวนั้นก็ประตูบานเลื่อนออกไปยังลานซักล้างด้านนอกเช่นกันค่ะ และฝั่งซ้ายนั้นเป็นประตูเปิดออกไปยังภายนอก พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องเซรามิคมีลวดลาย ในส่วนของหลังคา Sky Light นั้นเป็นเพียงการตกแต่งเท่านั้นนะคะ ในบ้านมาตรฐานบริเวณพื้นที่ครัวจะโล่งเลย เราต้องกั้นผนังและหลังคาเพิ่มขึ้นมาเอง แต่ต้องอย่าลืมเช็คระยะห่างของหลังคาหรือผนังให้จากเพื่อนบ้านน้อยที่สุด 50 ซม. นะคะ บริเวณด้านในสามารถจัดเป็นพื้นที่ชุดครัวขนาดกะทัดรัดได้ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดฟังก์ชันชุดครัวตามบ้านตัวอย่างเลยก็ได้ค่ะ และสามารถจัดชุดครัวเป็นรูปตัว L เต็มพื้นที่ก็ได้เช่นกัน สำหรับใครที่ชอบทำอาหารหนัก เช่น ทอดหรือผัดต่างๆ ควรจะกรุกระเบื้องหรือกระจกเพื่อให้ในการระบบ ด้านข้างของชุดครัวมีช่องเปิดเชื่อมกับพื้นที่อื่นๆ ถัดมาอีกฝั่งเป็นกันเพื่อออกไปยังลานซักล้างด้านนอกนะคะ บริเวณลานซักล้างจัดว่าให้มาค่อนข้างเล็กพอสมควรนะคะ เหมาะกับวางอุปกรณ์ต่างๆ หรือทำเป็นลานซักล้างปกติ หรือใครที่ชอบสวนนั้นก็สามารถจัดสวนได้เช่นกันนะ ห้องนี้ ภายในกั้นมาให้แบบนี้เลย มีหน้าต่าง Corner window ภายใน เข้ามาภายในห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง สามารถจัดห้องนี้เป็นฟังก์ชันต่างๆ ได้ตามที่เราต้องการนะคะ เช่นมีผผู้สูงอายุในครอบครัวก็สามารถจัดฟังก์ชันห้องนี้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ค่ะ แต่จะเหมาะกับวางเตียงขนาด Single Bed หรือ 3.5 ฟุตจะพอดีที่สุด อย่างในบ้านตัวอย่างนั้นจัดให้มีพื้นที่นั่งเล่นและโต๊ะเครื่องแป้งด้วย ตอบโจทย์สาวๆ ที่ชอบพื้นที่สำหรับแต่งจัว อีกฝั่งเป็นกระจกเข้ามุมภายในค่ะ ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อด้อยอยู่นะคะ อย่างข้อดีคือเรื่องของความโปร่งโล่งในห้องมากขึ้น แต่ข้อด้อยก็คือไม่เป็นส่วนตัวกับคนภายในบ้านมากนัก ซึ่งหากจัดเป็นห้องนอนแล้วก็อาจจะต้องติดม่านเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ลักษณะเป็นกระจกเข้ามุมและมีหน้าต่างเปิดให้สามารถระบายอากาศได้ดีด้วย มาที่บันไดบริเวณหน้าบ้านกันต่อนะคะ ลักษณะโครงสร้างของบันไดเป็นแบบโครงการเหล็ก ติดกับกระจกหน้าบ้านนั้นมีพื้นที่ที่ถูกเซตเข้าไปเล็กน้อยให้สามารถนั่งเล่นได้อยู่เหมือนกันนะ รูปแบบบันไดเป็นแบบตัว U ไม่มีชานพักนะคะ บ้าน Aspro : ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้นสองค่ะ บ้านหลังใหญ่นี้จะได้โครงบันไดเหล็กชั้นลอย ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติม ซึ่งบ้านจริงได้แบบนี้เหมือนกันค่ะ หน้าตาเหมือนในภาพ ขึ้นมา หันไปทางขวามือจะเจอกับส่วนโถงทางเดินที่แจกไปยังห้องนอนต่างๆ ในชั้นนี้ค่ะ มาดูที่ห้อง Master Bedroom ที่อยู่ตำแหน่งหน้าบ้านกันก่อนนะคะ ภายในสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ทางเดินเหลือด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ด้านข้างได้หน้าต่างบานเปิด ข้อดีคือพื้นที่ของความกว้างจากระยะเปิดจะกว้างมากกว่าประตูบานเลื่อนปกติ ที่สามารถเปิหน้าต่างได้เพียงด้านเดียว ส่วนด้านข้างได้กระจกบาน Fixed ทั้งหมด ทำให้ได้พื้นที่ช่องแสงมากขึ้น ส่งผลให้ภายในห้องโปร่งโล่งมากขึ้น ถัดมาเป็นโซนปลายเตียง ที่สามารถจัด Walk in Closet แบบเป็นสัดส่วนชัดเจนได้เลยค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมกันแบบนี้นะคะ สามารถติดประตูบานเลื่อนกั้น หรือทำเป็นผนังเบาสำหรับวางทีวีแบบแขวนที่ปลายเตียง เพิ่มพื้นที่ใช้สอยก็ได้ค่ะ ภายในส่วน Walk in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ 2 ตู้เลย และมีพื้นที่เหลืออีกเล็กน้อยที่สามารถวางโต๊ะเครื่องสำอางค์เล็กๆ ได้ บริเวณส่วน Walk in Closet นี้จะมีประตูบานเลื่อนออกไปยังส่วนระเบียงหน้าบ้านด้วยค่ะ ระเบียงหน้าบ้านที่ได้นั้นจะมีขนาดกะทัดรัดนะคะ ไม่ได้กว้างมากที่จะออกไปยืนหรือนั่งชมวิวภายนอกได้ เหมาะกับเป็นระเบียงตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ มากกว่านะ ระดับพื้นระเบียงลดระดับลงเล็กน้อย ส่วนหลังคาระเบียงนั้นจะใช้ส่วนยื่นของหลังคาด้านบนเลย ช่วยกันแดดและกันฝนได้บ้าง ภายในห้องนอนใหญ่นี้จะมีห้องน้ำภายในตัวด้วยค่ะ โดยห้องน้ำนั้นแยกพื้นที่เปียกและแห้งให้ชัดเจนเลย พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. มาตรฐาน ด้านบนได้หน้าต่างบานกระทุ้ง และ Sky Light ด้านบนช่วยให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาได้ดี และหน้าต่างก็ช่วยระบายอากาศ ความชื้นได้ระดับนึงด้วยค่ะ ส่วนพื้นที่อาบน้ำ (ส่วนเปียก) นั้นกั้นพื้นที่ด้วยการยกธรณีขึ้นชัดเจน แต่ไม่ได้ให้ฉากกั้นกระจกมานะคะ ซึ่งด้วยขนาดความกว้างของพื้นที่ห้องน้ำนั้นค่อนข้างแคบไปหน่อยที่จะติดฉากกั้นกระจกนะ เหมาะกับที่จะกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน หรือม่านพลาสติกจะเหมาะสมกว่า เพราะมีความกว้างให้เดินได้สะดวก บริเวณชั้น 2 นี้มีฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. ดังนั้นส่วนโถงบันไดนี้จึงสามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มเติมขึ้นมาได้ เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ใช้สอยได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ โดยการที่เพิ่มชั้นลอยเล็กๆ ขึ้นมา บนชั้นลอยมี Sky Light ให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาได้ระดับนึง พื้นที่ชั้นลอยนี้ไม่ได้ใหญ่มากนะคะ และไม่ได้สูงมากด้วย เหมาะกับจัดเป็นหิ้งพระ หรือพื้นที่นั่งพื้นทำสมาธิ อ่านหนังสือมากกว่า ขนาดพื้นที่มองจากมุมสูงประมาณนี้ค่ะ สูงจากพื้นชั้น 2 ไม่มากนัก มาที่ส่วนหลังบ้านกันบ้าง ในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอนนะคะ เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนกลางฝั่งขวามือกันก่อน ภายในห้องนอนกลางค่อนข้างกว้างขวางพอสมควรค่ะ แต่บ้านจริงถ้าเป็นแปลงมุมจะได้หน้าต่างเพียงจุดเดียวที่หลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายเลย และใครที่วางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วดันเตียงไปติดกับผนังข้างนึงก็จะเหลือพื้นที่ทางเดินอีกฝั่งพอสมควร สามารถวางโต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัดได้เลย อีกมุมมองนึงในห้องนอนกลาง ฝั่งปลายเตียงเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าและชั้นวางทีวี ซึ่งลูกบ้านสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีและวางของได้ยาวขนาดนี้เลยค่ะ มาดูห้องนอนเล็กกันบ้างนะคะ ขนาดของห้องนอนเล็กนี้เหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต จะกำลังดีค่ะ และด้านข้างเตียงก็จะสามารถวางโต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้าได้ด้วย ภาพบ้านมาตรฐานส่งมอบค่ะ ปลายเตียงเหลือพื้นที่ไม่ค่อยมากนัก จะเหมาะกับการ Built-in ชั้นวางเล็กๆ มากกว่า พื้นที่ด้านข้างเตียงที่เหลือเป็นที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานเล็กๆ ห้องน้ำรวมที่แชร์ระหว่างห้องนอนกลางและเล็กนะคะ ถูกจัดให้แบ่งส่วนเปียกและแห้งแต่ไม่ได้ฉากกั้นและก่อธรณีประตูให้นะ เนื่องจากขนาดห้องน้ำที่ค่อนข้างจำกัดพอสมควรค่ะ บริเวณพื้นที่อาบน้ำมีขนาดกะทัดรัดแต่ไม่อึดอัดนะ พื้นที่บริเวณโถสุขภัณฑ์มีความกว้างระดับนึงให้นั่งได้กำลังดี ไม่แคบเกินไปค่ะ :::: ราคา (มี.ค. 2561) :::: ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท **ข้อมูลราคาและ โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และข้อมูลที่อัพเดทที่สุดค่ะ :::: สรุป :::: • ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 ตั้งอยู่บน ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ห่างจากสามแยกบางศรีเมือง 70 เมตร และไม่ไกลจากแยกบางสีทอง และเทสโก้โลตัสนครอินทร์ที่อยู่บริเวณแยกบางสีทองค่ะ พื้นที่โดยรอบโครงการเส้นบางกรวยไทรน้อยส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยในแนวราบ มีโครงการหมู่บ้านหลายแห่ง และร้านค้าอาคารพาณิชย์มากมาย และหลากหลายค่ะ โดยจะอุดมสมบูรณ์บริเวณแยกบางศรีเมือง ซึ่งอยู่ในระยะเดินถึงพอดี อีกทั้งยังมี 7-11 อยู่บริเวณแยกสามารถเดินจากโครงการไปได้เลยไม่ต้องข้ามถนนให้เสี่ยงรถชน โครงการอยู่ไม่ไกลจากวัดแดงประชาราษฏร์ โดยมีวัดสำคัญอยู่อีกสองแห่ง นั่นก็คือวัดปราสาท บริเวณขาออกเส้นราชพฤกษ์ และวัดบางกร่าง อีกทั้งยังมีคริสตจักรพระสิริแด่พระเจ้าอยู่ภายในซอยสินสมบูรณ์ตรงข้ามโครงการอีกด้วย และเนื่องจากโครงการอยู่ตำแหน่งเกือบจะกึ่งกลางของวงเวียนราชพฤกษ์-นครอินทร์ และถนนสองเส้นนี้มีห้างสรรพสินค้า Hyper Market อยู่หลายแห่ง เช่น The Walk, The Crystal, Home Pro เป็นต้น สาธารณูปโภคจึงครบครันทั้งในระยะเดินเท้าและระยะขับรถเลยค่ะ แต่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่คงต้องขับรถไปสักหน่อย เช่น Central WestGate หรือ Central รัตนาธิเบศร์ • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ทำเลโครงการเน้นการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวโดยหลักค่ะ เนื่องจากไม่มีรถสาธารณะผ่าน แต่ก็สะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ ถ.บางกรวย-ไทรน้อยจะเป็นถนนสวนกันสองเลน แต่ก็มี ถ.ราชพฤกษ์ และ ถ.นครอินทร์ซึ่งเป็นถนนเส้นใหญ่ ตัดกันเป็นเครื่องหมาย + และเป็น Short Cut ของการเดินทางสู่ทิศเหนือใต้ออกตก ได้อย่างรวดเร็ว สามารถวิ่งออกสู่ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี และยังใกล้สะพานพระราม 5 และสะพานนนทบุรี 1 ซึ่งสามารถข้ามไปขึ้นทางพิเศษศรีรัช ทั้งด่านประชาชื่น และด่านงามวงศ์วาน เดินทางสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานคร • การเดินทางโดยรถสาธารณะ หน้าโครงการไม่มีรถสาธารณะผ่านค่ะ แต่ก็มีวินมอเตอร์ไซค์อยู่บริเวณสามแยกบางศรีเมืองห่างจากโครงการเพียง 80 เมตรเท่านั้น ส่วนรถสาธารณะคงจะต้องเน้นไปขึ้นที่ ถ.นครอินทร์เป็นหลัก เพราะ ถ.ราชพฤกษ์ก็รถผ่านน้อยเช่นเดียวกัน โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการตามแนวรถไฟฟ้าค่ะ แต่อยู่กึ่งกลางระหว่างโครงข่างรถไฟฟ้าหลายสายด้วยกัน หลักๆ คือสายสีม่วงที่เกาะเส้นรัตนาธิเบศร์ แต่สถานีที่ใกล้ที่สุดกลับอยู่ที่ สถานีสะพานพระนั่งเกล้า (5.5 กม.) ส่วนรถไฟฟ้าทางทิศใต้ หลักๆจะอยู่ที่ สถานีตลิ่งชัน(8.9 กม.) ซึ่งเป็นสถานี Interchange ของโครงข่ายรถไฟฟ้าถึง 3 สายด้วยกัน นั่นก็คือสายสีแดงอ่อน, สีเขียวอ่อน และสีส้ม และสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ที่ใกล้โครงการที่สุดคือสถานีบางบำหรุ (6 กม.) ซึ่งสามารถนั่งต่อไปรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีสิรินธร (Interchange) ได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งหากรถไฟฟ้าเปิดให้บริการทั้งหมดแล้ว ก็สามารถเรียกวินมอเตอร์ไซค์หน้าโครงการไปต่อรถไฟฟ้าเพื่อเข้าออกเมืองก็สะดวกดีค่ะ • การออกแบบโครงการและวัสดุ โครงการ Gusto ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร จำนวน 350 ยูนิต บนเนื้อที่ทั้งหมด 33-2-83.3 ไร่ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ บ้าน Fresco (106 ตร.ม.) ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ บ้าน Aspro (131 ตร.ม.) ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ค่ะ ซึ่งแบบบ้านทาวน์โฮมของที่นี่ รูปแบบบ้านออกแบบมาในสไตล์ Modern ออก Vintage นิดๆด้วยการเล่นคิ้วขอบบัว สีอ่อนพาสเทลแต่ก็ไม่ได้ดูหวานจนเกินไปนักค่ะ เนื่องจากยังใช้สีโทรเทา-น้ำตาล อบอุ่นอยู่ ซึ่งตำแหน่งฟังก์ชั่นของบ้านทั้งสองแบบจะคล้ายกันค่ะ แตกต่างกันที่ขนาด โดยที่ชั้น 1 จะเป็น Liveina Area และมีบันไดทางขึ้นบ้านอยู่ที่่ด้านหน้า ห้องน้ำชั้น 1 จะเป็นห้องใต้บันได ทั้งสองหลังจะโดดเด่นที่พื้นที่ขนาดลานซักล้างหลังบ้านสามารถต่อเป็นเคาน์เตอร์ห้องครัว หรือเป็น Backyard Garden, Working Space ก็ย่อมได้ ส่วนชั้น 2 บ้าน Aspro สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจะชัดเจนมาก หลักๆจะอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ บ้าน Aspro จะได้ห้องน้ำส่วนตัวที่แยกออกมาจากห้องน้ำบริเวณโถงบันได และได้ระเบียงชั้น 2 ขนาดใหญ่ขึ้นด้วยค่ะ รวมถึง New Function ชั้นลอยที่ต่อเติมเพิ่มขึ้นจากชั้น 2 เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนทำงาน หรือจะตั้งโต๊ะหมู่บูชาก็ย่อมได้ ในเรื่องวัสดุก่อสร้างได้วัสดุมาตรฐานถึงดี ค่ะ ตัวบ้านโครงสร้างคสล. พื้นชั้นล่างแกรนิตโต ชั้นบนลามิเนต 8 มม. วัสดุบันไดโครงสร้าง คสล. บานประตู HDF ทั้งหมด รวมถึงการใส่ใจเรื่อง Energy Saving ค่ะ ภายในระบบไฟดาวน์ไลท์ LED รวมถึงหน้าต่างช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ประหยัดไฟ ฝ้าเพดานสูงโปร่ง 2.8 ม. หลังคาฉนวน Green-3 กันความร้อน สุขภัณฑ์ American Standard • สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย xสิ่งอำนวยความสะดวกให้มาพอดีๆ กับจำนวนยูนิตค่ะ ประกอบด้วย Club House, อาคารสำนักงานขาย และสวนสาธารณะ โดยถนนหลักมีการแบ่งเลนขี่จักรยานเอาไว้ให้ด้วย สามารถขี่จักรยานเล่นรอบโครงการได้ ตำแหน่งของส่วนกลางอยู่กึ่งกลางโครงการพอดีๆ ทุกยูนิตบ้านสามารถเข้ามาใช้งานได้ในระยะเท่าๆกัน และเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวจากภายนอก สระว่ายน้ำ ขนาด20 x 9 เมตร ลึก 1.3 เมตร ระบบน้ำเกลือ, ห้องฟิตเนส และห้องอาบน้ำแยกชาย-หญิง และสวนสาธารณะ ขนาด 0-3-67.7 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Auto Access Card, มีกล้อง CCTV ที่ด้านหน้าทางเข้าและ รปภ. 24 ชั่วโมง พร้อมระบบป้องกันขโมยและสัญญาณกันขโมยค่ะ :::: คะแนน :::: :::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :::: Call Center : 1388 Website : *** หากท่านเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ โปรดกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ
ถ.บางกรวย-ไทรน้อย (ใกล้สามแยกบางศรีเมือง) ตำบล บางกร่าง อำเภอเมือง จ.นนทบุรี
3 ห้อง
3,190,000 ฿
20/10/2016
เพิ่มเติมhomenayoo.com
We at Flatfy use cookies to improve quality of your overall browsing experience. By using our services you agree to our use of cookies.Learn more